ไหม

All posts tagged ไหม

ศึกษาวิจัยเลี้ยงไหมอีรี่ เพิ่มทางเลือกผู้ปลูกมันฯ

Published มิถุนายน 12, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/267173

11 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

Pic_267173

ตัวไหมอีรี่และเส้นไหมที่ได้จากการปั่น.

แม้ประเทศไทยจะส่งออกสินค้าสิ่งทอที่ต้องพึ่งวัตถุดิบจากเส้นใยฝ้ายเป็นหลัก แต่ปัจจุบันการปลูกฝ้ายในบ้านเราประสบปัญหาเรื่องโรคและแมลงศัตรู จึงไม่สามารถผลิตเส้นใยได้เพียงพอกับความต้องการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อีกทั้งเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะกลุ่มผู้ปลูกมันสำปะหลังในอนาคต รศ.ดร.ทิพย์วดี อรรถธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านไหม ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  จ.นครปฐม จึงทำโครงการ “วิจัยพัฒนาไหมอีรี่สู่อุตสาหกรรม” โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนทุน

ศ.ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผอ.สกว. บอกต่อว่า สกว.ได้เล็งเห็นว่าไหมอีรี่เป็นแมลงที่มีประโยชน์ และมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่อุตสาหกรรมขนาดเล็กในครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมขนาดกลางในชุมชน เพื่อเป็นอาชีพทางเลือกให้กับเกษตรกร รวมทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร ซึ่งเส้นใยไหมอีรี่เป็นไหมปั่น (spun silk) เช่นเดียวกับฝ้าย ดังนั้นจึงอาจทดแทนกันได้ในอนาคต

ศ.ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผอ.สกว. (ขวา) และ รศ.ดร.ทิพย์วดี อรรถธรรม.ศ.ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผอ.สกว. (ขวา) และ รศ.ดร.ทิพย์วดี อรรถธรรม.

รศ.ดร.ทิพย์วดี เปิดเผยถึงแนวทางการวิจัยว่า ที่ผ่านมาไหมทาซาร์ (tasar silk, A. mylitta และ A. proylei) ไหมมูก้า (muga silk, A. assamensis) และไหมอีรี่ (eri silk, Philosamia ricini ) ที่มีการเลี้ยงเป็นอาชีพในประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลี โดยไหมอีรี่เป็นไหมป่าเพียงชนิดเดียวที่มนุษย์สามารถเลี้ยงได้ครบวงจรชีวิตอย่างสมบูรณ์ จากข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น ทีมวิจัยจึงมุ่งศึกษาการเลี้ยงไหมชนิดนี้

โดยเริ่มแรก ทดลองเลี้ยงด้วยใบพืชชนิดต่างๆ เช่น ละหุ่ง มันสำปะหลัง มะละกอ อ้อยช้าง สบู่ดำ มะยมป่า และ สันปลาช่อน ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วพบว่าใช้ ใบละหุ่ง (castor plant) ได้ดีที่สุด หนอนไหมให้รังที่มีขนาดใหญ่และปริมาณเส้นไหมมาก รองลงมาคือใบมันสำปะหลัง (cassava plant) ส่วนพืชชนิดอื่นอาจใช้เป็นพืชอาหารทดแทนได้ในช่วงที่ใบละหุ่งหรือใบมันสำปะหลังขาดแคลน แต่ไม่สามารถใช้เลี้ยงจนครบวงจรชีวิต

กระทั่งได้รังไหมที่มีเส้นใยประกอบด้วยสาร fibroin ล้อมรอบด้วยสาร sericin ซึ่งเป็นสารเหนียวใช้ยึดเส้นใยให้สานกันเป็นรังหุ้มดักแด้ไว้ภายใน รังไหมอีรี่มีลักษณะยาวเรียวสีขาว มิได้เป็นเส้นยาวเหมือนไหมหม่อน ต้องดึงเส้นใยจากรังด้วยวิธีปั่น (spun) แบบเดียวกับการปั่นฝ้าย จึงไม่ต้องต้มรังตอนที่ยังมีดักแด้ โดยสามารถตัดเปลือกก่อนจึงนำรังไปต้ม แล้วนำผ่านขบวนการกระทั่งได้เส้นไหมมีความเหนียว ยาว แวววาว สวยงาม และราคาดีกว่าเส้นใยฝ้าย

สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมได้ ซึ่งทาง สกว.ได้นำมาจัดในงาน มหกรรมวิชาการ สกว. วิจัยตามรอยพระยุคลบาท : สร้างสรรค์ปัญญา เพื่อพัฒนาประเทศ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว…ภายใต้แนวคิดหลัก 9 บันดาล…สู่งานวิจัย ในวันที่ 20–24 มิถุนายน 2555 ณ ฮอลล์ 7–8 อิมแพค เมืองทองธานี.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 11 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

เปิดตลาดนำเข้าเส้นไหมดิบ

Published มิถุนายน 6, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/117996

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม  เปิดเผยว่า  ตามที่กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแนวทางการเปิดตลาดเส้นไหมดิบตามข้อผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลกปี พ.ศ. 2555 นั้น  คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบตามที่เสนอ โดยให้มีการเปิดตลาดสินค้าเส้นไหมดิบตามข้อผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลกปี พ.ศ. 2555 ปริมาณ 483 เมตริกตัน อัตราภาษีในโควตาร้อยละ 20 อัตราภาษีนอกโควตา 226  และให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555  นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบในหลักการการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าเส้นไหมดิบตามข้อผูกพันภายใต้องค์การการค้าโลกในปีต่อไป หากปริมาณและอัตราภาษีทั้งในโควตาและนอกโควตาไม่แตกต่างจากที่กำหนดไว้ในปี 2555 โดยให้กระทรวงเกษตรฯ  โดยคณะกรรมการหม่อนไหมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์หรือระเบียบบริหารการนำเข้าตามความเหมาะสม และให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการประกาศอัตราภาษีขาเข้าทั้งในและนอกโควตาต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเข้าเส้นไหมดิบจำนวนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของไทย เนื่องจากเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมากกว่าร้อยละ 90 ของไทยเป็นเกษตรกรที่ผลิตเส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านและพันธุ์ไทยลูกผสมรังสีเหลือง ซึ่งปริมาณการผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และเส้นไหมที่นำเข้ามาเป็นไหมเส้นยืน ซึ่งนำเข้ามาเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดดังกล่าว.

เอกชนโดดร่วมพัฒนาไหมไทย “เซ็นทรัล” มอบเงินทุนสนับสนุน2ชุมชนผู้ผลิตไหมพื้นบ้าน

Published พฤษภาคม 29, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/8283

วันอังคาร ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : เอกชนพัฒนาไหมไทยเซ็นทรัลไหมพื้นบ้านกรมหม่อนไหม,

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมโดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น ได้จัดทำโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้านขึ้น และได้รับความร่วมมือจากบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยกรมหม่อนไหมได้คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมต้นแบบจำนวน 2 กลุ่ม เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวฝาย ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น  ซึ่งมี นางบุญสิน ราษฏร์เจริญ เกษตรกรดีเด่นสาขาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2555 เป็นประธานกลุ่ม และ 2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองหญ้าปล้อง ต.โพนแพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งมี นางทองเลิศ สอนจันทร์ เป็นประธานกลุ่ม โดยทั้ง 2 กลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพในการพัฒนาแต่ยังมีปัญหาในด้านต่าง ๆ เช่น ขาดแคลนโรงเลี้ยงไหมแบบประหยัด ระบบน้ำในแปลงหม่อน โรงฟอกย้อมสีธรรมชาติและอุปกรณ์ รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนที่จะใช้ภายในกลุ่ม

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเข้ามาสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้านของภาคเอกชนในครั้งนี้ นอกจากจะให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนสำรองในการรับซื้อเส้นไหมโดยจัดทำในรูปแบบสหกรณ์ให้แก่ทั้ง 2 หมู่บ้าน จำนวนหมู่บ้านละ 500,000 บาทแล้ว ยังจัดให้มีการวางท่อระบบส่งน้ำรวม 80 หลังคาเรือน เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกต้นหม่อนได้ตลอดทั้งปี มีการสร้างโรงเลี้ยงไหมภายในครัวเรือนแบบประหยัด จำนวน 42 ห้อง การสร้างโรงเก็บวัตถุดิบและซื้ออุปกรณ์การย้อมสีธรรมชาติ นอกจากนี้ยังจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ด้านเทคนิคการย้อมสีผ้า การออกแบบลายผ้าตามสมันนิยมรวมถึงการตัดเย็บ โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ซึ่งจะช่วยดูแลให้คำแนะนำด้านการออกแบบลายผ้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด และในอนาคตบริษัทในเครือเซ็นทรัลอาจนำผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์จากโครงการฯ ไปวางจำหน่ายเพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้าน ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากภาคเอกชนในครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ สมาชิกในกลุ่มมีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในอาชีพได้ต่อไป

กรมหม่อนไหม ปลื้มภาคเอกชนมอบเงิน 1 ล้าน สนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้าน

Published พฤษภาคม 29, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/7753

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 17.57 น.

tags : ผลิตภัณฑ์ไหมไทยโครงการพัฒนาชุมชนสนับสนุนภาคเอกชนกรมหม่อนไหมพื้นบ้าน,

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้าน แก่เกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านหัวฝาย  และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองหญ้าปล้อง จังหวัดขอนแก่นว่า กรมหม่อนไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น ได้จัดทำโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้านขึ้น และได้รับความร่วมมือจากบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยกรมหม่อนไหมได้คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมต้นแบบจำนวน 2 กลุ่ม เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ 1. กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวฝาย ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ซึ่งมี นางบุญสิน ราษฏร์เจริญ เกษตรกรดีเด่นสาขาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประจำปี 2555 เป็นประธานกลุ่ม  และ 2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติบ้านหนองหญ้าปล้อง ต.โพนแพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งมี นางทองเลิศ  สอนจันทร์ เป็นประธานกลุ่ม โดยทั้ง 2 กลุ่มเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพในการพัฒนาแต่ยังมีปัญหาในด้านต่าง ๆ เช่น ขาดแคลนโรงเลี้ยงไหมแบบประหยัด  ระบบน้ำในแปลงหม่อน โรงฟอกย้อมสีธรรมชาติและอุปกรณ์ รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนที่จะใช้ภายในกลุ่ม

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเข้ามาสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้านของภาคเอกชนในครั้งนี้ นอกจากจะให้การสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนสำรองในการรับซื้อเส้นไหมโดยจัดทำในรูปแบบสหกรณ์ให้แก่ทั้ง 2 หมู่บ้าน จำนวนหมู่บ้านละ 500,000 บาทแล้ว  ยังจัดให้มีการวางท่อระบบส่งน้ำรวม 80 หลังคาเรือน เพื่อให้เกษตรกรสามารถปลูกต้นหม่อนได้ตลอดทั้งปี   มีการสร้างโรงเลี้ยงไหมภายในครัวเรือนแบบประหยัด  จำนวน 42 ห้อง   การสร้างโรงเก็บวัตถุดิบและซื้ออุปกรณ์การย้อมสีธรรมชาติ  นอกจากนี้ยังจัดให้มีการอบรมให้ความรู้ด้านเทคนิคการย้อมสีผ้า การออกแบบลายผ้าตามสมันนิยมรวมถึงการตัดเย็บ โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์เผ่าทอง  ทองเจือ  เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ ซึ่งจะช่วยดูแลให้คำแนะนำด้านการออกแบบลายผ้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด  และในอนาคตบริษัทในเครือเซ็นทรัลอาจนำผ้าไหมหรือผลิตภัณฑ์จากโครงการฯ ไปวางจำหน่ายเพื่อช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าโครงการพัฒนาชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ไหมไทยพื้นบ้าน ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากภาคเอกชนในครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ สมาชิกในกลุ่มมีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในอาชีพได้ต่อไป

มาตรฐาน….หม่อนไหมอินทรีย์

Published พฤษภาคม 21, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/260776

17 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

“…การส่งเสริมหม่อนไหมตามมาตรฐานหม่อนไหมอินทรีย์ เป็นนโยบายของกรมหม่อนไหม ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพการผลิต พัฒนาระบบการจัดการ และการตลาดอย่างเป็นระบบ…

โดย…ได้ ร่วมภาคีเครือข่ายทั้งของรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันองค์ความรู้พัฒนากลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดประโยชน์องค์รวมต่อประเทศในเชิงพาณิชย์ เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้ดียิ่งขึ้น…” เมื่อไม่นานมานี้ คุณประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม บอกกับสื่อมวลชนไว้อย่างนั้น

ทั้งนี้…สืบเนื่องมาจาก กรมหม่อนไหมได้จัดกิจกรรม โครงการส่งเสริมมาตรฐานหม่อนไหมอินทรีย์เพื่อผลิตผ้าไหมไทย และ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้เครื่องหมายรับรองตามมาตรฐานสมัครใจของยุโรป (Global Organic Textiles Standard: GOTS)

โดยที่ผ่านมา…กรมหม่อนไหม กับ บริษัท ไบโออากริ-โคออป และ หอการค้าไทย–อิตาเลียน ได้ตกลงร่วมมือ (MoU) บูรณาการอุตสาหกรรมผ้าไหมตามนโยบายสนับสนุน พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาพผ้าไหมของประเทศไทยและสหภาพยุโรป

กับโครงการฯนี้มีกลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ 7 ราย จากนั้น เจ้าหน้าที่ หอการค้าไทย–อิตาเลียน เดินทางไปสำรวจพื้นที่เพื่อสำรวจความพร้อมและระบบควบคุมภายใน (Internal Control System) ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือก ได้แก่ สปันซิลค์ เวิล์ด กับจุลไหมไทย

แล้ว…Mr.Riccardo Cozzo ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอิตาลี ได้เดินทางไปตรวจ ประเมินความเป็นไปได้ในการตรวจสอบการรับรองการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับสากลอีกครั้ง กับกระบวนการและขั้นตอนต่างๆในการปฏิบัติการของจุลไหมไทยที่เพชรบูรณ์ กับสปัน ซิลค์ เวิลด์ ที่เชียงใหม่ จนเป็นที่มั่นใจแล้ว…จึงได้ แนะนำในการเตรียมเอกสารเพื่อขอการรับรอง

“…แผนการส่งเสริมหม่อนไหมตามมาตรฐานหม่อนไหมอินทรีย์ของกรมหม่อนไหม ในอันดับจะมีการขยายพื้นที่ของเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ครอบคลุมไปทั่วทุกพิกัด ในเร็วๆนี้

เพื่อนำร่องการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอินทรีย์ไทยให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับสากล ซึ่งจะสามารถพูดได้เต็มปากว่าเราผ่านการรับรองมาตรฐานในระดับโลกเลยก็ได้…” อธิบดีกรมหม่อนไหม ยืนยันในศักยภาพ…อย่างมั่นใจ…!!!

ดอกสะแบง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 17 พฤษภาคม 2555, 05:00 น.

กรมหม่อนแนะเพาะเห็ด สร้างรายได้เสริมเลี้ยงไหม

Published พฤษภาคม 21, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/7320

วันจันทร์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : กรมหม่อนแนะเพาะเห็ด สร้างรายได้เสริมเลี้ยงไหม,

 

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรผู้มีอาชีพการเลี้ยงไหมให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในอาชีพ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในการเลี้ยงไหมให้เกษตรกร เพื่อไม่ให้อาชีพสูญหายไป โดยล่าสุด ได้ส่งเสริมการเพาะเห็ดจากวัสดุเหลือใช้จากการเลี้ยงไหมเพื่อสร้างรายได้เสริมอีกทาง

ทั้งนี้การเพาะเห็ดจากกิ่งหม่อนนั้น สามารถเพาะได้ทั้งเห็ดหอมและเห็ดนางรม โดยการเลี้ยงไหม 1 กล่อง (แผ่น) จำนวน 20,000 ตัว ได้รังไหมประมาณ 30 กิโลกรัม มีรายได้ราว 5,000 บาทมีกิ่งหม่อนเหลือใช้ 500 กิโลกรัม เมื่อแห้งแล้วจะเหลือ 100 กิโลกรัม นำไปเพาะเห็ดได้ถึง 38 กิโลกรัม คิดเป็นรายได้ประมาณ 1900-2,400 บาท ดังนั้น หม่อน 1 ไร่ เลี้ยงไหมได้ครั้งละ 1 กล่อง ในรอบ 1 ปี หม่อน 1 ไร่ เลี้ยงไหมได้ 4 ครั้ง หรือ 4 กล่อง สามารถเพาะเห็ดได้ถึง 152 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,600-9,800 บาท โดยเกษตรกรสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2558-7924-6 ต่อ 401

กรมหม่อนแนะเพาะเห็ดสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้ดีจากการเลี้ยงไหม‏

Published พฤษภาคม 21, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/7166

วันเสาร์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 08.58 น.

tags : ประเสริฐ โกศัลวิตรเกษตรกรเพาะเห็ดกรมหม่อนไหม,

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมมีความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรผู้มีอาชีพการเลี้ยงไหมให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในอาชีพ จึงหาวิธีการต่างๆ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในการเลี้ยงไหมให้เกษตรกร เพื่อไม่ให้อาชีพนี้สูญหายไป อย่างเช่น การเพาะเห็ดจากวัสดุเหลือใช้จากการเลี้ยงไหม โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มจะเข้าสู่ฤดูฝนนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความชื้นสูง มีความเหมาะสมสำหรับการเพาะเห็ด เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมสามารถนำ กิ่งหม่อนที่เหลือใช้จากการเลี้ยงไหม มาใช้เป็นวัสดุเพาะเห็ดแทนขี้เลื่อยยางพาราได้ ช่วยสร้างรายได้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดีซึ่งจะเปม็นการสร้างรายได้ห้กับเกษตรกรได้อีกทาง

ขณะที่ นางชวนพิศ สีมาขจร นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เขตที่ 2 จังหวัดอุดรธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการเพาะเห็ดจากกิ่งหม่อนนั้น เห็ดที่สามารถเพาะได้ได้แก่ เห็ดหอมและเห็ดนางรม โดยการเลี้ยงไหม 1 กล่อง (แผ่น) จำนวน 20,000 ตัว ได้รังไหมประมาณ 30 กิโลกรัม มีรายได้ราว 5,000 บาท มีกิ่งหม่อนเหลือใช้ 500 กิโลกรัม เมื่อแห้งแล้วจะเหลือ 100 กิโลกรัม นำไปเพาะเห็ดได้ถึง  38 กิโลกรัม คิดเป็น รายได้ประมาณ 1900 – 2,400 บาท ดังนั้น หม่อน 1 ไร่ เลี้ยงไหมได้ครั้งละ 1 กล่อง ในรอบ 1 ปี หม่อน 1 ไร่ เลี้ยงไหมได้ 4 ครั้ง หรือ 4 กล่อง สามารถเพาะเห็ดได้ถึง 152 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,600 – 9,800 บาท

นอกจากนี้ ก้อนเห็ดหลังเก็บเกี่ยวเห็ดหมดแล้ว ยังใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงดิน ลดการใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก คิดเป็นมูลค่ากว่า 500 บาท ทำให้ผู้เลี้ยงไหมและเพาะเห็ดด้วยจะมีรายได้หลายหมื่นบาท ทั้งนี้ ในประเทศจีนมีเกษตรกรที่เลี้ยงไหมจะเพาะเห็ดนางรมทองหรือเห็ดหูหนูจำหน่าย มีรายได้จากการขายกิ่งหม่อนให้เกษตรกรที่มีอาชีพการเพาะเห็ดตันละหลายพันบาท

เกษตรกรท่านใดที่ต้องการรายละเอียดหรือคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเพาะเห็ดจาก กิ่งหม่อน สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โทรศัพท์ 02-558-7924-6 ต่อ 401

ปลุกคนรุ่นใหม่สืบทอดเอกลักษณ์ ประกวดออกแบบชุดผ้าไหมไทย

Published พฤษภาคม 21, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/6782

วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ชุดผ้าไหมไทยสืบทอดเอกลักษณ์คนรุ่นใหม่,

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมจัดให้มีการประกวดเส้นไหมไทยพื้นบ้าน  ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน  ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและรังไหม การออกแบบชุดผ้าไหม และการแข่งขันทำอาหารจากหม่อนไหม/สิ่งประดิษฐ์จากรังไหม ประจำปี ๒๕๕๕  ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกร และเยาวชนจากสถาบันการศึกษา มีความตื่นตัวในการสืบทอดการผลิตผ้าไหมที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ตระหนักถึงคุณค่าของไหมไทย รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการพัฒนารูปแบบในการนำผ้าไหมมาใช้ในชีวิตประจำวันได้กว้างขวางมากขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และสามารถขยายตลาดผ้าไหมไทยให้กว้างขวางขึ้น ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ผลิตงานที่มีคุณภาพต่อไป

นายประเสริฐ กล่าวต่อไปว่า การประกวดผ้าไหม และสิ่งประดิษฐ์จากหม่อนไหมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการจัดงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ปี 2555” โดยแบ่งการประกวดออกเป็นระดับเยาวชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ สำหรับประเภทของการประกวด ได้แก่ การประกวดเส้นไหมไทยพื้นบ้าน ประกวดผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ประกวดผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม/รังไหม การประกวดออกแบบชุดผ้าไหม การแข่งขันทำอาหาร/แข่งขันสิ่งประดิษฐ์จากรังไหม เป็นต้น

ทั้งนี้ ผลงานที่ชนะการประกวดจะได้นำไปจัดแสดงในงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม โดยผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมการประกวด สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและส่งผลงานได้ที่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ กรมหม่อนไหมทั้ง 21 ศูนย์ทั่วประเทศ สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร สอบถามและส่งผลงานได้ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สระบุรี ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พันธุ์ไหมไทยลูกผสมใหม่ 2 สายพันธุ์ – ดินดีสม เป็นนาสวน

Published พฤษภาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/113466

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2555 เวลา 00:02 น.

ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี กรมหม่อนไหมดำเนินการเลี้ยงอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ไหมไทยลูกผสมจนได้คู่ผสมพันธุ์ไหมลูกผสมที่เหมาะสม จำนวน 2 สายพันธุ์  จากนั้นได้ดำเนินการเลี้ยงทดสอบและผลิตไข่ไหมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อเป็นการทดสอบในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ  นครราชสีมา  ร้อยเอ็ด  มหาสารคาม  ศรีสะเกษ  ฉะเชิงเทรา อุทัยธานี  และจันทบุรี ภายใต้กิจกรรมอนุรักษ์และขยายพันธุ์หม่อนไหม ซึ่งผลการทดสอบเลี้ยงไหมในภาคเกษตรกรพบว่าได้ผลดีในระดับที่น่าพอใจ  โดยเฉพาะเกษตรกรจังหวัดชัยภูมิ พึงพอใจมากต่อการเลี้ยงไหม สีของเส้นไหม  และปริมาณเส้นไหมที่ได้รับ จึงเป็นพันธุ์ไหมที่มีความเหมาะสมที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงต่อไป

สำหรับพันธุ์ไหมไทยลูกผสมทั้ง 2 สายพันธุ์ ได้แก่ 1. ไหมไทยลูกผสมพันธุ์เหลืองไพโรจน์   ซึ่งเกิดจากการนำไหมญี่ปุ่นพันธุ์ J108 ผสมกับไหมไทยแท้  “พันธุ์นางลาย” และตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่อธิบดีกรมหม่อนไหมคนแรก คือ นายไพโรจน์  ลิ้มจำรูญ 2. ไหมพันธุ์ลูกผสมรังสีเหลืองพันธุ์กำพล 1เกิดจากการนำไหมญี่ปุ่นพันธุ์ J108 ผสมกับไหมยุโรปพันธุ์ S27 และตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายกำพล วงศ์ตรีเนตรกุล   ผู้บริจาคพ่อ-แม่พันธุ์ให้กับกรมหม่อนไหม  จากการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบไหมพันธุ์ลูกผสมในแต่ ละกลุ่มทั้งด้านความแข็งแรง  ผลผลิตรังไหม และคุณภาพรังไหม พบว่า…ไหมไทยพันธุ์เหลืองไพโรจน์ เหมาะสมที่จะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยง  เนื่องจาก  เลี้ยงง่าย  มีความแข็งแรง ให้ผลผลิตรังที่ดี และรังมีคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับไหมพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมเลี้ยง คือ พันธุ์ดอกบัว โดยรังไหม 1 รัง ได้เส้นไหมยาวประมาณ  700–800 เมตร ดังนั้นจึงเป็นพันธุ์ไหม ที่เหมาะส่งเสริมให้นำไปใช้ได้ระดับหัตถอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมได้

สำหรับ ไหมพันธุ์ลูกผสมรังสีเหลือง พันธุ์กำพล 1 เป็นพันธุ์ไหมที่มีความแข็งแรง ให้ผลผลิตรังที่ดี  สาวง่าย  มีคุณภาพสูงมาก โดยรังไหม 1 รัง ได้เส้นไหมยาวประมาณ 1,100 เมตร  จึงเหมาะสมที่จะนำไปส่งเสริมให้กับเกษตรกรที่เลี้ยงไหมเชิงอุตสาหกรรม

จากความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์ไหมจนทำให้ได้พันธุ์เหลืองไพโรจน์  และพันธุ์กำพล 1 กรมหม่อนไหมเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้อุตสาหกรรมไหมไทยมีความเจริญก้าวหน้าอย่างเป็นระบบและมั่นคง  ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น.

เปิดศูนย์หม่อนไหมครบวงจร

Published พฤษภาคม 11, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/6263

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 09.44 น.

tags : กรมหม่อนไหมศูนย์หม่อนไหมครบวงจร,

               นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ศรีสะเกษ) ได้จัดทำศูนย์เรียนรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจรขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาด้านหม่อนไหมเพื่อให้เยาวชนและผู้สนใจได้เข้าไปศึกษาและเรียนรู้ โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีนักเรียน และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าศึกษาความรู้ด้านหม่อนไหมเป็นจำนวนกว่า 1,300 คน

นายเสถียร  แจ่มแสง ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ศรีสะเกษ)  กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในศูนย์เรียนรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร จัดให้มีกิจกรรมให้ผู้สนใจงานด้านหม่อนไหมสามารถศึกษาดูงานและหาความรู้ได้จากประสบการณ์ตรง แบ่งกิจกรรมออกเป็น 7 ฐาน อาทิ ฐานการเลี้ยงไหม ฐานการสาวไหม ฟอกย้อม ทอผ้า ฐานพันธุ์ไม้ย้อมสี ฐานให้ความรู้เรื่องหม่อน ซึ่งสถานศึกษาหรือประชาชนทั่วไปที่สนใจศึกษาความรู้ด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ศรีสะเกษ โทรศัพท์ 045-916659

%d bloggers like this: