2549(2006)

All posts tagged 2549(2006)

การกระจายตัวของตะกอนแขวนลอยบริเวณอ่าวไทยตอนบนในปี 2547-48

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009647&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มณฑล อนงค์พรยศกุล; ลิขิต ชูชิต; เฉลิมชัย อยู่สำราญ
ชื่อเรื่อง: การกระจายตัวของตะกอนแขวนลอยบริเวณอ่าวไทยตอนบนในปี 2547-48
Article title: Distribution of suspended solid in the upper gulf of Thailand in 2004-2005
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 323-330
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SEDIMENT; DISPERSIONS; TURBIDITY; MARINE AREAS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ตะกอน; การกระจาย; ความขุ่น; พื้นที่ทะเล; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ตะกอนแขวนลอย; การกระจายตัว; ความขุ่น; อ่าวไทยตอนบน
บทคัดย่อ: อ่าวไทยตอนบนเป็นพื้นที่ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่ มีการพัดพาตะกอนจากลำน้ำและการกัดเซาะชายฝั่ง เกิดการพาและการกระจายตัวของตะกอนเป็นบริเวณกว้าง งานวิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปี 2547-2548 เก็บข้อมูลจำนวน 10 ครั้ง เป็นสำรวจอ่าวไทยตอนบน 2 ครั้ง ปากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงศรีราชา 2 ครั้ง และจากปากแม่น้ำบางปะกงถึงเกาะสีชัง 6 ครั้ง ปริมาณตะกอนแขวนลอยผิวน้ำทะเลบริเวณห่างฝั่งหรือกลางอ่าวไทยตอนบนจะมีค่ามากที่สุดไม่เกิน 0.01 g/l ปริมาณตะกอนแขวนลอยผิวน้ำทะเลบริเวณชายฝั่ง (TSS หน่วย g/l) จะสัมพันธ์โดยตรงกับความขุ่นใสของน้ำทะเล (TB หน่วย ntu) ดังนี้ TSS=0.0024+-0.0012 TB ปริมาณตะกอนจะมีเพิ่มเมื่อเข้าใกล้ฝั่ง โดยในช่วงฤดูแล้ง น้ำทะเลผสมกันดี ไม่มีผลจากน้ำท่า ปริมาณตะกอนอยู่ในช่วง 0.02-0.06 g/l ขณะฤดูฝน ปริมาณตะกอนแขวนลอยจากแม่น้ำมีปริมาณมาก ปริมาณตะกอนแขวนลอยจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกงมีปริมาณใกล้เคียงกัน อยู่ในช่วง 0.20-0.02 g/l
หมายเลข: 009647 KC4404037
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด : เลี้ยงเดี่ยว, ผสมกับกุ้งขาวแวนนาไมและผสมกับกุ้งก้ามกรามด้วยน้ำความเค็มต่ำ

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009987&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: จุฬาพร น้ำผึ้ง; นิติ ชูเชิด; ชลอ ลิ้มสุวรรณ; วราห์ เทพาหุดี; อมรชัย สมเจตน์เลิศเจริญ
ชื่อเรื่อง: การเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด : เลี้ยงเดี่ยว, ผสมกับกุ้งขาวแวนนาไมและผสมกับกุ้งก้ามกรามด้วยน้ำความเค็มต่ำ
Article title: Black tiger shrimp culture for maximum profit : Monoculture, mixed culture with white shrimp and mixed culture with giant freshwater prawn in low salinity water
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 180-186
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: E16-Production economics
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; PENAEUS VANNAMEI; MACROBRACHIUM ROSENBERGII; AQUACULTURE; GROWTH; YIELDS; PROFITABILITY; COSTS
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; PENAEUS VANNAMEI; MACROBRACHIUM ROSENBERGII; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การเติบโต; ผลผลิต; ความสามารถในการทำกำไร; ต้นทุน
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ; กุ้งขาวแวนนาไม; กุ้งก้ามกราม; การเพาะเลี้ยง; ความเค็ม; การเลี้ยงแบบเดี่ยว; การเลี้ยงแบบผสม; การเจริญเติบโต; ผลผลิต; ผลตอบแทน; ต้นทุนการผลิต
บทคัดย่อ: การเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบเดี่ยวจะปล่อยลูกกุ้งกุลาดำระยะโพสลาร์วา 15 จำนวน 2 บ่อ (บ่อขนาด 3 ไร่) ในอัตราความหนาแน่น 180,000 ตัวต่อบ่อ การเลี้ยงกลุ่มที่สองจะปล่อยลูกกุ้งกุลาดำระยะโพสลาร์วา 15 ในอัตราความหนาแน่น 140,000 ตัวต่อบ่อ จนกระทั่งลูกกุ้งอายุประมาณ 45 วัน จึงปล่อยลูกกุ้งขาวแวนนาไมระยะโพสลาร์วา 12 ลงไปในบ่อในอัตราความหนาแน่น 40,000 ตัวต่อบ่อ การเลี้ยงกลุ่มที่สามจะปล่อยลูกกุ้งกุลาดำระยะโพสลาร์วา 15 ในอัตราความหนาแน่น 170,000 ตัวต่อบ่อ จนกระทั่งลูกกุ้งอายุประมาณ 45 วัน จึงปล่อยกุ้งก้ามกรามขนาด 10 กรัม ลงไปในบ่อในอัตราความหนาแน่น 10,000 ตัวต่อบ่อ ระดับความเค็มของน้ำในบ่อทดลองทุกบ่ออยู่ในช่วง 2-5 พีพีที ตลอดระยะเวลาการเลี้ยงหลังจากเลี้ยงเป็นระยะเวลา 115 วัน จึงจับกุ้งกุลาดำ พบว่ามีน้ำหนักเฉลี่ยและผลผลิตเฉลี่ยเท่ากับ 13+-0.47 กรัมและ 1,310+-84.85 กิโลกรัม ตามลำดับ มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยเท่ากับ 170,720 บาทต่อบ่อ และขาดทุนเฉลี่ยเท่ากับ 10,095 บาทต่อบ่อ ในขณะที่การเลี้ยงกลุ่มที่สองจะจับกุ้งจากการเลี้ยงที่ระยะเวลา 112 วัน มีน้ำหนักเฉลี่ยและผลผลิตเฉลี่ยของกุ้งกุลาดำเท่ากับ 14.3+-0.58 กรัม และ 950+-28.28 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักเฉลี่ยและผลผลิตเฉลี่ยของกุ้งขาวแวนนาไมเท่ากับ 17.28+-0.86 กรัม และ 435+-21.21 กิโลกรัม ตามลำดับ มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยเท่ากับ 169,070 บาทต่อบ่อ และได้กำไรสุทธิเท่ากับ 17,005 บาทต่อบ่อ สำหรับการเลี้ยงกลุ่มที่สามจะจับกุ้งจากการเลี้ยงที่ระยะเวลา 116 วัน มีน้ำหนักเฉลี่ยและผลผลิตเฉลี่ยของกุ้งกุลาดำเท่ากับ 9+-0.71 กรัม และ 815+-23.33 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักเฉลี่ยและผลผลิตเฉลี่ยของกุ้งก้ามกรามเท่ากับ 24+-1.61 กรัม และ 175+-7.07 กิโลกรัม มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ยเท่ากับ 142,825 บาทต่อบ่อ ขาดทุนเฉลี่ยเท่ากับ 27,975 บาทต่อบ่อ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำผสมกับกุ้งขาวแวนนาไมได้รับผลตอบแทนดีกว่าการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบเดี่ยว และการเลี้ยงกุ้งกุลาดำผสมกับกุ้งก้ามกราม
หมายเลข: 009987 KC4404022
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ประสิทธิภาพของปลานิลและปลาสวายในการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อปลาช่อน (Channa striata)

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009717&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุธาจรี เย็นมาก; อรพินท์ จินตสถาพร; ประทักษ์ ตาบทิพย์วรรณ; ณรงค์ วีระไวทยะ
ชื่อเรื่อง: ประสิทธิภาพของปลานิลและปลาสวายในการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อปลาช่อน (Channa striata)
Article title: Efficiency of nile tilapia (Oreochromis niloticus) and stripped catfish (Pangasius sutchi) for treated effluence from snakehead fish (Channa striata) pond
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 577-588
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: P10-Water resources and management
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: OREOCHROMIS NILOTICUS; PANGASIUS; CHANNA STRIATUS; WASTEWATER TREATMENT; FISH PONDS; AQUACULTURE; GROWTH; EFFICIENCY
อรรถาภิธาน-ไทย: OREOCHROMIS NILOTICUS; PANGASIUS; CHANNA STRIATUS; การบำบัดน้ำเสีย; บ่อปลา; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การเติบโต; ประสิทธิภาพ
ดรรชนี-ไทย: ปลานิล; ปลาสวาย; ปลาช่อน; บ่อปลา; การบำบัดน้ำทิ้ง; ระบบบำบัดน้ำทางชีวภาพ; ประสิทธิภาพ; การลดของเสีย; การเพาะลี้ยง; การเจริญเติบโต
บทคัดย่อ: ประสิทธิภาพของปลานิลและปลาสวายในการบำบัดน้ำทิ้งจากบ่อปลาช่อน ทำการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำทางชีวภาพ 4 ระบบ ได้แก่ การบำบัดแบบบ่อผึ่ง, บ่อเติมอากาศเฉพาะผิวหน้าน้ำ, การใช้ปลานิลบำบัดน้ำทิ้ง และการใช้ปลาสวายบำบัดน้ำทิ้ง โดยศึกษาประสิทธิภาพการลดของเสียในน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงปลาช่อนโดยใช้ปลานิลขนาด 7.76+-0.15 กรัม น้ำหนักรวม 156.34 กรัมในน้ำ 60 ลิตร และปลาสวายขนาด 9.29+-0.01 กรัม น้ำหนักรวม 185.88 กรัมในน้ำ 60 ลิตร เมื่อเลี้ยงปลาช่อนด้วยอาหารปลาเป็ดผสมรำในสัดส่วน 8:1 ที่มีโปรตีน 41.42+-0.41 เปอร์เซ็นต์ และอาหารผสมสำเร็จที่มีโปรตีน 40.43+-0.27 เปอร์เซ็นต์ (p น้อยกว่า 0.05) ที่ระยะเวลาเก็บกักน้ำ (Hydraulic Retention Time, HRT) 2 วัน พบว่าทุกระบบที่ศึกษา มีประสิทธิภาพในการลด Turbidity และ NH3 ใกล้เคียงกันโดยสามารถลด Turbidity ได้ 88.48-67.42 เปอร์เซ็นต์ และลด NH3 ได้ 95.75-67.46 เปอร์เซ็นต์ ระบบบำบัดโดยใช้ปลานิลมีประสิทธิภาพในการลด NO3- – สูงที่สุด (p น้อยกว่า 0.01) ระบบบำบัดโดยใช้ปลาสวายมีประสิทธิภาพในการลด TKN และ TN สูงกว่าระบบอื่น ๆ (p น้อยกว่า 0.01) ส่วนระบบบำบัดน้ำแบบบ่อผึ่งมีประสิทธิภาพในการลด Total phosphorus 76.15-56.00 เปอร์เซ็นต์ (p น้อยกว่า 0.01) น้ำทิ้งจากการเลี้ยงปลาช่อนที่ใช้อาหารปลาเป็ดผสมรำมีผลให้ปลานิลมีการเจริญเติบโต ดีกว่าน้ำทิ้งที่ใช้อาหารผสมสําเร็จ (p น้อยกว่า 0.01) แต่ปลาสวายในระบบบำบัดมีการเจริญเติบโตลดลงและไม่แตกต่างกัน (p มากกว่า 0.05) เมื่อใช้น้ำทิ้งจากอาหารทั้ง 2 ชนิด แสดงให้เห็นว่าปลาสวายมีประสิทธิภาพในการลดของเสียจาก น้ำทิ้งบ่อปลาช่อนในรูปไนโตรเจนดีกว่าปลานิล และระบบบำบัดแบบบ่อผึ่งมีประสิทธิภาพในการลดของเสียในรูปฟอสฟอรัสดีที่สุด
หมายเลข: 009717 KC4404067
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การศึกษาอนุกรมวิธานของปลาน้ำจืดในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009707&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สิงหา วงศ์โรจน์; ทรรศนียา ศักดิ์ดี; สุภาพร สุกสีเหลือง
ชื่อเรื่อง: การศึกษาอนุกรมวิธานของปลาน้ำจืดในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก
Article title: Taxonomic study on freshwater fishes in the eastern area of Bangkok, Thailand
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 620-626
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FRESHWATER FISHES; TAXONOMY; IDENTIFICATION; SPECIES; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ปลาน้ำจืด; อนุกรมวิธาน; การจัดจำแนก; ชนิด; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ปลาน้ำจืด; อนุกรมวิธาน; การจำแนก; ชนิด; กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก
บทคัดย่อ: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจและเก็บตัวอย่างปลาน้ำจืดในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกครอบคลุมพื้นที่เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก เขตมีนบุรี และเขตคลองสามวา ระบุชนิด จำนวนและจัดทำคู่มือวิเคราะห์ชนิดของปลาที่พบ เริ่มทำการศึกษาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2546 ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 รวมเป็นระยะเวลา 1 ปี กำหนดสถานีเก็บตัวอย่างจำนวน 20 สถานี เก็บตัวอย่างเดือนละ 1 ครั้งต่อ 1 สถานี โดยใช้เครื่องมือประมงทั้งสิ้น 6 ชนิด ได้แก่ สวิง แห ข่าย ยอ อวนลากและลอบนอน ผลการศึกษาพบปลาจำนวนทั้งสิ้น 19 วงศ์ 31 สกุล และ 42 ชนิด วงศ์ที่มีจำนวนชนิดที่พบมากที่สุด ได้แก่ วงศ์ Cyprinidae พบ 16 ชนิด ชนิดที่พบจำนวนตัวมากที่สุดคือ ปลาซิวหนวดยาว Esomus metalicus รองลงมาคือ ปลากระดี่หม้อ Trichogaster trichopterus เครื่องมือประมงที่จับปลาได้หลากหลายชนิดที่สุดคือ แห ซึ่งจับได้จำนวน 20 ชนิด รองลงมาได้แก่ ยอ ซึ่งจับได้จำนวน 13 ชนิด
หมายเลข: 009707 KC4404072
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ผลของเบทาอีนต่อความทนทานความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงความเค็มและ ความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียในกุ้งกุลาดำวัยระยะโพสท์ลาร์วา (P15-60)

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009703&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อดิษฐ์ ศุภไพบูลย์; อรพินท์ จินตสถาพร; ประทักษ์ ตาบทิพย์วรรณ; ส่งศรี มหาสวัสดิ์
ชื่อเรื่อง: ผลของเบทาอีนต่อความทนทานความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงความเค็มและ ความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียในกุ้งกุลาดำวัยระยะโพสท์ลาร์วา (P15-60)
Article title: Effect of betaine on stress tolerance from salinity change and acute ammonia toxicity in black tiger shrimp Penaeus monodon (Fabricius) post larvae (P15-60)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 612-619
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: Q55-Feed additives
หมวดรอง: L74-Miscellaneous animal disorders
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; BETAINE; FEEDS; SUPPLEMENTS; SALINITY; AQUACULTURE; STRESS; SALT TOLERANCE; ACUTE TOXICITY; AMMONIA; POSTLARVAL STAGES
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; บีเทน; อาหารสัตว์; อาหารเสริม; ความเค็ม; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; ความเครียด; ความทนทานเกลือ; ความเป็นพิษเฉียบพลัน; แอมโมเนีย; ระยะหลังการเป็นตัวอ่อน
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ; เบทาอีน; อาหารสัตว์; การเสริมอาหาร; ความเค็ม; การเพาะเลี้ยง; ความทนทานความเครียด; ความเป็นพิษเฉียบพลัน; แอมโมเนีย; ระยะโพสท์ลาร์วา
บทคัดย่อ: การศึกษาผลของเบทาอีนต่อความทนทานต่อความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงความเค็ม และความเป็นพิษเฉียบพลันของแอมโมเนียในกุ้งกุลาดำระยะโพสท์ลาร์วา วางแผนการทดลองแบบ CRD 3 ชุด คือ ชุดควบคุมไม่เสริมเบทาอีน เสริมเบทาอีน 0.75 เปอร์เซ็นต์ และ 1.50 เปอร์เซ็นต์ การทดลองละ 3 ซ้ำ แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 การทดลอง การทดลองที่ 1 ศึกษาการเปลี่ยนแปลงความเค็มจาก 20 พีพีที ไปเป็น 40 พีพีที ต่อปริมาณเอนไซม์แคทาเลส พบว่า ระดับความเค็ม 20 พีพีที ค่าปริมาณเอนไซม์แคทาเลสมีค่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p มากกว่า 0.05) เฉลี่ย 0.163-0.278 หน่วย/มิลลิกรัมโปรตีน/นาที ระดับความเค็ม 40 พีพีที ค่าปริมาณเอนไซม์แคทาเลสมีค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p น้อยกว่า 0.05) ดังนี้ ชุดควบคุมไม่เสริมเบทาอีน, เสริมเบทาอีน 0.75 เปอร์เซ็นต์ และเสริมเบทาอีน 1.5 เปอร์เซ็นต์ มีค่า 0.737+0.206, 0.130+0.030 และ 0.440+0.272 หน่วย/มิลลิกรัมโปรตีน/นาที ตามลำดับ การทดลองที่ 2 ศึกษาค่า LC50 ของแอมโมเนียเฉลี่ย (48.000-60.000) ของความทนทานต่อแอมโมเนียที่ 24 ชั่วโมง พบว่า ชุดควบคุมไม่เสริมเบทาอีน, เสริมเบทาอีน 0.75 เปอร์เซ็นต์ และ เสริมเบทาอีน 1.5 เปอร์เซ็นต์ มีค่าเท่ากับ 54.000 (45.724-63.774) ,60.000 (49.669-72.480) และ48.000 (38.217-60.288) ตามลำดับ ดังนั้น การเสริมเบทาอีน 0.75 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นระดับที่เหมาะสมต่อความทนทานจากการเปลี่ยนแปลงความเค็ม และ พิษเฉียบพลันของแอมโมเนีย
หมายเลข: 009703 KC4404071
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ผลของเบทาอีนต่อการเจริญเติบโต และการใช้ประโยชน์โภชนะในกุ้งกุลาดำ

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009702&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เกษฎา มณีรอด; อรพินท์ จินตสถาพร; ประทักษ์ ตาบทิพย์วรรณ; ส่งศรี มหาสวัสดิ์
ชื่อเรื่อง: ผลของเบทาอีนต่อการเจริญเติบโต และการใช้ประโยชน์โภชนะในกุ้งกุลาดำ
Article title: Effect of betaine on growth performance and nutrient utilization in juvenile black tiger shrimp (Penaeus monodon, Fabricius)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 605-611
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: Q55-Feed additives
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L50-Animal physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; BETAINE; FEEDS; SUPPLEMENTS; AQUACULTURE; GROWTH; FEED CONVERSION EFFICIENCY; SURVIVAL; PROTEIN SYNTHESIS; GLYCOGEN; LIVER; TRIGLYCERIDES; BLOOD
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; บีเทน; อาหารสัตว์; อาหารเสริม; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การเติบโต; ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ; การอยู่รอด; การสังเคราะห์โปรตีน; ไกลโคเจน; ตับ; ไตรกลีเซอไรด์; เลือด
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ; เบทาอีน; อาหารสัตว์; การเสริมอาหาร; การเพาะเลี้ยง; การเจริญเติบโต; ประสิทธิภาพการใช้อาหาร; การรอดตาย; การสังเคราะห์โปรตีน; ไกลโคเจน; ตับ; ไตรกลีเซอไรด์; เลือด
บทคัดย่อ: การศึกษาผลของเบทาอีนต่อการเจริญเติบโต และการใช้ประโยชน์โภชนะในกุ้งกุลาดำโดยเสริมเบทาอีน 3 ระดับ คือ 0, 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในอาหารมีระดับโปรตีน 38 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 6 เปอร์เซ็นต์ และพลังงานที่ย่อยได้ 2,830 แคลอรี่ต่อกิโลกรัม พบว่าการเจริญเติบโตของกุ้งกุลาดำมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ โดยในเดือนที่ 1, 2 และ 3 มีน้ำหนักเฉลี่ยเท่ากับ 6.96-7.27 กรัม 7.98-8.20 กรัม และ10.17-11.21กรัม ตามลำดับ อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อตัวต่อวัน 0.09-0.1 กรัม/ตัว/วัน 0.057- 0.068 กรัม/ตัว/วัน และ 0.063-0.08 กรัม/ตัว/วัน ตามลำดับ อัตรารอดเท่ากับ 74.583-78.125 เปอร์เซ็นต์ 68.33-72.92 เปอร์เซ็นต์ และ 60-65 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ (p มากกว่า 0.05) แต่การสังเคราะห์โปรตีนในรูปของอัตราส่วนของอาร์เอนเอต่อโปรตีนในกุ้งกุลาดำชุดที่เสริมเบทาอีนมีแนวโน้มว่าจะสูงกว่าชุดควบคุม (p=0.0582) โดยมีค่าเท่ากับ 62.995, 88.145 และ 81.122 ไมโครกรัมต่อมิลิลิตร ในชุดที่เสริมเบทาอีน 0, 1 และ 2 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ การสะสมไกลโคเจนในตับ และระดับของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p น้อยกว่า 0.05) ดังนั้น การเสริมเบทาอีนในอาหารกุ้งมีผลต่อการใช้ประโยชน์อาหารและการเติบโตของกุ้งกุลาดำในระยะยาว
หมายเลข: 009702 KC4404070
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การเลี้ยงไส้เดือนแดง (Lumbricus rubella Hoffmeister ) โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อเป็นอาหารของสัตว์น้ำ

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009699&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ดวงนภา หลีสกุล; อนุชิต ชินาจริยวงศ์; สถาพร ดิเรกบุษราคม
ชื่อเรื่อง: การเลี้ยงไส้เดือนแดง (Lumbricus rubella Hoffmeister ) โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อเป็นอาหารของสัตว์น้ำ
Article title: Vermiculture of red worm (Lumbricus rubella Hoffmeister) with agricultural waste products for aquafeed
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 598-604
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: Q54-Feed composition
หมวดรอง: L01-Animal husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: LUMBRICUS RUBELLUS; VERMICULTURE; AGRICULTURAL WASTES; FEEDS; INGREDIENTS; GROWTH; CHEMICAL COMPOSITION
อรรถาภิธาน-ไทย: LUMBRICUS RUBELLUS; กาเพาะเลี้ยงไส้เดือน; ของเสียจากการเกษตร; อาหารสัตว์; ส่วนผสม; การเติบโต; องค์ประกอบทางเคมี
ดรรชนี-ไทย: ไส้เดือนแดง; การเลี้ยง; วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร; อาหารสัตว์น้ำ; สูตรอาหาร; การเจริญเติบโต; องค์ประกอบทางเคมี
บทคัดย่อ: ทำการเลี้ยงไส้เดือนแดง (Lumbricus rubellus Hoffmeister) ในห้องปฏิบัติการ โดยใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยอาหาร 4 สูตร ทดลองจำนวน 3 ซ้ำ ไส้เดือนแดงจะได้รับอาหารสูตรต่างๆ กัน (อัตราส่วนโดยน้ำหนัก เป็นกรัม) สูตรที่ 1 ประกอบด้วย เปลือกแตงโม:มะละกอ (1:1) สูตรที่ 2 รำ:กากน้ำตาล:ยีสต์ (1:1:0.01) สูตรที่ 3 กากปาล์ม:รำ:กากน้ำตาล:ยีสต์ (1:1:2:0.01) และสูตรที่ 4 กากปาล์ม:รำ:กากน้ำตาล:น้ำหมัก:ยีสต์ (1:1:2:0.25:0.01) ตามลำดับ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง 60 วัน สูตรอาหารที่ 1 (เปลือกแตงโมผสมกับมะละกอ) ให้น้ำหนักตัวรวมของไส้เดือนแดง จำนวนตัวและปริมาณสารคาร์โรทีนอยด์ มากที่สุด และแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารสูตรอื่นๆ ส่วนสูตรอาหารที่ 2, 3 และ 4 ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P มากกว่า 0.05) ในด้านน้ำหนักรวม จำนวนตัวและปริมาณสารคาร์โรทีนอยด์รวม องค์ประกอบทางเคมี (ความชื้น โปรตีนและเถ้า) ของไส้เดือนที่เลี้ยงในอาหารทั้ง 4 สูตร มีค่าใกล้เคียงกัน
หมายเลข: 009699 KC4404069
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การใช้หัวกุ้งป่นทดแทนปลาป่นในอาหารปลานิลแดงแปลงเพศ (Oreochromis niloticus x O. mosambicus)

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009698&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นพวรรณ ฉิ้มสังข์; นิฟารีซา เจ๊ะเล๊าะ; พรพิมล พิมลรัตน์; ชุติมา ตันติกิตติ
ชื่อเรื่อง: การใช้หัวกุ้งป่นทดแทนปลาป่นในอาหารปลานิลแดงแปลงเพศ (Oreochromis niloticus x O. mosambicus)
Article title: Use of shrimp head meal as artial substitute for fish meal in sex-reversed red Tilapia, Oreochromis niloticus x O. mosambicus, diet
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 589-597
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: Q54-Feed composition
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: OREOCHROMIS; FEEDS; INGREDIENTS; FISH MEAL; FEED MEALS; AQUACULTURE; GROWTH; FEED CONVERSION EFFICIENCY; PRODUCTION COSTS
อรรถาภิธาน-ไทย: OREOCHROMIS; อาหารสัตว์; ส่วนผสม; ปลาป่น; อาหารสัตว์ป่น; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การเติบโต; ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ; ต้นทุนในการผลิต
ดรรชนี-ไทย: ปลานิลแดงแปลงเพศ; หัวกุ้งป่น; ปลาป่น; อาหารสัตว์; สูตรอาหาร; การเพาะเลี้ยง; การเจริญเติบโต; ประสิทธิภาพการใช้อาหาร; ต้นทุนการผลิต
บทคัดย่อ: การทดลองใช้หัวกุ้งป่นเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนปลาป่นในอาหารสำหรับปลานิลแดงแปลงเพศน้ำหนักเฉลี่ยเริ่มต้น 3.13+- 0.05 เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ โดยอาหารทดลองมีทั้งหมด 6 สูตร สูตรที่ 1-5 เป็นอาหารที่มีโปรตีนจากหัวกุ้งป่นทดแทนโปรตีนจากปลาป่นในปริมาณ 0 , 25 , 50 , 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณโปรตีนจากปลาป่น ตามลำดับ ส่วนอาหารสูตรที่ 6 เป็น อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับปลาดุก จากข้อมูลการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารของปลาที่ได้รับอาหารแต่ละสูตร พบว่า ปลาที่ได้รับอาหารที่มีโปรตีนจากหัวกุ้งป่น ทดแทนโปรตีนจากปลาป่น 50 เปอร์เซ็นต์ ให้ค่าการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารไม่แตกต่างทางสถิติ (p มากกว่า 0.05) กับปลาที่ได้รับอาหารที่มีปลาป่นสูงสุด และมีต้นทุนอาหารต่อผลผลิตปลาต่ำกว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับปลาดุก
หมายเลข: 009698 KC4404068
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งของเกาะลอย จังหวัดชลบุรี ระหว่างปี 2540-2547

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009697&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มณฑล อนงค์พรยศกุล; ภูวดล โดยดี
ชื่อเรื่อง: การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งของเกาะลอย จังหวัดชลบุรี ระหว่างปี 2540-2547
Article title: Changed coastline in Loi Island, Chonburi province during 1997 to 2004
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 570-576
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: COASTS; SEA WATER; WATER CIRCULATION; REMOTE SENSING; SATELLITES; ISLANDS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ชายฝั่ง; น้ำทะเล; การหมุนเวียนของกระแสน้ำ; การสำรวจข้อมูลระยะไกล; ดาวเทียม; เกาะ; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ชายฝั่ง; น้ำทะเล; ความเร็วกระแสน้ำ; การเคลื่อนที่ของมวลน้ำ; การเปลี่ยนแปลง; ภาพถ่ายดาวเทียม; การสำรวจระยะไกล; เกาะลอย; จ.ชลบุรี
บทคัดย่อ: เกาะลอยเชื่อมต่อกับอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีด้วยสะพานที่ถูกสร้างขึ้น ชาวประมง และนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้ประโยชน์บนเกาะในหลายเหตุผล งานวิจัยนี้กระทำในช่วงระหว่างสิงหาคม 2547- มิถุนายน 2548 ข้อมูลหลายประเภทถูกนำมาใช้เพื่อช่วยการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ GIS vector data, remotely sensed data และความเร็วกระแสน้ำ จากผลการศึกษาพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งบริเวณเกาะลอยอยู่ตลอดเวลา และในปี 2544 พบการก่อสร้างสะพานเชื่อมต่ออันใหม่ระหว่างเกาะลอยและฝั่งศรีราชา ทำให้ปริมาณตะกอนแขวนลอยจำนวนมากกระจายตลอดแนวชายฝั่ง จากกิจกรรมของมนุษย์เกาะลอยมีขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งสามารถแปรได้จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม และแม้ว่าลักษณะของสะพานที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะเปลี่ยนแปลงไปแต่ลักษณะการเคลื่อนที่ของมวลน้ำยังมีทิศทางเหมือนเดิม แต่ขนาดความเร็วเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
หมายเลข: 009697 KC4404066
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การคัดเลือกสารยับยั้งจุลชีพจากสารสกัดฟองน้ำทะเล บริเวณหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด

Published กรกฎาคม 28, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=009695&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ฤทธิรงค์ พรหมมาศ; พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธุ์
ชื่อเรื่อง: การคัดเลือกสารยับยั้งจุลชีพจากสารสกัดฟองน้ำทะเล บริเวณหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด
Article title: Screening for antimicrobial substances of marine sponge extraction from the Chang Islands, Trad province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44 : สาขาประมง
Source title : Proceedings of 44th Kasetsart University Annual Conference : Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 44
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค.-2 ก.พ. 2549
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2549
หน้า: หน้า 562-569
จำนวนหน้า: 644 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L50-Animal physiology and biochemistry
หมวดรอง: L73-Animal diseases
หมวดรอง: H20-Plant diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SPONGES; EXTRACTS; EXTRACTION; ANTIMICROBIALS; ANTIMICROBIAL PROPERTIES; EFFICIENCY; DISEASE CONTROL; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ฟองน้ำ; สารสกัด; การสกัด; ยาต้านจุลชีพ; คุณสมบัติของยาต้านจุลชีพ; ประสิทธิภาพ; การควบคุมโรค; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ฟองน้ำทะเล; สารสกัด; การสกัด; สารยับยั้งจุลชีพ; การคัดเลือก; ประสิทธิภาพ; การรักษาโรค; หมู่เกาะช้าง; จ.ตราด
บทคัดย่อ: จากการศึกษาฟองน้ำทะเลที่เก็บจากบริเวณหมู่เกาะช้าง จ.ตราด 19 ชนิด ที่นำมาสกัดด้วย methanol-toluene (3:1 v/v) พบว่าสารสกัดจากฟองน้ำ 14 ชนิด (ร้อยละ 73.68) มีคุณสมบัติในการยับยั้งจุลชีพที่เป็นสาเหตุของโรคในมนุษย์ พืช และกุ้งทะเล โดยสารสกัดจากฟองน้ำทะเลที่มีคุณสมบัติยับยั้งจุลชีพที่น่าสนใจ ได้แก่ Chang01 เนื่องจากสามารถออกฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพได้ในวงกว้างถึง 11 ชนิด และยังเป็นสารสกัดชนิดเดียวที่สามารถยับยั้ง Enterococcus faecalis, Rolstonia solanacearum, Vibrio clolerae และ Vibrio flavialis ได้ ส่วนสารสกัดจากฟองน้ำ Chang08, Chang09, Chang17 และ Chang19 สามารถยับยั้งเชื้อรา Aspergillus niger, Microsporum gypseum และ Trichophyton mentagrophyte ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติการยับยั้งจุลชีพของสารสกัดจากฟองน้ำทะเล แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากฟองน้ำทะเลมาพัฒนาไปใช้ประโยชน์เป็นเวชภัณฑ์เพื่อรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทั้งในมนุษย์ พืช และกุ้งทะเลได้
หมายเลข: 009695 KC4404065
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

%d bloggers like this: