ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย ที่เกี่ยวข้อง

นพ.วรพล สุขีวัฒนา…เพราะความงามคือศิลปะ เมษายน 5, 2014

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2557 เวลา 09:21 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1oRNrSM

นพ.วรพล สุขีวัฒนา...เพราะความงามคือศิลปะ

โดย…อนุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ในยุคที่สังคมให้ค่าและความสำคัญในเรื่องบุคลิกภาพและความงาม เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจดูแลอย่างยิ่งยวด เพราะถือว่าหน้าตาเป็นนามบัตร เป็นใบเบิกทางไปสู่สิ่งที่ดีๆ ในหลายเรื่องราว ทำให้คลินิกด้านผิวพรรณและความงามผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ตลาดจึงมีการแข่งขันกันสูง มีหน้าใหม่ๆ เข้ามาอยู่ในตลาดตลอดเวลา แม้บางคนไม่ได้เป็นแพทย์โดยตรงก็ยังเปิดคลินิกด้านความงามกันอยู่หลายราย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วจะประสบความสำเร็จกันไปเสียทุกราย การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องทั้งเก่งและเฮงควบคู่กัน

แต่ที่อยู่ได้อย่างยั่งยืนนานนับสิบปี ก็มักจะเป็นคุณหมอเจ้าของคลินิกที่เข้ามาบริหารจัดการและรักษาคนไข้ด้วยตนเอง เช่นเดียวกับเขาคนนี้ นพ.วรพล สุขีวัฒนา เจ้าของและผู้บริหาร ดร.โทนี่คลินิก ที่มีอยู่ 2 สาขา คือที่คริสตัลพาร์คและทองหล่อ แม้ว่าจะเพิ่งเปิดคลินิกเองเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้านี้ก็เป็นหุ้นส่วนหรืออยู่เบื้องหลังคลินิกความงามสั่งสมประสบการณ์มาร่วม 10 ปีแล้ว

ทางด้านการศึกษานั้น เขาจบมัธยมปลายที่กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หลังจากจบการศึกษาทางด้านแพทย์ทั่วไปแล้ว ทำงานใช้ทุนอยู่ 3 ปี ก็ไปทำงานที่คลินิกโรคผิวหนังอยู่ประมาณ 1 ปี มาเรียนต่อเฉพาะด้านที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วไปเข้าคอร์สด้านผิวพรรณที่บอสตันและมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอยู่เกือบ 2 ปี เมื่อกลับมาประเทศไทยก็เข้าทำงานที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านความงามของสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยอยู่เกือบ 3 ปี หลังจากนั้นไปทำคลินิกด้านความงามกับรุ่นพี่อยู่ 2 ปี จึงได้ออกมาเปิดคลินิกของตนเองเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีสาขาแรกที่คริสตัลพาร์ค และสาขาที่ 2 ที่ทองหล่อ

เขาบอกว่าการมาเปิดคลินิกด้านผิวพรรณและความงามนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตลาดตรงนี้ถือว่าค่อนข้างล้นตลาด การแข่งขันสูง แต่ด้วยความที่เราเป็นหมอมาทำเอง บริหารจัดการเอง ลงตรวจคนไข้เป็นประจำ ทำงานด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นจริงจัง ทุ่มเท รวมทั้งมีหัวใจบริการ พร้อมที่จะให้ข้อมูลและอธิบายให้ความรู้กับคนไข้ได้อย่างเต็มที่ การใกล้ชิดคนไข้ด้วยตัวเองได้รับรู้ข้อมูล เมื่อเกิดปัญหาอุปสรรคอะไรก็สามารถแก้ไขแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ทำให้ได้เปรียบในจุดนี้ อีกทั้งในแต่ละสาขา เรามีกลุ่มคนไข้ที่มาเป็นลูกค้าอย่างชัดเจน ทำให้สามารถตอบสนองกับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงใจ

จุดแข็งของคุณหมอก็คือ การมีประสบการณ์ด้านผลิตภัณฑ์โบทอกซ์และฟิลเลอร์อย่างมาก เพราะเชี่ยวชาญด้านนี้ รู้เทคนิคการฉีดให้สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย กับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากสหรัฐอเมริกา ที่ ดร.โทนี่ จะมีจุดแข็งทางด้านนี้

“ยิ่งเราเข้ามาในตลาดนี้ทีหลังคนอื่น เราก็จะต้องทุ่มเทมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานให้มาก เข้าถึงใกล้ชิดคนไข้เพื่อให้รู้ปัญหาและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที การที่มีสาขาไม่มากนักทำให้เข้าถึงคนไข้ได้เป็นอย่างดี ให้ทั้งคุณภาพและการบริการที่ดี ควบคู่กับให้ความรู้อย่างจริงจัง เพื่อให้คนไข้ใช้ประกอบการตัดสินใจ ธุรกิจตรงนี้ไม่ง่ายนะกว่าที่จะเป็นที่ยอมรับ เพราะตลาดเป็นของผู้บริโภคซึ่งมีสินค้าให้เลือกอย่างมากมาย ใครไม่มีคุณภาพจริงก็อยู่ลำบากครับ” เขากล่าวอย่างจริงจัง

 

หลักการทำงาน

ทำงานอย่างรักษาคุณภาพ ตั้งใจ รักษาคนไข้ประดุจญาติใกล้ชิด ที่สำคัญนี่คืออาชีพของเราที่จะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกอย่างยาวนาน จะต้องรักษาคุณภาพและชื่อเสียงเอาไว้ ไม่ใช่ธุรกิจที่ฉาบฉวยเข้ามาสร้างรายได้และความร่ำรวยจากตลาดตรงนี้ พอรวยแล้วเลิกก็ไม่ใช่ “นี่คือวิชาชีพที่เราจะต้องรักษาจรรยาบรรณ คุณภาพและชื่อเสียง เพราะต้องอยู่กับงานตรงนี้ไปจนเกษียณ เพราะฉะนั้นจะมักง่ายกับงานไม่ได้ เราทำงานไปแบบน้ำซึมบ่อทราย รักษาคุณภาพและชื่อเสียงให้เป็นที่ยอมรับอย่างมั่นคง แม้ต้องใช้เวลาเราก็ไม่รีบร้อน ไม่ต้องรวยเร็ว ทำไปให้ดี ให้เหมาะสมกับเวลาที่ควรจะเป็น ไม่ต้องรีบร้อนจะรวยเร็วๆ บางคนไม่ได้เป็นหมอแต่อยู่ในวงการอื่น อยากจะเข้ามาในตลาดตรงนี้เพราะคิดว่าเป็นธุรกิจที่ได้กำไรเร็วประสบความสำเร็จได้โดยง่ายนั้น หมอเองคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บางทีเข้ามาอยู่ไม่กี่ปีแล้วก็หายไปจากตลาด แต่สำหรับเรานั้นคาดหวังว่าจะอยู่กันอีกนาน ชื่อเสียงมาตรฐานต้องรักษาไว้ให้แข็งแรงเนิ่นนาน”

“นอกจากนี้ การรักษาทางด้านผิวพรรณและความงามนั้นถือว่าเป็นศิลปะที่ต้องให้เวลา ต้องใส่ใจ ไม่ใช่งานรีบด่วนเอาปริมาณ แต่ต้องอาศัยคุณภาพให้เป็นที่พอใจของลูกค้า เวลาที่ลูกค้ารักษาแล้วได้ผลเป็นที่พอใจนั้น หมอเองจะรู้สึกภาคภูมิใจยิ่งกว่า เวลาเห็นเขาไปออกงานแล้วสวยสะพรั่งเราปลื้มใจกว่าตัวคนไข้เองเสียอีก และถ้าทำออกมาลูกค้าไม่แฮปปี้ หมอเองก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะต้องการให้ลูกค้าพอใจเป็นที่สุด เมื่อเห็นลูกค้าปลื้มปริ่มกับการรักษานั้นเราดีใจมากกว่าค่ารักษาที่ได้รับจริงๆ นะ” หมอกล่าวอย่างจริงจัง

คุณภาพคือสิ่งสำคัญ

เพราะการแข่งขันที่สูง การตัดราคาอะไรต่างๆ ในการทำโปรโมชั่นหรือการตลาด สำหรับตัวหมอเองนั้นจะไม่เน้นตรงจุดนี้ เพราะเราจับตลาดระดับบน ที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าราคาในการตัดสินใจ ดังนั้นเรื่องการลดแหลกแจกดะ จะไม่ค่อยเน้นในจุดนี้ เรามุ่งสร้างเรื่องคุณภาพความเชื่อมั่นเป็นหลัก แต่หากจะส่งข่าวสารให้ความรู้จะผ่านเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ซึ่งหมอจะเขียนและตอบเองทุกคำถาม ทุกขั้นตอนจะทำด้วยตัวเอง ทุกคืนหมอจะให้สาระความรู้ผ่านโซเชียลมีเดียวันละ 12 ชั่วโมงทุกคืน ซึ่งคนไข้สมัยนี้ก็มีความรู้ความเข้าใจ เขาจะทำความเข้าใจหาความรู้เปรียบเทียบอ้างอิงก่อน หมอจะตอบอะไรที่ชัดเจนถูกต้องตรงความจริง ต้องทำงานอย่างมีคุณภาพ

 

ผู้บริหารที่ดี

ต้องมีคhttp://www.posttoday.comวามยุติธรรมกับลูกน้อง เอาใจเขามาใส่ใจเรา รับฟังให้มากเปิดใจให้เยอะ อะไรที่เราไม่ชอบก็ไม่ควรทำกับคนอื่น กับคนไข้ที่เป็นลูกค้าก็ต้องมีความซื่อสัตย์จริงใจไม่ย้อมแมว อะไรดีว่าดี อะไรไม่ดีต้องพูดกันตรงๆ ไม่ยัดเยียดหรือบอกข้อมูลไม่ครบ เมื่อมีปัญหา ค่อยๆ คิดทบทวนตั้งสติแล้วแก้ไขไปทีละเรื่อง คิดให้ถี่ถ้วนรอบคอบ เมื่อก่อนอาจจะใจร้อนกว่านี้ แต่มาทำธุรกิจเองต้องใจเย็นและรอบคอบมากขึ้น เพราะมีลูกน้องที่ต้องรับผิดชอบดูแล

สวยสมวัยยังไม่พอ

ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ต่างๆ มีความเจริญก้าวหน้ามาก แม้ว่าผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณธรรมดาก็ช่วยให้ผู้หญิงมีความสวยงามดูดีได้โดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ดังนั้นการสวยสมวัยก็ยังน้อยเกินไป คุณสาวๆ ควรจะดูแลตัวเองให้อ่อนกว่าวัย พื้นฐานง่ายๆ ก็คือทำจิตใจให้สบาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำเยอะๆ มองโลกในแง่บวก ดูแลตัวเองตั้งแต่วัยสาวด้วยครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ใช้ครีมกันแดดให้ถูกต้อง ในวัยรุ่นเมื่อเป็นสิวให้รีบรักษา อย่าให้เป็นแผลเป็นหลุมสิวจะรักษายาก ปกป้องผิวพรรณตามอายุที่เพิ่มข้น ป้องกันการเกิดริ้วรอย เพียงแต่ใส่ใจตัวเองอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้สวยดูดี แต่ถ้าจะย้อนวัยก็อาจจะใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องศัลยกรรมคุณก็จะดูดีได้

นพ.วรพล สุขีวัฒนา

จบแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เข้าคอร์สแพทย์ด้านความงามจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เจ้าของคลินิก ดร.โทนี่ ที่คริสตัลพาร์คและทองหล่อ

 

‘ลูกกอล์ฟ คณาธิป’ ติวเตอร์สุดแซ่บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2557 เวลา 11:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/NBGhUY

‘ลูกกอล์ฟ คณาธิป’ ติวเตอร์สุดแซ่บ

โดย…ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล ภาพวิศิษฐ์ แถมเงิน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ภาษาอังกฤษสำคัญมากๆ ในสังคมปัจจุบัน ยิ่งจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความพร้อมด้านภาษาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

การเรียนรู้ในห้องเรียนบางครั้งอาจไม่พอ หลายคนจึงเลือกที่จะเรียนพิเศษในสถาบันสอนภาษาต่างๆ หนึ่งในนั้นมีชื่อ “Angkriz” สถาบันสอนภาษาที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน การันตีความแซ่บเวอร์ด้วย อาจารย์ลูกกอล์ฟ “คณาธิป สุนทรรักษ์”

การเรียนพิเศษในยุคที่ผ่านมา หลายคนคงชินกับการเรียนจากจอทีวีภายในห้องที่มีเก้าอี้ตั้งเรียงแถวหน้ากระดาน และวาดภาพติวเตอร์ไว้ว่าจะต้องสอนแบบวิชาการเน้นๆ จนฟังแล้วน่าเบื่อ แต่ตลอด 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่ได้ทำความรู้จักกับอาจารย์ลูกกอล์ฟ ติวเตอร์สุดฮอตวัย 28 ปีคนนี้ ต้องขอบอกเลยว่า ไม่มีเบื่อ ด้วยความที่เป็นคนคุยสนุกและเป็นคนที่เอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก ผิดกับบุคลิกติวเตอร์ทั่วๆ ไป

เรื่องนี้สังเกตได้จากการโพสท่าที่ดูเป็นมืออาชีพมาก เพราะทุกทวงท่าสะท้อนออกมาให้เราเห็นว่า She เริ่ด She สวย หน้าจิก (กล้อง) ตลอดเวลา

อาจารย์ลูกกอล์ฟ เล่าให้ฟังว่า แรกๆ ไม่ได้คิดที่จะมาทำอาชีพด้านการศึกษาเลย เพราะใจจริงแล้วชอบและอยากทำงานด้านวงการบันเทิงมากกว่า จึงตัดสินเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างเรียนหารายได้พิเศษด้วยการสอนภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 6 (ม.6) กลุ่มเล็กๆ เพื่อเตรียมสอบโอเน็ตตั้งแต่เป็นนิสิตเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2

“พอเริ่มสอนสักพักก็รู้สึกว่า เฮ้ย! มันใช่อะ เรารักงานนี้นะ ก่อนอื่นลูกกอล์ฟต้องขอบอกก่อนเลยนะว่า ลูกกอล์ฟเป็นคนไทยคนหนึ่งที่หัดเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง หัดจนฟังได้ พูดได้ และนั่นเองที่ทำให้เข้าใจปัญหาว่าทำไมคนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษกันมาตั้งนานแต่ยังพูดไม่ได้ ทำให้เรามองว่า ความรู้ที่เรามีอยู่นี้น่าจะยึดเป็นอาชีพได้ ประกอบกับตอนนั้นงานด้านวงการบันเทิงที่ใฝ่ฝันเอาไว้ก็ไม่ใช่คำตอบ”

 

จากจุดเริ่มต้นนี้เอง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกกอล์ฟเริ่มวาดภาพว่า สักวันหนึ่งจะต้องเป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษในฝันที่มีคอนเซปต์ไม่ซ้ำใคร กิ๊บเก๋แฟชั่นจ๋า แต่เต็มอัดแน่นด้วยวิชาความรู้ให้กับน้องๆ เพราะชอบสอนเด็ก ที่สำคัญการสอนยังเป็นศาสตร์หนึ่งของนิเทศศาสตร์ด้วย นั่นก็คือ การสื่อสาร ซึ่งตรงและถนัดมาก เพราะลูกกอล์ฟเป็นคนชอบพูดอยู่แล้ว

คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ “Angkriz” ขึ้นมา จำได้ว่าตอนนั้นเพิ่งจะอยู่ปี 3 เอง หรือมีอายุประมาณ 24-25 ปี ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นที่มีรุ่นพี่นิเทศ จุฬาฯ อย่างพี่โอปอล์ ปาณิสรา และพี่เต๋อ ฉันทวิชช์ มาชวนไปร่วมโครงการซีรีส์ “เนื้อคู่ประตูถัดไป” และได้มีโอกาสได้แสดงบท “ไฉไล” ผู้ช่วยบรรณาธิการสุดเริ่ด จนทำให้เป็นที่รู้จักและเริ่มติดความเป็นนักแสดงมากกว่าครูสอนพิเศษ

ด้วยความเชื่อที่ว่า หากจะเอาดีเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ตัวเองควรจะได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตในดินแดนที่เป็นต้นตำรับภาษาอังกฤษจริงๆ จึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ กว่า 1 ปีที่เมืองผู้ดี ลูกกอล์ฟได้เก็บเกี่ยวทั้งทักษะทางภาษาที่เพิ่มขึ้น ประสบการณ์ วัฒนธรรม และมุมมองเก๋ๆ กลับมาแบ่งปันและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนของตัวเอง

นับรวมแล้ววันนี้โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Angkriz ก็มีอายุได้ 4 ปีแล้ว และความโด่งดังก็เริ่มเกิดกระแสปากต่อปากถึงความรู้ เทคนิค และเคล็ดลับการทำข้อสอบที่ใช้ได้ผลจริง ด้วยสไตล์การสอนที่เปรี้ยว สนุก เทรนดี้ ไม่ซ้ำใคร ทั้งจากตัวผู้สอนและตำรา

สำหรับจุดต่างที่ทำให้ Angkriz เป็นที่รู้จักภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว นอกจากตัวคนสอนแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ยังมีสโลแกนเก๋ๆ ว่า “Always Classy” ทำให้โรงเรียน Angkriz ได้รับการตกแต่งให้โดดเด่น โดยมีกระดานเรียนสองฝั่งเว้นตรงกลางให้ภาพเหมือนเวทีแคตวอล์กที่เว้นพื้นที่สำหรับนายแบบนางแบบ ซึ่งในที่นี่คือคุณครูลูกกอล์ฟนั่นเอง

“ลูกกอล์ฟคิดว่า โรงเรียนก็คือตัวเรา เราไม่ได้พยายามทำอะไรให้ดูแตกต่าง แต่ทำอะไรที่มันเป็นตัวเราจริงๆ ไม่ได้เฟก เพราะเราชอบอะไรที่มันแปลกใหม่ ฉีกกรอบเดิมๆ อย่างห้องเรียนที่ให้มีแคตวอล์ก ก็เพราะความชอบส่วนตัวที่ชอบเดินแบบ แต่ไม่รู้จะไปเดินที่ไหน ก็เอามาปรับใช้ที่นี่ ที่ที่ซึ่งเป็นโลกของเราจริงๆ แค่นี้เองก็กลายเป็นความต่างที่เด่นและไม่อึดอัดใจตัวเองแล้ว”

ลูกกอล์ฟ อธิบายเพิ่มเติมว่า คนอาจจะมองว่าการทำห้องเรียนแบบนี้ คงจะเน้นความสนุกสนานมากกว่าเนื้อหาสาระ ต้องบอกเลยว่า เนื้อหาอัดแน่นด้วยสาระเหมือนกัน มีเพียงวิธีการสอนเท่านั้นที่ต่าง เพราะเชื่อว่าการเรียนภาษาจะต้องสนุกและผ่อนคลายไปกับมันจึงจะได้ผล หากไปเคร่งเครียดไม่รู้สึกสนุกเด็กก็จะไม่กล้าลอง ไม่กล้าออกเสียง และการทำห้องเรียนแบบนี้ จะทำให้เด็กไม่มีโอกาสได้หลับ คุยกันหรือแอบทำอะไรที่ไม่สนใจการเรียนได้เลย เพราะจะเห็นกันหมด ซึ่งนั่นอาจจะทำให้การเรียนการสอนที่นี่เข้มข้นและเข้มงวดกว่าที่อื่นๆ ด้วยซ้ำไป

จุดเด่นอีกประการ คือ โรงเรียนแห่งนี้เป็นการสอนสด (เน้นสอนสด ไม่ใช่นั่งเรียนกับอาจารย์ผ่านจอทีวี) โดยอาจารย์ลูกกอล์ฟคนเดียวตลอด 6 วัน และจะใช้ภาษาอังกฤษตลอดชั้นเรียน เพราะมองว่า การสอนสดเป็นการสอนที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการเรียนการสอนแบบสองทาง ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกฟังและพูดสำเนียงที่ถูกต้อง หากผิดก็จะได้ช่วยแก้ได้ทันทีเลย ซึ่งจะเป็นการเรียนที่ถูกวิธี เพราะที่ผ่านมาเด็กไทยถูกสอนผิดๆ ให้เน้นแต่แกรมมาร์ ท่องจำคำศัพท์ จนกลายเป็นกรงที่ขังตัวเอง ทำให้ไม่มั่นใจและไม่กล้าพูด เพราะกลัวแกรมมาร์จะผิด

เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้อาจารย์ลูกกอล์ฟได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากผู้ปกครองในการส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่นั้น อาจารย์ลูกกอล์ฟ บอกกับเราว่า เชื่อว่าการทำให้ใครยอมรับในตัวเราไม่มีขั้นตอนและเวลาแน่นอนตายตัว และยิ่งเราเป็นแบบนี้ อยู่ในเพศสภาพแบบนี้ สิ่งเดียวเลยคือ ทำแต่สิ่งดีๆ และทำให้สุดเท่านั้นจบ เพราะลูกกอล์ฟเชื่อว่าที่ผ่านมาทำแต่สิ่งที่ดีๆ มาตลอด ไม่ว่าจะเรียนดี คบเพื่อนดี มีอาชีพหน้าที่การงานที่ดี สักวันคนอื่นก็จะเห็นความดีและคุณค่าในตัวเราและยอมรับในที่สุด

สุดท้ายก่อนจบบทสนทนากับอาจารย์ลูกกอล์ฟ ถามเธอว่า เลือกและชอบที่จะเป็นอะไรมากกว่ากันระหว่างครูสอนพิเศษกับนักแสดง

ลูกกอล์ฟตอบทันทีว่า วันนี้ลูกกอล์ฟเลือกที่จะเป็นอาจารย์สอนพิเศษมากกว่านักแสดงนะ และชอบให้คนอื่นเรียกว่าอาจารย์มากกว่าครูด้วย เพราะคำว่า “ครู” นั่น มันมีหมายความยิ่งใหญ่กว่า เพราะต้องพร้อมที่จะขัดเกลาเด็ก (ลูกศิษย์) ทุกคนให้ไปได้ดีและถึงฝั่งฝัน

รู้จัก…อาจารย์ลูกกอล์ฟ

เป็นลูกชายคนโตของนักธุรกิจยางพารารายใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ประเทศเยอรมนี

เกียรตินิยมอันดับ 2 นิเทศศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เอกสื่อสารการแสดง โทโฆษณาและภาพยนตร์และภาพนิ่ง)

ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่สำคัญในงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น ประธานเชียร์งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯธรรมศาสตร์ นักแสดงละครเวที พิธีกรในงานต่างๆ

ทำรายการทีวีสอนภาษาอังกฤษชื่อ “ตื่นมาคุย” และสอนผ่านออนไลน์ เพราะไม่สนับสนุนให้น้องๆ ต้องมาลงเรียนคอร์สต่อ และเพื่อให้น้องๆ ที่อยู่ไกลไม่มีโอกาสมาเรียนที่นี่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

สิ้นเดือน มี.ค.นี้ อาจารย์ลูกกอล์ฟจะมีการจัดทอล์กโชว์สนุกๆ ที่รวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจในมุมมองที่แตกต่าง เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษ

มีคติประจำใจที่ว่า อยากโดดเด่นอย่าคิดเหมือนใคร ทำไมกระดานต้องเป็นแนวนอน? ทำไมหนังสือเรียนต้องดูจืดชืด? ทำไมความสุขของนักเรียนจึงสำคัญพอๆ กับความรู้ที่ได้รับ? ทำไมความรู้ต้องจำเจ?

 

อรรถพล ถังทอง มุ่งมั่นบนเส้นทางเชฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2557 เวลา 10:44 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1r2WX7O

อรรถพล ถังทอง มุ่งมั่นบนเส้นทางเชฟ

โดย…ภาดนุ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น ใครจะเชื่อว่าเชฟหนุ่มมาดสุขุมหน้าตาดี ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น Executive Chef ของโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ที่อยู่ตรงหน้าเราจะเรียนจบ ปวส. สาขาอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่จะหันมาเริ่มต้นอาชีพเชฟอย่างจริงจัง

อรรถพลหรือเชฟเอ็กซ์ เล่าย้อนถึงแรงบันดาลใจบนเส้นทางเชฟให้ฟังว่า ทุกอย่างเริ่มจากการที่ตัวเองเป็นคนชอบกินอาหาร กินได้ทุกอย่าง ประกอบกับที่บ้านเป็นโรงงาน คุณแม่จึงต้องรับหน้าที่แม่ครัวใหญ่ ซึ่งต้องไปจ่ายตลาดและทำอาหารเลี้ยงคนงานเป็นประจำ ตัวเองจึงซึมซับและรักการทำอาหารมาโดยไม่รู้ตัว

“พอเรียนจบ ปวส. ผมก็ผันตัวเองมาทางด้านการทำอาหาร โดยเข้าไปขอฝึกงานเป็นพ่อครัวในโรงแรมสามดาวแถวรัชดาฯ อยู่เกือบสองปี ก็ทำให้เขาฟรีๆ ไม่ได้เงินเดือน จุดมุ่งหมายคือไปฝึกงานให้ได้วิชา จากนั้นในปี 2546 ก็ได้ไปเข้าเรียนที่ OHAP ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารของโรงแรมโอเรียนเต็ล สาขาการทำอาหารไทยดั้งเดิม เรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จนเริ่มรู้สึกรักการทำอาหาร ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ทำอาหารได้เร็ว และสนุกกับการทำอาหารมากขึ้นไปอีก”

หลังจากเรียนจบ เขาได้กลับไปฝึกงานที่โรงแรมเดิมในแผนกห้องอาหารญี่ปุ่น ซึ่งก่อหน้านี้ได้ฝึกในส่วนของครัวไทยและครัวฝรั่งมาบ้างแล้ว เมื่อไม่มีอะไรให้เรียนรู้แล้วจึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ TAFE College Sydney Australia ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับเชฟโดยเฉพาะด้วยหลักสูตร 2 ปี จนจบเอกคณะทำอาหารเชิงพาณิชย์

“ตอนเรียนที่ TAFE นอกจากเบสิกทุกอย่างแล้ว ที่นี่จะเน้นสอนอาหารฝรั่งเศสและยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ช่วงนั้นเรียนไปทำงานไป แล้วจังหวะชีวิตก็ทำให้ได้รู้จักเจ้าของร้านอาหารไทย (ซึ่งเป็นฝรั่ง) ที่เปิดร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่นั่นและกำลังขาดเชฟอยู่พอดี จึงได้ชักชวนให้ไปทำด้วย ตอนนั้นผมอายุ 27 ปี จึงถือเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถมากๆ เพราะต้องคิดเมนูและทำทุกอย่างเองทั้งหมด ทำอยู่ได้ประมาณ 3 ปีกว่า ก็เกิดความรู้สึกว่าอยากจะกลับมาเป็นเชฟในโรงแรมอีกครั้ง”

เมื่อคิดได้ดังนั้น เชฟหนุ่มจึงสมัครงานและมีโอกาสได้กลับมาทำงานที่โรงแรมดุสิต D2 เชียงใหม่ โดยรับหน้าที่ Executive Sous Chef อยู่ 2 ปี จึงได้เลื่อนตำแหน่ง แล้วทำอยู่อีก 2 ปีกว่า ก็ชีพจรลงเท้า รู้สึกอยากไปอยู่ต่างประเทศอีกครั้ง จึงสมัครไปเป็น Asian Chef de Cuisine ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ประเทศอียิปต์ โดยรับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับอาหารเอเชียทั้งหมด เรียกว่าเป็นเชฟไทยเพียงหนึ่งเดียวของที่นั่นก็ว่าได้

 

“ตอนอยู่ที่อียิปต์ หลักๆ แล้วผมจะมีหน้าที่ทำอาหารไทย ครัวที่ทำประจำจะอยู่ข้างๆ สระน้ำ ตอนกลางวันก็จะทำพาสตา เบอร์เกอร์ให้ลูกค้าบ้าง ส่วนตอนเย็นจะทำอาหารไทย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบมาก บางครั้งดินเนอร์ทั้งหมดของคืนหนึ่งจะมีคนสั่งอาหารไทยถึง 50 ชุดเลยล่ะ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ที่นี่อยู่ติดกับทะเลแดง จึงค่อนข้างหรูหรา จึงมีลูกค้าระดับเศรษฐีที่มาจากเรือยอชต์ ซึ่งจอดที่นี่มาใช้บริการห้องอาหารทุกประเภทที่มีถึง 10 ห้อง ผมจึงได้ประสบการณ์มากมายจากที่นี่ โดยเฉพาะการทำอาหารพื้นเมืองจากพนักงานที่เป็นคนอียิปต์ล้วนๆ ก็สนุกดีครับ แล้วผมยังโชคดีได้รับรางวัลการทำงานยอดเยี่ยมด้วย จึงเหมือนเป็นการช่วยยกระดับเชฟไทยให้คนทั่วโลกรู้จักยิ่งขึ้น รู้สึกภูมิใจมากครับ”

ด้วยความมุ่งมั่นก้าวไปบนถนนสายเชฟอย่างไม่หยุดยั้ง เชฟหนุ่มได้กลับมาทำงานที่เมืองไทยอีกครั้ง โดยประจำอยู่ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เชียงใหม่ มีหน้าที่ดูแลอาหารทั้งหมดของโรงแรม ทำอยู่ได้ปีกว่าๆ ก็ถูกส่งตัวไปประจำที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทำงานที่เกาะได้ 1 ปี เชฟหนุ่มก็เริ่มหมดความตื่นเต้นกับการใช้ชีวิตบนเกาะ จึงคิดกลับสู่การทำงานในแบบซิตี้ไลฟ์ซึ่งตรงกับสไตล์การใช้ชีวิตของตัวเองอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนมาทำงานที่โรงแรมเชอราตัน พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา ประมาณ 3 ปี จึงกลับคืนสู่กรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง

“ตอนนี้ผมประจำอยู่ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ในตำแหน่งหัวหน้าเชฟ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างรอบด้านในเรื่องอาหารทุกประเภท คิดเมนูใหม่ๆ เปลี่ยนสไตล์อาหารบุฟเฟ่ต์ในแต่ละเดือนไปเรื่อยๆ ผมจึงต้องหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยู่เสมอด้วยการไปกินอาหารตามที่ต่างๆ อยู่เสมอ จุดเด่นของผม คือ การทำเมนูอาหารไทยที่คงไว้ซึ่งรสชาติแบบดั้งเดิม แม้หน้าตาของเมนูอาจจะดูไม่ใช่อาหารไทย แต่เรื่องรสชาตินี่อร่อยแบบไทยแท้แน่นอนครับ”

เชฟหนุ่มทิ้งท้ายว่า อนาคตอยากมีร้านอาหารของตัวเอง ซึ่งจะชูจุดเด่นเป็นเมนูอาหารไทยที่รสชาติอร่อยจนโด่งดังไปทั่วโลก และใฝ่ฝันอยากได้มิชลินสตาร์มาครอบครองสักครั้งในชีวิต เมื่อดูจากรางวัลต่างๆ ในการแข่งขันทำอาหารทั้งในไทยและต่างประเทศที่เขาคว้ามาได้แล้ว เราเชื่อว่าฝันของเขาจะเป็นจริงได้ในไม่ช้านี้

Lamb Two Ways

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

เนื้อสันในแกะม้วน

เนื้อสันในแกะ 400 กรัม

เนื้อแกะบด 400 กรัม

พาร์มาแฮม 100 กรัม

เนื้อแกะก้อนกลมทอด

เนื้อแกะบด 400 กรัม

ไขมันสัตว์ 200 กรัม

เครื่องเทศ 10 กรัม

เกล็ดขนมปัง 50 กรัม

เกลือและพริกไทย

ซอสถั่วหวานบด

ถั่วหวาน 100 กรัม

เนย 30 กรัม

เกลือและพริกไทย

มันฝรั่งทอด

มันฝรั่ง 400 กรัม

ผักสำหรับตกแต่งจาน

เบบี้แครอต บร็อกโคลี หัวบีท ถั่วลันเตา หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศเชอร์รี่

ซอสไวน์แดง

น้ำต้มกระดูกแกะ 250 มล.

ไวน์แดง 50 มล.

เกลือและพริกไทย

วิธีทำ

1.เนื้อสันในแกะม้วน : นำเนื้อสันในแกะมาม้วนกับพาร์มาแฮม จากนั้นนำไปหมักในเครื่องสุญญากาศ 15 นาที แล้วจึงนำไปย่างให้สุกปานกลาง

2.เนื้อแกะก้อนกลมทอด : ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วปั้นเป็นก้อนกลม จากนั้นนำไปชุบแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปัง แล้วนำไปทอดในน้ำมันจนสุกกรอบ

3.ซอสถั่วหวานบด : ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันและนำไปต้มให้สุก จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้ละเอียด

4.มันฝรั่งทอด : นำมันฝรั่งชิ้นขนาด 400 กรัม ไปต้มในน้ำสต๊อกจนเกือบสุก แล้วนำมาทอดในเนยจนเหลืองสุก

5.ผักสำหรับตกแต่งจาน : นำผักทั้งหมดลงไปผัดเนยจนสุก แล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

6.ซอสไวน์แดง : นำน้ำต้มกระดูกแกะมาเคี่ยว แล้วใส่ไวน์แดงลงไป จากนั้นเคี่ยวจนข้นเหนียว ปรุงรสด้วยเกลือ แล้วจึงนำไปราดบนเนื้อสันในแกะม้วน

เคล็ดลับความอร่อย อยู่ที่การรับประทานตามซอสที่จัดวางมา เนื้อสันในแกะม้วนให้กินคู่กับซอสถั่วหวานบด และเนื้อแกะก้อนกลมทอดให้กินกับซอสไวน์แดง โดยมีมันฝรั่งทอดและผักตกแต่งเป็นเครื่องเคียง เมนูนี้จึงได้สารอาหารครบถ้วนในจานเดียว

 

ชิดชัย หิรัญโท ‘ผมอยากเป็นปลัดอำเภอ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มีนาคม 2557 เวลา 11:33 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/QtCF9I

ชิดชัย หิรัญโท ‘ผมอยากเป็นปลัดอำเภอ’

โดย…ป้าปอย ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เรียนจบมาอยากทำงานรับราชการ น่าจะประมาณปลัดอำเภอครับ หลิวชิดชัย หิรัญโท บอกพร้อมเสียงหัวเราะดูขัดเขิน หนุ่มนักศึกษาปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง บอกว่า ตอนนี้อายุ 20 ปีครับ แล้วก็มีโอกาสท้าทายเข้ามาให้ไปแคสติ้งงานในวงการบันเทิง เป้าหมายในอนาคตก็อาจมีวอกแวกไปบ้าง แต่เรื่องการเรียนด้านวิชากฎหมายเขาก็ยังตั้งอกตั้งใจร่ำเรียน เพื่อเป้าหมายปริญญาตรีในระบบมหาวิทยาลัยเปิด ที่คนรอบข้างหลายๆ คนย้ำเตือนว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“ผมอยากเป็นปลัด เพราะมีภาพประทับใจเคยเห็นข้าราชการตำแหน่งนี้ได้ช่วยเหลือคนในหลายๆ ด้านครับ โดยเฉพาะในชนบท ก็อยากช่วยคนอื่นบ้างน่ะครับ ก็มีคำถามว่าจะไปอยู่ชนบทได้หรือ? ก็ไหวครับ อย่างไรก็ต้องไหว หลิวเป็นเด็กต่างจังหวัด จ.เลย ครับ” ชิดชัย เฉลยโปรไฟล์พร้อมเสียงหัวเราะเขินๆ เหนียมๆ เล่าว่า เขาเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนภูเรือวิทยา พอจบ ม.3 ก็ขึ้นมาต่อ ม.ปลาย ที่กรุงเทพฯ

“โรงเรียนนนทรีวิทยาครับ คุณแม่ให้มาเรียนกรุงเทพฯ เพราะตอนอยู่เลยมีเที่ยวนิด (หัวเราะ) เป็นเด็กเกเรตามประสาวัยรุ่นครับ แต่หลิวก็แค่เที่ยวกับเพื่อนทั่วไปครับ เที่ยวไปหลายๆ ที่ ขี่มอเตอร์ไซค์แบบเด็กต่างจังหวัดสนุกๆ คะนองๆ ประมาณนั้น เที่ยวไปหากลุ่มเพื่อน ไปขลุกอยู่บ้านโน้นบ้านนี้ครับ แม่ก็เลยตัดสินใจพามาอยู่ที่กรุงเทพฯ มาอยู่กับคุณป้าครับ เพราะป้าดุกว่าแม่และเจ้าระเบียบมากครับ ชีวิตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง อยู่กับป้าต้องมีกฎระเบียบเข้มงวดทุกอย่างครับ ก็เปลี่ยน จากที่เคยเที่ยวเมื่อก่อน ตอนนี้ก็ไม่เที่ยวแล้วครับ ป้าบอกว่าจะเรียนก็เรียน ต้องทำตามกฎที่ป้าตั้งไว้ ไม่เที่ยว ตั้งใจเรียน แล้วชีวิตก็ดีขึ้นมากครับ

แต่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีพื้นฐานที่ดี และสามารถจัดการกับตัวเองในการเรียนมหาวิทยาลัยเปิดแบบรามคำแหงได้ดี” ชิดชัย บอกยิ้มแย้ม ผ่อนคลายขึ้น

 

ความเข้มงวดทำให้เป้าหมายในชีวิตก็เปลี่ยนไปด้วย จากที่เคยตั้งเป้าหมายว่าเรียนจบก็จะกลับไปต่างจังหวัด แต่เมื่อได้ทำชิมลางงานบันเทิง และได้เห็นรุ่นพี่ๆ ในวงการทำงานกันมีความสุข ก็รู้สึกอยากมีโอกาสแบบนี้บ้าง

“ตอนนี้เริ่มถ่ายโปรไฟล์ไว้ที่โมเดลลิ่ง และแบ่งเวลาไปเรียนการแสดง เมื่อก่อนผมพูดน้อยมากถึงมากที่สุดเลยครับ การเรียนการแสดงกับ ‘ครูเฟิร์ส’ กระตุ้นให้เราพูดเยอะขึ้น แต่ก่อนเป็นคนขี้อาย แต่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอายแล้วครับ (บอกพร้อมรอยยิ้ม) เริ่มเรียนไปไม่กี่อาทิตย์ แต่ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ดีมากๆ หลังจบคลาสผมก็เก็บคำพูดและสิ่งที่ครูสอนมาใช้ ดีขึ้นจริงๆ นะครับ คือ เขาจะสอนการหายใจ การออกเสียงว่าควรจะออกเสียงยังไงให้เสียงตรงพุ่งไปข้างหน้า ทำให้คนที่เราจะพูดด้วยฟังชัด

แล้วก็มีสอนแนะนำตัว สอนร้องเพลงครับ ก็ยากเหมือนกัน ยังทำไม่ค่อยได้เลย แต่หลิวไม่ท้อนะครับ รู้สึกตื่นเต้นมากกว่า

ผมชอบดูละครพระเอกสไตล์เข้มๆ ดิบๆ สักหน่อย แต่ก็ดูจิตใจดีๆ ด้วย (หัวเราะ) ถ้าลองทำคิดว่าคงไม่ยากเกินความสามารถนะครับ ผมมีคติในการใช้ชีวิต คือ ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้ครับ ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ผมให้ความสำคัญกับการเก็บเงิน ถ้าวันนี้เก็บได้เท่านี้ พรุ่งนี้ก็พยายามเก็บให้มากกว่าเดิม ยกตัวเอย่างประมาณนี้ครับ หลิวก็ไม่ถึงกับเก่งมากครับ พอเก็บได้” หนุ่มน้อยวัย 20 ปี บอกพร้อมเสียงหัวเราะ

ชีวิตในการเรียนปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชิดชัย บอกว่า ต้องดูแลตัวเอง วิชากฎหมายด้านรัฐศาสตร์ยากที่สุด ต้องเน้นอ่านหนังสือ และเน้นค้นแนวข้อสอบมาลองศึกษาเพิ่มเติม

“วิชากฎหมายต้องใช้ความจำหลายๆ อย่าง และภาษาอังกฤษยาก ก็ต้องฝึกไปครับ เมื่อก่อนมันมีสองเกรดครับ G (Good) กับ P (Pass) ก็ได้ G บ้าง P บ้าง แต่ตอนนี้เขากำลังจะเปลี่ยนแล้วครับ เป็นเหมือนทั่วๆ ไป คือ A B C D เกรดเฉลี่ยปีที่ 1 ได้เกรดเฉลี่ย 2.7 ครับ ยังไม่ดีนะครับ ขั้นต่ำน่าจะเป็น 3 ขึ้นไป สำหรับซัมเมอร์นี้ก็ลงวิชาเต็มที่ เทอมหนึ่งก็ประมาณ 24 หน่วยกิตครับ แล้วคณะที่หลิวเรียนมันมี 140 กว่าหน่วยกิต ซัมเมอร์ลงได้ 12 หน่วยกิต ทำเต็มที่ครับ

ผมตั้งเป้าหมายเรียนให้จบภายใน 4 ปีนะครับ แต่ว่าจะทำให้ดีที่สุดน่าจะประมาณ 3 ปีครึ่ง” หนุ่มนักศึกษาวิชากฎหมาย ชิดชัย บอกทิ้งท้ายมุ่งมั่น

คนรอบข้างพูดถึงหลิวว่า? “มีเพื่อนเยอะครับ คงเป็นที่นิสัยจะทำอะไรก็คือทำครับ ไม่โลเล จุดนี้ก็เลยมีเพื่อนเยอะ และมีเพื่อนทุกรูปแบบเลยครับ แล้วถึงผมเงียบๆ แต่ก็จะมีเพื่อนเข้ามาคุยกับเราเสมอ แต่ละคนก็คบกันยาว ผมให้ใจกับเขา จริงใจ”

มีสัตว์เลี้ยงไหม? “อยู่กรุงเทพฯ ไม่มีนะครับ แต่ตอนอยู่ จ.เลย เลี้ยงสุนัข 2 ตัวครับ ชื่อดำทั้งสองตัวเลยครับ (หัวเราะ) เป็นหมาไทย คือ หมามันคลอดลูกแล้วคนแถวบ้านเขาเอามาให้เลี้ยง ก็เลี้ยงครับ ก็รู้สึกดีครับ ไม่เหงาด้วย”

งานอดิเรก “เล่นฟุตบอล เข้าฟิตเนสครับ”

สีที่ชอบ “สีดำครับ”

ความสูง 178 ซม. น้ำหนัก 65 กก.

เครื่องประดับที่ติดตัวทุกครั้ง “เมื่อก่อนจะมีสร้อยติดตัวเป็นล็อกเกตครับ ได้มาจากคุณแม่ ด้านในเป็นรูปพระครับ แต่ตอนนี้ผมถอดเก็บไว้ที่บ้าน”

 

ธนิสสา อินทฤทธิ์ มุ่งมั่นทำตามฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มีนาคม 2557 เวลา 12:59 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1rfVQBJ

ธนิสสา อินทฤทธิ์ มุ่งมั่นทำตามฝัน

โดย…จีไอโจ / ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

มองดวงหน้าอาจจะไม่คุ้นเท่าไหร่ แต่ที่คุ้นตั้งแต่แรกยินคือนามสกุล “อินทฤทธิ์”

เธอเป็นอะไรกับร็อกเกอร์ระดับตำนาน “เสือ” ธนพล อินทฤทธิ์

คำตอบอยู่ที่ปากของเธอ

“น้องเพลง” ธนิสสา อินทฤทธิ์ ยืดอกยอมรับอย่างภูมิใจว่า เธอเป็นลูกสาวของพ่อเสือ ตัวจริงเสียงจริงแน่นอน

โอ้!!! พี่เสือ 18 ฝน 18 หนาว มันร้าวในใจสิ้นดี อย่าลืมฉัน อย่าเดินหนี วันนี้หัวใจสับสน (อินไปนู่น) มีลูกสาวโตขนาดนี้เชียว

และก็ไม่ใช่แค่น้องเพลงโตเป็นสาวแล้วเท่านั้น ทว่าเธอยังมุ่งมั่นที่จะเดินตามฝันในการเป็นนิสิต คณะนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซะด้วย

“สมัครไว้ 2 คณะค่ะ อักษรกับนิเทศ แต่สุดท้ายก็ต้องเลือกนิเทศ เพราะคิดว่าน่าจะเหมาะกับเพลงมากกว่า คือเพลงว่าคาแรกเตอร์ของคนที่เรียนนิเทศกับคาแรกเตอร์ของเพลง มันตรงกันมากๆ เลยค่ะ เพลงเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง แล้วก็ชอบอยู่กับคนเยอะๆ”

เมื่อหาที่ทางของตัวเองเจอ ความสนุกและความสุขก็ย่อมบังเกิด มากกว่านั้น เป็นโชคดีของน้องเพลงที่มีโอกาสชิมลางงานบันเทิงในฐานะหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ “ไอกา” (ค่าย Do A Dot ในเครือเวิร์คพอยท์) พร้อมๆ กับการเรียนชั้นปีที่ 1

“ตอนนี้ก็มีซ้อมเต้น แต่ก็ต้องเป็นช่วงหลังเลิกเรียน เพราะเพลงจะให้ความสำคัญกับการเรียน เรียนต้องมาก่อนค่ะ

คนทั่วไปอาจจะคิดว่านิเทศ อินเตอร์ เก๋ๆ สวยๆ แต่พอมาเรียนจริงๆ มันมีอะไรมากกว่านั้นค่ะ ง่ายๆ เลยค่ะ กิจกรรมรับน้อง เพลงว่ามันให้อะไรมากกว่าพี่มาเจอน้องนะคะ ครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะที่เราจะได้เป็นน้อง โดยมีพี่ๆ มาให้ความเอ็นดู ก็เสียดายนะ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพลงมีงานบันเทิง ก็เลยไม่ได้เข้าร่วมทุกครั้ง แต่รู้เลยว่าพอเข้ามาเรียนที่นี่ มันขลังค่ะ”

เรียนไปทำงานไป ถ้าจัดตารางชีวิตให้ดี คือประสบการณ์ล้ำค่าที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส น้องเพลงย้ำเสียงฉะฉาน งานบันเทิงคือเบื้องหน้า ได้ลงมือปฏิบัติ ส่วนการเรียนในห้องคือการเรียนภาคทฤษฎี ที่ต้องรู้ให้ลึก รู้จริง เพื่อจะได้ต่อยอดนำไปประยุกต์กับการทำงานต่อไป

“คนที่จะมาเรียนนิเทศ อินเตอร์ เพลงว่าต้องถามตัวเองก่อนว่าต้องชอบนิเทศมั้ย ต้องรู้จักคาแรกเตอร์คณะ และก็ต้องรู้จักคาแรกเตอร์ตัวเอง ถ้าไม่ชอบหรือไม่ใช่ มันก็จะไม่สนุกละ เพราะคณะนี้มีอะไรให้สนุกมากกกก (ทำตาโต) ต้องกล้าแสดงออก กิจกรรมจะทำให้เราเข้าใจในความเป็นนิเทศ รู้จักเพื่อนก็ตอนทำกิจกรรมนี่ล่ะค่ะ”

ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับการเรียนนิเทศศาสตร์ ภาคอินเตอร์ คงหนีไม่พ้นภาษาอังกฤษ คนที่ภาษาแน่นและเป๊ะย่อมมีชัยกว่าใครเพื่อน

“สำหรับเพลงถือเป็นโชคดีค่ะ ที่อยู่กับภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ เพลงเรียนสองภาษามาตลอด ม.ต้น เรียนที่สาธิต ปทุมวัน แล้วก็มาต่อที่เตรียมอุดมศึกษา ซึ่งก็เป็นอิงลิชโปรแกรมทั้งหมด พอมาเรียนนิเทศ อินเตอร์ ก็เลยไม่ใช่ปัญหา หรือถ้ารู้มากกว่าภาษาอังกฤษก็จะได้เปรียบคนอื่น อย่าคิดว่าฟังรู้เรื่อง ต้องถามตัวเองค่ะว่าพร้อมหรือยังที่จะอยู่กับมันจนจบ”

 

ติดแชทบนสมาร์ทโฟนระวังเป็น ‘วอตส์แอพพ์พิทิส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 เมษายน 2557 เวลา 11:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1k9WwYx

ติดแชทบนสมาร์ทโฟนระวังเป็น ‘วอตส์แอพพ์พิทิส’

ต้องเตือนภัยบรรดาคนติดมือถือ ที่ว่างเมื่อไรเป็นอันต้องก้มหน้าก้มตาแชทบนสมาร์ทโฟนว่า คงต้องลด ละ เลิกการแชทลงบ้าง เพราะดีไม่ดีอาจเสี่ยงเป็น “วอตส์แอพพ์พิทิส” เอาได้

ดังเช่นหญิงท้องชาวสเปนรายหนึ่ง ที่ล่าสุดแพทย์วินิจฉัยให้เป็นคนไข้รายแรกที่ป่วยเป็น “วอตส์แอพพ์พิทิส” หลังเกิดอาการปวดข้อมือทั้งสองข้างอย่างรุนแรงจนไม่สามารถขยับได้ หลังจากนั่งแชทบนสมาร์ทโฟนติดต่อกันนานถึง 6 ชั่วโมง!

เรียกได้ว่า วอตส์แอพพ์พิทิส ถูกผนวกเข้าลิสต์รายชื่ออาการเจ็บป่วยใหม่ที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีอย่างหักโหมเรียบร้อยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีการบัญญัติอาการ “แบล็คเบอร์รี่ ธัม” หรืออาการเจ็บเกร็งบริเวณนิ้วโป้งจากการใช้นิ้วโป้งหมุนปุ่มแทร็กบอลมากเกินไป หรือ “นินเทนดินิสทิส” อาการปวดนิ้วมือจากการกดปุ่มควบคุมบนจอยแพดซ้ำๆ เป็นเวลานานมาแล้ว

ไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะมีอาการ “ไลน์ดีเพรสชั่น” หรือภาวะเครียดจัดจากการเลือกใช้ไลน์สติ๊กเกอร์ไม่ถูกหรือเปล่านะ!

 

ธุรกิจแอพพลิเคชั่นโตพุ่งเท่าตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 เมษายน 2557 เวลา 12:53 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/QKodKQ

ธุรกิจแอพพลิเคชั่นโตพุ่งเท่าตัว

โฟคอลเผยอานิสงส์ 3จี สมาร์ทโฟน ดันธุรกิจแอพพลิเคชั่นโตไม่ต่ำกว่า 100%

นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โฟคอล อินเทลลิเจ้นท์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น เปิดเผยว่า การเปิดให้บริการ 3จี ประกอบกับมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนมากถึง 28 ล้านเครื่อง และในจำนวนดังกล่าวมีถึง 49% ที่เล่นอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์มือถือ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ธุรกิจแอพพลิเคชั่นขยายตัวตามไปด้วย เห็นได้จากผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ เริ่มหันมาทำแอพพลิเคชั่นขององค์กร เพื่อสื่อสารข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ ไปยังผู้บริโภค

สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ ยังคงเป็นด้านโซเชียลมีเดีย  ขณะที่แอพพลิเคชั่นด้านโลเกชั่น และโมบายเปย์เมนต์ก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวคาดว่าสิ้นปีนี้ตลาดแอพพลิเคชั่นจะโตไม่ต่ำกว่า 100% จากปัจจุบันมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทมีหลายหน่วยงานติดต่อให้เข้าไปร่วมพัฒนาแอพพลิเคชั่น แต่ที่เจรจาแล้วเสร็จพร้อมเริ่มพัฒนาแอพพลิเคชั่นแล้ว คือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล

ด้าน นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็นเปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้งบ 50 ล้านบาท ทำกิจกรรมตลาดแบบใหม่ผ่านแอพพลิเคชั่นภายใต้ชื่อ CentralWorld App เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ และโปรโมชั่นได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยนำฟังก์ชั่น อินดอร์ แมป เนวิเกชั่น เข้ามาให้บริการ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า ตั้งเป้าปีแรกมีผู้ดาวน์โหลด 3 หมื่นคน

 

“สพลิท แอพ”หนีเจ้าหนี้แบบเห็นผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2557 เวลา 21:12 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1pQs4jr

"สพลิท แอพ"หนีเจ้าหนี้แบบเห็นผล

“สพลิท แอพ” แอพฯสุดเจ๋งที่ช่วยให้สามารถทราบว่าบุคคลที่ไม่อยากเจออยู่ใกล้หรือไม่

ใครที่มีหนี้สินรุงรัง หรืออยากเลี่ยงเจอบุคคลไม่พึงประสงค์ เช่น แฟนเก่า เจ้านาย เพื่อนปากเสีย เป็นต้น วันนี้เพียงแค่คุณมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน คุณก็สามารถเลี่ยงไม่ต้องเจอคนที่ไม่ต้องการได้ตลอดกาลแล้ว

แอพพลิเคชั่นใหม่บนมือถือที่มีชื่อว่า “สพลิท แอพ” นี้ สร้างขึ้นจากไอเดียของอูดี้ ดาแกน หลังจากที่ประสบเหตุไม่คาดฝันต้องไปปะหน้าแบบไม่ตั้งใจกับแฟนเก่าในบาร์แห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน จนเกิดแรงบันดาลใจสร้างแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยบอกว่าบุคคลที่เราไม่อยากเจอหน้าตอนนี้อยู่แถวนั้นหรือเปล่า และถ้าเข้ามาใกล้ในรัศมีที่เราอยู่แล้ว ควรจะหนีไปทางทิศไหนดีถึงจะรอดพ้นโดยสวัสดิภาพ

การทำงานของแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ก็แค่เลือกคนที่คุณไม่อยากเจอบนรายชื่อในมือถือ จากนั้นเจ้าแอพพลิเคชั่น “สพลิท” นี้ ก็จะทำการสแกนพื้นที่ที่คุณอยู่จากการเช็กอินผ่านทางโซเชียลมีเดียทั้งหลายอย่างต่อเนื่อง และจะเตือนคุณทันทีเมื่อพบว่ามีบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาปรากฏตัวอยู่ใกล้เคียงหรือกำลังมุ่งหน้ามายังพื้นที่ที่คุณอยู่

แถมแอพพลิเคชั่นนี้ยังมีฟังก์ชั่นพิเศษ เพื่อช่วยชีวิตผู้ใช้ไม่ให้หนีไปปะหน้าอริหรือกิ๊กเก่ากลางทางระหว่างพยายามหลบหน้า โดยบอกทางหนีฉุกเฉินด้วยลูกศรสีแดงบนแผนที่ แต่นี่ก็รอดพ้นทุกสถานการณ์

ลองไปใช้กันดู เพื่องวดกลางเดือนจะได้หลบเจ้ามือทัน

 

ไอโฟน6เริ่มผลิตจอแล้วคาดขายก.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2557 เวลา 20:26 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/QFpvGV

ไอโฟน6เริ่มผลิตจอแล้วคาดขายก.ย.นี้

สื่อเมืองผู้ดี้เผยซัพพลายเออร์ในเกาหลี และญี่ปุ่น เริ่มเดินหน้าผลิตจอไอโฟน 6 แล้ว คาดเครื่องรุ่นใหม่มีขนาดจอกว้างกว่าเดิม

เดลีเมลรายงานว่า ขณะนี้บริษัทหลายแห่งทั้งในเกาหลี และญี่ปุ่น ที่เป็นซัพพลายเออร์ผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับ บริษัท แอปเปิล ได้เริ่มต้นเดินสายกระบวนการผลิตหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าจะเป็น “ไอโฟน6″ แล้ว และคาดว่าจะเริ่มต้นออกวางจำหน่ายในเดือน ก.ย.ปีนี้

สำหรับหน้าจอไอโฟนรุ่นใหม่จะมีทั้งขนาดความยาวประมาณ 4.7 นิ้ว  และแบบ 5.5 นิ้ว ทำให้จอไอโฟน 6 จึงมีขนาดใหญ่กว่าไอโฟน 5เอส และไอโฟน5ซี ในปัจจุบัน ซึ่งทั้งสองมีขนาดหน้าจอความยาวประมาณ 4 นิ้ว

นักวิเคราะห์คาดว่า สาเหตุที่แอปปเปิล หันมาทำหน้าจอโทรศัพท์ให้ใหญ่ขึ้นก็เพื่อแข่งกับคู่แข่งเบอร์ 1 อย่าง “ซัมซุง”

นอกจากนี้ แหล่งข่าวในวงการไอที ยังระบุอีกว่า หน้าจอใหม่ของ “ไอโฟน 6″ จะใช้เทคโนโลยี “อินเซลล์ทัช” ซึ่งจะทำให้หน้าจอสัมผัสมีความขนาดยาวมากกว่ามาตรฐานจอสมาร์ทโฟนทั่วๆไป  เนื่องจากแถบกดด้านล่างจะมีขนาดเล็กลง  โดยเทคโนโลยีนี้ได้เริ่มนำมาใช้ตั้งแต่ ไอโฟน 5 แล้ว

ทว่า ผลจากความยุ่งยากในกระบวนผลิตในการนำเทคโนโลยี อินเซลล์ทัช มาใส่ไว้กับไอโฟน 6 รุ่นความยาวหน้าจอ 5.5 นิ้ว  ทำให้ทางบริษัทผู้ผลิตจึงชะลอการผลิตในรุ่นดังกล่าวออกไปก่อน และผลิตเฉพาะรุ่นหน้าจอ 4.7 นิ้วเท่านั้น

ดังนั้น จึงเชื่อว่า ไอโฟน6 ที่จะออกมาขายในเดือน ก.ย.นี้จึงน่าจะเป็นรุ่นหน้าจอยาว 4.7 นิ้วรุ่นอย่างเดียว ขณะที่รุ่นหน้าจอ 5.5 นิ้วจะออกมาขายหลังจากนั้นในอีกหลายเดือนถัดมา

 

3 วิธีชมทีวีดิจิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2557 เวลา 19:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1pPD0On

3 วิธีชมทีวีดิจิตอล

กสทช.แนะนำ 3 วิธีในการรับชมทีวีดิจิตอล หลังทดลองออกอากาศเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.เป็นวันแรกของการทดลองออกอากาศทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ซึ่งจากผลการสำรวจล่าสุดของ อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะวิทยาการจัดการ พบว่าผู้ชมส่วนใหญ่ 82.4% ยังไม่ทราบวิธีชมทีวีดิจิตอล

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เผยแพร่วิธีการรับชมทีวีดิจิตอล ซึ่งมีวิธีในการรับชม 3 วิธีดังนี้

1. ถ้าท่านใช้ โทรทัศน์ระบบแอนะล็อก หรือโทรทัศน์ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ Smart TV หรือ โทรทัศน์จอแบนต่างๆ ล้วนเป็นโทรทัศน์รุ่นเก่าระบบแอนะล็อค ท่านไม่ต้องเปลี่ยนโทรทัศน์ใหม่ ท่านสามารถรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้ง่ายๆเพียงนำโทรทัศน์เครื่องเดิมที่ใช้อยู่เชื่อมต่อกับ Set Top Box (STB) หรือกล่องแปลงสัญญาณ แบบ DVB T2 ซึ่งกล่องตัวนี้จะช่วยเปลี่ยนสัญญาณจากระบบแอนะล็อคเป็นระบบดิจิตอลโดยท่านไม่ต้องซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่  โดยมีหนวดกุ้งหรือเสาก้างปลาเป็นตัวรับสัญญาณ

ทั้งนี้ผู้ชมในระบบเสาก้างปลาเดิมที่ ซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล สามารถรับชมได้ใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ กรุงเทพ สงขลา และ นครราชสีมา โดยจะมีการขยายโครงข่ายไปยังจังหวัดต่างๆต่อไปในอนาคต

สำหรับรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลระบบ ช่องปกติ คือ ช่อง 5 หมายเลข 1 ช่อง 11 หมายเลข 2 ไทยพีบีเอส หมายเลข 3 ขณะที่ช่องทีวีดิจิทัล 24 ช่องจะอยู่ที่ ช่อง 13-36

2. ถ้าท่านต้องการซื้อโทรทัศน์เครื่องใหม่ เป็นโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล ซึ่งเป็นโทรทัศน์ที่มีดิจิตอลจูนเนอร์ในตัวรับสัญญาณ (integrated  Digital Television หรือ iDTV) ซึ่งสามารถรับสัญญาณดิจิตอลได้โดยไม่ต้องใช้กล่องแปลงสัญญาณหรือ Set Top Box  เพียงท่านต่อโทรทัศน์ iDTVกับเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้ง ท่านสามารถรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้แล้ว ซึ่งวิธีนี้ผู้รับชมจะสามารถรับชมจำนวนช่องได้ทั้งหมด 48 ช่องพร้อมกับคุณภาพความคมชัดปกติ SD (Standard Definition) และความคมชัดสูง HD (High Definition

3.หากดูทีวีผ่านจานดาวเทียม/เคเบิล สามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ทันที เพียงถอดปลั๊กของกล่องรับสัญญาณแล้วเสียบใหม่  โดยระยะเวลาอาจเร็ว-ช้า ขึ้นกับผู้ประกอบการแต่ละเจ้า  ทั้งนี้จะดูได้ที่ความคมชัดปกติ (SD) หากต้องการชมแบบ HD ต้องซื้อกล่องรับสัญญาณ แบบ DVB-T2 หรือสังเกตเครื่องที่มีสัญลักษณ์ของ กสทช.และโลโก้ “น้องดูดี” โดยการรับชมผ่านเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม หมายเลขช่องจะบวก 10

สำหรับ ผู้ชมที่รับชมผ่านกล่องทรู วิชั่นส์ เริ่ม 17 เม.ย. โดยหมายเลขช่องจะบวก 10 เช่นเดียวกัน

ช่องไหนอยู่ตรงไหน

ช่องรายการเด็กและเยาวชน ได้แก่
ช่อง 13  ช่อง 3
ช่อง 14  MCOT
ช่อง 15  LOCA ทีวีพูล

ช่องข่าวและสาระ ได้แก่
ช่อง 16 TNN 24
ช่อง 17 THV ทีวีพูล
ช่อง 18 NewTV เดลินิวส์
ช่อง 19 สปริงนิวส์
ช่อง 20 Bright TV
ช่อง 21 วอยซ์ ทีวี
ช่อง 22 เนชั่นทีวี

ช่องรายการทั่วไป ความคมชัดมาตรฐาน (SD) ได้แก่
ข่อง 23  Workpoint
ช่อง 24  TRUE4U
ช่อง 25 GMM ONE
ช่อง 26 NOW (กรุงเทพธุรกิจทีวี)
ช่อง 27  RS
ช่อง 28  ช่อง 3
ช่อง 29  Mono

ช่องรายการทั่วไป ความคมชัดสูง (HD) ได้แก่
ช่อง 30  MCOT
ช่อง 31  GMM
ช่อง 32  ไทยรัฐทีวี
ช่อง 33  ช่อง 3
ช่อง 34 AMARIN TV
ช่อง 35  ช่อง 7
ช่อง 36 PPTV

ข้อมูลและภาพประกอบจาก กสทช.

 

ไลน์เผยยอดผู้ใช้ทั่วโลกทะลุ400ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 เมษายน 2557 เวลา 13:47 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/QELIoz

ไลน์เผยยอดผู้ใช้ทั่วโลกทะลุ400ล้านคน

ไลน์เปิดตัวเลขยอดผู้ใช้ทั่วโลกทะลุ 400 ล้านคน เพิ่ม 100 ล้านคนใน 4 เดือน เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่เพิ่มยอดผู้ใช้เป็น 500 ล้านคนสิ้นปีนี้

นายอากิระ โมริกาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ยอดผู้ใช้งานไลน์ทั่วโลกมีมากกว่า 400 ล้านคนแล้ว เพิ่มขึ้นถึง 100 ล้านคน จากสิ้นปีก่อน เป็นผลจากแต่ละประเทศที่ไลน์ให้บริการมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านคน เช่น อเมริกา เกาหลี มาเลเซีย และเม็กซิโก โดยจากสถิติพบว่า ผู้ใช้บริการไลน์ มีการส่งข้อความสูงถึง 1 หมื่นล้านครั้งต่อวัน ส่งสติ๊กเกอร์กว่า 1,800 ล้านครั้งต่อวัน และใช้บริการโทรศัพท์ผ่านไลน์กว่า 12 ล้านครั้งต่อวัน ส่วนทั้งปีนี้ตั้งเป้าหมายมีผู้ใช้ไลน์ทั่วโลกเกิน 500 ล้านบาท

“นับตั้งแต่ที่ไลน์เปิดให้บริการครั้งแรก 23 มิ.ย. 2554 ได้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการสื่อสารที่ใช้กันกว้างขวาง ให้ผู้ใช้ทั่วโลกสื่อสารกัน ผ่านข้อความเสียงและการสนทนาด้วยภาพวีดีโอ รวมถึงการส่งสติ๊กเกอร์และข้อความตัวอักษร” นายโมริกาวา กล่าว

ทั้งนี้ไลน์เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่ออกมาให้บริการผู้ใช้ต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพิ่งปล่อยบริการไลน์ คอลล์ อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้โทรได้ทั้งเบอร์โทรศัพท์พื้นฐานและเบอร์มือถือในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังมี ไลน์ ครีเอเตอร์ส มาร์เก็ต ให้ผู้ใช้ออกแบบสติ๊กเกอร์ได้เองขายให้ผู้ที่ต้องการได้ด้วย หลังจากนี้ก็จะขยายบริการเพิ่มเพื่อพัฒนาให้ไลน์เป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับสมารท์โฟน

 

กสทช.เตือนอย่าซื้อกล่องดิจิตอลเถื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 เมษายน 2557 เวลา 22:07 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1llbKqM

กสทช.เตือนอย่าซื้อกล่องดิจิตอลเถื่อน

กสทช. เตือนอย่าซื้อกล่องทีวีดิจิตอลผิดกฎหมาย ขีดเส้น 25 พ.ค. ต้องออนแอร์ทั้ง 24 ช่อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกล่องรับชมทีวีดิจิตอล (เซ็ท ท็อป บอกซ์) ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. รวม 52 รุ่น และ โทรทัศน์ที่ สามารถรับชมทีวีดิจิตอล รวม 76 รุ่น ดังนั้น ผู้ชมที่จะซื้อกล่องหรือโทรทัศน์ ให้ตรวจสอบว่ามีสติ๊กเกอร์ น้องดูดี  ด้วย หากไม่มีถือว่าเป็นกล่องเถื่อน

ทั้งนี้  กล่องที่ได้รับการรับรอง ประกอบด้วย กล่อง.จีเอ็มเอ็ม ต้าถุง แพลนเน็ต คอมมูนิเคชั่น สามารถ คอร์ปอเรชั่น ขณะที่โทรทัศน์ มีแบรนด์ ที่ได้รับการรับรอง คือ พานาโซนิค ชาร์ป แอลจี ซัมซุง โซนี่ โตชิบ้า และ โปร วิชั่น

สำหรับผู้ประกอบการทั้ง 24 ช่อง จะต้องออกอากาศทีวีดิจิตอลให้ได้ทั้งหมดภายในวันที่ 25 พ.ค. หรือภายใน 30 วันหลังจากกสทช. ได้ให้ใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. หากไม่สามารถออกอากาศได้จะต้องเสียค่าปรับวันละ 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม วันแรกของการทดลองออกอากาศ 1 เม.ย. พบว่า มีหลายช่องที่เริ่มทดลองแลัวในเวลาที่แตกต่างกัน คือ ช่อง 5 ไทยพีบีเอส ช่อง 9 สปริงนิวส์  วอยซ์ทีวี เวิร์คพอยท์ ทีเอชวี เครือ ทีวีพูล โดยหมายเลขช่องในระบบกล่องปกติ คือ ช่อง 5 หมายเลข 1 ช่อง 11 หมายเลข 2 ไทยพีบีเอส หมายเลข 3 ขณะที่ช่องรายการ 24 ช่องจะอยู่ที่ ช่อง 13-36 และหากรับชมผ่านเคเบืลทีวีและดาวเทียม หมายเลขช่องจะบวก 10

ขณะที่ผู้ให้บริการโครงข่ายจะเริ่มให้บริการ11 จังหวัด ในวันที่ 1 มิ.ย. คือ กรุงเทพ นครราชสีมา สงขลา เชียงใหม่ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น และอุดรธานี.

 

ไทยติดอันดับผู้นำช้อปผ่านมือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มีนาคม 2557 เวลา 13:16 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1pwLSKp

ไทยติดอันดับผู้นำช้อปผ่านมือถือ

มาสเตอร์การ์ดเผยผลสำรวจ ชาวจีนและไทย สุดยอดขาช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านมือถือนำหน้าชาติอื่นในเอเชียแปซิฟิก

ผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับการช้อปปิ้งออนไลน์ของมาสเตอร์การ์ด เผยว่า นักช้อปชาวจีนและชาวไทยจำนวนเกินครึ่ง (59.4% และ 51.2% ตามลำดับ) ได้จับจ่ายซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ของพวกเขา สะท้อนว่า การช้อปปิ้งออนไลน์ยังคงเติบโตอย่างไม่หยุดหย่อน และผู้บริโภคที่ชื่นชอบความสะดวกสบายของการช้อปปิ้งผ่านสมาร์ทโฟนมีจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกจำนวน 2 ใน 3 จับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์ โดยผู้เข้าร่วมการสำรวจในประเทศจีนเกือบ 100% ระบุว่า พวกเขาได้ซื้อของออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ตามด้วยผู้บริโภคในเกาหลีใต้ (97%) และออสเตรเลีย (90%) ที่หลงใหลการช้อปปิ้งบนอินเทอร์เน็ตไม่แพ้กัน

นอกจากนั้น ผลสำรวจยังเผยให้เห็นอีกว่า ผู้ร่วมการสำรวจจากอินเดียที่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการช้อปปิ้งนั้น พุ่งสูงจาก 53.1% ในปี 2555 เป็น 80% ในปี 2556 ส่งผลให้ตัวเลขของชาวอินเดียที่ช้อปปิ้งออนไลน์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจาก 70.9% ในปี 2555 เป็น 87.8% ในปี 2556

ขณะที่ ความแพร่หลายของโทรศัพท์มือถือที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้ผู้บริโภคหันมาช้อปปิ้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือ โดยได้รับความนิยมมากที่สุดในจีน (59.4%) ไทย (51.2%) อินเดีย (47.1%) และอินโดนีเซีย (46.7%)

ในแง่ของอัตราการเติบโต ตลาดหลักๆ ที่มีแนวโน้มการช้อปปิ้งผ่านมือถือเพิ่มมากขึ้นนั้น ได้แก่ ไต้หวัน (เพิ่มขึ้น 17% จากปี 2555) อินเดีย (เพิ่มขึ้น 16.8%) และฟิลิปปินส์ (เพิ่มขึ้น 11.4%) ในขณะที่ผู้บริโภคจากนิวซีแลนด์ (15.0%) ญี่ปุ่น (22.9%) และออสเตรเลีย (24.8%) มีความตั้งใจในการช้อปผ่านมือถือลดน้อยลง

ทั้งนี้ จากทั้ง 14 ตลาดในเอเชียแปซิฟิก เหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนหันมาช้อปปิ้งออนไลน์นั้น ได้แก่ ความสะดวกสบาย (46.8%) ความสามารถในการช้อปได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด (41.3%) และการเพิ่มขึ้นของแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้การช้อปปิ้งออนไลน์นั้นง่ายยิ่งขึ้น (40.8%) โดยสินค้าประเภทเสื้อผ้าและแฟชั่นได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการช้อปปิ้งผ่านสมาร์ทโฟน (26.0%) ตามมาด้วยการซื้อแอพพลิเคชั่น (22.4%) และเพลง (18.8%)

สำหรับการช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยนั้น ความสะดวกสบายมีความสำคัญสำหรับชาวไทยค่อนข้างมาก (59.8%) ตามด้วยจำนวนแอพพลิเคชั่นออนไลน์ช้อปปิ้งที่เพิ่มขึ้น (51.0%) และที่น่าแปลกใจก็คือ ผู้บริโภคชาวไทยถึง 61.4% ชื่นชอบการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์มากกว่าการซื้อของในร้านค้าปกติ (51.6%) ตามด้วยการช้อปปิ้งด้วยแทบเล็ต (40.1%)

ปิแอร์ เบอร์เรต์ หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คณะที่ปรึกษามาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่สินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่นได้แซงขึ้นอันดับ 1 นำหน้าแอพพลิเคชั่นสำหรับประเภทสินค้าที่ถูกซื้อผ่านสมาร์ทโฟน สิ่งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ด้านความแข็งแกร่งและความสำเร็จของร้านค้าในการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่านมือถือที่ดีและสะดวกขึ้นให้แก่ผู้บริโภค

ส่วนเทคโนโลยีใหม่ๆ บนมือถือก็ยังคงดึงดูดความสนใจในหมู่ผู้บริโภคทั่วภูมิภาคด้วยเช่นกัน โดยแอพพลิเคชั่นแนว mobile banking มีระดับความสนใจและความคุ้นเคยจากผู้บริโภคมากถึง 48.7% ตามด้วยแอพช้อปปิ้งผ่านเกมส์บนมือถือ (in-game-app shopping) อยู่ที่ 35.7% และแอพช้อปปิ้งผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (in-social-networking-app shopping) อยู่ที่ 34.9%

ความปลอดภัยยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกให้ความสำคัญเป็นหลักเมื่อช้อปปิ้งออนไลน์ (85.3%) โดยผู้ร่วมการสำรวจจากอินโดนีเซีย (92%) จีน (91.8%) มาเลเซีย (91.2%) สิงคโปร์ (89.8%) และออสเตรเลีย (89.3%) ต่างกล่าวว่าความปลอดภัยเป็นประเด็นหลักที่พวกเขาให้ความสนใจ ตามด้วยคุณค่าของสินค้า (84.8%) และความสะดวกในการชำระเงิน (84.6%)

“ผลสำรวจแสดงให้เห็นถึงความต้องการอย่างแรงกล้าทั้งในด้านความปลอดภัยและโซลูชั่นการชำระเงินที่สะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก ผู้ซึ่งก้าวเข้าสู่ไลฟ์สไตล์แบบดิจิตัลมากขึ้นเรื่อยๆ มาสเตอร์การ์ดทุ่มเทอย่างมากเพื่อมอบความสะดวกและตัวเลือกในการชำระเงินที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งไร้รอยต่อที่ดียิ่งขี้นกว่าเดิม” ปิแอร์ กล่าว

 

เว็บemuseumของกระทรวงคลังเจอแฮก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 มีนาคม 2557 เวลา 09:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/QwYfKw

เว็บemuseumของกระทรวงคลังเจอแฮก

เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ-เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของกรมธนารักษ์ ถูกแฮกเกอร์โจมตีลบข้อมูล-เปลี่ยนภาพหน้าเว็บ

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. เว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ หรือ  http://emuseum.treasury.go.th ซึ่งเป็นของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้ถูกแฮกเกอร์เข้าโจมตีลบข้อมูลภายในเว็บไซต์และ เปลี่ยนภาพหน้าแรกของเว็บไซต์

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่าแฮกเกอร์ที่ก่อเหตุดังกล่าว เป็นทีมแฮกเกอร์สัญชาติบราซิล โดยได้มีการแสดงชื่อไว้บนหน้าเว็บไซต์ว่า “HighTech Brazil HackTeam”

 

แบงก์เร่งหามาตรการสกัดแอพฯปลอมระบาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มีนาคม 2557 เวลา 09:29 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/QthVis

แบงก์เร่งหามาตรการสกัดแอพฯปลอมระบาด

ธนาคารนัดสมาชิกสมาคมธนาคาร-กูเกิล หารือสกัดแอพพลิเคชั่นเน็ตแบงก์ปลอมระบาด

บรรดาลูกค้าธนาคารพาณิชย์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งกำลังวิตกกังวลกับปัญหาแอพพลิเคชั่นปลอมที่แอบอ้างเป็นของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้ระบาดหนักในเพลย์สโตร์ แอพสโตร์ หรือศูนย์กลางการดาวน์โหลดข้อมูลบนระบบแอนดรอยด์สำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต จนลูกค้าหลายรายดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นปลอมเหล่านี้ไปใช้ จนอาจถูกมิจฉาชีพนำข้อมูลในบัญชีลูกค้าไปแสวงหาประโยชน์ ทำให้ธนาคารต้องหามาตรการสกัด

นางอมรา กลับประทุม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มสายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมหารือกับบริษัท กูเกิล เจ้าของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และ เพลย์สโตร์ เพื่อแก้ปัญหากรณีพบแอพพลิเคชั่นปลอมที่แอบอ้างเป็นของธนาคารเปิดให้มีการดาวน์โหลดบนเพลย์สโตร์ รวมทั้งจะหารือภายในสมาคมธนาคารไทย เพื่อหามาตรการสกัดแอพพลิเคชั่นปลอมโดยเร็ว

นางอมรา กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารได้ตรวจสอบแอพพลิเคชั่นที่ปรากฏในกูเกิลแล้ว และได้ประกาศแจ้งเตือนลูกค้าผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างรวดเร็ว และได้ย้ำเตือนผ่านเอสเอ็มเอสอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าธนาคารเข้าใจผิดและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีลูกค้ารายใดที่ได้รับความเสียหายจากแอพพลิเคชั่นปลอม และจากการตรวจสอบแอพพลิเคชั่นปลอมที่มีชื่อผู้พัฒนาระบบว่า CIENTIFIKA MEDIA จะแตกต่างจากแอพของจริงที่ใช้ชื่อว่า Krung Thai Bank PCL นั้น ยังไม่พบการดักจับล็อกอินและรหัสผ่านของลูกค้าไปใช้ในทางมิจฉาชีพ เป็นเพียงการเรียกลิงค์ยูอาร์แอลเข้าไปยังเว็บไซต์ของธนาคารจริง

ขณะที่นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ มักจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้อยู่ในระบบปฏิบัติการแท้ เช่น เพลย์สโตร์ แต่จะมาตามลิงค์ที่ส่งต่อจากแหล่งต่างๆ เช่น ไลน์ หรือเอสเอ็มเอส เพื่อลวงให้ผู้บริโภคคลิกเข้าไป และหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ ขณะนี้ธนาคารได้แจ้งเตือนลูกค้าไปแล้วเช่นกัน

ด้านกูเกิลเพลย์ ซึ่งเป็นระบบมาร์เก็ตเพลสของกูเกิลในการให้บริการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนระบบแอนดรอยด์ ระบุว่า นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นจากทั่วโลกจะอยู่บนนโยบายและกฎระเบียบเดียวกัน ซึ่งหากพบหรือได้รับแจ้งการละเมิดหรือขัดกับนโยบายของกูเกิลเพลย์ ทางกูเกิลจะถอดแอพดังกล่าวออกจากระบบ อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่ได้มีนโยบายในการดำเนินคดีเอาผิดผู้ที่ละเมิดนโยบายแต่อย่างใด

พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าวว่า กลุ่มมิจฉาชีพที่แฮ็กข้อมูลมักดำเนินการจากต่างประเทศ ทำให้การตรวจสอบและจับกุมทำได้ยาก ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ต้องประสานกับต่างประเทศ