ไอซีที

All posts tagged ไอซีที

“จุติ”ฉุนสางสัญญาสัมปทานมือถืออืด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

22 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128701.

Pic_128701

ดังนั้น น่าจะถึงเวลาที่คณะกรรมการมาตรา 22 ควรสรุปความชัดเจนหรือฟันธงว่าจะให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาสัญญาให้ถูกต้องได้อย่างไร

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้ไปเร่งรัดคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน สะสางสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือระหว่างทีโอที กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส สัญญา กสท กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และ กสท กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งแต่ละสัญญามีการแก้ไขไม่ตํ่ากว่า 7 ครั้ง โดยทีโอทีและ กสท จะต้องรายงานให้ทราบภายใน 15 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ การแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ผ่านมานั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตีความไว้แล้วเมื่อปี 2550 ว่า ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ. ร่วมทุน รวมทั้งเมื่อเดือน ก.พ.2553 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ได้ตัดสินชี้ขาดแล้วว่า การแก้ไขสัญญาสัมปทานของเอไอเอสครั้งที่ปรับลดส่วนแบ่งรายได้จาก 25-30% เหลือ 20% ตลอดอายุสัญญานั้นไม่ถูกต้อง ดังนั้น น่าจะถึงเวลาที่คณะกรรมการมาตรา 22 ควรสรุปความชัดเจนหรือฟันธงว่าจะให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาสัญญาให้ถูกต้องได้อย่างไร หากทำไม่สำเร็จ จะถือว่าผู้บริหารที่รับผิดชอบโดยตรงเพิกเฉย ขาดความกระตือรือร้นในการรักษาผลประโยชน์ขององค์กรรัฐ เพราะการแก้ไขสัญญานั้น ทำให้องค์กรของรัฐเสียประโยชน์

“ผมได้เร่งรัดให้ทีโอทีและ กสท สรุปแนวทางแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ไม่ถูกต้องและต้องทำให้ถูกต้องมาแล้ว 2-3 ครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล หากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานออกไป จนสัญญาบางสัญญาสิ้นสุดอายุ เช่น ทรูมูฟ 3 ปี ดีแทค 5 ปี เอไอเอส 7 ปี โดยไม่ตัดสินใจแก้ปัญหา คงต้องดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ทำให้องค์กรเสียหาย”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.

“ไอซีที” กระตุกขา กสท

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193125.

Pic_193125

กสท เร่งให้เห็นชอบแผนการขายคืนเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม ให้แก่ทรูมูฟภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ไอซีทียังไม่สามารถดำเนินการได้ เหตุรอหารือ รมว.ไอซีที คนใหม่ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ว่า ขณะนี้มีความพยายามที่จะให้กระทรวงไอซีทีเห็นชอบแผนเตรียมพร้อมรองรับการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดย กสท ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้เห็นชอบแผนการขายคืนเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม ให้แก่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ตามมติคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 19 ก.ค.54 ที่ได้อนุมัติในหลักการและเงื่อนไขการขายเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคม หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานให้แก่ทรูมูฟ ตามราคาประเมิน ณ วันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน หรือไม่น้อยกว่าข้อเสนอของทรู ที่ยื่นข้อเสนอขอซื้อในราคา 10,000 ล้านบาท

โดย กสท ได้พยายามที่จะให้กระทรวงไอซีทีให้ความเห็นชอบแผนขายคืนอุปกรณ์ดังกล่าว ภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่กระทรวงไอซีทีไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการขายคืนทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท จึงจำเป็นหารือกับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที คนใหม่ก่อน

นอกจากนี้ ยังต้องหารือกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น กสท 100% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และต้องนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติด้วย เพราะแม้แต่การขายหุ้นในรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งหรือขายหุ้นเพียง 5% จะต้องนำเรื่องเสนอ ครม. แต่เหตุใดการขายคืนทรัพย์สินของ กสท มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท ต้องเร่งรีบทำภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะบอร์ด กสท ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 19 ก.ค.54 และภายในเดือน ส.ค.จะต้องลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายระหว่าง กสท กับทรูให้แล้วเสร็จก่อนที่ น.อ.อนุดิษฐ์ จะมารับตำแหน่ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:30 น.

ไทยคมลั่นกู้หน้าวงโคจรดาวเทียม

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192577.

Pic_192577

ไทยคมลั่นกู้หน้าวงโคจรดาวเทียม หลังรัฐบาลไร้กึ๋นจ่อทำไทยเสียสิทธิ์ เตรียมถกเครียดค่าใช้จ่ายไอซีที

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่ของบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมไทยคมกำลังดำเนินการประสานงานเพื่อหาทางรักษาวงโคจรดาวเทียมของประเทศที่ 120 องศาตะวันออก และ 50.5 องศาตะวันออกเอาไว้ หลังจากที่ได้รับไฟเขียวจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้ไทยคมไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

“เรายื่นข้อเสนอเรื่องนี้ไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะหากเป็นเรื่องดาวเทียมไทยคมเรามีความชำนาญ ก็คิดว่าน่าจะสามารถรักษาวงโคจรไว้ได้ ไม่มีปัญหา แม้ว่าสิทธิ์วงโคจรที่ 120 องศาตะวันออกกำลังจะสิ้นสุดต้นปีหน้าก็ตาม โดยขณะนี้กำลังเจรจากับผู้ให้บริการดาวเทียม 2-3 ราย ซึ่งมีดาวเทียมค้างวงโคจรอยู่แต่ไม่ได้ให้บริการภายใต้หลักการดังกล่าว เราสามารถขอเช่าและลากมาไว้ที่วงโคจรของประเทศไทยได้”

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในการดำเนินการกับดาวเทียมที่จะลากมารักษาวงโคจรนั้นเป็นเรื่องที่ไทยคมต้องหารือกับกระทรวงไอซีทีในรายละเอียด ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายและการให้บริการทางธุรกิจด้วย แต่ในส่วนของการประสานงานนั้นเราช่วยดำเนินการเรื่องการประสานงานการจัดหาดาวเทียมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่หากที่สุดมีการลากดาวเทียมมายังวงโคจรแล้วเรื่องค่าใช้จ่ายการดำเนินการเป็นเรื่องที่ต้องถกให้ลงตัวก่อน

นายสมประสงค์ยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากไทยคมกำลังดำเนินการเพื่อยิงดาวเทียมดวงใหม่ ไทยคม 6 ซึ่งมีแผนที่จะส่งขึ้นสู่วงโคจรในเดือน มิ.ย. 2556 ไทยคม 6 จึงเป็นเป้าหมายทางธุรกิจอันดับต่อไปของไทยคม การจะดำเนินการกับดาวเทียมที่จะถูกลากไปรักษาวงโคจรของประเทศจึงต้องหารือกันภายใต้เงื่อนไขทางธุรกิจที่รัดกุมและรับได้ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย คือทั้งไอซีทีและไทยคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ครม.ได้มีมติให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ไปศึกษาการลากดาวเทียมจากต่างประเทศมาเพื่อรักษาตำแหน่งวงโคจรดังกล่าว แต่เนื่องจากผลการศึกษาออกมาแล้วระบุว่าไม่คุ้มค่าการลงทุนเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก อีกทั้งต้องบริหารจัดการดาวเทียมที่ลากมาไว้ตำแหน่งดังกล่าวให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าการลงทุน ซึ่ง กสท ไม่มีความเชี่ยวชาญ และเห็นว่าตามสัญญาสัมปทานแล้ว ไทยคมจะต้องมีดาวเทียมสำรองอยู่แล้ว จึงเห็นว่าควรให้ไทยคมช่วยรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมเหมือนในอดีต.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

ไอซีทีจับมือ กสทช.ร่วมรักษาสิทธิ์ วงโคจรดาวเทียม

Published กรกฎาคม 20, 2011 by SoClaimon

20 กรกฎาคม 2554, 17:02 น.

ไอซีทีจับมือ กสทช.ร่วมรักษาสิทธิ์ วงโคจรดาวเทียม.

Pic_187832

“ไทยคม” เสนอตัวรักษาตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออก หลัง “กสท” ศึกษาแล้วไม่คุ้มทุน ขณะที่ กสทช. หนุนเต็มที่เพื่อรักษาสิทธิ์ดาวเทียม …

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ได้หารือถึงแนวทางดำเนินการกิจการดาวเทียมของประเทศ โดยเฉพาะการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก และ 50.5 องศาตะวันออก ที่ประเทศไทยต้องการรักษาตำแหน่งไว้ ซึ่ง กสทช.พร้อมจะให้ความร่วมมือกับกระทรวงไอซีที ในการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ

ทั้งนี้ ทางบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นข้อเสนอมายังกระทรวงไอซีที ว่าจะเป็นผู้ดำเนินการลากดาวเทียมจากตำแหน่งอื่น มารักษาตำแหน่งวงโคจร 120 องศาตะวันออกให้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆแลกเปลี่ยนการดำเนินการดังกล่าว เพราะเป็นการดำเนินการตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งเมื่อปี 2546 ไทยคม ก็ได้ลากดาวเทียมจากตำแหน่งอื่น มาไว้ที่ตำแหน่งวงโคจร 50.5 องศาตะวันออก เพื่อรักษาสิทธิ์ในวงโคจรดังกล่าวเอาไว้

“ไทยคมยื่นข้อเสนอมา 2 ครั้งว่าจะดำเนินการรักษาตำแหน่วงโคจร 120 องศาตะวันออกเอาไว้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เลย เพราะเป็นการดำเนินการภายใต้สัญญาสัมปทาน อย่างไรก็ดี การรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมของประเทศ ถือว่าทุกฝ่ายช่วยกันเป็นอย่างดีในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ” ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าว

ด้านนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร รักษาการกรรมการ กสทช. กล่าวว่า กสทช. พร้อมจะสนับสนุนการรักษาตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมทั้งสองตำแหน่งอย่างเต็มที่ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการรักษาสิทธิ์ตำแหน่งดาวเทียม โดยนับจากนี้ กสทช.จะทำงานคู่ขนานไปกับกระทรวงไอซีที เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกิจการดาวเทียมของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออกที่ประเทศไทยได้จองสิทธิ์ไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะสิ้นสุดการจองสิทธิ์ในเดือน ม.ค.2555 ส่วนตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก จะสิ้นสุดในเดือน ต.ค.2555 ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ไปศึกษาความเป็นไปได้ในการลากดาวเทียมจากตำแหน่งอื่นมาวางไว้ในตำแหน่ง 120 องศตะวันออก แต่เกิดปัญหาด้านเทคนิคและผลการศึกษาพบว่าไม่คุ้มค่าการลงทุน ทำให้ กสท ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะการลากดาวเทียมจากประเทศจีนมาไว้ในตำแหน่ง 120 องศา จะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ฉะนั้น จึงต้องหาช่องทางอื่นในการรักษาตำแหน่วงวงโคจรดาวเทียม ซึ่งเมื่อไทยคมได้ยื่นข้อเสนอมายังกระทรวงไอซีทีว่า พร้อมจะดำเนินการให้ ดังนั้น ก็ต้องให้ไทยคมเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 กรกฎาคม 2554, 17:02 น.

อสส.ยันสัญญา3 จี “กสท-ทรู” ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

อสส.ยันสัญญา3 จี “กสท-ทรู” ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน.

Pic_185861

“อัยการสูงสุด” ยันสัญญา3 จี “กสท-ทรู” ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน ไม่ขัด พ.ร.บ.กสทช. ขณะที่ “ไอซีที” ยังกังขา ขอส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตีความอีกรอบ และรอผลตัดสินศาลปกครอง เพื่อความชัดเจน …

วันที่ 12 ก.ค. นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงไอซีที ได้ขอหารือสำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 54 กรณีการทำสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นไปตามขั้นตอน ถูกต้อง ครบถ้วน ครอบคลุมกฎหมาย ของกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน)  และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือตอบกลับมายังกระทรวงไอซีทีแล้ว โดยระบุว่า การทำสัญญาดังกล่าวไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน เพราะเป็นการเช่าเครื่องและอุปกรณ์โทรคมนาคมตามระเบียบของ กสท ว่าด้วยการพัสดุ โดยวิธีตกลงราคากัน อีกทั้ง กสท มีสถานภาพเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด เป็นเพียงผู้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งเทียบเท่ากับเอกชนรายอื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ กสท นำคลื่นความถี่ไปจัดสรรให้สัมปทานกับเอกชน และเมื่อ กสทช.ได้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแล้ว การอนุญาตและการประกอบกิจการ จึงไม่ใช่เป็นการใช้ทรัพย์สินของส่วนราชการหรือของหน่วยงานรัฐ ตามพ.ร.บ.ร่วมทุน 2535 แต่เป็นการดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และพ.ร.บ.กสทช.2553

สำหรับการให้ความเห็นเกี่ยวกับการแผนการลงทุนรองรับการทำสัญญาโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ของ กสท วงเงิน 12,000 ล้านบาทนั้น นางจีราวรรณ กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% เพื่อสอบถามความเห็นในเรื่องของการลงทุน ซึ่งขณะนี้ยังคงรอคำตอบจากกระทรวงการคลัง ก่อนที่จะเสนอความเห็นให้ รมว.ไอซีทีพิจารณา เพื่อนำเสนอต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แม้กระทรวงไอซีทีจะได้รับหนังสือตอบกลับจากอัยการสูงสุด ที่ลงนามโดยนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด แล้วก็ตาม แต่ยังคงมีข้อกังขาว่า ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน ตามบทนิยามว่า “ร่วมงานหรือดำเนินการ” ตามมาตรา 4 พ.ร.บ.ร่วมทุน 2535 อย่างไร เนื่องจากการดำเนินการให้บริการ 3 จี ถ้าจะให้สำเร็จผลเปิดให้บริการได้ กสท จะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตการนำเข้าและติดตั้งอุปกรณ์ จาก กสทช. แล้วนำใบอนุญาตนั้น มาให้กลุ่มบริษัททรู นำเข้าอุปกรณ์ แล้วมาติดตั้ง เพื่อให้ กสท เช่าใช้เครื่องและอุปกรณ์อีกทอดหนึ่ง ฉะนั้น จึงเตรียมที่จะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงรอผลการตัดสินชี้ขาดของศาลปกครองด้วย จากที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องร้อง กสท ว่า สัญญาดังกล่าวไม่เป็นตามกฎหมาย พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นที่สิ้นสุดของการตรวจสอบสัญญาฉบับดังกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

“บอร์ดทีโอที”ทัวร์ฟินแลนด์-ฝรั่งเศสดูโรงงานอุปกรณ์3จี

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 20:30 น.

“บอร์ดทีโอที”ทัวร์ฟินแลนด์-ฝรั่งเศสดูโรงงานอุปกรณ์3จี.

Pic_184095

“บอร์ดทีโอที” ทัวร์ฟินแลนด์- ฝรั่งเศส อ้าง ดูโรงงานอุปกรณ์ 3 จี “โนเกีย-อัล คาเทล” ด้านพนักงานวิจารณ์ เปลี่ยนรมว.แล้วบอร์ดต้องลาออกแต่ทำไมยังไปดูงานอีก…

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า ในระหว่างวันที่ 11 -20 ก.ค.นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที จะเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศฟินแลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เข้าเยี่ยมชมโรงงานผู้ผลิตอุปกรณ์โครงการขยายโทรศัพท์มือ ถือ 3 จี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจกับอุปกรณ์ และสร้างโอกาสทางธุรกิจทีโอที ซึ่งจะเข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ประเทศฟินแลนด์ และบริษัท อัลคาเทล ลูเซ่นส์ จำกัด ประเทศฝรั่งเศส

ทั้งนี้ การเดินทางไปดูงานที่ประเทศฟินแลนด์-ฝรั่งเศสในครั้งนี้ ทีโอที จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ใช้งบประมาณราว ๆ 4 ล้านบาท โดยมีกรรมการและพนักงานทีโอที ร่วมเดินทางในครั้งนี้ จำนวน 10-15 คน ส่วนกรรมการคนใดจะร่วมเดินทางครั้งนี้ ยังไม่สรุปชัดเจน เนื่องจากหลายฝ่ายกังวลว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ และรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) คนใหม่แล้ว บอร์ดทีโอที ต้องลาออกตามไปด้วย เพราะเป็นมารยาททางการเมือง แต่กรรมการหลายคนก็แจ้งว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถไปดูงานต่างประเทศได้ เพราะที่ประชุมบอร์ดได้อนุมัติค่าใช้งานในการเดินทางไปแล้ว

สำหรับกรรมการที โอที ประกอบด้วย นายบุญมาก ศิรเนาวกุล รักษาการประธานบอร์ด กรรรมการ ได้แก่ นายวิศาล วุฒิศักดิ์ศิลป์ ,นายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ ,นายเอกสิทธิ์ วันสม,นายสายัณห์ สตางค์มงคล,พลอากาศโทจุลจรูญ แสงงำพาล ,นายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ ,นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ,นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากที่บอร์ดทีโอที มีกำหนดการไปจะดูโรงงานโนเกีย ซีเมนส์ และอัลคาเทลในต่างประเทศครั้งนี้ พนักงานทีโอที ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก เนื่องจากใกล้จะเปลี่ยนแปลงรมว.ไอซีทีแล้ว และบอร์ดก็ต้องลาออกไปด้วย ตามมารยาท เหตุใดบอร์ดทีโอทีต้องเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ จากก่อนหน้านี้ไม่มีนโยบายที่จะเดินทางไปดูงานแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตการไปดูโรงงานอัลคาเทลด้วย ว่า ทีโอที ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ของอัลคาเทลในโครงการ 3 จี เพราะกลุ่มอัลคาเทล แพ้ประมูล 3 จี เหตุใดจึงไปเยี่ยมโรงงาน หรือว่ามีการใช้อุปกรณ์บางชิ้นของอัลคาเทล ทั้งนี้  อัลคาเทล ได้เข้าร่วมประมูล 3 จีกับ บริษัท แอดวานซ์ อิน ฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเคชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ในนามกิจการร่วมค้า เอยู คอนซอร์เตียม

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 20:30 น.

“ไอซีที”เพิ่งละเมอตื่น ลุ้นบรอดแบนด์ทั่วไทย

Published มิถุนายน 15, 2011 by SoClaimon

8 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
“ไอซีที”เพิ่งละเมอตื่น ลุ้นบรอดแบนด์ทั่วไทย.

Pic_125177

นายจุติ ไกรฤกษ์

เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทยยังไม่ทั่วถึง อีกทั้งราคายังอยู่ในอัตราสูง ขณะที่หลายประเทศมีการใช้ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกันอย่างแพร่หลาย….

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปคด้านโทรคมนาคมและอุตสาหกรรมสารสนเทศ ครั้งที่ 8 ที่โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น พบว่า ประเทศไทยยังจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์เกี่ยวกับนโยบายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้เข้มข้น เพราะปัจจุบันไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไม่เกิน 10 ล้านคน เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของไทยยังไม่ทั่วถึง อีกทั้งราคายังอยู่ในอัตราสูง ขณะที่หลายประเทศมีการใช้ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกันอย่างแพร่หลาย เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เป็นต้น

“ภายในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมผู้บริหารของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์ แห่งชาติ เนื่องจากฝ่ายปฏิบัติการจะสามารถผลักดันและขับเคลื่อนให้คนไทยทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ได้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงโดยเร็วที่สุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

สศช.ตีกลับแผนลงทุน3จี’กสท-ทรู’ รอคลัง-ไอซีทีเสนอความเห็น

Published มิถุนายน 2, 2011 by SoClaimon

1 มิถุนายน 2554, 20:15 น.

สศช.ตีกลับแผนลงทุน3จี’กสท-ทรู’ รอคลัง-ไอซีทีเสนอความเห็น.

Pic_175853

“สศช.” ตีกลับแผนลงทุน 3 จี และการลงนามในสัญญา“กสท-ทรู” โยนให้ “คลัง-ไอซีที” เสนอความเห็นว่า เข้าข่ายพ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ทำหนังสือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซืที) เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ จากระบบซีดีเอ็มเอเป็นเอชเอสพีเอ เพื่อให้บริการ 3 จี มูลค่า 12,000 ล้านบาท ระยะเวลา 14 ปี ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เนื่องจากการเสนอแผนลงทุนของกสท ไม่มีความเห็นของกระทรวงไอซีทีแต่อย่างใด ฉะนั้นกระทรวงไอซีที จะต้องให้ความเห็นก่อน จึงจะเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด)สศช.พิจารณาได้ ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวด้วย เนื่องจากการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีดังกล่าว กสท จะนำไปให้กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เช่าใช้โครงข่ายตามสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการ 3 จี นั้น เข้าข่ายพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของ รัฐ พ.ศ.2535หรือไม่ รวมทั้งโครงข่ายซีดีเอ็มเอที่มีอยู่ 1,600 แห่งใน 51 จังหวัดนั้น ถือเป็นสินทรัพย์ของกสทหรือไม่

นอกจากนี้ยังให้กสทไปดำเนินการตามขั้นตอนของพ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่น ความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 อย่างเคร่งครัดและรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของกสทเอง

ด้าน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า หลังจากที่บอร์ดกสทเห็นชอบแผนการลงทน 3 จีแล้ว ทางกสท ได้นำแผนดังกล่าวเสนอสศช.และกระทรวงไอซีที ไปพร้อมๆกัน แบบคู่ขนาน เพี่อความรวดเร็วในการดำเนินการ แม้กระทรวงไอซีทีจะยังไม่ได้ให้ความเห็นในขณะนี้ แต่เชื่อว่าในเร็ว ๆจะให้ความเห็นอย่างแน่นอน และเมื่อได้รับความเห็นจากกระทรวงไอซีทีแล้ว ก็จะนำเสนอให้สศช.พิจารณาอนุมัติอีกครั้ง

ส่วน นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที กล่าวว่า กสทได้เสนอแผนดังกล่าวมาให้พิจารณาแล้ว แต่ยังไม่ได้ให้ความเห็น เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณารายละเอียดโครงการดังกล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 มิถุนายน 2554, 20:15 น.

ไอ​ซี​ที​จูบ​ปาก​ไทย​คม เตรียม​ยิง​ดาวเทียม 6

Published พฤษภาคม 17, 2011 by SoClaimon

16 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
ไอ​ซี​ที​จูบ​ปาก​ไทย​คม เตรียม​ยิง​ดาวเทียม 6 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171752

​ไอ​ซี​ทีเห็น​ชอบ​ให้​บริษัท ไทย​คม สร้าง​ดาวเทียม​ไทย​คม 6 เพื่อ​สำรอง​ดาวเทียม​ไทย​คม 5 คาด​ว่า​จะ​ยิง​ดาวเทียม​ใน​ปี 56 พักเรื่องขยายอายุสัมปทาน หลังเหลือเวลาเพียงแค่ 8 ปี ระบุใกล้​หมดอายุ​ค่อย​มา​เจรจา​กัน​…

นาง​จี​ราว​รรณ บุญ​เพิ่ม ปลัด​กระทรวง​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​และ​การ​สื่อสาร (ไอ​ซี​ที) เปิดเผย​ว่า คณะ​กรรมการ​มาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.​ว่า​ด้วย​การ​ให้​เอกชน​เข้า​ร่วม​การ​งาน​หรือ​ดำเนิน​การ​ใน​กิจการ​ของ​รัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.​ร่วม​ทุน) สำหรับ​สัญญา​สัมปทาน​ดาวเทียม ได้​เห็น​ชอบ​ให้​บริษัท ไทย​คม จำกัด (มหาชน) ดำเนิน​การ​สร้าง​ดาวเทียม​ไทย​คม 6 เพื่อ​สำรอง​ดาวเทียม​ไทย​คม 5 ซึ่ง​ขณะ​นี้​คณะ​กรรมการ​เทคนิคได้​กำหนด​คุณสมบัติ (สเปก) ดาวเทียม​ไทย​คม 6 เสร็จ​แล้ว และ​คาด​ว่า​จะ​ยิง​ดาวเทียม​ใน​ปี 56 โดย​เรื่อง​นี้​ได้​รายงาน​ให้​นาย​จุติ ไกร​ฤกษ์ รมว.​ไอ​ซี​ที รับ​ทราบ​และ​อนุมัติ​ให้​ดำเนิน​การ​ได้ ทั้งนี้ ทาง​ไทย​คม​ยินยอม​ที่​จะ​ยิง​ดาวเทียม​ไทย​คม 6 เป็น​ดาวเทียม​สำรอง​ไทย​คม 5 ซึ่ง​เป็น​การ​ปฏิบัติ​ตาม​สัญญา​ที่​ต้อง​มี​ดาวเทียม​สำรอง อีก​ทั้ง​ปัจจุบัน​ประเทศไทย​มี​ดาวเทียม​เพียง 2 ดวง คือ ไทย​คม 5 และ​ไอ​พี​สตาร์ ไม่​เพียงพอ​ต่อ​ความต้องการ​ใน​ประเทศ ส่วน​การ​เพิ่ม​สัดส่วน​การ​ถือ​หุ้น​ของ​กลุ่ม​ชิน​คอร์ปอเรชั่น ให้​กลับ​ไป​อยู่​สัดส่วน​เดิม 51% ตาม​สัญญา​เดิม จาก​ปัจจุบัน​อยู่​ที่ 41% นั้น ทาง​ไทย​คม​ได้​ขอ​ขยาย​เวลา​ดำเนิน​การ ขณะ​เดียวกัน ​ไอ​ซี​ที​เอง​ก็​ต้อง​ถาม​ไป​ยังสำนักงาน​อัยการ​สูง​สุด​ด้วย เพื่อ​ความ​ถูกต้อง​และ​มั่นใจ​ว่า​จะ​ไม่​เกิด​ปัญหา​ขึ้น​ภายหลัง​อีก ส่วน​เรื่อง​การ​ขยาย​อายุ​สัญญา​สัมปทาน​จาก​ปัจจุบัน​เหลือ 8 ปี​นั้น เมื่อ​ใกล้​หมดอายุ​ค่อย​มา​เจรจา​กัน​อีก​ครั้ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

ปชช.เตรียมตัวให้พร้อม 3จีบุกไทยเต็มรูปแบบกลางไตรมาส4/54

Published พฤษภาคม 10, 2011 by SoClaimon

9 พฤษภาคม 2554, 14:58 น.
ปชช.เตรียมตัวให้พร้อม 3จีบุกไทยเต็มรูปแบบกลางไตรมาส4/54 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_170134

ทีโอที เซ็นสัญญาจ้างกลุ่มเอสแอล คอนซอเตียม โครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ทั่วประเทศ คาดประชาชนคนไทยจะได้ใช้ 3G เต็มรูปแบบกลางไตรมาส 4…

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่สำนักงานใหญ่ ทีโอที แจ้งวัฒนะ นายอานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที และกลุ่ม เอสแอล คอนซอเตียม โดย นายเจริญรัฐ  วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอปอร์เรชั่น จำกัด และนายวสันต์  จาติกวณิช กรรมการบริหาร บริษัทล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ร่วม ลงนามในสัญญาจ้างโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 โดยมีนายกำธร ไวทยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บมจ.ทีโอที และนางศริญญา ไชยประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักพัสดุ และกฎหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงนามในฐานะพยาน พร้อมผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 3 หน่วยงาน ร่วมแสดงความยินดี ซึ่งโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G จะเป็นการสนับสนุนนโยบายบรอดแบรนด์แห่งชาติของรัฐบาลในการเข้า ถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนคนไทย ได้อย่างทั่วถึง และเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับ ทีโอที ในการดำเนินธุรกิจด้วยตนเองแทนการพึ่งพารายได้จากสัมปทาน

นายอานนท์ กล่าวว่า โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G จะเป็นการสนับสนุนนโยบายบรอดแบรนด์แห่งชาติของรัฐบาลและกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ และแผนแม่บท ICT ฉบับที่ 2 (2552-2556) เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ทุกที่ทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตต่อประชากรให้สูงขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิตพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศทั้งในด้านการ ศึกษา เศรษฐกิจ การแพทย์ และสาธารณสุข และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  ซึ่ง พนักงาน ทีโอที ทุกคนต่างให้การสนับสนุนเนื่องจากจะทำให้ ทีโอที สามารถดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง ทดแทนการพึ่งพารายได้จากสัมปทาน และทำให้ ทีโอที สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ทั้งนี้ การลงนามครั้งนี้ เป็นการลงนามจ้างกลุ่มเอสแอล คอนซอเตียมของบริษัท สามารถ คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด และ บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ ไวร์เลส จำกัด สำหรับงานจ้างโครงการ สร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G มูลค่า 15,999.50 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย การสร้างระบบโครงข่ายหลัก (Core Network) จำนวน 1 ระบบ ระบบสถานีฐาน (UTRAN) จำนวน 4,772 แห่ง ระบบสื่อสัญญาณ (Transport Network) ระบบบริการ จัดการโครงข่าย (OSS) จำนวน 1 ระบบ ระบบ บริการเสริมพื้นฐาน (VAS) จำนวน 1 ระบบ ระบบสนับสนุนการให้บริการ (Business Support System) จำนวน 1 ระบบ รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์และการจัดเตรียมสถานที่ (Site Preparation) และ อุปกรณ์สนับสนุนและบำรุงรักษาโครงข่าย

สำหรับการจัดสร้างโครงข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ทีโอที จะดำเนินการติดตั้งสถานีฐานทั่วประเทศจำนวน 5,320 แห่ง ครอบคลุม 57 จังหวัด โดยจะเป็นการสร้างสถานีฐานใหม่จำนวน 4,772 สถานี และย้ายสถานีฐานเดิม  จากใจกลางกรุงเทพฯไปติดตั้งในปริมณฑลกรุงเทพฯแทนจำนวน 548 สถานี ซึ่งหลังจากที่ได้ลงนามในสัญญาแล้ว  คาด ว่าประมาณกลางไตรมาสที่4 ของปี 2554 ประชาชนคนไทยจะได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เต็มรูปแบบในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 13 จังหวัดหลัก หลังจากนั้นภายในกลางปี 2555 จะสามารถใช้งานได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า การเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G จะแบ่งเป็น 3 ระยะ ซึ่งหลังจากที่ มีการลงนามเซ็นสัญญาว่าจ้างกลุ่มเอสแอลคอนซอเตียม แล้ว คาดว่าจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้บริการแล้วเสร็จในพื้นที่สำคัญ ซึ่งมีประชากรหนาแน่น โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ เฟส 1 -เฟส 2  คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายใน 180 วัน คือ กทม. ทุกพื้นที่และรวมปริมณฑล 4 จังหวัด และ 13 จังหวัดเศรษฐกิจ เช่น ชลบุรี ระยอง สงขลา  สุราษฎร์ธานี  ภูเก็ต เชียงใหม่  เชียงราย  ลำปาง  พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา ขอนแก่น และหนองคาย เป็นต้น โดยจะสามารถเริ่มให้บริการได้ ภายใน 90 วัน  และเฟสสุดท้าย จะขยายไปยังทุกจังหวัดในประเทศเพื่อให้ครอบคลุมต่อจำนวน ประชากร70% ภายใน 360 วัน โดย ทีโอที จะพิจารณาจากพื้นที่ที่มีความต้องการสูง

นายอานนท์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ทีโอที มีลูกค้าผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ TOT 3G ประมาณ 200,000  เลขหมาย โดยตั้งเป้าหมายปี 2554 จะมีลูกค้า ประมาณ 1.3 ล้านเลขหมาย และเพิ่มเป็น 7  ล้านเลขหมายในปี 2558 มีส่วนแบ่งตลาด ไม่น้อยกว่า  8 %  โดยแผนการตลาด  ทีโอที จะขายผ่าน MVNO (Mobile Virtual Network Operator) เป็นหลัก และจะทำตลาดเองบางส่วนโดยทำตลาด convergence ร่วม กับผลิตภัณฑ์ในเครือของ ทีโอที เช่น ADSL หรือ โทรศัพท์ประจำที่

สำหรับการจัดสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ทั่ว ประเทศ มูลค่า 19,980 ล้านบาท แบ่งเป็น การประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง มูลค่า 17,440 ล้านบาท งบสำรอง โครงการมูลค่า 540 ล้านบาท  และการปรับปรุงโครงข่ายเดิมของ เอซีทีโมบายจาก 2G เป็น 3G มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยโครงสร้างการลงทุนมาจาก แหล่งเงินทุนของ ทีโอที ในสัดส่วนร้อยละ 20 และเป็นเงินกู้จากสถาบันการเงินร้อยละ 80 จากกลุ่มธนาคารกรุง ศรีอยุธยา และ ธนาคารยูโอบี ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อเสนอทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อทีโอทีสูงสุด กล่าวคือ ให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำที่สุด และ ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้นาน รวมทั้งมีเงื่อนไขที่ดีที่สุด ทั้งนี้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ภายใต้ แบรนด์ “ทีโอที 3G” บนคลื่น 2100 MHz. ซึ่งเป็นไปตาม มาตรฐานสากล ของ International Mobile Telecommunications 2000, IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของ International Telecommunication Union (ITU) ด้วยความเร็วสูง 14.4 Mbps (download)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 9 พฤษภาคม 2554, 14:58 น.
%d bloggers like this: