market

All posts tagged market

“คอนเซ็ปต์” เดินเกมรุกฉลอง 15 ปี

Published เมษายน 13, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/415924

โดย วานิชหนุ่ม 12 เม.ย. 2557 05:01

วิกฤติทางการเมืองในประเทศส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจทุกภาคส่วน ทำให้ผู้ประกอบ-การต่างต้องเร่งปรับตัวหากลยุทธ์และกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อสร้างสีสันในตลาดดึงกำลังซื้อกลับมาให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ด้านบรรยากาศการซื้อขายตลาดเฟอร์นิเจอร์แม้จะได้รับอิทธิพลทางการเมืองบ้าง แต่ภาพรวมของธุรกิจนั้นยังสามารถเติบโตได้ ด้วยปัจจัยบวกจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีปริมาณที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมโอนจำนวนมาก รวมทั้งการขยายตัวของคอนโดมิเนียมตามเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย, ตลาดหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรองในต่างจังหวัด จึงทำให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านได้รับอานิสงส์โดยตรง

เฟอร์นิเจอร์ชุดห้องนอน คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์

 

คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ หนึ่งในแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของเมืองไทย ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดเฟอร์นิเจอร์เมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นยุคเศรษฐกิจตกต่ำช่วงฟองสบู่แตก แต่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคพร้อมสั่งสมประสบการณ์การดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นพัฒนาและสร้างสรรค์สินค้าให้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ จนทำให้เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับและครองใจผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศ ในฐานะ “แบรนด์สำหรับคนฉลาดเลือก” มาตลอดระยะเวลา 15 ปี

นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหารฝ่ายงานการตลาด กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์ “คอนเซ็ปต์” เกิดขึ้นจากการที่ต้องการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยในปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงยุคฟองสบู่แตก ตอนนั้นเราค่อนข้างได้รับผลกระทบจากภาวะค่าเงินบาทลอยตัว ต้นทุนและรายได้ของบริษัทสวนทางกัน ดังนั้นจึงทำแบรนด์น้องออกมาใหม่นั้น เพื่อนำมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับลูกค้า

ธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหารฝ่ายงานการตลาด กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์

 

“เราได้วางคอนเซ็ปต์ให้เป็นแบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ ครบครันทั้งด้านนวัตกรรมและดีไซน์ เน้นในด้าน Quality, Design, Function และ Value หรือความคุ้มค่าด้านราคา เพื่อให้เป็นแบรนด์ SMART CHOICE ที่สามารถตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างแท้จริง อาทิ มีกระแสความนิยมแนววินเทจ “คอนเซ็ปต์” ก็จะมีเฟอร์นิเจอร์วินเทจคอลเลกชั่นมาตอบโจทย์ความต้องการ หรืออย่างปัจจุบันที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมกำลังมาแรง “คอนเซ็ปต์” ก็มีเฟอร์– นิเจอร์สำหรับคอนโดฯมาเป็นทางเลือกใหม่ให้กับตลาดนี้เช่นเดียวกัน”

คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ เน้นเจาะตลาดระดับกลาง สินค้าราคาไม่สูงมาก วางกลยุทธ์ทำการตลาดแบบผสมผสาน ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์, ราคา, การสื่อสารทางการตลาด อีกทั้งให้ความสำคัญกับทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจุบันมีช่องทางจัดจำหน่ายครอบคลุมมากที่สุด ได้แก่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 200 ร้านทั่วประเทศ, โชว์รูมและโมเดิร์นเทรดในกรุงเทพฯ/ต่างจังหวัดนับ 100 แห่ง

“ตอนนี้น่าจะเรียกได้ว่าคอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ เป็นแบรนด์ที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายแข็งแกร่งที่สุดแบรนด์หนึ่งในเมืองไทย ซึ่งปี 2557 บริษัทมีแผนขยายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีก 14 แห่งในหัวเมืองรอง อาทิ ระยอง, นครพนม, ชุมพร ฯลฯ โมเดิร์นเทรดอย่างโฮมโปรในรูปแบบ on Shelf อีก 41 แห่ง” นางธัญญรักข์กล่าว

ขณะเดียวกันยังมีการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศครอบคลุมกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ซึ่งปีนี้จะเน้นตลาดในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยเตรียมขยายไปยังตลาดในประเทศสิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย ฯลฯ ทั้งนี้รายได้หลัก 90% มาจากยอดขายในประเทศ และอีก 10% จากต่างประเทศ

ชั้นวางทีวี คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์

 

นางธัญญรักข์กล่าวว่า ในปีนี้ คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์ ครบรอบ 15 ปี ด้านกลยุทธ์สื่อสารการตลาดบริษัทได้วางแนวคิด “โอ้โหคอนเซ็ปต์” โดยทุ่มงบกว่า 60 ล้านบาท เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “มาริโอ้ เมาเร่อ” เพื่อรีเฟรชแบรนด์ให้สดใส เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมสร้างการรับรู้ผ่านทุกช่องทางสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สอดรับรูปแบบการช็อปของคนรุ่นใหม่ที่หันมาช็อปปิ้งผ่านทางออนไลน์กันมากขึ้น จึงเปิดตัว “ช็อปปิ้ง ออนไลน์” เต็มรูปแบบผ่านทางเว็บไซต์www.konceptfurniture.com รวมทั้งมีเฟซบุ๊กwww.facebook.com/KonceptFurniture ไว้คอยอัพเดตข้อมูลข่าวสารต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ “คอนเซ็ปต์” และผู้บริโภคสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 57 บริษัทจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมืองไปบ้าง แต่ด้วยแผนการดำเนินงานทั้งหมด มั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยตั้งเป้ายอดขายรวมของทั้งกลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ที่ 7,200 ล้านบาท

การเดินเกมรุก เร่งขยายช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้ครอบคลุมตลาดมากที่สุด การไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการ ควบคู่การสร้างการรับรู้เพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำ จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ที่น่าจับตาดูว่าจะมาช่วยสร้างสีสันตลาดเฟอร์นิเจอร์ให้กลับมาคึกคักได้มากน้อยเพียงใด!

โปรโมชั่น ดีดีจาก คอนเซ็ปต์ เฟอร์นิเจอร์

 

 

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

โฆษณา

“โออิชิ”รุกตลาดต่างประเทศ

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/414524

โดย วานิชหนุ่ม 6 เม.ย. 2557 21:29

OISHI GREND JAPANESE BUFFET RESTAURANT

อาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และมีการแข่งขันอย่างรุนแรงทั้งจากแบรนด์ไทยและแฟรนไชส์ชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นบินตรงเข้ามาลงทุนเปิดร้านกันอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดอาหารและเครื่องดื่มญี่ปุ่นในบ้านเรา จนเกิดกระแสตื่นตัวทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการหนีไม่พ้นค่ายโออิชิ กรุ๊ป จนกลายเป็นผู้นำในตลาด หากนึกถึงอาหารญี่ปุ่นในไทย ผู้บริโภคต้องนึกถึงแบรนด์โออิชิเป็นอันดับแรก

โอเฮิร์บน้ำผึ้งโสมและโอเฮิร์บพุทราจีน
ในปี 2557 นี้ โออิชิ กรุ๊ป ได้วางแผนธุรกิจครองความเป็นผู้นำด้านอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น โดยใช้จุดแข็งภายใต้ปีกของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด ที่มีกิจการในเครือมากมายเตรียมผนึกกำลังกับบริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตน้ำอัดลม “เอส” และบริษัทเอฟแอนด์เอ็น จำกัด จากสิงคโปร์ เพื่อดึงศักยภาพของแต่ละเครือข่ายให้เอื้อประโยชน์ต่อกัน

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)


นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้จะยังคงมุ่งเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องกับการเป็นผู้นำในตลาดเมืองไทย ตั้งเป้ารายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 23% โดยเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ การผนึกกำลัง หรือ “ซินเนอร์ยี” ธุรกิจเครื่องดื่มกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ของบริษัทในเครือไทยเบฟฯ ทั้งเรื่องการขยายตลาดในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูลวิจัย และกระบวนการผลิตร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

การเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ โดยเน้นพัฒนาคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต การตลาด การส่งเสริมการขาย และการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคผ่านเครือข่ายพันธมิตร นอกจากนี้ ยังเน้นการขยายไลน์ธุรกิจทั้งเครื่องดื่มและอาหาร รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ เพื่อผลักดันธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และการเสริมสร้างและพัฒนาทีมงานให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ความสำคัญกับทุกหน่วยงาน ซึ่งบริษัทถือว่าพนักงานทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

มีโออิชิ ชีวิตโอจัง
มีโออิชิ ชีวิตโอจัง
ด้านผลประกอบการของโออิชิ กรุ๊ป ประจำปี 2556 มีรายได้จากการขายรวมทั้งสิ้น 12,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีที่แล้ว โดยมีรายได้จากการขายอาหาร จำนวน 5,976 ล้านบาท หรือคิดเป็น 49% จากรายได้จากการขายรวม และรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มจำนวน 6,232 ล้านบาท หรือคิดเป็น 51% จากรายได้จากการขายรวม ซึ่งการเติบโตของรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขยายสาขา รวมทั้งสิ้น 43 สาขา บริษัทมีกำไรสุทธิ 456 ล้านบาท แต่เนื่องจากบริษัทได้รับรู้ผลขาดทุนจากการปรับประมาณการเงินชดเชยจากเหตุการณ์มหาอุทกภัย ซึ่งเป็นรายการนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติเป็นจำนวน 100 ล้านบาท

หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทมีกำไรสุทธิ 556 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของรายได้จากการขาย ส่วนเป้าหมายของปี 2557 นั้น โดยภาพรวมแล้วบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 23% หรือ 15,000 ล้านบาท โดยตั้งงบประมาณการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อ ขยายกำลังการผลิตและขยายสาขา

โออิชิ กับเมนูมากมายมีมาให้เลือกสรร
โออิชิ กับเมนูมากมายมีมาให้เลือกสรร
ในส่วนของธุรกิจอาหาร ช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้อัดงบการขยายสาขากว่า 50 ล้านบาท เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการไปยังหัวเมืองรองอย่างจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ด้วยการเปิดสาขาของร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมทั้งชาบูชิ และโออิชิ ราเมน รวมจำนวน 4 สาขา ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอาหาร โออิชิ กรุ๊ป มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 27-30% จากมูลค่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย 22,000 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ประมาณ 7,700 ล้านบาท เนื่องมาจากแผนการขยายสาขาไปต่างประเทศ โดยจะไปประเทศพม่าก่อน ประมาณช่วงไตรมาส 2/2557 จำนวน 2 สาขา ที่ย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ รวมทั้งการทำตลาดส่งออกสินค้าสแน็กและอาหารแช่เย็นแช่แข็งไปต่างประเทศ โดยในปี 2559 คาดว่าจะมีสาขารวมประมาณ 270 สาขา

ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มในปีที่ผ่านมายังคงครองความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ด้วยรายได้ 6,232 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งการตลาด ณ เดือน ธ.ค. 2556 ที่ 43.5% ทิ้งห่างคู่แข่งที่ได้ส่วนแบ่ง 23.4%

การที่โออิชิยังคงครองใจผู้บริโภคไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานนั้น เป็นเพราะยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “เป็นผู้นำและสร้างสรรค์ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนรุ่นใหม่ และพร้อมที่จะรุกต่างประเทศให้ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นจากประเทศไทย!!

 

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

“เซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย”

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/412997

โดย วานิชหนุ่ม 29 มี.ค. 2557 05:00

“เกาะสมุย” นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกและชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนจำนวนมากในแต่ละปีทำเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งบริษัทเซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ประกาศความพร้อมเปิดตัวศูนย์การค้าขนาดใหญ่

“เซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย” เป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 24 ของซีพีเอ็น มูลค่าการลงทุน 3,100 ล้านบาท ขนาด 90,000 ตารางเมตร บนที่ดินกว่า 37 ไร่ บนทำเลทองหาดเฉวงซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจหลักบนเกาะสมุย

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและบริหารโครงการก่อสร้าง ซีพีเอ็น กล่าวว่า เกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงเข้ามาเฉลี่ยปีละ 1.9 ล้านคน กว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะเดียวกันตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยมีอัตราเติบโตในระดับสูง จึงตั้งใจพัฒนาโครงการนี้ให้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญที่โดดเด่นทั้งการออกแบบให้ศูนย์การค้ามีเอกลักษณ์

เซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย จะเป็นธีม มอลล์ นำเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของสมุย มาเป็นจุดเด่นในการสร้างสีสันความแปลกใหม่ สอดรับกับความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งประกอบด้วย ธีม Chaweng Port ท่าเรือเฉวง ที่เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบคอนเทมโพ-รารีที่แทรกเสน่ห์ของท่าเรือเก่าเข้าไปอย่างลงตัว ธีม Birdcages ที่มีไอเท็มหลักคือ กรงนก ซึ่งสื่อถึงวิถีชีวิตของชาวสมุย ผสานกลิ่นอาย ชิโน-โปรตุกีส ธีม  Fisherman Village หมู่บ้านชาวประมง ธีม Old Town Market ตลาดเก่า ด้วยสถาปัตยกรรมในสไตล์โคโลเนียล ผสานสไตล์การตกแต่งแบบ East meets West

“เราได้นำความโดดเด่นทุกด้านของสมุยมาไว้ที่นี่ ศูนย์แห่งนี้จะเป็นธีมมอลล์แห่งแรกของซีพีเอ็นที่มีความโดดเด่นด้านการออกแบบระดับโลกให้มีบรรยากาศการช็อปปิ้งสไตล์รีสอร์ตในแนวคิด Reminiscence of Southern Lifestyle พบอรรถรสการช็อปปิ้งไปพร้อมๆ กับการพักผ่อนในรูปแบบใหม่พบกับสินค้าและบริการครบครัน”

ทั้งนี้ภายในศูนย์การค้าจะมีแม่เหล็กหลักคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ท็อปส์ มาร์เก็ต, เพา- เวอร์บาย, ซุปเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส และศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์ชั้นนำของไทยและอินเตอร์กว่า 200 ร้านค้า พร้อมไนท์ บาซาร์รองรับนักท่องเที่ยว เป็นศูนย์รวมร้านอาหารหลากหลายรูปแบบตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ รวมทั้งสวนสนุก Mario Land เป็นต้น จะเป็นศูนย์รวมแห่งความสุข

นางสาววัลยากล่าวว่า ในวันที่ 29 มี.ค.นี้จะมีพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วยการจัดอีเวนต์ยิ่งใหญ่เพื่อสร้างสีสัน ความสนุกในบรรยากาศใหม่ด้วย นีออน ไนต์ ปาร์ตี้ ที่ทุกคนจะมาร่วมปาร์ตี้ในชุดสีขาว พร้อมพร็อบสีนีออนกับบอดี้เพนต์เรืองแสงให้ผู้ที่มาร่วมก่อนเข้างาน กับไฮไลต์ไดชส์จากดาราสาว, ดีเจชื่อดัง และการจัดแสดงดนตรีสด

ด้านนางยุวดี จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า สำหรับในส่วนพื้นที่ของ “ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย” ได้ใช้งบลงทุน จำนวน 425 ล้านบาท มีจำนวน 2 ชั้น รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น 8,000 ตร.ม.  เป็นห้างเซ็นทรัลในรูปแบบใหม่ สาขาแรกและสาขาเดียวที่มีขนาดพื้นที่และจำนวนชั้นเท่านี้ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของเกาะสมุย เพื่อความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยแนวคิดการออกแบบเป็นลักษณะรีสอร์ตร่วมสมัย และเป็นธรรมชาติ เพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศชายทะเล โดยติดกระจกใส เพื่อเปิดมุมมองให้ดูโปร่ง รอบด้านของอาคาร สามารถมองเห็นถึงกันได้หมด พร้อมจัดสวนอยู่ตรงกลางบันไดเลื่อน และเนื่องจากมีเพียง 2 ชั้น ลูกค้าสามารถขึ้นลงได้ทั้งบันไดธรรมดา และบันไดเลื่อน หรือจะใช้ลิฟต์ก็ได้

ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย จะมีบริการ และสินค้าคัดสรร มาตรฐานเดียวกันกับสาขาในกรุงเทพฯ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวกลุ่มคนรุ่นใหม่ตลอดจนนักท่องเที่ยว โดยได้รวบรวมแบรนด์ชั้นนำไว้อย่างครบครันกว่า 400 แบรนด์

นับเป็นข่าวดีของชาวสมุยที่จะมีศูนย์กลางการจัดกิจกรรมแห่งใหม่ขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนอย่างต่อเนื่อง!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

เมืองหิมะใจกลางกรุงเทพฯ

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/411397

โดย วานิชหนุ่ม 22 มี.ค. 2557 05:00

การแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้าย่านสุขุมวิท ซึ่งถือว่าเป็นทำเลทองที่มีผู้ประกอบการขนาดยักษ์ใหญ่ทั้งหลายปักหลักลงทุนมหาศาลสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่เพื่อต้อนรับลูกค้าและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยกระดับเป็นถนนแห่งสายช็อปปิ้งระดับโลกที่ทั่วโลกจะต้องกล่าวขานถึง

ทั้งศูนย์การค้าเดิมที่คลาคล่ำไปด้วยลูกค้าแห่ไปใช้บริการและศูนย์การค้าที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอีกหลายแห่ง ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างจุดแข็งของตนเพื่อดึงดูดลูกค้าหมุนเวียนเข้ามาอุดหนุนกัน

ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย นับเป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่บนย่านสุขุมวิทที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานกับจุดแข็งที่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น ก็ได้เร่งปรับตัวเข้ากับสถานการณ์การแข่งขันด้วยการประกาศทุ่มงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท ผุด “สโนว์ทาวน์ เกตเวย์เอกมัย” ที่ระบุว่า เป็นที่สุดแห่งเทคโนโลยีและความสมบูรณ์แบบของเมืองหิมะในศูนย์การค้าแห่งแรกของไทย โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 57 นี้

นางวัลลภา ไตรโสรัส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีซีซี แลนด์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย กล่าวว่า ร่วมกับกลุ่มเคเค ดาวินซี่ โฮลดิ้งส์ ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาลานสกีเพื่อการท่องเที่ยวชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น ในนามบริษัทสโนว์ทาวน์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างโครงการ “สโนว์ทาวน์เกตเวย์ เอกมัย” เมืองหิมะมาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของไทยในศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ศูนย์การค้าใจกลางเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยกลิ่นอายของสุนทรียรสแบบญี่ปุ่น ตอกย้ำความเป็น Family Leisure Destination ของกรุงเทพฯสร้างสรรค์เมืองหิมะสำหรับเล่นสกีและพักผ่อนหย่อนใจ เลือกซื้อสินค้าและรับประทานอาหารในบรรยากาศเมืองหนาว ชูจุดขายเล่นง่ายแม้เป็นผู้หัดเล่นใหม่ หวังสร้างวัฒนธรรมกีฬาเมืองหนาวในกลุ่มคนไทย

“ทีซีซีแลนด์ นับว่าเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับภูมิภาคไม่หยุดนิ่งที่จะสรรหาสิ่งใหม่ๆ มาพัฒนาและลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงได้ร่วมทุนในโครงการนี้ โดยกลุ่มเคเค ดาวินซี่ โฮลดิ้งส์ เป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุนและการจัดการอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการกลุ่มรีสอร์ต และบริหารจัดการด้านความบันเทิงมากมายในประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งการบริหารจัดการลานสกีและสโนว์บอร์ดเพื่อการท่องเที่ยว หรือสโนว์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น”

นางวัลลภากล่าวว่า โครงการสโนว์ทาวน์ เกตเวย์ เอกมัย จะนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ทันสมัยและปลอดภัย มาเปิดประสบการณ์ความหนาวและกิจกรรมเกี่ยวกับหิมะให้คนไทยได้สัมผัส ด้วยกิจกรรมกีฬาฤดูหนาวและกิจกรรมความบันเทิงที่หลากหลายประเภทได้แก่ สกี สโนว์บอร์ด และเลื่อนหิมะที่มาพร้อมการออกแบบลานสกีให้มีความลาดชันเหมาะสมสำหรับผู้หัดเล่นใหม่ พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ มีการทำหิมะใหม่ทุกวัน และการรักษาความสะอาดของอุปกรณ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เข้าใช้บริการ

“โครงการนี้ประกอบด้วย ลานหิมะขนาดใหญ่ให้ทุกคนได้สามารถสัมผัส พร้อมกับร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่มีให้เลือกกันอย่างจุใจและช็อปปิ้งสินค้าในบรรยากาศเมืองหนาว ในพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร บนชั้น 5 เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่สามารถใช้บริการได้ทุกเพศทุกวัย รวมทั้งนักท่องเที่ยวผู้ต้องการแสวงหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่ทุกวัน”

ทั้งนี้จะมีลานหิมะขนาดยาวโซนสำหรับเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ประติมากรรมหิมะ โซนสำหรับการสร้างสรรค์ปั้นหิมะ และการจัดกิจกรรมแข่งขันสร้างรูปปั้นหิมะเช่นเดียวกับเทศกาลหิมะที่เมืองซัปโปโร พื้นที่สนามเด็กเล่น บริเวณสำหรับเด็กๆ ที่จะได้สร้างภูเขาหรือบอลหิมะ โดยมีอุปกรณ์เล่นหิมะสำหรับเด็กๆ และสโนว์บอร์ด โซน สำหรับเล่นสโนว์บอร์ดและสกี บ้านหิมะคะ-มะกุระ ห้องที่ทำจากหิมะแกะสลักเรียกว่า คามาคูระ มีการตกแต่งห้องด้วยบรรยากาศพิเศษของแสงเทียนที่ส่องกระทบสีขาวของหิมะ รวมทั้งสโนว์บอลล์ ไฟท์ หรือการเล่นขว้างก้อนหิมะ

ด้านนายโคทาโร่ มารุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สโนว์ทาวน์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากศักยภาพการเติบโตของประชากรวัยทำงาน ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทันสมัย ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความต้องการศูนย์รวมความบันเทิงคุณภาพสูง

นับเป็นข่าวดีลูกค้ากลุ่มครอบครัวทั้งคนไทยและต่างชาติให้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมและการเล่นกีฬาเมืองหนาวในเมืองร้อน ที่คาดว่าจะทำให้บรรยากาศในธุรกิจศูนย์การค้ามีความคึกคักมากขึ้น!!
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

“ซีกัล” ชูจุดแข็ง แชมป์ “นอนสติก”

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/409853

โดย วานิชหนุ่ม 15 มี.ค. 2557 05:00

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธุรกิจไทยยังคงคึกคักและตื่นตัวไปอย่างต่อเนื่อง โปรดักส์หลายๆค่าย ต่างวางแผนการตลาดทั้งแบบรุกและรับควบคู่ นอกจากต้องรักษาการเป็นแชมป์ยอดขาย ยังปรับเพื่อตั้งรับกับการเปิดประชาคมอาเซียน หรือเออีซี ที่กำลังจะมาถึง บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล เจ้าของแบรนด์ซีกัล (Seagull) เครื่องครัวของคนไทยที่ถูกเลือกให้เป็นเพื่อนคู่ครัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

แม้จะมากประสบการณ์ด้วยอายุที่ยืนยาวนาน 43 ปี จนเป็นที่มั่นใจของผู้บริโภค แต่ “ซีกัล” ไม่หยุดนิ่งคงเน้นย้ำเรื่องการพัฒนา การรักษามาตรฐานและคุณภาพ ไปพร้อมกับการเติบโตของยอดขายโดย เฉพาะเครื่องครัวประเภท เคลือบผิวกันติด หรือนอนสติก ที่ยังคงเป็นขวัญใจในครัวเรือน มุ่งมั่นเป็นเจ้าตลาดตลอดไป  จากปัจจุบันครองตำแหน่งสินค้าขายดีอันดับ 1 ในตลาดเครื่องครัวนอนสติกในประเทศไทยมาโดยตลอด

นายอรุณ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล จำกัด กล่าวว่า ด้วยกระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคที่มีอยู่มาก เมื่อมาเจอเครื่องครัวที่ใช้น้ำมันน้อย และไม่ติดกระทะ ทำให้ทำความสะอาดง่าย จึงเป็นที่ถูกใจและเป็นสินค้าที่ถูกเลือกนำมาใช้งาน โดยในปีที่ผ่านมาล่าสุด สัดส่วนยอดขายนั้น อยู่ที่ประมาณ 25% ของเครื่องครัวซีกัลทั้งหมด ประกอบกับคุณสมบัติความแข็งแกร่ง ทนทาน

“เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เราก็ต่อยอดด้วยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ เป็นกระทะเคลือบผิวกันติด รุ่น Gladiator Pro ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือน ม.ค.2557 ที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค  โดยคาดว่าจะเป็นสินค้าดาวรุ่งที่ทำยอดขายได้ดีในปีนี้ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น แกร่ง ทน ทุกอณู สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการในการทำครัวของผู้บริโภค”

นายอรุณกล่าวว่า กระทะ กลาดิเอเตอร์ โปร เป็นเทคโนโลยีการเคลือบผิวกันติดแบบใหม่ล่าสุด Full HD (Full High Density) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี 3D โดยเพิ่มความละเอียดและความถี่ในการพ่นสารเคลือบกันติดด้วยหัวพ่นพิเศษ จึงมีความละเอียดสูง ทำให้สารเคลือบที่พ่นลงไปบนภาชนะ มีความแข็งแกร่งยึดติดกับผิวได้ดีกว่า และทนทานมากกว่าการพ่นสารเคลือบแบบปกติทั่วไป ทำให้มีอายุการใช้งานที่นานกว่ากระทะเคลือบผิวกันติดทั่วไป และได้มีการพิสูจน์ด้วยผลทดสอบการขัดกระทะมากกว่า 500,000 รอบติดต่อกัน

นอกจากนี้ยังเพิ่มความแข็งแกร่ง ด้วยโครงสร้างหนาเป็นพิเศษ 3 มิลลิเมตร เท่ากันทั่วทั้งใบ พร้อมสารเคลือบคุณภาพสูงเทฟล่อน แพลตตินั่มจากดูปองท์ ที่ปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรฐานองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา และโดดเด่นด้านความแข็งแกร่ง ทนทานต่อรอยขูดขีดมากกว่าปกติ พร้อมคุณสมบัติลื่นนาน ทำความสะอาดง่าย นอกจากนี้ พื้นผิวลายรังผึ้ง ยังช่วยกระจายความร้อนได้รวดเร็วและทั่วถึง อีกทั้งยังถูกออกแบบให้จับถนัดมือ สะดวกในการใช้งาน

ด้านการรับมือกับสภาพเศรษฐกิจในปี 2557 นั้น ซีกัลก็ยังคงใช้ประสบการณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคุมการใช้จ่ายเงินทุนอย่างระมัดระวัง เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เน้นการส่งออกมากขึ้น และใช้การทำโปรโมชั่นมาเป็นตัวช่วยในการผลักดันยอดขายในประเทศเป็นระยะๆ ขณะเดียวกันก็เน้นการปรับปรุงและพัฒนาภายในองค์กรเพื่อรองรับอนาคต ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10% โดยเน้นการส่งออกให้มากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจเพื่อนบ้านยังดี และเปิดลูกค้าใหม่ฝั่งเอเชียเป็นหลัก

“แม้จะมีการทำตลาดในกลุ่มประเทศเออีซีอยู่แล้ว ซีกัลก็ไม่มองข้ามการตั้งรับกับเออีซี และดูเหมือนจะเข้าทาง และเป็นไปในทิศทางที่ดี เนื่องจากในกลุ่มประเทศดังกล่าว เป็นฐานลูกค้าของซีกัลค่อนข้างเป็นผลดีกับเรา เนื่องจากเราขายสินค้าในกลุ่มประเทศเออีซีอยู่แล้ว จึงสามารถเข้าประเทศนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น กำแพงภาษีลดน้อยลง ขยายตลาดได้มากขึ้น ที่สำคัญแบรนด์ซีกัลค่อนข้างแข็งแรงในตลาดนี้”

นอกจากนี้ยังคงมุ่งเน้นในการสร้างแบรนด์สำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่  และตอกย้ำการเป็นผู้นำในการฉีกกฎการทำครัวที่น่าเบื่อ ไปสู่ความสนุกสนานในการทำอาหารทุกครั้ง!!
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

“กวิน” ลุยจัด 5 งานใหญ่ รับปีม้าทอง

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/408312

โดย วานิชหนุ่ม 8 มี.ค. 2557 05:01

หลังจากสถานการณ์การเมืองเริ่มคลี่คลายลง เริ่มเปิดพื้นที่ถนนในกรุงเทพฯ ให้รถยนต์ได้สัญจรกันทำให้การเดินทางเข้าสู่ภาวะปกติ หลายๆธุรกิจเริ่มขยับตัวเดินหน้ารุกจัดกิจกรรมหลังจากที่ได้รับผลกระทบมานานหลายเดือน โดยเฉพาะธุรกิจจัดอีเวนต์และจัดงานแสดงสินค้า
บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด หนึ่งในผู้จัดงานแสดงสินค้าสบโอกาสประเดิม 5 งานแสดงใหญ่ภายใต้แนวคิด 5 in 1 โดยผนึกงานแสดงกาแฟ, เบเกอรี่, ไอศกรีม, แฟรนไชส์, ท่องเที่ยวและจักรยาน รับปีม้าทอง ระหว่างวันที่ 27–30 มี.ค.นี้ ที่อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมามีความคึกคักอีกครั้ง
นายกวิน กิตติบุญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท กวิน อินเตอร์เทรด จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้จัดงานแสดงใหญ่มีผู้แสดงรวมกว่า 800 บูธ เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้ขยายพื้นที่เพิ่มอีก 1 ฮอลล์ เป็น 15,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับความต้องการที่ต้องการพื้นที่เพิ่มเติมหลังจากประสบความสำเร็จทั้งยอดขายและรับออเดอร์อย่างต่อเนื่อง และรองรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่มองเห็นลู่ทางการเพิ่มยอดขายจากการเห็นศักยภาพของงานที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จัก รวมทั้งเพื่อเป็นการตอบรับการเปิดตลาดประชาคมอาเซียนในปีหน้าด้วย
ทั้งนี้งานกาแฟ, เบเกอรี่และไอศกรีม นับว่าเป็นพระเอกของงานนี้ เป็นงานแสดงกาแฟที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงกว่า 110 บริษัท เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดของผู้บริโภคที่เติบโตมากขึ้นทุกปี

สินค้าที่จะนำมาแสดงและจำหน่ายประกอบด้วย อุปกรณ์ในการเปิดร้านกาแฟ เช่น เครื่องชง, เครื่องบด, เมล็ดกาแฟและน้ำเชื่อม เบเกอรี่ อาทิ เครื่องนวดแป้ง, เตาอบ, แป้ง, ชีสและวัตถุดิบแต่งหน้าเค้ก ไอศกรีม อาทิ เครื่องทำเจลาโต, ผงทำไอศกรีม, ชีส รวมไปถึงเครื่องทำน้ำแข็ง ตู้เย็น ตู้แช่ และตู้โชว์เค้กอีกด้วย โดยผู้แสดงได้เตรียมโปรโมชั่นที่สุดแห่งปี อาทิ ส่วนลดสูงถึง 60% เพื่อรองรับผู้ซื้อจากทั่วประเทศที่คาดว่าจะเข้ามาชมเฉพาะกว่า 40,000 คน ที่ต้องการมองหาอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดจากทั่วโลก
นายกวินกล่าวว่า ภายในงานบริษัทได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอาหาร, สมาคมบาริสต้าและสมาคมเบเกอรี่ เป็นต้นเพื่อจัดกิจกรรมต้อนรับกลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมชมงานประกอบด้วย การแข่งขันบาริสต้าชิงแชมป์ประเทศไทยปีที่ 7 เพื่อคัดตัวแทนไปแข่งบาริสต้าโลกที่ประเทศอิตาลี การแข่งขันแต่งหน้าเค้ก เวิร์กช็อปสอนทำเบเกอรี่โดยเชฟโรงแรม 5 ดาว และสอนทำไอศกรีมเจลาโต้โดยเชฟชาวอิตาลี

สำหรับงานท่องไทย ท่องโลก ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่เตรียมวางแผนจะท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศช่วงฤดูท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ เพราะภายในงานผู้แสดงเตรียมแพ็กเกจราคาพิเศษมากมายมาเอาใจผู้เข้าชมงาน อาทิ ห้องพักโรงแรม/รีสอร์ต ราคาเริ่มต้นเพียง 990 บาท ทัวร์ต่างประเทศในราคาประหยัด บริการรถเช่า รวมถึงอุปกรณ์เดินทางท่องเที่ยวที่นำมาจัดโปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุดถึง 60% กับผู้ประกอบการเข้าร่วมจากทั่วประเทศ
นอกจากนี้ ยังได้จัดงานจักรยานครบวงจร ปีที่ 2 ควบคู่ไปด้วย โดยในครั้งนี้บริษัทได้เพิ่มพื้นที่แสดงจาก 1,000 ตร.ม.ในปีที่ผ่านมาเป็น 3,500 ตร.ม. รวบรวมผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้ผลิตจักรยานและอุปกรณ์เกี่ยวกับจักรยานไว้อย่างครบวงจร ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานแรกของปี 2557 โดยชูจุดเด่นงานโชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีจักรยานและอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดจากทั่วโลก

นายกวินกล่าวว่า งานจักรยานครบวงจร ได้เนรมิตไว้โชว์จักรยานและอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดจากทั่วโลกโดยผู้นำเข้า ผู้แสดงเพื่อเปิดโอกาสให้นักปั่นและคนรักจักรยานได้ยลโฉมในงานเป็นครั้งแรกและไม่ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ
ส่วนที่สองจะเป็นพื้นที่ขายและจัดโปรโมชั่นโดยผู้แสดงจากค่ายต่างๆ นำเสนอส่วนลดพิเศษสุด ตั้งแต่ 20-50% เพื่อให้ผู้เข้าชมงานสามารถตัดสินใจสั่งซื้อได้ในงาน และส่วนที่สามจะเป็นพื้นที่กิจกรรม อาทิ Test drive ยาวกว่า 200 เมตร เพื่อเปิดโอกาสให้นักปั่นสามารถทดลองปั่นจักรยานได้จริงก่อนตัดสินใจซื้อ รวมไปถึง Bike Lane และ Bike Park เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักปั่น/ผู้ขับขี่สามารถขี่จักรยานมาชมงานพร้อมพื้นที่จอดจักรยานไว้ด้านหลังฮอลล์
“เราเชื่องานแสดงทั้ง 5 งาน จะได้รับความสนใจจากคนหลากหลายกลุ่ม เชื่อมั่นว่าตลาดยังสามารถเติบโตได้อีกมากในอีก 3-5 ปีข้างหน้า และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานทั้งสองกว่า 200,000 คนจากทั่วประเทศ และจะมีการซื้อรวมกว่า 220 ล้านบาท”

รวมทั้งช่วยสร้างบรรยากาศให้กลับมามีสีสัน บรรยากาศให้คึกคักอีกครั้ง!!!
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

“เมญ่า” ไลฟ์สไตล์ ชอปปิ้ง เซ็นเตอร์ เชียงใหม่

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/406704

โดย วานิชหนุ่ม 1 มี.ค. 2557 05:00

ธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดเชียงใหม่กำลังบูมสุดขีดเมื่อยักษ์ใหญ่หลายรายดาหน้าทุ่มเงินลงทุนมหาศาลเพื่อปักหลักรอรับ “เออีซี” และกำลังซื้อมหาศาลจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งล่าสุด MAYA (เมญ่า) ได้เปิดให้บริการไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

การเปิดตัวของ “เมญ่า” นับว่าเป็นการยกระดับธุรกิจค้าปลีกในเชียงใหม่ขึ้นทาบรัศมีแหล่งช็อปปิ้งชั้นนำระดับโลก กับแนวคิดการเป็นไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ที่โดดเด่นกับการออกแบบอาคาร การตกแต่ง ความหลากหลายของร้านค้า ในรูปแบบเอกลักษณ์เฉพาะ ผสมผสานความทันสมัยของแบรนด์ระดับอินเตอร์และแบรนด์ท้องถิ่นอย่างลงตัว บนพื้นที่ทำเลทองย่านนิมมานเหมินท์ใจกลางเมืองเชียงใหม่กว่า 9 ไร่ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท

ในวันเปิดตัวเพื่อให้สมกับการเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ระดับโลก เมญ่าได้จัดพิธีเปิดแกรนด์โอเพนนิ่งอย่างยิ่งใหญ่ จัดแฟชั่นโชว์ด้วยขบวนดารา-นางแบบระดับแถวหน้าของเมืองไทยกว่า 150 คน นับเป็นครั้งแรกของเชียงใหม่ที่นักธุรกิจระดับชั้นนำของประเทศกว่า 500 คนไปแสดงความยินดีและให้กำลังใจกับ “เมญ่า” ที่กำลังเติมแต่งเป็นอีกหนึ่ง “ไอคอน” เหมือนมหานครเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งจะนำความภาคภูมิใจมาสู่ชาวเชียงใหม่

นายสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมญ่า ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด กล่าวว่า “เมญ่า” มีความโดดเด่นด้วยงานดีไซน์ทางสถาปัตยกรรม สะท้อนถึงเมืองที่มีวัฒนธรรมแห่งการถักทอ ที่สำคัญยังคงไว้เอกลักษณ์ของชาวล้านนา ซึ่งไฮไลต์ที่เตรียมเปิดต่อไปในเดือน เม.ย.นี้ คือจุดชมวิว “นิมมานฮิลล์” บนชั้น 6 ซึ่งจะเห็นวิวดอยสุเทพแบบพาโนราม่าโอบล้อม จะเป็นแหล่ง “ชิลเอ้าท์” แห่งใหม่ที่ให้ทุกคนมารับประทานและดื่มจากร้านดังหลากหลายร้านพร้อมกับบรรยากาศนั่งผ่อนคลายสบายๆ

“นับเป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่มุ่งเน้นไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมานำเสนอให้ชาวเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นทั้งแบรนด์ดังระดับอินเตอร์และแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง, ไลฟ์สไตล์การกินดื่ม ความบันเทิงกับโรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า 10 โรงมาตรฐานระดับโลก ด้วยระบบการฉายดิจิตอล 4K ทุกโรง และศูนย์ธุรกรรมทางการเงินและการบริการเป็นต้นกว่า 220 ร้านค้า”

นายสุวัฒน์กล่าวด้วยว่า สำหรับซุปเปอร์มาร์เกต นับว่าเป็นจุดเด่นของไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้งมอลล์แห่งนี้ ดำเนินการโดย ริมปิง ซุปเปอร์มาร์เกต ที่เน้นคัดสรรผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศจากทั่วทุกมุมโลกนับเป็นซุปเปอร์มาร์เกตดีที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ก็ว่าได้ และ ทัช ฟิตเนส ฟิตเนสแนวใหม่ล่าสุดที่มาเปิดที่นี่เป็นที่แรกในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมี C.A.M.P. (Creative And Meeting Place) เป็นห้องสมุดสุดชิคสำหรับคนรุ่นใหม่มาพบปะ มาติวหนังสือ มาแชร์ไอเดียได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“พื้นที่ของเมญ่าทั้งหมดจำนวน 6 ชั้น บนพื้นที่กว่า 80,000 ตารางเมตรกับแนวคิด “นิมมานแนวตั้ง” การตกแต่งภายในจะทำให้เห็นนิมมาน-เหมินท์มิติใหม่แบบชั้นต่อชั้นนับตั้งแต่การตกแต่งศิลปะสไตล์ “นูโว อาร์ต” ชั้นจี ศิลปะสไตล์ “ป๊อป อาร์ต” ชั้น 2 ศิลปะแนว “ดิจิตอลอาร์ต” ชั้น 3 ส่วนชั้น 4 เป็นศิลปะสไตล์ “รัสติก อาร์ต” ชั้น 5 เป็นศิลปะแนวมิกซ์ โมเดิร์นไทยและชั้น 6 เป็นแนว “เนอเชอรัล อาร์ต” เพื่อเติมแต่งให้เป็นแหล่งช็อปที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สุดในเชียงใหม่”

“นับจากวันที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ก็ได้รับการตอบรับจากชาวเชียงใหม่รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างล้นหลามเกินคาด สมดั่งใจที่หวังให้ “เมญ่า” เป็นไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ที่สุดของแลนด์มาร์คของเชียงใหม่อย่างแท้จริง”

นายสุวัฒน์ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า แม้จะเป็นการลงทุนในธุรกิจศูนย์การค้าโครงการแรกก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์การค้าของกลุ่ม “เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น” มากว่า 32 ปี กับการเปิดโรงภาพยนตร์ในศูนย์การค้าที่ได้สัมผัสข้อดีข้อเสียของธุรกิจ รวมทั้งประสบการณ์จากการบริหารพื้นที่ค้าปลีกบนชั้น 7 เอ็มบีเค เซ็นเตอร์มากว่า 15 ปี ที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูง แม้ “เมญ่า” จะเป็นศูนย์ขนาดกลาง แต่รู้ว่าผู้บริโภคในยุคนี้มีความต้องการอะไรแล้วใส่ในรายละเอียดนั้นอย่างเต็มที่

ที่นี่จึงเป็นที่แรกและที่เดียวของกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจและมีทุกอย่างครบครัน ทำให้เกิดอารมณ์ บรรยากาศของไลฟ์สไตล์ ช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ที่ผู้บริโภคสามารถอยู่เพลิดเพลินได้ทั้งวัน!!!
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

“โออิชิ” เดินหน้าลุยแคมเปญเด็ด

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/405114

โดย วานิชหนุ่ม 22 ก.พ. 2557 05:00

เปิดศักราชใหม่ต้อนรับปีม้า…คึกคัก ท่ามกลางกระแสร้อนระอุทางการเมือง หลายธุรกิจต่างปรับตัวรับมือให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นกลับคึกคัก โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์มูลค่าตลาดร้านอาหารที่เป็นเครือข่ายในปีนี้ จะมีมูลค่า 97,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีมูลค่า 85,466 ล้านบาท

ร้านอาหารประเภทไก่และเบอร์เกอร์, สุกี้และชาบู, และอาหารญี่ปุ่น ยังคงมีมูลค่าตลาดในสัดส่วนที่สูงใน 3 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วนรวมกันประมาณ 60% ของมูลค่าตลาดร้านอาหารที่เป็นเครือข่ายธุรกิจอาหารโดยรวม ทั้งนี้ ร้านอาหารญี่ปุ่นมีอัตราการเติบโตสูงสุด คือ 20% ส่วนร้านอาหารไทยและร้านสุกี้และชาบู โต 15% และร้านอาหารปิ้งย่าง โต 16%

ดังนั้น จะเห็นว่าในปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นเกิดขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก ทั้งบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ชาบู ราเมน และอุด้ง นั่นเป็นเพราะแนวโน้มของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นยังสดใสต่อเนื่องและมีการแข่งขันที่สูงขึ้น

สำหรับเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่นอย่าง โออิชิ กรุ๊ป มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 33% จากมูลค่าตลาดรวมร้านอาหารญี่ปุ่นราว 22,000 ล้านบาท โดยปีที่ผ่านมาคาดว่าสามารถปิดรายได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7,000 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นราว 18% จากกิจกรรมทางการตลาดที่มีต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี

รวมทั้งการขยายสาขาร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ในปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นจำนวนรวมมากกว่า 190 สาขา โดยแบ่งเป็น โออิชิแกรนด์ จำนวน 1 สาขา โออิชิบุฟเฟ่ต์ จำนวน 18 สาขา ชาบูชิ จำนวน 90 สาขา นิกุยะ จำนวน 8 สาขา โออิชิราเมน จำนวน 51 สาขา คะโซคุเต จำนวน 7 สาขา และคาคาชิ จำนวน 9 สาขา

กิจกรรมทางการตลาดในปีนี้ เริ่มต้นร้อนแรงด้วยการสานต่อแคมเปญเด็ด OISHI “FLY ME TO JAPAN” โชค 2 ชั้น มันส์ถึงญี่ปุ่น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด “กินได้ลด…โซ้ยได้ลุ้น” ซึ่งในปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าและพันธมิตรที่เข้าร่วมรายการ จนเกิดเป็นกระแสเรียกร้อง ทำให้ทางโออิชิตัดสินใจจัดแคมเปญต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมจัดเต็ม ส่วนลดพิเศษสูงถึง 15% ตลอดปี พ่วงรางวัลพิเศษ ลุ้นแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแบบอันซีนรวม 5 เที่ยวบิน 100 ที่นั่ง

นายแซมไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โออิชิ กรุ๊ป ในฐานะเจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น พร้อมสานต่อกิจกรรมทางการตลาด จัดแคมเปญเด็ด OISHI “FLY ME TO JAPAN” โชค 2 ชั้น มันส์ถึงญี่ปุ่น ปี 2 โดยร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ ทั้ง กรุงศรี คอน-ซูมเมอร์, เอไอเอส, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตและเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ และพันธมิตรรายใหม่ ซึ่งได้แก่ ทรูยู เข้าร่วมแคมเปญเด็ด สานต่อความเหนือชั้นผ่านกิจกรรมทางการตลาดปี 2014 เพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดประทับใจ ผ่านโชค 2 ชั้นตลอดปี มันส์ถึงญี่ปุ่นแบบฟรีๆอีก 5 เที่ยวบิน ชูแหล่งท่องเที่ยวในฝันและสถานที่สำคัญๆของประเทศญี่ปุ่นแบบไม่ซ้ำใคร ทั้งเจแปนแอลป์ โตเกียวสกายทรี มารีนวอล์ก โกโยซากุระ และสกีรีสอร์ต

“สำหรับกิจกรรมทางการตลาดในปีนี้ เรายังคงใช้แนวคิดที่ว่า กินได้ลด…โซ้ยได้ลุ้น! เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา OISHI “FLY ME TO JAPAN” โชค 2 ชั้น มันส์ถึงญี่ปุ่น ปี 2 เป็นความเหนือชั้นที่ลูกค้าของเราสามารถสัมผัสได้จากโชคชั้นที่ 1 ซึ่งได้แก่ ส่วนลดพิเศษสูงถึง 15% เมื่อใช้บริการผ่านทางร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำในเครือโออิชิ ประกอบด้วย โออิชิ แกรนด์, โออิชิ บุฟเฟต์, ชาบูชิ, นิกุยะ, โออิชิ ราเมน, คะโซคุเต และคาคาชิ จำนวนรวมมากกว่า 190 สาขาทั่วประเทศ” โชคชั้นที่ 2 ชิงรางวัลใหญ่! แพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแบบอันซีน 50 รางวัล 100 ที่นั่ง อันเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ เอไอเอส บัตรเครดิตกสิกรไทย ทรูยู และบัตรเครดิตและเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ สลับสับเปลี่ยนกันไป” จนถึงวันที่ 30 พ.ย.2557

ประเดิมต้นปีกับแคมเปญเด็ดที่ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยที่จับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ตามคำเรียกร้องของลูกค้าที่คู่แข่งขันต้องพลิกเกมไล่ตาม!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

“สีเบเยอร์” ปฏิวัติวงการสีทาบ้าน

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/403612

โดย วานิชหนุ่ม 15 ก.พ. 2557 05:01

จากปัจจัยภายนอก การเมือง เศรษฐกิจ ส่งผล กระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นที่จะจับจ่ายใช้สอยสินค้า ดังนั้น  เหล่าผู้ประกอบการจึงต้องวางแผนปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพิ่มบริการที่สร้างความสะดวก สบาย เพื่อเรียกความมั่นใจผู้บริโภคกลับมาอีกครั้ง
ซึ่ง สีเบเยอร์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลกไม่รอช้า เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และแนวคิดใหม่ๆ โดยยึดหลักความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่ท้าทาย พร้อมให้คุณปฏิวัติความจำเจ และ “กล้า” ที่จะแตกต่างทุกจินตนาการสรรค์สร้างสีให้บ้านที่คุณรัก แบบฉบับของตัวเองเลือก ใช้สีที่ชอบเพื่อบ้านที่คุณรัก แตกต่างอย่างมีสไตล์นายวรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายและไม่ค่อยกล้าที่จะออกนอกบ้านเท่าที่ควร ซึ่ง สีเบเยอร์ เล็งเห็นถึงปัจจัยเหล่านี้ จึงได้พัฒนานวัตกรรมการเลือกซื้อสี ทำให้การเลือกสีทาบ้านง่ายขึ้น และได้ทดลองทาสีที่ชอบในสภาพแวดล้อมจริง ก่อนตัดสินใจซื้อ เพียงสั่งซื้อสีขนาดทดลองทางออนไลน์ได้ที่www.begerbeyours.com ผ่านสมาร์ทโฟน หรือผ่านทางคอมพิวเตอร์ ก็สามารถสั่งซื้อสีตัวอย่าง และชำระเงินด้วยช่องทางหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส, เคาน์เตอร์ธนาคารทุกสาขา, ชำระผ่านบัตรเครดิต, โลตัส เอ็กซ์เพรส และไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ
หลังจากนั้นจะได้รับสี ขนาด 250 มิลลิลิตร ราคา 100 บาท ภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อใช้เป็นสีตัวอย่างนำไปทดลอง ทาในสภาพแวด ล้อมจริง แก้ปัญหาเฉดสีเพี้ยนไปจากความต้องการ อีกทั้งยังสามารถนำใบเสร็จของการซื้อ Beger BeYours Color@home แลกรับส่วนลดมูลค่า 100 บาท ในการซื้อสีเบเยอร์ขนาดจริงที่ร้านค้าตัวแทน จำหน่ายทั่วประเทศ Beger Be Yours Online ยังเป็นแหล่งข้อมูลที่รวบรวมทุกความต้องการของคุณเอาไว้ที่นี่ อาทิ ข้อมูลด้านนวัตกรรม, แกลเลอรีที่สร้างแรงบันดาลใจมาชวนให้คุณออกแบบบ้านให้แตกต่างอย่างมีสไตล์, โปรแกรมออกแบบสีบ้าน, DIY idea, Tips ต่างๆ หรือจะเลือกปรึกษามัณฑนากรผู้เชี่ยวชาญจากสีเบเยอร์
อย่างไรก็ตาม การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆของสีทาบ้าน เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มครอบครัวและคนรุ่นใหม่  ที่มีพฤติกรรมสะท้อนความเป็นตัวตนมากขึ้น สามารถเลือกสีทาบ้านในแบบฉบับของตนเอง คาดว่าสามารถเพิ่มรายได้ของบริษัทในปี 2557 อยู่ที่ราว 700 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20% ของมูลค่าขายทั้งปี
นอกจากนี้ ได้เพิ่มโปรแกรมออกแบบสีบ้าน Beger BeYours Simulation เปิดกว้างให้ทุกจินตนาการระบายไอเดียสุดบรรเจิดของคุณให้มิกซ์แอนด์แมตช์คู่สีตามรสนิยม หนึ่งเดียวที่ให้เห็นสีจริงในมุมแสงแบบต่างๆ พร้อมระบบคำนวณปริมาณสีที่ต้องใช้ และร้านค้าใกล้บ้านคุณ
“ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดหย่อน และกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง โดยในปี 2557 สีเบเยอร์พร้อมที่จะพัฒนานวัตกรรมการออกแบบสีทาบ้านให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างครบวงจร”

แม้ว่าภาพรวมของตลาดสีทาบ้านช่วงต้นปีจะไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร แต่เชื่อว่าตลาดรวมจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในครึ่งปีหลังของปี 2557 หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือทั้งตลาดภายในประเทศและการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558.
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

เทอร์มินอล 21 คว้ารางวัล จากเวทีระดับโลก

Published เมษายน 8, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/401957

โดย วานิชหนุ่ม 8 ก.พ. 2557 05:00

“เทอร์มินอล 21” ศูนย์การค้าคอนเซปต์เก๋บนถนนอโศก-สุขุมวิท เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 3 อย่างเข้มแข็งเหมือนต้นไม้ที่กำลังเติบโตไปอย่างมั่นคงด้วยการประกาศทุ่มงบด้านการตลาดก้อนโตในการสนับสนุนกิจกรรมการตลาดต่างๆที่จะมีขึ้นภายในศูนย์การค้าตลอดปี 2557 เพื่อดึงลูกค้าขาประจำแวะเวียนเข้ามาโดยไม่รู้จักเบื่อ

ภายหลังจากในปีที่ผ่านมาได้รับรางวัลระดับโลกในสาขาเบสท์ อินเตอร์เนชั่นเนล รีเทล ดีเวลลอปเมนท์ จากเวที International Pro-perty Awards ซึ่งจัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลแก่สุดยอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากทั่วโลก ถือว่าเป็นการการันตีความยอดเยี่ยมสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดีนับแต่เปิดตัวศูนย์การค้าเป็นต้นมา และถือว่าเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลระดับโลกในสาขานี้

นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 กล่าวว่า ความสำเร็จของเทอร์มินอล 21 เมื่อปีที่แล้วว่า มีการขยายตัวอยู่ที่ 13% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูง เพราะเปิดศูนย์การค้ามาได้เพียง 2 ปีเท่านั้นเอง แล้วกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ด้วยความพร้อมในทุกๆด้าน ซึ่งก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นไปอีก

“โดยในปีนี้ได้เตรียมงบประ-มาณด้านอีเวนต์ มาร์เก็ตติ้งเอาไว้ที่ประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อเน้นการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องและเน้นให้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคยิ่งขึ้น โดยยังคงแนวคิดของเทอร์มินอล 21 ให้มีความชัดเจนและแตกต่างมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภคที่มาศูนย์การค้าสามารถมาได้บ่อยครั้งโดยไม่รู้สึกว่าซ้ำซากจำเจ ซึ่งก็จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายรูปแบบตลอดทั้งปีนี้อย่างแน่นอน”

นอกจากการทุ่มงบประมาณด้านอีเวนต์ มาร์เก็ตติ้งแล้ว ในปี 2557 ทางเทอร์มินอล 21 ก็ยังได้มีการพัฒนารูปแบบของศูนย์การค้าและร้านค้าต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์การค้ามีความแปลกใหม่และมีสินค้าหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

“เราคิดว่าเรื่องของประเภทสินค้าถือว่าสำคัญมาก ซึ่งเราก็พยายามค้นหาสินค้าที่มีความน่าสนใจและทันต่อยุคสมัยของผู้บริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขาให้ได้ ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยในเรื่องต่างๆอยู่ ในส่วนรูปแบบของเทอร์มินอล 21 ที่มีความโดดเด่นนั้น เราก็พยายามรักษาให้คงไว้ตลอด 365 วัน ตลอดอีกหลายปี จนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยน แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า เทอร์มินอล 21 จะไม่รอให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในศูนย์การค้าแห่งนี้เสื่อมสภาพแล้วค่อยมาปรับปรุงทีเดียว แต่เราจะทำให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ดูดีและสวยงามน่าสนใจอยู่ตลอดเวลา” นายประเสริฐกล่าว

สำหรับรางวัลระดับโลกในสาขาเบสท์ อินเตอร์เนชั่นเนล รีเทล ดีเวล ลอปเมนท์ ที่ทางเทอร์มินอล 21 ได้รับมานั้น ถือว่าเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลระดับโลกในสาขานี้ นายประเสริฐกล่าวว่า ในการคัดเลือกและพิจารณารางวัลนี้คิดว่าเทอร์มินอล 21 ถือว่าเป็นความแปลกใหม่ของรูปแบบศูนย์การค้า แม้ในตอนแรกที่อยู่แค่โมเดลกระดาษทุกคนอาจคิดว่ามันก็เหมือนๆของเดิมที่เคยทำมา แต่พอสร้างเสร็จเป็นศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 ทุกคนก็ยอมรับว่า นี่คือวิวัฒนาการใหม่ของรูปแบบศูนย์การค้า จนได้รับการตอบรับจากสื่อต่างๆทั้งในและต่างประเทศที่เข้ามาทำข่าวในเทอร์มินอล 21 ตนคิดว่าศูนย์การค้าแบบที่เทอร์มินอล 21 เป็นอยู่นั้นมีความ สดใหม่และมีเอกลักษณ์ชัดเจน นี่แหละจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจจนทำให้สามารถเอาชนะใจคณะกรรมการพิจารณารางวัลได้” นายประเสริฐกล่าวต่อว่า

“รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่พิจารณาโดยรวมของตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาคอนเซปต์ การจัดการพื้นที่ ร้านค้าและสินค้าภายในโครงการ ผมคิดว่ารางวัลนี้เป็นสิ่งที่การันตีว่า ศูนย์การ
ค้าเทอร์มินอล 21 มีความโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภค”

ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ยกให้ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องมาเยือนเมื่อมาเที่ยวเมืองไทย หรือสำนักข่าวอย่างซีเอ็นเอ็นมีผลสำรวจลิสต์ให้อยู่ใน Chic Destination หรือจุดหมายปลายทางที่ทันสมัย

กับอนาคตเราอาจจะนำแนวคิดนี้ขยายการลงทุนไปในหลายๆพื้นที่ด้วยเช่นกัน!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th

%d bloggers like this: