2550(2007)

All posts tagged 2550(2007)

ผลของโปรไบโอติก (Lactobacillus spp.) ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิด

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011256&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วรรณพร ฮุ้ยสกุล; ชลอ ลิ้มสุวรรณ; นิติ ชูเชิด; กัญญา ปัญญาชาติรักษ์
ชื่อเรื่อง: ผลของโปรไบโอติก (Lactobacillus spp.) ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิด
Article title: Effect of Lactobacillus spp. in close culture system of black tiger shrimp
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 245-253
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: Q55-Feed additives
หมวดรอง: P10-Water resources and management
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; POSTLARVAL STAGES; FEEDS; YIELDS; GROWTH; SURVIVAL; BACTERIA; WATER QUALITY
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; ระยะหลังการเป็นตัวอ่อน; อาหารสัตว์; ผลผลิต; การเติบโต; การอยู่รอด; แบคทีเรีย; คุณภาพน้ำ
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ; ระยะโพสลาวาร์; โปรไบโอติก; อาหารลูกกุ้ง; ผลผลิต; อัตราการรอดตาย; การเจริญเติบโต; ปริมาณแบคทีเรีย; ปริมาณโคโลนี; คุณสมบัติของน้ำ
หมายเลข: 011256 KC4504028
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

04 p37

ผลของ sodium nitrate base (Nutrilake) ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) ระบบปิด

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010473&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุธี วงศ์มณีประทีป; ชลอ ลิ้มสุวรรณ; นิติ ชูเชิด; วราห์ เทพาหุดี
ชื่อเรื่อง: ผลของ sodium nitrate base (Nutrilake) ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabricius) ระบบปิด
Article title: Effect of sodium nitrate base (Nutrilake) on raising black tiger shrimp (Penaeus monodon Fabricius) in a Closed System
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 254-263
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: P10-Water resources and management
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; POSTLARVAL STAGES; SODIUM NITRATE; YIELDS; SURVIVAL; NITRITES; PLANKTON
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; ระยะหลังการเป็นตัวอ่อน; โซเดียมไนเตรต; ผลผลิต; การอยู่รอด; ไนไตรต์; แพลงก์ตอน
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ; ลูกกุ้ง; ระยะโพสลาร์วา; ระบบปิด; โซเดียมไนเตรท; ผลผลิต; อัตราการรอดตาย; ปริมาณไนไตรท์; ปริมาณแพลงก์ตอน
บทคัดย่อ: การศึกษาผลของ sodium nitrate base (Nutrilake) ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิด ในบ่อทดลองใช้ Nutrilake สาดให้ทั่วบนดินพื้นบ่อที่เปียกชื้นในปริมาณ 10-40 กิโลกรัม/ไร่ ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของปริมาณสารอินทรีย์ ใช้เวลาในการย่อยสลายของสารอินทรีย์นานประมาณ 5-10 วัน จึงนำน้ำเข้าในบ่อและใช้ Nutrilake เติมในปริมาณ 3-5 กิโลกรัม/ไร่ หลังจากนั้น 5 วันจึงปล่อยลูกกุ้งระยะโพสลาร์วา 15 ที่อัตราความหนาแน่น 67,200 ตัวต่อไร่ (42 ตัว/ตารางเมตร) ในบ่อขนาด 3 ไร่ จำนวน 3 บ่อ และใช้ Nutrilake ในปริมาณ 2.0-2.5 กิโลกรัม/ไร่ ทุกสัปดาห์จนกระทั่งจับกุ้ง ส่วนบ่อควบคุมไม่ใช้ Nutrilake แต่มีการเตรียมบ่อแบบปกติและปล่อยกุ้งในอัตราความหนาแน่นเท่ากันในบ่อขนาดและจำนวนบ่อเท่ากับบ่อที่ใช้ Nutrilake เลี้ยงด้วยน้ำความเค็มระหว่าง 1.2-3.1 พีพีที หลังจากเลี้ยงนาน 125 วัน จึงจับกุ้ง พบว่า ผลผลิตและอัตราการรอดตายเฉลี่ยในบ่อทดลองที่ใช้ Nutrilake คือ 643+102.0 กิโลกรัม/ไร่ และ 61.6+12.36 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในบ่อควบคุมมีผลผลิตและอัตราการรอดเฉลี่ยต่ำกว่า คือ 481+124.7 กิโลกรัม/ไร่ และ 47.6+14.40 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญปริมาณไนไตรท์ของบ่อทดลองที่ใช้ Nutrilake มีค่าเฉลี่ย 0.05+0.061 มิลลิกรัม/ลิตร ต่ำกว่าบ่อควบคุมมีค่า 0.08+0.083 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ ชนิดของแพลงก์ตอนในบ่อทดลองและบ่อควบคุมคล้ายกัน ส่วนปริมาณแพลงก์ตอนในบ่อทดลอง มีค่าเฉลี่ยมากกว่าบ่อควบคุม ซึ่งมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ ในส่วนของค่าศักย์ไฟฟ้ารีดอกซ์ของพื้นบ่อในบ่อทดลองที่ใช้ Nutrilake จะมีค่าสูงกว่าบ่อควบคุม ซึ่งมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ จากการศึกษาครั้งนี้พบว่าการใช้ Nutrilake ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบระบบปิดสามารถลดปริมาณสารอินทรีย์ Nutrilake ยังเป็นธาตุอาหารสำคัญแก่แพลงก์ตอนพืชและเป็นแหล่งออกซิเจนให้กับจุลินทรีย์พื้นบ่อช่วยเพิ่มค่าศักย์ไฟฟ้าและลดการเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์
หมายเลข: 010473 KC4504029
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การศึกษาการติดเชื้อ Monodon Baculovirus, Hepatopancreatic Parvovirus และพยาธิสภาพของต่อมน้ำเหลืองในกุ้งกุลาดำที่มีขนาดแตกต่างกัน

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010729&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วรินธา วศินะเมฆินทร์; ชลอ ลิ้มสุวรรณ; นิติ ชูเชิด; วราห์ เทพาหุดี; เต็มดวง สมศิริ; เกศนี หลายสุทธิสาร; ตรีชฎา ด่านวัฒนานุสรณ์
ชื่อเรื่อง: การศึกษาการติดเชื้อ Monodon Baculovirus, Hepatopancreatic Parvovirus และพยาธิสภาพของต่อมน้ำเหลืองในกุ้งกุลาดำที่มีขนาดแตกต่างกัน
Article title: Study of Monodon Baculovirus, Hepatopancreatic Parvovirus and lymphoid organ pathology in various sizes of black tiger shirmp
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 564-573
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; POSTLARVAL STAGES; INFECTION; VIRUSES; HISTOPATHOLOGY; LYMPHATIC SYSTEM
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; ระยะหลังการเป็นตัวอ่อน; การติดเชื้อ; เชื้อไวรัส; จุลพยาธิวิทยา; ระบบน้ำเหลือง
ดรรชนี-อังกฤษ: MONODON BACULOVIRUS; HEPATOPANCREATIC PARVOVIRUS
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ; ระยะโพสลาร์วา; ความแคระแกร็น; การติดเชื้อไวรัส; ต่อมน้ำเหลือง
บทคัดย่อ: ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ 1 (กุ้งอายุ 49 วัน) กุ้งขนาดเล็ก (3-4 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 50 เปอร์เซ็นต์ HPV 30 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกุ้งขนาดกลาง (5-6 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 35 เปอร์เซ็นต์ HPV 5 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 20 เปอร์เซ็นต์ และกุ้งขนาดใหญ่ (7-8 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 25 เปอร์เซ็นต์ HPV 25 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลุ่มที่ 2 (กุ้งอายุ 98 วัน) กุ้งขนาดเล็ก (5-6 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 2.5 เปอร์เซ็นต์ HPV 40 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 37.5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับกุ้งขนาดกลาง (8-9 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 2.5 เปอร์เซ็นต์ HPV 65 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 17.5 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับกุ้งขนาดใหญ่ (13-14 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 5 เปอร์เซ็นต์ HPV 55 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 7.5 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มที่ 3 (กุ้งอายุ156 วัน) กุ้งขนาดเล็ก (7-8 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 0 เปอร์เซ็นต์ HPV 37.5 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกุ้งขนาดกลาง (11-12 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 0 เปอร์เซ็นต์ HPV 72.5 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 10 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับกุ้งขนาดใหญ่ (16-17 เซนติเมตร) พบการติดเชื้อ MBV 0 เปอร์เซ็นต์ HPV 75 เปอร์เซ็นต์ และ MBV ร่วมกับ HPV 0 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ผลการศึกษาทางพยาธิสภาพของต่อมน้ำเหลือง พบว่า ไม่มีความแตกต่างของปริมาณ spheroid ในต่อมน้ำเหลืองของกุ้งทุกขนาด การศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าปริมาณการติดเชื้อ MBV จะลดลง ส่วนปริมาณการติดเชื้อ HPV เพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาในการเลี้ยงกุ้งทุกขนาด อย่างไรก็ตามกุ้งขนาดเล็กพบการติดเชื้อ MBV ร่วมกับ HPV มากกว่ากุ้งขนาดกลางและขนาดใหญ่
หมายเลข: 010729 KC4504065
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ปรสิตและปริมาณแบคทีเรีย Vibrio spp. ในกุ้งขาวแวนาไม, Penaeus vannamei ที่เลี้ยงในบ่อดิน

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010728&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ชัยวุฒิ สุดทองคง; ธิดาพร ฉวีภักดิ์; ลิลา เรืองแป้น
ชื่อเรื่อง: ปรสิตและปริมาณแบคทีเรีย Vibrio spp. ในกุ้งขาวแวนาไม, Penaeus vannamei ที่เลี้ยงในบ่อดิน
Article title: Parasites and Vibrio flora of pacific white shrimp, Penaeus vannamei, culture in earthen ponds
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 280-292
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS VANNAMEI; AQUACULTURE; PARASITES; VIBRIO; WATER QUALITY
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS VANNAMEI; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; ปรสิต; VIBRIO; คุณภาพน้ำ
ดรรชนี-ไทย: กุ้งขาวแวนนาไม; บ่อดิน; ปรสิต; วิบริโอ; ปริมาณแบคทีเรีย; โคโลนี; คุณภาพน้ำ
บทคัดย่อ: การศึกษาปรสิตและปริมาณแบคทีเรียวิบริโอในกุ้งขาวแวนนาไม Penaeus vannamei ที่เลี้ยงในในบ่อดิน พบว่า ชนิด และปริมาณปรสิตในกุ้งขาวแวนนาไมที่ศึกษาตลอดระยะการเลี้ยงประกอบด้วย กลุ่มโปรโตซัวที่เกาะเนื้อเยื่อบริเวณซี่เหงือกรยางค์ขาว่ายน้ำและหาง ซึ่งจำแนกเป็น Zoothamnium spp. โดยมีความถี่ของการติดปรสิต (Incidence of infestation) อยู่ในช่วง 20-30 เปอร์เซ็นต์, 10-76.67 เปอร์เซ็นต์ และ 3.33-36.67 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ นอกจากนี้พบ Filamentous bacteria บริเวณรยางค์ขาว่ายน้ำ และหาง มีความถี่การติดเชื้อ อยู่ในช่วง 23.33-80.00 เปอร์เซ็นต์ และ 10.00-13.33 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนในตับอ่อน และลำไส้ตรวจไม่พบปรสิตชนิดของแบคทีเรียวิบริโอที่พบในตับ ตับอ่อน ลำไส้ และเลือดของกุ้งขาวแวนนาไม และน้ำในบ่อเลี้ยงจำแนกได้ 6 ชนิด แยกเป็นกลุ่มโคโลนีสีเหลืองได้แก่ Vibrio alginolyticus และ V.cholerae กลุ่มโคโลนีสีเขียวได้แก่ V. parahaemolyticus, V. vulnificus และV. mimicus ส่วนกลุ่มโคโลนีเรืองแสงจำแนกเป็น V. harveyi ปริมาณแบคทีเรียวิบริโอในตับ/ ตับอ่อนของกุ้งที่ศึกษา แบ่งเป็นกลุ่มโคโลนีสีเหลือง, เขียว และ เรืองแสง พบว่ามีจำนวนเฉลี่ย 5.83* 10**(3)-1.33*10**(5) cfu/g, 5.5*10-1.88*10**(5) cfu/g และ 0-1.12*10**(3) cfu/g ตามลำดับ ซึ่งปริมาณวิบริโอแต่ละกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P มากกว่าหรือเท่ากับ 0.05) วิบริโอในลำไส้ มีปริมาณเฉลี่ย 2.28*10**(3)-5.62*10**(7) cfu/g, 0-1.73*10**(6) cfu/g และ 0-7.27*10**(5) cfu/g ตามลำดับ ซึ่งพบว่ากลุ่มสีเหลืองมีปริมาณสูงกว่ากลุ่มเรืองแสงอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P มากกว่าหรือเท่ากับ 0.05) ปริมาณวิบริโอใน เลือดมีจำนวนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 0-2.6*10 cfu/ml, 0-8.2*10 cfu/ml และ 0-2.5*10 cfu/ml ตามลำดับ ซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P มากกว่าหรือเท่ากับ 0.05) ส่วนวิบริโอจากตัวอย่างน้ำในบ่อเลี้ยงมีปริมาณเฉลี่ย 7.0*10-1.86*10**(3) cfu/ml, 8.0*10-8.11*10**(2) cfu/ml และ 0-7.4*10 cfu/ml ตามลำดับโดยไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P มากกว่าหรือเท่ากับ 0.05) สำหรับคุณภาพน้ำที่ตรวจวัดตลอดระยะการศึกษาอยู่ในระดับปกติ ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ากุ้งทะเลทุกชนิดที่นำมาเลี้ยงในบ่อดินมีโอกาสที่จะรับเชื้อแบคทีเรียวิบริโอ เข้าไปในระบบหมุนเวียนภายในตัวกุ้งได้ในปริมาณใกล้เคียงกัน หากคุณภาพน้ำยังอยู่ในภาวะไม่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน กุ้งจะไม่แสดงอาการผิดปกติแต่อย่างใด สำหรับปรสิตนั้นมักจะพบโปรโตซัว Zoothamnium spp. เกาะติดบริเวณซี่เหงือกของกุ้งเสมอไม่ว่าจะเป็นกุ้งธรรมชาติหรือกุ้งเลี้ยง โดยอันตรายที่จะเกิดจากปรสิตกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณปรสิตในเหงือกและอายุกุ้ง แม้กุ้งขาวแวนนาไมจะเป็นกุ้งที่ถูกคัดเลือกพันธุ์ให้ปลอดเชื้อโรคบางชนิด และคาดว่าจะเลี้ยงง่ายไม่มีโรคเหมือนกุ้งพื้นเมืองของไทย แต่เมื่อนำมาเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเดียวกันกับกุ้งพื้นเมืองก็ทำให้มีโอกาสรับเชื้อโรคและปรสิตจนอาจมีอัตราการตายสูงได้หากขาดวิธีการฟาร์มจัดการที่ดี
หมายเลข: 010728 KC4504032
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

คาริโอไทป์ของปลา 6 ชนิดในวงศ์ Cyprinidae

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010553&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เกรียงไกร สีตะพันธุ์
ชื่อเรื่อง: คาริโอไทป์ของปลา 6 ชนิดในวงศ์ Cyprinidae
Article title: Karyotypes of sex fish species of the family Cyprinidae
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 749-758
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CYPRINIDAE; HAMPALA DISPAR; PUNTIUS; MORULIUS CHRYSOPHEKADION; KARYOTYPES; CHROMOSOMES
อรรถาภิธาน-ไทย: CYPRINIDAE; HAMPALA DISPAR; PUNTIUS; MORULIUS CHRYSOPHEKADION; คารีโอไทป์; โครโมโซม
ดรรชนี-ไทย: ปลากระสูบจุด; ปลากระแห; ปลาตะเพียนขาว; ปลาตะเพียนทราย; ปลากาดำ; ปลาไส้ตัน; คาริโอไทป์; โครโมโซม
บทคัดย่อ: การศึกษาคาริโอไทป์ของปลา 6 ชนิดในวงศ์ Cyprinidae ได้แก่ ปลากระสูบจุด (Hampala disper) ปลากระแห (Barbodes schwanenfeldi) ปลาตะเพียนขาว (B. gonionotus) ตะเพียนทราย (Puntius brevis) ปลากาดำ (Morulius chrysophekadian) และปลาไส้ตัน (Cyclocheilicthys repasson) พบว่า ปลาตะเพียนทรายมีจำนวนโครโมโซม 2n=48 ที่เหลือ 5 ชนิด มีจำนวนโครโมโซม 2n=50 ประกอบด้วยกลุ่มโครโมโซมชนิดต่างๆ ดังนี้ คือ 3m+3sm+11st+8a (ปลากระสูบจุด), 3m+3sm+7st+12a (ปลากระแห), 1m+2sm+5st+17a (ปลาตะเพียนขาว), 1m+3st+20a (ตะเพียนทราย), 2m+5sm+7st+11a (ปลากาดำ) และ 4m+5sm+6st+10a (ปลาไส้ตัน) ข้อมูลด้านเซลล์พันธุศาสตร์ของปลาทั้ง 6 ชนิดนี้ อาจมีประโยชน์ต่อการศึกษาเซลล์อนุกรมวิธาน ความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของปลาและเป็นพื้นฐานของการศึกษาลักษณะทางจีโนมของปลาในวงศ์ Cyprinidae
หมายเลข: 010553 KC4504086
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

คาริโอไทป์ของปลาจาด จาด ปากเปลี่ยน และสร้อยน้ำเงินที่พบในประเทศไทย

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010552&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ธวัช ดอนสกุล; อัจฉริยา รังษิรุจิ; วิเชียร มากตุ่น
ชื่อเรื่อง: คาริโอไทป์ของปลาจาด จาด ปากเปลี่ยน และสร้อยน้ำเงินที่พบในประเทศไทย
Article title: Karyotypes of four cyprinid fishes: Poropuntius normani, Hypsibarbus malcolmi, Scaphognathops bandanensis and Henicorhynchus caudiguttatus from Thailand
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 740-748
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SCAPHOGNATHOPS BANDANENSIS; CYPRINIDAE; KARYOTYPES; CHROMOSOMES; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: SCAPHOGNATHOPS BANDANENSIS; CYPRINIDAE; คารีโอไทป์; โครโมโซม; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ปลาจาด; ปลาปากเปลี่ยน; ปลาสร้อยน้ำเงิน; คาริโอไทป์; โครโมโซม; ประเทศไทย
บทคัดย่อ: การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาคาริโอไทป์ของปลาจาด P. normani ปลาจาด H. malcolmi ปลาปากเปลี่ยน S. bandanensis และปลาสร้อยน้ำเงิน He. caudiguttatus ที่พบในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าปลาจาด P. normani มีโครโมโซม 2n = 50 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 5 คู่ ซับเมทาเซนทริก 6 คู่ และอะโครเซนทริก 14 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 72 ปลาจาด H. malcolmi มีโครโมโซม 2n = 50 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 5 คู่ ซับเมทาเซนทริก 2 คู่ และอะโครเซนทริก 18 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 64 ปลาปากเปลี่ยน S. bandanensis มีโครโมโซม 2n = 50 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 5 คู่ ซับเมทาเซนทริก 3 คู่ และอะโครเซนทริก 17 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 64 ปลาสร้อยน้ำเงินมีโครโมโซม 2n = 50 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 6 คู่ ซับเมทาเซนทริก 5 คู่ ซับเทโลเซนทริก 1 คู่ และอะโครเซนทริก 13 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 72
หมายเลข: 010552 KC4504085
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

คาริโอไทป์ของปลาแค้วัว แค้ควาย แค้งู และแค้ติดหินสามแถบที่พบในประเทศไทย

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010551&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อัจฉริยา รังษิรุจิ; วิเชียร มากตุ่น; ธวัช ดอนสกุล
ชื่อเรื่อง: คาริโอไทป์ของปลาแค้วัว แค้ควาย แค้งู และแค้ติดหินสามแถบที่พบในประเทศไทย
Article title: Karyotypes of four sisorid catfishes: Bagarius bagarius, B. yarrelli, B. suchus and Glyptothorax trilineatus from Thailand
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 732-739
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: BAGARIUS BAGARIUS; SISORIDAE; KARYOTYPES; CHROMOSOMES; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: BAGARIUS BAGARIUS; SISORIDAE; คารีโอไทป์; โครโมโซม; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ปลาแค้วัว; ปลาแค้ควาย; ปลาแค้งู; ปลาแค้ติดหินสามแถบ; คาริโอไทป์; โครโมโซม; ประเทศไทย
บทคัดย่อ: การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาคาริโอไทป์ของปลาแค้วัว Bagarius bagarius ปลาแค้ควาย B. yarrelli ปลาแค้งู B. suchus และปลาแค้ติดหินสามแถบ Glyptothorax trilineatus ที่พบในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าปลาแค้วัวมีโครโมโซม 2n = 56 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 8 คู่ ซับเมทาเซนทริก 5 คู่ ซับเทโลเซนทริก 1 คู่ และอะโครเซนทริก 14 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 82 ปลาแค้ควายมีโครโมโซม 2n = 56 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 7 คู่ ซับเมทาเซนทริก 10 คู่ ซับเทโลเซนทริก 3 คู่ และอะโครเซนทริก 8 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 90 ปลาแค้งูมีโครโมโซม 2n = 56 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 8 คู่ ซับเมทาเซนทริก 8 คู่ ซับเทโลเซนทริก 2 คู่ และอะโครเซนทริก 10 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 88 ปลาแค้ติดหินสามแถบมีโครโมโซม 2n = 62 คาริโอไทป์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมทาเซนทริก 8 คู่ ซับเมทาเซนทริก 6 คู่ ซับเทโลเซนทริก 1 คู่ และอะโครเซนทริก 16 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 90
หมายเลข: 010551 KC4504084
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ชีววิทยาการขยายพันธุ์บางประการของปลาหลด กรณีศึกษาในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010550&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สำเนาว์ เสาวกูล; หทัยรัตน์ เสาวกูล
ชื่อเรื่อง: ชีววิทยาการขยายพันธุ์บางประการของปลาหลด กรณีศึกษาในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์
Article title: Some aspects on reproductive biology of spotted spiny eel (Macrognathus siamensis, Gunther, 1861) case study in Surin and Buriram provinces, Thailand
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 722-731
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L53-Animal physiology – Reproduction
หมวดรอง: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FISHES; SEXUAL MATURITY; SEXUAL DIMORPHISM; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ปลา; ความสมบูรณ์ทางเพศ; ลักษณะที่แตกต่างกันทางเพศ; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ปลาหลด; ชีววิทยา; การขยายพันธุ์; ลักษณะเพศภายนอก; ค่าดัชนีความสมบูรณ์เพศ; จ.สุรินทร์; จ.บุรีรัมย์
บทคัดย่อ: ศึกษาชีววิทยาการขยายพันธุ์บางประการของปลาหลดกรณีศึกษาในจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม 2548 พบว่าลักษณะเพศภายนอกที่ปรากฏ ปลาหลดเพศผู้และเพศเมียมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกันมาก แต่จะสังเกตได้ง่ายในตัวเต็มวัยโดยเฉพาะในฤดูกาลสืบพันธุ์ คือ เพศเมียมีอวัยวะเพศ เป็นติ่งยื่นออกมา ส่วนเพศผู้ไม่มีติ่งเพศ อัตราส่วนระหว่างเพศผู้ต่อเพศเมียเฉลี่ยตลอดทั้งปีมีค่าเท่ากับ 1.6:1.0 ส่วนการพัฒนาการของอวัยวะสืบพันธุ์ของปลาหลดเพศผู้และเพศเมีย ทั้งน้ำเชื้อและไข่ของปลา หลดจะพัฒนาเข้าสู่ ระยะที่ 5 และ 6 เป็นระยะที่รังไข่และถุงน้ำเชื้อขยายใหญ่จนเต็มช่องท้อง ถุงน้ำเชื้อมีสีขาวสามารถรีดน้ำเชื้อได้ และไข่มีลักษณะกลมใสและสุกพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้จะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม ค่าดัชนีความสมบูรณ์เพศ (Gonadosomatic index, G.S.I) ของปลาหลดเพศผู้และเพศเมียจะมีค่าสูงสุด ในเดือนกรกฎาคม โดยมีค่าเท่ากับ 4.24+-0.86 และ 11.67+-2.99 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และมีค่าต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีค่าเท่ากับ 0.12+-0.08 และ 2.15+-0.93 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ค่าสัมประสิทธิ์ความสมบูรณ์เพศ (Coefficient of condition,K) ของปลาหลดเพศผู้มีค่าสูงสุดในเดือนกรกฎาคม และมีค่าต่ำสุดในเดือนธันวาคม โดยมีค่าเท่ากับ 0.4551 และ 0.3920 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนค่าสัมประสิทธิ์ความสมบูรณ์เพศของปลาหลดเพศเมียมีค่าสูงสุดในเดือนมิถุนายน และมีค่าต่ำสุดในเดือนธันวาคม โดยมีค่าเท่ากับ 0.4551 และ 0.4037 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ไข่ปลาหลดมีพัฒนาการจนฟักเป็นตัวใช้เวลาประมาณ 2 วัน และปลาหลดวัยอ่อนมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะเหมือนตัวเต็มวัยเมื่ออายุ 20 วัน
หมายเลข: 010550 KC4504083
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาหลด

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010549&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: หทัยรัตน์ เสาวกูล; สำเนาว์ เสาวกูล
ชื่อเรื่อง: การเพาะพันธุ์และการอนุบาลปลาหลด
Article title: Breeding and nursing of spotted spiny eel (Macrognathus siamensis, Gun ther,1861)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 712-721
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FISHES; AQUACULTURE; ARTIFICIAL INSEMINATION; HORMONES; FISH FEEDING; SURVIVAL; DENSITY
อรรถาภิธาน-ไทย: ปลา; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การผสมเทียม; ฮอร์โมน; การให้อาหารปลา; การอยู่รอด; ความหนาแน่น
ดรรชนี-ไทย: ปลาหลด; การเพาะพันธุ์; การอนุบาล; วิธีเลียนแบบธรรมชาติ; การผสมเทียม; ฮอร์โมน; การให้อาหาร; อัตราการรอดตาย; ความหนาแน่น
บทคัดย่อ: การศึกษาการเพาะพันธุ์ และการอนุบาลปลาหลด การศึกษาการเพาะพันธุ์ปลาหลดโดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติ และการผสมเทียมเพื่อหาอัตราความเข้มข้นของฮอร์โมนที่เหมาะสมในการเพาะพันธุ์ โดยแบ่งกลุ่มการทดลองออกเป็น 5 กลุ่มการทดลองๆ ละ 3 ซ้ำ ได้แก่ เข็มที่ 1 ใช้ Suprefact ในอัตราความเข้มข้น 5, 10, 15, 20 และ 25 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม ร่วมกับ Motilium 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม เข็มที่ 2 ใช้ Suprefact ในอัตราความเข้มข้น 10, 20, 30, 40 และ 50 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม ร่วมกับ Motilium 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม พบว่าระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน Suprefact ที่ฉีดแม่พันธุ์ปลาหลด ในเข็มที่ 1 และ 2 ที่ระดับ 25 และ 50 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม ร่วมกับ Motilium 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักปลา 1 กิโลกรัม มีผลให้แม่ปลาหลดวางไข่ได้สูงสุด (P น้อยกว่า 0.05) การศึกษารูปแบบ การให้อาหารที่เหมาะสมในการอนุบาล ลูกปลาหลดอายุ 1-14 วัน โดยอนุบาลด้วย 1) ไข่แดงต้มบดละเอียดระหว่างอายุ 1-14 วัน 2) ไข่แดงต้มบดละเอียดระหว่างอายุ 1-7 วัน และโรติเฟอร์ระหว่างอายุ 8-14 วัน 3) ไข่แดงต้มบดละเอียดระหว่างอายุ 1-7 วัน และไรแดงระหว่างอายุ 8-14 วัน 4) โรติเฟอร์ระหว่างอายุ 1-7 วัน และไรแดงระหว่างอายุ 8-14 วัน 5) โรติเฟอร์ระหว่างอายุ 1-14 วัน 6) ไรแดงระหว่างอายุ 1-14 วัน พบว่าการให้ไรแดงระหว่างอายุ 1-14 วัน จะทำให้ลูกปลามีอัตราการรอดตายสูงสุดเท่ากับ 95.33+-1.53 เปอร์เซ็นต์ และลูกปลา ที่ได้รับไข่แดงต้มเป็นอาหารมีอัตราการรอดตายต่ำสุด เท่ากับ 13.33+-0.58 เปอร์เซ็นต์ การศึกษาความหนาแน่นที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกปลาหลดขนาด 1 นิ้ว เป็นขนาด 2 นิ้ว ในตู้กระจกที่ความหนาแน่นต่างกัน 5 ระดับ ได้แก่ 2,4, 6, 8 และ 10 ตัวต่อลิตร ทำการทดลองเลี้ยงปลาหลดให้มีขนาดเพิ่มขึ้นจาก 1 นิ้ว เป็นขนาด 2 นิ้ว ใช้ระยะเวลา 60 วัน โดยให้ไรแดงเป็นอาหาร และพบว่าที่ระดับความหนาแน่น 2 ตัวต่อลิตร ลูกปลาจะมีน้ำหนักและความยาวเฉลี่ยสูงสุดมีค่าเท่ากับ 710.00+-2.00 มิลลิกรัม และ 6.20+-0.03 เซนติเมตร ตามลำดับ และที่ระดับความหนาแน่น 10 ตัวต่อลิตร ลูกปลาจะมีน้ำหนักและความยาวเฉลี่ยต่ำสุด มีค่าเท่ากับ 282.67+-2.08 มิลลิกรัม และ 4.45+-0.04 เซนติเมตร ตามลำดับ
หมายเลข: 010549 KC4504082
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การเปรียบเทียบวิธีวิเคราะห์ปริมาณแคโรทีนอยด์ของสาหร่ายยูกลีนา (Euglena sanguinea Ehrenberg)

Published สิงหาคม 15, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=010548&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ขจรเกียรติ์ แซ่ตัน; พัชรินทร์ พรมจันทร์ตา; จงกล พรมยะ
ชื่อเรื่อง: การเปรียบเทียบวิธีวิเคราะห์ปริมาณแคโรทีนอยด์ของสาหร่ายยูกลีนา (Euglena sanguinea Ehrenberg)
Article title: Comparative of analytical methods of carotenoid content of Euglena sanguinea Ehrenberg
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 45th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 45
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 30 ม.ค. – 2 ก.พ. 2550
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2550
หน้า: หน้า 705-711
จำนวนหน้า: 786 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: EUGLENA; USES; AQUACULTURE; CAROTENOIDS
อรรถาภิธาน-ไทย: EUGLENA; การใช้; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; คาโรตีนอยด์
ดรรชนี-ไทย: สาหร่ายยูกลีนา; การใช้ประโยชน์; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; ปริมาณแคโรทีนอยด์
บทคัดย่อ: วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาเบื้องต้นถึงแนวทางการใช้ประโยชน์จากสาหร่ายยูกลีนา สปีชีส์ Euglena sanguinea ที่มักเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเชิงพาณิชย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำการวิเคราะห์ปริมาณแคโรทีนอยด์ ด้วย 3 วิธี คือ Foss et al. (1984), KMUTT (2001) และ Sommer (1992) ผลการศึกษาพบสาหร่ายยูกลีนามีปริมาณแคโรทีนอยด์เฉลี่ย 0.5497+0.0044, 3.5906+0.5147 และ 4.0603+1.0308 mg/g cell dry weight ตามลำดับ ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยก็จะเป็นข้อมูลพื้นฐานอีกข้อมูลหนึ่งในการศึกษาเบื้องต้นถึงแนวทางการใช้ประโยชน์สาหร่ายยูกลีนาสปีชีส์ E. sanguinea ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่อไปในอนาคตได้อย่างเหมาะสมถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด
หมายเลข: 010548 KC4504081
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

%d bloggers like this: