ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

มะกอก… ผลไม้วิเศษ แก้เมาเรือ มีนาคม 2, 2015

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มกราคม 2558 เวลา 01:11 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1w5SL6n

ข่าวดีสำหรับผู้ที่รักการท่องเที่ยวทางน้ำ แต่มีอาการไม่สู้ดีนักเมื่อต้องโดยสารเรือ เพียงแค่ก่อนเดินทางผจญภัยครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นที่ทะเลหรือแม่น้ำ ให้เตรียมมะกอกสดหรือแบบบรรจุกระป๋องก็ได้ไปด้วย แค่นี้ก็สบายใจหายห่วง ท่องเที่ยวได้อย่างไม่ต้องกังวลแล้ว

หากระหว่างเดินทางรู้สึกกระอักกระอ่วนคล้ายอาการเมาเรือ ก็เพียงแค่งัดมะกอกที่เตรียมมาออกมารับประทานสัก 2-3 ลูก เจ้าผลไม้แสนวิเศษนี้จะช่วยให้น้ำลายที่หลั่งออกมาลดน้อยลงกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยให้อาการพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนลดลง จนรู้สึกดีขึ้นเกือบจะทันที

อย่างไรก็ดี สำหรับนักดื่มคอทองแดงทั้งหลาย ต้องขอแสดงความเสียใจล่วงหน้านะคะ เพราะเคล็ดลับข้างต้นใช้ไม่ได้กับอาการเมาสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นะจ๊ะ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องพกมะกอกไปเริงราตรีด้วยหรอก เพราะว่าไม่ได้ผล ทางที่ดี ลด ละ เลิก การดื่มไปเลยดีกว่าดีต่อสุขภาพด้วย

 

 

เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดีอยู่ที่สมดุลฮอร์โมน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มกราคม 2558 เวลา 11:15 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ไลฟ์สไตล์/339486/เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดีอยู่ที่สมดุลฮอร์โมน

เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดีอยู่ที่สมดุลฮอร์โมน

เมื่อคุณสาวๆ ข้องใจเกี่ยวกับเคล็บลับการดูแลผิวพรรณ พญ.ณัชชา หริณะรักษ์แพทย์ด้า้นเวชศาสตร์ชะลอวัย สมุทัยเวชศาสตร์ เวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะเสื่อมการลดน้ำหนัก การแพทย์แผนจีนและการฝังเข็ม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีคำแนะนำว่า ให้รักษาร่างกายให้แข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสุขภาพที่ดีต้องมาจากภายในข้อควรปฏิบัติเพื่อผิวอ่อนเยาว์

พักผ่อนเป็นเวลา ร่างกายจะเริ่มหลั่งโกรทฮอร์โมนในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเที่ยงคืน (หลั่งสูงสุดตอนเที่ยงคืน) ดังนั้นเราควรนอนในช่วงสี่ทุ่มถึงห้าทุ่มของทุกคืนเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และควรปิดไฟเวลานอน เนื่องจากแสงสว่างจากหลอดไฟจะรบกวนกระบวนการผลิตฮอร์โมนของร่างกายเลือกทานอาหารอย่างชาญฉลาด ขณะที่โปรตีนเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีสำหรับการผลิตโกรทฮอร์โมนแต่ระดับน้ำตาลและแป้งที่สูงมีผลในทางตรงกันข้ามดังนั้นเราควรรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลในปริมาณน้อยในมื้อเย็น

ผู้หญิงทุกคนควรตรวจวัดระดับฮอร์โมนเป็นประจำเพราะฮอร์โมนเป็นตัวส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อกระตุ้นและสั่งการให้ระบบต่างๆ ทำงานทั้งระบบสืบพันธุ์ ระดับพลังงาน สภาวะอารมณ์ และการผลิตเซลล์ผิวหนัง ซึ่งหากพูดถึงการดูแลผิวพรรณระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและแอนโดรเจนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อระดับฮอร์โมนตกหรือผันผวน ผิวหนังจะตอบสนองอย่างรวดเร็ว เห็นได้จากการมีสิวของสาวๆเวลามีรอบเดือน นอกจากนี้ยังมีโกรทฮอร์โมนและฮอร์โมนไทรอยด์ที่ผลิตจากต่อมไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบต่างๆ ส่งผลต่อทุกเซลล์ อวัยวะ และทำหน้าที่สำคัญ เช่น อัตราการเผาผลาญแคลอรี ความเร็วในการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการสร้างเซลล์ทดแทนเซลล์ที่ตายแล้วยกตัวอย่างเช่น ผิวหนังจะแห้งกร้านเมื่อระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำซึ่งการตรวจวัดระดับฮอร์โมน ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ

แม้ว่าเราไม่สามารถหยุดหรือย้อนเวลาได้ แต่สามารถเลือกไลฟ์สไตล์เพื่อรักษาสุขภาพเพื่อต้านความเสื่อมชรา

 

 

กลิ่นหอมบำบัดเครียดอารมดีรับปีใหม่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มกราคม 2558 เวลา 11:05 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1rZLBF0

กลิ่นหอมบำบัดเครียดอารมดีรับปีใหม่

โดย…กรองทรัพย์

ผ่านพ้นปีใหม่เพียงไม่กี่วันกลิ่นอายของเทศกาลแห่งความสุขยังไม่จางหาย นอกจากคำอวยพรให้สุขภาพดีสุขภาพจิตสดชื่นแล้ว การเลือกเครื่องหอมให้กับคนพิเศษ โดยเลือกใช้กลิ่นหอมที่มีส่วนช่วยผ่อนคลายอารมณ์ได้นั้น เป็นตัวช่วยหนึ่งสำหรับการเริ่มต้นดีๆ ที่นับว่าจะสดชื่นตั้งแต่ลืมตาตื่นทีเดียว

วรวิทย์ ศิริพากย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปุริ กล่าวว่า กลิ่นแต่ละกลิ่นสามารถบ่งบอกอารมณ์ได้และมีผลต่อการบำบัดความเครียด ดังนั้นปัญญ์ปุริจึงให้ความสำคัญกับการปรุงกลิ่นเครื่องหอมเป็นพิเศษ ซึ่งกลิ่นของเครื่องหอมและสกินแคร์ของปัญญ์ปุริ มีทั้งหมด 3 ตระกูล ได้แก่ กลิ่นตระกูลดอกไม้ ตระกูลส้ม และกลิ่นตระกูลไม้ หากคุณรักใครอยากให้เขาอารมณ์แบบไหนก็เลือกที่จะให้เครื่องหอมได้ ซึ่งอาจจะพิจารณาจากบุคลิกภาพของผู้รับว่าเขามีลักษณะอย่างไรให้เหมาะสมกับคนรับ เพื่อส่งต่อความสุขและความปรารถนาดี โดยบ่งบอกถึงความพิถีพิถันของผู้ให้ ซึ่งสามารถแนะนำกลิ่นหอมเบื้องต้นได้ ดังนี้

เลือกกลิ่นให้คนที่เพิ่งรู้จักกัน ควรเลือกกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น คือ กลิ่นตระกูลส้ม เพราะเป็นกลิ่นกลางๆ สามารถใช้ได้ทั้งเพศหญิงและชาย

คนรับมีบุคลิกลึกลับหรือคนรับเป็นผู้ชาย กลิ่นไม้เหมาะกับคนที่มีบุคลิกลึกลับ เพราะไม้จะให้อารมณ์หอมที่นุ่มลึกและผ่อนคลาย และกลิ่นหอมติดทนยาวนาน

คนรับเป็นผู้หญิง ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบดอกไม้ กลิ่นที่เหมาะกับผู้หญิงมากที่สุด คือ กลิ่นกุหลาบที่ให้ความรู้สึกสงบและโรแมนติก หากเลือกให้กับคุณแม่หรือผู้ใหญ่ที่เคารพ เครื่องหอมนี้จะเป็นเหมือนตัวแทนแห่งความรักและความปรารถนาดีจากผู้มอบ หรือจะเป็นกลิ่นมะลิที่หอมจรุงใจเคล้าความสดชื่นก็ให้บรรยากาศความจริงใจและกลิ่นความสุขก็ลอยมา

คนที่หลากหลายอารมณ์ เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ เลือกทั้งสามตระกูลผสมกัน อาจจะเลือกเครื่องอาบน้ำกลิ่นไม้ เพื่อความหอมที่ยาวนาน โลชั่นทากลิ่นส้มหรือมินต์ เพื่อเพิ่มความสดชื่น ทำให้อารมณ์ดี

 

 

เช็คความเสี่ยงแต่ละช่วงวัย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2558 เวลา 17:00 น. …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ไลฟ์สไตล์/339435/เช็คความเสี่ยงแต่ละช่วงวัย

เช็คความเสี่ยงแต่ละช่วงวัย

ผู้ชายต่างวัยต้องการการดูแลที่ต่างกัน ด้วยสรีระที่แข็งแรงกว่าเพศหญิงและความเป็นผู้นำที่สังคมมอบให้ อาจทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่สนใจและมองข้ามการดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการกิน การดูแลตนเองและโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ด้วยเหตุนี้จึงนำข้อมูลดีๆ จาก วันนี้ นพ.ภาณุ อนันตชัย แพทย์ศูนย์ตรวจสุขภาพ รพ.ปิยะเวท ที่มาบอกเล่าเกี่ยวกับสุขภาพและโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ชายของแต่ละช่วงวัยมาให้รู้กัน

-อายุ 0 – 12 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการทางร่างกายเติบโตรวดเร็วที่สุด ทั้งเรื่องของสมอง สติปัญญา รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งสำคัญต่อความคิดและทัศนคติในอนาคต วัยนี้จะมีปัญหาสุขภาพค่อนข้างน้อย แต่ทั้งนี้ผู้ปกครองจะต้องใส่ใจสุขภาพของเด็กวัยนี้อย่างใกล้ชิด และโรคที่ควรระวัง คือ ไข้หวัด โรคผิวหนัง โรคระบาดต่าง ๆ ที่สามารถติดกันได้ง่าย

-อายุ 12 -20 ปี เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านฮอร์โมน อารมณ์จะมีอิทธิพลต่อสุขภาพร่างกาย เช่น อยากหล่อ อยากเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม จึงมักใส่ใจสุขภาพในแง่ของความงาม แต่ยังไม่ได้มองถึงการดูแลสุขภาพระยะยาว เพราะวัยนี้ยังไม่มีปัญหาสุขภาพมากนัก ผู้ปกครองต้องใส่ใจและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กวัยนี้

-อายุ 20 -40 ปี เป็นวัยทำงานที่กำลังเปลี่ยนสังคมใหม่ ๆ ต้องมีความรับผิดชอบ อาจเกิดความเครียดได้ง่าย อาจทำให้คุณผู้ชายหลายคนเกิดโรคประจำตัวในช่วงนี้ บางคนเริ่มมีปัญหาสายตาในช่วงนี้ ต้องหมั่นตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะมีเวลาใส่ใจสุขภาพน้อยลง กินอาหารไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อนให้เกิดโรคประจำตัวได้ง่าย เช่น อาการปวดเมื่อยจากโรคออฟฟิศซินโดรม และควรระวังโรค โรคไต โรคตับ ไมเกรน หรือโรคที่ความรุนแรง เช่น โรคมะเร็ง ความดัน ก็อาจมาคุกคามได้ การตรวจสุขภาพของผู้ชายวัยนี้ ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อรับการตรวจที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย

-อายุ 40 -60 ปี ผู้ชายวัยนี้ระดับฮอร์โมนเริ่มเสื่อมลง บางคนเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยทอง โรคที่เป็นกันมากในผู้ชายวัยนี้คือ โรคอ้วน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมในช่วงวัยรุ่นร่วมกับฮอร์โมนที่ลดลง เนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานช้า กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง , โรคเบาหวาน , โรคความดันโลหิตสูง อีกโรคที่ควรระวังในชายอายุก่อน 55 ปี เกิดจากเส้นเลือดเสื่อมและไขมันอุดตันในเส้นเลือด และโรคที่แนะนำให้ระวัง คือ โรคที่เกี่ยวกับต่อมลูกหมาก ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองเริ่มเข้าสู่วัยทองคนรอบข้างต้องหมั่นสังเกตอาการของผู้ชายวัยนี้ เช่น อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

-อายุ 60 ปีขึ้นไป เมื่ออายุล่วงเข้าสู่วัยนี้ ร่างกายก็จะเสื่อมลงพร้อม ๆ กับปัญหาร่างกายที่จะเริ่มตามมาอย่างเห็นได้ชัด ระบบย่อยอาหารก็ทำงานแย่ลง ปัญหาสายตาก็ตามมามากขึ้น เช่น ต้อกระจก ปัญหาการจำแนกสี โดยเฉพาะสีเขียวและสีฟ้า ปัญหาจำพวกหูตึง ตกกระ ผิวแห้งกร้าน เป็นต้น แพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก เน้นกินอาหารประเภทผักผลไม้ ออกกำลังเบา ๆ หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีจะดีที่สุด

 

 

ตาแดงโรคยอดฮิตที่รักษาได้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 มกราคม 2558 เวลา 16:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/13SpgOh

ตาแดงโรคยอดฮิตที่รักษาได้

ตาแดง เคืองตา มีขี้ตามากผิดปกติ หรือมีน้ำตาไหล อาจมีจุดเลือดที่เยื่อบุตาขาว ใครที่มีอาการเหล่านี้อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะนั่นเป็นสัญญาณอันตรายของโรคตาแดง ที่แม้จะเป็นเป็นโรคติดต่อที่เป็นกันมากในช่วงหน้าฝน แต่แทบทุกฤดูกาลก็พบผู้เป็นโรคนี้ได้มาก เพราะเป็นโรคที่แพร่ระบาดสู่คนรอบข้างได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ เนื่องจากติดต่อได้ง่ายเพียงแค่การสัมผัส

พญ.ชลธิชา จารุมาลัย จักษุแพทย์ รพ.ปิยะเวท บอกว่า โรคนี้เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตาขาว มีทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือภูมิแพ้ มักติดต่อทางการสัมผัสน้ำตา ขี้ตา หรือการใช้ของร่วมกัน โรคนี้สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย และมักเกิดในสถานที่ที่มีผู้คนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสจะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหลอาจมีจุดเลือดที่เยื่อบุตาขาว มักจะมีขี้ตาร่วมด้วย อาจเป็นเมือกใส หรือสีเหลืองอ่อน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

ผู้ป่วยบางรายอาจมีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจนำมาก่อน มีอาการต่อมน้ำเหลืองหลังหูเจ็บและบวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจะติดต่อมายังตาอีกข้างได้ภายใน 1-2 วัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีกระจกตาดำอักเสบร่วมด้วย ทำให้เคืองตามาก ส่วนผู้ที่มีอาการตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย จะมีอาการตาแดง เคืองตา เจ็บตา มีขี้ตามากสีเหลืองหลังตื่นนอนตอนเช้า มักมีขี้ตามากจนทำให้เปลือกตาติดกัน แต่อาการจะไม่เฉียบพลันและรวดเร็วเท่าโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส

วิธีการรักษานั้น ผู้ป่วยต้องรักษาสุขภาพ ไม่นอนดึก พักผ่อนมากๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการตาแดงรุนแรง ควรรักษาโดยวิธีการประคบเย็น หยดน้ำตาเทียม และอาจหยดยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย หมั่นล้างมือบ่อยๆ ควรงดการใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระเพราะจะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้ และควรทิ้งกระดาษทิชชู่ที่ใช้ซับน้ำตาหรือเช็ดขี้ตาลงถังขยะทุกครั้ง

สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเรียนหรือทำงานในที่ชุมชน ควรหยุดเรียน หยุดไปทำงาน จนกว่าจะพ้นระยะการแพร่เชื้อ ซึ่งสังเกตได้จากอาการตาแดงหายไปและไม่มีน้ำตาไหล หากรักษาด้วยยาป้ายตา หรือยาหยอดตานานเกิน 7 วันแล้วอาการยังไม่ทุเลา หรือมีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดตามาก ตามัว ขี้ตาเป็นหนอง ลืมตาไม่ขึ้น มีไข้สูง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากทิ้งไว้นานอาจถึงขั้นตาบอดได้

 

 

ท่าแมวยกขาเข่าแตะศอก

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 11:49 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ไลฟ์สไตล์/339078/ท่าแมวยกขาเข่าแตะศอก

ท่าแมวยกขาเข่าแตะศอก

ท่านี้ดัดแปลงจากท่าแมว (Cat Pose) โดยจะเพิ่มการฝึกความแข็งแกร่งของแขน ขา เอว ไปจนถึงสะโพก ช่วยลดไขมันที่เอว ทำให้กล้ามเนื้อขากระชับ และแข็งแรง ข้อต่อข้อมือ แขน เข่า และสะโพกได้รับการบริหาร เคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉง คล่องตัวมากขึ้น

วิธีปฏิบัติ

1 เริ่มจากท่าแมว วางเข่า และวางมือตั้งฉากกับลำตัว ห่างเท่าสะโพก บริหาร ในท่าแมว สักครู่โดยหายใจเข้าแอ่นหลัง เงยหน้า หายใจออกโก่งหลังคางชิดอก 5 รอบ

 

2 ลดศอกซ้ายลงที่พื้น วางมือที่พื้นขยับมือขวาออกไปด้านขวาเล็กน้อยงอศอกขวา

 

3 หายใจเข้า ยกขวาขึ้นสูง ขาตรง

 

4 หายใจออก งอขาขวา ลดเข่าขวาแตะศอกขวา ทำซ้ำอีก 5 รอบ ประกอบ ลมหายใจ เข้าออก แล้วคลายท่าทำสลับข้าง

 

 

มารู้จัก ‘โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ’

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 11:46 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ไลฟ์สไตล์/339077/มารู้จัก-โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

มารู้จัก 'โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ'

สวัสดีค่ะ หลายๆ ท่านคงสงสัยว่าโรคที่จะกล่าวในบทความนี้ทำไมชื่อถึงไม่ค่อยคุ้นหูกันนัก  ซึ่งโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ (หรือเรียกว่าโรค De-Quervain’s tenosynovitis) นั้น เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็นนิ้วหัวแม่มือตรงบริเวณข้อมือ (โคนนิ้วหัวแม่มือ) ทำให้เกิดอาการบวม อาการปวด และอาจมีการหนาตัวของเส้นเอ็น

ในปัจจุบันโรคปลอกหุ้มข้อมืออักเสบมักพบได้บ่อยในคนที่ต้องใช้นิ้วหัวแม่มือบ่อยๆ ในท่ากางนิ้วหัวแม่มือออกทางด้านข้างและกระดกขึ้น ใช้ข้อมือเยอะๆ หรือในบางรายอาจพบว่าเคยมีการบาดเจ็บในตำแหน่งนี้มาก่อน เช่น พนักงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือเมาส์ทำงานเป็นเวลานาน  แม่บ้านที่ทำความสะอาดบ้านหรือนักกีฬาประเภทแบดมินตัน ปิงปอง วอลเลย์บอล เป็นต้น

โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดเจ็บและบวมบริเวณข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ บวมบริเวณเอ็นตรงโคนนิ้วหัวแม่มือ อาการอาจจะค่อยเป็นค่อยไป หรืออาจจะเกิดทันที อาการปวดอาจจะร้าวไปข้อศอก หรือมีอาการชาด้านหลังนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ อาการจะปวดมากโดยเฉพาะเวลาหยิบจับสิ่งของ หรือมีการเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ เช่น เวลาเหยียดและงอนิ้วหัวแม่มือเต็มที่ บิดเสื้อผ้า ยกขันน้ำ กวาดพื้น อุ้มลูก เป็นต้น

ในการตรวจนั้น จะให้ผู้ป่วยทำท่ากำนิ้วหัวแม่มือและให้หักข้อมือลงทางด้านนิ้วก้อย ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวดเจ็บบริเวณโคนนิ้วหัวแม่มือแสดงว่าผู้ป่วยมีภาวะโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เราเรียกการตรวจนี้ว่า “Finkelstein’s test” คะ

แนวทางการรักษาโดยศาสตร์แพทย์แผนจีนจะใช้การนวดทุยหนา การฝังเข็ม และการใช้ยาจีนแก่ผู้ป่วย  ในผู้ป่วยที่เริ่มเป็นนั้นการรักษาโดยศาสตร์แพทย์แผนจีนผลการรักษาค่อนข้างดี มีโอกาสหายขาดประมาณ 70–80% เลยทีเดียว

การป้องกันของโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

1.หลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ ในท่ากางนิ้วออกหรือกระดกนิ้วขึ้น

2.ถ้าปวดมากอาจใช้ผ้ายืดพัน หรือใส่อุปกรณ์พยุงนิ้วหัวแม่มือ

3.ประคบด้วยความร้อน หรือใช้ยานวดบรรเทาอาการปวด

4.งานบางอย่างต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง ทำให้มือเมื่อยล้าหรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ เช่นทำ 45 นาที ควรจะพักมือสัก 10 นาที

5.ถ้ามีอาการข้อฝืด กำไม่ถนัดตอนเช้า ควรแช่น้ำอุ่น และบริหารโดยการขยับข้อมือเบาๆ ในน้ำ จะทำให้ข้อมือเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น

วิธีบริหารข้อมือ

1.ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือแตะกับปลายนิ้วชี้ค้างไว้ 5 วินาที แล้วจึงใช้นิ้วหัวแม่มือสลับแตะนิ้วก้อยค้างไว้อีก 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

2.ดัดข้อมืองอลงให้มากที่สุด ค้างไว้ 5 วินาที สลับกับดัดข้อมือกระดกขึ้นให้มากที่สุด ค้างอีก 5 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง

3.หงายมือขึ้น กำมือ แล้วค่อยๆ กระดกข้อมือขึ้น ค้างไว้ 5 วินาที แล้วค่อยกลับไปตำแหน่งเดิม ทำซ้ำ10 ครั้ง

4.คว่ำมือลง กำมือ แล้วกระดกข้อมือขึ้นค้างไว้ 5 วินาที แล้วกดข้อมือลงค้างอีก 5 วินาที สลับกัน 10 ครั้ง

5.ทำมือในลักษณะจับคันเบ็ดตกปลา กระดกข้อมือขึ้น–ลง สลับกัน 10 ครั้ง

วิธีที่ 3–5 สามารถใช้กระป๋องหรือวัตถุที่มีน้ำหนักมาถือด้วยก็จะดีมาก

6.บีบวัตถุ เช่น ลูกบอลเล็กๆ ดินน้ำมัน บีบให้แน่นที่สุด ค้างไว้ 5 วินาที สลับกับคลายออก ทำซ้ำ 10 ครั้ง

7.ใช้ยางวงใหญ่ 1 เส้นคล้องนิ้วมือทั้ง 5 แล้วกาง–หุบนิ้วมือเพื่อยืดยางออก ทำ 10 ครั้ง

 

 

5 เครื่องดื่ม แก้อาการท้องเฟ้อ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 11:12 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1v0zTvI

5 เครื่องดื่ม แก้อาการท้องเฟ้อ

อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่างน่าพะอืดพะอมเสียนี่กระไร เพราะความรู้สึกแบบกลืนไม่เข้า คายไม่ออกนี่ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น แบนนี่ วิลเลียมส์ นักโภชนาการจึงได้แนะนำเครื่องดื่ม 5 ชนิดที่จะช่วยแก้ท้องเฟ้อได้สนิท

แก้วแรกที่ต้องลอง ก็คือ น้ำขิง ซึ่งมีคุณสมบัติลดการอักเสบ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และแก้คลื่นไส้ ท้องปวดจากการกินเยอะเกินไป นอกจากนี้แล้ว น้ำมะนาวอุ่นๆ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหาร แต่ควรเจือจางในน้ำก่อนเพื่อลดความเป็นกรด

เครื่องดื่มมีประโยชน์ถัดมา คือ น้ำส้มสายชูที่ได้จากการหมักแอปเปิ้ล ที่มีกรดอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และมีเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารในท้องอีกด้วย น้ำดื่มที่ 4 นั้นหลายคนกินเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งก็คือกาแฟดำนั่นเอง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง

สูตรเด็ดชนิดสุดท้ายที่ช่วยแก้อาการท้องอืดได้ชะงัด ก็คือ ชาเขียว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยขับผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง แต่ช่วยลดการอักเสบได้ด้วย

 

 

4 วิธี หลีกเลี่ยงสารเคมี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 11:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/143H35F

4 วิธี หลีกเลี่ยงสารเคมี

ทุกวันนี้มนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตรายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตัวที่มีชื่อว่า บิสฟีนอล-เอ หรือบีพีเอ ซึ่งแม้ว่าผลเสียอาจจะไม่แสดงออกมาให้เห็นในทันที แต่สารปนเปื้อนเหล่านั้นก็อาจสะสมอยู่ในร่างกาย จนอาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยในอนาคตได้ ทางนิตยสารไทม์จึงได้แนะนำ 4วิธีที่จะหลีกเลี่ยงสารเคมีมีพิษ

1. หลีกเลี่ยงการกินอาหารกระป๋อง พลาสติกที่ใช้รองด้านในกระป๋องมีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย ดังนั้นควรหันมากินของสดแทน หรือเลือกบรรจุภัณฑ์แบบแก้วก็ได้

2. อย่านำพลาสติกเข้าไมโครเวฟ แม้ว่าจะมีฉลากเขียนว่านำเข้าไมโครเวฟได้ ถึงกล่องพลาสติกอาจไม่ละลาย แต่ใครจะไปรู้ว่าสารบีพีเอจะไม่รั่วไหลมาใส่อาหาร

3. เลิกใช้ใบเสร็จ แหล่งบีพีเออย่างหนึ่งที่หลายคนไม่คาดคิด คือ น้ำหมึกในใบเสร็จ ครั้งหน้าที่ซื้อ หรือกดเงินในเอทีเอ็มก็ควรปฏิเสธไม่รับสลิปเงินนี้

4. ใช้ขวดน้ำที่ปลอดบีพีเอ มีหลายยี่ห้อที่ผลิตขวดน้ำไร้สารบีพีเอออกมาเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แม้อาจมีราคาสูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อแลกกับสุขภาพ

 

 

นักบิน เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 11:10 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/143GYyE

นักบิน เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

แม้ว่าจะเป็นอาชีพในฝันของหนุ่มสาว หลายๆ คน สำหรับการเป็นนักบินขึ้นไปโบยบินบนท้องฟ้า แต่ทว่าการได้ทำงานสุดเท่เช่นนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่าบุคคลทั่วไปเช่นกัน

ผลการศึกษาจากนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เมืองลุงแซม พบว่า การบินที่ความสูง 3 หมื่นฟุต เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ได้รับรังสียูวีเท่ากับการนอนอาบแดดเป็นเวลา 20 นาที

ความอันตรายในการได้รับรังสีดังกล่าว เกิดขึ้นจากกระจกหน้าของห้องนักบินไม่ได้ป้องกันรังสียูวี-เอได้เต็มที่ 100% โดยรังสีชนิดนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับเซลล์และก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังด้วย

ขณะเดียวกันผลการศึกษาฉบับนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในเว็บไซต์เกี่ยวกับโรคผิวหนังจามา พบด้วยว่า ลูกเรือยังมีโอกาสที่จะได้รับรังสีคอสมิก ซึ่งหมายรวมถึงพวกรังสีเอ็กซ์และรังสีแกมม่าด้วย ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ลูกเรือและนักบินอาจจะมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

ฉะนั้นแล้วบรรดานักวิจัยจึงแนะนำว่า ทาครีมกันแดดระหว่างทำงานไปด้วยน่าจะเป็นวิธีที่ป้องกันในเบื้องต้นได้

 

 

อ้อมกอด

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มกราคม 2558 เวลา 11:09 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1AojAJ6

อ้อมกอด

ข้ามเข้าสู่ปีใหม่แล้วคงเป็นเรื่องปกติที่แต่ละคนจะเข้าไปทักทายกันและกันด้วยคำว่าสวัสดีปีใหม่ แต่ถ้าจะให้ดีปีนี้แถมอ้อมกอดแน่นๆ ไปด้วยน่าจะเวิร์กที่สุด

เพราะผลการศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ในสหรัฐพบว่า การกอดเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ เนื่องจากช่วยป้องกันการติดเชื้อและผ่อนคลายความตึงเครียดไปด้วย และผลการศึกษายังพบด้วยว่า ยิ่งกอดบ่อยมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพมากในการลดอาการเจ็บป่วยมากเท่านั้น

 

การศึกษาครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาคนทั้งหมด 400 คน และให้คนลองติดไข้หวัด ก่อนจะพบว่าใครก็ตามที่ได้รับการสนับสนุนจากคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวจะมีโอกาสที่จะติดเชื้อน้อยกว่า และได้รับอ้อมกอดมากกว่าก็จะมีอาการเจ็บป่วยน้อยกว่าด้วย

เชลดอน โคเฮน อาจารย์ด้านจิตวิทยา ระบุว่า สาเหตุดังกล่าวเป็นการสะท้อนว่าการได้รับอ้อมกอดโดยคนที่เชื่อใจอาจจะเป็นการแสดงออก และเป็นการกระตุ้นถึงความรู้สึกการให้การสนับสนุน และความใกล้ชิดนั่นเอง

 

 

ปาร์ตี้หนีอ้วน

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ธันวาคม 2557 เวลา 16:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/13IN9Z5

ปาร์ตี้หนีอ้วน

ลดน้ำหนัก หรือคุมอาหารมาแทบแย่ พอเจอหน้าเทศกาลรื่นเริงหรือช่วงหยุดยาว เล่นเอาตบะแตก เผลอให้รางวัลตัวเองด้วยการกินแบบไม่รู้อิ่มเพื่อไม่ให้มารู้สึกผิดหรือมานั่งเสียใจทีหลัง มีเคล็ดลับการกินในวันปาร์ตี้ไม่ให้อ้วนจาก ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการด้านการฝึกอบรมโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ และส่วนหนึ่งจากการรวบรวมของ M2F

 

 

ทำอย่างไรจะป้องกันสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ (อัลไซเมอร์) #4

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2557 เวลา 10:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vtFy84

ทำอย่างไรจะป้องกันสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ (อัลไซเมอร์) #4

การใช้ยาสมุนไพรจีน ฝังเข็มตามเส้นลมปราณ รวมถึงการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีนโบราณ สามารถช่วยเปลี่ยนแปลง ชะลอ การเกิดอัลไซเมอร์ได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม แพทย์จีนจะให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเสมอ การรักษาด้วยการวินิจฉัยกลุ่มอาการ วินิจฉัยโรคร่วมกัน จากทฤษฎีขาดต้องบำรุงไต กลายมาเป็นแนวการรักษาโรคสมองเสื่อมชนิดกลุ่มอาการพร่องที่สำคัญในปัจจุบัน ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีมีนักวิทยาศาสตร์แสดงผลการทดลองว่า ตำรับยา ลิ่วเว่ยตี้หวงหวาน ใช้บำรุงไต มีฤทธิ์ชะลอวัยรวมถึงต้านอนุมูลอิสระ ให้ผลที่จำเพาะต่อโรคอัลไซเมอร์ และยังช่วยให้ความจำดีขึ้น ยาสมุนไพรจีน เช่น ใบแปะก๊วย โสมคน รวมถึงสารประกอบสมุนไพรจีนต่างๆ ล้วนมีผลที่โดดเด่นด้านการเพิ่มความทรงจำ และความสามารถด้านการใช้ชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น นอกจากนี้ การใช้การฝังเข็ม ทำเข็มอุ่น นวดกดจุด โภชนาบำบัด รำไทเก๊ก ของศาสตร์การแพทย์แผนจีนนำมาประกอบการรักษาแบบองค์รวม เพื่อให้ผลการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ดียิ่งขึ้น

 

 

Samsung เปิดตัว Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge (มีคลิป)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มีนาคม 2558 เวลา 11:01 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vQEDEk

Samsung เปิดตัว  Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge (มีคลิป)

Samsung เปิดตัว  Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge ที่มาพร้อมขอบจอโค้งและกล้องสุดคมชัด

Samsung Galaxy S6 และ Galaxy S6 Edge เปิดตัวเที่ยงคืนที่ผ่านมาที่งาน WMC ประเทศสเปน เดือดไปทั้ง Timeline เลยทีเดียว เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน Flagship ตัวใหม่ Samsung Galaxy S6 ที่มีคนให้ความสนใจเยอะมากๆ โดยสมาร์ทโฟน Flagship Galaxy S6 นี่ได้เปิดตัวในงาน WMC ที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน ในเวลาเที่ยงคืนครึ่งโดยประมาณของเช้าวันนี้ (2 มีนาคม 58)

ในตอนแรก ทีมงานสนใจจุดเด่นที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 ที่น่าสนใจเป็นพิเศษอย่างสเปคและฟีเจอร์ต่างๆ มากกว่า เพราะมีภาพหลุดปล่อยมาเกือบทุกวันและก็ไม่ค่อยผิดไปจากตัวหลุดเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้ถือว่าผิดคาด เพราะตัวจริงกลับมีดีไซน์ที่หรูหรากว่าเป็นอย่างมาก

โดยเปิดตัวมามี 5 สีได้แก่ สีทอง (Gold platinum), สีขาว (White pearl), สีดำ (Black sapphire), สีเขียว (Green emerald) และสีน้ำเงิน (Blue topaz) ตัวเครื่องมีความแข็งแรงมากขึน 50% วัสดุเป็นโลหะที่ตรงแกนกลางของเครื่อง และนอกนั้นเป็นกระจกทั้งหมด ที่ทาง Samsung เคลมว่า “ไม่งอ” แน่นอนจ้า

ดีไซน์ที่ดูพรีเมียมขึ้น ด้วยกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ และด้านหลังเงางามเพราะเป็นกระจก และบางเฉียบเพียง 6.8 มิลลิเมตร มาดูที่ฟีเจอร์ด้านในกันบ้าง ที่ฟังก์ชั่น Contacts ที่มีการพัฒนาและทำให้ดูเรียบง่ายใช้งานง่ายขึ้น ปรับให้ปุ่มน้อยลง

มีการเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นล่าสุด Galaxy Note 4

 

มาถึงกล้องที่มี Samsung Galaxy S6 มีความละเอียดกล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS / กล้องหน้าที่ 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงที่ f/1.9 ทั้งกล้องหน้าและหลัง Low light shot สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงที่มืดได้ดีขึ้นถึง 60%  มีโหมด Real-time HDR ทำให้ภาพดูสวยขึ้นและมีมิติ สีสรรสวยงาม มีฟีเจอร์ Fast tracking AF ที่กล้องจะโฟกัสวัตถุตลอดเวลาไม่ว่าเราจะไม่อยู่นิ่ง ภาพก็จะออกมาดีเสมอ

เปิดกล้องใช้เวลาเพียง 0.7 Sec แค่กด Double Click บน Home Button

เมื่อเทียบรูปถ่ายภาพนิ่งในสภาพแสงเดียวกันกับ iPhone 6 Plus ภาพของ Samsung Galaxy S6 ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
รูป comparewithiphone.jpg

แล้วถ้าเทียบกับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวล่ะ?

มีการปรับเปลี่ยน Interface ของฟังก์ชั่นกล้องไปมาก โดยเน้นให้ได้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเช่นเดิม

 

ฟีเจอร์ใหม่ เมื่อคว่ำหน้าจอหรือปิดเสียงอยู่ จะมีไฟสว่างขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่ามีสายเข้า

มาถึงส่วนสำคัญที่ Samsung เน้นเรื่องนี้มาตลอด คือเรื่องแบตเตอรี่ที่เคลมว่า แบตอยู่ได้นานกว่าเดิม และชาร์จเร็วกว่าเดิม เพียงแค่ 10 นาที ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยเทียบกับคู่ปรับอย่าง iPhone เช่นเคย เป็นแบตเตอรี่แบบ Build-in และรองรับ Wireless Charge สามารถชาร์จแบบไร้สายได้

 

Performance ที่ดีขึ้น 20%

หน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) 577PPI กระจกหน้าจอเป็น Gorilla glass เวอร์ชั่น 4

 

ในงานได้มีเปิดตัว Accessories ใหม่อย่าง Gear VR ด้วย

โดย Samsung Galaxy S6 จะขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 เมษานี้แน่นอนว่ายังไม่ใช่ที่ไทยจะมีเพียง 20 ประเทศก่อน โดยไม่ได้บอกราคาอย่างเป็นทางการ มีความจุทั้ง 34GB, 64GB และ 128GB โดยเพิ่มเมมโมรี่ภายนอกไม่ได้แล้ว

เป็นยังไงกันบ้างกับ Samsung Galaxy S6 ใครที่ไม่ไหวแล้วอยากซื้อเต็มที ต้องรอทาง Samsung Thai-land ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งว่าจะราคาเท่าไหร่และจำหน่ายเมื่อไหร่นะจ๊ะ

Advertorial

 

 

ซัมซุงเปิดตัว “กาแล็คซี่ เอส 6″ สมาร์ทโฟนตัวท็อปรุ่นใหม่ (มีคลิป)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มีนาคม 2558 เวลา 10:09 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1vQqlnc

ซัมซุงเปิดตัว "กาแล็คซี่ เอส 6" สมาร์ทโฟนตัวท็อปรุ่นใหม่ (มีคลิป)

ซัมซุงเปิดตัว กาแล็คซี่เอส6-กาแล็คซี่เอส6 เอดจ์ ที่มาพร้อมขอบจอโค้งและกล้องสุดคมชัด

ซัมซุง ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่จากเกาหลีเปิดตัว “ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 6″ และ “ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 6 เอดจ์” ที่นครบาเซโลนา ของสเปนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยตัวเครื่องของทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบใหม่ริมขอบหน้าจอทั้งสองข้างมีความโค้งมน

นอกจากนี้ ทางซัมซุงยังพัฒนาตัวเครื่องใช้วัสดุจากโลหะและแก้วเช่นเดียวกับไอโฟน 6 และ 6 พลัสอีกด้วย ส่วนกล้องหลังแม้จะยังคงมีความละเอียดที่ 16 ล้านพิกเซล เหมือนเดิม แต่ก็มีการขยายความกว้างของรูรับแสงรวมทั้งระบบ HDR แบบเรียลไทม์ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดมากขึ้นโดยเฉพาะการถ่ายในที่มืด รวมทั้งติดตั้งระบบชาร์จแบบไร้สายภายในตัวเครื่องด้วย

ซัมซุงยังคงรักษาขนาดหน้าจอไว้ที่ 5.1 นิ้ว แต่เพิ่มความละเอียดเป็น 577 พิกเซลส์/ตารางนิ้ว จากเดิมที่ 432 นิ้วในกาแล็กซี่ เอส 5

ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีสำหรับการชำระเงินฝ่ายมือถือ ที่ใช้ชื่อว่า ซัมซุง เปย์ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับ “แอปเปิล เปย์” ในไอโฟน

ฮองโย ดีไซเนอร์อาวุโสของซัมซุงกล่าวว่า ทีมออกแบบของบริษัท “โปรเจ็กต์ ซีโร” ได้รับอิสระในการออกแบบอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาสมาร์ทโฟนในฝัน และใช้เวลาหลายปี กว่าเครื่องต้นแบบจะสำเร็จ

ทั้งนี้ ซัมซุง จะวางจำหน่ายกาแล็คซี่  เอส6 และ เอส6 เอดจ์ ล็อตแรกวันที่ 10 เม.ย.2558 ใน 20 ประเทศทั่วโลก ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะนำเข้ามาวางจำหน่ายหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยรายงานระบุว่า ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส6 จะจัดจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 699 ยูโร (25,000 บาท) ไปจนถึง 899 ยูโร (32,000 บาท) ส่วน ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส6 เอดจ์ จะสนนราคาเริ้มต้นที่ 849 ยูโร (31,000 บาท) ไปจนถึง 1,049 ยูโร (38,000 บาท)

 

 

 

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,030 other followers

%d bloggers like this: