2553(2010)

All posts tagged 2553(2010)

ผลของ MERA(TM) Cid ต่อความต้านทานต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio harveyi ในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei)

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012043&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อกนิษฐ์ ญาณโกมุท; วัชริยา ภูรีวิโรจน์กุล; นิติ ชูเชิด; ชลอ ลิ้มสุวรรณ
ชื่อเรื่อง: ผลของ MERA(TM) Cid ต่อความต้านทานต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio harveyi ในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei)
Article title: Effect of MERA(TM) Cid on preventing Vibrio harveyi in rearing of pacific white shrimp (Litopenaeus vannamei)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 12-20
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: Q55-Feed additives
หมวดรอง: L02-Animal feeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CRUSTACEA; PRAWNS AND SHRIMPS; BLOOD; EXTRACTS; ORGANIC ACIDS; INHIBITION; ANTIMICROBIALS; VIBRIO; SURVIVAL; MORTALITY
อรรถาภิธาน-ไทย: CRUSTACEA; กุ้ง; เลือด; สารสกัด; กรดอินทรีย์; การยับยั้ง; ยาต้านจุลชีพ; VIBRIO; การอยู่รอด; การตาย
ดรรชนี-อังกฤษ: LITOPENAEUS VANNAMEI; VIBRIO HARVEYI; PACIFIC WHITE SHRIMP; MERA(TM) CID
ดรรชนี-ไทย: กุ้งขาวแวนนาไม; อาหารผสม; เลือดของกุ้ง; สารสกัดจากกรดอินทรีย์; เชื้อแบคทีเรีย; การยับยั้งการติดเชื้อ; เชื้อวิบริโอ; อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การศึกษาผลของ MERATM Cid ต่อความต้านทานการติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio harveyi ในเลือดของกุ้งขาวแวนนาไม โดยแบ่งการทดลองเป็น 2 ชุดการทดลองได้แก่ชุดควบคุมและชุดทดลองที่ได้รับอาหารผสม MERATM Cid 0.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ละชุดการทดลองมี 4 ซ้ำ แต่ละซ้ำใช้กุ้งขาวขนาด 2-3 ก. เลี้ยงในถังไฟเบอร์กลาสขนาด ความจุ 500 ล. ถังละ 30 ตัว หลังจากเลี้ยงกุ้งขาวเป็นระยะเวลา 7 วัน ใส่เชื้อ V. harveyi ให้ได้ปริมาณเชื้อใน ปริมาณ 103 CFU/มล. เก็บตัวอย่างเลือดจากทั้ง 2 ชุดการทดลองในวันที่ 10, 20 และ 30 หลังจากการเติมเชื้อ พบว่าชุดทดลองที่ได้รับสาร MERA TM Cid ปริมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณแบคทีเรียรวมและแบคทีเรียสกุล Vibrio ในเลือด ต่ำกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) ตลอดระยะเวลาที่เก็บตัวอย่าง โดยมีปริมาณแบคทีเรียรวมและแบคทีเรีย V. harveyi ในชุดทดลองลดลงตลอดระยะเวลาการเลี้ยงคือ (3.42 +-1.73)*10**(7) CFU/มล., (7.80 +-3.38)*10**(4) CFU/มล. ในวันที่ 10 เหลือเพียง (1.79 +- 0.43)*10**(7)CFU/ มล.,(4.6 +-3.03)*10**(4) CFU/มล. ในวันที่ 30 ส่วนชุดควบคุมมีปริมาณแบคทีเรียรวมและแบคทีเรีย V. harveyi ในวันที่ 10 เท่ากับ (5.12 +-2.47)*10**(7) CFU/มล., (13.55 +-6.37)*10**(4) CFU/มล. และวันที่ 30 เท่ากับ (4.16 +-0.95)*10**(7) CFU/มล.,(12.8 +-7.68)*10**(4) CFU/มล. กุ้งในชุดทดลองมีอัตราการรอด ตายสูงถึง 90.50 +- 0.92 เปอร์เซ็นต์ หลังจาก 60 วัน ซึ่งสูงกว่าชุดควบคุมซึ่งมีอัตราการรอดตายเท่ากับ 78.00 +- 1.51 เปอร์เซ็นต์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้แห็นว่าการใช้ MERATM Cid 0.5 เปอร์เซ็นต์ สามารถลดปริมาณเชื้อ V. harveyi และลดอัตราการตายของกุ้งขาวแวนนาไมได้
หมายเลข: 012043 KC4804002
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

04 p44

การคัดเลือกสารสกัดจากสิ่งมีชีวิตในทะเลที่สามารถกำจัดลูกนํ้ายุงที่เป็นพาหะนำโรค

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012369&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธ์; วีระพงษ์ ศรีโฉมงาม; เยาวนารถ พลายมาต; สุริยัน ธัญกิจจานุกิจ
ชื่อเรื่อง: การคัดเลือกสารสกัดจากสิ่งมีชีวิตในทะเลที่สามารถกำจัดลูกนํ้ายุงที่เป็นพาหะนำโรค
Article title: Screening of extracts from marine organisms for larvicidal activity against mosquito vectors
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 345-353
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: H10-Pests of plants
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: L50-Animal physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CULICIDAE; DERRIS; INSECTICIDES; PLANT EXTRACTS; MARINE ENVIRONMENT; SOLVENT EXTRACTION; EFFICIENCY
อรรถาภิธาน-ไทย: CULICIDAE; DERRIS; สารป้องกันกำจัดแมลง; สารสกัดจากพืช; สภาพแวดล้อมทางทะเล; การแยกสกัดด้วยตัวทำละลาย; ประสิทธิภาพ
ดรรชนี-อังกฤษ: MOSQUITO VECTORS; LARVICIDAL; DERRIS TRIFOLIATE; MARINE EXTRACTS
ดรรชนี-ไทย: ยุงก้นปล่อง; ยุงลาย; พืชทะเล; สัตว์ทะเล; สารกำจัดลูกน้ำ; สารสกัด; ประสิทธิภาพ; สิ่งแวดล้อม
บทคัดย่อ: นำพืชทะเล 16 ชนิดและสัตว์ทะเล 26 ชนิด มาสกัดด้วยน้ำและเอทธานอล ได้สารสกัดจำนวน 84 สาร นำไปทดสอบความเป็นพิษกับลูกน้ำยุงก้นปล่อง (Anopheles dirus) และลูกน้ำยุงลาย (Aedes aegypti) ที่ระดับความเข้มข้น 5 ระดับระหว่าง 200-5,000 มก./ล. พบว่าสารสกัดจากผลเถาถอบแถบ (Derris trifoliate) ด้วยเอทธานอล มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดลูกน้ำยุงก้นปล่องและลูกน้ำยุง ลาย โดยมีค่า LC50 ที่ 24 ชั่วโมง เท่ากับ 462.27 และ 950.55 มก./ล. ตามลำดับ สำหรับสารสกัด จากสัตว์ทะเลที่มีศักยภาพ ในการกำจัดลูกน้ำยุงก้นปล่อง ได้แก่ สารสกัดด้วยเอทธานอลจาก กัลปังหา Sea fan 01 ปะการังอ่อน Cladiella sp. และฟองน้ำ Sponge 05 และ โดยมีค่า LC50 ที่ 24 ชั่วโมง เท่ากับ 638.62, 736.53 และ 874.16 มก./ล. ตามลำดับ และสารสกัดจากสัตว์ทะเลที่มี ศักยภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ได้แก่ สารสกัดด้ว เอทธานอลจากปะการังอ่อน Alcyonium sp. ฟองน้ำ Sponge 05 และสารสกัดด้วยน้ำจากปะการังอ่อ Alcyonium sp. โดยมีค่า LC50 ที่24 ชั่วโมง เท่ากับ 1,082.50, 1,550.54 และ 1,650.90 มก./ล. ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าลูกน้ำยุงลายมีความ ทนทานต่อสารสกัดที่ใช้ในการทดสอบมากกว่าลูกน้ำยุงก้นปล่องและสารสกัดด้วยเอทธานอลมี ประสิทธิภาพในการกำจัดลูกน้ำยุงทั้งสองชนิดได้ดีกว่าสารสกัดด้วยน้ำว้าจากการศึกษาดังกล่าวจะ พบว่าสารสกัดจากผลเถาถอบแถบมีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะนำไปพัฒนาใช้ประโยชน์ใน ชุมชน ท้องถิ่น เนื่องจากสามารถเก็บตัวอย่างได้ง่ายในป่าชายเลน การศึกษานี้เป็นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสารกำจัดลูกน้ำยุงทดแทนการใช้สารเคมีที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม
หมายเลข: 012369 KC4804042
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ผลการเสริมบัวบก (Centella asiatica) และไพล (Zingiber montanum) ในอาหารต่อสมรรถภาพการผลิตและสุขภาพโดยรวมของกบนา (Rana rugulosa)

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012368&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ทัศนีย์ คชสีห์; ปภาศิริ บาร์เนต; อรพินท์ จินตสถาพร; วรมิตร ศิลปชัย; สุรเชษฐ์ จันทร์ประเสริฐ
ชื่อเรื่อง: ผลการเสริมบัวบก (Centella asiatica) และไพล (Zingiber montanum) ในอาหารต่อสมรรถภาพการผลิตและสุขภาพโดยรวมของกบนา (Rana rugulosa)
Article title: Effect of indian penny wort (Centella asiatica) and Phlai (Zingiber montanum) supplementation in feed on growth performance and health of common lowland frog (Rana rugulosa)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 336-344
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: Q55-Feed additives
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L70-Veterinary science and hygiene – General aspects
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: RANA SPP; ZINGIBER; FROGS; SUPPLEMENTS; MEDICATED FEEDS; ANIMAL PERFORMANCE; ANIMAL HEALTH; SURVIVAL; HAEMATOCRIT
อรรถาภิธาน-ไทย: RANA SPP; ZINGIBER; กบ; สารเสริม; อาหารสัตว์สมุนไพร; สมรรถภาพของสัตว์; สุขภาพสัตว์; การอยู่รอด; ปริมาตรเม็ดเลือดแดงในเลือด
ดรรชนี-อังกฤษ: RANA RUGULOSA; COMMON LOWLAND FROG; CENTELLA ASIATICA; INDIAN PENNY WORT; PHLAI
ดรรชนี-ไทย: กบนา; บัวบก; ไพล; สารเสริมในอาหารสัตว์; สมรรถภาพการผลิต; สุขภาพสัตว์; อัตราการรอดตาย; ค่าฮีมาโตคริต
บทคัดย่อ: การเสริมบัวบกและไพลในอาหารต่อสมรรถภาพการผลิตและสุขภาพโดยรวมของกบนา ทำการศึกษา โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด ซึ่งแบ่งเป็น 7 กลุ่มทดลอง กลุ่มทดลองละ 3 ซ้ำ ได้แก่ อาหารที่ไม่เสริมบัวบกและไพล และอาหารเสริมบัวบกที่ระดับ 0.5, 1.5 และ 2.5 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก อาหารเสริมไพลที่ระดับ 0.5, 1.5 และ 2.5 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก พบว่า กบทดลองมีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย อัตราการรอดตาย ค่าฮีมาโตคริต และจำนวนเม็ดเลือดขาวเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาทดลอง 3 เดือน ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p มากกว่า 0.05) แต่ในเดือนที่ 2 ของการทดลองการเสริมบัวบกในอาหารกบนาที่ระดับ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และเสริมไพลที่ระดับ 1.5 และ 2.5 เปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้ฮีโมโกลบินมีค่าต่ำ (p น้อยกว่า 0.05) สำหรับผลการเสริมบัวบกและไพลต่อจำนวนกบที่ตรวจพบเชื้อแบคทีเรียที่เก็บจากเลือดที่หัวใจและเก็บจากใต้ผิวหนัง ซึ่งตรวจพบเชื้อ Flovobacterium multivorum, Kluyvera cryocrescens และ Streptococus mutans พบว่า การเสริมบัวบกในอาหารที่ระดับ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และการเสริมไพลในอาหารที่ระดับ 1.5 และ 2.5 เปอร์เซ็นต์ จำนวนกบนาที่ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย F. multivorum บริเวณใต้ผิวหนังน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p น้อยกว่า 0.05) ดังนั้นการเสริมบัวบกในอาหารกบนาที่ระดับ 0.5 และ 1.5 เปอร์เซ็นต์ และการเสริมไพลในอาหารกบนาที่ระดับ 0.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นระดับที่ไม่มีผลกระทบต่อการเติบโตและสุขภาพของกบนา และการเสริมบัวบกในอาหารกบนาที่ระดับ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และการเสริมไพลในอาหารกบนาที่ระดับ 1.5 และ 2.5 เปอร์เซ็นต์ สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย F. multivorum ที่ผิวหนังได้
หมายเลข: 012368 KC4804041
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ฤทธิ์ของสารสกัดจากกระเทียมต่อการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas hydrophila ที่แยกได้จากปลาดุกลูกผสม

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012367&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ร่วมฤดี พานจันทร์; พงษ์กฤษณ์ ศิริสรณ์; สมวิทย์ ผาพรม
ชื่อเรื่อง: ฤทธิ์ของสารสกัดจากกระเทียมต่อการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas hydrophila ที่แยกได้จากปลาดุกลูกผสม
Article title: In vitro antibacterial activities of crude extract from garlic against Aeromonas hydrophila isolated from hybrid catfish
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 329-335
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: AEROMONAS HYDROPHILA; HYBRIDS; GARLIC; PLANT EXTRACTS; ANTAGONISM; RESISTANCE TO CHEMICALS; EFFICIENCY; CLARIAS
อรรถาภิธาน-ไทย: AEROMONAS HYDROPHILA; ลูกผสม; กระเทียม; สารสกัดจากพืช; ภาวะปฏิปักษ์; ความต้านทานต่อสารเคมี; ประสิทธิภาพ; CLARIAS
ดรรชนี-อังกฤษ: AEROMONAS HYDROPHILA; HYBRID CATFISH; CRUDE EXTRACT; ANTIBACTERIAL
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก; พันธุ์ลูกผสม; สารสกัด; กระเทียม; การยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย; ความไวของเชื้อ; ประสิทธิภาพ
บทคัดย่อ: ศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากกระเทียมต่อการยับยั้งเชื้อแบคที่เรีย A. hydrophila ในปลาดุกลูกผสม แบ่งการทดลองออกเป็น 3 การทดลอง: การทดลองที่ 1. ทดสอบความไวของเชื้อ A. hydrophila ต่อ สารสกัดจากกระเทียมไทย และกระเทียมจีนจากตัวทำละลาย 2 ชนิด (เอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ และ อะซีโตน) โดยวิธี disk-diffusion method พบว่าสารสกัดจากกระเทียมไทยที่ใช้เอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวทำละลายมีผลต่อการยับยั้งการเจริญของแบคที่เรียดีกว่าสารสกัดอื่น การทดลองที่ 2 ความเข้มข้นต่ำสุดของสารสกัดที่สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ A. hydrophila (Minimum inhibitory concentration: MIC) พบที่ระดับความเข้มข้น 8,192 ppm เป็นค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ A. hydrophila ได้ การทดลองที่ 3 ความเข้มข้นต่ำสุดของสารสกัดที่ สามารถฆ่าเชื้อ A. hydrophila (Minimum Bactericidal Concentration: MBC) พบว่าไม่มีระดับความเข้มข้นใดที่สามารถฆ่าเชื้อ A. hydrophila ได้เลย
หมายเลข: 012367 KC4804040
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ผลของอุณหภูมิระหว่างการอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei) ระยะโพสลาร์วา ต่อการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตาย

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012366&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เกศินี หลายสุทธิสาร; ชลอ ลิ้มสุวรรณ; สุธี วงศ์มณีประทีป; สาธิต ประเสริฐศรี; แก้วตา ลิ้มเฮง; ปัทมา วิริยพัฒนทรัพย์; สิทธิโชค สิทธิมณฑล
ชื่อเรื่อง: ผลของอุณหภูมิระหว่างการอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei) ระยะโพสลาร์วา ต่อการเจริญเติบโตและอัตราการรอดตาย
Article title: Effect of temparature during postlarval rearing of Litopenaeus vannamei on growth and survival rate
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 322-328
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PRAWNS AND SHRIMPS; YOUNG ANIMALS; POSTLARVAL STAGES; CRUSTACEAN CULTURE; WATER TEMPERATURE; ENVIRONMENTAL TEMPERATURE; GROWTH; SURVIVAL
อรรถาภิธาน-ไทย: กุ้ง; สัตว์อายุน้อย; ระยะหลังการเป็นตัวอ่อน; การเพาะเลี้ยงสัตว์กลุ่มครัสตาเซียน; อุณหภูมิน้ำ; อุณหภูมิสิ่งแวดล้อม; การเติบโต; การอยู่รอด
ดรรชนี-อังกฤษ: LITOPENAEUS VANNAMEI
ดรรชนี-ไทย: กุ้งขาวแวนนาไม; ระยะโพสลาร์วา; การเพาะเลี้ยงกุ้ง; การอนุบาลลูกกุ้ง; อุณหภูมิ; การเจริญเติบโต; อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การเปรียบเทียบการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei) ที่อนุบาลลูกกุ้งตั้งแต่ระยะโพสลาร์วา 3 จนถึงระยะโพสลาร์วา 10 เป็นเวลานาน 7 วัน ที่อุณหภูมิ 29 +- 1 องศาเซลเซียส กับกลุ่มที่อนุบาลลูกกุ้งโพสลาร์วา 3 จนถึงระยะโพสลาร์วา 10 ที่อุณหภูมิ 32 +- 1 องศาเซลเซียส ในห้องปฏิบัติการ โดยเลี้ยงในถังไฟเบอร์กลาสขนาด 500 ล. ที่บรรจุน้ำความเค็ม 25 พีพีที่กลุ่มละ 4 ถัง ควบคุมอุณหภูมิที่ 29 +- 1 องศาเซลเซียส ในอัตราความหนาแน่น 70 ตัว/ถัง (70 ตัว/ตร.ม.) สุ่มน้ำหนักทุก ๆ 10 วัน ตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง 64 วัน กุ้งในกลุ่มที่อนุบาลที่อุณหภูมิ 29 +- 1 องศาเซลเซียส มีน้ำหนักเฉลี่ยและอัตราการรอดตายเท่ากับ 6.85 ก. และ 87.00 เปอร์เซ็นต์ และกุ้งในกลุ่มที่อนุบาลที่อุณหภูมิ 32 +- 1 องศาเซลเซียส มีน้ำหนักเฉลี่ยและอัตราการรอดตายเท่ากับ 6.40 ก. และ 91.50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้ำหนักเฉลี่ยและอัตราการรอดตายของกุ้งที่ 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p มากกว่า 0.05) ตลอดช่วงระยะเวลาในการเลี้ยง ผลจากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ควรจะอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไมตั้งแต่ระยะโพสลาร์วา 3 จนถึงระยะโพสลาร์วา 10 ที่อุณหภูมิ 32 +- 1 องศาเซลเซียส นาน 7 วัน เพราะเมื่อนำลูกกุ้งไปเลี้ยงที่อุณหภูมิปกติ28-30 องศาเซลเซียส กุ้งสามารถเจริญเติบโตไม่แตกต่างกับการอนุบาลที่อุณหภูมิปกติ 29 +- 1 องศาเซลเซียส และสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสดวงขาว (white spot syndrome virus) ได้
หมายเลข: 012366 KC4804039
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การศึกษาพยาธิสภาพของเนื้อเยื่อที่มีลักษณะกล้ามเนื้อขุ่นขาวชนิดต่าง ๆ ในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012356&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ชลอ ลิ้มสุวรรณ; นิติ ชูเชิด; สาธิต ประเสริฐศรี; สุธี วงศ์มณีประทีป; แก้วตา ลิ้มเฮง; ปัทมา วิริยพัฒนทรัพย์; ทิพวรรณ ไกรวิลาศ; เกศินี หลายสุทธิสาร
ชื่อเรื่อง: การศึกษาพยาธิสภาพของเนื้อเยื่อที่มีลักษณะกล้ามเนื้อขุ่นขาวชนิดต่าง ๆ ในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม
Article title: Histopathopathological studies of farm-reared Litopenaeus vannamei characterized various whitish opaque skeletal muscles
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 354-362
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: L70-Veterinary science and hygiene – General aspects
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PRAWNS AND SHRIMPS; CRUSTACEAN CULTURE; ANIMAL DISEASES; SYMPTOMS; PATHOLOGY; PCR; DIAGNOSIS
อรรถาภิธาน-ไทย: กุ้ง; การเพาะเลี้ยงสัตว์กลุ่มครัสตาเซียน; โรคของสัตว์; อาการ; พยาธิวิทยา; พีซีอาร์; การวินิจฉัยโรค
ดรรชนี-อังกฤษ: LITOPENAEUS VANNAMEI; WHITISH OPAQUE MUSCLE; HISTOPATHOPATHOLOGY
ดรรชนี-ไทย: กุ้งขาวแวนนาไม; การเพาะเลี้ยงกุ้ง; อาการกล้ามเนื้อขุ่นขาว; พยาธิสภาพของเนื้อเยื่อ; วิธี RT-PCR; การวินิจฉัยโรคสัตว์
หมายเลข: 012356 KC4804043
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ค่าโลหิตวิทยาและปริมาณแร่ธาตุบางชนิดในเลือดปลาแรด

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012354&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ศิลป์ชัย มณีขัติย์
ชื่อเรื่อง: ค่าโลหิตวิทยาและปริมาณแร่ธาตุบางชนิดในเลือดปลาแรด
Article title: Hematological values and some blood minerals of giant gourami (Osphronemus goramy Lacepede,1801)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 257-264
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: L50-Animal physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: OSPHRONEMUS GORAMY; FISHES; BLOOD; HAEMOGLOBIN; BLOOD COMPOSITION; MINERAL CONTENT; SODIUM; POTASSIUM; CALCIUM; BLOOD CELLS
อรรถาภิธาน-ไทย: OSPHRONEMUS GORAMY; ปลา; เลือด; ฮีโมโกลบิน; องค์ประกอบของเลือด; ปริมาณเกลือแร่; โซเดียม; โพแทสเซียม; แคลเซียม; เซลล์เม็ดเลือด
ดรรชนี-อังกฤษ: OSPHRONEMUS GORAMY; BLOOD MINERALS; HEMATOLOGICAL; MINERALS; GIANT GOURAMI
ดรรชนี-ไทย: ปลาแรด; เลือดปลา; ค่าโลหิตวิทยา; ค่าฮีโมโกลบิน; ปริมาณแร่ธาตุในเลือด; จำนวนเม็ดเลือดแดง
บทคัดย่อ: ในการศึกษาค่าโลหิตวิทยาและปริมาณแร่ธาตุบางชนิดในเลือดปลาแรด (Osphronemus goramy Lacepede, 1801) ที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง 3 ขนาด คือ ขนาดเล็กความยาว 27.90 +- 0.82 ซม., ขนาดกลางความยาว 31.50 +- 1.05 ซม. และ ขนาดใหญ่ความยาว 35.70 +- 2.31 ซม. ตามลำดับ ผลการศึกษาค่าโลหิตวิทยา พบว่า จำนวนเซลเม็ดเลือดแดง (RBC) และ ค่าฮีโมโกลบิน (HGB) แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) โดยปลาแรดขนาดใหญ่มีจำนวนเม็ดเลือดแดง และค่าฮีโมโกลบินมากกว่าปลาแรดขนาดกลางและปลาแรดขนาดเล็ก ตามลำดับ และ ปริมาณแร่ธาตุในเลือดทังN 3 ชนิด คือ โซเดียม โปตัสเซียม และแคลเซียมแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P มากกว่า 0.05)
หมายเลข: 012354 KC4804031
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การจัดการทรัพยากรปลาจะละเม็ดขาว (Pampus argenteus Euphrasen, 1788) ในบริเวณอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012161&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อลิษา เวชวัฒน์; เมธี แก้วเนิน; ธนิษฐา ทรรพนันทน์ ใจดี; อิสริยา วุฒิสินธุ์
ชื่อเรื่อง: การจัดการทรัพยากรปลาจะละเม็ดขาว (Pampus argenteus Euphrasen, 1788) ในบริเวณอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Article title: Silver pomfret (Pampus argenteus Euphrasen, 1788) fishery management in Don Sak district, Surat Thani province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 458-465
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: M01-Fisheries and aquaculture – General aspects
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PAMPUS ARGENTEUS; FISHERY MANAGEMENT; SURVEYING; BIOLOGY; RESOURCE CONSERVATION
อรรถาภิธาน-ไทย: PAMPUS ARGENTEUS; การจัดการประมง; การสำรวจ; ชีววิทยา; การอนุรักษ์ทรัพยากร
ดรรชนี-อังกฤษ: PAMPUS ARGENTEUS; SILVER POMFRET; FISHERY MANAGEMENT; SURAT THANI PROVINCE
ดรรชนี-ไทย: ปลาจะละเม็ดขาว; การจัดการประมง; การสำรวจ; ชีววิทยา; การอนุรักษ์ทรัพยากร
บทคัดย่อ: เก็บตัวอย่างประชากรปลาจะละเม็ดขาว (Pampus argenteus Euphrasen, 1788) ในบริเวณอำเภอดอน-สัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2550 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2551 เป็นประจำทุกเดือน ได้ตัวอย่าง 773 ตัว พบ ว่ามีความยาวส้อมหาง 9.6-20.8 ซม. อัตราส่วนเพศผู้และเพศเมียเท่ากับ 1:0.47 สมการความสัมพันธ์ระหว่างความยาวส้อมหางและน้ำหนักของปลาจะละเม็ดขาว เพศผู้และเพศเมีย คือ W = 0.0284FL sup (3.0160) และ W = 0.0248FL sup (3.0739) ปลาจะละเม็ดขาวในพื้นที่ศึกษา มีการผสมพันธุ์วางไข่ในเดือนกันยายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ การเติบโตเป็นแบบไอโซเมตริก และทำการสัมภาษณ์ชาว ประมงในบริเวณอำเภอดอนสัก 42 ราย โดยใช้แบบสัมภาษณ์พบว่าการทำ ประมงปลาจะละเม็ดขาวในอำเภอดอนสักมีการใช้อวนรุนและอวนลอยปลาผล การศึกษาชี้ให้เห็นว่าบริเวณอำเภอดอนสักมีการใช้ประโยชน์ปลาจะเม็ดขาวมาก เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีและมีการทำประมงในทุกฤดูและทุกบริเวณ ดังนั้น จึงควรมีการกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรปลา-จะละเม็ดขาวในช่วงที่ ปลามีการผสมพันธุ์วางไข่และควรให้มีการบังคับใช้มาตรการในการจัดการ ประมงอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจาก ปลาจะละเม็ดขาวในบริเวณอำเภอดอนสักต่อไป
หมายเลข: 012161 KC4804054
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การคัดเลือกสารสกัดจากพืชทะเลที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการลงเกาะ

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012160&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธ์; ชัชรี แก้วสุรลิขิต; อรรถวุฒิ กันทะวงศ์; สุริยัน ธัญกิจจานุกิจ
ชื่อเรื่อง: การคัดเลือกสารสกัดจากพืชทะเลที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการลงเกาะ
Article title: Screening of extracts from marine plants for antifouling activity
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 447-457
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SEAWEEDS; GRASSES; MARINE ECOLOGY; PLANT EXTRACTS; INHIBITION; EFFICIENCY
อรรถาภิธาน-ไทย: สาหร่ายทะเล; หญ้า; นิเวศวิทยาทางทะเล; สารสกัดจากพืช; การยับยั้ง; ประสิทธิภาพ
ดรรชนี-อังกฤษ: MACROALGAE; SEAGRASS; ANTIFOULING
ดรรชนี-ไทย: สาหร่ายทะเล; หญ้าทะเล; สารสกัดจากพืชทะเล; การยับยั้งการลงเกาะ; ประสิทธิภาพ
บทคัดย่อ: นำสาหร่ายทะเลและหญ้าทะเลจำนวน 36 ตัวอย่าง ไปสกัดด้วยไดคลอโรมีเทน เอทธานอล และเมทธา นอล ได้สารสกัด 108 สาร แล้วนำไปทดสอบการยับยั้ง การลงเกาะสปอร์ของสาหร่าย Ulva intestinalis และการ ยับยั้งการสร้าง byssus ของหอยแมลงภู่ สามารถคัดเลือกสารสกัดจากพืชทะเลที่มีประสิทธิภาพในการ ยับยั้งการ ลงเกาะสปอร์ของสาหร่ายได้ดี 8 สาร คือ สารสกัดด้วยเมทธานอลจาก Halophila pinifolia, Halophila ovalis Ulva reticulata, Brachytrichia quoyi, Dictyota cervicornis, Amphiroa fragillisima forsquare m และสารสกัดด้วย เอทธานอลจาก Amphiroa fragillisima form1, Acanthophora spicifera โดยมีค่าร้อยละอัตราส่วน สัมพัทธ์ของ จำนวนสปอร์เทียบกับชุดควบคุมคือ 5.82+-4.26, 10.04+-6.25, 9.04+ -7.67, 9.54+-5.82, 10.34+-0.43, 13.65+-1.14, 9.54+-2.98 และ 11.55+-4.12 ตามลำดับ ในขณะที่สารสกัดจากพืชทะเลที่มีประสิทธิภาพในการ ยับยั้งการสร้าง byssus ของหอยแมลงภู่มี 4 สาร ได้แก่ สารสกัดด้วยเมทธานอลจาก Cymodocea rotundata, Brachytrichia quoyi สารสกัดด้วยเอทธานอลจาก Lobophora variegata และสารสกัดด้วยไดคลอโรมีเทนจาก Sargassum polycystum form1 โดยมีค่าร้อย ละอัตราส่วนสัมพัทธ์ของจำนวน byssus เทียบกับชุดควบคุมคือ 16.52+-7.28, 18.35+-9.67, 19.27+-8.26 และ 19.27+-12.00 ตามลำดับ นอกจากนั้นยังพบว่า ความแตกต่างของ สารละลายที่ใช้ในการสกัดและพิกัดทางภูมิศาสตร์ของสถานที่ เก็บตัวอย่าง มีผลต่อการยับยั้งการลงเกาะที่แตกต่างกัน สารสกัดที่มีศักยภาพใน การยับยั้งการลงเกาะสิ่งมีชีวิตที่ได้จากการศึกษานี้ ส่วนใหญ่ไม่แสดง ความเป็น พิษต่ออาร์ที่เมียที่ความเข้มข้น 300 มก./ล. มีเพียงสารสกัดจาก Brachytrichia quoyi ด้วย ไดคลอโรมีเทนและเมทธานอลเท่านั้นที่แสดงความเป็นพิษอย่างรุนแรง โดยทำให้อาร์ที่เมียมีอัตราการตายร้อยละ 100.00+-0.00 และ 83.33+-11.55 ตาม ลำดับ ดังนั้นการศึกษานี้จึงสามารถคัดเลือกสารสกัดจากพืชทะเลที่มี ประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งการลงเกาะของสปอร์ของสาหร่ายและการสร้าง byssus ของหอยแมลงภู่ที่ไม่เป็นพิษต่ออาร์ที่เมียที่จะนำไปพัฒนาเป็นสารยับยั้ง การลงเกาะในอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป
หมายเลข: 012160 KC4804053
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ความหลากหลายทางชีวภาพของปูในแหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Published สิงหาคม 19, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=012159&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธ์; วชิระ ใจงาม; เอกพันธ์ พจน์ดำรง; วีระพงษ์ ศรีโฉมงาม
ชื่อเรื่อง: ความหลากหลายทางชีวภาพของปูในแหล่งที่อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
Article title: Biodiversity of crabs on coastal habitats of Prachuapkhirikhan province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 48th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 3-5 ก.พ. 2553
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2553
หน้า: หน้า 435-446
จำนวนหน้า: 481 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
หมวดหลัก: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CRABS; BIODIVERSITY; POPULATION DISTRIBUTION; HABITATS; COASTS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ปู; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การกระจายตัวของประชากร; ถิ่นอยู่อาศัย; ชายฝั่ง; ประเทศไทย
ดรรชนี-อังกฤษ: PRACHUAPKHIRIKHAN PROVINCE
ดรรชนี-ไทย: ปู; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การแพร่กระจายของปู; แหล่งที่อยู่อาศัย; บริเวณชายฝั่ง; จ.ประจวบคีรีขันธ์
บทคัดย่อ: จากการศึกษาความหลากชนิด สถานภาพ และการแพร่กระจายของปูในแหล่งที่ อยู่อาศัย 3 แหล่ง คือ หาดทราย หาดหิน และแนวปะการัง บริเวณพื้นที่ชายฝั่ง จ. ประจวบคีรีขันธ์ พบปูทั้งหมด 55 ชนิด 35 สกุล 15 วงศ์ โดยเป็นปูที่อาศัยอยู่ใน หาดทราย หาดหิน และแนวปะการังเท่ากับ 18, 22 และ 22 ชนิด ตามลำดับ ปูที่มี ความชุกชุมมากที่สุดในหาดทราย คือ ปูทหาร (Dotilla wichmanni) ในหาดหินคือ ปูตัวแบน (Petrolisthes elongatus) และปูใบ้หิน (Leptodius exaratus) ส่วนในแนวปะการังคือปูปะการัง (Trapezia cymodoce) สถานีที่พบปูแพร่กระจายหลากชนิดที่สุดในหาดทราย หาดหิน และแนวปะการัง คือ หาดบ้านกรูด หาดหินกรูด และ เกาะสังข์ ตามลำดับ การคุกคามของมนุษย์ในพื้นที่ศึกษาส่วนใหญ่คือนักท่อง เที่ยว และสิ่งก่อสร้างเพื่อรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ไม่มีผลต่อการคุกคามความหลากหลายทางชีวภาพของปู ประกอบกับบริเวณพื้นที่ศึกษาเป็นพื้นที่ที่ชุมชนท้องถิ่นมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่เข้มแข็งจึงทำให้พื้นที่ชายฝั่ง จ. ประจวบคีรีขันธ์ ยังคงความหลากหลายทางชีวภาพของปู ดังนั้นการใช้ประโยชน์ชายฝั่งทะเลในด้านท่องเที่ยวภายใต้การคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ สามารถดำเนินควบคู่กันไปโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพของปู
หมายเลข: 012159 KC4804052
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

%d bloggers like this: