E-Update

All posts tagged E-Update

ตั้งเขตอนุรักษ์ละองละมั่งในลาว – E-update

Published กรกฎาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/276444

 

สิ่งแวดล้อม

ตั้งเขตอนุรักษ์ละองละมั่งในลาว – E-update

ข้อตกลงนี้นับเป็นข้อตกลงฉบับครั้งที่ 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2557–2559 ที่ร่วมกับทางการท้องถิ่น สร้างบริเวณเขตป่าอนุรักษ์ ติดตามดูแลการดำรงชีวิตของละอง ละมั่ง ผ่านใช้กล้องถ่ายภาพอัตโนมัติ

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2557 เวลา 0:00 น.

หลังจากมีความพยายามมา 10 ปี ล่าสุด องค์การอนุรักษ์ธรรมชาติ WWF ได้เซ็นความตกลงกับทางการแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าขึ้นในป่าเมืองซนบูลี เพื่ออนุรักษ์ละอง ละมั่ง ในป่าธรรมชาติ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์ป่าชนิดนี้ ซึ่งปัจจุบันใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว

ข้อตกลงนี้นับเป็นข้อตกลงฉบับครั้งที่ 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2557–2559 ที่ร่วมกับทางการท้องถิ่น สร้างบริเวณเขตป่าอนุรักษ์ ติดตามดูแลการดำรงชีวิตของละอง ละมั่ง ผ่านใช้กล้องถ่ายภาพอัตโนมัติ เพื่ออนุรักษ์และปกป้องป่า เพื่อเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ โดยเฉพาะละอง ละมั่ง รวมไปถึงการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้

ความพยายามอนุรักษ์ละองละมั่งในเขตป่าเมืองซนบูลี แขวงสะหวันนะเขต เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว แต่มีการเซ็นบันทึกความเข้าใจฉบับแรกในปี พ.ศ. 2551 ก่อนจะเซ็นสัญญาฉบับที่สองในช่วงปี พ.ศ. 2553 ตามรายงานของ WWF นอกจากจะพบละองละมั่งในป่าแขวงสะหวันนะเขตแล้ว ยังพบในป่า จ.พระวิหาร ของกัมพูชา ซึ่งเหลือจำนวนไม่มากนัก

ละองละมั่งเป็นสัตว์ท้องถิ่นเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ค้นพบโดยนายทหารชาวอังกฤษในป่าประเทศอินเดีย ต่อมาพบอีกในป่าทางภาคตะวันออกของพม่า และจัดเป็นพันธุ์พม่า ส่วนที่พบในไทย ลาว กัมพูชา เวียดนามและจีน เรียกเป็นพันธุ์สยาม

สำหรับละอง ละมั่ง ฝูงใหญ่ที่สุดที่อยู่นอกป่าธรรมชาติ อยู่ในสวนสัตว์ดุสิตของไทย และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีการจับมือจากหลายหน่วยงานเพื่อร่วมกันศึกษา ขยายพันธุ์ และนำละองละมั่งจำนวนหนึ่งคืนสู่เขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี.

โฆษณา

คืนพื้นที่สีเขียวให้จ.ระยอง – E – update

Published กรกฎาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/273087

 

สิ่งแวดล้อม

คืนพื้นที่สีเขียวให้จ.ระยอง – E – update

โลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน และปัญหาโลกร้อน กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ถูกนำมาพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา โดยยืนยันได้จากสถิติต่าง ๆ รวมถึงความรู้สึกและการรับรู้ของพวกเราเอง

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2557 เวลา 0:00 น.

โลกของเราร้อนขึ้นทุกวัน และปัญหาโลกร้อน กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ถูกนำมาพูดถึงกันอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา โดยยืนยันได้จากสถิติต่าง ๆ รวมถึงความรู้สึกและการรับรู้ของพวกเราเอง แต่สภาพอากาศที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อาจจะเด็ก ๆ ไปเลย เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้นักวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยว่าอีก 40 ปีข้างหน้า โลกจะเผชิญกับภาวะโลกร้อนเต็มรูปแบบ โดยอุณหภูมิอาจจะร้อนกว่านี้ 4-6 องศาเซลเซียส แทบไม่อยากคิดเลยว่าอากาศที่พุ่งไปถึงเกือบ 50 องศาเซลเซียส จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างไรบ้าง

จากภาวะโลกร้อนดังกล่าว บริษัท แอร์โรเฟลกซ์ จำกัด ร่วมกับนิคมสร้างตนเอง จ.ระยอง เทศบาลตำบลมะขามคู่, เครือข่ายป่าชุมชนเขาจอมแห และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง จึงจัดกิจกรรม “โครงการปลูกป่าถาวร” เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าตามธรรมชาติในพื้นที่ป่าชุมชน ที่มีสภาพเสื่อมโทรมตาม พระราชดำริ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โครงการนี้ทำต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว โดยได้รับความร่วมมือทั้งจากองค์กรภาครัฐ เอกชน ประชาชน และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยที่ผ่านมาสามารถคืนต้นไม้ให้กับผืนป่า จ.ระยอง แล้วกว่า 150 ไร่ แบ่งเป็นการปลูกใหม่กว่า 50 ไร่หรือคิดเป็นจำนวนต้นไม้กว่า 10,000 ต้น อาทิ สักสยามินทร์, สักทอง, มะค่าโมง, ยางนา, ตะเคียน, หว้า และมะขาม รวมไปถึงการดูแลต้นไม้ในพื้นที่ อีกกว่า 100 ไร่ เพื่อให้พื้นที่สงวนนิคมสร้าง

ตัวเองที่เสื่อมโทรมกว่า 4,600 ไร่ ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อให้ป่าบริเวณนี้เป็นต้นน้ำลำธารของจังหวัดระยองตลอดไป และล่าสุดในปีนี้ ได้นำคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กว่า 350 คน ร่วมกันปลูกป่าเพิ่มเติม

ป่าไม้ในประเทศไทยลดจำนวนลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติกรมป่าไม้ ได้ระบุว่า พื้นที่ป่าของประเทศไทยในช่วงปี 2556-2557 เหลือเพียง 102 ล้านไร่ (ไม่รวมสวนยางและสวนผลไม้) ลดลงไปถึง 5 ล้านไร่ เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อช่วงปี 2551-2556 หากไม่เริ่มตั้งแต่วันนี้ อีกไม่กี่ปี ประเทศไทยคงไม่มีป่าให้เห็น!!.

เมียนมาร์ให้จีนสร้างเขื่อนสาละวินบน – E-update

Published กรกฎาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/269820

 

สิ่งแวดล้อม

เมียนมาร์ให้จีนสร้างเขื่อนสาละวินบน – E-update

เขื่อนแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในประเทศเท่านั้น หากยังใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยบริษัทของทางการจีนได้สำรวจความเป็นไปได้ของโครงการเสร็จแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2557 เวลา 0:00 น.

มีรายงานข่าวว่า เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาร์ได้อนุญาตให้บริษัทที่เป็นเจ้าของเขื่อน Three Gorges Dam ของจีนเข้าสำรวจศึกษาเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสาละวินบน ในรัฐชาน

เขื่อนแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในประเทศเท่านั้น หากยังใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย โดยบริษัทของทางการจีนได้สำรวจความเป็นไปได้ของโครงการเสร็จแล้ว

ทั้งนี้ เขื่อนสาละวินบนจะสร้างกั้นลำน้ำงาวจันคา (Ngawchankha) และกำลังจัดทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเพื่อเสนอต่อรัฐบาล ขณะที่อีเลฟเว่นนิวส์ได้รายงานระบุว่า กระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าไม้ ได้เลือกบริษัท Snowy Mountain จากออสเตรเลีย ให้ดำเนินการศึกษาอีกทางหนึ่ง เพื่อนำรายละเอียดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อการสร้างเขื่อนเสนอต่อกระทรวง

สำหรับเขื่อน Three Gorges Dam เป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างผลกระทบมากที่สุด เพราะมีการอพยพราษฎรออกจากพื้นที่กว่า 1.2 ล้านคน น้ำท่วม 13 เมือง 140 อำเภอ กับ 1,350 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมหาศาล ซึ่งนักอนุรักษ์ธรรมชาติระบุว่าจะมีความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้นอีกในอนาคต

คงต้องฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้จับตาดูแต่เนิ่น ๆ ว่า เขื่อนแห่งนี้จะมีผลกระทบมาถึงไทยหรือไม่ อย่างไร.

อ่วม! เกาหลีใต้เสนอขึ้นราคาบุหรี่ – E-update

Published กรกฎาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/266401

 

สิ่งแวดล้อม

อ่วม! เกาหลีใต้เสนอขึ้นราคาบุหรี่ – E-update

นอกจากแผนปรับราคาบุหรี่แล้ว บริษัทผู้ผลิตจะต้องพิมพ์ภาพเตือนอันตรายบนซองบุหรี่ด้วย และจะไม่อนุญาตให้ร้านค้าปลีกติดป้ายโฆษณาบุหรี่อีกต่อไป โดยหวังว่ามาตรการต่อต้านที่กำหนดขึ้นนี้

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 เวลา 0:00 น.

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้เสนอปรับราคาบุหรี่ เพิ่มขึ้นอีก 80% วันนี้ เป้าหมายเพื่อลดจำนวนคนสูบบุหรี่ในประเทศ ซึ่งเกาหลีใต้ถือว่าเป็นประเทศที่มีประชากรชายสูบบุหรี่มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
รายงานระบุว่า นายมูน ฮยุงโป รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยข้อเสนอของรัฐบาลกำหนดให้ขึ้นราคาบุหรี่ 1 ซองจาก 2,500 วอน (ราว 78 บาท) เป็น 4,500 วอน (ราว 140 บาท) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปีหน้า และคาดว่าการปรับราคาบุหรี่ครั้งนี้จะช่วยให้จำนวนนักสูบลดลงถึงร้อยละ 34 และยังช่วยให้รัฐมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้นถึงปีละ 2.8 ล้านล้านวอน
ทั้งนี้ ประชากรชายในเกาหลีใต้สูบบุหรี่ถึงร้อยละ 44 ขณะเดียวกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้มีมาตรการหลายอย่างเพื่อโน้มน้าวให้คนเลิกเป็นสิงห์อมควัน รวมถึงการออกกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะด้วย
นายมูน ยังกล่าวอีกว่า นอกจากแผนปรับราคาบุหรี่แล้ว บริษัทผู้ผลิตจะต้องพิมพ์ภาพเตือนอันตรายบนซองบุหรี่ด้วย และจะไม่อนุญาตให้ร้านค้าปลีกติดป้ายโฆษณาบุหรี่อีกต่อไป โดยหวังว่ามาตรการต่อต้านที่กำหนดขึ้นนี้ จะช่วยให้พลเมืองเกาหลีใต้สูบบุหรี่น้อยลง และช่วยลดงบประมาณด้านการรักษาพยาบาล เพื่อดูแลสุขภาพประชากรด้วย สำหรับการขึ้นราคาบุหรี่ในครั้งนี้ยังต้องรอผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน ซึ่งรัฐบาลให้เหตุผลว่า ข้อเสนอขึ้นราคาบุหรี่ เพราะต้องการต่อต้านพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ที่นับวันจะมีมากขึ้นและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในชาติ
อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้สูบบุหรี่แห่งเกาหลีใต้ออกมาต่อต้านนโยบายนี้ โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลกำลังผลักภาระให้คนสูบบุหรี่จ่ายภาษีเพิ่มขึ้น เพื่อมาชดเชยรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่พุ่งสูงขึ้น
หลายมาตรการที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังจะเริ่ม แต่ไทยได้เริ่มไปแล้ว ทั้งการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ การใส่พิมพ์ภาพคำเตือนอันตรายบนซองบุหรี่ หรือการห้ามติดป้ายโฆษณาบุหรี่ แต่ถึงแม้จะมีหลากหลายมาตรการ และมีแนวโน้มผู้สูบบุหรี่จะลดจำนวนลง แต่ก็มีสัดส่วนลดลงน้อยมากอย่างน่าใจหาย ตราบใดที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องยังไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้!!.

เพาะกล้าเยาวชนหัวใจรักษ์ “ข้าว” – E – update

Published กรกฎาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/263130

 

สิ่งแวดล้อม

เพาะกล้าเยาวชนหัวใจรักษ์ “ข้าว” – E – update

ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งและศักยภาพในเรื่องของเกษตรกรรม และอีกเพียงปีเศษเราก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามการสร้างความรู้ความเข้าใจ

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2557 เวลา 0:00 น.

ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งและศักยภาพในเรื่องของเกษตรกรรม และอีกเพียงปีเศษเราก็จะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามการสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับประชาชน รวมทั้งการปลูกฝังให้เยาวชนไทยได้ตระหนักเห็นความสำคัญ ของการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง

โครงการ Smart Farmer Camp 2014 เป็นอีกความพยายามหนึ่งของบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เยาวชนไทยหันมาสนใจและเห็นคุณค่าของ “ข้าว” และ “ชาวนาไทย” โดยได้รับความรู้จากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ และบุคคลที่จะสร้างแรงบันดาลใจทั้งในเรื่องการเกษตรและการใช้ชีวิต โดยได้คัดเลือกเยาวชนระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศกว่า 100 คน มาเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้วิถีเกษตรแบบเจาะลึก ค้นพบมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับกระบวนการผลิต “ข้าวไทย” อันจะสอดคล้องกับวาระแห่งชาติในขณะนี้ ที่จะช่วยสร้างมุมมองว่าการทำเกษตรยุคใหม่ไม่ได้ยุ่งยาก และลำบากอย่างที่คิด ซึ่งในยุคปัจจุบันสามารถนำเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรกลการเกษตรเข้าไปช่วยทุ่นแรง เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างมูลค่า เพิ่มให้กับสินค้าได้

โดยเยาวชนทั้งหมดได้เรียนรู้ขั้นตอนและทักษะการเป็นเกษตรกรหรือชาวนา ณ “เพลินข้าวบ้าน” จังหวัดสุพรรณบุรี ที่เกิดจากการก่อตั้งกลุ่มโดยนางสาวณัฐวรรณ คำคล้าย หรือ “นกกบ” ด้วยแนวคิดที่อยากเปิดโอกาสให้คนเมืองได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกร การทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ โดยมีนายอเนก เพชรหลักคำ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ เพลินข้าวบ้านอู่ทอง มาร่วมถ่ายทอดกระบวนการปลูกและผลิตข้าวอินทรีย์ อธิบายเกี่ยวกับกระบวนการดำนา ฝัดข้าว สีข้าวรวมถึงเทคนิควิธีการบรรจุข้าวถุงแก่เยาวชน นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปข้าวให้เป็นสินค้าต่างๆ เช่น สบู่ ไอศกรีมจากข้าว เป็นต้น

นอกจากความรู้ด้านทฤษฏี เยาวชนยังได้ได้ลงมือปฏิบัติจริง ทั้งขั้นตอนการทำนาแบบดั้งเดิมตั้งแต่ต้นน้ำ ทำให้ทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องข้าว และรู้สึกหวงแหนอาชีพเกษตรกรรมของไทยมากขึ้น

เด็กไทยเสี่ยงติดโรคในห้องน้ำ – E-update

Published กรกฎาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/article/259856

สิ่งแวดล้อม

เด็กไทยเสี่ยงติดโรคในห้องน้ำ – E-update

สำหรับประเทศไทย เด็ก ๆ ในหลายครอบครัวอาจมีปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตจากการกลั้นการขับถ่ายตลอดทั้งวันขณะอยู่ที่โรงเรียน สาเหตุเพราะห้องน้ำโรงเรียนไม่อยู่ในสภาพที่ดีพอจะใช้งานได้

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 เวลา 0:00 น.

ภัยร้ายในห้องน้ำที่ปราศจากอนามัยที่ดี อันตรายกว่าที่คิดเพราะอุดมไปด้วยเชื้อโรคต่าง ๆ

องค์การยูนิเซฟ ระบุว่า ผู้คนจำนวนกว่า 2,500 ล้านคนหรือมากถึงร้อยละ 37 ของประชากรทั้งโลก ไม่มีห้องน้ำสะอาดไว้ใช้ได้ และทุก ๆ วันจะมีเด็ก 1,800 คนที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ติดเชื้อในลำไส้ ทำให้มีอาการท้องร่วงรุนแรง โดยสาเหตุมาจากการใช้ห้องน้ำทรุดโทรมปราศจากอนามัย ซึ่งที่อยู่อาศัยของเชื้อโรคและเป็นจุดรวมการแพร่กระจายของโรคติดต่อเกี่ยวกับลำไส้ อาทิ โรคอุจจาระร่วงจากเชื้อโคลิฟอร์ม โรคมือเท้าปาก จากเชื้อเอนเตอโรไวรัส 71 เด็ก ๆ จึงมีความเสี่ยงต่อการติดโรคเมื่อใช้ห้องน้ำไม่สะอาดเต็มไปด้วยเชื้อโรค

สำหรับประเทศไทย เด็ก ๆ ในหลายครอบครัวอาจมีปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตจากการกลั้นการขับถ่ายตลอดทั้งวันขณะอยู่ที่โรงเรียน สาเหตุเพราะห้องน้ำโรงเรียนไม่อยู่ในสภาพที่ดีพอจะใช้งานได้ โดยเฉพาะห้องน้ำโรงเรียนที่ห่างไกลในต่างจังหวัดซึ่งยังมีความขาดแคลน หลายแห่งห้องน้ำมีสภาพเก่า ชำรุดทรุดโทรม ไม่เหมาะกับการใช้งาน นางมัลลิกา อิทธิสกุลชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดภาคพื้นอินโดจีน บริษัท เอส.ซี. ยอห์นสัน แอนด์ ซัน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ เป็ด มิสเตอร์มัสเซิล จึงได้จัดทำโครงการ “รวมพลังทำดี เพื่อสุขอนามัยที่ดีของ น้อง ๆ” เพื่อร่วมกันรณรงค์ทำให้พื้นที่เล็ก ๆ ในห้องน้ำเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ๆ

นางพิมพ์พรรณ จันทร์แก้ว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การล้างทำความสะอาดห้องน้ำสม่ำเสมอจะทำให้ห้องน้ำเป็นพื้นที่ปลอดภัยและปลอดโรคติดต่อสำหรับเด็ก ๆ ได้ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรฐานห้องน้ำ ห้องส้วมตามหลักสุขาภิบาลเพื่อส่งเสริมสุขลักษณะและอนามัยที่ดีสำหรับผู้ใช้ หรือที่เรียกว่ามาตรฐาน HAS ไว้ 3 เรื่องสำคัญคือ 1) ความสะอาด ห้องน้ำและสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะต้องสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น มีน้ำสะอาดเพื่อการชำระล้าง มีสบู่ล้างมือและกระดาษชำระเพียงพอ การเก็บกักหรือบำบัดสิ่งปฏิกูลถูกต้องและมีสภาพแวดล้อมสวยงาม ซึ่งจะมีผลดีทั้งร่างกาย และจิตใจของผู้ใช้ 2) เพียงพอ สถานที่นั้นควรมีจำนวนห้องน้ำที่เพียงพอกับความต้องการของ ผู้ใช้และต้องพร้อมใช้งานได้ทันทีเมื่อเปิดให้บริการ และ 3) ปลอดภัย ผู้ใช้จะต้องปลอดภัยขณะใช้ห้องน้ำ.

ไทยเสี่ยงเจอมาลาเรียดื้อยา – E – update

Published สิงหาคม 9, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 3 สิงหาคม 2557 เวลา 00:00 น.

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เชื้อมาลาเรียที่ดื้อต่อการรักษาเริ่มแพร่ระบาดหนักแถบพื้นที่ชายแดนของ 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลจากการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดผู้ป่วยมาลาเรีย 1,241 คน พบว่า เชื้อที่ดื้อต่อยาที่ใช้รักษาเดิมได้แพร่ระบาดตามแนวชายแดนด้านตะวันตกและเหนือของกัมพูชา ชายแดนตะวันออกของพม่า รวมถึงเวียดนามและไทยด้วย แต่ไม่พบแนวโน้มการดื้อยาในตัวอย่างเลือดที่เก็บจากผู้ป่วยใน 3 ประเทศแอฟริกา ได้แก่ เคนยา ไนจีเรีย และคองโก

ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า อาร์ทิมิซินินยาที่ใช้รักษาในปัจจุบันเริ่มจะด้อยประสิทธิภาพในการรักษาโรคมาลาเรีย ซึ่งแพร่ระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหากเป็นจริงก็จะถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบครึ่งศตวรรษที่เชื้อมาลาเรียสามารถพัฒนาตัวเองจนสามารถต่อต้านยาที่มนุษย์ผลิตขึ้น

โดยในช่วงค.ศ.1950 – 1970 เชื้อมาลาเรียดื้อยาคลอโรควิน ได้แพร่จากเอเชียไปแอฟริกา จากนั้นได้มีการคิดและผลิตยาตัวใหม่ ซัลฟาด็อกซิน-ไพรีเมธามีน มาใช้แทน แต่ก็มีการดื้อยาอีกครั้ง ก่อนจะมีการพัฒนาที่สกัดจากสมุนไพรจีน ชิงเห่าซู่ เป็นอาร์ทิมิซินิน ที่ใช้ในปัจจุบัน

นิโคลัส ไวท์ อาจารย์ด้านเวชศาสตร์เขตร้อนจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า วิธีควบคุมการแพร่ระบาดของมาลาเรียแบบดั้งเดิมไม่อาจเพียงพอแน่ คงต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาด และให้ความสำคัญกับโรคนี้

ด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้แพทย์ใช้อาร์ทิมิซินินร่วมกับการรักษารูปแบบอื่นๆ ในกรณีผู้ติดเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ Plasmodium falciparum ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่รุนแรง ทั้งนี้ หากการรักษาขาดตอน หรือเชื้อยังไม่ถูกกำจัดจนหมด เชื้อที่อยุ่ในร่างกายผู้ป่วยจะสามารถกลายพันธุ์และดื้อยาได้

ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สร้างเขื่อนแม่น้ำโขงในลาว – E-update

Published สิงหาคม 9, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 20 กรกฎาคม 2557 เวลา 00:00 น.

766754 766753

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลลาวยังคงเดินหน้าเขื่อนไซยะบุรี ในลุ่มน้ำโขง แม้จะมีเสียงคัดค้านจากเวียดนาม กัมพูชา และนักเคลื่อนไหวต่าว ๆ ที่ระบุว่า อาจส่งผลกระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ของชาวประมง และเกษตรกร รวมไปถึงการสร้างเขื่อนดอนสะโฮง

อย่างไรก็ตาม การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่จากไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เห็นชอบร่วมกัน ในการให้คำปรึกษาสำหรับการดำเนินการศึกษาประเมินด้านสิ่งแวดล้อมก่อนลงมือก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการวางแผน โดยรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาว ระบุว่า การก่อสร้างจะยังไม่เริ่มต้นขึ้นในช่วงระหว่างกระบวนการให้คำปรึกษาช่วง 6 เดือนนี้ ซึ่งความเห็นชอบในข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นเรื่องน่ายินดีในแง่ของการบริหารจัดการน้ำโดยรวมในลุ่มแม่น้ำโขง รวมไปถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น

โครงการเขื่อนของลาว สร้างความวิตกเกี่ยวกับการรบกวนการอพยพของปลา รวมทั้งความเป็นอยู่ของชาวประมงหลายแสนคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ลาวระบุว่า ลาวกำลังจัดการกับปัญหาข้อวิตกเหล่านั้น

สำหรับเขื่อนดอนสะโฮง เป็นเขื่อนไฟฟ้าแห่งที่ 2 จากทั้งหมด 11 แห่ง ที่วางแผนสร้างบนแม่น้ำโขงสายหลัก จะผลิตไฟฟ้าได้ 260 เมกะวัตต์ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่จะส่งไปยังไทยและกัมพูชา เทียบกับเขื่อนไซยะบุรี ที่ผลิตไฟฟ้าได้ 1,260 เมกะวัตต์ ปัจจุบัน เขื่อนไซยะบุรี ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 40%

โครงการก่อสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง หากไม่ศึกษาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ดี ก็จะส่งผลถึงประเทศไทยด้วย เพราะแม่น้ำโขงก็ถือเป็นแม่น้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงลมหายใจของคนไทย.

เยาวชนปกป้องป่าไผ่ – E – update

Published กรกฎาคม 14, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 6 กรกฎาคม 2557 เวลา 00:00 น.

ป่าไผ่ใกล้ชุมชนหมู่บ้านซำผักหนาม หมู่ที่ 11 ต.นาหนองทุ่ม อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ถูกชาวบ้านในหลายพื้นที่เข้ามาขุดหน่อไม้ไปขายปีละหลายร้อยตันและขุดรากไผ่จนเกิดวิกฤติของป่าลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ

กลุ่มเยาวชน ป่า น้ำ ซำ ซึ่งเป็นการรวมตัวของเยาวชนในบ้านซำผักหนามร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติจึงถือกำเนิดขึ้น และมีการถ่ายทอดแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติมาแล้ว 2 รุ่น และเกิดเป็น โครงการศึกษาเรียนรู้ อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไผ่ของชุมชน ภายใต้โครงการปลูกใจรักษ์โลกปี 2 ดำเนินงานโดยมูลนิธิกองทุนไทย สนับสนุนโดยมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นมาเพื่อศึกษาเรียนรู้ไผ่ในชุมชนพร้อมจัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์การใช้สอยจากคนในและนอกหมู่บ้าน ว่ามีปริมาณเท่าไรในแต่ ละปีเพื่อนำข้อมูลนี้ไปมอบให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องอาทิ อุทยานฯ ผู้ใหญ่บ้าน ได้มีข้อมูลในการดำเนินการวางแผนและจัดระเบียบการใช้ไผ่ในลำดับต่อไป

นอกจากกิจกรรมการอนุรักษ์ป่าไผ่แล้ว กลุ่มเยาวชน ป่า น้ำ ซำ  ยังต้องเร่งค้นหา “แกนนำรุ่นสาม” ควบคู่กันไปด้วย เพื่อมาช่วยสานต่องานของชุมชนให้มีความต่อเนื่องและเข้มแข็ง เนื่องจากเยาวชนรุ่นสองมีภารกิจต้องไปศึกษาต่อ เยาวชนรุ่นที่ 2 จึงชักชวนเด็กและเยาวชนในชุมชน อายุ10-18 ปี เกือบ 20 คน ที่ยังไม่เข้าร่วมกลุ่มมาทำกิจกรรมร่วมกันที่ลานอเนกประสงค์ของโรงเรียนบ้านซำผักหนาม เพื่อปลูกจิตสำนึก และชี้ให้เห็นความสำคัญของ  การอนุรักษ์ป่าไผ่ เป้าหมายเพื่อให้เป็นแหล่งธรรมชาติควบคู่ชุมชนตลอดไป.

WWF เผยสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ถูกคุกคาม – E – update

Published กรกฎาคม 2, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 22 มิถุนายน 2557 เวลา 00:00 น.

เอเอฟพีได้อ้างรายงานฉบับใหม่ของ กองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) โดยระบุว่า นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยถึงสิ่งมีชีวิตใหม่ 367 ชนิด ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง แต่เนื่องจากขาดการพัฒนาที่ยั่งยืน การคุกคามสัตว์ป่าและไม้หายาก ทำให้สิ่งมีชีวิตที่พบใหม่ทั้งหมดมีแนวโน้มที่จะถูกคุกคาม

การบันทึกสิ่งมีชีวิตที่ค้นพบ ถูกบันทึกไว้ระหว่างปี 2555– 2556 โดยมีสิ่งมีชีวิต 367 ชนิด ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม ลาว และไทย รวมไปถึงมณฑลหนึ่งทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน สิ่งที่ค้นพบส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์พืช รวมไปถึง ปลา 24 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 21 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 28 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด และนก 1 ชนิด โทมัส เกรย์ ผู้เชี่ยวชาญของ WWF กล่าวว่า หนึ่งในสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่ค้นพบ เช่น กระรอกบินยักษ์ ได้ถูกพบอยู่ในตลาดค้าเนื้อสัตว์ป่าในลาว ซึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสัดส่วนการคุกคามสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่บนบกสูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ บนโลก ซึ่งย้ำให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตหลายชนิดกำลังเผชิญกับการถูกคุกคาม

รายงานของ กองทุนสัตว์ป่าโลก ยังระบุอีกว่า การค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายมีมูลค่าอย่างต่ำ 16,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากการค้าเพื่อการบริโภค และความต้องการในตลาดโลกที่ชอบสินค้าหรูหราจากสัตว์ป่า ถือเป็นอีกหนึ่งภัยคุกคาม  ต่อความหลากหลายทางชีวภาพในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ทั้งนี้กองทุนสัตว์ป่าโลก ยังระบุว่า ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่ถูกคุกคามมากที่สุด ในโลก.

%d bloggers like this: