IT Update

All posts tagged IT Update

‘ทรู’ ปักธงลุย ‘4จี แอดวานซ์’ หวังขยายฐานลูกค้าพร้อมสร้างรายได้

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/552123

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธ.ค. 2558 15:25

 

กลุ่มทรู ประกาศลงทุน 5.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้บริการ 4จี พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการแบบ 4จี แอดวานซ์ มั่นใจคลื่นความถี่เยอะสุดในบรรดาผู้ให้บริการ สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ครอบคลุม…

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2558 นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ดีของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ซึ่งกลุ่มทรูวางแผนครองความเป็นผู้นำอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สายด้วยความถี่ที่หลากหลายและจำนวนแบนด์วิธที่มากที่สุด 55 เมกะเฮิรตซ์ บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ (จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์), 900 เมกะเฮิรตซ์ (จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์), 1800 เมกะเฮิรตซ์ (จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์), 2100 เมกะเฮิรตซ์ (จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์) โดยเตรียมงบประมาณลงทุนไว้ราว 55,000 ล้านบาท สำหรับการให้บริการ 4จี

“การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์นี้แต่ละรายมีเป้าหมายแตกต่างกัน โดยทรูมีเป้าหมายที่จะสร้างการเติบโตทั้งด้านลูกค้าและรายได้ ขณะที่อีก 2 ผู้ให้บริการหลักอาจจะต้องการประมูลเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ทำให้การชนะประมูลคลื่นนี้เป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาด และสิ่งสำคัญในการแข่งขันด้านโทรคมนาคมก็คือโครงข่ายและบริการที่ดี ดังนั้นการลงทุนในเรื่องคลื่นความถี่จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ส่วนราคาประมูลนั้นยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการชำระอย่างแน่นอน เนื่องจาก กสทช. มีกำหนดการแบ่งชำระค่อนข้างดี ประกอบกับโอกาสทางการเติบโตจากบริการ 4จีในอนาคต เชื่อว่าภายใน 5 ปีจากนี้ บริษัทจะสามารถสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 34% จากปัจจุบัน 20% ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้นำ 3 รายของอุตสาหกรรม โดยบริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องอันดับในตลาด แต่เน้นสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้น”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ในครั้งนี้ กลุ่มทรูดำเนินการและตัดสินใจด้วยความไม่ประมาท และเชื่อว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างตรงใจ ทำให้ไม่กังวลในเรื่องการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเนื่องจากบริษัทมีคลื่นความถี่จำนวนมากเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่นในตลาด เนื่องจากคลื่นความถี่ดังกล่าวเป็นคลื่นที่มีคุณภาพในการให้บริการ โดยสามารถให้บริการได้เป็นพื้นที่กว้างและยังประหยัดการลงทุนมากกว่าคลื่นอื่นๆ ส่วนความร่วมมือกับบริษัทไชน่า โมบายล์ นั้น บริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่เชื่อว่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการได้

สำหรับคลื่นความถี่จำนวน 55 เมกะเฮิรตซ์ ที่บริษัทมีอยู่นั้นเชื่อว่าจะทำให้สามารถสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าได้ครบทุกความต้องการใช้งาน รวมถึงบริการ 4จี ที่มีแนวโน้มความต้องการใช้งานเป็นจำนวนมาก รวมถึงการเติบโตของเทรนด์การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์และคอนเทนต์บนอุปกรณ์โมบายล์ ส่วนตลาดโทรคมนาคมของไทยในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าราว 240,000 ล้านบาท

“กลุ่มทรูตั้งเป้าเป็นผู้ให้บริการ 4จี แอดวานซ์ (4G Advance) รายแรกในประเทศไทย ซึ่งมองว่าการเป็นผู้ให้บริการในรูปแบบแอดวานซ์ได้นั้น จำเป็นต้องมีคลื่นความถี่ไม่ตำ่กว่า 40 เมกะเฮิรตซ์ โดยกลุ่มทรูก็มีความพร้อมในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ คาดว่าการเติบโตด้านการใช้บริการ 4จี ก็จะเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 50-100% ต่อปีอีกด้วย”.

 

โฆษณา

ที่สุดของปี 2015! แอปเปิลเปิดโผ ‘แอพ-เพลง’ ฮิต ครองใจคนไทย

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551807

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธ.ค. 2558 13:05

 

แอปเปิล เปิดสถิติแอพพลิเคชั่นและเพลงยอดนิยมของคนไทย จากการใช้งานไอโฟนและไอแพดตลอดปี แอพแต่งภาพ เกม และเพลงฮิต ติดอันดับเพียบ…

เพื่อส่งท้ายช่วงเวลาเก่าและเตรียมตัวเข้าสู่ปีใหม่… แอปเปิลได้ประกาศApple’s Best of 2015 ซึ่งได้มีการคัดเลือกเพลง แอพพลิเคชั่น รายการทีวี ภาพยนตร์ หนังสือ และพอดแคสต์ ที่ได้รับความนิยมและมียอดดาวน์โหลดเป็นจำนวนมาก ผ่าน App Store และ iTunes Store ตลอดปี 2015 เพื่อเฉลิมฉลองถึงผลงานที่มีความสร้างสรรค์และสามารถครองใจผู้ใช้งานทั้งบนไอโฟนและไอแพด

สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมบน App Store จากผู้ใช้งานชาวไทย ได้แก่…

Enlight
กลายเป็นแอพที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ไอโฟนชาวไทย จากความสามารถในการตกแต่งภาพ ซึ่งทำได้ตั้งแต่เติมคำบรรยายไปจนถึงแต่งภาพอาร์ต แอพแต่งรูปอันแสนมหัศจรรย์นี้ช่วยให้คุณปรับแต่งรูปได้ดั่งใจไม่ว่าสไตล์ไหน รวมถึงให้คุณเก็บภาพตลอดขั้นตอนการปรับแต่ง

แอพพลิเคชั่น… ที่สมาร์ทดีไวซ์ต้องมีใช้งานทุกเครื่อง

Lara Croft GO
เกมลุ้นระทึกไปกับการฝ่าด่าน Tomb Raider บนดีไซน์คุณภาพและสวยงาม จนทำให้ได้รับตำแหน่งสุดยอดเกมแห่งปี

Simple Machines
ครองใจผู้ใช้ไอแพดชาวไทยจนได้อันดับแอพแห่งปี กับความสนุกที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้การทำงานของกลไกและพลังของเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ

Implosion
เกมกราฟฟิกคอนโซลคุณภาพที่มีความลื่นไหล กับช่วงเวลาแห่งการเอาคืน จนทำให้กลายเป็นแอพเกมแห่งปี 2015 ของผู้ใช้ไอแพดชาวไทย

และสำหรับเพลงยอดนิยมของคนไทย จากการใช้งานบน iTunes Store ได้แก่…

Mom & Popshop by 25 Hours
อัลบั้มที่ดีที่สุด กับผลงานอัลบั้มแรกของกลุ่มศิลปิน 25 Hours กับค่าย GMM Grammy ที่เหนือความคาดหมายของแฟนเพลง นำพาให้ 25 Hours ก้าวไปอีกขั้นและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเพลงไทย

ดาวน์โหลดแอพได้หลากหลาย ทั้งความบันเทิง การทำงาน และแอพทั่วไป

P./Again by DCNXTR
การเติบโตของ EDM ในเมืองไทยผลักดันให้ศิลปิน electronic มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อให้โดนใจชาวคลับ DCNXTR ภายใต้ผลงานชิ้นโบว์แดงอย่าง P./Again จนครองอันดับ Best Song ในปี 2015

The Parkinson
กลายเป็น Best New Artist ศิลปินหน้าใหม่ที่ดีที่สุดแห่งปี ด้วยเสียงร้องที่ไพเราะ จังหวะที่นุ่มนวล และทำนองเพลงที่สวยงาม

Polycat
รับตำแหน่ง Best Artist ของปี ด้วยความโดดเด่นของผลงาน กับแนวเพลงอินดี้ป๊อปและอิเล็กโทรนิคซาวด์ที่มาพร้อมคำร้องโดนใจวัยรุ่น จนทำให้ผลงานเพลงของ Polecat ได้รับความนิยมและไต่ขึ้นสู่อันดับ 1 ของคลื่นวิทยุอยู่เสมอ.

 

เมาไม่ต้องขับ! แค่วัดระดับแอลกอฮอล์แล้วบอก แท็กซี่ส่งฟรีถึงบ้าน

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551049

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ธ.ค. 2558 12:05

 

Uber ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดตัว UberSAFE หวังลดอัตราคนเมาแล้วขับในช่วงปีใหม่ เชิญนักดื่มมาเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์พร้อมจัดรถส่งฟรีในระยะค่าโดยสาร 200 บาท…

ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริง เตรียมต้อนรับปีปฏิทินใหม่เช่นนี้…ปฏิเสธไม่ได้ว่าถึงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ดื่ม กิน หลังจากเหนื่อยกับงานและผ่านปัญหาต่างๆ มาตลอดปี คนส่วนใหญ่จึงเลือกช่วงเวลานี้เพื่อปลดปล่อยความทุกข์และสร้างสรรค์ความสนุกสนานอย่างเต็มที่

แต่ภายใต้บรรยากาศสนุกสนานนั้น หลายครั้ง…ก็มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย ขับรถด้วยตนเองทั้งที่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ทั้งที่ดื่มน้อย ดื่มมาก แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อแอลกอฮอล์เข้าร่างกายแล้ว ล้วนทำให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายต่อตนเองและคนรอบข้างได้ทั้งสิ้น

ล่าสุด อูเบอร์ ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อหวังลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะในช่วงเทศกาล โดยได้นำเทคโนโลยีเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์แบบดิจิตอลไปตั้งในแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีในย่านทองหล่อ ระหว่างเดือนธันวาคมและมกราคมปีหน้า ซึ่งอูเบอร์จะให้บริการส่งผู้โดยสารกลับบ้านโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (ภายในวงเงินค่าโดยสาร 200 บาท) โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 3 ในโลก ที่เริ่มใช้จุดบริการดังกล่าวถัดจากประเทศแคนาดา และเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีสถิติผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่มีสาเหตุมาจากการดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด เป็นอันดับ 2 ของโลก จากการรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า 26% ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากการเมาแล้วขับ รวมถึงช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งเป็นช่วงกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่เดินทางกลับบ้านหลังจากดื่มสังสรรค์

นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการ มูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2558 พบว่ามีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรถึง 341 ราย บาดเจ็บ 3,117 ราย สาเหตุประการสำคัญเกิดจากการเมาแล้วขับ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นการบรรลุวัตถุประสงค์ในการทำให้ถนนมีความปลอดภัย

นายชาน พาร์ค ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อูเบอร์ กล่าวว่า มีหลายชีวิตที่ต้องสูญเสียไปจากผู้ที่เมาแล้วขับ ซึ่งผู้ที่ต้องการเดินทางสามารถเรียกรถอูเบอร์ให้ไปส่งยังจุดหมายที่ต้องการเพียงแตะปุ่ม เชื่อว่าบริการแบบนี้มีส่วนช่วยหยุดปัญหาดังกล่าวได้ ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิเมาไม่ขับ กองบังคับการตำรวจจราจร และผู้ประกอบการในย่านทองหล่อครั้งนี้ เราอยากรณรงค์ให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ และผู้ที่มาเยือนเกิดความรับผิดชอบและใช้ประโยชน์จากทางเลือกใหม่อย่างเทคโนโลยีบริการรับ-ส่ง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง

พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส ผู้กำกับการกองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า เทคโนโลยีตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดด้วยวิธีเป่าลมหายใจจะมีส่วนช่วยให้ผู้ที่ดื่มเกิดความตระหนักถึงอันตรายจากการมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าระดับที่กฎหมายกำหนด อันจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้ดื่มทราบถึงระดับแอลกอฮอล์ได้ก่อนที่จะเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย เป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์.

 

เอาใจสาวก! เอชพี ส่งโน้ตบุ๊กรุ่นพิเศษ รับ Star Wars: อุบัติการณ์แห่งพลัง

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/550953

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2558 16:01

 

เอชพี เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่น Star Wars Special Edition มอบความพิเศษแก่แฟนๆ ทั่วโลก ที่รอคอยการกลับมาของ ‘Star Wars: อุบัติการณ์แห่งพลัง’ กับคอนเทนต์พิเศษ กับดีไซน์ที่เติมเต็มพลังด้านมืดของผู้ใช้งาน กับวอลเปเปอร์รูป ไค โลเรน…

นายเควิน ฟรอสท์ รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เอชพี กล่าวว่า เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษ ให้กับแฟนๆ Star Wars เอชพี ได้ร่วมมือกับ ดีสนีย์ และลูคัสฟิล์ม ในฐานะผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์พีซีเพียงรายเดียวที่ได้ผลิตโน้ตบุ๊กรุ่นพิเศษต้อนรับการกลับมาของภาพยนตร์ Star Wars โดยความร่วมมือดังกล่าวทำให้เอชพีสามารถเข้าถึงคลังสื่อของลูคัสฟิล์ม ลูกค้าจึงสามารถตั้งค่า สกรีนเซฟเวอร์ พื้นหลังของเดสก์ท็อป และเสียงประกอบ ในโน้ตบุ๊กเอชพี รุ่น Star Wars Special Edition ตามความชอบได้อย่างเต็มที่ โดยโน้ตบุ๊กรุ่นนี้ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากสมรภูมิรบในจักรวรรดิกาแลกติก โดยที่บนบานพับของโน้ตบุ๊ก ถูกสลักด้วยฟอนต์อักษร Aurebesh ที่เป็นภาษาเฉพาะที่ใช้ในภาพยนตร์ และภาพทหารสตอร์มทรูปเปอร์ (Stormtroopers) ตัวละครไอคอนของ Star Wars บนแผงคีย์บอร์ด ส่วนของทัชแพดนั้นดีไซน์ให้คล้ายกับหน้าจอระบบนำทางบนยานรบ Star Fighter และไฟใต้ปุ่มคีย์บอร์ดให้เป็นสีแดงเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบในการสื่อถึงพลังของด้านมืด

ไฟใต้ปุ่มคีย์บอร์ดให้เป็นสีแดง คล้ายแผงควบคุมยานสตาร์ไฟท์เตอร์

โน้ตบุ๊กเอชพีรุ่น Star Wars Special Edition ได้รับการออกแบบให้สามารถพกพาได้อย่างคล่องตัวและเพียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพ ต่างๆ สามารถรองรับการใช้งานได้ยาวนานด้วยประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ถึง 7 ชั่วโมง และจอภาพ แบบ Full HD ขนาด 15.6 นิ้ว  หน่วยประมวลผล Intel Core i5 รุ่นที่ 6 ฮาร์ดดิสก์มีความจุถึง 1 TB และแรมที่มากถึง 8 GB พร้อมด้วยตัวเลือกของหน่วยประมวลผลภาพที่เลือกได้ระหว่าง Intel HD Graphics 520 หรือ NVIDIA GeForce 940M มาพร้อมกับออปติคอลไดรฟ์ เพื่อให้สามารถรับชม Star Wars ได้ทุกภาค และขุมพลังเสียงจาก B&O Play และระบบลำโพงคู่ ที่พร้อมมอบประสบการณ์ของสุดยอดคุณภาพเสียงสำหรับการดูหนังและฟังเพลง นอกจากนี้ แฟนคลับยังสามารถซื้อ เมาส์ไร้สายดีบางไซน์โฉบเฉี่ยว รุ่น Star Wars Special Edition และ กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก รุ่น Star Wars Special Edition เพื่อเติมเต็มขุมพลังด้านมืดของโน้ตบุ๊กได้อีกด้วย

โน้ตบุ๊กเอชพี รุ่น Star Wars Special Edition พร้อมที่จะให้แฟนๆ ได้สัมผัสกับประสบการณ์หนึ่งเดียวที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ คอนเทนต์ และเสียงสุดพิเศษบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 โดยผู้ใช้สามารถคลิกที่ Imperial Cog ซึ่งเป็นไอคอนบนเดสก์ท็อป เพื่อเข้าสู่ Star Wars Command Center สำหรับการค้นหาธีมและรูปภาพในแกลเลอรี่ของโน้ตบุ๊กเอชพี รุ่น Star Wars Special Edition ซึ่งสามารถเข้าไปชมคอลเลกชั่นพิเศษต่างๆ ของภาพยนตร์ Star Wars ในช่วงเวลา 40 ปีที่ผ่านมา มากกว่า 1,100 รูปภาพ ในส่วนของคอนเทนต์ในคอลเลกชั่นนั้น ประกอบไปด้วย รูปเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์ สตอรี่บอร์ด รูปภาพอาร์ตเวิร์ก รูปภาพคลาสสิก ฉากประกอบและคอสตูม รวมไปถึงเพลงประกอบในภาพยนตร์

เข้าสู่ด้านมืดอย่างเต็มที่กับภาพดาร์ก เวเดอร์ ฝาบนของโน้ตบุ๊ก

ตอบโจทย์แฟนๆ ภาพยนตร์ Star Wars ด้วยออปชั่นที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนธีมต่างๆ จากคอลเลกชั่นได้ตามความต้องการของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็น เสียง วอลเปเปอร์ และสกรีนเซฟเวอร์ โดยสามารถปรับเปลี่ยนเสียงเตือนให้เป็นเสียงจากภาพยนตร์ได้ถึง 8 เสียง เช่นเสียงของ R2-D2 และเสียง Lightsaber ในขณะเดียวกันสามารถเลือกวอลเปเปอร์ จากคอลเลกชั่นรูปดาวต่างๆ จากภาพยนตร์ได้

คอนเทนต์ในแกลเลอรี่ Star Wars Special Edition ถูกจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้ใช้ค้นหารูปภาพต่างๆ ได้สะดวกขึ้น อย่างเช่น หมวดหมู่ภาพโปสเตอร์ภาพยนตร์ หรือว่าจะเป็น หมวดหมู่ภาพคอนเซปต์อาร์ต ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย ลูคัสฟิล์ม ในช่วงระหว่างการสร้างภาพยนตร์ อย่างเช่น ภาพคอนเซปต์การพัฒนาตัวละคร, คอสตูม และ ฉากประกอบต่างๆ และหมวดหมู่ภาพ Illustrated Art ที่เป็นคอลเลกชั่นที่จัดทำเพื่อการฉลองการกลับมาของภาพยนตร์ Star Wars ประกอบไปด้วยอาร์ตเวิร์กภาพขาวดำและภาพลายเส้นแบบคอมมิคบุ๊ก เอชพี ยังได้เอาใจแฟนๆ ภาพยนตร์ Star Wars โดยสอดแทรกฟีเจอร์เด่นอื่นๆ เพื่อให้แฟนๆ ได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้งานที่ไม่มีใครเหมือน ในการเข้าไปดู Marvel คอมมิคบุ๊ก เรื่องแรกของ Star Wars, E-Book ตัวอย่างภาพยนตร์ Star Wars ของภาคต่างๆ ทุกฟีเจอร์นั้นสามารถพบได้บนเดสก์ท็อปของโน้ตบุ๊ก

ซอฟต์เคสอย่างดี ลายภาพทหารสตอร์มทรูปเปอร์

แฟนพันธุ์แท้ของภาพยนตร์พลาดไม่ได้กับอีกหนึ่งฟีเจอร์สุดพิเศษ คือ ฟอนต์ภาษา Aurebesh ที่ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์สมจริงในการใช้ภาษาในโลก Star Wars โดยฟอนต์ Aurebesh ได้ถูกติดตั้งไว้ที่เดียวกับฟอนต์อื่นๆ ใน Font Library

อีกหนึ่งจุดเด่นคือการออกแบบ ไอคอน Recycle Bin ที่ถูกแทนด้วยไอคอน Death Star โดยดวงดาวจะดูปกติเมื่อ Recycle Bin ว่างเปล่าและจะเปลี่ยนรูปเป็นดวงดาวที่ถูกทำลายเมื่อมีไฟล์ถูกลบมาอยู่ใน Recycle Bin

โน้ตบุ๊กเอชพี รุ่น Star Wars Special Edition พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2558 ผ่านทาง www.hpstorethailand.comโดยโน้ตบุ๊กเอชพี รุ่น Star Wars Special Edition ราคาเริ่มต้นที่ 34,990 บาท (รวม VAT) และ ตัวแทนขายสินค้าที่ได้รับเลือก พร้อมเมาส์ไร้สาย รุ่น Star Wars Special Edition ราคา 1,990 บาท (รวม VAT) และกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก รุ่น Star Wars Special Edition ราคา 1,490 บาท (รวม VAT).

 

เน็ตเวิร์กโซลูชั่นยังโต! ‘ไซเซล’ หวังไอทีแข็งแกร่ง เล็งรุกเออีซีหนุนรายได้

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/550926

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ธ.ค. 2558 15:30

 

ไซเซล (Zyxel) ปักธงหนุนเน็ตเวิร์กโซลูชั่นให้องค์กรไทย หวังเศรษฐกิจกระเตื้องดันเอกชนกล้าลงทุน คาด 4จี ทำตลาดอุปกรณ์คอนซูเมอร์เติบโต…

นางสาวปิยมาศ สาตรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเซล (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากทำตลาดโซลูชั่นระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในประเทศไทยกว่า 10 ปี บริษัทยังคงรุกตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของผู้บริโภครวมถึงภาคธุรกิจซึ่งขยายเข้าสู่ยุคดิจิตอลและ 4จี โดยปัจจุบันไซเซลสามารถอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดอันดับ 5 ในทั้งกลุ่มธุรกิจเน็ตเวิร์กโซลูชั่นและคอนซูเมอร์โซลูชั่น

ในปีนี้บริษัทยังคงมุ่งเน้นสินค้าในกลุ่มเน็ตเวิร์กโซลูชั่นเป็นธุรกิจหลัก รวมถึงตลาดสวิตช์ชิ่งและไวร์เลส เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นกลุ่มหลัก ทั้งหน่วยงานราขการ ภาคเอกชน เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจเช่าซื้อ และภาคการศึกษา เช่น โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะ มหาวิทยาลัย เป็นต้น ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ผลักดันสินค้าสำหรับภาคธุรกิจเพื่อรองรับแนวโน้มการใช้งานโซลูชั่นแบบไฮบริดในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งยังมีการจัดอบรมพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเพื่อทำให้สามารถนำเสนอข้อมูลแก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง และยังได้มีการทำประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องโซลูชั่นแก่ผู้บริโภคอีกด้วย

สำหรับจุดเด่นของไซเซล คือ ความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการด้วยผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกใช้งานของผู้บริโภค ภายใต้ราคาระดับกลางและสูง นอกจากนี้ก็ยังมีความโดดเด่นในบริการหลังการขาย อาทิ บริการติดตั้งอุปกรณ์ฟรีสำหรับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยไฟร์วอลล์ใน 30 จังหวัด ทั้งยังมีคอลเซ็นเตอร์พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแนะนำการตั้งค่าใช้งานอุปกรณ์รวมถึงแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยบุคลากรมากกว่า 40 ราย

ปัจจุบัน ไซเซลมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศราว 5% ซึ่งคาดว่าจะสามารถขยายรายได้มากขึ้นจากการขยายตลาดในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียน เช่น พม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งบริษัทวางแผนจะเริ่มต้นที่ประเทศพม่า หลังจากเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและมีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากภาคกิจในประเทศดังกล่าวกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทจะทำการรุกตลาดพร้อมทั้งขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปพร้อมกัน

“ภาพรวมตลาดโซลูชั่นเน็ตเวิร์กในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันลูกค้ายังคงนิยมใช้งานแบบผสานรวม ไม่ใช่รูปแบบโซลูชั่นครบวงจรมากนัก ทำให้หลายๆ แบรนด์สามารถทำตลาดได้หลากหลายในแต่ละอุปกรณ์ ส่วนการเปิดให้บริการ 4จีในไทยนั้น บริษัทมั่นใจว่ามีอุปกรณ์ที่สามารถรองรับความต้องการใช้งานได้ครอบคลุมอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดเล็ก และผู้บริโภคทั่วไป เชื่อว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้งาน 4จีได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งบริษัทวางแผนจะทำตลาดร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อขยายตลาดได้ดียิ่งขึ้น ส่วนเป้าหมายทางธุรกิจนั้น คาดว่าในปี 2559 กลุ่มเน็ตเวิร์กโซลูชั่นของไซเซลจะสามารถเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า และเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% ในกลุ่มคอนซูเมอร์โซลูชั่น หลังจากภาวะทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบให้การใช้จ่ายในกลุ่มดังกล่าวชะลอตัวลงในช่วงก่อนหน้า”.

 

กูเกิล เผยสุดยอดคำค้นปี 58 รู้ไหมคนไทยชอบ ‘เชือกวิเศษ – รักนะเป็ดโง่’

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/549973

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2558 17:30

 

Google เผยสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 ‘เชือกวิเศษ’ เอ็มวีสุดฮอต ควง ซีรีส์วัยใส ‘รักนะเป็ดโง่’ ติดอันดับดาวรุ่งพุ่งแรง ชี้คนไทยกับความบันเทิงเป็นของคู่กัน แต่ยังสนใจข่าวในและนอกประเทศโดยเฉพาะ แผ่นดินไหวเนปาล…

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 กูเกิล (Google) เว็บไซต์เสิร์ชเอนจินยอดนิยมของชาวเน็ต ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2558 จับชีพจรของสังคมไทย และเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวจากทั่วโลกที่คนไทยสนใจค้นหา

ปีนี้คนไทยมีความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น โดยพิจารณาได้จากทั้ง 10 อันดับคำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปีนี้ ล้วนเป็นเรื่องราวความสนใจในด้านบันเทิงทั้งสิ้น ตั้งแต่เพลงเชือกวิเศษ ของวงลาบานูน ที่กลายเป็นมิวสิกวิดีโอในดวงใจและสร้างความประทับใจให้ผู้ฟังชาวไทยจำนวนมาก

มิวสิควิดีโอ เชือกวิเศษ วงลาบานูน

ขณะที่ซีรีส์ไทย 2 เรื่องที่มาแรงแซงโค้งจนติดอันดับในปีนี้ ได้เเก่ รักนะเป็ดโง่ ที่ได้เค้าโครงเรื่องมาจากนิยายขายดีของสำนักพิมพ์แจ่มใส นำเสนอเรื่องราววัยรุ่นไทยในวันนี้ และเพื่อนเฮี้ยนโรงเรียนหลอน  อีกหนึ่งซีรีส์แนวสยองขวัญที่ตีแผ่ความลับในโรงเรียนที่ปกปิดไว้ จากฝีมือการสร้างและเขียนบทโดย 13 ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงของจีทีเอช สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการค้นหาของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการฟังเพลง เคียงคู่การชมซีรีส์ฮิตบนออนไลน์

คำค้นยอดนิยม และคำค้นดาวรุ่งพุ่งแรง

เพลง มิวสิควิดีโอ และ คนดัง

คนไทยหันมาค้นหาข่าวสำคัญผ่านเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้นทุกปี – ข่าวแผ่นดินไหวที่เนปาล เมื่อเวลา 11.56 น. วันที่ 25 เม.ย.2558 ตามเวลาท้องถิ่นในเนปาล ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวความแรงระดับ 8.1 ในประเทศเนปาล ซึ่งสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายพันหลัง ก่อให้เกิดเหตุแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่บนยอดเขาเอเวอเรสต์ และคร่าชีวิตผู้คนไป 9,000 คนโดยประมาณ

เหตุแผ่นดินไหวที่เนปาล

ประชาชนร่วมวางดอกไม้และยืนไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในกรุงปารีส

ข่าวดังต่างประเทศและในประเทศ

ล่าสุด เหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายโจมตีกลางกรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้บุกโจมตีโรงละคร สนามกีฬา ภัตตาคาร และร้านกาแฟ คนทั่วโลกต่างพยายามสืบหาว่าบุคคลอันเป็นที่รักของตนปลอดภัยดีไหม และค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นในเมืองแห่งแสงสีนี้ การโจมตีแบบประสานงานกันหลายจุดครั้งนี้นับเป็นการก่อเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินฝรั่งเศสนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตถึง 130 คน

ภาพยนตร์ และละครซีรีย์

รุ่นรถโดนใจ และสถานที่ท่องเที่ยว

สูตรปรุงอาหาร และ หมวดเสาะหาความรู้

อย่างไรก็ตาม กระแสความสนใจของผู้คนยังคงเกาะติดข่าวกอสซิปดาราอยู่ตลอด เช่น ข่าวการแต่งงานของนางเอกสาว ชมพู่ อารยา ซุป’ตาร์ตัวแม่วงการบันเทิงไทยที่มีกระแสโด่งดังและได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างมาก ขณะที่ปีนี้สูตรอาหารถือเป็นกลุ่มใหม่ที่มาแรง โดยเมนูเด็ดที่มีการถูกค้นมากที่สุด ได้แก่ วุ้นเป็ด หมูทอดน้ำปลา เเละยำมะนาว

รถยนต์กระบะ โตโยต้า Revo

แอปเปิล ไอโฟน 6เอส

อุปกรณ์ไอที-แก๊ดเจ็ต และ เกมยอดฮิต

นายภีท นุชนาฏนนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย กล่าวว่า คำค้นหาในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยให้ความสนใจติดตามความเคลื่อนไหวรอบตัวทั้งภายในและต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา เช่นเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลที่ได้รับความสนใจสูงสุดติดอันดับ 1 ของคำค้นหาดาวรุ่งพุ่งแรงในหมวดข่าวต่างประเทศ เเต่ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมด้านความบันเทิงของไทยก็ยังฮิตและอยู่ในยุคเฟื่องฟู เหตุเพราะคนไทยเฝ้าติดตามผลงานการแสดงละครและซีรีส์ต่างๆ รวมถึงรายการโชว์ดังๆ ที่พวกเขาชื่นชอบบนโลกออนไลน์

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Google’s Year in Search จากทั่วโลก ชมการแสดงผลข้อมูลแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ และวิดีโอประจำปีของเรา คลิกไปที่google.co.th/2015

 

IG กิน เที่ยว ถ่าย ง่ายๆ คนไทยชอบ! กรุงเทพฯ แชมป์เมืองฮิต ใช้งานเดือนละ 7 ล้านคน

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/549524

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2558 06:05

 

อินสตาแกรม (Instagram) หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อย่อว่า ไอจี เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานชาวไทย พบใช้งานไม่ต่ำกว่า 7 ล้านคนต่อเดือน ส่วนใหญ่อายุ 18-44 ปี…

นายพอล เว็บสเตอร์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาและสร้างสรรค์แบรนด์ อินสตาแกรม ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินสตาแกรมราว 400 ล้านคนทั่วโลก โดยมีผู้ใช้แชร์ภาพและวิดีโอกว่า 80 ล้านครั้งต่อวัน และมีการกดไลค์กว่า 3,500 ล้านครั้งต่อวันอีกด้วย ส่วนระยะเวลาเฉลี่ยในการใช้งาน อยู่ที่ 21 นาทีต่อวัน

อย่างไรก็ตาม บริษัท TNS ได้สำรวจพฤติกรรมการใช้งานอินสตาแกรมของคนไทย ซึ่งมีการสำรวจข้อมูลผ่านผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวน 503 คน อายุระหว่าง 18-44 ปี ภายในเดือนธันวาคม 2558 เพื่อทำให้ทราบถึงพฤติกรรมการใช้งานอินสตาแกรมของคนไทย ส่วนจะมีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้างนั้น เชิญติดตามไปพร้อมกัน…

พอล เว็บสเตอร์

คนรุ่นใหม่ชอบ “ไอจี”
จากการสำรวจดังกล่าวพบว่า 83% ของผู้ใช้งานอินสตาแกรมชาวไทย มีอายุระหว่าง 18-34 ปี ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นความนิยมของผู้ใช้งานที่ส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อยและเป็นผู้ที่ใช้งานมือถือตลอดเวลา โดย 84% ของผู้ใช้งานชาวไทย ล้วนเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง สำเร็จการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและมีรายได้สูงกว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนราว 1.5 เท่า และจากจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกถึง 400 ล้านคน ซึ่งผู้สมัครใช้งานล่าสุดราว 100 ล้านคน เป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งานและจำนวนกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในเอเชียและยุโรป ขณะที่ผู้ใช้งานชาวไทยนั้น มีจำนวนกว่า 7.1 ล้านคนต่อเดือน

ผู้หญิงครองแชมป์ และนิยมใส่ฟิลเตอร์ก่อนโพสต์!
สำหรับสัดส่วนผู้ใช้งานอินสตาแกรมในไทยนั้น มีสัดส่วนเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยคิดเป็นผู้หญิงประมาณ 59% นอกจากนี้ 91% ของผู้ใช้งานยังระบุว่า พวกเขาปรับแต่งฟิลเตอร์ก่อนโพสต์ภาพ และคนส่วนใหญ่ (ราว 87%) ต่างเคยโพสต์วิดีโอบนอินสตาแกรม ซึ่ง 98% ของผู้ใช้อินสตาแกรมยังนิยมคอมเมนต์และแท็กเพื่อนในโพสต์ที่พวกเขาสนใจอีกด้วย

ปัจจุบันมีผู้ใช้อินสตาแกรม ถึง 400 ล้านคนทั่วโลก

กรุงเทพฯ เมืองยอดฮิต
เมื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กมีฟังก์ชั่นการเช็กอิน หรือแท็กสถานที่ที่เราอยู่ในปัจจุบัน จึงทำให้เมืองท่องเที่ยวอย่างกรุงเทพฯ โด่งดังและยอดนิยมบนอินสตาแกรม เนื่องจาก…ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้กลายเป็นสถานที่ที่มีการเช็กอินมากที่สุดบนอินสตาแกรม และยังเป็นสถานที่ที่มีการเช็กอินมากเป็นอันดับที่ 6 ของเฟซบุ๊กอีกด้วย ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ยังกลายเป็นสถานที่ที่มีผู้ใช้งานอินสตาแกรมมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย

คนไทยชอบอะไรบนอินสตาแกรม
สิ่งที่ชาวไทยนิยมทำในการใช้งานอินสตาแกรม ได้แก่ การค้นคว้าหาแรงบันดาลใจ, การเปิดโลกทัศน์จากการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่, แบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยว, ค้นหาข้อมูล และอัพเดทเทรนด์ใหม่ล่าสุด โดย 61% ของผู้ใช้งานระบุว่าใช้อินสตาแกรมเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจ และยอมรับว่าอินสตาแกรมช่วยให้พวกเขาค้นพบความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง ขณะที่ 72% ระบุว่าอินสตาแกรมช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่พวกเขา และอีก 67% บอกว่าอินสตาแกรมช่วยให้เขาเห็นวัฒนธรรมที่กำลังเติบโต เปลี่ยนแปลง และขยายตัว

คนไทยใช้งานไม่ต่ำกว่า 7.1 ล้านคนต่อเดือน

ภาคธุรกิจใช้อินสตาแกรมเข้าถึงลูกค้า…
หลังจากอินสตาแกรมได้เปิดตัวช่องทางโฆษณาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้มีแบรนด์สินค้าและธุรกิจสนใจช่องทางดังกล่าวเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคเป้าหมาย โดยกลุ่มธุรกิจบนอินสตาแกรมที่คนไทยให้ความสนใจ คือ การท่องเที่ยวและโรงแรม นอกจากนี้ธุรกิจด้านแฟชั่น สินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ยังเป็นกลุ่มที่คาดว่าจะนิยมใช้การโฆษณาผ่านอินสตาแกรมเนื่องจากเป็นช่องทาง ที่ให้งบประมาณไม่สูงมากและสามารถเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง โดยแบรนด์ที่มีการใช้งานอินสตาแกรมเป็นช่องทางการโฆษณา ได้แก่ ดีแทค และลาซาด้า

เมื่อไอจีกลายเป็นช่องทางโฆษณา…
ดูเหมือนผู้ใช้อินสตาแกรมจะไม่ได้ปฏิเสธโฆษณาที่ปรากฏอยู่บนโซเชียลมีเดียนี้ เพราะ 35% ของผู้ใช้งานชาวไทยมีความชื่นชอบโพสต์จากแบรนด์ธุรกิจเพราะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและได้รับทราบเทรนด์ใหม่ๆ ทั้งนี้ 85% ยังระบุว่าได้ติดตามแบรนด์สินค้าอย่างน้อยหนึ่งแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว และ 49% สั่งซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ตนเองติดตาม เนื่องจากโฆษณาหลายชิ้นมีปุ่มให้คลิกเพื่อเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์ได้โดยตรง.

ผู้หญิงใช้งานอินสตาแกรมมากกว่าผู้ชาย และยังนิยมใส่ฟิลเตอร์ก่อนโพสต์

 

ดูแล้วโดน! โฆษณา ‘ซามูไร’ เสียดสี ‘สังคมติดมือถือ’ กระแทกใจโครมเบ้อเริ่ม! (ชมคลิป)

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/548565

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ธ.ค. 2558 06:05

 

ญี่ปุ่นปิ๊งไอเดียคลิปเด็ดเตือนภัยผู้ใช้สมาร์ทโฟน ใช้ซามูไรสะท้อนพฤติกรรมการใช้มือถือแบบผิดๆ ทำตัวเองเจ็บและคนอื่นเดือดร้อน…

ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร… เรามักได้เห็นผู้คนพากันก้มหน้าก้มตาใช้งานสมาร์ทโฟน กดและสไลด์นิ้วกันอย่างเพลิดเพลิน แม้แต่ในสถานที่หรือสถานการณ์ที่ไม่ค่อยเหมาะสม เช่น ระหว่างข้ามถนน ขณะขับขี่ หรือแม้แต่ช่วงโดยสารระบบขนส่งมวลชน

และดูเหมือนว่า Docomo ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะเล็งเห็นเทรนด์ดังกล่าว จึงได้เผยแพร่วีดิโอผ่าน Docomo Official ในชื่อ Samurai Smartphone Parade ซึ่งสื่อสารด้วยพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของเหล่าซามูไร เพื่อทำให้เห็นว่าควรใช้สมาร์ทโฟนอย่างเหมาะสมและมีขอบเขต เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันนิยมใช้งานสมาร์ทโฟน จนหลายครั้งได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

ว่าแต่ซามูไรที่ใช้สมาร์ทโฟนจนเกินความพอดี จะต้องพบเจอกับอะไรบ้างจากผลของพฤติกรรมเหล่านั้น ลองติดตามไปพร้อมกัน…

หยุดถ่ายภาพถูกใจ โดยไม่ทันได้มองคนรอบข้าง… อาจจะชนกันจนเจ็บตัวได้

เดินก็ไม่เลิกแชต อาจจะหลงทางได้

แชตไปเดินไปไม่หลงทาง แต่กรณีนี้…ตกน้ำ

เจ็บตัวเพราะแชต ทั้งที่ควรจะระมัดระวัง

เลี้ยวผิดทางแล้ว เพื่อนๆ ไม่ได้ไปทางนั้น

ยังไม่รู้ตัวว่าหลงทาง… เพราะมัวแต่ก้มดูมือถือ

ชมคลิป Samurai Smartphone Parade ได้ที่นี่

หวังว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของบรรดาซามูไรเหล่านี้ จะช่วยเตือนใจผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกคนได้ ก่อนจะสร้างความเสียหายให้กับคุณและผู้อื่น…!

ที่มา : Docomo Official

 

PwC คาดองค์กรจะลงทุนความปลอดภัยไอทีเพิ่ม หลังภัยไซเบอร์ปี 58 สูงขึ้น

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/548805

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2558 14:05

 

PwC เผยจำนวนภัยคุกคามระบบไอที-อาชญากรรมไซเบอร์พุ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 38% คุกคามบริษัททั่วโลกธุรกิจเร่งลงทุนด้านไอทีซิเคียวริตี้ ทั้งบิ๊กดาต้า คลาวด์ และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IoT) เพื่อรับมือความเสี่ยงมากขึ้น…

นางสาววิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงผลสำรวจ The Global State of Information Security Survey 2016: Turnaround and transformation in cybersecurity จัดทำโดย PwC ร่วมกับนิตยสาร CIO และ CSO ผ่านการสำรวจความคิดเห็นบรรดานักธุรกิจและผู้นำบริษัทไอทีชั้นนำทั่วโลกกว่า 10,000 ราย คลอบคลุมกว่า 127 ประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้ถูกสำรวจจากทวีปอเมริกาเหนือ (37%) ยุโรป (30%) เอเชียแปซิฟิก (16%) อเมริกาใต้ (14%) และ ตะวันออกกลางและแอฟริกา (3%) ว่า จำนวนภัยคุกคามข้อมูลสารสนเทศและอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Information Security Incident) ทั่วโลกในปี 2558 เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2557 แม้ว่าผู้บริหารทั่วโลกจะเริ่มตระหนักถึงภัยไซเบอร์ และหันมาเพิ่มงบลงทุนทางด้านการรักษาความปลอดภัยด้านไอทีอย่างมีนัยสำคัญก็ตาม เพราะปัจจุบันอาชญากรคอมพิวเตอร์มีทักษะในการก่ออาชญากรรมที่เชี่ยวชาญและซับซ้อน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการมากขึ้น

องค์กรตต่างๆ ตระหนักถึงภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ลงทุนรับมือความปลอดภัยมากขึ้น

หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting กล่าวถึงผลสำรวจว่า ผู้บริหารทั่วโลกถึง 91% มีความตระหนักต่อการนำรูปแบบการรักษาความปลอดภัยมาประยุกต์ใช้ รวมถึงการนำระบบคลาวด์ (Cloud-Based System) และอื่นๆ มาช่วยตรวจจับการกระทำผิด อีกทั้งร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี จำนวนภัยคุกคาม ความถี่ในการโจมตี รวมถึงความรุนแรงและผลกระทบจากภัยไซเบอร์กลับขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“แม้ภาคธุรกิจจะตื่นตัวหันมาลงทุนป้องกันความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์แล้วก็ตาม แต่บริษัทจำนวนมาก ยังขาดการกำกับดูแลและการรับมือกับรูปแบบการโจรกรรมข้อมูลของอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยรูปแบบและวิธีการของการโจรกรรมในทุกวันนี้ มีความหลากหลายและซับซ้อนมากกว่าในอดีตหลายเท่า ทำให้บ่อยครั้งเรายังไม่สามารถไล่จับอาชญากรเหล่านี้ได้ทันท่วงที” นางสาววิไลพร กล่าว

ทั้งนี้ พบว่า ในปี 2558 การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Information Security Budgets) ขององค์กรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นถึง 24% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น เปรียบเทียบกับปี 2557 ที่การลงทุนด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลปรับตัวลดลง 4% อยู่ที่ 4.1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 147 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปีนี้ ยังมีบริษัทที่หันมาใช้บริการระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง เป็นเครื่องมือในการรักษาความปลอดภัยจากภัยไซเบอร์อย่างแพร่หลาย ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปกป้องข้อมูลที่มีความอ่อนไหว หรือเป็นความลับ อีกทั้งช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของเครือข่าย (Network Security) และการบริหารจัดการการเข้าถึงข้อมูล (Access Management) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการโจมตี และตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

นางวิไลพร กล่าวต่อว่า ด้วยความล้ำสมัยตามที่กล่าวมาข้างต้นนี่เอง จึงไม่น่าแปลกใจที่ต่อไปคลาวด์คอมพิวติ้งจะกลายเป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อของระบบดิจิทัลในอนาคต โดยพบว่า 69% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้บริการระบบรักษาความปลอดภัยของคลาวด์ (Cloud-based Cybersecurity Services) เพื่อปกป้องข้อมูลที่สำคัญ รับประกันความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทต่างๆ มีการลงทุนบริการระบบรักษาความปลอดภัยของคลาวด์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะช่วยให้รวบรวมข้อมูลและป้องกันการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ เป้นความท้าทายในการจัดการด้านความปลอดภัย

หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC Consulting กล่าวอีกว่า ข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บมีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ (Big Data) และปรากฏการณ์ที่เรียกว่า The Internet of Things (IoT) หรือ การที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่ออุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ ตู้เย็น โทรทัศน์ และอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของโลกไซเบอร์ในปัจจุบัน สำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่มีมากมายมหาศาล ที่บ่อยครั้งกลายเป็นภาระและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการ (Cyber Liability) ผู้ให้บริการสามารถนำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) มาใช้พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย โดย 59% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว มาเป็นตัวช่วยในการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย และช่วยให้องค์กรได้รับข้อมูลเรียลไทม์ที่แม่นยำ ชัดเจน และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หรือ IoT มีทั้งข้อดีและความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการเช่นกัน ซึ่งจากผลสำรวจของ IDC คาดการณ์ว่า ในปี 2563 จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นถึง 3 หมื่นล้านชิ้น จาก 1.3 หมื่นล้านชิ้นในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของปรากฏการณ์ดังกล่าวในอนาคต บริษัทต่างๆ เริ่มตื่นตัวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเราพบว่า มากกว่า 1 ใน 4 หรือ 36% เริ่มมีกลยุทธ์ในการการรักษาความปลอดภัยด้าน IoT แล้ว” นางสาววิไลพร กล่าว.

 

ตกแล้วไม่พัง? ส่องไอเดีย ‘ไอโฟน 7’ แนวคิดอะไรๆ ก็บินได้!

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/547225

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ธ.ค. 2558 06:05

 

เปิดไอเดียใหม่ไอโฟน 7 จากฝีมือทีมงาน Sonitdac ภายใต้แนวคิดในการลดความเสียหายเมื่อเครื่องตกหรือกระแทก ด้วยเทคนิคการเป็นมือถือบินได้…

แม้ว่าแอปเปิลจะเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดอย่าง ไอโฟน 6เอส และไอโฟน 6เอส พลัส ไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งยังเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ช่วงนี้ก็มีข่าวลือข่าวหลุด รวมไปถึงแนวคิดในการพัฒนาไอโฟนรุ่นต่อไปออกมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องแล้ว

ล่าสุด ทีมงาน Sonitdac ก็ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเกี่ยวกับแนวคิดของไอโฟนรุ่นใหม่อย่างไอโฟน 7 กับไอเดียป้องกันความเสียหายของตัวเครื่องเมื่อตกหล่นหรือถูกกระแทก สู่การทำให้ไอโฟนมีคุณสมบัติร่มชูชีพ! ฟังแล้วอาจจะงงเล็กน้อย และอาจรู้สึกว่าคุณสมบัตินี้ไม่สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้ในสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กๆ แต่ในยุคที่เทคโนโลยีมีความไฮเทคขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟนบินได้ในเร็ววัน…!

ชมคลิป แนวคิดไอโฟน 7 ติดร่มชูชีพ ได้ที่นี่

จินตนาการว่า ไอโฟนเครื่องโปรดของคุณตก…

แต่ไม่เป็นอะไรเลย เพราะมีคุณสมบัติใหม่ บินได้!!!

จากการจัดเก็บก๊าซเอาไว้ในตัวเครื่อง

พร้อมด้วยระบบตรวจจับทิศทางและความเร็วในการตกกระทบ

เมื่อถึงจุดที่เหมาะสมก็มีการแจ้งเตือน เพื่อปล่อยก๊าซออกมา

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาจาก 4 มุมของเครื่อง เพื่อพยุงเครื่องให้ตกลงบนพื้นได้อย่างไม่เสียหาย

มีส่วนจัดเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

มาพร้อมกับระบบเตือนให้เติมก๊าซ…

แค่เสียบอุปกรณ์บรรจุก๊าซเข้าไป ก็เติมพลังก๊าซให้พร้อมช่วยพาไอโฟนบิน

ที่มา : Sonitdac

 

%d bloggers like this: