CLARIAS

All posts tagged CLARIAS

การผลิตเปปโตนจากเศษเหลือปลาดุกบิ๊กอุย

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006640&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นงนุช รักสกุลไทย; พิชญา ชินอุปราวัฒน์; พงษ์เทพ วิไลพันธ์
ชื่อเรื่อง: การผลิตเปปโตนจากเศษเหลือปลาดุกบิ๊กอุย
Article title: Peptone production from hybrid catfish waste
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 128
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: Q52-Feed processing and preservation
หมวดรอง: Q54-Feed composition
Q70-Processing of agricultural wastes
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, CROSSBREDS, FISH WASTES, USES, FEEDS, INGREDIENTS, PRODUCTION, CHEMICAL COMPOSITION
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกบิ๊กอุย, เปปโตน, การผลิต, เศษเหลือ, หัว, ก้าง, องค์ประกอบทางเคมี
บทคัดย่อ: การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของหัวและก้างปลาดุกบิ๊กอุยและศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสกัดเปปโตน โดยการย่อยตัวเองและการใช้เอนไซม์ พบว่าหัวและก้างปลาดุกบิ๊กอุยประกอบด้วยโปรตีน 12.89 เปอร์เซ็นต์ การใช้เอนไซม์ปาเปน ปริมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ต่อวัตถุดิบ ค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 4.0 อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส ระยะเวลาการย่อย 4 ชั่วโมง เป็นปัจจัยและสภาวะที่เหมาะสมที่สุดในการสกัดเปปโตน โดยจะได้เปปโตนผงในปริมาณ 9.90 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักวัตถุดิบที่ใช้ นอกจากนี้เปปโตนที่ผลิตได้มีปริมาณโปรตีน 85.60 เปอร์เซ็นต์ มีกรดอะมิโนครบทั้ง 18 ชนิด และยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ใกล้เคียงกับเปปโตนที่ผลิตขายเป็นการค้า เมื่อนำมาทดสอบการใช้เป็นอาหารเลี้ยงแบคทีเรีย E. coli B. subtilis และ S. aureus พบว่าจะได้ปริมาณน้ำหนักแห้งของเซลล์มากกว่าเปปโตนที่ผลิตขายเป็นการค้า
หมายเลข: 006640 KC3604033
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การศึกษาชนิดของแบคทีเรียในปลาดุกลูกผสมและปลาช่อน จากบ่อเลี้ยงในประเทศไทย

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006637&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: จิตติมา เขี้ยวแก้ว; เต็มดวง สมศิริ; สุปราณี ชินบุตร
ชื่อเรื่อง: การศึกษาชนิดของแบคทีเรียในปลาดุกลูกผสมและปลาช่อน จากบ่อเลี้ยงในประเทศไทย
Article title: Bacterial species isolated from hybrid catfish (Clarias gariepinus x C. macrocephalus) and snakehead (Channa striatus) culture in Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 125
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, CROSSBREDS, CHANNA, BACTERIA, FISH PONDS, SPECIES, PATHOGENICITY, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกลูกผสม, ปลาช่อน, แบคทีเรีย, ชนิด, บ่อเลี้ยง, ความไวของเชื้อ, ความรุนแรงของเชื้อ
บทคัดย่อ: การศึกษาชนิดของแบคทีเรียในปลาดุกลูกผสมและปลาช่อนทั้งปลาป่วยและปลาปกติ จากบ่อเลี้ยงในประเทศไทยสามารถจำแนกเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคในปลาดุกลูกผสมและปลาช่อนได้ 7 ชนิด ได้แก่ เชื้อ Aeromonas hydrophila A. sobria Vibrio cholerae Pseudomonas sp. Edwardsiella tarda Streptococcus sp. และ Staphylococcus sp. สำหรับผลการศึกษาคุณสมบัติของน้ำในบ่อเลี้ยงปลาดุกลูกผสมและปลาช่อนที่ทำการศึกษาในฤดูกาลต่างๆ พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิตามฤดูกาลมีการสะสมของแอมโมเนียในน้ำในปริมาณสูง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำค่อนข้างต่ำ ค่าความเป็นด่าง และความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ในระดับที่เหมาะสม ผลการทดสอบความไวของเชื้อแบคทีเรียทุกชนิดที่แยกได้จากปลาดุกลูกผสม และปลาช่อนจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่มีต่อยาต้านจุลชีพ 6 ชนิด พบว่า เชื้อแบคทีเรียส่วนมากมีความไวต่อยาต้านจุลชีพ ไนโตรฟูรานโตอิน (nitrofurantoin) ซัลฟาเมโธซาโซล (sulfamethoxazole) ออกโซลินิค แอซิด (oxolinic acid) และ คลอแรมเฟนิคอล (chloramphenicol) และต้านต่อยาออกซีเตตร้าซัยคลิน (oxytetracycline) และอีรีโทรมัยซิน (erythromycin) ในเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง การทดสอบความรุนแรงของเชื้อแบคทีเรียโดยการฉีดสารละลายเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas spp. ทุกสายพันธุ์ ในปริมาณ 3.4*10**(8) เซลล์ต่อมิลลิลิตร เข้าช่องท้องปลาดุกลูกผสม ขนาด 8-10 เซนติเมตร และปลาช่อน ขนาด 10-12 เซนติเมตร ภายในระยะเวลา 96 ชั่วโมง พบว่า เชื้อที่แยกได้จากปลาดุกลูกผสมและปลาช่อน มีความรุนแรงทำให้อัตราการตายของปลาทดลองแตกต่างกัน ปลาดุกลูกผสมที่ได้รับการฉีดเชื้อมีอาการตัวซีด หรือเป็นรอยด่าง และเป็นแผลเลือดออกตามลำตัวเป็นบางแห่ง กกหูบวม มีของเหลวปนเลือดในช่องท้อง รอบๆทวารมีเลือดคั่ง ส่วนปลาช่อนส่วนมากมีสีของลำตัวซีดลงหรือเข้มขึ้น เกล็ดหลุด บางตัวมีอาการเลือดออกที่ลำตัว มีของเหลวปนเลือดในช่องท้อง
หมายเลข: 006637 KC3604030
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การทดสอบอัตราประเมินการให้อาหารจมน้ำเปรียบเทียบกับการให้อาหารลอยน้ำและผลที่มีต่อสมรรถนะการผลิตของปลาดุกลูกผสม

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006621&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ทวี วิพุทธานุมาศ; วิมล จันทรโรทัย
ชื่อเรื่อง: การทดสอบอัตราประเมินการให้อาหารจมน้ำเปรียบเทียบกับการให้อาหารลอยน้ำและผลที่มีต่อสมรรถนะการผลิตของปลาดุกลูกผสม
Article title: Estimated feeding rates for sinking feed in comparison to satiation feeding of floating feed and the effects on hybrid catfish (Clarias macrocephalus x C. gariepinus) performances
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 106
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, CROSSBREDS, FEEDING, AQUACULTURE, GROWTH, YIELDS, QUALITY, FEED INTAKE, FEED CONVERSION EFFICIENCY, PROFITABILITY
อรรถาภิธาน-ไทย: สกุลปลาดุก; ลูกที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์; การให้อาหาร; การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การเติบโต; ผลผลิต; คุณภาพ; การได้รับอาหารสัตว์; ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารสัตว์; ขีดความสามารถในการทำกำไร
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก, การให้อาหารจมน้ำ, การให้อาหารลอยน้ำ, พันธุ์ลูกผสม, การเลี้ยง, ผลผลิต, คุณภาพ, การเจริญเติบโต, ปริมาณการกินอาหาร, อัตราการแลกเนื้อ, ผลตอบแทน
บทคัดย่อ: ทำการเลี้ยงปลาดุกลูกผสมขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 5.4+-0.1 กรัม ในกระชังอวนขนาดตา 1 เซนติเมตร ขนาด 2*2*1.5 ลูกบาศก์เมตร และก้นกระชังบุด้วยตาข่ายตาถี่ จำนวน 9 กระชัง ซึ่งแขวนในบ่อดินขนาด 800 ตารางเมตร ในอัตราปล่อยกระชังละ 250 ตัว อาหารทดลองที่ใช้เป็นอาหารปลาดุกลอยน้ำสำเร็จรูป (โปรตีน >= 30 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งแบ่งส่วนหนึ่งออกไปบดละเอียดแล้วอัดเม็ดใหม่เพื่อทำเป็นอาหารจมน้ำ ทำการให้อาหารวันละ 2 ครั้ง เช้าและแย็น เป็นเวลา 60 วัน โดยอัตราการให้อาหาร 3 วิธี คือ 1) ให้อาหารเม็ดลอยน้ำมากเท่าที่ปลากินได้ 2) ให้อาหารเม็ดจมน้ำโดยประเมินอัตราการให้เป็นน้ำหนักของอาหารต่อน้ำหนักปลาต่อวันและปรับอัตราการให้ทุก 15 วัน ดังนี้ 7.30, 6.90, 6.13 และ 5.15 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และ 3)ให้อาหารเม็ดจมน้ำโดยประเมินอัตราการให้เป็นน้ำหนักของโปรตีนต่อน้ำหนักปลาต่อวัน และปรับอัตราการให้ทุก 15 วัน ดังนี้ 2.36, 2.23, 2.15 และ 1.80 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับเมื่อเสร็จสิ้นการทดลองปรากฎผลว่า ปลาที่ได้รับอาหารโดยวิธีที่ 1, 2 และ 3 มีผลผลิตสุทธิเท่ากับ 23.41, 29.53 และ 32.13 กิโลกรัม/กระชัง มีน้ำหนักเพิ่มเฉลี่ยต่อตัวเท่ากับ 97.60, 139.80 และ 141.90 กรัม มีการเจริญเติบโตจำเพาะต่อวันเท่ากับ 4.91, 5.51 และ 5.49 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณการใช้อาหารต่อตัวเท่ากับ 107.30, 175.80 และ 179.30 กรัม และมีจำนวนของขนาดปลาที่เก็บเกี่ยวได้เท่ากับ 30.10, 69.90 และ 72.90 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งผลตอบสนองดังกล่าวของปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 2 และ 3 มีค่าสูงกว่า (p<0.05) ปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 1 อย่างไรก็ตามอัตราแลกเนื้อของปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 2 และ 3 (1.34 และ 1.36) มีค่าสูงกว่า (p<0.05) อัตราแลกเนื้อของปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 1 (1.18) และปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 3 มีไขมันในเนื้อติดโครงมากกว่า (p<0.05) และมีโปรตีนน้อยกว่า (p<0.05) ปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 1 ส่วนคุณภาพของเนื้อติดโครงของปลาที่เลี้ยงโดยการให้อาหารวิธีที่ 2 ไม่มีความแตกต่างกับ (p.0.05) ปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 1 การเจริญเติบโตของปลาดุกลูกผสมมีความสัมพันธ์ส่วนตรงกับปริมาณอาหารที่ให้ต่อตัว (r=0.99, p<0.05) แต่มีความสัมพันธ์ส่วนกลับกับประสิทธิภาพของอาหาร (r=0.84, p<0.05) แสดงให้เห็นว่าความคลาดเคลื่อนของอัตราการประเมินการให้อาหารจมน้ำโดยวิธีที่ 2 และ 3 ซึ่งปริมาณการใช้อาหารและอัตราแลกเนื้อสูงกว่าวิธีที่ 1 เป็นผลจากปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 2 และ 3 กินอาหารได้มากกว่าปลาที่เลี้ยงโดยวิธีที่ 1 ผลตอบแทนจากการเลี้ยงปลาในกระชังทั้ง 3 วิธี มีกำไรจากการเลี้ยงกระชังละ 101.40, 115.70 และ 115.60 บาท ตามลำดับ และอัตราประเมินการให้อาหารจมน้ำทั้ง 2 วิธี มีค่าต่ำกว่าน้ำหนักอาหารจมน้ำที่ปลาควรกินได้ตามทฤษฎีประมาณ 4-5 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006621 KC3604014
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของวิตามินอีต่อความต้านทานโรค และการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะของปลาดุกลูกผสม

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006619&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นนทวิทย์ อารีย์ชน; สุนีย์รัตน์ ชื่นสระน้อย
ชื่อเรื่อง: ผลของวิตามินอีต่อความต้านทานโรค และการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะของปลาดุกลูกผสม
Article title: Effect of vitamin E on disease resistance and specific immune response of hybrid catfish
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 104
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: Q55-Feed additives
หมวดรอง: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, CROSSBREDS, VITAMIN E, FEEDS, AQUACULTURE, DISEASE RESISTANCE, IMMUNITY
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก, วิตามินอี, พันธุ์ลูกผสม, อาหารสัตว์, การเลี้ยง, ความต้านทานโรค, การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ
บทคัดย่อ: การทดลองเลี้ยงปลาดุกลูกผสม ขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 1.53+-0.03 กรัม เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ด้วยอาหารผสมวิตามินอีในรูป alpha-Tocopherol acetate อัตรา 0, 100, 200 และ 500 มิลลิกรัมต่ออาหารหนึ่งกิโลกรัม หลังการทดสอบความต้านทานต่อเชื้อ Aeromonas hydrophila พบว่าปลาที่ได้รับวิตามินอีทุกกลุ่มมีอัตรารอดสูงกว่ากลุ่มควบคุม โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับ 500 มก./กก. มีอัตรารอดสูงสุดตลอดการทดลอง ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากกลุ่มควบคุม (p<0.05) อย่างไรก็ตามการทดลองใช้วิตามินอีระดับเดียวกันกับปลาดุกลูกผสมขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 66.5+-1.55 กรัม ไม่มีผลต่อการตอบสนองต่อการใช้วัคซีนสองครั้งโดยการประเมินจากค่าแอนติบอดี้ไตเตอร์ในซีรั่มของปลาทดลอง
หมายเลข: 006619 KC3604012
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของระดับโปรตีนในอาหารต่ออัตราการเจริญเติบโตของลูกปลาดุกยักษ์ (Clarias gariepinus)

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006613&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ประพัฒน์ศรี พันธ์ศรี; ทองยุ่น ทองคลองไทร; เกษม เชตะวัน; พิจิตร พันธ์ศรี
ชื่อเรื่อง: ผลของระดับโปรตีนในอาหารต่ออัตราการเจริญเติบโตของลูกปลาดุกยักษ์ (Clarias gariepinus)
Article title: Effect of protein levels on the growth performance in African catfish fingerling (Clarias gariepinus)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 98
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: Q54-Feed composition
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
L52-Animal physiology – Growth and development
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, FEEDS, PROTEINS, AQUACULTURE, GROWTH, SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกยักษ์, อาหารสัตว์, โปรตีน, การเลี้ยง, การเจริญเติบโต, อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การศึกษาผลของระดับโปรตีนในอาหารต่ออัตราการเจริญเติบโตของลูกปลาดุกยักษ์ ทดลองโดยแบ่งลูกปลาออกเป็น 5 กลุ่มๆ ละ 60 ตัว เลี้ยงในบ่อคอนกรีตขนาด 2.0*2.6*1.0 เมตร ให้อาหารที่มีระดับโปรตีนแตกต่างกัน 5 ระดับ คือ T1(30 เปอร์เซ็นต์), T2(35 เปอร์เซ็นต์), T3(40 เปอร์เซ็นต์), T4(45 เปอร์เซ็นต์) และ T5(50 เปอร์เซ็นต์) ในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักตัวต่อวัน ผลการทดลองพบว่า อัตราการเจริญเติบโตของลูกปลาดุกยักษ์มีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง (P<0.01) โดยน้ำหนักและความยาวของลูกปลาอายุ 8 สัปดาห์ เพิ่มสูงขึ้นตามระดับโปรตีนในอาหารที่เพิ่มขึ้นซึ่งอัตราการเพิ่มของน้ำหนักและความยาวมีค่าสูงสุดในกลุ่มที่ได้รับอาหารโปรตีน 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนน้ำหนักและความยาวของลูกปลาอายุ 10-12 สัปดาห์ มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดในกลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารโปรตีน 40 เปอร์เซ็นต์ (P<0.01) อัตราการรอดตายของลูกปลาดุกยักษ์ อายุ 8-10 สัปดาห์ ที่เลี้ยงด้วยอาหารทั้ง 5 กลุ่มทดลองไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ในขณะที่ ลูกปลาอายุ 12 สัปดาห์ ที่เลี้ยงด้วยอาหารโปรตีน 30 เปอร์เซ็นต์ และ 35 เปอร์เซ็นต์ กลับมีอัตราการรอดตายที่สูงกว่า และแตกต่างกันทางสถิติกับกลุ่มที่ได้รับอาหารโปรตีน 45 เปอร์เซ็นต์ และ 50 เปอร์เซ็นต์ (P<0.01) อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR) ของลูกปลาดุกยักษ์อายุ 8 สัปดาห์ มีประสิทธิภาพดีที่สุดในกลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารโปรตีน 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่า FCR ของปลาอายุ 10 และ 12 สัปดาห์ กลับแสดงค่าดีที่สุดในกลุ่มที่เลี้ยงด้วยอาหารโปรตีน 40 เปอร์เซ็นต์ จากผลการทดลองครั้งนี้สรุปได้ว่า ระดับโปรตีน 50 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารเป็นระดับที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูกปลาดุกยักษ์ อายุ 1-8 สัปดาห์ ส่วนระดับโปรตีนที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปลาดุกยักษ์ อายุ 10-12 สัปดาห์ ควรเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะได้ทำการศึกษาให้ลึกลงไปในรายละเอียดต่อไป
หมายเลข: 006613 KC3604006
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การจำแนกพันธุกรรมของปลา Catfish ด้วยวิธี PCR และ Restriction enzyme

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006469&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กฤษณ์ มงคลปัญญา; Tiersch, Terrence R.; Cooper, R.K.; เสาวลักษณ์ ถิ่นจันทร์; มิ่งขวัญ มิ่งเมือง; อมรา ทองปาน
ชื่อเรื่อง: การจำแนกพันธุกรรมของปลา Catfish ด้วยวิธี PCR และ Restriction enzyme
Article title: Genomic identification of catifish species by polymerase chain reaction and restriction enzyme analysis of the gene encoding the immunoglobulin M heavy chain constant region
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 201-209
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, ICTALURUS, PANGASIUS, ANDROGENESIS, DNA, NUCLEOTIDE SEQUENCE, GENETICS, IDENTIFICATION, RESTRICTION ENZYMES, PCR
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก, ปลาบึก, ปลาสวาย, DNA, การจำแนกพันธุกรรม, วิธี POLYMERASE CHAIN REACTION, วิธี RESTRICTION ENZYME, การวิเคราะห์
บทคัดย่อ: DNA ที่สกัดได้จากเลือดของปลา Catfish 3 วงศ์ (Clariidae, Pangasiidae, และ Ictaluriidae) มีระดับความบริสุทธิ์ (A sub(260)/A sub(280)) อยู่ในช่วง 1.8-2.1 เมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยเครื่อง PCR โดยใช้ไพรเมอร์ที่จำเพาะกับ CH4 exon ของ IgM สายยาว พบว่า DNA ของปลาดุกอุย, ปลาบึก, ปลาสวาย และลูกผสมบึก X สวาย ให้แถบ DNA เพียงหนึ่งแถบ (about 300 bp) ในขณะเดียวกันในปลาดุกยักษ์ และลูกผสมดุกอุย X ดุกยักษ์ (บิ๊กอุย) มี 2 แถบ (300 bp และ 340 bp) เป็นผลให้สามารถชี้แสดงความแตกต่างกับปลาดุกอุยในระดับโมเลกุล และเมื่อนำ DNA ที่ผ่านกรรมวิธี PCR ของปลากดหลวง (channal catfish), ปลาบึก และ ปลาสวาย มาวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ทำให้สามารถเลือกเอนไซม์ HpaI (เอนไซม์ตัดจำเพาะตำแหน่ง) มาใช้ตัด DNA เพื่อหาความแตกต่างในระดับโมเลกุลระหว่างปลาในวงศ์ Pangasiidae ต่อไปอีกขั้นหนึ่ง และพบว่า DNA ของปลาบึกไม่ถูกตัดได้ DNA 1 แถบ (300 bp), ในขณะที่ DNA ปลาสวายถูกตัดได้ 2 แถบ (100 bp และ 200 bp) และลูกผสมบึก X สวาย ได้ 3 แถบ (100 bp, 200 bp และ 300 bp) ผลจากการวิเคราะห์ในระดับโมเลกุลนี้ทำให้สามารถจำแนกพันธุกรรมของปลาต่างๆ ที่กล่าวมา และเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบสายพันธุ์ปลาที่เกิดจากการทำแอนโดเจเนซีส, ไจโนเจเนซีส และโพลีพลอยด์ ได้อย่างชัดเจน
หมายเลข: 006469 KC3504024
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเพาะเลี้ยงเททระไฮมีนา(โพรโตซัว) และผลของการปนเปื้อน ด้วยเททระไฮมีนาต่อการเพาะฟักไข่ปลา

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006462&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิกรม รังสินธุ์; อมรา ทองปาน; นันทพร จารุพันธุ์; เสาวลักษณ์ ถิ่นจันทร์; กฤษณ์ มงคลปัญญา
ชื่อเรื่อง: การเพาะเลี้ยงเททระไฮมีนา(โพรโตซัว) และผลของการปนเปื้อน ด้วยเททระไฮมีนาต่อการเพาะฟักไข่ปลา
Article title: Monoculture of Tetrahymena pyriformis (Protozoa) and its effect on fertilization in fish
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 151-154
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L53-Animal physiology – Reproduction
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: HOLOTRICHIA (PROTOZOA), CLARIAS, CELL CULTURE, OVA, FERTILIZATION
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกยักษ์, TETRAHYMENA PYRIFORMIS, โปรโตซัว, การเพาะเลี้ยง, ปรสิต, อัตราการปฏิสนธิ, ผลกระทบ
บทคัดย่อ: รายงานนี้อธิบายถึงวิธีการสำหรับแยก และเพาะเลี้ยงแบบ monoculture สำหรับโพรโทซัวพวกมีขนเซลล์ (เททระไฮมีนา ไพริฟอร์มิส Tetrahymena pyriformis) ที่ปนเปื้อนมากับไข่ปลาที่ใช้ทดลอง นอกจากนั้นได้ทดลองเติมเททระไฮมีนา (0, 2.6*10**(3), 5.2*10**(3), 10.4*10**(3) ตัว/ไข่หนึ่งฟอง) ลงไปในน้ำเพาะฟักไข่ปลาดุกยักษ์ พบว่าอัตราการปฏิสนธิของไข่เท่ากับ 68, 65, 61 และ 62 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05)
หมายเลข: 006462 KC3504017
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: