digitallife

All posts tagged digitallife

เหมือนหนัง!นักวิจัยไต้หวันโชว์ใช้’แอปเปิล วอทช์’บังคับ’โดรน’ (คลิป)

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มกราคม 2559 เวลา 13:16 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408233

เหมือนหนัง!นักวิจัยไต้หวันโชว์ใช้'แอปเปิล วอทช์'บังคับ'โดรน' (คลิป)

ชมคลิปนักวิจัยชาวไต้หวันโชว์ใช้นาฬิกา’แอปเปิล วอทช์’บังคับหุ่นยนต์’โดรน’

สำนักข่าว’รอยเตอร์’รายงานว่า กลุ่มนักวิจัยชาวไต้หวันจากสถาบัน PVD+ ได้เจาะและพัฒนานาฬิกาอัจฉริยะ’แอปเปิล วอทช์’ให้กลายเป็นอุปกรณ์ควบคุมหุ่นยนต์’โดรน’ได้ เพียงแค่ใช้ท่าทางและการเคลื่อนไหวข้อมือเท่านั้น เรียกได้ว่าดูเผินๆ ก็เหมือนกำลังใช้พลังจิตเหมือนในภาพยนตร์อย่างนั้นเลยทีเดียว

ศูนย์วิจัยด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งนี้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 โดยนาย’มาร์ค เวน’หนุ่มวิศวกรดีกรีปริญญาเอก รวมกับอาจารย์หลายๆ ท่าน โดยโปรเจ็คนี้ใช้เวลาพัฒนานาน 18 เดือนซึ่งขณะนี้สามารถติดตั้งโปรแกรมเช่นนี้ให้กับอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ที่มีเซ็นเซอร์ เพื่อให้สามารถควบคุมโดรนได้

นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้โชว์ควบคุมหุ่นยนต์ทรงกลมและควบคุมการเปิด-ปิด-เปลี่ยนสีไฟด้วยแอปเปิล วอทช์อีกด้วย

ที่มา reuters, https://www.youtube.com/watch?v=uCUSS06_xS8

ภัยคุกคามออนไลน์ท่องเที่ยว ที่ผู้ประกอบการ-ลูกค้าต้องรู้

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มกราคม 2559 เวลา 09:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408121

ภัยคุกคามออนไลน์ท่องเที่ยว ที่ผู้ประกอบการ-ลูกค้าต้องรู้

ในยุคดิจิทัลการท่องเที่ยวทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรอเวลาทำการ ถึงจะยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อจองตั๋วเครื่องบิน ห้องพัก หรือรถเช่า แค่เปิดหน้าจอสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ก็จองได้ง่ายๆ ผ่านตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ หรือผู้ประกอบการที่ทำเว็บไซต์รองรับการจองโดยตรง

ทว่าท่ามกลางความง่ายสะดวกรวดเร็วก็แฝงมาด้วยอันตรายที่ซ่อนอยู่ หากผู้ประกอบการและผู้บริโภคไม่ตระหนักถึงภัยคุกคามทางโลกไซเบอร์ที่มักจะอาศัยช่องโหว่ต่างๆ เข้ามาสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค รู้ตัวอีกครั้งก็เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว

คงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ไมโคร ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลของเทรนด์ไมโคร 10 อันดับธุรกิจ ที่เป็นเป้าหมายการโจมตีทางโลกไซเบอร์ในการทำให้ข้อมูลรั่วไหล อันดับ 1 คือ ธุรกิจสุขภาพ 26.9% รองลงมาคือ กลุ่มการศึกษา 16.8% หน่วยงานภาครัฐ 15.9% ค้าปลีก 12.5% การเงิน 2.2% และธุรกิจบริการ 3.5%

สัดส่วนธุรกิจท่องเที่ยวที่ถูกโจมตี เมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ยังน้อย ไม่ใช่เป้าหมายการโจมตีหลักของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยว ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) แต่กลุ่มเหล่านี้ก็ควรมีวิธีป้องกันตัวเองให้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (เซิร์ฟเวอร์) ปลอดภัย เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญของลูกค้าไม่ให้รั่วไหล

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการรายใหญ่ในภาคท่องเที่ยวไม่น่าเป็นห่วงนัก เพราะกลุ่มนี้จะมีการป้องกันความปลอดภัยทางออนไลน์ที่เข้มข้น กลุ่มที่น่าห่วงคือ กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการคุกคามทางไซเบอร์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหนก็ตาม อาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้อาชญากรไซเบอร์ใช้โจมตีผู้ใช้บริการให้ได้รับความเสียหายได้

ขณะที่ผู้ใช้บริการเอง ก็ควรมีการดูแลระมัดระวังตัวเองมากขึ้นในการใช้บริการออนไลน์ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเป้าหมายของอาชญากรไซเบอร์ เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว ผู้ใช้บริการมักจะหวังว่าผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลเมื่อได้รับความเสียหาย โดยที่ไม่ได้ยอมรับว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของตัวเอง

“ต้นทางและปลายทางที่อาชญากรไซเบอร์จะเข้ามาโจมตี มีความเสี่ยงคนละแบบ ดังนั้นต่างคนก็ต้องดูแลตัวเอง” คงศักดิ์ กล่าว

สำหรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ฝั่งผู้ประกอบการท่องเที่ยว ควรจับตาและระมัดระวังในปี 2559 ได้แก่ การโจมตีผ่าน เครื่องรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต (พีโอเอส) ซึ่งภัยนี้เกิดได้กับผู้ประกอบการทุกรายที่ใช้เครื่องพีโอเอส แล้วไม่มีระบบกำแพงป้องกันความปลอดภัยอีกขั้นของตัวเอง (ไฟร์วอลล์) ในการใช้เครื่องนี้ เพราะอาชญากรไซเบอร์สามารถฝังไวรัสเข้าไปที่หัวอ่านเครื่องพีโอเอสได้

ที่ผ่านมาแม้แต่เครือโรงแรมใหญ่ระดับโลกที่มีระบบป้องกันอย่างดี ก็ยังพลาดถูกเจาะเข้าระบบผ่านพีโอเอสมาแล้ว แต่กรณีดังกล่าวก็ถูกแก้ไขได้หลังจากที่เครือโรงแรมนั้น ตรวจพบว่าระบบมีช่องโหว่ที่ทำให้ถูกเจาะเข้าไปผ่านพีโอเอสได้

ด้านผู้ใช้บริการนั้น มีสิ่งที่ต้องระวังคือ การโจมตีเราเตอร์ อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ใช้รหัสผ่านค่าโรงงาน เพื่อไปติดตั้งโปรแกรมแปลงหมายเลขไอพีของชื่อเว็บไซต์ (ดีเอ็นเอส เชนเจอร์) เพราะหากอาชญากรมไซเบอร์เจาะเข้ามายังอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผู้ใช้บริการได้ก็สามารถทำให้ผู้ใช้บริการ แม้จะถูกหลอกให้เปิดไปยังเว็บไซต์ปลอม ก็อาจจะไม่รู้ตัวคิดว่าหน้าที่เปิดอยู่เป็นเว็บไซต์จริง เพราะตั้งหมายเลขไอพีหลอกไว้แล้ว

กรณีที่อาจจะถูกโจมตีด้วยดีเอ็นเอส เชนเจอร์ โดยไม่รู้ตัวแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้บริการจะป้องกันตัวเองไม่ให้โดนหลอกได้ก็คือ จะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการอ่านใบรับรองเว็บไซต์ต่างๆ โดยปัจจุบันหลายเว็บไซต์จะใช้การทำงานอยู่บน https ซึ่งเป็นโปรโตคอลขนส่งข้อมูลหลักที่ทำงานเหมือน http แต่ทำงานอยู่บนภาวะที่มีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลบนระบบเครือข่าย (เอสเอสแอล) มีความปลอดภัยในการส่งข้อมูลสูงกว่า http อยู่แล้ว และผู้ใช้บริการตรวจสอบความปลอดภัยของ https ได้ง่าย

วิธีการก็คือ เมื่อเปิดเว็บไซต์มาแล้ว ให้สังเกตที่สัญลักษณ์กุญแจล็อกด้านหน้า https หน้าชื่อเว็บไซต์จะเป็นสีเขียว ผู้ใช้บริการสามารถกดเข้าไปเพื่อตรวจสอบรายละเอียดใบรับรองเว็บไซต์นั้นได้ โดยคลิกเข้าไปที่ช่องคอนเน็กชั่นจะมีลิงก์เซอร์ติฟิเคต อินฟอร์เมชั่น ที่แจ้งว่าใครคือเจ้าของเว็บไซต์นี้ และเว็บไซต์นี้ได้ใบรับรองหมดอายุเมื่อไหร่

นอกจากนี้ ผู้ใช้บริการต้องระมัดระวังการติดตั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนสมาร์ทโฟน จะต้องเลือกจากแหล่งที่มาของแอพพลิเคชั่นที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบชื่อเจ้าของผู้ทำแอพพลิเคชั่นให้ชัดเจน เป็นการป้องกันอีกขั้นหนึ่งไม่ให้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถูกภัยคุกคามและล้วงข้อมูล

ขณะที่อีกประเด็นที่ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการต้องระวังคือ การเกิดของสกุลเงินในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวโน้มที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหันมาใช้มากขึ้น ขณะที่ผู้ให้บริการต่างๆ ก็สนับสนุนการสร้างเงินที่ใช้บนออนไลน์เช่นกัน หากในอนาคตแนวโน้มการใช้เงินออนไลน์มาแรงเท่าไหร่ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะถูกอาชญากรไซเบอร์โจมตีได้มากเท่านั้น เพราะอาชญากรจะไปโจมตีตามทิศทางที่มีเป้าหมายอยู่มากๆ

เมื่อความเสี่ยงภัยคุกคามทางโลกไซเบอร์มีมาก แม้ภาคท่องเที่ยวจะยังเผชิญน้อย ก็ไม่ควรประมาท เพราะหากผู้ประกอบการถูกโจมตีอาจทำให้ผู้ใช้ไม่เชื่อมั่นความปลอดภัยในการใช้บริการ ส่วนตัวผู้ใช้บริการเอง หากถูกโจมตีก็มีโอกาสสูงที่ได้รับความเสียหายทางการเงินไปเต็มๆ

 

มีเฮ! สื่อนอกเผย’ไอโฟน7’จะมีแบตอึดขึ้น

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2559 เวลา 17:51 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/408087

มีเฮ! สื่อนอกเผย'ไอโฟน7'จะมีแบตอึดขึ้น

สื่อนอกเผย’ไอโฟน7’จะเพิ่มแบตเตอรี่ให้อึดขึ้น-พื้นที่ความจำสูงสุด256GB

เว็บไซต์ข่าว Macrumors ได้เผยแพร่ข้อมูลจากแหล่งข่าวไอทีในประเทศจีน ระบุว่า’ไอโฟน7 พลัส’ (iPhone7 Plus)ซึ่งจะเป็นไอโฟนถัดไปของแอปเปิลจะความจุแบตเตอร์รี่เพิ่มขึ้นเป็น 3,100 mAh จากเดิมรุ่มก่อนหน้านี้ที่มีความจุเพียง 2,750 mAh

รายงานยังระบุว่า ขณะเดียวกันไอโฟน7นั้นจะมีรุ่นความจุ 256GB ให้เลือกซื้อด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า’ไอโฟน6ซี’ (iPhone6C)ซึ่งจะเปิดตัวขึ้นในช่วงต้นปีนี้จะมีแบตเตอร์รี่ขนาด 1,642 mAh และแรม 2GB

จริงเท็จแค่ไหน รอพิสูจน์กันก.ย.นี้

 

นักวิเคราะห์คาดกระแส’แอปเปิล’จะลดลงในปี 2016

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2559 เวลา 14:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407956

นักวิเคราะห์คาดกระแส'แอปเปิล'จะลดลงในปี 2016

นักวิเคราะห์คาดกระแสนิยมผลิตภัณฑ์’แอปเปิล’จะลดลงในปี 2016

สำนักข่าว Business Insider รายงานการวิเคราะห์การเงินจากบริษัทลงทุนหลายแห่งซึ่งประเมินว่าปี 2016 ‘แอปเปิล’จะได้รับความนิยมและยอดขายที่ลดลง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่าง’ไอโฟน’ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทมากกว่าร้อยละ 63 เริ่มเติบโตช้าลงและหดตัวครั้งแรก

ผลวิเคราะห์ยังระบุว่า ‘ไอแพด’ก็ไม่มีทีท่าจะเติบโตมากขึ้นไปจากเดิม ขณะที่’แอปเปิล วอทช์’ก็ไม่ประสบความสำเร็จดังที่หลายๆ คนเคยคาดหวัง ส่วน’แอปเปิล ทีวี’และบริการอื่นๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้เท่านั้น แต่ยังไม่ใช่การปฏิวัติเทคโนโลยี ทั้งหมดนี้จึงคาดเดาได้ว่าปี 2016 นี้จะเป็นปีหนึ่งที่ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบากสำหรับแอปเปิลในแง่ของการรักษากระแสความนิยมและยอดขาย โดยคาดว่ายอดขาย’ไอโฟน’จะลดลงรวมร้อยละ 6 ในปีนี้ และจะลดลงร้อยละ 10 ในช่วงไตรมาสแรก นั่นจะทำให้รายได้รวมของบริษัทลดลงตามไปด้วย

ที่มา businessinsider.com

 

เทคโนโลยีก้าวหน้า นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2559 เวลา 09:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407891

เทคโนโลยีก้าวหน้า นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

2015

ปี 2015 ที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้ก้าวขึ้นมาถึงอีกขั้นหนึ่ง เมื่อความคิดในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะประสบผลสำเร็จตามเป้าได้ 100% ในอนาคต ในขณะที่บางเทคโนโลยีบรรลุผลสำเร็จแล้วในปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างเข้มข้นของบรรดาบริษัทใหญ่

ยานยนต์ไร้คนขับ

ความคิดริเริ่มในการประดิษฐ์รถยนต์ไร้คนขับ มีมาตั้งแต่ปี 1920 ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ๆ อย่าง เจนเนอรัล มอเตอร์ส, วอลโว่, เมอร์เซเดส เบนซ์, นิสสัน เทสลา และบีเอ็มดับเบิลยู เป็นต้น ต่างแข่งขันพัฒนารถยนต์ไร้คนขับมาโดยตลอด แต่ผู้ผลิตที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น กูเกิล บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี

กูเกิลเริ่มพัฒนารถยนต์ไร้คนขับมาตั้งแต่ปี 2009 นำโดย เซบาสเตียน ทรัน อดีตผู้อำนวยการห้องทดลองปัญญาประดิษฐ์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้ร่วมคิดค้นกูเกิล สตรีท วิว ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมากูเกิลได้ทดลองปล่อยรถยนต์ไร้คนขับ 20 คัน วิ่งบนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ยานยนต์ไร้คนขับมีระบบเซ็นเซอร์ที่ช่วยให้รถเบรกทันก่อนชน และยังสามารถประมวลผลตอบสนองสถานการณ์ได้ดีกว่ามนุษย์เสียอีก โดยล่าสุดกูเกิลและฟอร์ด บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้ทดสอบรถยนต์ไร้คนขับได้บนถนนในแคลิฟอร์เนีย เตรียมก่อตั้งบริษัทเพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับโดยเฉพาะ

 

สเปซเอ็กซ์สร้างประวัติศาสตร์จรวดใช้ซ้ำ

สำหรับวงการอวกาศก็ไม่น้อยหน้ากัน โดยล่าสุด สเปซ เอ็กซ์พลอเรชั่น เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (สเปซเอ็กซ์) บริษัทด้านอากาศยานเชิงพาณิชย์รายใหญ่ของโลก พลิกโฉมประวัติศาสตร์ด้วยการส่งกระสวยอวกาศ “สเปซ เอ็กซ์ ฟอลคอน 9” พร้อมดาวเทียม 11 ดวงขึ้นสู่วงโคจร เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. และสามารถกลับมาลงจอดในแนวตั้งโดยไม่บุบสลาย ไม่ต้องทิ้งให้ลุกไหม้เป็นขยะอวกาศ และพร้อมใช้งานในภารกิจต่อไปอีกครั้ง

โครงการดังกล่าวถือได้ว่าเป็นโครงการที่ปฏิวัติเทคโนโลยีทางอวกาศครั้งสำคัญ และเป็นการพิสูจน์แนวคิดจรวดใช้ซ้ำ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิตจรวดใหม่ได้อย่างมหาศาล

Li-Fi อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

แฮโรลด์ ฮาส ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ในสกอตแลนด์ ได้ประดิษฐ์ Li-Fi เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไร้สายรูปแบบใหม่ ด้วยการใช้แสงไฟกะพริบในการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีความเร็วกว่า Wi-Fi ถึง 100 เท่า

ลักษณะการทำงานของเครื่องส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต Li-Fi จะคล้ายกับการส่งรหัสมอส โดยใช้การเปิด-ปิดหลอดไฟด้วยความเร็วสูง ซึ่งทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยความเร็วถึง 224 กิกะบิต/วินาที เร็วขนาดที่สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ขนาด 1.5 กิกะไบต์ จำนวน 18 เรื่อง ในเวลาแค่ 1 วินาทีเลยทีเดียว

โลกหันลงทุนสีเขียว

หลังจากที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (คอป 21) บรรลุข้อตกลงแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยตั้งเป้าหมายลดอุณหภูมิที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมราว 2 องศาเซลเซียส ให้ต่ำกว่า 2-1.5 องศาเซลเซียส

บรรดาประเทศต่างๆ ในโลกจะหันมาให้ความสนใจในการลงทุนสีเขียวมากขึ้น เช่น นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย จับมือกับประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส ตั้งพันธมิตรพลังงานแสงอาทิตย์ระหว่างประเทศ (ไอเอสเอ) 21 ประเทศขึ้น

เป้าหมายหลักของไอเอสเอ คือการผลักดันให้ทั่วโลกสามารถเข้าถึงพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะอาดและมีราคาถูกได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีแดดแรง มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนโครงการพลังงานแสดงอาทิตย์ แต่ขาดแคลนเงินทุน

2016

แค่เพียงปีเดียวโลกก็สร้างความประหลาดใจด้วยการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมามากมาย เป้าหมายของการก้าวเข้าสู่โลกอนาคตคงไม่ไกลเกินฝัน ดังนั้น สำหรับปี 2016 เทคโนโลยีจึงยังเป็นภาคส่วนที่น่าจับตา และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของบรรดาภาคเอกชนจะยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นต่อไป

 

สตรีมเซอร์วิสครองตลาด

สตรีมเซอร์วิส หรือบริการภาพยนตร์ ละคร ซีรี่ส์ ผ่านทางอินเทอร์เน็ตกำลังมาแรงอย่างมากในปี 2015 ที่ผ่านมา สังเกตได้จากหุ้นของเน็ตฟลิกซ์ที่พุ่งขึ้นแรงเป็นอันดับ 1 ด้านเทคโนโลยีในสหรัฐ โดยวิดีโอสตรีมจะเข้ามาตีตลาดโทรทัศน์ที่เสียค่ารับชม (เพย์ทีวี) ที่จำเป็นต้องปรับตัวก่อนที่จะสายจนเกินไป

สตรีมมิ่งหลายเจ้าก็เริ่มบุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้ง “ฮูค” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ค่ายสตูดิโอจากฮอลลีวู้ด โซนี่ พิกเจอร์ส เทเลวิชั่น บริษัทโปรดักชั่นรายการโทรทัศน์ และสิงเทล เครือข่ายโทรศัพท์มือถือของสิงคโปร์ หรือไอฟลิกซ์ บริการสตรีมมิ่งท้องถิ่นจากฟิลิปปินส์

ก้าวกระโดดโลกด้วยปัญญาประดิษฐ์

ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เริ่มมีบทบาทให้เห็นมากขึ้น ทั้ง “สิริ” ของแอปเปิ้ล หรือแม้กระทั่งการที่เฟซบุ๊กทักทาย “สวัสดี” กับเจ้าของบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียดังกล่าว และบรรดาภาคเอกชนก็ยังคงพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ต่อไปจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

อย่างไรก็ตาม เอไอยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูตลอดปี 2015 ที่ผ่านมา และในปี 2016 นี้คงไม่ต่างกัน แม้เอไอจะช่วยก้าวกระโดดเทคโนโลยีของมนุษย์ แต่ยังเต็มไปด้วยปัญหาด้านจริยธรรม ทั้งการคาดการณ์ว่าอาจนำไปสู่ยุคสงครามระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ หรือแม้กระทั่งการใช้เอไอในการทำสงคราม

 

แท็บเล็ตผสานแล็บท็อปเขย่าสมาร์ทโฟน

แม้สมาร์ทโฟนจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองโลกอยู่ในปัจจุบัน และทำให้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน แต่เริ่มมีการคาดการณ์ว่าการมาถึงของผลิตภัณฑ์ลูกผสมระหว่างโน้ตบุ๊ก (แล็บท็อป) และแท็บเล็ต อาจเปลี่ยนโฉมหน้าเทรนด์เทคโนโลยี เนื่องจากผลิตภัณฑ์ลูกผสมมีใช้เล่นและทำงานได้ดีกว่าสมาร์ทโฟน

การคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากไมโครซอฟท์เปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ ทั้งแท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก และโน้ตบุ๊กซึ่งสามารถแปลงร่างเป็นแท็บเล็ตได้ ส่งผลให้กูเกิลและแอปเปิ้ลเริ่มทำตามอย่างไมโครซอฟท์ในการสร้างแท็บเล็ตลูกผสมโน้ตบุ๊ก อย่างไอแพดโปร และพิเซล ซี แท็บเล็ตของกูเกิล

 

ผสานโลกจริงและจินตนาการ

เทคโนโลยีในการผสานโลกจริงและโลกเสมือนจริงที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์เริ่มมีบทบาทเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กูเกิลแมปที่ใช้นำทาง โดยในงานซีอีเอสซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่จัดขึ้นที่สหรัฐเมื่อปีก่อนเอง ก็คาดการณ์กันว่า เทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักในปี 2016 นี้

ในปี 2015 ที่ผ่านมา ภายในงานซีอีเอสจะมีเกมและการจัดแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าวเพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับปี 2014 ที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยีที่ได้รับการพูดถึง เช่น แว่นตาโลกเสมือน ที่ผู้สวมใส่จะเห็นภาพเหมือนกับเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนทุกประการ อาทิ เพลย์สเตชั่นวีอาร์ของโซนี่ ที่เปิดตัวให้ดูเมื่อปีก่อน และจะปล่อยให้ใช้จริงในปี 2016 เพื่อเล่นกับเครื่องเกมเพลย์สเตชั่น 4

เทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มต้นโดยแว่นตาสวมใส่โอคูลัสริฟต์ โครงการในเว็บไซต์ระดมทุนคิกสตาร์เตอร์ เมื่อปี 2012 ซึ่งจะเปิดให้ผู้บริโภคใช้ได้จริงภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เช่นเดียวกับแว่นตาโลกเสมือนของเอทีซีที่มีกำหนดการเปิดตัวภายในปีนี้เช่นเดียวกัน

 

‘ทรูมูฟ เอช’เผย4Gดันยอดใช้ดาต้าอวยพรปีใหม่พุ่งขึ้น600%

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2559 เวลา 11:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407771

'ทรูมูฟ เอช'เผย4Gดันยอดใช้ดาต้าอวยพรปีใหม่พุ่งขึ้น600%

‘ทรูมูฟ เอช’เผย4Gดันยอดใช้ดาต้าอวยพรปีใหม่พุ่งขึ้น600% สูงสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่ยอดใช้SMSลดลงกว่าครึ่ง แอพพลิเคชั่นยอดนิยมคือ Facebook และ Line

วันที่ 1 มกราคม 2559 ‘ทรูมูฟ เอช’ เผยว่า เมื่อระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ถึง 1 มกราคม 2559 นี้มียอดการใช้งานดาต้า 4G/3G เพื่ออวยพรและเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วคิดเป็น 600% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และสูงที่สุดในรอบ 20 ปี  ในขณะที่ SMS โดยช่วงเวลาที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือสูงสุดคือ 23.45-00.15 น. ทางด้านแอพพลิเคชั่นสุดฮอตที่คนนิยมใช้อวยพรสูงสุดคือ Facebook รองลงมาคือ Line, Whatsapp, Instragram และ Twitter ตามลำดับ

นายสกลพร หาญชาญเลิศ รองผู้อำนวยการด้านนอนวอยซ์ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า “ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคหันมาอวยพรและส่งความสุขในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ กันมากขึ้น เนื่องจากแต่ละแอพพลิเคชั่นมีฟังก์ชั่นโดนใจ ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ ข้อความเสียง และ ภาพวิดีโอ เป็นต้น ประกอบกับเครือข่าย 4G ของทรูมูฟ เอช ที่พัฒนาให้มีความเร็ว แรง และครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยของขวัญสุดคุ้มที่ให้ลูกค้าทรูมูฟ เอชใช้งาน WiFi เล่น Line และ Facebook ได้ฟรีไม่อั้นในช่วงปีใหม่ ส่งผลให้ยอดการใช้ดาต้าในช่วงปีใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 600% จากปีที่ผ่านมา โดยกว่า 50% เป็นการใช้งานบน 4G ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช คาดหวังว่าในปี 2016 ยอดการใช้งานดาต้าจะเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้ง 4G และ 3G โดยในขณะนี้เครือข่าย 4G ครอบคลุมกว่า 80% ของประชากรไทย พร้อมเดินหน้าการขยายฐานลูกค้าในโครงข่าย 4G ภายใต้คลื่นความถี่ใหม่อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่าย 3G บนความถี่ 850 และ 2100 MHz ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมพื้นที่ 97% ของประชากรในประเทศแล้ว”

 

เทรนด์ตำแหน่งใหม่ไอที รับมือปกป้องข้อมูลองค์กร

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 มกราคม 2559 เวลา 09:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407735

เทรนด์ตำแหน่งใหม่ไอที รับมือปกป้องข้อมูลองค์กร

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ปัญหาข้อมูลรั่วไหลทางออนไลน์เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่องค์กรทั่วโลกเผชิญปีที่ผ่านมา เป็นผลจากจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (อินเทอร์เน็ตออฟ ธิงส์ หรือไอโอที) ในองค์กรมากขึ้นเรื่อยๆ หากใช้โดยไม่ป้องกันความปลอดภัย อาชญากรไซเบอร์ก็อาจหาช่องโหว่เข้าไปเจาะข้อมูลผ่านอุปกรณ์เหล่านี้ จึงไม่แปลกหากปี 2559 องค์กรต่างๆ จะตื่นตัวหาวิธีปกป้องข้อมูลมากขึ้น

คงศักดิ์ ก่อตระกูล ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคนิค บริษัท เทรนด์ไมโคร ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2559 นี้มีแนวโน้มที่บริษัทต่างๆ จะสร้างตำแหน่งงานใหม่ในบริษัทขึ้นมา คือ ตำแหน่ง ดาต้า โพรเทกชั่น ออฟฟิศเซอร์ (ดีพีโอ) หรือชีฟ อินฟอร์เมชั่น ซีเคียวริตี้ ออฟฟิศเซอร์ (ซีไอเอสโอ) เพื่อทำหน้าที่ในการปกป้องข้อมูลองค์กรไม่ให้รั่วไหลออกไปภายนอกองค์กร

ขณะเดียวกัน ก็เพื่อเปลี่ยนสถานะองค์กร จากเดิมเป็นเพียงผู้ตั้งรับ ผู้ถูกล่าจากการที่อาชญากรไซเบอร์พยายามโจมตีเข้ามาในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) กลายเป็นผู้ล่า โดยต่อไปการดูแลความปลอดภัยด้านไอทีในองค์กรจะไม่ใช่การป้องกันไม่ให้ใครโจมตีระบบ แต่จะโจมตีกลับด้วยหากใครพยายามเข้ามาโจมตีระบบไอทีขององค์กร

สาเหตุที่ต้องมีตำแหน่งนี้ เนื่องจากพบว่าแนวโน้มทั่วโลกจะเกิดปัญหาการหลุดรั่วของข้อมูลบนโลกออนไลน์มากขึ้น เพราะทุกคนมุ่งสู่การใช้งานออนไลน์ รูปแบบการโจมตีไม่ได้เปลี่ยนจากอดีต เป็นการโจมตีผ่านไวรัสตัวเดิมๆ แต่ใช้กลลวงด้านจิตใจให้คนกดเข้าไปดูลิงค์นั้นๆ เช่น เขียนข้อความผ่านอีเมลเข้ามาโดยใช้ข้อความที่ทำให้ผู้รับอีเมลรู้สึกว่าต้องเปิดอ่าน และกดเข้าไปในลิงค์ที่แนบมา

ทั้งนี้ อาจไม่ใช่ทุกองค์กรที่จำเป็นต้องตั้งดีพีโอ หรือซีไอเอสโอ ขึ้นอยู่กับว่าระบบไอทีสำคัญกับองค์กรนั้นแค่ไหน องค์กรที่มีแนวโน้มต้องตั้งตำแหน่งนี้ คือ องค์กรที่หากระบบไอทีหยุดทำงานธุรกิจหยุดชะงักทันที เช่น ธนาคารพาณิชย์ โรงพยาบาล หรือค้าปลีก

ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งดีพีโอ หรือซีไอเอสโอ จะเป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบหากข้อมูลองค์กรรั่วออกไป และคนที่อยู่ในตำแหน่งนี้ต้องมีความรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูล ยิ่งเป็นบริษัทข้ามชาติต้องรู้ทั้งกฎหมายประเทศตัวเอง รวมถึงแต่ละประเทศที่บริษัทไปขยายธุรกิจไว้

คงศักดิ์ กล่าวว่า การเจาะข้อมูลองค์กรที่น่าจับตามาก คือ กรณีอาชญากรไซเบอร์พยายามเจาะข้อมูลเพียงบางส่วนเพื่อเป็นเป้าล่อ นำข้อมูลนั้นมาแจ้งให้เหยื่อทราบว่าได้เจาะข้อมูลเข้าไปแล้ว พร้อมหลอกให้เหยื่อกดเข้าไปดูข้อความที่ส่งมาขู่ว่านี่เป็นข้อมูลที่เจาะเข้าไปได้ทั้งหมด หากอยากรู้ว่าเจาะข้อมูลอะไรได้บ้างให้กดเข้าไป เมื่อเหยื่อกดดูข้อความ อาชญากรไซเบอร์จะดำเนินการโจมตีขั้นต่อไป เพราะการที่เหยื่อกดดู ทำให้อาชญากรไซเบอร์สามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเข้าไปขโมยข้อมูลทั้งหมดในระบบได้ทันที

เมื่อความเสี่ยงในโลกออนไลน์สูง องค์กรต้องระวังให้ดี เพราะข้อมูลบางอย่างหากหลุดไปจะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจไม่ใช่น้อย

 

ค่ายมือถือพร้อมรับมือผู้ใช้แห่ส่งความสุขปีใหม่

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 ธันวาคม 2558 เวลา 09:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407578

ค่ายมือถือพร้อมรับมือผู้ใช้แห่ส่งความสุขปีใหม่

ผู้ประกอบการเครือข่ายมือถือ พร้อมรับมือผู้ใช้แห่ส่งความสุขช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอความร่วมมือผู้ประกอบการเครือข่ายมือถือให้พร้อมรับมือกับการใช้งานในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีจะมีใช้งานจำนวนมากนั้น ทางเอไอเอสและดีแทคก็ออกมาขานรับนโยบายพร้อมรับการใช้งานทันที

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมรับการส่งความสุขช่วงปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ด้วยการเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานของเครือข่ายขึ้นอีกกว่า 100% จากช่วงเวลาปกติ ซึ่งจะสามารถรองรับการใช้งานดาต้าได้ถึง 300 เท่า รองรับการส่ง SMS ได้ 60 ล้านข้อความ/ชั่วโมง และ MMS 2.5 ล้านข้อความ/ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ยังได้เพิ่มปริมาณความสามารถรองรับการใช้งานในแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่จัดกิจกรรม จุด เคาต์ดาวน์สำคัญๆ ทั่วประเทศ สถานีขนส่ง เส้นทางรถไฟฟ้า ฯลฯ รวมถึงการจัดรถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆ และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

ด้าน นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้เตรียมเครือข่ายมือถือเพื่อรองรับช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจัดเตรียมรถโมบายอุปกรณ์เสริมเพิ่มสัญญาณสมอลล์เซลล์ การปรับพารามิเตอร์การเพิ่มช่องสัญญาณต่างๆ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น รวมถึงได้เตรียมทีมงานพิเศษตลอดช่วงเทศกาลเพื่อดูแลเครือข่ายการใช้งานเป็นอย่างดีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ คาดว่าคนจะนิยมใช้สมาร์ทโฟนส่งความสุขกันมากขึ้น โดยพบว่าในปีที่ผ่านมาช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มีการใช้งานดาต้ามากกว่าการใช้งานปกติสูงถึง 3 เท่า และมีช่วงใช้งานดาต้าสูงสุดในช่วงเวลา 23.45-00.15 น. เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2557-1 ม.ค. 2558 และมียอดการใช้งานสูงสุด ณ ช่วงหนึ่งถึง 4 ล้านราย

ภาพประกอบข่าว

 

เอสเอ็มอีไทยยุคใหม่ แห่ใช้สื่อออนไลน์พุ่ง

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ธันวาคม 2558 เวลา 11:52 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407498

เอสเอ็มอีไทยยุคใหม่ แห่ใช้สื่อออนไลน์พุ่ง

โดย…วันเพ็ญ พุทธานนท์

จากกระแสการเติบโตของธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ที่มีมูลค่าราว 9,869 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% ทุกปี โดยมีสัดส่วนผู้ซื้อโฆษณาเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี หรือเจ้าของกิจการขนาดย่อม ประมาณ 60% และมีการซื่อสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้นประมาณ 30% นับเป็นตัวเลขที่บ่งชี้ว่า เอสเอ็มอีคนไทยหันมาตอบรับเทรนด์การตลาดบนโลกออนไลน์มากขึ้นถึงกว่า 60%

กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอท้อปพลัส กล่าวว่า ในปี 2559 ประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี พร้อมกับการเริ่มเทคโนโลยี 4จี เต็มรูปแบบ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การทำตลาดออนไลน์คึกคักมากขึ้น

ปัจจุบันประเทศไทยมีธุรกิจเอสเอ็มอีราว 3 ล้านราย หากประเมินโดยภาพรวมระบุว่า ควรจะมีเว็บไซต์ของเอสเอ็มอีราว 1 ล้านราย แต่ในความเป็นจริงกลับมีเว็บไซต์เอสเอ็มอีทั้งประเทศเพียง 3-4 แสนรายเท่านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนธุรกิจเอสเอ็มอีที่เข้าสู่ออนไลน์เพียง 30-40% ทำให้เห็นว่ายังมีโอกาสการขยายตัวด้านการตลาดออนไลน์ในประเทศไทยอีกมาก โดย 3 อันดับธุรกิจที่มีการใช้จ่ายเงินค่าโฆษณาต่อลูกค้า 1 รายสูงสุด ได้แก่ การเงิน การศึกษา และสุขภาพ

สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี การโฆษณาบนสื่อออนไลน์ถือเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและเป็นเครื่องมือหลัก เนื่องจาก 1.ช่วยเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า 2.ตรงกลุ่มเป้าหมาย สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ซื้อในปัจจุบันที่ดูข้อมูลและซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ 3.เตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจที่จะมีการซื้อขายผ่านอี-คอมเมิร์ซ และการเข้าสู่การทำธุรกิจกับเออีซี 4.มีความแม่นยำ งบประมาณไม่สูงและยังสามารถวัดผลได้ และ 5.ลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าร้าน ค่าพิมพ์โบรชัวร์ เพราะพฤติกรรมผู้ซื้อในปัจจุบันซื้อขายผ่านหน้าร้านลดลง

ทั้งนี้ สื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้แก่ กูเกิล ที่มีการใช้งานเติบโต 30% เว็บไซต์เติบโต 40% และเฟซบุ๊กเติบโตถึง 100%

“ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้บริการพันธมิตรของกูเกิลอย่างเป็นทางการ เห็นว่าในกูเกิลยังมีเครื่องมือ ลูกเล่น และเทคนิคอีกมากมายที่ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำธุรกิจ เครื่องมือแต่ละชนิดก็เหมาะกับธุรกิจแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคคำค้นหา เทคนิคการประมูล เทคนิคการปรับแต่งตำแหน่งโฆษณา เป็นต้น”

ขณะที่การโฆษณาบนเฟซบุ๊ก นั้น นับจากนี้จะแข่งขันกันที่การจัดการกับ Facebook Content Admin คือ การสร้างจุดต่างของแฟนเพจ ด้วยเนื้อหาและรูปภาพใหม่ๆ สไตล์เฉพาะของธุรกิจ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับผู้ติดตาม และที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากในปี 2559 และเชื่อว่าจะเติบโตอย่างชัดเจน คือ สื่อโฆษณาที่เป็นวิดีโอบนยูทูบและอินสตาแกรม ที่สอดคล้องกับเทรนด์ของเทคโนโลยี 4จี ในส่วนของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักของเอสเอ็มอี ต้องรองรับ 2 ภาษา รวมถึงเตรียมขยายเพิ่มเติมสำหรับภาษาจีนและญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

“ไอท้อปพลัสพร้อมเป็นผู้ช่วยเอสเอ็มอีไทยในการการพัฒนาสื่อโฆษณาออนไลน์ ทั้งการจัดทำเว็บไซต์ การพัฒนาเว็บไซต์อัจฉริยะ รวมถึงต่อยอดให้เว็บไซต์สามารถเชื่อมโยงกับระบบการบริหารจัดการภายในบริษัท เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง แข่งขันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเป็นรากฐานสำคัญให้แก่เศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป”

 

กสทฯเร่งปิดดีลหาพันธมิตรลุย4จี

Published มกราคม 5, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 ธันวาคม 2558 เวลา 07:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/407416

กสทฯเร่งปิดดีลหาพันธมิตรลุย4จี

กสทฯ เร่งเจรจา 3 ค่ายมือถือหาพันธมิตรเปิดบริการ 4จี ให้จบภายในเดือน ม.ค.ปีหน้า

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัทและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจาหาพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเปิดให้บริการโทรศัพท์ 4จี ว่า กสทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ราย เพื่อนำคลื่นที่ กสทฯ มีสิทธิใช้งานไปให้บริการโทรศัพท์ 4จี ทั้งคลื่น 1800 MHz และคลื่น 850 MHz โดยคาดว่าการเจรจาจะข้อสรุปภายในเดือน ม.ค. 2559

พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า กสทฯ ได้เจรจากับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมเจรจากับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กรณีการนำคลื่น 1800 MHz จำนวน 20 MHz ซึ่งสามารถใช้งานได้ถึงปี 2561 มาให้บริการโทรศัพท์ 4จี และคาดว่าการเจรจาจะได้ข้อสรุปภายเดือน ม.ค. 2559

สำหรับการเจรจากับกลุ่มทรูคอร์ปอเรชั่น เพื่ออัพเกรดคลื่น 850 MHz ที่ กสทฯ มีสิทธิใช้งานได้ถึงปี 2568 มาให้บริการโทรศัพท์ 4จี ซึ่งอยู่ในช่วงการเริ่มต้นการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2559 ส่วนการการเจรจากับ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ หรือ แจสฯ ที่ต้องการเช่าเสาสัญญาณโทรศัพท์ของ กสทฯ ไปให้บริการ 4จี นั้น จะได้ข้อสรุปในเดือน ม.ค. 2559 เช่นกัน

“กสทฯ จะเร่งเจรจาเพื่อหาข้อสรุปร่วมกับบริษัทเอกชนให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้การเจรจากับดีแทคและแจส โมบายฯ มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ส่วนการเจรจากับกลุ่มทรูยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเจรจาเท่านั้น ขณะที่แผนการลงทุนทั้งหมดขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะต้องมีการยื่นแผนและงบลงทุนไปให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด สศช.) ให้ความเห็นชอบก่อน” พ.อ.สรรพชัย กล่าว

ก่อนหน้านี้ กสทฯ มีเป้าหมายจะอัพเกรดคลื่น 1800 MHz มาให้บริการโทรศัพท์ 4จี ด้วยเทคโนโลยี LTE หรือ LTE-Advanced ซึ่งสามารถรองรับจำนวนผู้ใช้บริการได้มากขึ้น และสามารถให้บริการด้านสื่อสารข้อมูลได้ด้วยความเร็วผู้ใช้บริการได้มากขึ้น และสามารถให้บริการด้านสื่อสารข้อมูลได้ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น 8-15 เท่าจากระบบ 3จี ในปัจจุบัน

พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ในปี 2559 กสทฯ มีแผนจะเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4จี ภายใต้แบรนด์มายบายแคท (my by CAT) โดยจะเจรจาและหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนให้ได้ภายในไตรมาส 2 ปีหน้า หากเจรจาสำเร็จคาดว่าลูกค้าจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านราย จากปัจจุบันที่มีลูกค้ามายด์บายแคทในระบบ 3จี 1.13 ล้านราย

นอกจากนี้ กสทฯ จะเจรจากับบริษัท แจส โมบายฯ ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz โดย กสทฯ จะเจรจาเพื่อขอใช้คลื่น 900 MHz ของแจส โมบายฯ มาให้บริการด้านข้อมูล (Data) ในขณะที่แจส โมบายฯ ต้องการใช้คลื่น 850 MHz มาให้บริการด้านเสียง (Voice) จึงมีโอกาสที่ กสทฯ และแจส โมบายฯ จะเป็นพันธมิตรระหว่างกันได้ในรูปแบบผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบโครงข่ายเสมือน (MVNO)

พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ปัจจุบัน กสทฯ มีพันธมิตรในรูปแบบ MVNO จำนวน 4 ราย และคาดว่าในปี 2559 จะมีพันธมิตรใหม่ประมาณ 4 ราย ขณะที่ในปี 2559 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 5.28 หมื่นล้านบาท ส่วนในปี 2558 บริษัทคาดว่าจะรายได้อยู่ที่ 5.35 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5.27 หมื่นล้านบาท

 

%d bloggers like this: