2551(2008)

All posts tagged 2551(2008)

การสังเคราะห์สารคล้ายฮอร์โมน-เซสควิเทอร์พีนอยด์ และไอโคซานอยด์จากเนื้อเยื่อแม่เพรียงทราย (Perinereis sp.)

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011084&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ปิยนุช นุชบุญช่วย; ส่งศรี มหาสวัสดิ์; เรืองวิชญ์ ยุ้นพันธุ์; ประไพพิศ สุปรารภ; อรพร หมื่นพล
ชื่อเรื่อง: การสังเคราะห์สารคล้ายฮอร์โมน-เซสควิเทอร์พีนอยด์ และไอโคซานอยด์จากเนื้อเยื่อแม่เพรียงทราย (Perinereis sp.)
Article title: Biosynthesis of sesquiterpenoids and eicosanoids in tissues of sandworm (Perinereis sp.)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 2-10
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L50-Animal physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PERINEREIS SPP; ANIMAL TISSUES; SESQUITERPENOIDS; EICOSANOIDS; BIOSYNTHESIS
อรรถาภิธาน-ไทย: PERINEREIS SPP; เนื้อเยื่อสัตว์; เซสควิเทอร์ปีนอยด์; ไอโคซานอยด์; ชีวสังเคราะห์
ดรรชนี-อังกฤษ: METHYL FARNESOATE; METHYL TRANSFERASE
ดรรชนี-ไทย: แม่เพรียงทราย; เนื้อเยื่อ; แมนดิเบิล; สารคล้ายฮอร์โมน; เซสควิเทอร์พีนอยด์; ไอโคซานอยด์; การสังเคราะห์
บทคัดย่อ: ศึกษาการสังเคราะห์ฮอร์โมน sesquiterpenoids และ eicosanoids จากเนื้อเยื่อรอบแมนดิเบิลของแม่เพรียงทรายด้วยเทคนิค radiochemical assay โดยบ่มเนื้อเยื่อรอบแมนดิเบิลกับสารตั้งต้น farnesoic acid ที่ติดฉลากรังสีทริเทียม L-(methyl-3H)methionine ที่ระยะเวลา 3, 6, 9 และ 12 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับสมอง และกล้ามเนื้อ พบว่าได้สาร sesquiterpenoids และ eicosanoids สูงสุด (1903.83+-464.2 dpm) เมื่อบ่มเนื้อเยื่อรอบแมนดิเบิลนาน 12 ชั่วโมง จากนั้นจึงจำแนกชนิดของสารผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีการ TLC, HPLC, GC และ GC/MS ตามลำดับ พบว่าเมื่อวิเคราะห์ด้วย TLC สารผลิตภัณฑ์มีค่า Rf ตรงกับสารมาตรฐาน methyl farnesoate แต่เมื่อวิเคราะห์ด้วย HPLC และ LSC กลับมีค่า retention time ใกล้เคียงกับ arachidonic acid methyl ester และ eicosatrienoic acid methyl ester จึงเปลี่ยนสารตั้งต้นในการบ่มจาก farnesoic acid เป็น arachidonic acid และพบว่าสารตั้งต้น arachidonic acid ให้ปริมาณการแผ่รังสีสูงกว่า (3322.0+-1362.1 dpm) ต่อมาเมื่อทำการจำแนกชนิดและหาโครงสร้างของสารสกัดตัวอย่างด้วย mass spectrometry พบว่าเนื้อเยื่อรอบแมนดิเบิลของแม่เพรียงทรายสามารถสังเคราะห์สารได้หลายตัว ในลำดับ 1 และ 2 เป็น unidentified fatty acids ที่มีคาร์บอน 16 ถึง 22 ตัว โดยพบฮอร์โมน methyl farnesoate เป็นลำดับที่ 3 การศึกษาการสังเคราะห์ฮอร์โมน sesquiterpenoids และ eicosanoids จากการศึกษา activity ของเอ็นไซม์ methyl transferase พบการกระจายตัวของเอ็นไซม์นี้ในหลายอวัยวะ เช่น เนื้อเยื่อรอบแมนดิเบิล สมอง คอหอย และกล้ามเนื้อ โดยที่เนื้อเยื่อรอบแมนดิเบิลแม่เพรียง ยังคงเป็นอวัยวะที่มี activity ของ methyl transferase สูงสุด
หมายเลข: 011084 KC4604001
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

04 p39

Advertisements

โครงสร้างสังคมของปลาฉลามหลังหนาม (Squalus mitsukurii Jordan and Snyder, 1903): กรณีศึกษาจากผลจับโดยเบ็ดราวหน้าดินแนวตั้งบริเวณไหล่ทวีปอันดามัน

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011161&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ธนิษฐา ทรรพนันทน์ ใจดี; เริงชัย สุจิตโตสกุล; ไพโรจน์ หน่ายมี; พิทักษ์ ใจดี
ชื่อเรื่อง: โครงสร้างสังคมของปลาฉลามหลังหนาม (Squalus mitsukurii Jordan and Snyder, 1903): กรณีศึกษาจากผลจับโดยเบ็ดราวหน้าดินแนวตั้งบริเวณไหล่ทวีปอันดามัน
Article title: Social structure of shortspine spurdog (Squalus mitsukurii Jordan and Snyder, 1903): Case study from catch of bottom vertical longline operation along continental shelf of the Andaman Sea
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 308-318
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: M11-Fisheries production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SQUALUS MITSUKURII; FISHING METHODS; FISHING GEAR; POPULATION STRUCTURE; SEX RATIO; ANDAMAN AND NICOBAR ISLANDS
อรรถาภิธาน-ไทย: SQUALUS MITSUKURII; วิธีทำการประมง; เครื่องมือทำการประมง; โครงสร้างประชากร; อัตราส่วนทางเพศ; อันดามันและหมู่เกาะนิโคบาร์
ดรรชนี-อังกฤษ: SQUALUS MITSUKURII
ดรรชนี-ไทย: ปลาฉลามหลังหนาม; การจับปลา; เบ็ดราวหน้าดิน; โครงสร้างสังคม; อัตราส่วนเพศ; ทะเลอันดามัน
บทคัดย่อ: การศึกษาครั้งนี้ ใช้เรือสำรวจ MV. SEAFDEC 2 ในการสำรวจเที่ยวเรือที่ 24-2/2007 ระหว่างวันที่ 15-31 มีนาคม 2550 ในบริเวณไหล่ทวีปเขตเศรษฐกิจจำเพาะของทะเลฝั่งทะเลอันดามัน โดยใช้เครื่องมือเบ็ดราวหน้าดินแนวตั้งรูปตัว เจ และรูปวงกลม วางสลับกันแบบสุ่ม มีจุดสำรวจทั้งสิ้น 20 สถานี ผลการศึกษาพบว่า ผลจับรวมของปลาฉลามหลังหนาม (Squalus mitsukurii Jordan and Snyder, 1903) คิดเป็น ร้อยละ 33.09 โดย น้ำหนักขององค์ประกอบผลจับสัตว์น้ำทั้งหมด และมีผลจับต่ออัตราการลงแรงของปลาฉลามหลังหนามเท่ากับ 2.35 กิโลกรัม ต่อ 100 เบ็ด ความผันแปรของผลจับไม่มีสหสัมพันธ์กับระดับความลึกน้ำ (100-200 เมตร) และอุณหภูมิพื้นทะเล อย่างไรก็ตามไม่สามารถจับปลาฉลามหลังหนามได้ในสถานีที่ระดับความลึกต่ำกว่า 90 เมตร โครงสร้างสังคมของปลาฉลามหลังหนามประกอบด้วยปลาฉลามเพศเมีย มากกว่าปลาฉลามเพศผู้อย่างมีนัยสำคัญ
หมายเลข: 011161 KC4604034
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การใช้สาหร่ายขาว Schizochytrium limacinum ในการอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei, Boone) และผลที่มีต่อความทนทานต่อความเครียดและความต้านทานโรค

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011246&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ทรงทรัพย์ อรุณกมล; นนทวิทย์ อารีย์ชน; วิเชียร ยงมานิตชัย; สาวิตรี ลิ่มทอง; เดือนรัตน์ ชลอุดมกุล
ชื่อเรื่อง: การใช้สาหร่ายขาว Schizochytrium limacinum ในการอนุบาลลูกกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei, Boone) และผลที่มีต่อความทนทานต่อความเครียดและความต้านทานโรค
Article title: Application of microalgae Schizochytrium limacinum for the nursing of Pacific white shrimp (Litopenaeus vannamei, Boone) larva and its effects on stress tolerance and disease resistance
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 138-146
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: Q55-Feed additives
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS VANNAMEI; ALGAE; FEEDS; SUPPLEMENTS; AQUACULTURE; STRESS; TOLERANCE; DISEASE RESISTANCE; GROWTH; SURVIVAL
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS VANNAMEI; สาหร่าย; อาหารสัตว์; สารเสริม; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; ความเครียด; ความทนทาน; ความต้านทานโรค; การเติบโต; การอยู่รอด
ดรรชนี-อังกฤษ: LITOPENAEUS VANNAMEI; SCHIZOCHYTRIUM LIMACINUM; CHAETOCEROS
ดรรชนี-ไทย: กุ้งขาวแวนนาไม; สาหร่ายขาว; คีโตเซอรอส; อาหารสัตว์; การทดแทน; การเสริม; การอนุบาล; การเพาะเลี้ยง; ความทนทานต่อความเครียด; ความต้านทานโรค; การเจริญเติบโต; การรอดตาย
บทคัดย่อ: พบว่าที่ระยะไมซิส 1 ชุดการทดลองที่อนุบาลด้วยคีโตเซอรอส 100 เปอร์เซ็นต์ เสริมด้วยสาหร่ายขาว 25 เปอร์เซ็นต์ มีอัตรารอดสูงสุดที่ 89.81+-0.69 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) และที่ระยะโพสต์ลาวา 1 ชุดการทดลองที่ให้คีโตเซอรอส 50 เปอร์เซ็นต์ และสาหร่ายขาว 50 เปอร์เซ็นต์ มีอัตรารอดสูงสุดคือ 67.31+-1.10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) แต่ที่ระยะโพสต์ลาวา 15 ไม่พบความแตกต่างทางสถิติของอัตรารอด (P มากกว่า 0.05) การเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตพบว่าไม่มีความแตกต่างทางสถิติระหว่างทุกชุดทดลองและชุดควบคุมในด้านความยาวของลูกกุ้งในระยะโพสต์ลาวา 1, 7, และ 15 และน้ำหนักของลูกกุ้งระยะโพสต์ลาวา 15 (P มากกว่า 0.05) การทดสอบความทนทานต่อความเครียดโดยการแช่ฟอร์มาลิน 200 ppm นาน 24 ชั่วโมง พบว่าชุดการทดลองที่ได้รับคีโตเซอรอส 100 เปอร์เซ็นต์ เสริมสาหร่ายขาว 25 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการตายสะสมต่ำที่สุดคือ 63.22+-15.16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) การลดความเค็มจาก 30 พีพีที เหลือ 5 พีพีที พบว่าชุดการทดลองที่ให้คีโตเซอรอส 75 เปอร์เซ็นต์ และสาหร่ายขาว 25 เปอร์เซ็นต์ มีอัตราการตายสะสมต่ำที่สุดคือ 24.33+-5.86 เปอร์เซ็นต์ และต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P น้อยกว่า 0.05) ความต้านทานต่อเชื้อ Vibrio harveyi ไม่พบความแตกต่างของอัตราการตายสะสมตลอดช่วงการทดลอง (P มากกว่า 0.05) การทดลองนี้แสดงถึงศักยภาพของการใช้สาหร่ายขาว Schizochytrium limacinum ในการอนุบาลลูกกุ้งทะเลในลักษณะการทดแทนหรือการเสริมคีโตเซอรอสบางส่วน
หมายเลข: 011246 KC4604015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

การเปรียบเทียบกลิ่นและกลิ่นรสระหว่างปูนิ่มสุกและปูนิ่มอบแห้ง

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011201&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พิเชษฐ์ น่วมทนงค์; สุมิตรา บุญบำรุง; จุฑา มุกดาสนิท
ชื่อเรื่อง: การเปรียบเทียบกลิ่นและกลิ่นรสระหว่างปูนิ่มสุกและปูนิ่มอบแห้ง
Article title: Comparison of aroma and flavor between cooked and dried soft shell crab
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 525-534
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: Q04-Food composition
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CRABS; FOODS; DRIED PRODUCTS; SMELL; FLAVOUR; QUALITY
อรรถาภิธาน-ไทย: ปู; อาหาร; ผลิตภัณฑ์อาหารแห้ง; กลิ่น; กลิ่นรส; คุณภาพ
ดรรชนี-อังกฤษ: COOKED SOFT SHELL CRAB; DRIED SOFT SHELL CRAB
ดรรชนี-ไทย: ปูนิ่มสุก; ปูนิ่มอบแห้ง; คุณภาพทางประสาทสัมผัส; กลิ่น; กลิ่นรส; กลิ่นหืน; สารระเหย
บทคัดย่อ: การประเมินทางประสาทสัมผัสของปูนิ่มสุก และปูนิ่มอบแห้งพบว่า ความเข้มของกลิ่นคล้ายปลาหมึกแห้งและกลิ่นทะเลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (P น้อยกว่า 0.01) ในขณะที่ความเข้มของกลิ่นปู กลิ่นหวาน และกลิ่นรสของปู ลดลง (P น้อยกว่า 0.01) สารระเหยในปูนิ่มสุก และปูนิ่มอบแห้งถูกสกัดและวิเคราะห์ด้วยเครื่อง gas chromatography/mass spectrometry สารให้กลิ่นที่ตรวจสอบด้วยวิธี odor unit (U sub(o)) สารระเหยที่ให้กลิ่นของปูนิ่มสุก และปูนิ่มอบแห้งที่พิจารณาโดยใช้ค่า odor unit (U sub(o)) พบว่าประกอบด้วย 3-methylbutanal, 2-methylbutanal, 2-acetylthiazole, styrene และ benzeneacetaldehyde นอกจากนี้สาร methional, 2,3-butanedione, 4-heptenal, 2-octenal, 1-octen-3-ol และ 2,4-decadienal คือสารให้กลิ่นในปูนิ่มอบแห้งเท่านั้น ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าความแตกต่างของสารประกอบให้กลิ่น และค่า U sub(o) เป็นสาเหตุของความแตกต่างด้านกลิ่นในตัวอย่างทั้งสอง
หมายเลข: 011201 KC4604057
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ความสามารถในการจับกินลูกปลาและประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของปลาดุกยักษ์

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011200&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สำเนาว์ เสาวกูล; หทัยรัตน์ เสาวกูล
ชื่อเรื่อง: ความสามารถในการจับกินลูกปลาและประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของปลาดุกยักษ์
Article title: Abilities to catch fish prey and digestion rates in African walking catfish (Clarias gariepinus)
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 515-524
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L51-Animal physiology – Nutrition
หมวดรอง: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS GARIEPINUS; FISH LARVAE; FEED INTAKE; DIGESTION; EFFICIENCY
อรรถาภิธาน-ไทย: CLARIAS GARIEPINUS; ลูกปลา; การได้รับอาหารของสัตว์; การย่อยอาหาร; ประสิทธิภาพ
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกยักษ์; ลูกปลา; การจับกิน; การกินอาหาร; การย่อยอาหาร; ประสิทธิภาพ
บทคัดย่อ: การศึกษาความสามารถในการจับกินลูกปลาและประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของปลาดุกยักษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการกินอาหารของปลาดุกยักษ์ โดยแบ่งเป็น 2 การทดลอง คือ 1. การศึกษาความสามารถในการจับกินลูกปลาของปลาดุกยักษ์ โดยวางแผนการทดลองแบบ 3*3 แฟคตอเรียล แบบสุ่มตลอด ปลาดุกยักษ์ที่ทดลองขนาดความยาว 32 เซนติเมตร โดยมีปลาเหยื่อเป็นปัจจัยที่ 1 คือ ชนิดปลาได้แก่ ปลานิล ปลาไน และปลานวลจันทร์เทศ ปัจจัยที่ 2 คือ ขนาดความยาวของปลาเหยื่อ คือ 3.50, 6.50 และ 9.50 เซนติเมตร ตามลำดับ โดยปล่อยปลาดุกยักษ์และปลาเหยื่อลงในกระชังขนาด 4*4*1.5 ลูกบาศก์เมตร พบว่าปลาดุกยักษ์สามารถจับกินปลาเหยื่อที่ใช้ทดลองทั้ง 3 ชนิดที่มีขนาดความยาว 3.50 เซนติเมตรได้สูงสุด และชนิดของปลาที่ใช้เป็นเหยื่อทั้ง 3 ชนิดให้ผลไม่แตกต่างกัน ความสามารถในการจับกินปลานิล ความยาว 3.50, 6.50 และ 9.50 เซนติเมตร เท่ากับ 6.11+-0.69, 4.22+-0.38 และ 2.78+-0.19 ตัว/วัน ตามลำดับ ความสามารถในการจับกินปลาไน ความยาว 3.50, 6.50 และ 9.50 เซนติเมตร เท่ากับ 5.67+-0.33, 4.33+-0.33 และ 2.78+-0.50 ตัว/วัน ตามลำดับ ความสามารถในการจับกินปลานวลจันทร์เทศ ความยาว 3.50, 6.50 และ 9.50 เซนติเมตร เท่ากับ 6.22+-0.38, 4.44+-0.51 และ 2.67+-0.33 ตัว/วัน ตามลำดับ 2. การศึกษาประสิทธิภาพในการย่อยของอาหารปลาดุกยักษ์ ปลาดุกยักษ์ที่ทดลองขนาดความยาว 32 เซนติเมตร ใช้ปลานิล ปลาไน และปลานวลจันทร์เทศ ขนาดความยาว 3.5 เซนติเมตร พบว่า ปลาดุกยักษ์สามารถกลืนกินปลาเหยื่อและย่อยได้หมดภายในระยะเวลา 14-16 ชั่วโมง
หมายเลข: 011200 KC4604056
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ความหลากหลายทางชีวภาพของปูบริเวณอุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฏร์ธานี

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011199&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธุ์; วชิระ ใจงาม; เอกพันธ์ พจน์ดำรง
ชื่อเรื่อง: ความหลากหลายทางชีวภาพของปูบริเวณอุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะอ่างทอง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
Article title: Biodiversity of crab in Mu Ko Angthong Marine National Park, Surat Thani province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 503-514
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
หมวดรอง: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CRABS; BIODIVERSITY; IDENTIFICATION; SPECIES; HABITATS; POPULATION DISTRIBUTION; POPULATION DENSITY; NATIONAL PARKS; ISLANDS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ปู; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การจัดจำแนก; ชนิด; ถิ่นอยู่อาศัย; การกระจายตัวของประชากร; ความหนาแน่นของประชากร; อุทยานแห่งชาติ; หมู่เกาะ; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ปู; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การจำแนก; ชนิด; แหล่งที่อยู่อาศัย; แนวปะการัง; หาดหิน; หาดทราย; พื้นทะเลนอกชายฝั่ง; การแพร่กระจาย; ความชุกชุม; อุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะอ่างทอง; จ.สุราษฏร์ธานี
บทคัดย่อ: ศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของปู บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง จ.สุราษฎร์ธานี ครอบคลุมแหล่งที่อยู่อาศัยในระบบนิเวศทางทะเลที่สำคัญ 4 แหล่ง คือ แนวปะการัง หาดหิน หาดทราย และพื้นทะเลนอกชายฝั่ง พบปูทั้งหมด 54 ชนิด 36 สกุล และ 13 วงศ์ โดยเป็นปูที่อยู่ในกลุ่ม Anomura 8 ชนิด และปูที่อยู่ในกลุ่ม Brachyura 46 ชนิด และวงศ์ที่มีความหลากชนิดมากที่สุด คือ Portunidae ความหลากหลายทางชีวภาพของปู เกิดจากความหลากหลายของที่อยู่อาศัยของปู โดยพบปูหลากหลายชนิดที่สุดในหาดหิน นอกจากนั้นยังพบปูที่น่าจะเป็นรายงานการศึกษาครั้งแรกในประเทศไทย 7 ชนิด ปูที่มีความชุกชุมมากและพบแพร่กระจายเป็นบริเวณกว้างและมีบทบาทสำคัญเนื่องจากมีรายงานความเป็นพิษถึงชีวิต คือ ปูใบ้ลายแผนที่ (Atergatis floridus) และปูที่พบชุกชุมสูงมากบริเวณหาดทรายด้านตะวันตกของเกาะวัวตาหลับ คือ ปูลมใหญ่ (Ocypode ceratophthalmus) เป็นปูที่มีความสำคัญในบทบาท environment service ที่เกิดจากการกินซากเน่าเปื่อยและการขุดรู นอกจากนั้นยังพบปูที่หายากมาก คือ Pseudoporcellanella manoliensis ซึ่งเป็นปูที่อาศัยอยู่กับปากกาทะเล และเก็บตัวอย่างได้จากพื้นทะเลนอกชายฝั่งใกล้กับแนวปะการัง การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของปูสูง มีปูที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและปูที่มีความสำคัญทางนิเวศวิทยา จึงควรประกาศให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพื่อการอนุรักษ์และคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของปูเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป
หมายเลข: 011199 KC4604055
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ความสัมพันธ์ของปูที่อาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในแนวปะการัง บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011195&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วชิระ ใจงาม; พันธุ์ทิพย์ วิเศษพงษ์พันธุ์; ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ชื่อเรื่อง: ความสัมพันธ์ของปูที่อาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นในแนวปะการัง บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
Article title: Relationship between crabs and associated organisms in coral reef at Mu Ko Surin National Park
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 492-502
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
หมวดรอง: M40-Aquatic ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CRABS; AQUATIC ORGANISMS; HABITATS; BIODIVERSITY; IDENTIFICATION; SPECIES; CORAL REEFS; NATIONAL PARKS; ISLANDS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: ปู; สิ่งมีชีวิตในน้ำ; ถิ่นอยู่อาศัย; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การจัดจำแนก; ชนิด; แนวปะการัง; อุทยานแห่งชาติ; หมู่เกาะ; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: ปู; การอาศัยอยู่ร่วมกัน; สิ่งมีชีวิต; แหล่งอาศัย; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การจำแนก; ชนิด; แนวปะการัง; อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
บทคัดย่อ: การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปูกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นแหล่งอาศัยของปูบริเวณแนวปะการัง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ระหว่างช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2548-มีนาคม 2550 พบปู 10 วงศ์ 20 สกุล 27 ชนิด กลุ่มปูที่มีจำนวนชนิดมากที่สุดเป็นปูในวงศ์ Trapeziidae พบ 3 สกุล 6 ชนิด และวงศ์ Majidae พบ 3 สกุล 5 ชนิด ปูที่พบมากที่สุดคือ ปูปะการังก้ามดำ Trapezia cymodoce ในการศึกษาครั้งนี้จำแนกกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปูออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่กลุ่ม Cnidaria พบปูอาศัยอยู่ 19 ชนิด กลุ่ม Echinoderm พบปู 5 ชนิด กลุ่ม Algae พบปู 2 ชนิด และกลุ่ม Sponge พบปู 1 ชนิด ในกลุ่มของ Cnidaria พบว่า ปะการังแข็ง (hard coral) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปูอาศัยอยู่ร่วมด้วยมากที่สุดจำนวน 12 ชนิด และความสัมพันธ์หลักที่ปูต้องการจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นแหล่งอาศัยคือ การเป็นแหล่งหลบซ่อน รองลงมาเป็นแหล่งอาหาร แหล่งอำพรางตัว และแหล่งป้องกันตัว ตามลำดับ ความสัมพันธ์ระหว่างปูกับสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง มีผลทำให้เกิดความสลับซับซ้อนและความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศทางทะเล
หมายเลข: 011195 KC4604054
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ความหลากชนิดของคาลานอยด์โคพีพอดบริเวณเกาะช้าง และเกาะกูด จังหวัดตราด

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011193&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นิติมา ศาลากิจ; สุนันท์ ภัทรจินดา; จิตรา ตีระเมธี
ชื่อเรื่อง: ความหลากชนิดของคาลานอยด์โคพีพอดบริเวณเกาะช้าง และเกาะกูด จังหวัดตราด
Article title: Species diversity of calanoid copepods at Koh Chang and Koh Kut, Trad province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 484-491
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
หมวดรอง: L40-Animal structure
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: COPEPODA; ZOOPLANKTON; BIODIVERSITY; IDENTIFICATION; ANIMAL MORPHOLOGY; ISLANDS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: COPEPODA; แพลงก์ตอนสัตว์; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การจัดจำแนก; สัณฐานวิทยาของสัตว์; หมู่เกาะ; ประเทศไทย
ดรรชนี-อังกฤษ: CALANOID
ดรรชนี-ไทย: คาลานอยด์; โคพีพอด; แพลงก์ตอนสัตว์; ความหลากหลายชนิด; การจำแนก; สัณฐานวิทยา; เกาะช้าง; เกาะกูด; จ.ตราด
บทคัดย่อ: การศึกษาความหลากหลายชนิดของคาลานอยด์โคพีพอดบริเวณเกาะช้างและเกาะกูด จังหวัดตราด โดยเก็บตัวอย่างในเดือนมีนาคม 2546 (เกาะช้าง) และเดือนธันวาคม 2549 (เกาะกูด) สถานที่เก็บตัวอย่างรอบเกาะช้าง 27 สถานี รอบเกาะกูด 17 สถานี ใช้ถุงแพลงก์ตอนขนาดช่องตา 330 ไมโครเมตร ลากในแนวราบ พบคาลานอยด์โคพีพอดทั้งหมด 35 ชนิด 14 สกุล ในจำนวนนี้เป็นชนิดที่รายงานครั้งแรกในอ่าวไทย 5 ชนิด 2 สกุลได้แก่ Pontella fera Dana, P. forcicula A. Scott, P. spinipes Giesbrecht, Pontellopsis inflatodigitata Chen and Shen and P. macronyx A. Scott
หมายเลข: 011193 KC4604053
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

ความหลากชนิดของโคพีพอดบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011192&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ณัฏฐวดี ภูคำ; สุนันท์ ภัทรจินดา; ภูริภัทร หุวะนันทร์
ชื่อเรื่อง: ความหลากชนิดของโคพีพอดบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
Article title: Species diversity of copepods at Surin Islands National Park, Phang-Nga province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 476-483
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: L60-Animal taxonomy and geography
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: COPEPODA; ZOOPLANKTON; BIODIVERSITY; IDENTIFICATION; SPECIES; GEOGRAPHICAL DISTRIBUTION; NATIONAL PARKS; ISLANDS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: COPEPODA; แพลงก์ตอนสัตว์; ความหลากหลายทางชีวภาพ; การจัดจำแนก; ชนิด; การแพร่กระจายทางภูมิศาสตร์; อุทยานแห่งชาติ; หมู่เกาะ; ประเทศไทย
ดรรชนี-ไทย: โคพีพอด; แพลงก์ตอนสัตว์; ความหลากชนิด; การจำแนก; การแพร่กระจาย; อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์; จ.พังงา
บทคัดย่อ: ศึกษาความหลากชนิดของโคพีพอดบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา โดยเก็บตัวอย่างในเดือนมกราคม 2549 จำนวน 9 สถานี ใช้ถุงแพลงก์ตอนขนาดช่องตา 330 ไมโครเมตร ลากในแนวราบ พบโคพีพอดทั้งหมด 38 ชนิด 27 สกุล เป็นชนิดที่พบทั่วไป 17 ชนิด 15 สกุล และในการศึกษาครั้งนี้พบโคพีพอดชนิดที่รายงานเป็นครั้งแรกในน่านน้ำไทย ทะเลอันดามัน 7 ชนิด 6 สกุล ได้แก่ Calanopia elliptica Dana, C. minor A. Scott, Candacia pachydactyla (Dana), Corycaeus catus F. Dahl, Subeucalanus crassus Giesbrecht, Paracalanus aculeatus Giesbrecht และ Undinula vulgaris (Dana)
หมายเลข: 011192 KC4604052
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

เปรียบเทียบการเลี้ยงปลาแบบผสมผสานกับการเลี้ยงปลาเชิงเดี่ยว ณ บ้านแม่แก้ด อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

Published สิงหาคม 16, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=011191&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อภินันท์ สุวรรณรักษ์; ขนิษฐา เสถียรพีระกุล; ทิพสุคนธ์ พิมพ์พิมล; หนึ่งหทัย ตันติสันติคม; สักดา วงศ์วุฒิวัฒน์
ชื่อเรื่อง: เปรียบเทียบการเลี้ยงปลาแบบผสมผสานกับการเลี้ยงปลาเชิงเดี่ยว ณ บ้านแม่แก้ด อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
Article title: Comparative of integrated fish farming with fish monoculture at Maegaed village, Sansai district, Chiangmai province
ชื่อเอกสาร : เรื่องเต็มการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46: สาขาประมง
Source title : Proceedings of 46th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา; กระทรวงศึกษาธิการ; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร; สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ชื่อการประชุม: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 46
สถานที่ประชุม: กรุงเทพฯ
วันที่ประชุม: 29 ม.ค. – 1 ก.พ. 2551
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2551
หน้า: หน้า 466-475
จำนวนหน้า: 565 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: E20-Organization, administration and management of agricultural enterprises or farms
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L01-Animal husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS MACROCEPHALUS; OREOCHROMIS NILOTICUS; LAYER CHICKENS; BROILER CHICKENS; FISH FARMS; FISH CULTURE; ANIMAL HUSBANDRY; FEEDING; FEED INTAKE; FEED CONVERSION EFFICIENCY; GROWTH; YIELDS; SURVIVAL; PRODUCTION COSTS; THAILAND
อรรถาภิธาน-ไทย: CLARIAS MACROCEPHALUS; OREOCHROMIS NILOTICUS; ไก่ไข่; ไก่กระทง; ฟาร์มปลา; การเพาะเลี้ยงปลา; การเลี้ยงสัตว์; การให้อาหาร; การได้รับอาหารของสัตว์; ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ; การเติบโต; ผลผลิต; การอยู่รอด; ต้นทุนในการผลิต; ประเทศไทย
ดรรชนี-อังกฤษ: INTEGRATED FISH FARMING
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก; ปลานิล; ไก่ไข่; ไก่เนื้อ; สุกร; การเลี้ยงปลาแบบผสมผสาน; การเลี้ยงปลาเชิงเดี่ยว; การให้อาหาร; การกินอาหาร; อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ; การเจริญเติบโต; ผลผลิต; การรอดตาย; ต้นทุนการผลิต; จ.เชียงใหม่ อ.สันทราย บ้านแม่แก้ด
บทคัดย่อ: จากการศึกษาการเลี้ยงปลาแบบผสมผสานในหมู่บ้านแม่แก้ด อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้รูปแบบการเลี้ยง 4 รูปแบบคือ การเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด การเลี้ยงร่วมกันระหว่างไก่ไข่กับปลานิล ไก่เนื้อกับปลานิล และสุกรกับปลาดุก พบว่าอัตราการเจริญเติบโตของปลาที่เลี้ยงโดยใช้อาหารเม็ด มีอัตราการเจริญเติบโตสูงที่สุด ส่วนอัตรารอดของปลาในแต่ละรูปแบบการเลี้ยงแตกต่างกัน (p น้อยกว่า 0.05) อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อของปลาที่เลี้ยงร่วมกับการเลี้ยงไก่เนื้อดีที่สุด ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p น้อยกว่า 0.05) ผลผลิตที่ได้จากการเลี้ยงปลานิลร่วมกับการเลี้ยงไก่เนื้อมีผลผลิตสูงสุด รองลงมา คือการเลี้ยงปลาดุกร่วมกับการเลี้ยงสุกร การเลี้ยงปลานิลด้วยอาหารเม็ด และการเลี้ยงปลานิลร่วมกับการเลี้ยงไก่ไข่ ต้นทุนการผลิตทั้งหมดของการเลี้ยงปลาดุกร่วมกับการเลี้ยงสุกรจะมีต้นทุนการผลิตสูงสุด รองลงมาคือการเลี้ยงปลาด้วยอาหารเม็ด การเลี้ยงปลาร่วมกับไก่เนื้อ และการเลี้ยงปลาร่วมกับไก่ไข่ รายได้ที่เกษตรได้รับ เกษตรกรจะมีรายได้เหนือต้นทุนเงินสด ในทุกรูปแบบการผลิต โดยมีรายได้สูงสุดจากการเลี้ยงปลาร่วมกับการเลี้ยงไก่เนื้อรองลงมา คือการเลี้ยงร่วมกับไก่ไข่ การเลี้ยงร่วมกับสุกร และการเลี้ยงปลาด้วยอาหารเม็ดเกษตรกรจะมีรายได้ต่ำสุด
หมายเลข: 011191 KC4604051
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

 

%d bloggers like this: