2557(2014)

All posts tagged 2557(2014)

‘ในหลวง หลวงปู่แหวน’ : ตำนานแผ่นดิน

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141228/198492.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557
'ในหลวง หลวงปู่แหวน' : ตำนานแผ่นดิน

‘ในหลวง หลวงปู่แหวน’ : ตำนานแผ่นดิน โดย … อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช

ทุกครั้งที่มีพระราชอาคันตุกะเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อเครื่องบินพระราชอาคันตุกะถึงสนามบินเชียงใหม่ สาวเชียงใหม่ 200 คน ฟ้อนรับพระราชอาคันตุกะ ยุคนั้นข่าวทีวีใช้กล้องโบแล็กซ์ถ่ายภาพยนตร์ 16 มม. เสร็จแล้วถอดฟิล์มส่งขึ้นเครื่องมาล้างออกอากาศที่ช่อง 5

ผมตามเสด็จทั้งสองพระองค์ทางภาคเหนือหลายครั้ง ในหลวงทรงสอนให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น หันมาปลูกผักเมืองหนาว ชาวเขาปลูกกะหล่ำปลีลูกใหญ่ส่งขายตลาดวโรรส 2 ปีผ่านไป ผมเห็นกะหล่ำปลีกองเต็มข้างถนน รอพ่อค้าขับรถขึ้นมาซื้อจนเน่าอยู่ตามเชิงดอย จึงเกิด โครงการหลวงดอยคำ รับซื้อผลผลิตทั้งหมด แปรรูปใส่กระป๋องส่งมาขายกรุงเทพฯ

ทั้งสองพระองค์ทรงพระดำเนินขึ้นเขา หาทางสร้างฝายเก็บน้ำให้ชาวเหนือในชนบทมีน้ำไว้ดื่มกินและทำการเกษตร ทรงงานหนักมากจนในหลวงทรงพระประชวร ต้องพักพระวรกาย ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อหายประชวรแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการและสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวาน ณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว

หลวงปู่แหวน กราบบังคมทูลในหลวงตอนหนึ่งว่า พระองค์มัวแต่ห่วงคนอื่น ไม่ห่วงพระองค์เองเลย ทั้งสองพระองค์ทรงก้มพระวรกายกราบนมัสการหลวงปู่แหวน แล้วพระสรวลด้วยความพอพระราชหฤทัย ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปกราบนมัสการสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวนที่วัดดอยแม่ปั๋งบ่อยมาก

ผมยังจำได้ถึงวันเกิดหลวงปู่แหวน ชาวพุทธทั่วประเทศไปร่วมงานจนแน่นวัดดอยแม่ปั๋ง ในหลวงฉลองพระองค์จอมทัพอากาศ ทรงกราบนมัสการหลวงปู่แหวน ผมยืนทำข่าวอยู่ทางด้านขวามือหลวงปู่แหวน ผมเห็นในหลวงทรงเอื้อมพระหัตถ์หยิบบุหรี่ขี้โยในมือหลวงปู่แหวน เก็บใส่กระเป๋าชุดฉลองพระองค์จอมทัพอากาศ

ผู้ที่เฝ้ารับเสด็จ ณ ที่นั้น และผม ยกมือขึ้นพนมเหนือศีรษะ ประทับใจต่อภาพที่เห็นครับ

คุ้มขันโตก คุ้มคำ 150 ล้านบาท

ภาพสาวเชียงใหม่รำฟ้อนต้อนรับพระราชอาคันตุกะ ณ สบามบินเชียงใหม่ ยังตรึงอยู่ในใจ คุณวัชระ ตันตรานนท์ จึงนำที่ดิน 10 ไร่เศษ ในโครงการเชียงใหม่บิสิเนสพาร์ค พัฒนาเป็นคุ้มขันโตก สร้างตึกทรงล้านนา พนักงานแต่งกายเชียงใหม่โบราณ เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมเชียงใหม่ไว้ไม่ให้สูญสลายไปตามกาลเวลา

คุณสมเกียรติ งามพาณิชย์ พาเข้าชม ผมตะลึงกับสาวงามหนุ่มหล่อ กระจายถ่ายรูปทั่วคุ้มขันโตก คิดว่าพนักงานที่นี่แต่เป็นนักศึกษา มาจัดเลี้ยงฉลองการศึกษา นัดกันแต่งกายย้อนยุคล้านนา สวยเหมือนผมกลับไปสู่อดีตเชียงใหม่เมื่อ 200 ปีก่อน คุ้มขันโตกจึงมีงานมงคลสมรส งานเลี้ยงบริษัทจากทั่วประเทศ มาจัดงานที่นี่ประจำ

ลานขันโตก เปิดโล่งให้สัมผัสอากาศเชียงใหม่ หน้าร้อนเย็นสบาย หน้าหนาวผู้ชมต้องใส่เสื้อกันหนาวมาด้วย ชม ขบวนแห่บูรณคตะสโตกคำ ต้อนรับมิตรที่มาเยือนเชียงใหม่ นกกิงกะลากับตัวโต ศิลปะร่ายรำเล่าขานถึงสัตว์ในเทพนิยายของชาวไทยใหญ่ กลองสะบัดชัย เสียงกลองดังสนั่น เร้าใจให้ฮึกเฮิมสู่สนามรบ

ฟ้อนที ร่มหรือที ร่ายรำตามวิถีชีวิตพื้นบ้านชาวไต สวยงามมาจากสิบสองปันนา หนุมานจับนางมัจฉา นาฏศิลป์ชั้นสูงจากพระราชสำนัก ตามตำนานรามเกียรติ์ ระบำชาวเขาสี่เผ่า ลีลาสนุกสนานฉลองปีใหม่ของชาวเขา ฟ้อนดาบ การต่อสู้ป้องกันตัวของหนุ่มชาวเหนือ เซิ้งกะโป๋ เซิงกะลาแบบอีสาน สุดท้ายเชิญทุกคนร่วมรำวงตามประเพณีไทย

อาหารขันโตก จัดมาเป็นสำรับให้ผู้ชมได้อิ่มอร่อยกับอาหารเชียงใหม่ มี น้ำพริกหนุ่ม ไก่ทอด แคบหมู น้ำพริกอ่อง แกงฮังเล ผัดผัก กินกับผักลวกจิ้ม มีข้าวสวยและข้าวเหนียว อาหารมีให้กินตลอดเวลาไม่มีหมด ตบท้ายด้วย หมี่กรอบ และกล้วยแขกทอด รสชาติอาหารไม่เผ็ดมาก เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ลิ้มรสอาหารเหนืออย่างถูกใจ

กลางวันมีอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหาร เรือนไทยพลับพลา มีอาหารไทย 4 ภาค ขนมจีนน้ำยา ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอยไก่ ข้าวซอยเนื้อ ไส้อั่ว ไส้กรอกอีสาน ลาบ แกงส้มปักษ์ใต้ ผัดไทยกุ้งสด ปลาทับทิมสองใจ อร่อยขึ้นชื่อจากงานมหกรรมอาหารเชียงใหม่ อาหารญี่ปุ่น สลัดผักสดจากโครงการหลวงดอยคำ

คุ้มคำ หลังจากเปิดมา 15 ปี คุ้มขันโตกได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลมีมากถึงวันละ 2,000 กว่าคน คุณวัชระจึงสร้างอาคารคุ้มคำด้วยงบประมาณ 150 ล้านบาท สวยงามด้วยศิลปะล้านนา คุณสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ จัดเลี้ยงเจ้าแขวงเวียงจันทน์ เจ้าแขวงหลวงพระบาท ในโอกาสมาเยือนเชียงใหม่ สร้างความประทับใจแก่ผู้นำของลาว

เที่ยวเชียงใหม่ต้องไปสัมผัส คุ้มขันโตก ชมศิลปะการแสดง ชิมอาหารล้านนาแท้ๆ ถือ คมชัดลึก ฉบับนี้ไปด้วย คุณสมเกียรติลดให้ 15% ครับ โทร.0-5330-4121-3

Advertisements

นกเขาเปล้าธรรมดา : นกป่าสัปดาห์ละตัว

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141228/198490.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557
นกเขาเปล้าธรรมดา : นกป่าสัปดาห์ละตัว

นกเขาเปล้าธรรมดา : นกป่าสัปดาห์ละตัว

             วันหยุดยาวปีใหม่นี้ผู้อ่านส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวคงไม่พลาดที่จะออกทริปยาวไปพักผ่อนเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ส่วนคนกรุงเทพที่ตัดสินใจอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดในวันที่คนจำนวนมากออกเดินทาง ก็สามารถมาร่วมกิจกรรม bird walk ที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) จัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนที่สวนรถไฟและสวนหลวง ร.๙ ช่วงนี้ของปีนกอพยพจากประเทศเขตอบอุ่นและเขตหนาวล้วนมาถึงแหล่งอาศัยช่วงฤดูหนาวกันครบถ้วนทุกชนิดแล้ว

แต่นอกจากนกอพยพฤดูหนาว ตามสวนสาธารณะใน กทม. ก็พบนกที่อพยพตามแหล่งอาหารได้ด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้ก็เช่น นกเขาเปล้าธรรมดา (Thick-billed Green Pigeon) ที่ถูกพบ 1 คู่ขณะกินลูกไม้ในสวนลุมพินี ในงาน Bangkok Wild Watch จัดโดยมูลนิธิโลกสีเขียว โดยทั่วไปเราถือว่านกเขาเปล้าธรรมดาเป็นนกประจำถิ่น (resident) ที่หาดูง่าย กระจายอยู่ตามป่าทั่วประเทศ แต่ในที่ราบลุ่มภาคกลางที่มีรายงานเพียงประปรายนั้น ส่วนใหญ่น่าจะเป็นนกป่าที่บินตามหาลูกไม้กินเป็นระยะทางไกล

นกที่มีพฤติกรรมเช่นนี้อาจนับเป็นนกอพยพ (migratory) ได้ไม่เต็มปากนัก อันที่จริงคู่มือดูนกส่วนใหญ่จัดให้อยู่ในข่ายนกประจำถิ่น แต่นกกินผลไม้หลายชนิดไม่ได้เป็น sedentary (อาศัยอยู่ในอาณาเขตหรือพื้นที่เดิมตลอดทั้งปี) แบบนกประจำถิ่นตามความหมายที่มักเข้าใจกัน หากแต่เป็น nomadic ซึ่งหมายถึงพวกที่มีวิถีชีวิตเร่ร่อน โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ นกเปล้าหน้าเหลือง (Ashy-headed Green Pigeon) ที่หาดูค่อนข้างยากและมีสถานภาพใกล้ถูกคุกคามระดับโลก ก็เคยมีรายงานตามสวนในลักษณะเดียวกัน

เอกลักษณ์ของนกเขาเปล้าธรรมดาคือจะงอยปาก มันมีโคนปากสีแดงสด ตัดกับสีเหลืองตุ่นๆ ของส่วนครึ่งปลายปากที่ลักษณะอวบหนา นอกจากนี้ยังมีหนังเปลือยรอบดวงตาสีเขียว เพศผู้ต่างจากเพศเมียตรงที่มีปีกสีแดงอมม่วง และมีสีส้มเรื่อๆ ที่ขนคลุมใต้โคนหาง

นกเขาเปล้าธรรมดามักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ การเฝ้าดูพวกมันเดินไต่ไปตามกิ่งก้านสาขาเพื่อจิกลูกไม้เข้าปากลูกแล้วลูกเล่า ในขณะเดียวกันก็ส่ายหางไปมาช้าๆ เป็นภาพที่น่าดูมากทีเดียวครับ วิถีชีวิตแบบเร่ร่อนก็มีส่วนช่วยกระจายพันธุ์พืชที่มันกินไปยังจุดที่อยู่ห่างไกลกันมากๆ ด้วย พวกมันเป็นนักปลูกป่าที่มีความสำคัญทีเดียว

นกเขาเปล้าธรรมดา

ชื่ออังกฤษ Thick-billed Green Pigeon

ชื่อวิทยาศาสตร์ Treron curvirostra (Gmelin, 1789)

วงศ์ (Family) Columbidae (วงศ์นกเขาและนกพิราบ)

อันดับ (Order) Columbiformes (อันดับนกเขาและนกพิราบ)

ชิค & ชิล:ปันใจไปไร่ชานูวารา เอลิยา

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141228/198486.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557
ชิค & ชิล:ปันใจไปไร่ชานูวารา เอลิยา

ชิค & ชิล:ปันใจไปไร่ชานูวารา เอลิยา เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

              ไม่บ่อย ที่วอกแวกออกนอกประเทศ ไปดูแหล่งท่องเที่ยวต่างถิ่นบ้าง ติดสอยห้อยตามทริปทำบุญของ P&K travel design (0-2683-2929) ไป ศรีลังกา เชื่อเขาเลยว่า ภาพที่คิดไว้กับความเป็นจริงที่เห็นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ยกเว้นรูปร่างหน้าตาผู้คนที่ดูยังไงก็เป็นแขก ส่วนสภาพบ้านเรือนที่เห็นก็แทบไม่ต่างจากการเดินทางไปต่างจังหวัดของบ้านเราสักเท่าไหร่ ทั้งเรือกสวน ไร่นา สภาพอากาศ

นอกจากเมืองหลวง กรุงโคลัมโบ ยังมีเมืองมรดกโลก และเมืองชายทะเล แต่ไม่น่าเชื่อว่า ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนชื้น ไม่ค่อยจะมีฤดูหนาว พอๆ กับภาคใต้ของไทย แต่เมืองที่อยู่บนเขาตอนกลางของประเทศ กลับมีอากาศเย็นสบายตลอดปี แถมช่วงฤดูหนาวก็หนาวถึงใจ นูวารา เอลิยา เมืองที่ว่านี้ แถมเป็นถิ่นชาชั้นดีของประเทศอีกด้วย

นูวารา เอลิยา เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ได้รับการขนานนามว่าเป็น Little England ด้วยความที่เหมือนถอดแบบมาจากอังกฤษ ทั้งตึกรามบ้านช่อง ไปรษณีย์ กับฉากหลังที่งดงามตั้งอยู่บนเทือกเขา หุบเขา มีน้ำตก ปลูกชา ชมวิวที่เต็มไปด้วยไร่ชา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของชาซีลอน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นชาที่ดีติดอันดับโลก

ระยะทางจากเมืองหลวง 70 กม. แต่ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน เนื่องจากถนนหนทางในศรีลังกาค่อนข้างแคบ เป็นถนนเลนสวนกัน โดยเฉพาะการขึ้นสู่เมืองนี้ ทางค่อนข้างชันและคดเคี้ยว โดยบางช่วงเป็นโค้งหักสอก หรือไม่ก็ตัวยูแคบๆ ที่คนขับต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ทันทีที่ขึ้นทางชัน ไต่ระดับขึ้นเขา เริ่มเห็นวิวทะเลสาบไกลๆ ในเส้นทางผ่าน สัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นลง

ไม่นาน รถก็จอดแวะที่จุดชมวิว ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร มีห้องพักไม่กี่ห้องและร้านขายชาชั้นดี แถมด้วยกล่องบรรจุที่ดูยังไงก็หรูเริ่ด หาดูที่อื่นยาก มีทั้งแบบกล่องไม้ธรรมดา ไปจนถึงกล่องสังกะสีที่มีหน้าตาเหมือนหนังสือเล่มหนา Book Tea หลากสีสัน และที่ไม่ต้องซื้อหาก็คือ ธรรมชาติรายรอบตัวที่มองเห็นจากระเบียงของร้านแห่งนี้ มองเห็นทั้งน้ำตกสูง ที่อยู่ไกลๆ กับนาขั้นบันไดสวยๆ และทะเลสาบน้ำสีเขียวมรกต กลางขุนเขาสูงใหญ่ ราวกับลากูน

ออกจากจุดชมวิว รถยังไต่ระดับไปเรื่อย ไร่ชาเริ่มโผล่เข้ามาในม่านตา และที่ตื่นตาเห็นจะเป็นป้ายตัวหนังสือสีขาวที่แทรกอยู่กับไร่ชา บ่งบอกความเป็นเจ้าของให้เห็นแต่ไกล ตื่นใจไม่แพ้กันเมื่อเห็นเด็กหนุ่มถือช่อดอกไม้ไว้มาดักโบกรถบัสข้างทางเพื่อขายดอกไม้ แต่เหมือนเขาจะรู้แกวกันว่า โบกต้องอย่าเพิ่งซื้อ รถผ่านไปอีกโค้งก็เจอเด็กโบกรถขายดอกไม้อีก อ้าว… หน้าตาเหมือนกัน คนเดียวกันนี่นา ถ้ายังไม่ซื้อ ก็จะวิ่งไปดักแทบจะทุกหัวโค้ง จนใครก็ใจแข็งไปไม่ไหว ต้องยอมซื้อ แต่เหมือนคุณไกด์จะบอกว่า ยิ่งซื้อช้า ราคาก็แพงขึ้นอีกหน่อย คงบวกค่าออกแรงวิ่งด้วยนี่แหละ

รถพาลัดเลาะไปตามไหล่เขา ทางแคบพอแค่รถสวนทางกันได้ แถมด้วยโค้งแคบๆ ขนาดว่าถนนไปปายหรือแม่ฮ่องสอนบางโค้งยังแคบไม่เท่า แถมบนเขายังมีอุโมงค์อยู่ช่วงหนึ่ง ทะลุออกไป ก็เห็นน้ำตกข้างทางเล็กๆ บ้านเรือนบนเขา ปรากฏเป็นระยะ รวมไปถึงร้านขายของริมทางหลังเล็กๆ สักพัก รถก็พามาถึง พิพิธภัณฑ์แม็ควูดส์ แหล่งผลิตชาชั้นดีรายหนึ่งของ นูวารา เอลิยา ชื่อที่เห็นบนเนินเขามาแต่ไกล เหมือนเขาแถวนี้ทุกลูกอยู่ในสัมปทานของเขาคนเดียว การเข้าชมขั้นตอนการผลิตชาในพิพิธภัณฑ์ ต้องมีเจ้าหน้าที่ของแม็ควูดส์พาชมเท่านั้น ชมเสร็จแล้ว มาชิม ช็อปชาสารพัดสูตร สารพัดกลิ่น ก็เหมือนยิ่งได้อรรถรส

แวะจิบชา ชมวิวเขา ในสายลมเย็นๆ รู้สึกว่าชาอร่อยอย่าบอกใคร แต่เวลาซื้อฉันก็อาศัยถามคนขายล่ะว่า อันไหนที่คนนิยมซื้อที่สุด …. ง่ายต่อการตัดสินใจไง

ออกจากพิพิธภัณฑ์ชา ก็มุ่งหน้าไปที่พัก อยู่ห่างจากย่านกลางเมืองราวๆ 700 เมตร หรือเดินก็ราวๆ 9-10 นาที ที่พักที่นี่ไม่มีแอร์คอนดิชั่น มีแต่ฮีตเตอร์ ดูเอาก็แล้วกันว่า อากาศจะเย็นสบาย หรือหนาวขนาดไหน ที่แน่ๆ ไปเดินเล่นตอนค่ำนี่ต้องสวมแจ็กเก็ตหนาๆ กันทีเดียว ยามค่ำรอบที่พัก และย่านที่ห่างออกมาจากชุมชนจะเงียบถึงเงียบมากๆ เรายังได้เห็นทหารถือปืน ยืนประจำการตามถนน คงด้วยเรื่องของความมั่นคง แต่ไม่น่ากลัวอะไร ฉันแค่ถามทางไปตลาด เขาก็กุลีกุจอบอกทางให้

ตอนกลางคืนไปเดินไม่เห็นอะไรมาก แต่พอเช้ามา นั่งรถเที่ยวนั่นแหละ ห่างจากที่พักไม่ไกล ก็ถึง ทะเลสาบเกรกกอรี ที่แสนจะสวยสงบ บ้านเรือนทรงยุโรปบนทิวเขา ดูคนละกลิ่นอายกับศรีลังกาที่ฉันผ่านมาซะจริงๆ ที่ทะเลสาบนี่ ยังมีกิจกรรมให้เล่น ทั้งพายเรือ หรือขี่ม้ารอบๆ ทะเลสาบก็ยังได้ บอกเลยว่า น่าเอาเวลามาทิ้งที่นี่เป็นวันๆ ซะจริงๆ

ช่วงเดือนธันวาคมนี้เอง เมืองนูวารา เอลิยา คึกคักมากๆ เพราะมีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส มีการตกแต่ง ประดับประดาตามท้องถนน อาคารพาณิชย์และบ้านเรือนต่างๆ กันตั้งแต่ต้นเดือน พอถึงวันคริสต์มาสก็พร้อมฉลอง ร้องเพลงคริสต์มาสและการละเล่น ครึกครื้นไม่แพ้ที่ไหน และที่สำคัญ กลางเดือนกราคม 2558 จะมีงานรื่นเริงประจำท้องถิ่นอีก เป็นการฉลองครั้งใหญ่ไม่แพ้เทศกาลไหนๆ โดยเป็นการฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยว งานนี้มีทั้งจุดพลุดอกไม้ไฟ เต้นรำ ร้องเพลงกันตามท้องถนนตลอดคืน เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวที่ได้ผลผลิตดี ใครไปช่วงนี้ก็ได้เห็นบรรยากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจ

แม้ภาพของเมืองจะหลุดจากกลิ่นอายของศรีลังกาไปบ้าง แต่ผู้คน และขนบประเพณียังมีอยู่เปี่ยมล้น ไม่ว่าใครจะเรียกอย่างไร แต่ที่นี่คือ นูวารา เอลิยา

พูดน้อย ต่อยหนัก!! ‘หยากไย่’ นักมวยสาวแห่ง มศว (ชมคลิป)

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/471236

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ธ.ค. 2557 06:05

 

คอลัมน์ท้ายสุดของปีนี้ อ่านเรื่องนี้จบ กลับมาพบ “สวัสดี…แคมปัส” กันอีกที ปีหน้าฟ้าใหม่เลยจ้า

แม้เป็นเรื่องสุดท้ายของปี แต่เราก็มีเรื่องราวของสาว สวย น่ารัก มานำเสนอตามเคย เธอเป็นใครไปอ่าน ไปชมกัน…

สวย

“สวัสดี…แคมปัส” มีโอกาสได้พบเธอที่ตลาดเจเจกรีน เธอสะดุดตามากๆ ก่อนมีโอกาสได้พูดคุย และคำพูดคำจาของเธอ ยิ่งสะดุดใจ เราจึงเชื้อเชิญมาเป็น “แคมปัสรับเชิญ” ก่อนจะบุกไปหาหยากไย่ที่มหาวิทยาลัย

เหวอๆ

ชื่อเธอมันไม่ใช่แปลก แต่มันแปลกโพดๆ (วัยรุ่นไปเนอะ) เธอชื่อ “หยากไย่”หรือ “ณิชารัศม์ โรจน์จิระมณี” ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว ร่ำเรียนอยู่ที่ชั้นปี 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ ในสาขาวิชาการแสดงและกำกับการแสดง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร หรือ มศว

เกรดเธอก็ไม่ธรรมดาเชียวล่ะ 3 กว่าๆ เนี่ย หยากไย่บอกเหตุผลว่า

“ไม่ใช่เพราะเธอเก่ง แต่เป็นเพราะเลือกในสิ่งที่มันใช่ และมันเป็นสิ่งที่หนูชอบ มันก็เลยทำได้ดี”

เสยๆ

มาพูดถึงการเรียน

“เรียนยากเหมือนกันค่ะ เพราะต้องเรียนแบบปฏิบัติจริง มากกว่าทฤษฎีค่ะ คือทำจริงทุกอย่างตั้งแต่ปี 1 แต่ปี 4 นี่จะยากมากกว่า เพราะแต่ละปีจะต้องมีละครรุ่นเป็นของตัวเอง ตอนนี้ก็กำลังซ้อมกันอยู่ ซ้อมหนักมากเลยค่ะ สำคัญคือต้องทำให้ดีที่สุด เพราะปีๆ หนึ่ง ที่นี่รับนักศึกษาแค่เพียงรุ่นละ 30 กว่าคน ขณะที่มีคนสมัครมากว่า 2 พันคน ก็เลยต้องตั้งใจเรียนสุดๆ เลยค่ะ ซึ่งอาจารย์ก็สอนแบบเข้มข้นมาก ทุกคนจะต้องทำหน้าที่ทุกอย่าง ได้แสดง ได้ทำหน้าที่ผู้กำกับ ได้ทำหน้าที่ออกแบบเพื่อการแสดง ไฟ เสื้อผ้า ทุกคนต้องหมุนเวียนกันไปทำหน้าที่”

เก๋ๆ ที่มือ

อาชีพหลังเรียนจบ

“เรียนจบตรงนี้ สามารถไปทำอาชีพได้หลายอย่าง เพราะอาจารย์สอนอย่างมาก จะไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ไปเป็นนักแสดงได้หมด ดูแลเสื้อผ้า ดูแลไฟ ได้หมดที่เกี่ยวข้องกับงานแสดง”

น่ารัก

อาชีพที่ใฝ่ฝัน

“สิ่งที่อยากทำที่สุด คงเป็นคนดูแลนักแสดง นักร้อง ซึ่งไม่เหมือนผู้จัดการส่วนตัวนะ แต่เหมือนเป็นคนดูแลภาพลักษณ์ และทุกๆ อย่างของนักแสดง เหมือนว่าการดูแลใครสักคน เราจะต้องซัพพอร์ตเค้าให้ได้ทุกเรื่อง เพื่อให้นักแสดงคนนึง แสดงออกมาสู่สาธารณะได้อย่างสมบูรณ์ ถามว่า ตัวเองสมบูรณ์แบบขนาดนั้นมั้ย ก็คงไม่ขนาดนั้น แต่ก็พยายามจัดตารางให้ชีวิตทุกวัน”

ธรรมชาติสุดๆ

สิ่งที่ทำอยู่ในวงการบันเทิง

“มีงานบันเทิงอยู่บ้าง ซึ่งช่วงนี้กำลังถ่ายทำหนังผี ชื่อ มหา’ลัยเที่ยงคืน ของค่ายเอ็ม 39 ถามว่ายากมั้ย ก็ยากอยู่นะคะ เพราะต้องแต่งหน้าเป็นผี และต้องขึ้นสลิง มีเอฟเฟกต์ แต่มันก็สนุกมากๆ”

ชอบมุมนี้

หนทางสู่แวดวงคนบันเทิง

“ถ้ามีโอกาสก็เป็นได้ แต่ถ้าจะยึดเป็นอาชีพ ก็คงแบบไม่ใช่ทาง เพราะหนูว่ามันวุ่นวาย จะต้องแสดง ต้องดูแลตนเอง ต้องดูแลภาพลักษณ์ มันดูยาก สู้ให้หนูไปเป็นคนดูแลนักแสดง จะง่ายกว่า เพราะหนูจะเป็นคนนอกที่มองเข้าไปยังปัญหา จึงน่าจะเห็นปัญหามากกว่า คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่บังคับค่ะ หนูอยากเป็นอะไร คุณพ่อคุณแม่ก็ให้เป็นได้หมดเลย เชื่อมั้ย ตอนแรกหนูสอบติดหลายอย่างเลย ทั้งบัญชีและสาขาอื่นๆ แต่หนูกลับเลือกอันนี้แทน”

เซ็กซี่เล็กๆ

ไลฟ์สไตล์หยากไย่

“ตื่นมาก็ดูแลตัวเอง ก่อนออกมาซ้อมละคร พอซ้อมเสร็จตอนเย็น ก็ไปออกกำลังกาย ด้วยการต่อยมวยบ้าง เข้าฟิตเนสบ้าง แต่หนูอ่ะติดการต่อยมวย ตื่นมาก็ช้ำตลอด เขียวตลอด แต่มันสนุกมาก และมันจะหายไปเอง มันช่วยฝึกสมาธิด้วยนะคะ”

สาว มศว

ฝากถึงรุ่นน้องในคณะ

“ถ้าใครมีโอกาสเรียน ก็อยากให้ตั้งใจ เพราะกว่าเราจะสอบเข้ามาได้ ก็ยากแล้ว แต่พอมาเรียน กลับยากกว่า ซึ่งถ้าเราตั้งใจมันก็จะทำได้ดี”

หยากไย่กับบันได

ปีแพะกลับมาพบกันใหม่นะคะ “สวัสดี…แคมปัส” สัญญาว่าจะพาตัวจี๊ด ตัวแรง และน่ารัก มาฝากกันเรื่อยๆ

มุมเงยหน้า

คมเข้ม

มอง

แบ๊วๆ

สาวปี 4

หุ่นดี๊ ดี

ใสๆ

น่ารักสุดๆ

หันมาสบตาช่างภาพ

ช่างภาพชอบภาพนี้

สวยจริงๆ

เนิร์ดๆ

 

เดี๋ยวทุ่มรักใส่เลย ! สาวสวยมหัศจรรย์เก่งรอบด้าน ‘กานต์สินี เดอคราฟ’

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/469822

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ธ.ค. 2557 06:05

 

อีกไม่กี่เพลา ก็จะถึงเทศกาลปีใหม่แล้ว เผลอแป๊บเดียวขึ้นปีแพะแล้ว สัปดาห์นี้ “สวัสดี…แคมปัส” มีเรื่องราวของสาวลูกครึ่งต่างแดนมานำเสนอ เธอจะเป็นใครติดตามอ่านกันได้เลยจ้ะ…

แคมปัสรับเชิญคนนี้ อยู่ไกลถึงต่างประเทศ เธอมีชื่อว่าน้องซี สาวคนนี้เป็นเด็กไม่ธรรมดาจริงๆ เธอมีความสามารถหลายด้าน ทั้งเรื่องเต้น เรื่องเรียน กีฬา ภาษา ศิลปะ โดยเฉพาะเรื่องการวาดรูป นี่ไม่แพ้มืออาชีพเลย “สวัสดี…แคมปัส” จะบอกว่า เธอเก่งรอบด้าน…คงไม่ผิดเพี้ยนเท่าไหร่นัก

กานต์สินี เดอคราฟ

มารู้จักกันที่ชื่อเสียงเรียงนามกัน สาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้มีชื่อว่า “กานต์สินี เดอคราฟ” หรือ Kansinee De Graef มีชื่อเล่นว่าซี ที่แปลว่าท้องทะเล อายุเธอ 18 ปี อาศัยอยู่ที่เนเธอร์แลนด์กับครอบครัว

น้องซี เรียนจบชั้น Havo 5 จาก Sondervick College, Veldhoven ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตอนนี้กำลังเรียนต่อในด้านธุรกิจ ควบคู่กับการเรียนออกแบบและงานสัก

“ตอนนี้ ซี รับงานวาดภาพเป็นหลัก และอยากเรียนเกี่ยวกับการสัก อยากทำงานเกี่ยวกับศิลปะบนร่างกาย คือซีอยากหาประสบการณ์การทำงาน และก็อยากเก็บเงินไปเรียนต่อที่อังกฤษ อยากไปเรียนต่อศิลปะกับรุ่นพี่ชาวอังกฤษ”

สาวซีในวัย 18 ปี


อดีตนักกีฬาเทควันโดสายดำ Dan2

“ก่อนมาเป็นนักวาดภาพ ซีเคยเป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำ Dan2 ด้วย มีรางวัลการันตีกว่า 30 รางวัล แต่ตอนนี้หยุดเล่นไปแล้ว เพราะบาดเจ็บที่ข้อเท้า ตอนนั้นไปแข่งที่ต่างประเทศด้วยนะ ซียังได้รับการคัดเลือกให้เข้าทีมชาติประเภทท่ารำพุ่มเซ่อีก เสียดายมากๆ”

กานต์สินี เดอคราฟ หรือ ซี

ที่มาของภาพเหมือน

“หลังจากเสียใจจากการหยุดเล่นเทควันโด ซีหันมาวาดภาพ จนมารู้ว่าพรสวรรค์ของซี คือการวาดภาพเหมือน แถมการวาดภาพยังทำให้ซีมีรายได้อีกด้วย และครั้งหนึ่งซีวาดภาพแมว ภาพนั้นได้รับการติดต่อให้ตีพิมพ์ร่วมกับศิลปินทั่วโลก เพื่อช่วยเด็กด้อยโอกาสด้วยนะ ซึ่งซีดีใจมาก จริงๆ อยากไปเรียนเพิ่มเติมอีก อยากวาดให้เหมือนกว่านี้อีก เกือบลืมเคยมีครั้งหนึ่งได้รับรางวัลชนะการประกวดจากการ์ตูนของวอลท์ ดิสนีย์ที่ออสเตรเลียด้วย”

ภาพวาดของซี

แรงบันดาลใจในการวาดภาพ

“หลังดูหนังแฮรี่พอตเตอร์จบ ก็คิดอยากวาดเอ็มม่า วัตสัน เพราะเธอแสดงได้ประทับใจมากๆ และแม่ก็ชมว่าเหมือน ซีก็เลยคิดว่าจะต้องฝึกวาดบ่อยๆ จนมีหลายคนชมว่า ฝีมือใช้ได้ เพื่อนของแม่บางคนชมว่า ฝีมือยังกับมืออาชีพเลย ทำให้ซีมั่นใจขึ้นอีก”

เดอะลอร์ดออฟเดอะริง

ความสามารถเกิดขึ้น

“ซีเรียนรู้เกี่ยวกับภาพ portrait เอง ส่วนการวาดรูปต่างๆ เรียนกับคุณแม่ตั้งแต่เล็กๆ เลยค่ะ และคุณพ่อเป็นช่างสัก ก็ได้เห็นพ่อวาดภาพให้ลูกค้าบ่อยๆ บางครั้งซีได้ออกแบบให้ลูกค้า อนาคตอยากเป็นช่างสักแทททูด้วยค่ะ”

นางแบบกับดอกซากุระ

ความใฝ่ฝันของสาวซี

“ถ้ามีเงินสักก้อน ซีอยากมีโรงเรียนสอนเด็กๆ ให้วาดรูปค่ะ โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ค่อยมีตังค์ ให้มาเรียนฟรีเลย และเด็กอื่นๆ ก็มาเรียนได้ จะได้มีเพื่อนเล่นและพูดคุยกัน เหมือนหนูเคยไปเรียนกับครูที่ จ.เชียงราย มีเพื่อนใหม่หลายคนด้วยค่ะ หนูว่าสนุกได้ทั้งวัน”

นาตาลี-พอร์ตแมน

ความสามารถอื่นๆ

“ซี สอบใบขับขี่รถยนต์ได้ตอนอายุ 17 ปี และสอบดำนํ้าของแพดี้ผ่านตอนอายุ 15 ปี และซีชอบร้องเพลงทุกประเภทเลย แต่ไม่เคยไปประกวดที่ไหน เพราะซีชอบประกวดงานวาดภาพมากกว่า สำคัญคือ ซีพูดภาษาไทย ดัตช์ อังกฤษ เยอรมันและฝรั่งเศสได้”

นางฟ้าที่ซีวาด

ฝากถึงวัยรุ่นด้วยกัน

ซีอยากให้ทุกคนค้นหาความฝันของตัวเองให้เจอ และทำตามพรสวรรค์ที่เรามีให้เต็มที่ สักวันงานอดิเรก หรือสิ่งที่เราชอบ ก็อาจจะสามารถทำเป็นอาชีพหรือสร้างรายได้ให้กับเราได้

ผลงานของสาวน้อย

ทำอะไรก็ได้ ที่เราชอบ และทำแล้วมีความสุข ทำไปเถอค่ะ…“สวัสดี…แคมปัส” สนับสนุน ส่วนใครอยากดูผลงานเต็มๆ ของน้องซี ดูได้ที่นี่

สวยเสมือนจริง

ภาพวาดญาญ่า ศิลปินคนไทย ที่ซีชื่นชอบ

ภาพน้องหมา อีกรูปที่ซีแสดงฝีมือ

แฮรีพอตเตอร์

 

เปิดหมดเปลือก…เจ้าแม่เอ็มวี ‘เจน-ชุติมา’ สาวริมรั้วศรีปทุม

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/468555

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ธ.ค. 2557 06:05

 

อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ วันทำงานสิ้นสัปดาห์ของใครหลายคน และก็เข้าใกล้วันหยุดปีใหม่ขึ้นมาทุกที ใครไม่มีที่เที่ยว เตรียมตัวเลย วางแผนเนิ่นๆ จะได้เที่ยวแบบสบายอุรานะจ๊ะ…

“สวัสดี…แคมปัส” สัปดาห์นี้ ได้สาวสวยหน้าตาดีมานำเสนอ ดีกรีไม่ต้องพูดถึง ความสามารถเธอเต็มเปี่ยมจริงๆ ไม่ว่าร้องเพลง เล่นดนตรี การแสดง เธอได้หมด แถมโลกโซเชียล ยังมีคนติดตามเธอมากมาย ไปหาติดตามกันดู เยอะจริง! เพราะเธอน่ารักมั้ง

เหม่อๆ

งานเอ็มวี…นี่งานถนัดเธอเลย ทั้งบิ๊กแอส ซานิ โทนี่ผี และก็กลุ่มศิลปินสาวอย่าง เฟย์ ฟาง แก้ว ในเพลงมีสิทธิ์เจ็บถึงเมื่อไหร่ (ดังจริงๆ ไปหาดู) นี่ไม่นับรวมงานโฆษณา อย่างเคเอฟซี รถยนต์รุ่นวีออส แบล็กเบอร์รี่ ประกอบกับหนังสั้น เรื่องการเดินทางที่แสนพิเศษนะ…เพียบ!!

ผลงานเกินบรรยาย แต่มาเป็น แคมปัสรับเชิญ ทั้งที เราขอพูดคุยกับเธอในสไตล์ของเรา สวัสดี…แคมปัสนะ ไปดูที่ชื่อเสียงเรียงนามของเธอกัน

“เจน” หรือ “ชุติมา ปฐมบูรณา” สาวน้อยวัย 23 ปี เกิดวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2534 สาวกรุงเทพฯ ที่มีครอบครัวเป็นนักดนตรีเกือบทั้งบ้าน มีพี่น้องรวมเจนด้วย 4 คน และเจนมีฝาแฝดชื่อ จูน เธอบอกกับเราอย่างนั้น

หุ่นดีนะ

เจน จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และตอนนี้เป็นนักศึกษาสาวปี 1 ที่ไม่เฟรชชี่ ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เหตุผลที่ไม่เฟรชชี่ ก็เพราะเจนเป็นเด็กซิ่ว แถมไม่ซิ่วธรรมดา ซิ่วมา 3 ปี หลังจากที่เธอตัดสินใจย้ายมาเรียนในสาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งก่อนหน้าเธอเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยรังสิต ในสาขาการโรงแรมและภัตตาคาร ของคณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ

มั่นใจสุดๆ

“เจนเคยเรียนอยู่สาขาการโรงแรมและภัตตาคาร ที่ ม.รังสิต แต่ตอนนี้ซิ่วมา 3 ปี เพื่อมาเรียนสาขาวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เพราะเจนว่า สิ่งที่เจนเรียนมันไม่ใช่เจน เจนเลยไม่เรียน มันเรียนไม่ได้จริงๆ เจนจึงตัดสินใจย้ายคณะและมหา’ ลัยเลย ซึ่งโชคดีที่ยังเทียบโอนหน่วยกิตมาได้ด้วย” เจนอธิบายกับเรา

อีกลุค

เมื่อถามว่าเรียนยากมั้ย?

เจนบอกว่า “เรียนยากมั้ยหรอคะ ก็ไม่ยากค่ะ สนุกมากกว่า ทำไมเจนถึงเลือกเรียนวิทยุโทรทัศน์ เพราะที่เจนได้เคยทำงานมา เจนยังไม่เคยลองทำงานด้านวิทยุอะไรแบบนี้ เลยคิดว่าถ้าเรียนสาขานี้แล้ว จะพูดเก่งขึ้น เผื่อจะได้ลองทำงานเป็นดีเจ พิธีกรดูบ้าง สำคัญคือ เจนเริ่มติดใจงานบันเทิงแล้วมั้ง หลังจากที่ได้ทำอะไรมาบ้างแล้ว”

แถมพูดตลกต่อท้าย ปกติเจนเป็นคนพูดไม่เก่ง และก็ไม่ชัดในเรื่องที่มีสาระ แต่ส่วนใหญ่เจนจะเก่งแต่เรื่องไร้สาระ 555 (ตลกกันไป)

น่ารักดี

“จริงๆ งานที่ได้ทำ มันคือตัวตนเจน มันแบบแรกๆ เหมือนได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่เราไม่เคยทำนะ ท้าทายดี แล้วเจนไม่เคยเรียนการแสดงเลยด้วย เวลามีงานที่มีบทให้เรามาจินตนาการแบบ ตีบทให้แตก มันสนุกดี แล้วยิ่งเราลองปรับบทที่ได้มาให้เป็นตัวเองมากที่สุด มันแบบสนุกอ่ะ พอทำมาเรื่อยๆ เราก็รู้สึกชอบแบบบอกไม่ถูก เวลามีถ่ายงานทีไร เจนแบบลั้ลลามาก ถึงบทจะมาแบบร้องไห้ เครียด แต่เจนก็ลั้ลลาได้นะ”

รักนะ

งานแรกของสาวเจน

“งานแรกถ่ายเอ็มวี เพลงของบิ๊กแอส เมื่อ 3 ปีที่แล้ว อันนั้นแบบวิ่งๆ อย่างเดียว ชิลๆ จ้องๆ จิกๆ กล้อง ได้เงินมา 5,000 กว่าบาท ซึ่งโดยปกติ เจนจะไม่ซีเรียสเรื่องเงินนะ เวลารับงานเจนจะรับหมดเลย เพราะเจนอยากทำ แต่ที่ทำให้คนรู้จักเยอะจริงๆ ก็เอ็มวี มีสิทธิ์เจ็บถึงเมื่อไหร่ ของเฟย์ ฟาง แก้ว เพราะเจนรับบทเป็นทอม”

สะดุดแปป!!! เป็นทอมป้ะเนี่ยะ??? 

เก๋ๆ

ตัวอย่างการสนทนาสั้นๆ จากคำถามโดนใจ

เป็นทอม นี่เรื่องจริง หรือแค่ในเอ็มวี?? พูดๆๆๆ

เจน : ในเอ็มวี 55555555555555 มีคนถามเยอะมากกกกกกกกกก เน้นว่ามากกกกกกกกก 

จะเป็นอะไรแล้วแต่ นวลน้อง เป็นตัวของตัวเอง และเป็นคนดีก็พอ!!

สวยค่ะสวย

เจนเล่าถึงเรื่องดนตรีให้ฟังว่า

“เล่นดนตรีเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ ม.1 ตอนนี้อยู่วงโยธวาทิตด้วย เริ่มจากการเป่าฟรุต และเจนจะไปเรียนพิเศษ เพื่อให้เป่าฟรุตเก่งขึ้น แต่พอตอนไป ไปสมัครพร้อมกับเพื่อนๆ ทุกคนเรียนกันคนละอย่าง ครบหมดทั้งวงเลย ขาดแต่เบส เขาก็เลยบอกว่า ห้เจนเล่นเบสให้หน่อย จากนั้นเจนก็เล่นเบสมาโดยตลอดเลย แต่เล่นไม่เก่งนะ กีตาร์ก็ไม่เก่งเพราะฝึกเอง แต่ถ้าเล่นเก่งจริงๆ ก็คงเป็นฟรุต แต่ถ้าถนัด ก็คือร้อง”

มันเป็นสไตล์

เอ่อ…ใครก็ได้สรุปที น้องเจนเค้าเก่งอะไร ส่งคำตอบมาได้ที่อินบ็อกซ์ ทายถูกรับรางวัลไปเลย ฮ่า…อันนี้ล้อเล่นนะ

สรุปๆๆ ว่า เจนมีความถนัดในด้านดนตรี เป็นความสามารถพิเศษของเธอ ด้วยเหตุผลที่ว่า เจนเป็นคนที่ชอบลองทำอะไรไปเรื่อยๆ ชอบอันไหนบ่อย ก็เล่นอันนั้นบ่อย

เมื่อเรียนจบ อาชีพของเจน

“ก็อยากทำงานในวงการนะคะ เป็นนักร้อง นักดนตรี ความใฝ่ฝันเจน คือ อยากมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง แต่ความสามารถคงไม่ถึง ก็ได้แต่ฝัน แต่ถ้าเจนซ้อมบ่อยๆ ฝันก็คงเป็นจริงได้นะ เจนคิดเอง”

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น คำนี้ไม่เคยเก่าเลย สำหรับคนที่ตั้งใจจะทำ

มาดนิ่ง

บททิ้งท้ายของสาวศิลปิน

“ใครที่อยากจะเดินตามความฝัน ไม่ยากเลย แค่ค้นหาตัวเองให้เจอก่อน ว่าเราอยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ทำในสิ่งที่เราอยากทำ แต่ต้องไม่เดือดร้อนใครนะ ถ้ารู้ว่าเราชอบ เราอยากทำอะไรจริงๆ แนะนำให้ทำเลย อย่าไปแคร์ ว่าใครจะมองเราไม่ดี หรือยังไง ถ้าเราทำแล้ว ไม่เดือดร้อนใคร ก็ทำไปเลย”

สาวนักดนตรี

อ่านมาจนจบ “สวัสดี…แคมปัส” ไม่ต้องสรุปอะไรแล้ว สาวเจน สาวยุคใหม่ สรุปเรื่องราวดีๆ ไว้ให้แล้ว…เอาไปเป็นแบบอย่างกันนะ

เจ้าแม่เอ็มวี

เก่งและมากความสามาถ

อีกโพส

เจนในชุดนักศึกษา

มาในท่าเท่ห์

กับทรงผมอีกทรง

 

คติอะไรไม่จำเป็นต้องใช้! ‘เดือน’ ม.เกษมบัณฑิตบอก…ชีวิตมันไม่ยาก

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/467460

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ธ.ค. 2557 06:05

 

“สวัสดี…แคมปัส” สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอหนุ่มเฟรสซี่ปี 1 เพิ่งครองตำแหน่ง“เดือน” มาหมาดๆ ทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งงานมหาวิทยาลัย และงานในเส้นทางสู่ความบันเทิง ชีวิตเรียบง่าย บางทีก็ดูเรียบไป แต่สำหรับหนุ่มคนนี้แล้ว ความเรียบง่ายอาจไม่น่าเบื่อเสมอไป ลองติดตามอ่านกันดูว่าใครคิดเหมือน“สวัสดี…แคมปัส” บ้าง

เปิดเผยตัวตนเดือนหนุ่มคนนี้ มีชื่อเล่นว่า “ปั้น” หรือ “ปิติวัชร วงศ์หอม” หนุ่มน้อยวัยกระเตาะ อายุ 19 ปี เกิดวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2538 เป็นน้องชายคนเล็กสุดของบ้าน ปั้นมีพี่สาวอีก 2 คน ปัจจุบันเริ่มมีงานถ่ายหนังสือ เดินแบบเข้ามา สร้างรายได้ให้กับตัวเองบ้างแล้ว

มาดนี้แบบ…

โดยหนุ่มปั้น ร่ำเรียนจบจากมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนปทุมคงคา ก่อนจะไปศึกษาในระดับปริญญาตรีในชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตร่มเกล้า และเพิ่งเข้าประกวดดาวเดือนประจำคณะมา ซึ่งแน่นอนเขาได้ตำแหน่งเดือนคณะมาครอง และเป็นตัวแทนของคณะศิลปศาตร์

สบายๆ

ปั้น เลือกเรียนในสาขาการจัดการโรงแรม โดยหวังว่าเรียนจบจะไปทำงานด้านการโรงแรม และบอกกับเราว่า เรียนสนุกมาก อาจารย์สอนดีทุกคนเลย แต่หนุ่มปั้นชอบภาษาอังกฤษที่สุด อาจารย์สอนแบบฮาและสนุกมาก

“ถ้าผมเรียนจบ ผมอยากทำงานเป็นรีเซฟชั่น คอยต้อนรับลูกค้า ผมจะได้ใช้ทักษะด้านภาษา พูดต้อนรับแขก ผมว่าผมถนัดนะ ผมเคยเป็นพ่อค้าขายเสื้อมาก่อนนะครับ เจอลูกค้าฝรั่ง หรือคนไทย ผมก็ต้องพูดให้เขาสนใจสินค้าเรา อะไรเป็นจุดเด่น อ๊ะ…เป็นผ้าคอตตอนร้อยนะ ใส่สบาย เนื้อนุ่ม เนื้อเบา สารพัดจะพูดให้เขาสนใจ โดยผมจะต้องดึงจุดเด่นของสินค้านั้นมาให้ได้”

สวัสดีครับ สวัสดี…แคมปัส

อาชีพในฝัน

“ถ้าสิ่งที่ผมฝัน ก็คงเป็นนักบิน หรือไม่ก็งานอะไรก็ได้ ที่มันอยู่บนเครื่องบิน ผมรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำงานที่โรงแรม ก็ไปทำงานอยู่บนเครื่องบิน และบินเที่ยวรอบโลกเลย อันนี้ถ้าเป็นไปได้ หรือมีโอกาสนะครับ สจ๊วต ก็ไม่แน่นะ ถ้าผมเรียนจบด้านนี้ แล้วสามารถไปสอบได้ ผมก็น่าจะทำได้”

ในชุดนักศึกษา

อีกหนึ่งความฝันของชีวิต

“จะเรียกว่าความฝันรึเปล่า ผมไม่รู้นะ แต่ผมต้องทำให้ได้ ผมจะต้องไปกระโดดร่มให้ได้สักครั้งหนึ่ง แต่ต้องกระโดดลงมาจากเครื่องบินนะ ผมว่าผมชอบความสูงนะ”

ดูตั้งใจเรียน

สิ่งที่ทำให้ปั้นฟินที่สุด

“ฟังเพลงและขี่มอไซค์ ผมเนี่ย…ชอบมากเลย ผมจะใช้เวลานี้คิดโน่นนี่ไปเรื่อย บางเรื่องคิดเท่าไร ก็คิดไม่ออก แต่ถ้าได้คิดตอนที่ขี่มอไซค์นะ มันจะคิดออกทันที หัวมันโล่งขึ้นมั้งครับ เหมือนเรามีสมาธิมากขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้ขี่เร็วนะครับ”

เท่ก็เท่

ชีวิตประจำวัน

“ผมตื่นยากมาก สงสัยเป็นเพราะผมนอนดึก คือผมต้องดูการ์ตูนทุกวัน ผมชอบการ์ตูน ผมคลั่งวันพีท มันเป็นการ์ตูนการ์ตูนโจรสลัด เวลาดูมันเหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลย”

นิ่งๆ

ผมไม่ใช่คนพูดเก่ง

“ผมอะ เป็นคนพูดไม่เก่งครับ เวลาปกติอยู่ในกลุ่มเพื่อน เพื่อนจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ถามว่าจะทำงานต้อนรับได้มั้ย ผมว่าผมทำได้ ผมมั่นใจ แต่ถ้าเป็นอะไรสนุกสนาน ผมจะกลายเป็นตัวตลก เป็นคนช้า คิดมุกไม่ได้ตลอดเลย ไม่ทันเพื่อนด้วย”

ท่าทางก็ไม่เบา

คติพจน์ประจำใจ ยามที่ท้อแท้

“ไม่มีอะครับ สมมติเวลามีปัญหา หรือเหนื่อย ผมจะใช้เวลาฟังเพลง หรืออยู่กับเพื่อน แค่นี้ผมก็หายเครียดแล้ว ไม่ต้องอะไรมากมาย ผมมันคนง่ายๆ ปัญหาใหญ่แค่ไหน มันก็มีทางออกเสมอ พอเวลาผ่านไป ปัญหาที่ว่าใหญ่ มันก็ดูธรรมดาไปเอง คติอะไรก็ไม่จำเป็นต้องใช้”

เท่อยู่นะ

คำเตือนจากวัยรุ่น “รุ่นพี่”

“เรื่องเที่ยวนี่สำคัญมาก คือ ต้องแบ่งเวลาให้ถูก เวลาไปเที่ยว ก็เที่ยวให้มันมีสาระบ้าง พากันไปวัดบ้าง ชวนกันไปทำบุญบ้าง เคยมีครั้งหนึ่งครับ พวกผมพาเพื่อนไปเลี้ยงวันเกิดที่วัด ซื้อเค้กไปเป่ากัน แล้วก็ไปให้ขนมปังปลา ผมว่ามันโอเคละนะ สำหรับวัยอย่างผม”

ชอบอก ชอบใจ สินะ

เอ่อ…ฟังจนจบ บางทีชีวิตเรา ก็ไม่ต้องให้มันยุ่งยากมากนัก เหนื่อยเนอะ!!! พักบ้าง ไรบ้าง มันก็คือ “ชีวิต” เหมือนกัน

 

อินดี้มั้ยล่ะ?? ดาวคณะสุดชิค ‘ไหมแพร’ พูดไปยิ้มไป…ฟิน!

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/465828

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ย. 2557 05:35

 

“สวัสดี…แคมปัส” กลับมาพบกันอีกครั้งในวันศุกร์สุดสัปดาห์ โดยแคมปัสรับเชิญคราวนี้ เป็นสาวสวยสุดฮอต มีดีกรีเป็นดาวคณะ ของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถมเธอยังมีมุมมองชีวิตน่าสนใจเป็นอย่างมาก เรามาเริ่มรู้จักเธอกันดีกว่า

เซลฟี่ค่ะ เซลฟี่

เธอมีชื่อจริงว่า “ภัทรานิษฐ์ คำกำพุด” และมีชื่อเล่นสุดเก๋ว่า “ไหมแพร” อายุ 19 ปี เฟรชชี่แห่งรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านดินแดง เราไปเริ่มฟังเรื่องราวของเธอ และที่มาของชื่อเล่นสุดเก๋ จากเธอพร้อมๆ กัน

ใครจะรู้ว่าเธอชิคแค่ไหน

ทำไมต้อง “ไหมแพร” เธอตอบทันทีว่า…

“แม่ชอบ ถ้าแพรอย่างเดียว แม่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะมันจะซ้ำกับคนอื่น ส่วนพ่อก็บอกว่า แพรอย่างเดียวก็ไทยแล้ว หนูก็แม่ถามว่า ทำไมไม่แพรไหม แม่ก็ตอบว่า แม่ไม่ชอบ แม่ชอบอะไรที่มันไม่ซ้ำใคร”

อินดี้นะ…รู้ยัง

ตอนนี้ “ไหมแพร” เพิ่งเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการและการท่องเที่ยว โดยเธอบรรยายบรรยากาศเกี่ยวกับการเรียนให้ฟังว่า

“สนุกมาก หนูชอบมาก หนูอยากเรียนบริหารควบคู่กับท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะหนูอยากท่องเที่ยวไปด้วยในขณะเรียน และตอนนี้อาจารย์เริ่มสั่งงานแล้ว หนูก็ได้ไปโน่นไปนี่ และก็ได้เปิดโลกทัศน์ของหนูด้วย ถามว่าเรียนยากมั้ย ก็ยากเหมือนกันนะคะ แต่ ม.หอการค้า เค้าสอนบริหารดีมากอยู่แล้ว ถ้าหนูขยันอ่านหนังสือ มันก็คงไม่ยาก และก็จะคงแฮปปี้ไปกับมันด้วย”

สวยค่ะ ดาวคณะ

“ไหมแพร” เป็นคนโคราช (ขอสำเนียงโคราชแท้ๆ) ร่ำเรียนจบชั้น ม.6 จากโรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา แต่ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับอาที่กรุงเทพมหานคร โดยเธอบอกว่า นี่แหละ…จุดเปลี่ยนของชีวิต

“แม่ให้หนูมาอยู่กับอา เพราะบ้านอาอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย สำคัญคือ แม่ให้หนูมาฝึกระเบียบวินัยกับอาด้วย คืออาหนูจะระเบียบ และเนี้ยบมาก ซึ่งปกติหนูจะสบายๆ มาก ตื่นมาก็ไม่ค่อยพับผ้าห่ม ตอนนี้คนละเรื่องเลย อาจะเข้ามาตรวจที่ห้องตลอด หนูเลยชีวิตเปลี่ยนไป เพราะในอดีตนะ ถ้าวันไหนไม่ได้ไปเรียนนะ หนูจะเซอร์มาก เสื้อยืดกางเกงยีนส์ตลอด ร้องเท้าผ้าใบ ผมฟูๆ ที่เห็นสวยๆ หรือในงานประกวดต่างๆ หนูโดนจับแต่งตลอด เพราะหนูแต่งเองไม่เป็น แต่ตอนนี้…หนูกลายเป็นคนระเบียบไปแล้ว แม่ยังตกใจเลย”

เสยผมบ้างไรบ้าง

สาวอินดี้ เคยผ่านการประกวดเวทีเจมาร์ทสมาร์ททีน ปี 2013 ที่โคราช ตอนนี้เธอคว้ารางวัลที่ 1 มา แล้วก็ประกวดยูทีฟ เฟรชชี่ไอดอล ปีที่ 5 ก็ได้เข้ารอบ 15 คนสุดท้าย และก็มาประกวดดาวคณะของมหาวิทยาลัย ซึ่งเพิ่งได้รับตำแหน่งมาเมื่อ 2 เดือนก่อน และช่วงนี้เธอก็เริ่มมีงาน ถ่ายแบบ เดินแฟชั่น โชว์ตัว เข้ามาบ้าง ซึ่งอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่มีใครตอบได้ เราไปฟังเรื่องอนาคตเธอบ้าง

บางทีหนูก็สบายๆ

เมื่อเรียนจบ ไหมแพร ใฝ่ฝันว่าอยากจะทำงาน ??
“ตอนนี้ ไหมแพร ยังคิดไม่ออก ว่าจะไปทำงานอะไร อาชีพไหน เพราะหนูเป็นคนที่ชอบคิดนอกกรอบ ไม่ชอบทำตามคนอื่น คือหนูกลัวว่า จะทำตามเค้า แล้วไม่ได้ดีแบบเค้า ส่วนอาชีพในฝันหนู ก็คงเป็นเรื่องการแสดง เพราะหนูอยากมีรายได้ อยากมีค่าขนม ค่าใช้จ่ายมันเยอะ หนูก็ไม่อยากรบกวนพ่อแม่มากนัก อยากช่วยแบ่งเบาบ้าง ส่วนหลังเรียนจบ หนูก็อยากเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง”

เขิลนะบางครั้ง

ตัวตนที่แท้จริง ของสาวบริหารธุรกิจ
“จริงๆ หนูเป็นคนขี้อายมาก ที่หนูติสต์ๆ เพราะหนูอาย ครั้งหนึ่งเคยประกวดคัดลีดเดอร์ที่โรงเรียน ตอน ม.4 ทุกคนทุ่มเทกับหนูมาก ทั้งเพื่อน ทั้งอาจารย์ ทั้งคนฝึก ทุกอย่างซ้อมมาอย่างดี พอถึงเวลาแสดง หนูเห็นคนเยอะมาก ตื่นเต้นหนูเลยลืมท่าหมดเลย คือมันแบบ…ตื้อมาก คิดอะไรก็ไม่ออก จำท่าไม่ได้เลย ครั้งนั้นก็เลยไม่ได้รับคัดเลือก หนูกลับมาถามตัวเอง ทำไมขี้อายขนาดนี้ ขี้อายมากไปมั้ย ก็เลยพยายามเปลี่ยนตัวเอง ไปประกวดโน่นนี่ เพราะมันเป็นการฝึกให้ตัวเองกล้าแสดงออกไปในตัว ซึ่งตอนนี้ก็กล้าขึ้นมาบ้างแล้ว”

สู้ตายคะ

ไลฟ์สไตล์ประจำวันของ “ไหมแพร”
“เช้าเรียน เย็นไปซ้อมดาวคณะทุกวัน เพราะหนูต้องทำงานให้กับทางมหาวิทยาลัยด้วย โดยทุกวันจะต้องไปซ้อมจนถึง 2 ทุ่ม พอซ้อมเสร็จก็กลับบ้าน หนูก็อาบน้ำ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง แล้วแต่ จากนั้นก็เข้านอน เช้าตื่นมา ก็มาเรียนหนังสือตามปกติ วันไหนมีเวลาว่าง ก็ไปทำงานถ่ายแบบ ถ่ายหนังสือบ้าง แล้วแต่จะได้ทำงานอะไร ชีวิตก็จะเรียบง่ายแบบนี้ เรื่องไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ค่อยมีมากนัก อย่างที่บอกหนูติสต์ จะมีนานๆ ครั้ง บางทีหนูจะชอบไปเล่มเกม เต้นเพลงเกาหลีที่ห้างบ่อยๆ เพื่อผ่อนคลายบ้าง”

สวยสุดๆ

หนังสือสุดโปรด ของดาวคณะสุดชิค
“หนูชอบอ่านหนังสือที่คิดนอกกรอบ ส่วนเล่มที่ติดมากเลย คือ หนังสือ 361 องศา มันเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับมุมมองดีๆ ในชีวิต เนี่ยหนูชอบมาก คือเวลาอยู่กับเพื่อน เพื่อนๆ เค้าก็จะเล่นกัน คุยกัน ส่วนหนูก็นั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียว แบบโลกส่วนตัวหนูคนเดียวเลย”

สวยมากๆ

ถามเรื่องหัวใจกันบ้าง
“หนูติสต์ขนาดนี้ ใครจะมาจีบ แต่จริงๆ มันก็มีบ้าง แต่ส่วนตัวหนูเองเลย หนูคิดว่า หนูไม่โฟกัสเรื่องเหล่านั้นเท่าไหร่ รอเรียนจบก่อน เพราะวัยเรา มันควรคิดถึงพ่อแม่ที่เป็นห่วงเราที่สุด คิดถึงอนาคตดีกว่า พยายามเรียนให้มันได้ดี แม้เราจะไม่เก่งเรื่องการเรียนมาก แต่เราก็พยายามได้”

น่ารักดี

สุดท้าย สาวสวยอนาคตไกล ทิ้งท้ายว่า
“อดีตที่ผ่านมา ที่เราเคยทำผิดพลาด หนูจะปล่อยให้มันเป็นบทเรียน และเราก็ต้องทำปัจจุบัน และวันข้างหน้า ให้ดีกว่า เราก็ต้องก้าวๆ ไปเรื่อยๆ อย่าย่ำอยู่กับที่ จะเสียใจอะไรก็ให้มันผ่านพ้นไป มันต้องมีวันพรุ่งนี้เสมอ

ท่าทางไม่เบา

“สวัสดี…แคมปัส” มองว่า เธอคนนี้ เป็นสาวสวย ที่มีความคิดดี ใช้ชีวิตในแง่บวก ใครจะเลียนแบบไม่ว่ากัน ติดตามเธอได้ที่อินสตาแกรม @maiipair_ptn

ติดตามอ่าน “สวัสดี…แคมปัส” ย้อนหลังได้ ที่นี่

น่ารักมั้ยคะ

ชิวๆ

มุมนี้สวย

ธรรมชาติดี

จะพูดอะไรคะ

โก๊ะมั้ยโก๊ะ

ในชุดนักศึกษา

 

เปิดตัวดาวคณะบัญชี ‘น้องน่ารัก’ 1 ใน 24 เวทีนางสาวไทย!

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/464261

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ย. 2557 06:05

 

สวัสดีค่ะ…กราบงามๆ แทบอกแฟนๆ แคมปัสรับเชิญของคอลัมน์ประจำวันศุกร์แสนสุข “สวัสดี…แคมปัส” สัปดาห์นี้มีสาวสวยหน้าหวานมานำเสนอ เธอมีดีกรีดาวคณะพ่วงท้ายมา แถมพกพาความน่ารักเป็นกันเอง และความช่างพูดของเธอ ทำให้เธอสะดุดตา สะดุดใจ “สวัสดี…แคมปัส” เป็นอย่างมาก ไม่รอช้าเริ่มเปิดประวัติเธอกันเลย

น่ารัก สมชื่อ

นางสาวอุรชาภัทร เดชาเบญจานนท์ หรือ “น่ารัก” เด็กสาววัย 19 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 ของคณะบริหารธุรกิจ ในสาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ล่าสุด เธอเป็นผู้เข้าประกวดที่ผ่านการคัดเลือกในรอบ 24 คน ในเวทีการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2557 แถมเธอยังพ่วงท้ายดีกรีดาวคณะด้วยนะ

ยิ้มหวานเล็กน้อย

น่ารัก เริ่มเล่าเรื่องเรียนให้ฟังว่า
“เรียนสนุกมากค่ะ น้องน่ารักเรียนบัญชี ในคณะบริหารธุรกิจ คือคณะบริหารธุรกิจ จะเป็นคณะที่เรียบร้อยนิดนึงส์ และสาขาบัญชีก็เป็นสาขาที่เรียบร้อยที่สุดด้วย ส่วนตัวหนูก็เป็นเหมือนกันนะคะ เรียบร้อยบ้าง เพราะหนูเป็นดาวคณะบริหาร และอยู่ในสโมสรนักศึกษา เวลามีงานอะไร ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ไปทำอยู่ตลอด จึงต้องทำตัวให้เรียบร้อยไปด้วยปริยาธ”

บนเวทีแสดงความสามารถ

เมื่อต้องรับบทดาวคณะบริหารธุรกิจ
“หนูได้รับคัดเลือกให้เป็นดาวคณะ ของคณะบริหารธุรกิจเมื่อตอนปี 1 และได้มีโอกาสเข้าประกวดดาวมหาวิทยาลัยด้วย ตอนนั้นได้รองอันดับ 3 ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังทำหน้าที่ดาวคณะต่อไป”

อีกชุดหนึ่งที่ดูสดใสไม่แพ้กัน

ความใฝ่ฝันในเรื่องอาชีพ
“น่ารักอยากเป็นแอร์โฮสเตสมาก หนูว่า มันเป็นอาชีพที่น่าสนใจมาก คือได้ใช้ภาษา และก็ได้บิน ได้เดินทางไปประเทศต่างๆ ซึ่งมันเป็นงานบริการ มีโอกาสได้พูดคุยกับคนอื่น ซึ่งมันก็เป็นตัวของตัวเองด้วย แต่คือว่า น่ารักเรียนบัญชีมา ที่เลือกเรียนเพราะใจหนึ่ง ก็อยากเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี แต่ถ้ามีโอกาส หนูก็อาจจะไปเรียนอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ทำอาชีพในฝัน”

หน้าตาแบบไทยๆ

ส่วนอาชีพแห่งความจริง มันก็แตกต่างกันไป
“จริงๆ ณ ตอนนี้หนูเรียนบัญชีอยู่ เมื่อเรียนจบ ก็ต้องไปเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีให้ได้ ซึ่งคุณแม่หนูก็เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีเหมือนกัน และที่สำคัญ น่ารักชอบตัวเลขมากๆ ชอบตั้งแต่เด็กมา น่ารักชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์มากที่สุด หนูรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สนุกมาก หนูไม่เคยกลัวตัวเลขเลย และก็ได้เกรด 4 มาโดยตลอด เฉพาะวิชาเลขวิชาเดียวนะ แต่เกรดเฉลี่ยทั่วไปก็กลางๆ ค่ะ ได้เกรดประมาณ 3 กว่าๆ”

มาพร้อมกับความมั่นใจ

เธอเล่า ประสบการณ์การประกวดในเวทีต่างๆ ว่า
“น่ารักไม่เคยประกวดเวทีระดับประเทศมาก่อนเลย น่ารักเคยประกวดดาวคณะที่มหาวิทยาลัย และเวทีนางสงกรานต์ในจังหวัดสมุทรปราการมาแค่นั้นเอง แต่ครั้งนี้มีคนชักชวนมา เขาบอกว่า น่ารักหน้าตาไทยๆ น่าจะเหมาะกับเวทีนี้ให้ลองมาประกวดดู และพอได้เข้ามาก็ตื่นเต้นมาก เพราะคนอื่นๆ สวยกันมากๆ แต่น่ารักก็คิดว่า ทำให้เต็มที่ละกัน ไหนๆ ก็มาสมัครแล้ว และตอนนี้น่ารักดีใจและภูมิใจมากๆ ที่ได้เข้ารอบ 24 คนสุดท้ายแล้ว

แต่งแบบไทยๆ

ไลฟ์สไตล์สาวมหา’ลัย ก็ดูธรรมดา
“น่ารัก ก็เป็นนักศึกษาคนธรรมดาคนหนึ่ง ใช้ชีวิตปกติ เช้าตื่นมาไปเรียน เลิกเรียนมีไปเดินห้างบ้าง และก็กลับบ้าน ใช้ชีวิตทั่วไป”

อันนี้แหละ…ทีเด็ด คติพจน์สร้างกำลังใจ ในแบบฉบับของเธอ
“ทำวันนี้ให้เต็มที่ ถ้ามีโอกาส น่ารักก็จะคว้าโอกาสนั้นไว้ เพราะโอกาสไม่สามารถจะลอยมาหาน่ารักได้ง่ายๆ ถ้าตอนนี้น่ารักมีโอกาสอะไร น่ารักก็จะรีบทำ และถ้ามีอุปสรรค น่ารักจะพยายามคิดในแง่บวก ว่าอุปสรรคนั้น จะเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ให้น่ารักแก้ไขปัญหา และถ้ามีอุปสรรคแบบนี้เข้ามาอีกในชีวิต น่ารักก็จะรู้วิธีแก้ปัญหาต่อไปเรื่อยๆ”

ใครชื่นชอบเธอ ร่วมเชียร์ ร่วมติดตามเธอได้ที่เวทีการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2557.

 

พูดลิงหลับ!! ‘เนสท์ AF9’ เด็กสาวไม่หยุดฝัน…

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/463335

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2557 06:05

 

กลับมาพบกันอีกครั้งกับ “สวัสดี…แคมปัส” จากนี้เราย้ายมาอยู่หน้าไลฟ์สไตล์แล้วฮัพ ติดตามกันได้ที่นี่ http://www.thairath.co.th/life ส่วนสัปดาห์นี้เรามีแคมปัสรับเชิญเป็นสาวน้อยร่างเล็ก ดีกรีศิลปิน ที่พกพาความน่ารัก สดใสมาในชุดนักศึกษา ใครไม่เชื่อ!!! ติดตามอ่านด้านล่าง

ประวัติคร่าวๆ น้องเนสท์ หรือ “นิศาชล สิ่วไธสง” สาวเอเอฟ 9 คนขอนแก่น เกิดวันที่ 15 พ.ย. 2536 มีน้องชายหนึ่งคนที่ห่างจากเธอ 5 ปี เธอจบชั้น ม.6 มาจากโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ในสายศิลป์-ฝรั่งเศส

โพสต์ท่าท่ามกลางกระบองเพชร

เนสท์ เปิดเผยกับ “สวัสดี…แคมปัส” ถึงเรื่องเรียนว่า เธอกำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งตอนนี้ชั้นปีที่ 2 โดยเธอเลือกเรียนในสาขาวิทยุและโทรทัศน์ ของคณะนิเทศศาสตร์

“เรียนสนุกมากค่ะและงานเยอะมาก ตอนเรียนปี 1 เนสท์ว่างานเยอะแล้ว ปี 2 นี่เยอะกว่ามาก แถมต้องเข้าห้องอัดและเขียนสคริปต์ด้วย ซึ่งมันเป็นงานแอดวานซ์ของสาขา และเป็นงานส่งท้ายก่อนจะไปเลือกเรียนในสาขาเฉพาะ”

สวยๆ

พูดเรื่องเรียน สาวเนสท์เครื่องติดทันที ระบายความในใจออกมาถึงความยากในการเรียนว่า 

“ยากค่ะ ยกตัวอย่างวิชาหนึ่งนะค่ะ ในสาขาเนสท์เรียน มันเป็นโปรเจกต์หนึ่ง เขาจะให้นักศึกษาได้ทำงานเป็นกลุ่ม แต่ก่อนเนสท์เลือกเป็นดีเจ เพราะเนสท์มีเวลาเรียน แต่พอช่วงนี้เนสท์ติดถ่ายละคร ก็ไม่ค่อยมีเวลาไปมหาวิทยาลัย แล้วเขามีกฎว่า ห้ามคนที่เป็นดีเจแล้ว ไปเป็นซ้ำ เนสท์ก็เลยต้องเปลี่ยนหน้าที่มาเป็นคนสัมภาษณ์ ที่ต้องคิดสคริปต์ไปสัมภาษณ์ จัดสรรเวลาอีกต่างหาก แถมต้องเสนอให้ผ่านด้วยนะคะ ติดเอฟคนเดียว ทั้งกลุ่มก็ติดด้วย เนสท์ก็เลยใช้ไสยศาสตร์ช่วยเลยค่ะ ”

ฮ่าๆๆๆ ไสยสาสตร์ อยู่คู่คนไทยเสมอไม่เว้นแม้แต่เรื่องเรียนของสาวเนสท์ เธอเล่าถึงเรื่องเวลาให้เราฟัง หลังจากต้องร่ำเรียนอย่างหนักว่า

“ตอนนี้เนสท์มีเรื่องเรียน งานละคร งานวีเจช่องทรู แต่เนสท์ต้องแบ่งเวลาให้กับเรื่องเรียน 2 วัน ถึงแม้บางครั้งจะมีละครแทรกเข้ามา ก็ต้องไปต่อรองอาจารย์ ถ้าอันไหนไม่จำเป็น เนสท์จะไม่อยากขาดเรียน เพราะถ้าขาดบ่อยๆ แล้วได้คะแนนเรียนเท่าเพื่อนๆ ที่ไปเรียนทุกวัน เนสท์ว่ามันแปลกๆ ส่วนเรื่องละคร เนสท์ก็ขอคิวถ่ายวันพุธ ส่วนงานวีเจก็จะเป็นวันจันทร์ หรือวันที่ว่างแทน”

สุดยอด

นอกจากนี้ สาวเนสท์ต้องไปเรียนวิชาตีกอล์ฟด้วย เพราะเป็นวิชาเลือก ซึ่งเธอบอกว่าก็ต้องทุ่มเท มาพูดถึงผลงานละครบ้าง เนสท์บอกว่าสนุกมาก

“เนสท์มีละครซิทคอมเรื่องนัดเต็มบ้าน ที่ออนแอร์ทางช่อง 7 เนสท์เล่นเป็นคลิก สาวห้าวอายุ 15-16 ปี ชอบมากที่ได้ยุคเวลากลับไป เพราะตอนนี้หนูจะ 21 แล้ว และได้แต่งตัวน่ารักด้วย และมันก็คล้ายๆ กับตัวหนูบ้าง แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม แต่จะบอกว่า สนุกมาก”

เลิฟ เลิฟ

มาถึงการจัดรายการบ้าง เนสท์เล่าอย่างออกอรรถรสว่า

“รายการที่จัด เป็นรายการฮาๆ สนุกๆ ตามสไตล์หนูเลย แต่ก็ไม่ใช่รายการเพลงโดยเฉพาะ เป็นรายการสำหรับวัยรุ่น โดยเป้าหมายคนดู เป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา ที่ทำการบ้านเสร็จแล้วยังไม่ได้นอน ก็มาดูรายการเราก่อนนอน ในช่วงเวลา 21.00-22.00 น. ในวันจันทร์ถึงศุกร์ เนสท์ว่ารายการนี้สนุกมาก มันเป็นตัวของตัวเองที่สุด ฟรีสไตล์เลย และมันมีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดเวลา เพราะเป็นรายการสด”

กับตุ๊กตา

“สวัสดี…แคมปัส” ถามคำถามโดนใจ ระหว่าง เล่นละครกับจัดรายการ เนสท์ชอบอะไรที่สุด เธออธิบายว่า

“เล่าอย่างงี้ดีกว่า เนสท์จัดรายการวิทยุมาตั้งแต่เด็กๆ น่าจะ ม.2 ได้ เนื่องจากพ่อเนสท์มีสถานีวิทยุของตัวเอง เป็นสถานีเพลงลูกทุ่ง หนูก็เลยได้ไปจัดในส่วนของเพลงสตริงช่วยพ่อ เพราะจริงๆ เนสท์เป็นคนพูดเก่ง และก็พูดมาก อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ได้จัดรายการนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเนสท์เป็นนักร้อง ก็ยังคิดอยู่เลยว่ามาจัดรายการได้ยังไง น่าจะเป็นเรื่องพูดนี่แหล่ะ ส่วนเรื่องงานละคร เนสท์ก็คงเลือกไม่ได้ จริงๆ เนสท์อยากทำทุกอย่างให้ได้ คำว่า “ศิลปิน” มันน่าจะครบและหลากหลาย เพราะมันเป็นงานศิลปะ”

น่ารัก

สุดท้ายเนสท์ ฝากบอกไปยังแฟน “สวัสดี…แคมปัส” ถึงเรื่องการเรียนว่า

“เรื่องนี้เนสท์ให้ความสำคัญมาก เนสท์ไม่อยากให้ใครพูดว่า เห็นแก่งาน แต่ทิ้งการเรียน ซึ่งเนสท์คิดไว้เสมอ ว่าจะไม่ทิ้งการเรียนแน่นอน เพราะคิดว่า เราไม่รู้จะอยู่แบบนี้ได้นานแค่ไหน โอกาสเปิดรับเด็กใหม่ๆ เข้ามามีเยอะมาก เนสท์เองก็พัฒนาตัวเองเสมอ แต่สุดท้าย เนสท์คิดว่า ถ้าเนสท์ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เนสท์ก็ต้องมาอาชีพที่รับรอง”

ภาพจากเฟซบุ๊ก เนสท์ AF9 Fanpage

ภาพจากเฟซบุ๊ก เนสท์ AF9 Fanpage

ภาพจากเฟซบุ๊ก เนสท์ AF9 Fanpage

อยากเลียนแบบ อยากเป็นแบบเธอ ไม่ยากแค่ต้องทำตาม

เด็กสาวไม่หยุดฝัน “เนสท์ AF 9”

 

%d bloggers like this: