ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ตึกช็อปปิ้งมอลล์จีนถล่ม! ทับคนงานเจ็บ 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444538

โดย ข่าวต่างประเทศ 20 ส.ค. 2557 13:18

สยอง…ตึกช็อปปิ้ง มอลล์ ถล่ม ในเมืองเซียะเหมิน ของจีน ขณะอยู่ระหว่างกำลังก่อสร้าง ทับคนงานได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โชคดีที่ทั้งหมดปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญ ตึกช็อปปิ้ง มอลล์แห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในเมืองเซียะเหมิน มณฑลฟูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน พังถล่มครืนลงมา เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 20 ส.ค. เป็นเหตุให้มีคนงานได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน และทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือออกมาจากใต้ซากปรักหักพังแล้ว

ด้านทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยของจีนในเมืองเซียะเหมิน รีบรุดไปช่วยเหลือคนงานที่ประสบเหตุทันที หลังจากได้รับแจ้งเหตุด่วน ตึกช็อปปิ้งมอลล์พังถล่มลงมา และพบว่าบริเวณของตึกที่พังลงมานั้น เป็นส่วนของหลังคาตึก โดยได้มีการพังถล่มลงมาเพียงบางส่วน จนทำให้บริเวณตึกชั้นล่างได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังโชคดี ที่มีคนงานได้รับบาดเจ็บเพียง 3 คนเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ทำให้หลังคาชั้นบนสุดของตัวตึกพังถล่มลงมานั้น ขณะนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากความผิดพลาดจากการก่อสร้างในส่วนใด

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

วิน ดีเซล นักแสดงดังมะกัน วัดใจ ‘ ปูติน’ ท้าเทน้ำเย็นราดตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444519

โดย ข่าวต่างประเทศ 20 ส.ค. 2557 12:20

วิน ดีเซล (ภาพเล็ก) ยื่นคำท้า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

วิน ดีเซล ดาราดังอเมริกัน ลองวัดใจ ประธานาธิบดีปูติน ยื่นคำท้า ‘เทน้ำเย็นราดตัว’ ที่กำลังเป็นเทรนด์บอกบุญมาแรงสุดในเวลานี้ เพียงแต่ผู้นำรัสเซียยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ขณะที่นักแสดงคนดังยังท้า แองเจลินา โจลี และมิเชล โอบามาด้วย

สำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ รายงานเมื่อ 20 ส.ค.ว่า วิน ดีเซล นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกัน ยื่นคำท้า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ‘เทน้ำเย็นราดตัว’ หรือ Ice Bucket Challenge ที่กำลังเป็นเทรนด์บอกบุญยุคไฮเทคที่มาแรงสุดในเวลานี้ เพียงแต่ ผู้นำรัสเซียยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างทันทีทันใด

สำนักข่าวอินดิเพนเดนท์ ยัง ระบุว่า มันเป็นเรื่องหนักใจมากของพวกเราว่าจะสามารถยืนยัน ประธานาธิบดีปูตินจะรับคำท้า ของ วิน ดีเซล นักแสดงชื่อดังอเมริกัน วัย 47 หรือไม่ เพียงแต่ขณะนี้ ผู้นำรัสเซียยังคงไม่ตกปากรับคำ พร้อมกับชี้ว่า หากมีใครสักคนจะสามารถชักชวนหรือ เอ่ยปากคุยงานยากๆ กับปูตินแบบให้เทน้ำเย็นราดตัวเอง แน่นอนว่าจะต้องเป็น วิน ดีเซล ผู้นี้ แต่บางที พวกเราอาจจะไม่โชคดีพอ ที่จะเห็นผู้นำรัสเซียเทน้ำเย็นราดตัวเอง แม้จะเป็นการรับคำท้า เพื่อการกุศล บริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือสมาคมผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS)

3 นักอเมริกันฟุตบอลทีม คลิฟแลนด์ บราวน์ส ..โดนน้ำแข็งเย็นเฉียบ

ด้านโฆษกส่วนตัวของประธานาธิบดีปูติน กล่าวว่า ถึงแม้ประธานาธิบดีปูตินยังไม่ได้ให้คำตอบ ซึ่งเป็นไปได้ ที่บางทีผู้นำรัสเซียอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากมีเรื่องสำคัญหลายเรื่องที่กำลังต้องคิด

จัดติน ทรูดอ หัวหน้าพรรคลิเบอรัล ในแคนาดา(ขวา) เทน้ำแข็งเย็นราด เพื่อนส.ส.ร่วมพรรค ฌอน เคซีย์

ทั้งนี้ นอกจากวิน ดีเซล จะท้าประธานาธิบดีปูติน ผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์ก ภายใต้แฮชแท็ก #IceBucketChallege แล้ว เขายังได้ท้า แองเจลินา โจลี ดาราสาวชื่อดัง และมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯด้วย หลังจาก ก่อนหน้านี้ ได้มีเหล่าดารา ศิลปิน คนดัง เศรษฐี และผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่หลายคน รับคำท้าเทน้ำเย็นราดตัวไปแล้ว อย่าง จัสติน บีเบอร์ เลดี้ กาก้า บริตนีย์ สเปียร์ส มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ฯลฯ ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำท้า ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ได้มอบเงินช่วยเหลือให้กับสมาคม ALS แทน

เหล่าดารา-ศิลปินชื่อดังในสหรัฐฯที่รับคำท้า เทน้ำเย็นราดตัวไปแล้ว

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ยุ่นระทึก!! โคลนถล่มฮิโรชิมา ดับแล้ว 27 เสียหายยับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444508

โดย ข่าวต่างประเทศ 20 ส.ค. 2557 11:24

เกิดหายนภัยดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ ในเมืองฮิโรชิมา ของญี่ปุ่น หลังฝนตกหนักติดต่อหลายวัน ตายแล้วอย่างน้อย27 ราย สูญหายกว่าสิบ บ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก นายกฯอาเบะ ยกเลิกพักร้อนกลับกรุงโตเกียว สั่งการช่วยเหลือโดยด่วน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดหายนภัยทางธรรมชาติ ดินโคลนถล่มลงมาจากภูเขาถมทับ บ้านเรือนประชาชน ย่านชานเมืองฮิโรชิมา ทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ส.ค. หลังเกิดฝนตกติดต่อมาหลายวัน อีกทั้งยังมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนวันอังคารที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 27 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 10 ราย และบ้านเรือนพังเสียหายเป็นจำนวนมาก ถนนหนทางถูกดินโคลนท่วมในระดับสูง

สถานีโทรทัศน์ ฟูจิ ทีวี ในญี่ปุ่นรายงานว่ามีชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัยดินโคลนถล่ม เล่าด้วยความตื่นตระหนกว่า เกิดฝนตกหนักและฟ้าผ่าเสียงดังเปรี้ยงปร้างตลอดทั้งคืน จนทำให้เขาไม่กล้าออกไปนอกบ้านเลย กระทั่งได้เกิดดินโคลนไหลถล่มลงมาจากภูเขาถมทับบ้านเรือน ซึ่งตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อนเลย

หลังเกิดเหตุการณ์ดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ได้ยกเลิกการหยุดพักร้อน และเดินทางกลับกรุงโตเกียวทันที เพื่อสั่งการให้กองทัพส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน ขณะที่ด้านปฏิบัติการกู้ภัยในพื้นที่ ได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจและค้นหาผู้ประสบภัย ขณะที่ ทีมกู้ภัยต่างเร่งช่วยกันค้นหาเหยื่อเคราะห์ร้ายถูกฝังใต้ดินโคลน และหนึ่งในนั้น เป็นเด็กชายวัย 2 ขวบ แต่ขณะนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเด็กน้อยเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในบริเวณที่ประสบภัยโคลนถล่ม โดยวัดปริมาณน้ำฝนได้มากถึง 240 มิลลิเมตร ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงเช้าวันพุธ (20 ส.ค.)

 

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

โหดเกินบรรยาย!! กลุ่มไอซิสเผยแพร่คลิป ฆ่าตัดหัวนักข่าวอเมริกัน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444472

โดย ข่าวต่างประเทศ 20 ส.ค. 2557 10:28

ภาพจากซีเอ็นเอ็น

กลุ่มไอซิสโหดสุดๆ เผยแพร่คลิปวิดีโอ ฆ่าตัดหัวนักข่าวอเมริกัน แก้แค้นสหรัฐฯ สั่งโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายกลุ่มไอซิสในอิรัก พร้อมยังบังคับให้พูดก่อนตาย ‘อเมริกา คือฆาตกรตัวจริง’ ด้านรบ.โอบามา ตกตะลึง เร่งเช็คข่าววุ่น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 ส.ค.ว่า กลุ่มติดอาวุธนิกายสุหนี่ หัวรุนแรงในอิรัก ในนาม รัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย (ไอซิส) กระทำการสุดโหดชนิดยากเกินทำใจ เผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอสะเทือนขวัญ เหตุการณ์ฆ่าตัดศีรษะ นายเจมส์ โฟเลย์ นักข่าวชาวอเมริกัน ที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนและเชื่อว่าเขาถูกกลุ่มติดอาวุธจับตัวไปขณะเข้าไปรายงานข่าวสงครามกลางเมืองในซีเรีย เมื่อปี 2555

กลุ่มไอซิส ประกาศกร้าวถึงเหตุผลที่ลงมือฆ่าตัดหัวนักข่าวอเมริกันรายนี้ว่า เพื่อเป็นการแก้แค้นที่รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายของกลุ่มไอซิส ทางภาคเหนือของอิรัก

สำหรับคลิปวิดีโอ ที่กลุ่มไอซิสนำออกเผยแพร่ลงในยูทูบเมื่อวันอังคารที่ 19 ส.ค.นั้น แสดงให้เห็นภาพของนายโฟเลย์ สวมชุดสีส้ม ขณะ นั่งคุกเข่าอยู่ข้างชายผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดสีดำ สวมหมวกไอ้โม่งคลุมหน้า ในบริเวณทะเลทรายเวิ้งว้าง พร้อมทั้งยังบังคับให้โฟเลย์อ่านข้อความ ที่คาดว่าเขียนขึ้นโดยกลุ่มติดอาวุธที่จับตัวเขาไป ว่า ‘ฆาตกรที่แท้จริง คือ อเมริกา’

‘ผมปรารถนาที่จะมีเวลามากกว่านี้ ผมหวังจะได้รับอิสรภาพเพื่อจะพบกับสมาชิกในครอบครัวของผมอีกครั้ง’ เป็นเสียงที่ได้ยินในคลิปวิดีโอนี้ จากนั้น ก็เป็นภาพที่กำลังมีการตัดศีรษะ ขณะที่สำนักข่าวยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างซีเอ็นเอ็น ไม่มีการออกอากาศเผยแพร่คลิปวิดีโอก่อนจะถึงช่วงเหตุการณ์นักข่าวอเมริกันถูกตัดศีรษะ เพราะสะเทือนใจเกินไป

ด้านโฆษกประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เห็นคลิปวิดีโอนี้แล้ว โดยขณะนี้หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ กำลังทำงานอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่า คลิปวิดีโอนี้เป็นของจริงหรือไม่ ถ้ามันเป็นของจริง พวกเราก็รู้สึกตกตะลึงต่อความเหี้ยมโหดของฆาตกรที่ได้ลงมือสังหารผู้สื่อข่าวอเมริกัน ที่บริสุทธิ์ พร้อมกันนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขา อีกทั้ง ทางการสหรัฐฯ จะดำเนินการรีบหาข้อมูลให้มากกว่านี้เท่าที่จะทำได้

ขณะที่ เอริค สคูลต์ซ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยความเห็นของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งได้กล่าวถึงคลิปวิดีโอสะเทือนขวัญอย่างสั้นๆ ว่า ตนจะรอฟังข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

ด้าน นางไดเน โฟเลย์ ผู้เป็นมารดาของนายเจมส์ โฟเลย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นางมีความภาคภูมิใจในตัวของลูกชาย เพราะเขาได้สละชีวิตเพื่อพยายามเปิดเผยให้โลกได้เห็นถึงความทุกข์ยากแสนสาหัสของประชาชนชาวซีเรีย

ทั้งนี้ เจมส์ โฟเลย์ เป็นผู้สื่อข่าวที่ยอมเสี่ยงชีวิต ลงพื้นที่รายงานข่าวสถานการณ์รุนแรงในตะวันออกกลาง และขณะนั้นเขาทำงานให้กับสำนักข่าว โกลบอล โพสต์ ในสหรัฐฯ หลังเคยเป็นนักข่าวของสำนักข่าวอื่นๆ หลายสำนัก รวมทั้งสำนักข่าวเอเอฟพีในฝรั่งเศส โดยนายโฟเลย์ได้หายตัวไปเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2555 บริเวณทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย ใกล้ชายแดนตุรกี และมีคนเห็นว่าเขาถูกกลุ่มมือปืนบังคับให้ขึ้นรถยนต์ และจากนั้นก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของเขาอีกเลย จนกระทั่งกลุ่มไอซิสเผยแพร่คลิปวิดีโอฆ่าตัดศีรษะเขาเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา.

ชมคลิป

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ตร.มะกันยิงชายถือมีดดับที่ร้านค้าใกล้เมืองเฟอร์กูสัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444434

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2557 06:10

เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงชายถือมีดคนหนึ่งเสียชีวิต ที่เมืองเซนต์หลุยส์ ใกล้เมืองเฟอร์กูสันในรัฐมิสซูรี ขณะที่การประท้วงในเมืองเฟอร์กูสันยังไม่ยุติลง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันอังคาร (19 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงชายถือมีดคนหนึ่งเสียชีวิต ที่เมืองเซนต์หลุยส์ ใกล้เมืองเฟอร์กูสันในรัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดเหตุประท้วงตลอด 10 วันที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนไม่พอใจกรณีตำรวจฆาตกรรมนาย ไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสีอายุ 18 ปี ซึ่งไม่มีอาวุธอยู่กับตัวเมื่อ 9 ส.ค.

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากทนายความของครอบครัวไมเคิล บราวน์ ประกาศว่วจะจัดพิธีศพให้นายบราวน์ในวันจันทร์ (25 ส.ค.) และผู้นำชุมชนในเมืองเฟอร์กูสันออกมาเรียกร้องให้เกิดความปรองดอง และค่ำคืนอันเงียบสงบ หลังจากเกิดการประท่วงและเหตุความรุนแรงติดต่อกันหลายคืน

อย่างไรก็ตาม ตำรวจซึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าจัดการผู้ประท้วงด้วยความแข็งกร้าว อาจต้องเผชิญกระแสความไม่พอใจยิ่งขึ้นไปอีก เม่ือพวกเขายิงชายที่ดูเหมือนเป็นผู้ปลุกปั่นสร้างความวุ่นวายเสียชีวิต หลังจากชายคนนี้ตะโกนใส่เจ้าหน้าที่ว่า “ฆ่าฉันเดี๋ยวนี้” และเดินเข้าหาตำรวจโดยมีอาวุธมีดในมือ

สถานที่เกิดเหตุอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยร้อยเอก เอ็ด คันต์ซ บอกต่อผู้สื่อข่าวที่มารวมตัวกัน ณ จุดเกิดเหตุว่า พวกเขาเริ่มการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่จากที่เขาได้ยินมา ดูเหมือนมีเหตุผลให้สามารถพูดได้ว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องสมเหตุสมผล

ทั้งนี้ เหตุปะทะที่เมืองเฟอร์กูสันในคืนวันจันทร์ กลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนยิงปืน, ขว้างปาก้อนหินและระเบิดเพลิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน และมีผู้ถูกจับกุมเพิ่มอีก 31 ราย

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ทัพรบ.ยูเครนรุกถึงใจกลางเมืองลูฮานสก์ ที่มั่นฝ่ายกบฏ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444430

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2557 05:21

เกิดการต่อสู้ขึ้นตามท้องถนนในใจกลางเมืองลูฮานสก์ หนึ่งในที่มั่นหลักของกบฏแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน หลังกองทัพรัฐบาลรุกเข้าไปในดินแดนของฝ่ายกบฏมากขึ้น…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดการต่อสู้ขึ้นที่ใจกลางเมืองลูฮานสก์ หนึ่งในฐานที่มั่นหลักของกองกำลังกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักฝ่ายรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครนเมื่อวันอังคาร (19 ส.ค.) ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลดำเนินการเก็บกู้ศพพลเรือนจำนวน 17 ร่าง โดยทั้งหมดอยู่ในขบวนรถผู้อพยพจากเมืองลูฮานสก์ ซึ่งถูกโจมตีเมื่อวันจันทร์

กองทัพรัฐบาลยูเครนออกมากล่าวอ้างเป็นครั้งแรก ว่าเกิดการต่อสู้ขึ้นตามท้องถนนในพื้นที่ใจกลางเมืองลูฮานสก์ หลังจากพวกเขาสามารถยึดคืนเขตรอบนอกเขตหนึ่งได้สำเร็จ โดยเมืองลูฮานสก์ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องและถูกตัดน้ำตัดไฟนานหลายสัปดาห์แล้ว ขณะที่การต่อสู้ในภาคตะวันออกตั้งแต่เดือนเม.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,100 รายแล้ว

อีกด้านหนึ่ง กองทัพดำเนินการเก็บกู้ศพพลเรือนชีวิตจำนวน 17 ร่าง โดยพวกเขาถูกไฟคลอกทั้งเป็นจนเสียชีวิต หลังขบวนรถผู้อพยพของพวกเขาถูกโจมตีด้วยปืนค. ซึ่งรัฐบาลยูเครนกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกบฏแบ่งแยกดินแดน แต่ฝ่ายกบฏก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทันที

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลยูเครนและรัสเซียประกาศว่า ประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย จะจัดการเจรจาแบกพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือน ที่กรุงมินสก์ เมืองหลวงของประเทศเบลารุส ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ เพื่อหาทางออกจากวิกฤติ

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เมืองแห่งมิตรภาพ (เยี่ยม//แย่)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444202

โดย อานุภาพ เงินกระแชง 20 ส.ค. 2557 05:01

ความคิดเห็นของเหล่านักเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก ถูกสุ่มสอบถามรวบรวมข้อมูลโดย “Conde Nast Traveler” นิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของอังกฤษ นำมาจัด “10 อันดับเมืองแห่งมิตรภาพน่าไปเที่ยวเยือนมากที่สุดของโลก” ประจำปี 2014 เขายกให้ “เมืองโอ๊คแลนด์” บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ครองตำแหน่งร่วมกับ “นครเมลเบิร์น” ของออสเตรเลีย

อันดับ 3 เมืองวิคตอเรียของแคนาดา อันดับ 4 เมืองชาร์เลสตันในรัฐเซาท์แคโรไลนาของสหรัฐฯ อันดับ 5 ครองตำแหน่งร่วมกันระหว่างนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย กับกรุงดับลินของไอร์แลนด์

น่าสนใจอันดับ 7 เมืองเสียมเรียบของกัมพูชา อันดับ 8 เมืองเคพทาวน์ของแอฟริกาใต้ อันดับ 9 ครองตำแหน่งร่วมกันระหว่างเมืองซาวานนาห์ รัฐจอร์เจียของสหรัฐฯ กับเมืองเซวิลล์ของสเปน และอันดับ 11 กรุงบูดาเปสต์ของฮังการี

เหตุผลที่เมืองโอ๊คแลนด์และนครเมลเบิร์น ได้ครองตำแหน่งเมืองแห่งมิตรภาพยอดเยี่ยมของโลก ข้อสำคัญที่สุดคือ เพราะผู้คนส่วนใหญ่อารมณ์ขัน มีชีวิตชีวา มองโลกแง่ดี มักให้แนวคิดก่อแรงบันดาลใจนำไปสู่ความสำเร็จ ผู้ให้ข้อมูลบางรายบอกว่า ไม่ประหลาดใจที่ 2 เมืองนี้ได้ครองตำแหน่งเมืองแห่งมิตรภาพ แถมน่าได้ครองตำแหน่งเมืองแห่งความสงบด้วย ส่วนอันดับ 7 เมืองเสียมเรียบของกัมพูชา ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่อลังการของอดีตอาณาจักรแขมร์

…มี 10 อันดับเมืองแห่งมิตรภาพ “ยอดเยี่ยม” ก็ต้องมี “ยอดแย่” เขาชี้ “ที่สุด” ลงไปที่นครโยฮันเนสเบิร์กของแอฟริกาใต้ ตามด้วยเมืองคานส์ของฝรั่งเศส อันดับ 3 กรุงมอสโกของรัสเซีย อันดับ 4 กรุงปารีส อันดับ 5 เมืองท่ามาร์แซลล์ของฝรั่งเศส อันดับ 6 กรุงปักกิ่งของจีน อันดับ 7 นครแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี อันดับ 8 เมืองมิลาน อิตาลี อันดับ 9 เมืองมอนติคาร์โลของโมนาโก และอันดับ 10 เมืองนาสซูว บนเกาะบาฮามาส…น่าสนใจฝรั่งเศสติดอันดับเมืองยอดแย่ถึง 3 ใน 10 เมือง

เหตุผล “ยอดแย่” สรุปภาพรวม เพราะผู้คนท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่เป็นมิตร เย็นชา บ้างเย่อหยิ่งจองหองถือตัว หยาบคาย ดูแคลนและไม่มีท่าทีต้อนรับ หลายครั้งยังคุกคามข่มขู่ผู้มาเยือนอีกต่างหาก โดยเฉพาะยอดแย่อันดับ 1 นครโยฮันเนสเบิร์ก หลายคนถึงขนาดเรียก “เมืองแห่งอาชญากรรมและความขัดแย้ง”

แปลกใจกันไม่น้อยใช่ไหมทำไมบ้านเรา เมืองไหน จังหวัดใด ไม่มีติดอันดับเลย หรือ…คำตอบคือ เดิมทีหลายปีก่อน “กทม. กรุงเทพมหานคร” ติดอันดับเมืองยอดเยี่ยมดีที่สุดของโลก แต่เพิ่งโดน “นครเกียวโต” เมืองหลวงเก่าญี่ปุ่นแย่งอันดับไปครอง…และเราชาวไทยกำลังทวงตำแหน่งคืน…

อานุภาพ เงินกระแชง

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

มาเลเซียไม่น่าอยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444203

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 20 ส.ค. 2557 05:01

สองสัปดาห์ก่อน มีอาจารย์มหาวิทยาลัยคุณวุฒิปริญญาเอก 2 ท่าน+อดีตข้าราชการฝ่ายปกครองอีก 1 ท่าน มาสนทนาเรื่องมาเลเซียกับพ่อที่บ้าน ผมได้ยินพ่อเล่าให้ทั้ง 3 ท่านฟังว่า ถ้าดูผิวเผินเหมือนมาเลเซียเป็นประเทศที่ผู้คนอยู่ดีมีสุขและมีเศรษฐกิจดีอย่างมาก ทว่าถ้าใครศึกษามาเลเซียอย่างลึกซึ้งถึงแก่นแท้ ก็จะพบว่า ประเทศนี้อยู่ยากลำบากเย็นนัก เป็นประเทศที่จุกจิกหยุมหยิม อะไรนิดอะไรหน่อยก็พลอยเป็นประเด็นที่นำไปสู่การขัดแย้งกัน

พ่อยกตัวอย่างมาตรา 14 พ.ร.บ.อาชญากรรมชารีอะห์ (รัฐซาราวัก) ค.ศ.2001 ที่ให้สำนักงานศาสนาอิสลามแห่งรัฐซาราวัก (JAIS) จับกุมมุสลิมที่ไม่ละศีลอดในเดือนรอมาดอน ซึ่งแต่ละปีมีผู้ถูกจับเยอะ ผู้ถูกจับกุมจะถูกลงโทษปรับไม่เกิน 1,000 ริงกิต หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ใครทำความผิดครั้งที่ 2 จะถูกลงโทษปรับไม่เกิน 2,000 ริงกิต หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และตอนนี้กำลังมีการแก้ พ.ร.บ.เพื่อให้ลงโทษผู้ที่ไม่ถือศีลอดมากขึ้น

ไทยเป็นประเทศที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ชนกลุ่มน้อยมากที่สุด ส่วนมาเลเซียนั้น ผมว่ารัฐบาลประเทศนี้เคารพในเสรีภาพการนับถือศาสนาและสิทธิของทุกฝ่ายในการดำรงรักษาวัฒนธรรมและความเชื่อของตนน้อยมาก ในเดือนรอมาดอนของมาเลเซีย มักจะมีประเด็นร้อนเกิดขึ้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะประเด็นโบสถ์ศาสนาคริสต์ต้องสงสัยจัดงานละศีลอด เพื่อเผยแพร่ศาสนาแก่มุสลิม ผู้อ่านท่านที่เคารพ อย่าคิดว่าเรื่องอย่างนี้ผมหยิบจากอากาศเอามาเขียนลอยๆ นะครับ

3 สิงหาคม ค.ศ.2011 เวลา 20.40 น. มีการแจ้งความเรื่องโบสถ์เมโธดิสต์ ของศาสนาคริสต์ในย่านดามันซาราเหนือ เมืองเปอตาลิงจายา รัฐสลังงอร์ มีการจัดงานละศีลอด

จนท.บังคับใช้กฎหมายของสำนักศาสนาฯ 13 คน+ตำรวจจากกองบัญชาการเขตเปอตาลิงจายาและเขตซีปาร์ก 20 คน เข้าตรวจค้นโบสถ์เมโธดิสต์เมื่อเวลา 21.30 น. พบมีผู้คนอยู่ที่นั่นประมาณ 100 คน เจ้าหน้าที่ขอดูใบลงทะเบียนเพื่อตรวจว่ามีมุสลิมอยู่ในงานเลี้ยงนั้นหรือไม่ เพราะผู้จัดงานได้ให้ปากคำก่อนหน้านี้ว่า ในที่นี้ไม่มีมุสลิมเข้าร่วมงานเลย

แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบชื่อชาวมลายู 12 คน เข้าร่วมงานในโบสถ์แห่งนี้+กำหนดการของงานเลี้ยงที่มีรายการแสดง Alhamdulillah (การสรรเสริญนั้นเป็นของอัลเลาะห์) และ Allahuakbar (อัล-เลาะห์ผู้ยิ่งใหญ่)+กระดาษคำถามเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม+ประตูทางเข้าโบสถ์ประดับประดาด้วยดอกมังการ์ bunga manggar ซึ่งเป็นดอกไม้ประดิษฐ์สีสันต่างๆ ที่มีก้านยาวอันเป็นสัญลักษณ์งานเลี้ยงของชาวมลายู

เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมีการต้องสงสัยว่าชาวคริสต์จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อดูดชาวมุสลิมให้เปลี่ยนศาสนา

เจ้าหน้าที่ยังตั้งข้อสงสัยว่า คนที่มาประชุมพวกนี้ให้การว่าพวกตนมิใช่มุสลิม เมื่อถูกถามก็จะตอบว่า I believe in God. ‘ผมศรัทธาในพระเจ้า’ เท่านั้น และไม่พูดจาอย่างอื่นใด ทว่าทำไมคนพวกนี้ถึงแต่งกายในชุดเกอบายาและชุดกุหรง ซึ่งเป็นชุดประจำเชื้อชาติมลายู?

ผู้อ่านท่านอาจสงสัยว่า รัฐใช้กฎหมายข้อไหนเข้าไปตรวจสอบ ขอตอบครับ ว่าสำนักงานศาสนาอิสลามแห่งรัฐสลังงอร์ใช้กำลังเข้าตรวจตามมาตรา 10 พ.ร.บ.อาชญากรรมชารีอะห์ (รัฐสลังงอร์) ค.ศ.1955 เรื่องการกระทำลบหลู่หรือการทำให้ศาสนาอิสลามถูกลบหลู่

รับใช้ให้เห็นภาพอีกสักเรื่องก็ได้ นางโรเซียติ มุฮัมหมัด อายุ 40 ปี มีลูกอายุ 7 และ 12 ขวบ เธอส่งลูกทั้งสองไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษที่ถนนกลังลามา กรุงกัวลาลัมเปอร์ หลังจากเรียนไปได้ระยะหนึ่ง เธอรู้สึกว่า ความรู้ทางภาษาอังกฤษของลูกมิได้ดีขึ้นแม้แต่น้อย ภายหลังเจ้าหน้าที่สอบพบว่า ในโรงเรียนแห่งนี้มีโปสเตอร์หลายใบที่มีเนื้อหายกย่องศาสนาคริสต์

จากการสอบปากคำนางโรเซียห์ อิบรอฮีม อายุ 52 ปี ที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เธอให้การว่า เคยได้ยินเสียงร้องเพลงของศาสนาคริสต์และเป็นเสียงวีดิโอเกี่ยวกับพระเยซูแล่บออกมาจากบ้านหลังนี้ จากการสอบปากคำคนอื่นๆ ได้ข้อมูลว่า ที่นี่มีการตั้งและตอบคำถามเกี่ยวกับศาสนาคริสต์แก่นักเรียนที่มาเรียนพิเศษ คนไหนได้คะแนนสูงก็จะมีรางวัล เหตุที่มาตั้งโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษที่นี่ เพราะแถวนี้มีนักเรียนอายุเฉลี่ย 6-14 ปี จาก 3 โรงเรียน คือโรงเรียนศรีเซอเตีย โรงเรียนลาซาล และโรงเรียนเซนต์เทเรซา และยังมีนักเรียนชั้นโตจากโรงเรียนมัธยมศึกษาวิเวกานันดา

มีเรื่องราวพวกนี้เป็นร้อยนับพันกรณี ผมถึงกล้าเขียนได้ว่า มาเลเซียเป็นประเทศที่ไม่น่าอยู่…และมีครั้งหนึ่ง…หรือหลายครั้ง

ที่มาเลเซียเคยได้รับการลงโทษโดย ‘องค์กรโลก’ ที่มองไม่เห็น.

คุณนิติ นวรัตน์

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

นักมายากลเล่นตลก ตร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444204

โดย ดอย ดอกฝิ่น 20 ส.ค. 2557 05:01

ประกอบอาชีพแสดงมายากลเลี้ยงชีพแคเลน มอเรลลี่ หนุ่มมะริกัน นึกสนุกสนานขึ้นมาเลยโทรศัพท์ถึงตำรวจ เสนอขาย “กัญชา” ให้ เหมือนไม่หวั่นกลัวติดคุก

ตำรวจสายตรวจนายหนึ่งรีบบึ่งสู่จุดนัดพบ นายแคเลนถือถุงพลาสติกใสบรรจุยาเสพติดต้องห้ามโชว์ขณะเดินเข้าหาเจ้าหน้าที่ คุณโปลิศไม่รอช้าพุ่งเข้าตะปบข้อมือ เพื่อแย่งยึดของกลางและรวบจับกุมตัวผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่บังอาจเยาะเย้ยกฎหมาย

นายแคเลนกำมือบี้ขยำถุง พอชูแขนแบมือออก ถุงกัญชาก็อันตรธานหายวับต่อหน้าต่อตา เล่นเอาคุณตำรวจงงเต๊กมึนตึ๊บ คาดคั้นเค้นค้นทั่วตัวก็หาไม่พบ ไอ้หนุ่มนักเล่นกลยืนยันว่าไม่มี

ทั้งแค้นทั้งโกรธที่โดนลูบคมเล่นตลก แต่ในที่สุดเมื่อไม่มีของกลาง ตำรวจจำใจต้องปล่อยตัวนายแคเลนไป เหตุการณ์ทั้งหมดนักมายากล
แคเลนให้เพื่อนช่วยบันทึกคลิปวีดิทัศน์ไว้

ตีแผ่ผ่านยูทูบ “Magician ‘offered marijuana to cop’ ” มีผู้คลิกดูกว่า 7.5 ล้านฮิต.

ดอย ดอกฝิ่น

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

รอบโลก 20/08/57

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444393

โดย 20 ส.ค. 2557 05:01

มาเลย์ทลายแก๊งบึ้ม

• กัวลาลัมเปอร์–ตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของมาเลเซียเผยเมื่อ 19 ส.ค.ว่าในช่วงเดือน เม.ย.- มิ.ย. ได้จับกุมกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงชาวมาเลย์ 19 คน ซึ่งมีแผนลอบวางระเบิดผับ ดิสโก้ และโรงกลั่นเบียร์คาร์ลส์เบิร์กของเดนมาร์กในมาเลเซีย กลุ่มนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่ม “รัฐอิสลาม” (ไอเอสหรือไอซิล) ซึ่งประกาศตั้งรัฐอิสลามหรือคอลีฟะห์ในซีเรียและอิรัก โดยตั้งเป้าจะตั้งรัฐ “คอลีฟะห์” ครอบคลุมดินแดนในมาเลเซีย อินโดฯ สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย เลียนแบบกลุ่มไอเอส และมีแผนจะเดินทางไปเรียนรู้จากกลุ่มไอเอสในซีเรียด้วย.

เมียหนีไม่มีห้องสุขา

• นิวเดลี–เว็บไซต์บีบีซี นิวส์ รายงานเมื่อ 19 ส.ค.ว่า สตรีซึ่งเพิ่งแต่งงานใหม่ 6 คน ในรัฐอุตตรประเทศของอินเดีย หนีออกจากบ้านสามีกลับไปอยู่กับบิดามารดา เพราะที่บ้านของสามีไม่มีห้องส้วม โดยสตรีทั้ง 6 คน ซึ่งต่างมาจากหมู่บ้านเกศิยา อ.กุสินาการ์ เผยว่าจะกลับไปอยู่กับสามีก็ต่อเมื่อที่บ้านสามีสร้างห้องส้วมแล้วเท่านั้น อนึ่ง เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรอินเดียกว่า 1,200 ล้านคนไม่มีห้องส้วมที่บ้าน โดยเฉพาะในชนบท และผู้ที่ลำบากที่สุดคือสตรี.

ผวาภูเขาไฟ

• เรคยาวิก–ไอซ์แลนด์ยกระดับการเตือนภัยภูเขาไฟเป็นสีส้มหรือร้ายแรงอันดับ 2 เมื่อ 19 ส.ค. หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนใต้ภูเขาไฟบาร์ดาบังกา ใต้ธารน้ำแข็งวัตนาโจคุลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จนหวั่นว่ามันจะระเบิดขึ้น หลังในปี 2553 ภูเขาไฟอียาฟจัลลาโจคุลระเบิด พ่นควันขี้เถ้าปกคลุมน่านฟ้ายุโรปจนการบินเป็นอัมพาต ส่วนญี่ปุ่นประกาศว่าจะเริ่มส่งออกข้าวที่ปลูกใน จ.ฟูกูชิมะอีกเป็นครั้งแรก หลังแผ่นดินไหว
และสึนามิในปี 2554 ทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสียหาย และหวั่นกลัวว่าพืชผลจะปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี.

ไอ้เข้เผือกกินคน

• ซิดนีย์–เมื่อ 18 ส.ค. เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียยิงจระเข้กึ่งเผือกยาว 4.5 เมตรซึ่งมีฉายาว่า “ไมเคิล แจ็คสัน” ตาย หลังมันกัดชายชาวประมงวัย 57 ปีเสียชีวิตขณะออกไปตกปลากับภรรยาที่แม่น้ำอะดีเลด ทางใต้เมืองดาร์วิน ในภูมิภาคนอร์ธเทิร์น เทริทอรี และต่อมาพบซากศพเหยื่อคนดังกล่าว นับเป็นเหยื่อรายที่ 4 ในปีนี้ที่ถูกจระเข้กัดตายในภูมิภาคนอร์ธเทิร์น เทริทอรี อนึ่ง จำนวนจระเข้ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ถูกประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองในปี 2514.

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เครื่องบินขับไล่อิตาลี ชนกันกลางอากาศ ตกไฟลุกท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444423

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2557 03:42

เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอิตาลี 2 ลำ เฉี่ยวชนกันกลางอากาศ ก่อนตกลงไปบนภูเขาในภาคตะวันออกของประเทศ เบื้องต้นมีผู้สูญหาย 4 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินขับไล่ ‘ทอร์นาโด’ 2 ลำ จากฐานทัพจากเมืองเกดี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เฉี่ยวชนกันกลางอากาศระหว่างการฝึกซ้อมบิน ห่างจากเมืองอัสโคลี ในภูมิภาค มาร์เช ทางตะวันออกของประเทศ ราว 30 กม. ก่อนตกลงไปในป่าเบื้องล่าง เบื้องต้นเชื่อว่ามีผู้สูญหาย 4 คน ได้แก่ นักบินและผู้ช่วยของเครื่องบินทั้งสองลำ

นายฟาบิโอ วาเลรี ผู้เห็นเหตุการณ์บอกต่อสถานีโทรทัศน์ช่อง ‘Sky TG24′ ของอิตาลี ว่า เกิดลูกไฟขนาดใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศประมาณ 5 วินาที ก่อนที่มันจะตกลงไปในภูเขา ขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้าน โอลิบรา และเวนารอตตา ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเผยว่า ได้ยินเสียงระเบิดก่อนเกิดไฟลุกไหม้ในป่า

ทั้งนี้ ปฏิบัติการณ์ค้นหาผู้รอดชีวิตยังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจท้องถิ่นเผยว่า พบเศษซากเครื่องบินที่ตกแล้ว ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้พบเห็นนักบินของเครื่องบินทั้ง 2 ลำดีดตัวออกจากเครื่อง แต่รายงานนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เรือมะกันเสร็จภารกิจทำลาย สารเคมี ของซีเรียแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444417

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ส.ค. 2557 02:39

เรือ เคป เรย์ ของสหรัฐฯเสร็จสิ้นปฏิบัติการทำลายสารเคมีซึ่งจะถูกใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตอาวุธเคมี ของประเทศซีเรียแล้วเมื่อวันอังคาร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การสนับสนุนการห้ามอาวุธเคมี (OPCW) เผยเมื่อวันอังคารที่ 19 ส.ค. ว่า เรือ ‘เคป เรย์’ ของสหรัฐฯเสร็จสิ้นปฏิบัติการทำลายสารเคมีประเภทที่ 1 น้ำหนักกว่า 600 ตัน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตอาวุธเคมีของประเทศซีเรียแล้ว

นายอาห์เมต อูซุมคู ผู้อำนวยการใหญ่ของ OPCW กล่าวว่า นี้ถือเป็นการสิ้นสุดขั้นตอนสำคัญของปฏิบัติการทางทะเลระหว่างประเทศ เพื่อขนย้ายและทำลายอาวุธเคมีของซีเรีย โดยบนเรือเคป เรย์ มีสารเคมีที่เคมีที่อันตรายที่สุดในคลังแสงของซีเรีย ได้แก่ สารเมธิลฟอสโฟนีลไดฟลูออไรด์ (DF) สารตั้งต้นสำหรับผลิตก๊าซพิษซาริน จำนวน 581 ตัน และแก๊สมัสตาร์ดพร้อมใช้งานอีก 19.8 ตัน

“พวกมันถูกเจือจางด้วยระบบ ‘ระบบแยกสลายด้วยน้ำชนิดเคลื่อนย้ายได้’ (Field Deployable Hydrolysis Systems: FDHS) บนเรือเคป เรย์ ซึ่งลดระดับความเป็นพิษของพวกมันลง 99.9% ตามข้อบังคับของอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (CWC)” นายอูซุมคูกล่าว

ทั้งนี้ OPCW เผยด้วยว่า ปฏิบัติการเจือจางอาวุธเคมีครั้งนี้เสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนดเวลา ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯคาดการณ์ที่ 60 วันราว 1 สัปดาห์ ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ของ OPCW บนเรือเคป เรย์ ยืนยันว่า ไม่มีสารเคมีรั่วไหลลงไปในทะเล หรือส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

หลังจากนี้ เรือเคป เรย์ จะนำของเสียที่เหลือจากกระบวนการของระบบ FDHS ไปยังประเทศฟินแลนด์และเยอรมนี เพื่อทำการกำจัดที่โรงงานบนพื้นดิน

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

อนามัยโลกชี้อีโบลาคร่าชาวบ้าน 84 ศพใน 3 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444402

โดย ทีมข่าวต่างประเทศ 20 ส.ค. 2557 01:31

องค์การอนามัยโลกเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตจากไวรัสไข้เลือดออกอีโบลาในพื้นที่ทวีปแอฟริกาตะวันตก 4 ชาติ ได้แก่ กินี ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และไนจีเรีย จนถึงวันที่ 16 ส.ค. อยู่ที่ 1,229 ศพ จากจำนวนผู้ติดเชื้อราว 2,240 ราย อัตราการเสียชีวิตพุ่งอย่างรวดเร็ว 84 ศพ ภายในช่วงเวลาแค่ 3 วัน ระหว่างวันที่ 14-16 ส.ค. ทำให้องค์การอนามัยโลกต้องร่วมมืออย่างเร่งด่วนกับโครงการอาหารโลกช่วยนำส่งอาหารให้ชาวบ้านในพื้นที่กักกันโรคในประเทศเหล่านี้ จำนวนราว 1 ล้านคน ซึ่งชาวบ้านเหล่านั้นออกไปไหนมาไหนไม่ได้

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ แห่งไลบีเรีย สั่งระดมกำลังตำรวจและหน่วยสาธารณสุขติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นบุกโจมตีศูนย์กักกันผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาในกรุงมอนโรเวีย ตั้งแต่ 16 ส.ค. และปล่อยผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลา 17 ราย ให้หลบหนีออกจากศูนย์ฯ อีกทั้งวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวก็เข้าข่ายเป็นพาหะแพร่เชื้อไวรัสไปสู่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นชุมชนแออัดในย่านเวสต์พอยต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ต้องสงสัยกบดานของผู้ก่อเหตุเมื่อ 18 ส.ค. แต่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอ้างว่าพบกลุ่มผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาทั้ง 17 ราย แล้วนำไปอยู่ที่ศูนย์กักกันอีกแห่งหนึ่ง ขณะที่รัฐบาลแคเมอรูนประกาศปิดพรมแดนทั่วประเทศ พร้อมสั่งระงับเที่ยวบินและการคมนาคมทุกประเภทที่มุ่งสู่ 4 ประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก รวมทั้งไนจีเรีย ซึ่งพบการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

เศร้า! โป๊ปฟรานซิส เสียญาติ 3 คนในอุบัติเหตุรถยนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444401

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2557 23:53

ญาติของพระสันตะปาปาฟรานซิส ประสบอุบัติเหตทางรถยนต์ในประเทศอาร์เจนตินา เสียชีวิต 3 คน รวมถึงเหลนชาย 2 คนของพระองค์ด้วย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ญาติ 3 คนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ซึ่งรวมถึงเด็กอายุ 2 ขวบและทารกวัยเพียง 8 เดือน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์บนถนนหลวงในประเทศอาร์เจนตินา เสียชีวิตพร้อมกับมารดาของพวกเขา เมื่อวันอังคาร (19 ส.ค.)

ตามการเปิดเผยของสำนักข่าว ‘DYN’ ของอาร์เจนตินา นายเอมานูเอล โฮราซิโอ เบร์โกกลิโอ อายุ 38 ปี หลานชายของโป๊ปฟรานซิส พร้อมนาง วาเลเรีย การ์โมนา ภรรยาอายุ 36 ปี และลูกชายคืออันโตนิโอกับโชเซ วัย 2 ขวบและ 8 เดือนตามลำดับ โดยสารรถยนต์ขนาดเล็กบนทางหลวงในเขตฮาเมส กราค ในรัฐ กอร์โดบา ก่อนเกิดอุบัติเหตุชนเข้ากับรถบรรทุกธัญพืช เมื่อเวลา 00:30น. ตามเวลาท้องถิ่น

นางการ์โมนาและเด็กทั้ง 2 คนเสียชีวิตระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่นายเบร์โกกลิโอ รอดชีวิตแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีอาการไม่คงที่ด้วย ส่วนคนขบรถบรรทุกไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

สภาพรถของครอบครัวของนายเบร์โกกลิโอ หลังเกิดอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ เชื่อว่าครอบครัวของนายเบร์โกกลิโอกำลังเดินทางกลับบ้านที่กรุงบัวโนสไอเรส หลังจากพักผ่านในวันหยุดสุดสัปดาห์ และในขณะเกิดเหตุพวกเขากำลังเดินทางอยู่บนถนนระหว่างรัฐโรซาริโอและรัฐกอร์โดยา

อีกด้านหนึ่ง สาธุคุณ เฟเดริโก ลอมบาดี โฆษกของนครรัฐวาติกัน เผยว่า โป๊ปฟรานซิสทรงทราบเรื่องอุบัติเหตุอันน่าสลดที่เกิดขึ้นแล้ว และพระองค์ทรงเจ็บปวดอย่างมาก และขอให้ผู้ที่เศร้าโศกไปกับพระองค์ร่วมกันสวดภาวนาแก่ผู้เสียชีวิต

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น

ยิวบึมกาซารอบใหม่-เรียกทีมเจรจากลับปท. ตอบโต้ฮามาสยิงจรวด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/444388

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2557 22:37

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอีกครั้ง พร้อมเรียกผู้แทนเจรจาสันติภาพในกรุงไคโรของอียิปต์กลับประเทศ เพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาสที่ยิงจรวดละเมิดข้อตกลงหยุดยิง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคาร (19 ส.ค.) กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายในฉนวนกาซาเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วัน เพื่อตอบโต้กลุ่มติดอาวุธในกาซาที่ยิงจรวดหลายลูกใส่อิสราเอล เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงรอบใหม่นาน 24 ชั่วโมงจะหมดลงในเที่ยงคืนวันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น)

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลออกคำสั่งให้กองทัพโจมตีที่ตั้งกลุ่มก่อการร้ายในฉนวนกาซา หลังจากกองทัพรายงานว่า มีจรวด 3 ลูกถูกยิงออกมาจากกาซา ตกในพื้นที่โล่งใกล้เมืองเบียร์ชีบา นอกจากนี้ อิสราเอลยังเรียกตัวผู้แทนเจรจากลับจากกรุงไคโรประเทศอียิปต์ ทั้งที่การเจรจาหาข้อตกลงหยุดยิงระยะยาวกับปาเลสไตน์กำลังดำเนินอยู่

“เพื่อตอบโต้การระเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกลุ่ม ‘ฮามาส’ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ออกคำสั่งให้ กองกำลังป้อนกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) โจมตีที่ตั้งกลุ่มก่อการร้ายในฉนวนกาซาอีกครั้งหนึ่ง” เจ้าหน้าที่รัฐบาลอิสราเอลคนหนึ่งแถลง

ขณะเดียวกัน นายมาร์ก รีเกฟ โฆษกของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ระบุว่าการยิงจรวดโจมตีของกลุ่มฮามาส เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ขณะที่กลุ่มฮามาสก็ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆกับเรื่องนี้เช่นกัน

ภาพความเสียหายในฉนวนกาซาหลังถูกอิสราเอลโจมตีมานานนับเดือน

อนึ่ง ก่อนหน้านี้หัวหน้าทีมเจรจาฝั่งปาเลสไตน์ในกรุงไคโร เตือนว่าเหตุความรุนแรงในกาซาอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง หากการเจรจาหาข้อตกลงหยุดยิงระยะยาวนี้ล้มเหลว แต่ถึงกระนั้น การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย แม้จะมีการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อยืดเวลาเจรจา

ข้อเรียกร้องของปาเลสไตน์คือต้องการให้อิสราเอลและอียิปต์ ยุติการปิดกั้นชายแดนของฉนวนกาซา และให้ถอนทหารทั้งหมดออกจากกาซา หลังอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮามาสเมื่อ 8 ก.ค. และทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วไม่น้อยความ 2,000 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกนับหมื่นคน

สิงหาคม 20, 2014 Posted by | ต่างประเทศ, ไทยรัฐออนไลน์ | , , , , , | ใส่ความเห็น