CRIME

All posts tagged CRIME

5 Vietnamese held for stealing

Published มกราคม 3, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/national/5-Vietnamese-held-for-stealing-30276018.html

CRIME

Five Vietnamese nationals were arrested for stealing cash from crowded shops in popular tourist areas in Chiang Mai’s Muang district, provincial police chief Pol Maj-General Montri Sambunnanont said yesterday.

The gang – comprised of four men aged 18-44 and a 23-year-old woman – were presented to the press along with Bt3,530 remaining cash and nine cell phones. They had allegedly carried out similar crimes in Chiang Mai province twice before, police said.

Montri said the gang stole about Bt2,000 cash from a bag shop in the Chiang Mai Night Bazaar area and another Bt2,000 from a pillow case shop in Tha Phae Gate on December 31. Hunting for suspects according to damaged persons’ descriptions, police spotted these suspects at the PratuChiang Mai area and stopped them for a check but they ran.

Police captured one 44-year-old suspect and with the information provided, arrested another four people at a hotel, Montri said. Police is now keeping an eye out for another Vietnamese accomplice.

Advertisements

Teens say they sold M-79 grenades on social media

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/national/Teens-say-they-sold-M-79-grenades-on-social-media-30275169.html

CRIME

Weapons

Police also said they seized drug-taking paraphernalia.

Second Army Region deputy chief Maj-General Sakda Perunavin told the press yesterday that the teens confessed to buying the weapons and ammunition from an eastern border province supplier via social media and storing them at an abandoned house. Police are trying to locate the supplier.

The teenagers reportedly told police that they sold the weapons and sent them to customers via the post, including M-79 grenades for Bt1,700, after buying them for Bt900 apiece.

After their friend was arrested on December 14, they said they moved the items to the abandoned house in a bid to avoid detection.

Two families bond over stolen child

Published ธันวาคม 16, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/national/Two-families-bond-over-stolen-child-30272609.html

CRIME

TWO FAMILIES at the centre of a baby-snatching case have agreed to forge ties for the best interests of the stolen girl.

“It’s good that so many people love my great-granddaughter. She has united two families now,” the girl’s biological great-grandfather said at a press conference yesterday.

The girl was born at a hospital in Khon Kaen province, but two days later she was stolen by another woman, who then returned to her family in Chaiyaphum province claiming the baby was hers.

Her parents-in-law were delighted at getting a “granddaughter” and began showering the child with love and care.

However, when it was time to get the girl enrolled in school, her so-called mother could not produce a birth certificate, which led to the crime being exposed.

Officials then talked to both families in a bid to ensure as little as possible emotional impact on the four-year-old girl.

After talks between both sides, the biological relatives have agreed to let the girl live with her Chaiyaphum-based family until she develops solid ties with her blood relatives.

“We will travel there often so that she gets familiar with us,” the girl’s biological great-grandfather said.

A source added that the biological parents might allow the other family to legally adopt the girl so both families can help take care of her together.

The man who helped raise the child over the past four years said that, even though he had found out that she is not his real granddaughter, he still loved her.

“I think I love her even more now,” he said with tears in his eyes.

‘เด็ก ปชป.’ เตือนทูตมะกัน อย่าทำตัวเป็นขี้ทูด วิจารณ์ ม.112

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542772

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2558 16:20

 

“เด็ก ปชป.” ตะเพิด “ทูตมะกัน” วิจารณ์ ม.112 ออกนอกประเทศ แฉส่วย ตม.ปทุมฯ ถาม “บิ๊กแป๊ะ” เป็นนโยบาย สตช.หรือไม่ จี้ “ผบ.ตร.” สอบตำรวจปฏิบัติมิชอบ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แสดงความเห็นเรื่องมาตรา 112 วิจารณ์ถึงสถาบันฯ ว่า ส่วนตัวเคารพการแสดงความคิดเห็นของทุกฝ่าย แต่การแสดงความเห็นของนายกลินถือว่าไม่เหมาะสม เพราะในหลวงเป็นที่รักของคนไทย ขอให้รับทราบว่า เครือข่ายที่หมิ่นสถาบันฯ หลายเครือข่ายเกี่ยวพันกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดังนั้นการทำหน้าที่ทูตของ นายกลิน ที. เดวีส์ มีศักดิ์ศรี จึงขอให้มีความระมัดระวัง อย่าทำตัวเป็นขี้ทูด หากทำหน้าที่หรือคิดเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ออกไปจากประเทศไทย เพราะที่นี่คือประเทศไทย พร้อมทั้งโชว์ภาพสัญลักษณ์ลุงแซม และคำกล่าวว่า “พลีส ชัตอัพ ดีส อิส ไทยแลนด์”

เมื่อถามว่า คนพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เป็นการแสดงความเห็นและทำหน้าที่ นายวัชระ กล่าวว่า ที่พรรคเพื่อไทยสนับสนุนนายกลิน เพราะมีหลายคนที่อยู่ในขบวนการเสื้อแดงที่มีพฤติกรรมหมิ่นสถาบันฯ จึงไม่แปลกใจ

นอกจากนี้ตนยังได้รับการร้องเรียนจากแรงงานต่างด้าวทั้งพม่า ลาว กัมพูชา ที่ไปต่อบัตรขออนุญาตทำงานในประเทศไทย ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จังหวัดปทุมธานี โดยมีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากแรงงานต่างด้าวผู้ไปต่อบัตรประจำตัว เป็นจำนวนเงินรายละ 1,000 บาท แต่กลับออกใบเสร็จเป็นจำนวนเงินเพียง 500 บาท จึงขอสอบถามไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ว่า การเก็บค่าดังกล่าวเป็นนโยบายหรือไม่ และเงินส่วนต่างอีก 500 บาท ที่เก็บไปซึ่งไม่ปรากฏในใบเสร็จนั้น ตกไปอยู่ที่ใครหรือหน่วยงานใด และถึงเวลาหรือยังที่จะมีการปฏิรูปตำรวจ

นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจาก บริษัท อู่สหะกิจ 1989 จำกัด ที่ทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์ โดยบริษัททำการยึดรถยนต์ เพราะผู้เช่าซื้อไม่ผ่อนจ่ายตามกำหนด หลังจากการยึดรถ ได้มี พ.ต.อ.คมกฤษ ศรีผ่องงาม สภ.บ้านนา จ.นครนายก และร.ต.ท.พิษณุ พิมพ์โกพา สภ.วิหารแดง จ.สระบุรี และพวกอีกรวม 13 นาย เข้าไปทำการยึดรถดังกล่าวจากบริษัทฯ นำไปไว้ที่โรงพัก พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ว่า เป็นการปล้นทรัพย์ ทั้งที่ได้ชี้แจงว่า เป็นการทำตามสัญญาและถูกต้องตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ กลับถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว และผิดตามมาตรา 157 ตามกฎหมายอาญา จึงขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร.ตรวจสอบการใช้อำนาจของตำรวจในคดีนี้ด้วย

 

บิ๊กตู่ตอกการเมือง จิกอุดมเดชไขก๊อก

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542486

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ย. 2558 05:27

 

ระบุลูกน้องทำผิด! จัดการลงโทษแล้ว รองปลัดสอบใหม่

“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง “ชัยชาญ ช้างมงคล” รองปลัดกลาโหม เป็นประธานกรรมการชุดใหม่ พร้อมคณะรวม 9 คน ตรวจสอบปมการทุจริตการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์อีกรอบ ระบุเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงต่อจากกองทัพบกในแง่ตัวบุคคลไม่ได้ลงโทษ ด้านนายกฯโต้กรณี “บิ๊กโด่ง” ถูกทั้ง พท.และ ปชป.จี้ให้ไขก๊อกว่า คนใกล้ชิดหรือลูกน้องทำผิดนั้นต้องลาออกหรือ ลั่นวาจาไม่ปกป้องคนผิด พท.ออกแถลงการณ์ก่อสร้างอุทยานฯใช้งบประมาณแผ่นดิน บางรายการราคาสูงผิดปกติ เต้นกับตู่คู่หู นปช. เตรียมลงตรวจดูพื้นที่จริง ส่วน ผบช.ก.สั่งชุดสืบสวนเร่งตามจับผู้ต้องหาคดี 112 หลังพบเบาะแสมีบางส่วนหนีออกนอกประเทศ

จากกรณีคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีกลุ่มบุคคลแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ขออนุมัติศาลทหารอนุมัติหมายจับ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ หรือ เสธ.โต อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก อดีตคนสนิท พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา อดีตรอง ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.จีรวัฎฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ อดีต สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล. และความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123 ทั้งหมดร่วมกับ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือ เสธ.โจ้ อดีตนายทหาร ฝสธ.ทภ.3 ที่ยังหลบหนีคดี นายสุริยัน สุจริตพลวงษ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายจิรวงศ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ เลขาฯหมอหยอง แอบอ้างเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์กิจกรรมสำคัญ โดยหมอหยองป่วยเสียชีวิต ส่วนสารวัตรเอี๊ยดผูกคอตายระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี (พัน.ร.มทบ.11) รวมทั้งยังโยงใยโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังฝ่ายทหารระบุผลตรวจสอบไม่พบการทุจริต แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ตรวจสอบอีกครั้ง

ผบช.ก.สั่งชุดสืบสวนล่าผู้ต้องหา

ความคืบหน้า ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พ.ย. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ติดต่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ตนได้สั่งการให้ส่งชุดสืบสวนออกติดตามจับผู้ต้องหาทุกคน ทั้งที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากมีข้อมูลว่าบางส่วนหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว เชื่อมั่นว่าจะสามารถจับกุมตัวกลับมาดำเนินได้ อยากให้ผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการ หรืออดีตข้าราชการทุกคนเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

เตรียมส่งอีก 5 สำนวนให้อัยการ

ด้าน พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม บช.สยศ. กล่าวว่า สำนวนคดีหมิ่นเบื้องสูงจำนวน 5 สำนวน ที่ได้รับมอบมาแล้วก่อนหน้านี้ ขณะนี้สำนวนส่งไปให้คณะกรรมการตรวจสอบสำนวน โดยมี พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นหัวหน้าชุดดำเนินการตรวจสอบว่าสำนวนครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ภายในวันนี้น่าจะมีการสรุปสำนวนเพื่อมอบให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงนามความเห็นในสำนวนคดี ก่อนส่งอัยการศาลทหารต่อไป สำหรับสำนวนที่เหลืออีก 7 สำนวน คาดว่าน่าจะสรุปสำนวนส่งกองคดีได้ภายในเดือน พ.ย.นี้ หากสืบสวนสอบสวนพบว่ายังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือพลเรือน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างไม่มีการละเว้น

คดี 112 ยังไม่มีใครโผล่มอบตัว

ส่วน พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 หนึ่งในคณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันฯ กล่าวว่า ยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติม ชุดพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับยังไม่มีใครติดต่อขอมอบตัวหรือถูกจับกุม ขณะนี้ชุดสืบสวนยังอยู่การเร่งติดตามตัว

ตั้ง “ชัยชาญ” สอบทุจริตอุทยานฯ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน ที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้วโดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงโดยจะขอดูข้อมูลต่อจากกองทัพบก อยากให้เข้าใจว่า การก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้นเคลียร์หมดแล้ว แต่ในตอนนี้จะตรวจสอบในเเง่ตัวบุคคลซึ่งกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่ได้ตรวจสอบเพื่อลงโทษ เพราะมีหน่วยงานภายนอกตรวจสอบอยู่แล้ว แต่หากพบว่าไม่ถูกต้องจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ยังมีทั้ง ป.ป.ช. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมกันสืบหาข้อเท็จจริง

เผยงบกลางใช้ทุกหน่วยงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม จะต้องมาให้ข้อมูลเพื่อสร้างความกระจ่างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ต้องว่ากันไป ถามต่อว่า ผลสืบสวนของกรรมการของกระทรวงกลาโหมที่แต่งตั้งขึ้นมานั้นจะเสร็จเมื่อใด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ทราบ อย่ารีบ ขอให้ใจเย็นๆ คิดว่าเรื่องนี้มันควรจะจบได้แล้ว เพราะครั้งหน้าตนจะไม่ตอบคำถามเรื่องนี้อีก และจะตอบวันนี้วันสุดท้าย เมื่อถามว่า มีข่าวว่าทางรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณกลางเพื่อสร้างอุทยานราชภักดิ์นั้นจริงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า งบประมาณกลางมีไว้เพื่อสนับสนุนทุกหน่วยงานที่มีปัญหา แต่ตรงนี้อาจไม่เข้าไปอยู่ในส่วนอุทยานราชภักดิ์ เพราะพื้นที่ดังกล่าวจัดสร้างในกองทัพบก

ตั้ง 9 คณะกรรมการสอบซ้ำ

มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตรลงนามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ 442/58 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ จำนวน 9 คน โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการ ส่วนกรรมการ ได้แก่ พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน เจ้ากรมเสมียนตรา พล.ร.อ.กฤษฎา เจริญพานิช เจ้ากรมพระธรรมนูญ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ผอ.สำนักนโยบายและแผนกลาโหม พล.ท.สุวโรจน์ ทิพย์มงคล เจ้ากรมการเงินกลาโหม พล.ต.กิตติศักดิ์ บุญสุข ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกลาโหม พล.ต.พนมเทพ เวสารัชชนันท์ ผู้ช่วยเจ้ากรมพระธรรมนูญ พ.อ.ธานินทร์ ทุนทุสวัสดิ์ ผอ.กองนิติธรรมทหาร กรมพระธรรมนูญ และ พ.อ.มานะ กิ่งเพชร ผอ.กองปกครอง สำนักกำลังพล กรมเสมียนตรา มีอำนาจหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เรียกเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากส่วนราชการบุคคล ตลอดจนเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ และดำเนินการสอบหาข้อเท็จจริงในการก่อสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ก่อนสรุปสำนวนพร้อมความเห็น รายงานให้ รมว.กลาโหมทราบ

ใช้เงินปรับปรุงพื้นที่ก่อนสร้าง

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) มีหน่วยงาน สตง. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. รับผิดชอบ ตนเพียงสอบถามว่าเข้าไปดำเนินการตรวจสอบในเรื่องใดบ้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รายงานและทำงานตามปกติ ต้องรอให้ตรวจสอบเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งยังไม่ได้ รับการรายงานผลว่าเป็นอย่างไรบ้าง การตรวจสอบก็เหมือน กับการทุจริตเกิดขึ้นในกระทรวงอื่นๆ ส่วนกรณีที่ข้อมูลไม่ตรงกับ ผบ.ทบ.พูดนั้น ตนไม่มั่นใจจึงไม่อยากตอบคำถาม เพราะไม่ได้เข้าไปทำเรื่องนี้ การของบ 65 ล้านบาท และได้ 63 ล้านบาทนั้น เป็นงบประมาณการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ไม่ใช่หรือ สามารถเข้าไปดูได้ว่า พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ก่อนดำเนินการก่อสร้างมันน่าจะใช้งบประมาณนี้ ทาง ผบ.ทบ.อาจจะหมายถึงส่วนนี้หรือไม่ ปรับปรุงพื้นที่เสร็จแล้วและไปก่อสร้างน่าจะเป็นการใช้งบบริจาค

แยกแยะคดีหมิ่นฯกับทุจริต

“ศอตช.ทำตามหน้าที่ การดำเนินการมีผู้ผิดหรือผู้ถูกต้องให้เวลา พูดเสมอว่าให้ความเป็นธรรมพวกเขา การตรวจสอบก็ต้องรอบคอบ อีกเรื่องที่อยากให้ประชาชนแยกแยะให้เข้าใจ คือ ประเด็นของคดี ม.112 และประเด็นการทุจริตเป็นคนละเรื่องกัน แต่คนที่เข้าไปเกี่ยวข้องอาจเป็นชื่อเดียวกัน เรื่องทุจริตหรือที่คาดการณ์ว่าจะมีการใช้เงินไม่ถูกต้องนั้น เป็นเรื่องของหน่วยงาน แต่เรื่องของตัวบุคคลที่กระทำผิดตาม ม.112 ก็เป็นความผิดของคนที่ไปใช้ แต่บังเอิญมันเป็นเรื่องของอุทยานราชภักดิ์เข้าไปเกี่ยวข้องอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย นอกจากโครงการปั่นเพื่อแม่แล้ว เวลาคนที่ออกมาพูดหรือแสดงความคิดเห็นจากฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ตนคิดว่าต้องมีการแยกแยะเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ จึงขอให้แยกออกจากกัน” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ศอตช.พิจารณาขอเอกสาร ทบ.

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่มีประเด็นเรื่องนี้อยู่ การตรวจสอบย่อมทำโดยหน่วยในกระทรวงนั้น หรือใช้หน่วยงานนอกก็ได้ ขณะนี้ รมว.กลาโหมใช้หน่วยนอกกองทัพบกเข้าไปตรวจสอบแล้ว เมื่อมีการทุจริตเจ้าของหน่วยที่สูงขึ้นไปก็สั่งหน่วยงานภายในกระทรวงของตัวเองตรวจสอบได้ กระทรวงยุติธรรมก็ทำแบบนี้ หรือจะใช้หน่วยงานอื่นเป็นกรรมการร่วมตรวจสอบ การตรวจสอบทุจริตการใช้เงินของกองทัพบก ศอตช.ดำเนินการตามขั้นตอนอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบ แต่คนชี้แจงภายนอกที่ไม่เกี่ยวก็นำเรื่อง ม.112 การใช้งบหลวง และการใช้เงินไม่ถูกประเภทมาพันกันไปหมด ส่วน ศอตช.ต้องประสานทางกองทัพบกให้นำเอกสารมาชี้แจงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของความจำเป็นในการพิจารณาของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้

กลุ่มการเมืองโยงเรื่องผูก คสช.

“มีกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งพยายามเอาเรื่องนี้ ไปพันกัน รัฐบาลพยายามทำเรื่องการปราบทุจริตให้หมดไป พูดเสมอว่าไม่สามารถทำให้การทุจริตหมดภายใน 1-2 ปี การทุจริตมันก็มีอยู่ทุกกระทรวงทบวงกรม ไม่มีใครนำไปเขียน แต่เรื่องนี้มันไปผูกเรื่องกับ คสช. ผูกกับทหาร และผูกกับคนในรัฐบาล พวกท่านก็นำไปเขียนกัน ถามว่านายกฯจำเป็นต้องชี้แจงรายละเอียดการทุจริตของทุกกรมหรือไม่ ท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน คือ ได้สั่งการเรียบร้อยแล้ว เมื่อทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดี ใครเป็นเจ้ากระทรวงก็ไปทำ รมว.กลาโหมก็ได้ไปทำแล้ว ฝ่ายการเมืองที่ไม่ชอบเท่านั้นที่หยิบเรื่องนี้มาทำให้มันเป็นเรื่องพิเศษ เพราะถ้าท่านทำเรื่องนี้ก็ต้องทำเรื่องอื่นให้ดุเดือดเหมือนเรื่องนี้ด้วย” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ป.ป.ช.รอ สตง.สอบงบกลาง

ทางด้าน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี สตง. ตรวจสอบพบเงินที่ใช้ในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ส่วนหนึ่งได้เบิกจากงบกลางจำนวน 63.57 ล้านบาทว่า ป.ป.ช.เข้าใจว่าสังคมคาดหวังให้ดำเนินการตรวจสอบ หากเป็นเรื่องทุจริต ป.ป.ช. ประสานกับ สตง.มาตลอด หากตรวจพบว่ามีการทุจริต สตง.ต้องส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.พิจารณาอยู่แล้ว ต้องรอ สตง.ตรวจสอบต่อไปว่า เมื่อมีการเบิก เงินจากงบกลางมาแล้ว ผู้เกี่ยวข้องนำเงินดังกล่าวไปใช้อย่างถูกต้อง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าใช้ไม่ถูกต้องมีการทุจริต สตง.ต้องส่งเรื่องมา ให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ ซึ่งไม่เฉพาะ สตง.เท่านั้น ใครมีข้อมูลเรื่องนี้ว่า ส่อทุจริตให้ร้องเรียนมาที่ ป.ป.ช.

พท.กระทุ้งให้ “บิ๊กโด่ง” ไขก๊อก

ทางด้านพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ในนามพรรคถึงปัญหาโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า ขณะนี้ปรากฏข้อเท็จจริงสู่สาธารณะเพิ่มขึ้นกรณีนายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม ประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ระบุว่า เงินที่ใช้ในการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ส่วนหนึ่งมาจากงบกลาง 63.57 ล้านบาท ผู้รับผิดชอบการสั่งจ่ายเงินคือ แผนกสั่งจ่ายงบประมาณ สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก จึงเห็นว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ใช้งบประมาณแผ่นดิน ขัดแย้งกับคำชี้แจงนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมว่า ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน อีกทั้งงบฯที่ใช้ก่อสร้างมีราคาสูงผิดปกติ เช่น งานสร้างป้ายทางเข้าใช้งบประมาณ 5,031,700 บาท งานก่อสร้างรั้วบริเวณภายในอุทยานราชภักดิ์ 9,343,500 บาท เป็นต้น ขณะเดียวกันศาลทหารยังได้อนุมัติหมายจับ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ และ พ.อ.คชาชาต บุญดี ที่มีความ ใกล้ชิดกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พรรคเพื่อไทย จึงมีข้อเรียกร้องดังนี้ 1.พล.อ.อุดมเดช ควรพิจารณาตัวเองลาออกจาก รมช.กลาโหม เพื่อความสง่างามของกองทัพบก

ชี้นายกฯ ร่วมรับผิดชอบ

2.เมื่อมีการใช้งบฯกลาง รัฐบาลและ ครม.มีมติมอบให้กองทัพบกเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ จึงมีความชัดเจนว่า โครงการอุทยานราชภักดิ์อยู่ในความรับรู้ของนายกฯและรัฐบาลมาตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังมี ภาพและข่าวทางสื่อบ่งบอกว่า นายกฯมีความสนิทสนมกับเซียนพระผู้รับจ้างถึงขนาดไปแสดงความยินดี เมื่อบุคคลนั้นได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต. ในขณะที่ตนเองดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. จึงเรียกร้องให้นายกฯ รับผิดชอบกับกรณีดังกล่าว ในฐานะที่รัฐบาลมีนโยบายแถลงต่อสาธารณะว่า จะปกป้องสถาบันและป้องกันปราบปรามการทุจริต รวมถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการกระทำที่เกิดขึ้น และ 3.เมื่อมีพฤติการณ์แสวงหาประโยชน์จากโครงการ จึงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. สตง. สตช. ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องเข้ามาตรวจสอบโดยพลัน การที่ รมว.กลาโหมมีคำสั่งให้ปลัดกระทรวงกลาโหมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงย่อมมีปัญหาในหลักการว่า จะเป็นการสอบสวนด้วยความโปร่งใส ปราศจากการแทรกแซงใดๆ เป็นที่ยอมรับของสังคมหรือไม่ จึงควรมอบหมายหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงมาตรวจสอบจะเป็นที่ยอมรับมากกว่า

เต้น–ตู่ ลงพื้นที่ดูอุทยานราชภักดิ์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า วันที่ 30 พ.ย. ตนจะชวนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เดินทางไปยังอุทยานราชภักดิ์ เพื่อสัมผัสความจริงจากสถานที่จริงว่ามีสภาพเช่นไร จะไปสังเกตการณ์องค์รูปหล่อที่ก่อสร้างด้วยงบประมาณที่หักหัวคิว และไปดูต้นปาล์มที่ได้รับบริจาคฟรี แต่มีราคาต้นละ 3 แสน รวมทั้งประเด็นอื่นๆที่สังคมคลางแคลงสงสัย ยืนยันว่า เป็นการทำหน้าที่ในฐานะคนไทย จะไม่ยอมให้โครงการมหามงคลของแผ่นดินแปดเปื้อนมลทินการทุจริต จะไม่มีการเคลื่อนขบวนมวลชนหรือทำกิจกรรมใดให้เกิดความวุ่นวายต่อสถานที่ เมื่อสังเกตการณ์ทุกอย่างเรียบร้อยจะกลับทันที หวังว่ารัฐบาลจะไม่ขัดขวางหรือใช้อำนาจใดๆ ปิดกั้นการเดินทางไปในครั้งนี้

“สาธิต” ผสมโรงจี้ “อุดมเดช”

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ. ในฐานะประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ควรลาออกจากตำแหน่ง รมช.กลาโหม เพื่อรักษาภาพลักษณ์รัฐบาล และเป็นตัวอย่างการเมืองที่ดีในยุคปฏิรูป เมื่อลาออกแล้ว ควรหยุดวิจารณ์ รอผลการสอบสวนจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น ป.ป.ช. สตง. ถ้าตรวจสอบว่า ใครผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะทหารหากผิดต้องลงโทษเด็ดขาดไม่เลือกปฏิบัติ ระบุเช่นนี้เพราะหวังดี และให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้ทำงานปราบคอร์รัปชันให้มีพลัง แม้ส่วนตัวจะประทับใจ พล.อ.อุดมเดช ที่ทำงานดี แต่ต้องแยกให้ออกเรื่องบ้านเมืองกับความรับผิดชอบที่มีจริยธรรมเหนือกฎหมาย

แจงลูกน้องผิดต้องลาออกหรือ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สำนักงบประมาณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า โครงการดังกล่าวมีเจตนาดี แต่มีส่วนหนึ่งเอาไปหาประโยชน์ ตนลงโทษทั้งทางวินัย ถอดยศ ยึดเครื่องราชฯ ส่วนทางอาญาก็ออกหมายจับ ทำตามกระบวนการทุกอย่าง เมื่อถามว่า คนที่ถูกออกหมายจับเป็นคนใกล้ชิดของ พล.อ.อุดมเดช พล.อ.ประยุทธกล่าวว่า ต้องแยกออกจากกัน มิเช่นนั้นถ้าคนใกล้ชิดทำผิด ก็ต้องลาออกไปให้หมด คนในกระทรวงลูกน้องทำผิดก็ต้องลาออกหรือ ถ้าจะมาบอกเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองก็เอาไปคิดกัน จะผิดหรือถูกเขาคิดกันอยู่ มีวิจารณญาณของเขาเอง คนที่เคยอยู่การเมืองแล้วไม่รับผิดชอบ ทำไมไม่ไล่ เคยถามเขาแบบนี้หรือเปล่า

ลั่นวาจาไม่ปกป้องคนผิด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่ สตง.ตรวจสอบพบว่า มีการนำงบกลางไปใช้ในโครงการดังกล่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงกลาโหมขอมาเป็นโครงการของกองทัพบก แต่ในส่วนที่โกงก็ต้องไปหากันต่อว่า จะทำอย่างไรกับ 2-3 คนที่หนี กรณีที่ สตง.เข้ามาตรวจสอบนั้น ไม่เคยห้าม ให้ตรวจสอบไปตามระบบราชการ ถ้าเจอคนผิดก็ลงโทษทางวินัย ไล่ออก ปลดออก ถ้าเป็นคดีอาญาก็ดำเนินการตามปกติ ไม่ว่าจะโครงการอะไร มูลค่าเท่าใดใช้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่ว่าตนเป็น คสช.แล้วจะปกป้องทหาร ทหารมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว มันเป็นแค่คนส่วนน้อย ถ้าเป็นการอ้างสถาบันหาผลประโยชน์รับไม่ได้ ทำให้สถาบันเสียหายไม่ได้ ถามว่ามีการเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ พล.อ.ประยุทธ์ตอบด้วยน้ำเสียงดุดันว่า รับผิดชอบเรื่องอะไร ตอบมาสิ ตนไม่ได้ทำผิดอะไร ให้งบประมาณด้วยความสุจริตถูกต้องตามระเบียบ แต่คนที่ต้องรับผิดชอบคือคนที่เบิกจ่ายไป ต้องไปไล่ตรวจดูอย่ามาโยงกันแบบนี้ คนละเรื่อง อย่ามาจับผิดจับถูก คำถามว่าใครต้องรับผิดชอบอย่ามาถามตน เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า พรรคอะไรไม่รู้ ไม่รู้จักไม่สนใจ

 

ประยุทธ์เอาจริง คาดโทษ! ขรก.ทำเกียร์ว่าง

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542482

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ย. 2558 04:58

 

เรือแป๊ะเป็นแพขนานยนต์สั่งล่าอีก7รายคดีป่วนเมือง โจกนปช.แห่แก้ต่างพัลวัน

“บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะถกหัวส่วนราชการ สั่งรวบยอดคุมเข้มความปลอดภัยทุกพื้นที่ยาวไปจนหมดอายุรัฐบาล คสช. ลั่นให้ตามรวบขบวนการป่วนให้ครบแก๊ง “บิ๊กป้อม” บอกยอมตกเป็นเป้าพร้อมนายกฯแต่ไม่อยู่นิ่ง “บิ๊กต๊อก” แจงคุมขัง 2 ผู้ต้องหาใน มทบ.11 มั่นใจมาตรฐานสูงกว่าเรือนจำทั่วไป ตำรวจตามแกะรอยกลุ่มมือโพสต์หมิ่นหลบอยู่ต่างประเทศ แกนนำ นปช. กังขาจับอดีต ตชด.ตั้งข้อหา ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์ เย้ยแค่คนแก่ไร้ศักยภาพซ่องสุมกำลัง-อาวุธประทุษร้าย “ณัฐวุฒิ” จี้รัฐบาลนำตัวผู้ต้องหาแถลงข่าวสร้างความกระจ่าง “มีชัย” ย้ำชัดกติกาใหม่ให้เลือก ส.ว.ทางอ้อมจากกลุ่มองค์กรทางสังคม เปิดกว้างไม่จำเป็นต้องมีปริญญา ชักใบแดงไล่คนโกง ห้ามลงสมัคร ส.ส.ตลอดชีวิต บ้านเลขที่ 109-111 หายห่วงได้ลงสนามเลือกตั้งชัวร์

จากกรณีที่มีการจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อดีต ตชด.และนายณัฐพล ณวรรณ์เล 2 ผู้ต้องหาคดีผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่เตรียมวางแผนก่อกวนงานสำคัญ โดยพุ่งเป้าประทุษร้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.สั่งฝ่ายความมั่นคงระดมทหาร-ตร.คุมเข้มช่วงงานสำคัญทุกพื้นที่ยาวไปจนพ้นอายุรัฐบาลชุดนี้

“บิ๊กตู่” สั่งคุมเข้มช่วงงานสำคัญ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ย.ที่สำนัก งบประมาณ กระทรวงการคลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเป็นประธานคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าว่า เรื่องของความมั่นคงได้สั่งการให้เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะจะมีนักท่องเที่ยวมาไทยมากขึ้นให้ดูทั้งเรื่องการจราจร จุดที่แออัด ดูในเรื่องของเส้นทางการบิน ปรับแผนสำคัญทุกคนต้องช่วยกันระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุ ฝากตำรวจ-ทหาร อย่างเดียวไม่ได้ คงไปไม่รอด เพราะคนจำนวนมาก ตำรวจ ทหารก็ไม่ใช่คนในพื้นที่ สั่งให้เปิดช่องทางแจ้งเหตุ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่จะมีกิจกรรมสำคัญๆได้สั่งให้เพิ่มสายตรวจ ชุดเคลื่อนที่เร็ว มีทั้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจและทหาร ดังนั้น อย่าตื่นตระหนกก็แล้วกัน โดยเฉพาะพื้นที่จราจรติดขัด พื้นที่ที่มีความเสี่ยง เส้นทางสำคัญๆ และติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม

ลั่นพวกป่วนจับขึ้นศาลลูกเดียว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหมือนช่วงที่ผ่านมามีการตรวจสอบพบความเคลื่อนไหวป่วนกรุง โดยให้เป็นเรื่องของกระทรวงยุติธรรมเพราะใครก็ปฏิเสธได้ทั้งนั้น แต่กฎหมายหลักฐานว่าอย่างไรใครก็ปฏิเสธไม่ได้ หากวันนี้สารภาพ วันหน้าปฏิเสธอีกต้องปล่อยให้เป็นกระบวนการยุติธรรมไม่อย่างนั้นจะถูกกล่าวหาว่า จับแล้วปล่อย ดังนั้นต้องนำเข้ากระบวนการของศาล ไม่ใช่ไปกลับคำให้การถึงจะต้องมีอาชีพทนายความ และขอฝากคนในอาชีพนี้ว่า สิ่งใดที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หากแก้ให้เขามากๆมองแต่เรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างเดียว คนเหล่านี้ได้ใจตลอด เคยตัว แล้วมีแต่ จะแรงขึ้นๆอยู่กับกฎหมายใช้ช่องว่างของกฎหมายเอามาเรียนรู้ กระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย จึงต้องสร้างการเรียนรู้ให้มากขึ้น

ย้ำต้องตามรวบตัวให้ได้ทั้งหมด

เมื่อถามว่า การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านความมั่นคง จะให้ยาวไปถึงช่วงเทศกาลปีใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ดูแลไปตลอดในช่วงที่รัฐบาลผมยังอยู่ ในเมื่ออยู่กันเงียบๆไม่ได้ แล้วมีเหตุการณ์ อย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องดูแลกันใหม่มากขึ้น สร้างความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ก็อย่าไปบั่นทอนความเชื่อมั่นไม่ใช่ไปบอกว่าทหารออกมาตำรวจออกมาเยอะๆ สร้างความตื่นตระหนก สร้างความเสียหาย แล้วเวลาพวกมันทำประเทศเสียหายหรือไม่ ผมพยายามทำไม่ให้เสียหายแต่ก็พยายามจะกลับไปที่เก่า แล้วคนที่ถูกจับมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องหรือยัง ซึ่งทางตำรวจได้รายงานผมมาแล้ว แถลงข่าวไปแล้ว ในเมื่อเป็นหน้าที่ที่ผมมอบนโยบายไป คนรับผิดชอบก็ไปทำงานมา รายงานหัวหน้าไม่ใช่ว่าผมต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ผมเองก็ต้องรู้ทุกเรื่องเพื่อเอาไว้ตอบสื่อ ตอนนี้ก็กำลังสอบสวนต่อออกหมายจับ 9 คน หนีได้ 7 คน ที่เหลือตามจับอยู่ ต้องตามจับให้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งสิ้น ก็ตามจับอยู่”

“ประวิตร” ไม่หวั่นปัดเพิ่ม รปภ.

ที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายหลังจากที่มีการออกหมายจับกลุ่มบุคคลวางแผนประทุษร้ายว่า มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยไม่ได้มีความเข้มข้นขึ้นแต่อย่างใด เพราะตนไม่ได้ทำอะไรใครมีหน้าที่ทำงานให้กับประเทศและประชาชน ดังนั้น จะไปขัดแย้งกับใครและจะมีใครมาทำอะไรตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย อีกทั้งตนไม่ใช่แกนหลักของรัฐบาลเป็นเพียงแค่รองนายกรัฐมนตรี คนที่ตัดสินใจคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.แต่ตนเป็นเพียงผู้รับผิดชอบร่วมกับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่มาบอกว่าตนตกเป็นเป้าหมายพร้อมนายกฯก็ไม่เป็นอะไรเพราะเป้าก็เคลื่อนที่ไปมาไม่ได้อยู่กับที่

“จตุพร” เย้ยจับ ตชด.แก่สิ้นสภาพ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านยูทูบ ถึงกรณีการจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อดีต ตชด.และนายณัฐพล ณวรรณ์เล เป็นผู้ต้องหากรณีวางแผนป่วนเมือง โดยเชื่อมโยงกับกลุ่ม นปช.ว่า จ.ส.ต.ประธิน และนายณัฐพล ถูกอุ้มจากบ้านพักไปเก็บตัวที่ค่ายทหาร ก่อนงานซ้อมปั่นเพื่อพ่อที่ จ.ขอนแก่น 2 วัน และเมื่อถึงงานซ้อมปั่นเพื่อพ่อ 22 พ.ย.กลับไม่มีเหตุการณ์ป่วนเกิดขึ้น ที่ตำรวจระบุว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นกลุ่มขอนแก่นโมเดล มีแนวคิดก่อการร้าย ซ่องสุมกำลังพลและอาวุธ พร้อมยึดค่ายทหารและตำรวจนั้น ภริยาของ จ.ส.ต.ประธิน บอกว่า สามีมีสภาพคนแก่ สิ้นหวัง ตกงานอยู่บ้าน ไม่มีศักยภาพซ่องสุมกำลังทำขอนแก่นโมเดล ส่วนนายณัฐพลไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กมานานแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนจึงไม่มีพฤติกรรมป่วนหรือประทุษร้ายได้แต่อย่างใด

กังขายัดข้อหา ม.112-พ.ร.บ.คอมพ์

นายจตุพรกล่าวว่า ขอถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เชื่อหรือว่า ทั้งสองคนสะสมอาวุธ กำลังคน วางแผนยึดค่ายทหาร ตำรวจ เพื่อก่อเหตุรุนแรง ถ้าเป็นจริงแล้วเหตุใดไปตั้งความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การแถลงข่าวของตำรวจเอาง่ายเข้าไว้ โยงผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนพันกับเหตุการณ์ขอนแก่นโมเดลให้เป็นเรื่องใหญ่โต พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ใช่การสร้างเรื่องกลบข่าวอุทยานราชภักดิ์ ยืนยันว่า ตนไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ขอนแก่นโมเดล และ นปช.ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย อยากเรียน พล.อ.ประยุทธ์ว่า การชุมนุมของ นปช.มีคนมาร่วมหลายแสนคน ตนไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ขอบอกว่าถ้าค่ายทหารขอนแก่นหรือทั้งประเทศ ถูกตำรวจเกษียณยึดค่ายได้ อย่ามีค่ายทหารเลย คนพวกนี้จะไปยึดโรงพยาบาลบ้ายังไม่มีปัญญาเลย

“เต้น” จี้นำผู้ต้องหาแถลงข่าว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า การจับกุมตัวกลุ่มคนที่เตรียมก่อเหตุวุ่นวายและปองร้ายบุคคลสำคัญมีหลักฐานชัดเจน แต่ขณะนี้ไม่มีใครทราบว่า หลักฐานที่อ้างคืออะไร เมื่อพิจารณาตัวตนของผู้ต้องหายิ่งน่าสงสัยว่า คนพวกนี้มีศักยภาพเพียงพอก่อการหรือไม่ ถ้าจะให้ชัดรัฐบาลต้องนำตัวผู้ถูกจับกุมมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน สังคมจะได้ใช้วิจารณญาณว่า คือนักล่าที่มีคนระดับนายกฯเป็นเหยื่อ หรือเป็นเหยื่อที่ถูกล่า เพื่อแก้ปัญหาการเมืองให้ผู้มีอำนาจ เพราะอยู่ๆรัฐบาลก็เปิดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วชี้ว่าเกี่ยวข้องกับ นปช. ยังนึกไม่ออกว่า นปช.ไปเกี่ยวข้องในเรื่องที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดได้อย่างไร ถ้าเป้าหมายเรื่องนี้อยู่ที่การเบี่ยงเบนประเด็นทุจริตอุทยานราชภักดิ์ มั่นใจว่าไม่สำเร็จ เพราะกรณีนี้ยังขาดน้ำหนักให้สังคมเชื่อ

“เหวง” โวยแค่ป้ายสีกลบข่าวฉาวโฉ่

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนที่ถูกจับกุมถูกกล่าวหาว่าวางแผนลอบสังหาร พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร นั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เห็นได้ว่ารอบตัวนายกฯและรองนายกฯมีการอารักขาอย่างเข้มงวดแทบจะกล่าวได้ว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ดูศักยภาพแล้วเป็นไปไม่ได้ที่ใครจะไปลอบสังหาร เรื่องนี้เป็นความพยายามที่จะใส่ร้ายป้ายสีคนเสื้อแดงที่มีอยู่เป็นแสนเป็นล้านตั้งใจสร้างเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมจากเรื่องอุทยานราชภักดิ์ที่ฉาวโฉ่ขึ้นทุกที ไม่เกี่ยวข้องกับ นปช.เลยเพราะนโยบาย นปช.ดำเนินการโดยสันติวิธีปราศจากอาวุธ ใครที่ดำเนินการรุนแรงเราปฏิเสธหมด และเท่าที่ติดตามจากสื่อทราบว่าบางคนที่ถูกจับกุมเป็นคนสติไม่ดีด้วยซ้ำจะไปวางแผนลอบสังหารได้อย่างไร

เผยขังใน มทบ.11 สบายกว่า

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กรณีการควบคุมตัว จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ และนายณัฐพล ณ วรรณ์เล 2 ผู้ต้องหา ม.112 และเป็นสมาชิกเครือข่ายขอนแก่นโมเดล ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำชั่วคราว มทบ.11นั้น ตนไม่ได้สั่งการหรือเพิ่มมาตรการอะไรพิเศษ ที่ผ่านมาย้ำตลอดว่า เรือนจำชั่วคราวเป็นเรือนจำกรมราชทัณฑ์ จะไปอยู่ในค่ายทหารหรือตำรวจก็เป็นเรือนจำราชทัณฑ์ มีมาตรฐานเหมือนเรือนจำถาวรทั่วไปอยู่แล้ว จริงๆต้องบอกว่าเรือนจำ มทบ.11 ทั้งด้านสถานที่และการดูแลสูงกว่าเรือนจำถาวรด้วยซ้ำ เพราะเรือนจำถาวรต้องอยู่รวมกันกับผู้ต้องขังจำนวนมาก ที่นอน ที่กิน ห้องน้ำ มันติดขัดไปหมด แต่เราไม่ได้ทำให้สิทธิเขาในเรือนจำถาวรลดลง แต่ในเรือนจำชั่วคราวมันทำให้เกิดความสะดวก มีห้องน้ำในตัวด้วย มาตรฐานสูงกว่าเรือนจำถาวร แต่สิ่งที่เปิดเรือนจำชั่วคราว มทบ.11 เพราะต้องการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการสอบสวนคดีสำคัญๆเท่านั้น

ซัดทอดผู้บงการอยู่ต่างประเทศ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม บช.สยศ. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายขอนแก่นโมเดลพร้อมอาวุธร้ายแรงเตรียมวางแผนการป่วนช่วงเทศกาลสำคัญว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม จ.ส.ต.ประธิน จันทร์เกศ อายุ 60 ปี และนายณัฐพล ณ วรรณ์เล อายุ 26 ปี ตามความผิดมาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 9 ราย ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งส่งเอกสารไปตามด่านตรวจคนเข้าเมืองด่านต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามจับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ 2 รายดังกล่าว จากการสอบสวนเริ่มมีการให้การซัดทอดไปยังกลุ่มบุคคลที่โพสต์ข้อความกล่าวอ้างหมิ่นสถาบันฯทางโซเชียล-มีเดีย ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ หากพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 9 รายก็จะออกหมายจับเพิ่มเติม

“มีชัย” ย้ำชัดเลือก ส.ว.ทางอ้อม

อีกเรื่องเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวก่อนการประชุมกรธ.ว่า กรธ.ยืนยันในหลักการให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากองค์กรนิติบุคคล และกลุ่มสังคม แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่า จะมีกลไกการเลือก ส.ว.อย่างไร เพื่อให้ได้ ส.ว.ที่เหมาะสมกับสังคมไทย และป้องกันการล็อบบี้การเลือก ส.ว. ส่วนอำนาจและหน้าที่ของ ส.ว.จะเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญในอดีตกำหนด โดยไม่ให้ ส.ว.มีอำนาจถอดถอน จะให้อำนาจถอดถอนบุคคลไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแทน หากเป็นกรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำขัดรัฐธรรมนูญ ถูกกล่าวหาในคดีถอดถอน จะให้เป็นหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา ขณะเดียวกัน กรธ.มีความคิดว่า จะปรับปรุงการพิจารณากฎหมายของวุฒิสภาให้รวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ ส.ว.ต้องพิจารณากฎหมายที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎร 3 วาระ ทำให้เกิดความล่าช้า จึงควรหาทางลดขั้นตอนในส่วนนี้ อาจกำหนดกรอบเวลาให้ ส.ว.พิจารณารับหลักการวาระ 1 และพิจารณารายมาตรา วาระ 2 โดยรวดเร็วมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาการพิจารณาของ ส.ว.มีขั้นตอนยาว ซ้ำซ้อนค่อนข้างมาก

ยังไม่เคาะคดีโกงไร้อายุความ

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนแนวคิดเรื่องการให้คดีทุจริตไม่มีอายุความนั้น กรธ.ยังไม่ได้พิจารณาแต่อยู่ระหว่างการหารือกับศาลฎีกาเกี่ยวกับกระบวนการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อหาข้อสรุปว่า ควรให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายได้พร้อมกัน หรือจะให้อุทธรณ์ได้เฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง และขั้นตอนหลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ มีมติรับคำร้องจะมีกระบวนการพิจารณาคดีอย่างไร เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากอะไรถึง กรธ.ในการประชุมแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 25 พ.ย.หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่ฝากอะไรเป็นพิเศษ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ให้หนังสือมาอ่านหนึ่งเล่ม มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศและปัญหากับดักในระบอบประชาธิปไตย ตนยังไม่มีเวลาอ่านจบเล่ม แต่มอบให้ กรธ.ไปศึกษาแล้ว ยืนยันว่าการร่างรัฐธรรมนูญจะทันตามกรอบที่กำหนดไว้แน่นอน

เปิดกว้าง ส.ว.ไม่ต้องจบ ป.ตรี

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ได้วางหลักการให้ ส.ว.มี 200 คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มสังคมต่างๆ 20 กลุ่ม เฉลี่ยกลุ่มละ 10 ที่นั่ง อาทิ กลุ่มแรงงาน กลุ่มสื่อสารมวลชน กลุ่มสิทธิสตรี กลุ่มผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดกลุ่มสังคมรูปแบบใดให้เกิดความลงตัวและครอบคลุมมากที่สุด ไม่ให้เกิดการตกหล่น กรธ.กำลังวางกลไกให้กลุ่มสังคมลงทะเบียนเพื่อยืนยันความเป็นสังคมของแต่ละกลุ่มให้ง่ายต่อการเลือกตั้งทางอ้อม ส่วนคุณสมบัติ ส.ว. เบื้องต้นอาจไม่มีการกำหนดระดับการศึกษาของ ส.ว.ว่าต้องจบปริญญาตรีเหมือนที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มสังคมที่หลากหลาย

ห้ามคนโกงสมัคร ส.ส.ตลอดชีพ

ต่อมาเวลา 13.30 น. มีการประชุม กรธ. มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาในหมวดรัฐสภา ภายหลังการประชุมนายนรชิต สิงหเสรี โฆษก กรธ.แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณาหมวดรัฐสภา เรื่องการประกาศผลเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 30 วัน และต้องได้ ส.ส.เกินร้อยละ 90 หรือร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกตำแหน่งประธานและรองประธานผู้แทนราษฎร แต่หากเสียง ส.ส.ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กำหนด กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่และประกาศรับรองผล ส.ส.ให้ได้ภายใน 15 วัน ส่วนลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.นั้น เบื้องต้น กรธ. กำหนดข้อห้ามคือ บุคคลที่ถูกจำคุกจริงในคดีอาญา ยกเว้นคดีหมิ่นประมาทหรือคดีลหุโทษ ส่วนคดีทุจริตที่ถูกศาลตัดสินถึงที่สุดและผู้ที่ได้รับโทษดังกล่าว แต่ได้รับยกเว้นโทษตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินจะไม่สามารถมาลงสมัคร ส.ส.ได้ ส่วนกรณีนักการเมืองบ้านเลขที่ 109 และ 111 ที่พ้นโทษทางการเมืองมาแล้วลงสมัคร ส.ส.ได้ แต่ในส่วนผู้ที่ถูกถอดถอนนั้น กรธ.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณายังไม่ได้ข้อยุติ

“ชวน” ชี้ปัญหาอยู่ที่คนไม่ใช่ รธน.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของ กรธ.ว่า ติดตามการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าหน้าตาจะออกมาอย่างไร ยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไม่ได้เกี่ยวกับตัวบทรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนที่เป็นผู้ก่อปัญหามากกว่า ดังนั้น ขออย่าไปหลงทางแม้แต่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันก็ไม่ได้เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญเพราะเป็นเรื่องของคนทั้งสิ้น คนใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันคอร์รัปชันก็มีไม่คอร์รัปชันก็มี ฉะนั้นปัญหาเรื่องคนเป็นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

จวก “เสรี” ชงลดจำนวน ส.ส.

นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเมือง สปท.ที่เสนอให้มี ส.ส.ระบบเขตเพียงอย่างเดียวจำนวน 400 คนว่า ตนติดใจเดิมที่เคยมี 500 คน ทั้งที่จำนวนประชากรมีเพิ่มมากขึ้น เดิมสัดส่วน ส.ส. 1 คนต่อประชาชน 1.5 แสนคน การจำกัดจำนวนให้ลดลงจากเดิมถึง 100 คน ไม่ตอบโจทย์ในการดูแลพื้นที่และเป็นปากเสียงให้ประชาชน ไม่แปลกใจเพราะคนที่เคยเป็น ส.ส.มาจากการเลือกตั้งจะคิดถึงการดูแลทุกข์สุขของประชาชนเป็นหลัก แต่คนที่เข้าสู่ตำแหน่งด้วยวิธีพิเศษไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่เคยคิดถึงเรื่องดังกล่าว ถามว่า การชงเรื่องให้มี ส.ส.แค่ 400 คน สอดรับกับการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทำลายพรรคการ เมืองใหญ่ เอื้อพรรคเล็กในการจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาลในอนาคตใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นถือว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมืองในอนาคตหรือไม่

นายกฯคาดโทษ ขรก.เกียร์ว่าง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2559 (ปีงบประมาณ) ซึ่งครั้งนี้มี พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายนายกฯเข้าร่วมประชุมด้วย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกภาคส่วนเร่งรัดการทำงานและจะมีการประเมินตามกรอบระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะงบฯของจังหวัด ที่กระทรวงมหาดไทยดูแล มี ผวจ.และนายอำเภอเป็นกำลังหลักที่จะช่วยทำงานในภาพกว้างให้เกิดผลสัมฤทธิ์คุ้มค่า เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้น หากดำเนินการไปแล้วไม่มีความคืบหน้าต้องมีการลงโทษ

เร่งเครื่องขอเป็นแพขนานยนต์

จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลวันนี้เสมือนนำเรือข้ามแม่น้ำ 5 สาย ไม่ใช่เรือแป๊ะ เพราะความหมายของเรือแป๊ะถ้าเป็นเรือจ้างเรือแจวต้องมีคนรับจ้างพายเรือข้ามฟากต้องตามใจคนพาย อยู่ดีๆจะบอกว่าไม่ขอไปเส้นโน้นขออ้อมไปอีกเส้นหนึ่งเขาไม่ไปหรอกเพราะจะตายเปล่าๆเรียกว่าตามใจแป๊ะแจวเรือจ้าง ตนไม่ใช่เรือจ้างที่พาพวกท่านไปส่งแต่เป็นแพขนานยนต์ ต้องไปให้เร็วไปด้วยกันทั้งหมดเอาประชารัฐไปด้วยเพราะแค่เรือแป๊ะมันไม่พอ ถ้าทุกคนแยกเรือกันไป ติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ทรงเครื่อง มันก็ไปไม่ได้ เคยอ่านนิทานอีสปไหม ติเรือทั้งโกลนขณะที่ยังสร้างไม่เสร็จจะติไปทำไม

เมื่อถามว่า แพขนานยนต์จะแตกก่อนปี 60 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “อยู่ที่เธอ ไม่ได้อยู่ที่ฉัน ฉันต่อแพแล้ว ถ้าจะทำแพแตกก็เป็นเรื่องของท่านก็จมน้ำกันไป ผมว่ายน้ำเป็นอยู่แล้ว ถ้าไม่ไปด้วยกันก็ตายหมด นอกจากว่ายน้ำไม่เป็นยังเหยียบกันตาย มันแย่งทะเลาะกันเอาเปรียบกัน ต่างคนต่างอยากอยู่ตรงกลาง อย่าลืมต้องค้ำถ่อทุกด้าน อย่างเท่าเทียมกัน สื่อต้องสอนคนอย่างนี้ให้เด็กเข้าใจ อย่าเขียนคำศัพท์สวิงสวายจะไม่รู้เรื่อง

เตือนระวังทุกอย่างพังก่อนปี 60

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีการนำประเด็นอุทยานราชภักดิ์มาทำลายศรัทธาประชาชนที่มีต่อรัฐบาลด้วยว่า จะไปขยายความให้เขาทำไม เรื่องนี้มาขยายกันอยู่ได้ ตนไม่ได้ช่วยหรือเข้าข้างใคร ถ้ายังขยายความแบบนี้ กระบวนการยุติธรรมเสียหาย พูดเรื่องความรับผิดชอบกันอยู่นั่น วันนี้ประเทศติดไปทุกอย่าง มัวแต่อยู่ในความขัดแย้ง การทำทุกอย่างมันต้องมีปัญหา เราเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะทหาร ตำรวจ ประชาชน มีปัญหาทั้งนั้น ให้กลไกที่มีทำไป ทำไมต้องมาแบ่งฝ่าย ตนไม่ใช่ฝ่ายใคร แต่คือฝ่ายคน 70 กว่าล้านคน ยกเว้นคนไม่ดี ตนไม่ใช่ศัตรูใคร วันนี้ต้องการให้ตีกันอีก ต้องการให้มีผู้ชนะ ผู้แพ้หรืออย่างไร แต่คนแพ้ทั้งหมดคือประเทศ และประชาชน จะอยู่ไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้น ถ้าทุกอย่างล้มก่อนปี 60 ก็ช่วยไม่ได้ ตนพอแล้ว ไปหาใครมาทำก็แล้วกัน ไม่ได้ต้องการสร้างคะแนนนิยมรัฐบาลหรือ คสช. สิ่งที่ทำอาจช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่กลับเอาเรื่องแบบนี้มาขยายความเพื่ออะไร

แจงมะกัน ม.112 ใช้ปกป้องสถาบัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย วิจารณ์บทลงโทษมาตรา 112 จำคุกผู้ต้องหาหมิ่น ประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ในงานเสวนาสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า เรื่องของเขา ตนยังถามว่าตนทำดีอย่างนี้แล้วจะว่าอย่างไร พอถามรัฐบาลประชาธิปไตยทำให้อย่างนี้ไหมก็เงียบ จะมาเร่งอะไรหนักหนาให้เลือกตั้งทุกวันๆ ทั้งที่เวลาโรดแม็ปยังมีอยู่ เมื่อถามว่า ได้อธิบายให้ต่างชาติเข้าใจมาตรา 112 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนพูดคงไม่เข้าใจ มันเป็นกฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนกับทุกประเทศ แต่นี้เพื่อสถาบัน เพราะสถาบันฟ้องร้องใครไม่ได้ ดังนั้น มีมาตรา 112 เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ คนไทยต้องปกป้อง พวกที่ไปฟ้องสิทธิมนุษยชนทำผิดกฎหมายหรือเปล่า กฎหมายอัยการศึก มาตรา 44 ทำผิดหรือเปล่าในเมื่อเป็นกฎหมายพิเศษช่วงนี้ต้องปฏิบัติไม่เคยปิดกั้นจะพูดอะไรก็พูดไป แต่จะพูดด่ารัฐบาลไม่ได้ เดิมบอกเป็นประชาธิปไตยแต่ทำอะไรก็ได้ไม่เคารพกฎหมาย แล้วจะปฏิรูปกันไหม อย่างนั้นก็เชิญทำกันไป

กางโรดแม็ปทำงานปี 60

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่รัฐบาล และ คสช.จะทำให้ได้ภายในเดือน ก.ค. 60 ตามโรดเเม็ปคือ 1.การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การศึกษา การสร้างงาน นวัตกรรม สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มการวิจัยและพัฒนา 2.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยในวงรอบ 20 ปีรองรับการนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 3.เรื่องกฎหมาย ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม ต้องชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมดูแลผู้มีรายได้น้อย ไม่ให้เกิดช่องว่าง 4.การลดความเหลื่อมล้ำเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุข 5.เรื่องความมั่นคง และการลดความเหลื่อมล้ำเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ การจัดสรรที่ทำกิน 6.เรื่องการท่องเที่ยว การกีฬา วัฒนธรรม จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเป็น package ร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งทางบก เรือ อากาศ

อย่าตื่นตระหนกสถานการณ์โลก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนความเชื่อมโยงแม่น้ำ 5 สาย ได้พูดคุยกันเป็นระยะ เพื่อหารือพิจารณาแนวทางให้ตรงกัน โดยเฉพาะการปฏิรูปให้แนวทางว่า ต้องคำนึงถึงยุทธศาสตร์ 20 ปี และทุก 5 ปีต้องมีการประเมินผล วันนี้เรากำลังทำถึงเดือน ก.ค.ปี 60 แล้วที่เหลือก็ส่งต่อรัฐบาลหน้า ต้องวาดอนาคตให้คนในชาติ และให้ต่างชาติไว้วางใจ เชื่อมั่นในการลงทุน ส่วนเรื่องความมั่นคง วันนี้สถานการณ์โลกมีความอ่อนไหวในทุกมิติ สิ่งที่เราต้องเตรียมการให้พร้อมคือ การเฝ้าระวัง จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อย่าตื่นตระหนก เป็นเจ้าภาพที่ดี เจ้าบ้านที่ดีในการรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซั่น ทำอย่างไรเราจะขจัดคนไม่ดีคนที่มุ่งร้ายต่างๆ ที่ยังคงมีอยู่บ้างในปัจจุบันให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว ทุกเรื่องรัฐบาลห่วงใย ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน บาดเจ็บหรือสูญเสียทั้งสิ้น

“ชายหมู” ปิดปากถูกขับพ้น ปชป.

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กทม. กล่าวถึงกระแสข่าวถูกคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์มีมติอย่างไม่เป็นทางการขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคว่า “ผมไม่ขอตอบคำถามนี้ครับ” เมื่อถามว่า ข่าวนี้ทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ตอบว่า “ท่านไม่เห็นผมทำงานหรือครับ”

ขวาง พณ.ประมูลข้าวเสียทิ้ง

วันเดียวกัน นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า กรณีที่สมาคมเซอร์เวย์เยอร์ทักท้วงกระทรวงพาณิชย์เปิดประมูลข้าวเสีย เนื่องจากมีข้าวคุณภาพดีปะปนอยู่เกินกว่า 50% และนำไปประมูลขายราคาถูกให้ภาคอุตสาหกรรมนั้น เห็นว่าหากเอาข้าวดีๆไปขายปะปนกับข้าวเสื่อมสภาพจะได้เงินน้อยมาก และส่วนต่างของความเสียหายตามสัญญาจ้างเซอร์เวย์เยอร์อาจจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจึงทักท้วงให้ระงับตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่ดูเหมือนกระทรวงพาณิชย์จะไม่ฟังข้อท้วงติงคงเป็นเพราะข้าราชการมีคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 เป็นเกราะป้องกัน ถ้ามีข้าวดีแอบปะปนไปขายถูกๆรวมกับข้าวเสื่อมสภาพใครจะได้ประโยชน์ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่าทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือไม่ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ถ้าระบายข้าวโดยวิธีเช่นนี้รัฐจะได้เงินน้อยแน่นอน ในที่สุดจะโยนความเสียหายมาให้โครงการรับจำนำข้าวแบบยกเข่งเพื่อกล่าวหารัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช่หรือไม่ จะมีพวกเสวยสุขมีขบวนการทุจริตได้ประโยชน์จากการระบายแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน และควรยกเลิกคำสั่ง ม. 44 โดยเร็ว มิฉะนั้นนายกฯอาจถูกกล่าวหาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้

 

ออกหมายจับ 9 ผู้ต้องหาหมิ่นสถาบัน-เตรียมประทุษร้ายบุคคลสำคัญ

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542179

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ย. 2558 17:28

 

ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 9 สมาชิกขอนแก่นโมเดล หลังมีพฤติกรรมเตรียมก่อเหตุ ประทุษร้ายบุคคลสำคัญ พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องอีก 7 คน มาดำเนินคดี ขณะที่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุอาจมีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้อง

ทหารสังกัดกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์คุมตัว จ.ส.ต.ประทิน จันทร์เกศ และนายณัฐพล ณวรรณ์เล ผู้ต้องหาฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และเป็นสมาชิกเครือข่ายขอนแก่นโมเดล มาส่งมอบตำรวจเพื่อสอบปากคำ และแจ้งข้อกล่าวหา โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ร่วมรับตัว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหานั้นเตรียมวางแผนประทุษกรรม ก่อเหตุความวุ่นวายในช่วงกิจกรรมสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ ในการนัดหมาย ส่วนจะมีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ขณะที่พฤติการณ์ของผู้ต้องหา เริ่มซ่องสุมอาวุธและกำลังพลตั้งแต่การชุมนุมทางการเมือง ที่ถนนอักษะ และเคยถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังคงมีพฤติการณ์ในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่มี และไม่ใช่การจัดฉาก และโยนความผิดให้กับฝ่ายการเมืองฝ่ายใด ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีจริง และได้สั่งการให้ ตำรวจติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก 7 คน คือ นายพิษณุ พรหมสร ชาวจังหวัดเชียงใหม่ นายวัลลภ บุญจันทร์, นายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม และ นายวีรชัย ชาบุญมี ชาวจังหวัดขอนแก่น นายฉัตรชัย ศรีวงษา ชาวจังหวัดมหาสารคาม นายมีชัย ม่วงมนตรี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด และ นายพาหิรัณ กองคำ ชาวจังหวัดบึงกาฬ ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ กลับมาดำเนินคดี.

 

ผู้การฯ กองปราบ ลั่นไม่ลาออก-ปัดเอี่ยวคดีใหญ่

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542154

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ย. 2558 15:25

 

“พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี” ปรากฏตัวที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันไม่ลาออก พร้อมปัดเอี่ยวคดีใหญ่ มั่นใจทำดี เป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนมาโดยตลอด

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวถึงกระแสข่าวพัวพันคดีสำคัญ จนอาจลาออกจากราชการ และอาจถูกปรับย้ายจากตำแหน่ง ว่า ยืนยันไม่คิดลาออก และตนมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ ตามที่มีกระแสข่าว มั่นใจว่าที่ผ่านมาทำดี และทำหน้าที่โดยเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนมาตลอด ยอมรับว่าเมื่อมีกระแสข่าวเกิดขึ้น มีคนห่วงใยโทรศัพท์มาสอบถามตนเป็นร้อยๆ สาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อัคราเดช มีสีหน้าเรียบเฉย ยิ้มน้อยๆ ก่อนเข้าร่วมทีมคณะพนักงานสอบสวน รับตัวผู้ต้องหาคดีความผิด ม.112 ป.อาญา ในกรณีเตรียมก่อเหตุป่วนใน กทม.

 

ปปง. อายัดทรัพย์สิน สว.เอี๊ยด กับพวก ก่อคดี 112 มูลค่ากว่า 44 ล.

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542099

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ย. 2558 12:57

 

คณะกรรมการธุรกรรม อาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 อายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิดไว้ชั่วคราวของ สว.เอี๊ยด และผู้ต้องหาคดี 112 จำนวน 11 รายการ มูลค่า 44,330,069.44 บาท

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) กล่าวว่า ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้มีหนังสือมายังสำนักงาน ปปง. ขอให้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและรายงานข้อเท็จจริงในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ของ พันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา กับพวก

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า พันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา กับพวก มีพฤติการณ์ร่วมกัน มีพฤติการณ์เป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา กระทำการอย่างใดๆ ให้บุคคลมิให้ต้องโทษ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 และเป็นเจ้าพนักงานรัฐ ปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123 และเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา โดยในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 14/2558 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 คณะกรรมการธุรกรรม มีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด พันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา กับพวก

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 พลตรีวิจารณ์ จดแตง ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และพวกเพิ่มเติมอีก 2 คดี โดยกล่าวโทษ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์, นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ และพันเอก คชาชาต หรือ โจ้ บุญดี ร่วมกันกระทำความผิดในฐานความผิดมาตรา 112 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือในความผิดฐานอื่นที่พบภายหลัง

กระทั่งเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ศาลทหารกรุงเทพ ได้ออกหมายจับ พันเอกคชาชาต บุญดี ในข้อหาดังกล่าว จากข้อเท็จจริงดังกล่าว พฤติการณ์ของพันเอกคชาชาต บุญดี กับพวก จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123 และเป็นการกระทำโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นและประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และด้วยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม อันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) มาตรา 3 (5) และมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมหรือข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมของบุคคล รวมทั้งผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับพันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา กับพวก ปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าพันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา กับพวก เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินจำนวนหลายรายการ ได้แก่ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร สิทธิเรียกร้องในตั๋วแลกเงิน และห้องชุด และปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าว พันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา กับพวก (นางสาวสุรีวรรณ ชาญยุทธิ์, นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์, พันเอก คชาชาต บุญดีและนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์) ได้มาในระหว่างที่กระทำความผิดมูลฐานดังกล่าว

เนื่องจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีนี้ประกอบด้วยทรัพย์สินประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร สิทธิเรียกร้องในตั๋วแลกเงินอันเป็นทรัพย์สินที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด ซ่อนเร้น ได้โดยง่าย และทรัพย์สินประเภทห้องชุดอันเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานในทางทะเบียนในการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครอง โดยผู้มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง อาจดำเนินการทางนิติกรรมโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองในทางทะเบียนได้ หากมิได้มีการออกคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว

ต่อมาศาลได้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน สำนักงาน ปปง. อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนมาได้ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว

ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 15/2558 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 คณะกรรมการธุรกรรม อาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 11 รายการ พร้อมดอกผล ได้แก่

(1) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ของนางสาวสุรีวรรณ ชาญยุทธิ์ จำนวน 1 บัญชี จำนวน 39,549.40 บาท
(2) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ของนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ จำนวน 1 บัญชี จำนวน 352,809.74 บาท
(3) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ของพันเอก คชาชาต บุญดี จำนวน 1 บัญชี จำนวน 317,839.62 บาท
(4) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ของพันเอก คชาชาต บุญดี จำนวน 2 บัญชี รวมจำนวน 10,219,870.68 บาท
(5) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ของนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ (โดยเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด) จำนวน 1 บัญชี จำนวน 800,000 บาท
(6) เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ของพันเอก คชาชาต บุญดี จำนวน 2 บัญชี รวมจำนวน 9,800,000 บาท
(7) ตั๋วแลกเงิน ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ของพันเอก คชาชาต บุญดี จำนวน 20,000,000 บาท
(8) ห้องชุด พหลโยธินปาร์ค เลขที่ 127/21 ชั้น 3 อาคารเลขที่ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ราคา 1,800,000 บาท ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์
(9) ห้องชุด พหลโยธินปาร์ค เลขที่ 127/18 ชั้น 3 อาคารเลขที่ 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ราคา 1,000,000 บาท ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์
มีกำหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ กล่าวคือ นับตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 รวมทรัพย์สินที่อายัดไว้ชั่วคราวทั้งสิ้น จำนวน 11 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 44,330,069.44 บาท

 

หมายจับ‘ม.112’ พลตรี-3ตร. ถอดยศเสธ.โจ้

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542024

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ย. 2558 06:06

 

‘ศรีวราห์’แพลมมีระดับบิ๊กอีก กรณี‘ผู้การกองปราบ’ยังไม่มี ‘วิชา’ยันปปช.ทำคดีอุทยานได้

ศาลทหารอนุมัติหมายจับ “เสธ.โต” แล้ว 2 ข้อหา โดนทั้ง 112 และ 123 ส่วนอดีต ผกก. 2 บก.ป. รอง ผกก. และ สว.ทล.โดนด้วยความ ผิดมาตรา112 รวมศาลทหารออกหมายจับวันเดียว 6 หมาย ผู้ต้องหา 5 คน “ศรีวราห์” แย้มมีเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใหญ่โดนคดีอีก “จักรทิพย์” ยัน ย้าย ผบช.ส.มาช่วยงานสำคัญไม่เกี่ยวคดี 112 หึ่ง เตรียมย้าย ผบก.ป.เข้ากรุ โยก “ประเสริฐ พัฒนาดี” มา รรก.ผบก.ป. แทน เลขาฯ ปปง.แถลง ตรวจสอบเส้นทางการเงินแก๊งเอี๊ยด-หยอง พบเงินหมุนเวียนช่วงเทศกาลสำคัญกว่า 30 ล้านบาท ตรงกับข้อมูลไปไถเงินนักธุรกิจ ด้านคดีทุจริตอุทยานราชภักดิ์ ให้รองปลัดกลาโหมสรรหาคณะกรรมการสอบสวนตามคำสั่ง “ประวิตร” ส่วน “วิชา มหาคุณ” ยัน ป.ป.ช.มีอำนาจสอบคดี ล่าสุดถอดยศ-เรียกคืนเครื่องราชฯ “ผู้การโจ้”

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. สืบสวนคลี่คลายคดีกลุ่มคนแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงไปกระทำการอันมิบังควร ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง อายุ 53 ปี ป่วยเสียชีวิตในเรือนจำ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก.1 บก.ปอท. หรือสารวัตรเอี๊ยด อายุ 44 ปี ผูกคอตายภายในเรือนจำ และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาท ชัตเตอร์มหาเทพ อายุ 39 ปีคนสนิทหมอหยอง ต่อมาคณะทำงานออกหมายจับ พ.อ.คชาชาต บุญดี หรือผู้การโจ้ นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำกองทัพภาคที่ 3 ความผิดตามมาตรา 112 เช่นเดียวกัน เบื้องต้นเชื่อว่า หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ล่าสุดมีคำสั่งย้าย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.ไปช่วยราชการ ศปก.ตร. นอกจากนี้ ยังมีการเปิดประเด็นการทุจริตการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่กองทัพบกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วแถลงว่า ไม่พบการทุจริต แต่กระแสสังคมยังเคลือบแคลง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จึงประกาศตั้งคณะทำงานมาตรวจสอบอีกครั้ง

คุมตัว “อาท” ฝากขังผัด 4

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 พ.ย.ที่ศาลทหารกรุงเทพ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคุมตัวนายจิรวงศ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ คนสนิทของนายสุริยัน หรือหมอหยอง สุจริตพลวงศ์ จากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 มายังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออำนาจศาลทหารฝากขังผัดที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.ถึงวันที่ 7 ธ.ค.2558 ระหว่างถูกควบคุมมายังศาลทหารนายจิรวงศ์มีสีหน้าเรียบเฉยเดินก้มหน้าตลอดทาง ก่อนเข้าไปในศาลทหารกรุงเทพ ถูกแจ้งข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แอบอ้างมีความใกล้ชิดกับสถาบันเบื้องสูง และเรียกรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนรวม 13 คดี กระทั่งถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาศาลทหารอนุมัติให้ฝากขังนายจิรวงศ์ต่อเป็นผัดที่ 4 และให้นำตัวไปควบคุมต่อที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 ต่อไป

ออกหมายจับ “เสธ.โต” ม.112

ต่อมาพนักงานสอบสวนชุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. นำสำนวนการสอบสวนเดินทางไปขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่ศาลทหารกรุงเทพ ต่อมาศาลทหารอนุมัติหมายจับอดีตนายทหารและนายตำรวจ ข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย 1.หมายจับเลขที่ 46/2558 และ 47/2558 ให้จับกุม พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือ เสธ.โต อดีตคนสนิท พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 ว่าด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่า มีตําแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตําแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 พันถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

อดีต ผกก.2 กับรอง ผกก.ก็ไม่รอด

2.หมายจับเลขที่ 48/2558 ให้จับกุม พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป. ความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาต มาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และ 3.หมายจับเลขที่ 49/2558 ให้จับกุม พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รอง ผกก.2 บก.ป. ความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 ว่าด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 2 พันบาทถึง 2 หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

แฉพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูง

รายงานข่าวแจ้งว่า การออกหมายจับอดีตนายทหารและตำรวจทั้ง 3 นายนั้น มาจากการชุดสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูงพบข้อมูลสำคัญ รวมทั้งพฤติการณ์เรื่องของการแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ส่วนของ พล.ต.สุชาติ พรมใหม่ ชุดสืบสวนสอบสวนพบข้อมูลว่า มีการกระทำความผิดร่วมกับ พ.อ.คชาชาต บุญดี ผู้ต้องหาในคดี 112 ที่ถูกหมายจับก่อนหน้านี้และอยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุม ไปดำเนินการขอเงินหน่วยงานเอกชนจำนวน 40 ล้านบาทมาทำเสื้อสำหรับกิจกรรมสำคัญ ขณะที่ พ.ต.อ.ไพโรจน์ โรจนขจร อดีต ผกก.2 บก.ป.มีพฤติกรรมแอบอ้างเบื้องสูงกระทำความผิดร่วมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ไปขอเบอร์โทรศัพท์วีไอพีจากบริษัทโทรศัพท์เอกชนส่วน พ.ต.ท.ธรรมวัฒน์ หิรัณยเลขา รอง ผกก.2 บก.ป. ชุดสืบสวนสอบสวนพบพฤติกรรมดำเนินการแอบอ้างเบื้องสูงกระทำการเรียกรับค่าหัวคิวส่วนแบ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมสำคัญทางโทรทัศน์ จากผู้ประกอบการภาคเอกชนหลายแห่ง

หมายจับเพิ่มอดีต ส.ว.ทล.และคนสนิทเอี๊ยด

ล่าสุดชุดคณะพนักงานสอบสวนชุดของ พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.นำสำนวนการสอบสวนเดินทางไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับ พ.ต.ท.จีรวัฏฐ์ บุญวัฒนาภรณ์ สว.ส.ทล.2 กก.1.บก.ทล อดีตนายตำรวจสังกัด บช.ก. ฐานความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 123 นอกจากนี้ยังขอออก หมายจับนายศุกร์โข ตามเสรี คนสนิทของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด อดีตสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ในฐานความผิดครอบครองอาวุธปืน ที่นาย ทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองด้วย รวมวันนี้พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับเครือข่ายสารวัตรเอี๊ยดเพิ่ม 6 หมายจับรวมผู้ต้องหา 5 คน

เตรียมโยก ผบก.ป.เข้ากรุ ศปก.ตร.

มีรายงานด้วยว่า คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง จะเดินทางไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพอนุมัติหมายจับกุมอดีตนายตำรวจยศ พล.ต.ต. 1 นาย นายตำรวจยศ พ.ต.ท.ที่ยังอยู่ในราชการ 1 นายและพลเรือน 1 คน ความผิดตาม พ.ร.บ.การสื่อสาร ซึ่งมีส่วนพัวพันคดีของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภาหรือสารวัตรเอี๊ยด และมีรายงานว่า ในวันที่ 26 พ.ย.จะมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.บก.ป. นรต.รุ่น 41 มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. แล้วโยก พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รรท.ผบก.ปคบ.นรต.รุ่น 36 มารักษาราชการ ผบก.ป.

“ศรีวราห์” รับมีหมายจับ ตร.ระดับสูงอีก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ความคืบหน้าในการดำเนินการคดีหมิ่นเบื้องสูง มีการเร่งรัดตามพยานหลักฐาน เมื่อวานมีการออกหมายจับเพิ่มนายจิรวงษ์ หรืออาท วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 112 รวบรวมจากพยานหลักฐานที่มี เป็น 1 ในความผิด 7 สำนวนหลัง ที่ยังไม่ได้ส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบ เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ส่วนกรณีของนายตำรวจสังกัด บก.ป.อยู่ระหว่างการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ตามความเห็นของตนพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอจึงขออนุมัติศาล ส่วนศาลจะเห็นด้วยหรือไม่เป็นอีกกรณีหนึ่ง และยังขออนุมัติศาลออกหมายจับอีกหลายคน ส่วนจะเป็นใครบ้างจำไม่ได้ เป็นบุคคลที่ถูกหมายจับไปบ้างแล้วบางคน และบางคนมีตำแหน่งสูงกว่าที่ถูกออกหมายจับแล้วก็มี รอให้หมายจับออกก่อน จะไปก้าวล่วงอำนาจศาลคงไม่ได้ ต้องให้ศาลพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก่อน

ยังไม่มีชื่อ ผบช.ส.และ ผบก.ป.

“สำหรับในขบวนการดังกล่าวนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง เป็นผู้สั่งการสูงสุดในขบวนการนี้ ส่วนจะมีผู้ร่วมขบวนการกี่คนยังตอบไม่ได้ต้องขึ้นอยู่กับหลักฐาน ถ้าหลักฐานเชื่อมไปถึงใครอีกต้องดำเนินการต่อ สำหรับเรื่องนี้มีคำสั่งให้ดำเนินการตามกบิลบ้านกบิลเมือง ตรงไปตรงมาชัดเจนไม่แกล้งใครและไม่ช่วยใคร ผมต้องดำเนินการถึงที่สุดเพราะถ้าไม่อย่างนั้นถือว่าละเว้น จะต้องดำเนินการจนสิ้นกระแสตามกฎหมายบ้านเมือง สำหรับนายตำรวจที่ถูกคำสั่งโยกย้ายเมื่อวันที่ 24 พ.ย.หลักฐานในสำนวนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ส่วนกรณี ผบก.ป.หลักฐานในสำนวนก็ยังไม่มีเช่นกัน” รอง ผบ.ตร.กล่าว

ตำรวจยังตามจับ “คชาชาต” อยู่

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ตนในฐานะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทราบว่ามีการกล่าวโทษ ไม่ใช่แจ้งความ ไม่ใช่ร้องทุกข์ คำว่ากล่าวโทษกับร้องทุกข์ไม่เหมือนกันในกฎหมาย ทราบว่าเขามากล่าวโทษตามหนังสือพิมพ์ คงต้องสอบหนังสือพิมพ์ว่าเอามาอย่างไร ถ้าไม่มีมูลก็ยุติ เรื่องนี้ตนไม่ใช่ผู้รับผิดชอบ เพียงแต่ทราบในฐานะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น ส่วนกรณี พ.อ.คชาชาต บุญดี ยังติดตามตัวกันอยู่ เพียงแต่ยังไม่พบตัว เรื่องนี้ทุกหน่วยเร่งดำเนินการ แต่จะได้ตัวหรือไม่คงไม่มีส่วนสำคัญในสำนวน เพราะไม่ใช่เอกสารหรือวัตถุพยาน เพราะถ้าจับตัวมาแล้วเขารับสารภาพก็เป็นประโยชน์ต่อเขา ถ้าให้การปฏิเสธก็เป็นโทษของเขา ถึงอย่างไรตนไม่ฟังคำให้การของผู้ต้องหาแน่ เราดูจากพยานหลักฐาน พยานหลักฐานมีความสมบูรณ์ตามสมควร ศาลจึงอนุมัติหมายจับ

“จักรทิพย์” ย้าย ผบช.ส.ช่วยงานสำคัญ

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.การถึงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ส.มาช่วยราชการที่ ศปก.ตร.ว่า เนื่องจากตนมีงานเฉพาะที่จะให้ พล.ต.ท.รอยมาช่วย เป็นภารกิจต่อเนื่องด้านความมั่นคง เกรงว่าถ้าอยู่ในตำแหน่งเดิมอาจจะทำให้ขาดช่วงไม่ต่อเนื่องเพราะต้องรับผิดชอบงานหลัก เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคดี 112 และไม่ใช่การลงโทษเป็นเรื่องความไว้ใจ อย่าไปวิตก ส่วนกระแสข่าวการโยกย้าย ผบก.ป.ตนยังไม่ทราบ ไม่รู้ไปเอาข่าวมาจากไหน การให้ พล.ต.ท.รอยมาช่วยราชการครั้งนี้ ไม่น่าจะทำให้เกิดความระส่ำระสายแต่อย่างใด เป็นเรื่องการบริหารงานบุคคลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนที่เป็น พล.ต.ท.รอย เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษและงานสืบสวน ส่วนที่ต้องให้มาช่วยในช่วงนี้เนื่องจากมีงานเข้ามาพอดี และถ้าไม่จำเป็นจริงๆตนคงไม่เรียกมาช่วย

ปปง.พบเงินแก๊งเอี๊ยด 30 ล้านบาท

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด และนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยองกับพวก ผู้ต้องหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ขณะนี้ ปปง.กำลังดำเนินการตรวจสอบและมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายดังกล่าวแล้ว พบจำนวนทรัพย์สินกว่า 10 รายการรวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เครือข่ายนี้ใช้วิธีการเข้าไปแอบอ้างรับเงินบริจาคจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ก่อนจะนำมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว ส่วนข้อมูลที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งมาให้ ปปง.ตรวจสอบนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกราย ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้ว่า มีการเรียกรับเงินทั้งหมดกี่โครงการ แต่จากการตรวจสอบพบว่า เครือข่ายนี้เริ่มตั้งแต่โครงการปั่นเพื่อแม่ และไม่พบว่ามีการโอนเงินออกไปยังต่างประเทศ

มอบรองปลัด กห.หากรรมการสอบอุทยาน

ส่วนคดีตรวจสอบคดีทุจริตโครงการอุทยานราชภักดิ์ แหล่งข่าวจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเผยว่า หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม มอบหมายให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การจัดสร้างโครงการอุทยานราชภักดิ์ ล่าสุด พล.อ.ปรีชา มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงกลาโหม 3 นาย ประกอบด้วย พล.ร.อ.อุทัย รัตตะรังสี พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ เป็นผู้คัดเลือกบุคคลที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมให้นำรายชื่อดังกล่าวเสนอ พล.อ.ประวิตร คัดเลือกอีกครั้ง เนื่องจาก พล.อ.ปรีชา เคยเป็นคณะกรรมการโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ สมัยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และ พล.อ.พอพล มณีจันทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เคยเป็นคณะกรรมการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์สมัยดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากองทัพบก คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้

ป.ป.ช.ชี้มีอิสระสอบคดีราชภักดิ์

นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวถึงปัญหาความไม่โปร่งใสการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า อย่าเพิ่งกล่าวหากันไปรุนแรง เรื่องการแสดงความจงรักภักดีเป็นความบริสุทธิ์ แต่อาจมีการแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการ จึงต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือความบริสุทธิ์และการเข้ามาหากิน อย่างไร ก็ตาม เบื้องต้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้ประเมินผลสอบของกองทัพ อยู่ระหว่างขอข้อมูลส่วนนี้ เช่น การเรียกเก็บค่าหัวคิวโรงหล่อ ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องขอข้อมูลมาให้หมด และดูว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องดูภาพรวมทั้งหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความชำนาญของ ป.ป.ช.อยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริง ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ระบุว่า มีการหักค่าหัวคิวโรงหล่อนส่อเป็นการทุจริตหรือไม่ นายวิชาตอบว่า ให้ไปถาม พล.อ.อุดมเดช ที่เป็นคนพูดเรื่องนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้รายละเอียดต้องรอข้อมูลจากทุกฝ่าย ส่วนเรื่องงบการก่อสร้างยังไม่ชัดเจนว่าเป็นงบประมาณแผ่นดินหรือไม่ ต้องแยกแยะให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่า ป.ป.ช.มีอิสระในการทำงาน ส่วนที่มีบางฝ่ายปรามาสว่า ป.ป.ช.ไม่กล้าตรวจสอบโครงการนี้ก็ไม่เป็นไร ทุกเรื่องก็เป็นแบบนี้ แต่ ป.ป.ช.ทำลุล่วงไปทุกคดี

“มาร์ค” แนะสอบประเด็นคาใจ

ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ทั้งต้นสังกัดและ ป.ป.ช.คงต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะทางการยอมรับว่ายังไม่จบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบได้ กองทัพตั้งกรรมการตรวจสอบอยู่ จึงต้องทำอย่างตรงไปตรงมาและต้องจับประเด็นที่ทำให้เกิดความค้างคาใจ เพราะมีการยอมรับว่า เรียกรับผลประโยชน์จริง ดังนั้นต้องมุ่งให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับใครอย่างไร ส่วนกรณีที่ สตง.จะตรวจสอบหรือไม่ อำนาจหน้าที่ของ สตง.ต้องดูว่าเกี่ยวพันกับเงินแผ่นดินหรือไม่ แต่ในแง่ของหน่วยงานอื่นต้องยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ เมื่อเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ต้องทำให้โปร่งใสชัดเจน ส่วนตัวเห็นว่าสังคมสงสัยกับการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ฐานะอดีต ผบ.ทบ. ที่ยอมรับว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ จึงควรทำให้ชัดเจนว่าเมื่อทราบเรื่องแล้วดำเนินการอย่างไร และเหตุใดจึงใช้วิธีการนั้น ถ้าปล่อยไว้ให้เป็นที่เคลือบแคลงต่อสังคมก็จะไม่เป็นเรื่องดี เพราะจะกระทบต่อความเชื่อถือสะสมไปจนเกิดปัญหา เรื่องนี้คงไม่ใช่การขยายผลเหมือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุ แต่เป็นเรื่องของความจริงที่สังคมสงสัย จึงต้องหาคำตอบและดำเนินการตามกระบวนการจึงจะทำให้เกิดความเชื่อมั่น

ถอดยศ “คชาชาต บุญดี” แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ย.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พ.อ.คชาชาต บุญดี ออกจากยศทหารตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.58 ในวันที่มีคำสั่งปลดออกจากราชการ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฐานร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร กับประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

 

%d bloggers like this: