ไฟฟ้า

All posts tagged ไฟฟ้า

ปิดรับโซลาร์เซลล์ เอกชนยื่นล้นทะลัก

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

14 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

ปิดรับโซลาร์เซลล์ เอกชนยื่นล้นทะลัก.

Pic_186187

สนพ. ปิดรับโซลาร์เซลล์ เอกชนยื่นล้นทะลัก เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายในปี 2565

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายไฟฟ้า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้หยุดเปิดรับโครงการเสนอซื้อขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์  (โซลาร์เซลล์) เนื่องจากมีผู้ประกอบการสนใจยื่นข้อเสนอมากถึง 3,500 เมกะวัตต์ มากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ภายในปี 2565 จะมีโซลาร์เซลล์ 500 เมกะวัตต์ และมีหลายโครงการไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้ จึงต้องกลับไปประมวลผลแต่โครงการก่อน ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานลมก็มียื่นข้อเสนอกว่า 800 เมกะวัตต์ แต่ก็มีปัญหาเรื่องที่ตั้ง เพราะส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานหรือป่าสงวน

“ขณะนี้มีการกำหนดเงื่อนไข การพิจารณารับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเอกชนที่ยื่นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแต่ละประเภทจะต้องกำหนดจุดเชื่อมโยงกับระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า หรือระบบส่งที่ชัดเจน มีการวางหลักค้ำประกันด้วย”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

สศก.ชงรัฐใหม่ใช้ปาล์มผลิตไฟฟ้า

Published กรกฎาคม 10, 2011 by SoClaimon

9 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

สศก.ชงรัฐใหม่ใช้ปาล์มผลิตไฟฟ้า.

Pic_184953

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ชงรัฐใหม่ใช้ปาล์มผลิตไฟฟ้า ในกรณีเกิดภาวะล้นตลาด ยันชัดเจนไม่กระทบค่าไฟเพิ่มขึ้น …

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.จะเสนอต่อรัฐบาลใหม่พิจารณามาตรการการนำน้ำมันปาล์มไปใช้ในกระบวนการการผลิตไฟฟ้าในประเทศ เพื่อเพิ่มกลไกในการดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มในกรณีเกิดภาวะล้นตลาด นอกเหนือจากการดูดซับโดยภาคขนส่งด้วยการผสมในน้ำมันดีเซล เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้น้ำมันเตาจำนวนมากเป็นพลังงานตั้งต้นในการผลิตไฟฟ้า ขณะที่ประเทศชั้นนำ เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มตื่นตัวหลังเกิดกรณีวิกฤติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีกฎหมายบังคับให้ต้องนำน้ำมันปาล์มมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า เพื่อพัฒนาการใช้พลังงานทดแทน

ทั้งนี้ ประเทศไทยใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าจำนวนมาก ถ้าเปลี่ยนมาใช้น้ำมันปาล์มควบคู่กัน โรงไฟฟ้าก็มีศักยภาพพอที่จะบริโภคน้ำมันปาล์มส่วนเกินในประเทศได้ทั้งหมด ซึ่ง สศก.เคยพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 51 แล้ว แต่ผู้ผลิตไฟฟ้าก็มักอ้างว่าปริมาณน้ำมันปาล์มในประเทศมีไม่สม่ำเสมอ แต่สาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะน้ำมันเตามีราคาถูกกว่าน้ำมันปาล์ม ส่วนข้อกังวลที่ว่าค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นหากนำน้ำมันปาล์มมาผลิตเป็นไฟฟ้านั้น เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะปัจจุบันอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติหรือค่าเอฟที ก็คิดค่าเอฟทีอัตราเดียว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

พพ.เตรียมแปลงขยะเก่าให้เป็นพลังงานไฟฟ้า

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 กรกฎาคม 2554, 17:26 น.

พพ.เตรียมแปลงขยะเก่าให้เป็นพลังงานไฟฟ้า.

Pic_184348

พพ. เผยข่าวดี ความคืบหน้าการศึกษาเทคโนโลยีที่อาจแปลงขยะเก่าให้เป็นพลังงานทดแทนได้ เบื้องต้นพบศักยภาพทั่วไทยกว่า 100 แห่ง เตรียมต่อยอดทดลอง 3 แนวทาง เช่น ดูดก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบเพื่อผลิตไฟฟ้า ชี้หากส่งเสริมให้เกิดการลงทุน ได้ประโยชน์สร้างรายได้หลายต่อ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันของ พพ. เรื่องการจัดการขยะจากหลุมฝังกลบขยะที่มีทั่วประเทศกว่า 200 หลุม และกระจายอยู่ทั่วประเทศใน 122 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยมีหลุมฝังกลบที่ใช้งานอยู่ (หลุมใหม่) 90หลุม ใน 56 อปท. และหลุมฝังกลบที่ปิดใช้งานแล้ว (หลุมเก่า) 123 หลุม ใน 66 อปท.โดยในกลุ่มหลุมฝังกลบขยะเก่าที่ปิดใช้งานแล้ว พพ.ได้เข้าไปประเมินและศึกษาแนวทางที่เป็นไปได้ ที่อาจนำขยะเก่าขึ้นมาผลิตเป็นพลังงาน

อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนฯ กล่าวต่อว่า จากผลการศึกษา พบว่ามี 3 แนวทางที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ ได้แก่ ดำเนินการดูดก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขึ้นมาเพื่อเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า การนำขยะเก่าขึ้นมาเพื่อคัดแยกขยะที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต พลังงาน อาทิ นำขยะพลาสติกไปเข้าขบวนการแปรรูปผลิตเป็นน้ำมัน หรือการอัดแท่งขยะเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าต่อไป โดยแนวทางนี้จำเป็นต้องมีการใช้เครื่องจักรในการขุด และจัดการร่อนขยะเพื่อคัดแยกขยะ แม้จะมีการลงทุนที่สูงและอาจไม่คุ้มค่า แต่ถือได้ว่าเป็นการจัดการกับขยะที่ย่อยสลายได้ยาก เพื่อสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีในอนาคต รวมทั้งนำพื้นที่หลุมฝังกลบเดิม มาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะอื่นได้ต่อไป

“ แนวคิดที่จะส่งเสริม และจัดการหลุมขยะเก่าเหล่านี้ พพ.พบว่าหลุมขยะเก่าหลายแห่ง ที่มีศักยภาพผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าหรือน้ำมัน รวมทั้งเป็นแท่งเชื้อเพลิงได้สูงถึง 100 แห่ง และขณะนี้ พพ. อยู่ระหว่างประเมินแหล่งศักยภาพหลุมขยะเก่าเหล่านี้ เพื่อที่จะใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานทดแทนสูงสุด ซึ่งเบื้องต้นมี อปท.อย่างน้อย 10 แห่ง ที่มีศักยภาพผลิตก๊าซชีวภาพไปใช้งานได้ อาทิ เมืองพัทยา อบจ.นนทบุรี และเทศบาลขอนแก่น เป็นต้น” อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าว

นายไกรฤทธิ์ กล่าวด้วยว่า พพ.จะเป็นตัวกลางประสานให้ อปท.แต่ละแห่งที่มีหลุมขยะเก่าที่มีศักยภาพทราบว่า หลุมขยะเหล่านี้ไม่ใช่แค่ที่รวบรวมของเสียอีกต่อไปแล้ว แต่นับได้ว่าอาจเป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำคัญของชาติที่ อปท.ดูแลอยู่ และอาจสามารถสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ซึ่ง พพ.จะขอให้ อปท. พิจารณาแนวทางการส่งเสริมให้มีการร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีความชำนาญด้านการ แปรรูปขยะเป็นพลังงานเข้ามาลงทุน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนให้หลุมขยะเก่า เป็นพลังงานทดแทน โดยปัจจุบัน พบว่า ประเทศไทยมีปริมาณขยะชุมชนที่เกิดขึ้น41,000 ตันต่อวัน หรือ 15 ล้านตันต่อปี และมีกำลังการกำจัดได้เพียง 16,000 ตันต่อวัน หรือ 5.9 ล้านตันต่อปี โดยปริมาณขยะที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น ขยะจากเทศบาลแต่ละแห่งทั่วประเทศรวมเมืองพัทยา สูงถึง 40 %องค์กรบริหารส่วนตำบลอื่น ๆ 39% และจากกรุงเทพมหานคร 21 %

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กรกฎาคม 2554, 17:26 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น.

Pic_182406

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว ทำให้ต้องนำน้ำมันเตามาผลิตไฟฟาแทนก๊าซธรรมชาติที่หายไป ทำต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท นายกฯย้ำไม่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานได้สรุปสถานการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 1 ขนาด 34 นิ้วในอ่าวไทยรั่วให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าจะต้องมีการปรับนำน้ำมันเตามาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไป ซึ่งจะทำให้ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจากเดิม 1,200 ล้านบาท โดยในส่วนนี้จะเจรจาเพื่อให้บริษัทผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงกรณีมีข่าวว่าท่อส่งก๊าซฯที่รั่วดังกล่าวจะเป็นผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น มีบริษัทรับประกันภัยอยู่แล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

รัฐจ่อลั่นดาลพลังงานนิวเคลียร์

Published เมษายน 5, 2011 by SoClaimon

5 เมษายน 2554, 05:45 น.

รัฐจ่อลั่นดาลพลังงานนิวเคลียร์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_161369

 

แนะยกเครื่องแผนจัดหาไฟฟ้าใหม่ รัฐจ่อลั่นดาลพลังงานนิวเคลียร์ หวั่นสำรองไฟฟ้ายืนบนเส้นด้าย

นายนิติกร ตันติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ผลจากกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น คาดว่าโอกาสที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทยคงจะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้น เมื่อแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) เดิมกำหนดให้มีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5 แห่ง กำลังการผลิตรวม 5,000 เมกะวัตต์ จะไม่มีการก่อสร้าง ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรเร่งทบทวนแผนพีดีพีให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะอาจกระทบต่อการสำรองไฟฟ้าของประเทศได้เนื่องจากปัจจุบันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งต้องผ่านขั้นตอนมาก ต้องใช้เวลา 4-5 ปี โดยในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่ใช้ถ่านหินคุณภาพสูง ผลิตไฟฟ้าก็เห็นว่าถ่านหินน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทยที่จะมาแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

“ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงเรื่องถ่านหินที่มีปริมาณสำรองจากทุกประเทศทั่วโลกสูงมาก เมื่อเทียบกับน้ำมัน และยังมีราคาต่ำกว่า ขณะที่เทคโนโลยีการผลิตปัจจุบันทันสมัยที่สามารถจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี และไทยสามารถเลือกถ่านหินคุณภาพสูงผลิตไฟฟ้าได้ซึ่งต่างจากลิกไนต์ ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติ แม้จะเป็นทางเลือกดีที่สุดแต่ปัจจุบันไทยใช้สูงถึง 71% ในการผลิตไฟฟ้าที่ถือเป็นความเสี่ยงและจะต้องนำเข้ารูปของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาแพง”

สำหรับการซื้อไฟจากต่างประเทศ หากประเทศไทยรับซื้อในปริมาณที่สูงเพิ่มขึ้น ก็ต้องระวังความมั่นคงด้านการเมือง ขณะที่พลังงานทดแทนทั้งลม แสงอาทิตย์ น้ำ ชีวมวล ฯลฯ โดยพลังงานกลุ่มนี้ ประเทศไทยคงพัฒนาให้นำมาใช้งานได้เพียง 20% ของกำลังผลิตไฟฟ้ารวม ที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 1,000 เมกะวัตต์

นายสหัส ประทักษ์นุกูล รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ถ้าประเทศพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าเหมือนปัจจุบัน ในอีกไม่นานสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% ของเชื้อเพลิงรวม จากขณะนี้มีสัดส่วน 70% ซึ่งเป็นความเสี่ยง เพราะเป็นการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่สมดุล ขณะที่ถ่านหินยอมรับว่ายังโดนต่อต้าน แนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้ คือ การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยตามแผนเดิมจะรับซื้อไม่เกิน 25% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด  ซึ่งขณะนี้มีโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศเพื่อนบ้านหลายโครงการที่เสนอขายไฟฟ้าให้ กฟผ.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 เมษายน 2554, 05:45 น.

 

ชุดตรวจสอบสมุนไพรใช้ง่าย ให้ผลแม่นยำรวดเร็ว

Published เมษายน 4, 2011 by SoClaimon

4 เมษายน 2554, 05:00 น.

ชุดตรวจสอบสมุนไพรใช้ง่าย ให้ผลแม่นยำรวดเร็ว.

Pic_161009

รศ.ดร.อรวรรณ  ชัยลภากุล

การตรวจสอบหาสิ่งปนเปื้อน สารตกค้าง ทั้งในพืช น้ำ อากาศนั้น ต้องใช้เครื่องมือที่มีความแม่นยำรู้ผลเร็ว โดยที่ผ่านมาเราต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง

ฉะนี้…รศ.ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล อาจารย์ภาควิชาเคมี  คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จึงวิจัย  “พัฒนาเทคนิคการคัดกรอง และการวิเคราะห์แบบรู้ผลเร็ว”   ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง  โดย  สำนักงานคณะ กรรมการวิจัยแห่งชาติ  (วช.)  สนับสนุนทุน

ดร.อรวรรณ  เปิดเผยว่า  การนำสมุนไพรเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆนั้น  กว่าจะถึงผู้ป่วยต้องใช้ระยะเวลาค้นคว้าวิจัยด้านคุณสมบัติ ขั้นตอน “การตรวจสอบคัดกรองสารออกฤทธิ์” ของสารในพืชชนิดนั้นๆ เพื่อให้การรักษาเป็นไปตามเป้าหมายอย่างชัดเจนแน่นอน ป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงตามมา ทีมวิจัยจึึงได้นำชุดอุปกรณ์  “ต้นแบบ”  มาพัฒนาต่อเนื่อง  เพื่อใช้ตรวจสอบคัดกรองสารออกฤทธิ์ในกลุ่ม  “สารต้านอนุมูลอิสระ”  พืชสมุนไพรไทย  ซึ่งเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษาค้นหายาตัวใหม่  และพัฒนาวิธีการวิเคราะห์ สมุนไพรหลายตัวอย่างที่สามารถรู้ผลได้เร็ว

ผลงานดังกล่าวได้ รับรางวัลจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี.ผลงานดังกล่าวได้ รับรางวัลจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี. 

“…ชุดอุปกรณ์ต้นแบบ เป็นแผนงานวิจัยพัฒนาเทคนิคการคัดกรอง  (High  throughput  screening, HTS)  และการวิเคราะห์แบบรู้ผลเร็ว  (High  throughput analysis,  HTA)  เป็นการพัฒนาเทคนิค  เครื่องมือและวิเคราะห์หาสารตกค้างที่มีความสะดวกต่อการนำไปใช้  อีกทั้งยังเหมาะที่จะนำไปใช้เฝ้าระวังตรวจหาการปนเปื้อน สารมลพิษ หรือกัมมันตรังสีในอาหารและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหลายคนทั่วโลกหวั่นเกรงอยู่ในขณะนี้…”

สำหรับขั้นตอนการวิจัย  จากเดิมที่ทีมงานได้นำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ  (โครงการวิจัยปีแรก) มาพัฒนาต่อเนื่องเป็นระบบวิเคราะห์ ในรูปของอุปกรณ์ “ต้นแบบ”     (Multi-optical sensor)  แล้วนำมาประเมินคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดจากพืชสมุนไพรไทย  ชนิด  Phenothiazine  radical  cation  (PHTH*+) มาสร้างระบบตรวจวัดแบบอัตโนมัติ ที่อุปกรณ์ประกอบด้วยจานหลุม 12 แถว แถวละ 8 หลุม  ซึ่งหาได้ง่ายในบ้านเรา จากนั้นทำการตรวจวัดไปพร้อมกัน

 

ชุดตรวจสอบสมุนไพรและหนึ่งในขั้นตอนที่ใช้ตรวจวัดแบบอัตโนมัติ.ชุดตรวจสอบสมุนไพรและหนึ่งในขั้นตอนที่ใช้ตรวจวัดแบบอัตโนมัติ. 

เพื่อให้ผลที่ได้มีความแน่นอน ชัดเจนการวิเคราะห์ หากเป็นกลุ่มตัวอย่างผลไม้ สารสกัดจากพืชและผัก ยาเม็ด ชาสมุนไพร และโลหะหนัก  อย่างตะกั่วและแคดเมียมที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม จะใช้การใช้วิเคราะห์เคมีไฟฟ้าแบบอัตโนมัติด้วย  “ระบบการอ่านผลแบบขนาน” (Total antioxidant capacity)

…หรือถ้ากลุ่มตัวอย่างเป็นการวิธีวิเคราะห์ เพื่อหาไอออนเหล็กในน้ำผลไม้ และวิเคราะห์โลหะหนักในตัวอย่างทางชีวภาพ จะใช้ วิธีการเตรียมตัวอย่างแบบ “ออนไลน์” ด้วยอุปกรณ์แยก “เมมเบรน” ชนิดเส้นใยกลวง ร่วมกับระบบวิเคราะห์แบบไหล  ที่สามารถแยกสารที่ต้องการออกจากองค์ประกอบตัวอย่างที่ซับซ้อน ได้ง่าย รวดเร็ว

ดร.อรวรรณกล่าวต่อว่า…ถ้าต้องการหาปริมาณฟอสเฟตในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อตรวจสอบคุณภาพ จะใช้เทคนิค วิธีตรวจวัดปริมาณฟอสเฟต แบบอัตโนมัติ ที่พัฒนามาจากระบบ “ฟอสเฟตอนาไลเซอร์”  ทั้งนี้  การวิเคราะห์ทั้ง 3 วิธี  เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการใช้เครื่องมือที่สั่งนำเข้าจากต่างประเทศ พบว่าผลที่ได้มีความแม่นยำและคุณภาพไม่แตกต่างกัน

 

เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่า ในด้านการพัฒนาสมุนไพรไทยเพื่อนำมาใช้เป็นยารักษา ทีมวิจัยยังได้พัฒนาชุดอุปกรณ์ตรวจสอบดังกล่าวให้สามารถใช้คัดกรอง ตรวจสอบหาสารในสมุนไพรกลุ่มที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูง  ด้วยวิธี  “ตรวจวัดทางเคมี ไฟฟ้า”  ที่อาศัยความสามารถในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ (Xanthine oxidase) ต้นเหตุของการเกิด “กรดยูริก”

โดยชุดตรวจสอบดังกล่าวจะใช้กระดาษกรอง สารชนิดที่มีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำ  (Hydrophobic) นำมาเคลือบบนกระดาษที่ออกแบบให้เป็นหลุม  สำหรับใส่สารเคมีที่จำเพาะ/ตัวอย่างที่ต้องการ  ที่นอกจากจะรู้ผลรวดเร็ว  ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมยา การแพทย์ และสามารถใช้ในพื้นที่ห่างไกล.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 4 เมษายน 2554, 05:00 น.

กฟผ.ส่งความช่วยเหลือผลิตไฟฟ้าให้โตเกียว3-5ปี

Published มีนาคม 31, 2011 by SoClaimon

29 มีนาคม 2554, 17:42 น.

กฟผ.ส่งความช่วยเหลือผลิตไฟฟ้าให้โตเกียว3-5ปี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_159733

 

กฟผ.ส่งความช่วยเหลือด้านพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประเทศญี่ปุ่น หลังแผ่นดินไหวและสึนามิสร้างความเสียหายแก่โรงไฟฟ้าที่ฟูกุชิมะ โดยจะส่งโรงไฟฟ้าหนองจอก กำลังผลิต 244 เมกะวัตต์ ไปผลิตไฟฟ้าให้ชาวโตเกียว 3-5 ปี

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายสุทัศน์ ปัทมศิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ทำพิธีลงนามส่งมอบ โรงไฟฟ้าที่ปลดระวางของ กฟผ.เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อให้ญี่ปุ่นนำไปผลิตไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว หลังญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามึ โดยนายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยได้เป็นผู้รับมอบ

นายสุทัสน์ กล่าวว่า ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรร่วมกันมายาวนานกว่า 120 ปี ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม รวมไปถึงด้านพลังงานที่มีความร่วมมือระดับทวิภาคี โดยมีการแลกเปลี่ยนความรู้ การส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือพัฒนาโครงการ ร่วมศึกษาวิจัยและคิดค้นเทคโนโลยีด้านพลังงานด้วยดีเสมอมา ดังนั้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่สร้างความเสียหายต่อประเทศ ญี่ปุ่นที่เกิดขึ้น ประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศได้มีการให้ความช่วยเหลือในทุกด้านอย่างเต็มที่ โดยในด้านของพลังงานไฟฟ้า รัฐบาลไทยได้อนุมัติให้ กฟผ. ส่งโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซหนองจอกไปติดตั้งที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นการชั่วคราว ตามที่บริษัทผลิตไฟฟ้าจำกัด ได้ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิมะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ เมืองฟุกุชิมาได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าส่งผล ให้เกิดไฟดับ และเกิดภาวะขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในขณะนี้

“กฟผ.ได้ให้โรงไฟฟ้าที่เมืองฟุกุชิมายืมเครื่องกังหันก๊าซโรงไฟฟ้าหนองจอก จำนวน 2 เครื่อง ขนาดกำลังผลิตเครื่องละ 122 เมกะวัตต์ รวมเป็นกำลังผลิต 244 เมกะวัตต์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ และอะไหล่ที่จำเป็นไปใช้งานตามที่ ญี่ปุ่นต้องการ ทั้งนี้เนื่องจากโรงไฟฟ้าหนองจอกมิได้มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า เนื่องจาก กฟผ. ได้ปลดออกจากระบบผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูง โดยจะนำมาใช้งานเฉพาะกรณีกำลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอเท่านั้น” ผู้ว่าการกฟผ.กล่าว

นายสุทัศน์ กล่าวต่อว่า ญี่ปุ่นได้ขอนำโรงไฟฟ้าหนองจอกไปใช้งานที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาประมาณ 3-5 ปี ในช่วงฟื้นฟูประเทศ โดยญี่ปุ่นจะเป็นผู้รื้อถอน และขนย้ายไปที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการเดินเครื่อง ทดสอบ บำรุงรักษา จัดหาเชื้อเพลิง ตลอดจนการขนย้ายและนำเครื่องกังหันก๊าซกลับคืน โดยการดำเนินการรื้อถอนจะดำเนินการในเร็ววันนี้ เพื่อนำไปใช้บรรเทาภัยพิบัติ และเยียวยาวิกฤติการณ์ของประเทศญี่ปุ่นอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเพื่อให้ทันต่อความต้องการไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการขนย้ายทางเรือต้องใช้เวลาประมาณ 10 – 15 วัน และยังต้องนำไปติดตั้ง และเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของจังหวัดโตเกียว คาดว่ารวมระยะเวลาที่โรงไฟฟ้าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าให้กับชาวญี่ปุ่นได้ในเดือน ส.ค.นี้

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 มีนาคม 2554, 17:42 น.

 

ดีเดย์ ก.ค.นี้ลอยตัวก๊าซLPGภาคอุตสาหกรรมแน่นอน

Published กุมภาพันธ์ 14, 2011 by SoClaimon

14 กุมภาพันธ์ 2554, 20:23 น.

ผ่านทางดีเดย์ ก.ค.นี้ลอยตัวก๊าซLPGภาคอุตสาหกรรมแน่นอน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_149028

 

“กรณ์”เผย รัฐบาลจะปรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ใช้ไฟฟรีถาวร โดยกำหนดสิทธิ์แค่ 5 มิเตอร์ต่อครัวเรือน และใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน เพื่อให้รัดกุมผู้มีสิทธิ์รายได้น้อย ย้ำ เดือน ก.ค.ปล่อยลอยตัวแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมแน่นอน

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างบรรยายพิเศษหัวข้อ”นโยบายประชาวิวัฒน์” แก่นักศึกษาสถาบันประชาธิปกว่า ทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ตนได้รายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้รับทราบความคืบหน้าของการดำเนินโครงการประชาวิวัฒน์ โดยผลการดำเนินงานล่าสุดถือว่าไปได้ดี มีเพียง 2 ใน 9 มาตรการของโครงการนี้ที่ต้องออกแรงผลักดันมากขึ้น คือ 1.การหาจุดผ่อนผันขายของให้แก่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยในกรุงเทพมหานคร และ 2.การขายไข่ไก่แบบชั่งกิโล

ทั้งนี้ กรณีการหาจุดผ่อนผันการค้าขายให้แก่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยจำนวน 201 จุดนั้น คาดว่า ตำรวจนครบาลคงจะใช้เวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมง ในการหาจุดผ่อนปรนให้ค้าขายได้ โดยจำนวน 201 จุดผ่อนปรน จะทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยค้าขายได้ถึง 18,000 คน ในจำนวนนี้ รัฐบาลจะออกบัตรรับรอง เพื่อให้เป็นหลักฐานในการกู้เงินจากธนาคารของรัฐในอนาคต

ส่วนการขาย ไข่ ไก่แบบชั่งกิโลนั้น ที่ผ่านมาพบปัญหาในขั้นตอนการนำมาจำหน่าย กล่าวคือ เมื่อพ่อค้ารับซื้อจากฟาร์มแล้วได้มีการคัดแยกไข่ไก่ ก่อนที่จะมาถึงตลาด ซึ่งถือว่า เป็นการทำข้ามขั้นตอน ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงได้เข้าไปตรวจสอบและให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเดิม คือ ไม่มีการคัดแยกไข่ไก่ก่อนถึงตลาด โดยจะเริ่มทดลองขายจำนวน 30,000 ฟองต่อสัปดาห์ใน 4 จุดขาย อาทิ แมคโครแจ้งวัฒนะและเทสโก้ โลตัส สุขาภิบาล เป็นต้น

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า มาตรการใช้ไฟฟรีถาวร ซึ่งจะเริ่มในเดือนมี.ค.นี้ว่า จะมีการปรับปรุงในรายละเอียดเพื่อให้มีความรัดกุมและจำกัดกลุ่มผู้ใช้มาก ขึ้น โดยกระทรวงพลังงานได้ประสานงานกับฝ่ายกำกับดูแลค่าไฟเพื่อพิจารณาแนวทางให้ มีความชัดเจนในกรณีผู้มีรายได้ที่มีบ้านหลายหลัง ซึ่งเห็นตรงกันว่า ควรกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ไฟฟ้าฟรีถาวร กล่าวคือ จะต้องมีขนาดมิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมป์ ใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน จากเดิมกำหนดแค่ใช้ไฟไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือนเท่านั้น

“การลอยตัวแก๊สแอลพีจีนั้น ยืนยันว่า ในเดือนก.ค.นี้ จะลอยตัวในภาคอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน โดยจะทำอย่างเป็นขั้นตอน”รมว.คลัง กล่าว

สำหรับการปล่อยสินเชื่อในโครงการประชาวิวัฒน์ นั้น ได้เริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวานนี้ (14 ก.พ.) โดยรัฐบาลได้เตรียมวงเงินปล่อยกู้ผ่านแบงก์เฉพาะกิจของรัฐจำนวน 5,000 ล้านบาท และ พร้อมที่จะเพิ่มวงเงินให้หากมีความต้องการมาก ทั้งนี้ กลุ่มคนที่จะได้รับสิทธิในการขอสินเชื่อจะเป็นกลุ่มแท็กซี่ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยและวินมอเตอร์ไซค์

ด้าน นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า พร้อมที่จะเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้จากวงเงินเดิม 2,000 ล้านบาท หากมีผู้ต้องการสินเชื่อมากกว่านั้น ปัจจุบันมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามาขอสินเชื่อแล้วจำนวน 453 ราย เป็นวงเงิน 18.2 ล้านบาท เชื่อว่า จะครบ 2,000 ล้านบาทเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ไม่ห่วงเรื่องความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสีย เพราะเป็นการปล่อยกู้ในลักษณะการประกันกลุ่ม

ส่วน นายลักษณ์ วจนานวัช กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า มียอดขอสินเชื่อเพื่อซื้อแท็กซี่จากกลุ่มสหกรณ์แล้วจำนวน 1 สหกรณ์ในวงเงิน 100 ล้านบาท และขอสินเชื่อเป็นรายบุคคลจำนวน 50 ราย ๆละ 800,000 บาท ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้เตรียมวงเงินไว้จำนวน 400 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ผ่านกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่จำนวน 200 ล้านบาท และ สินเชื่อรายบุคคลจำนวน 200 ล้านบาท

ขณะที่ นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.)กล่าวว่า ธพว.ได้เข้าร่วมในโครงการนี้โดยการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อเพื่อซื้อแท็กซี่ เท่านั้น โดยมีวงเงิน 500 ล้านบาท ล่าสุดมีผู้ขอสินเชื่อแล้วจำนวน 300 ราย อนุมัติไปแล้วจำนวน 15 ราย

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 กุมภาพันธ์ 2554, 20:23 น.

 

กกร.เสนอรัฐบาลลอยตัวแอลพีจีภายใน 2 ปี

Published กุมภาพันธ์ 8, 2011 by SoClaimon

7 กุมภาพันธ์ 2554, 20:12 น.

ผ่านทางกกร.เสนอรัฐบาลลอยตัวแอลพีจีภายใน 2 ปี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_147282

 

กกร.เสนอรัฐลอยตัวก๊าซแอลพีจีภายใน 1-2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวและสะท้อนราคาตามตลาดโลกปัจจุบัน พร้อมแนะศึกษาข้อมูลการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศให้รอบคอบก่อนมีนโยบายใช้ไฟฟรีไม่เกิน 90 หน่วย

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายชาติศิริ โสภณพณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.  เตรียมหารือกับกระทรวงพลังงานภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ในเรื่องการปรับราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี โดยอยากให้มีการปรับราคาลอยตัวภายใน 1-2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวและสะท้อนราคาตามตลาดโลกที่ปัจจุบันอยู่ที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เคยได้รับการส่งเสริมให้ใช้  ทำให้ความต้องการใช้ก๊าซแอลพีจีเป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็กเพิ่มสูง ขึ้น ดังนั้น อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าและมี มาตรการเงินลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เหมาะสม

นอกจากที่ ที่ประชุม กกร. ยังเสนอว่ารัฐบาลควรจะศึกษาข้อมูลการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศให้รอบคอบก่อนที่จะ มีนโยบายใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 90 หน่วยเพื่อดูแลผู้มีรายได้น้อย  เพราะมาตรการการดูแลควรจะเน้นการประหยัดพลังงานมากกว่า  เพราะผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องใช้พลังงานเพื่อทำการค้าในการผลิตสินค้า ขณะที่ภาคครัวเรือนก็ใช้เพื่อความเป็นอยู่เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม จากการหารือข้อมูลการใช้ทั้งสิ้น 9 ล้านครัวเรือน มีการใช้ไฟเฉลี่ย 60-70  ยูนิตต่อเดือน หากคิดเป็นเม็ดเงิน 15,000 ล้านบาทต่อปี สำหรับการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมในปี 2552 มียอดรวมกว่า 410,000 ล้านบาท  ดังนั้น การที่รัฐบาลกำหนดให้ใช้ไฟฟรีประชาชนก็จะกลับมาใช้เต็ม 90 หน่วย ทำให้เป็นภาระเพิ่มขึ้น  15,000- 30,000 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นภาระของผู้ที่ใช้ไฟเกิน 91 หน่วยขึ้นไป หรือร้อยละ  7.29  ต่อเดือน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 7 กุมภาพันธ์ 2554, 20:12 น.

 

ทีมนักวิจัย มก. สร้างกังหันพลังน้ำต้นแบบ เพื่อผลิตไฟฟ้า ที่ประตูคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

Published กุมภาพันธ์ 10, 2010 by SoClaimon

มติชนกรุ๊ป : หนังสือพิมพ์และนิตยสารในเครือมติชน.

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 22 ฉบับที่ 465

คิดเป็นเทคโนฯ

วรรณภา แย้มศรี

ทีมนักวิจัย มก. สร้างกังหันพลังน้ำต้นแบบ เพื่อผลิตไฟฟ้า ที่ประตูคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมชลประทาน ร่วมศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านไฟฟ้าพลังน้ำ โดยโครงการนี้สืบเนื่องมาจากโครงการปรับปรุงคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตลอด 2 ฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา 

รศ.ดร.เจษฎา แก้วกัลยา ผู้อำนวยการโครงการคึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านไฟฟ้าพลังน้ำและการปรับปรุงคุณภาพน้ำ กล่าวว่า โครงการคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับหน้าที่ในการศึกษาทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับพลังน้ำ (Hydro Power) ที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับคลองลัดโพธิ์และโครงการชลประทานทั่วประเทศในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำด้วยความเร็วกระแสน้ำตามลักษณะทางกายภาพของโครงการศึกษาวิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการประตูคลองลัดโพธิ์ ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งที่เหมาะสม รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างด้วย

รศ.ชัยวัฒน์ ขยันการนาวี หัวหน้าโครงการกล่าวว่า ทีมนักวิจัยได้ออกแบบชุดกังหันพลังน้ำต้นแบบที่สอดคล้องกับการบริหารจัดการประตูคลองลัดโพธิ์ มีประสิทธิภาพสูง สะดวกต่อการปฏิบัติงานและซ่อมบำรุง มี 2 แบบ ราคาประหยัด คือ แบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) โดยใบพัดต้นแบบที่วิเคราะห์และผลิตขึ้นแบบหมุนตามแนวแกนมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.00 เมตร และแบบหมุนขวางการไหล มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.00 เมตร ยาว 2.50 เมตร ที่ความเร็วน้ำออกแบบ 2.0 เมตร ต่อวินาที (Design Velocity) จะได้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 5 kW ซึ่งชุดกังหันพลังน้ำต้นแบบทั้ง 2 จะประกอบและติดตั้งกับโครงเหล็กที่ปรับขึ้นลงได้ที่ท้ายประตูคลองลัดโพธิ์ ใช้กังหันพลังน้ำเป็นต้นกำลังที่เชื่อมต่อกับเกียร์ทดรอบไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรที่บรรจุอยู่ภายในกล่องที่จมน้ำได้ โดยโครงเหล็กจะอยู่ในช่องใส่บานซ่อมบำรุง (Bulk head) ที่ตอม่อท้ายประตูคลองลัดโพธิ์ เมื่อเดินชุดกังหันน้ำต้นแบบจะได้พลังงานไฟฟ้าเป็นแบบกระแสสลับ แล้วใช้ Rectifier เปลี่ยนเป็นกระแสตรง แล้วเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์แปลงและควบคุมกระแสไฟฟ้า (Inverter & Controller) ซึ่งจะปรับแรงดันและความถี่เพื่อเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง โดยได้ทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าไป เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 ได้กำลังไฟฟ้าสูงสุด 5.74 kW ซึ่งสูงกว่าที่ได้วิเคราะห์และคำนวณออกแบบไว้ ทำให้มั่นใจได้ว่าการวิจัยและออกแบบชุดกังหันต้นแบบในครั้งนี้ สามารถจะนำไปขยายผลในการผลิตไฟฟ้าที่ประตูระบายของกรมชลประทานที่มีอยู่ทั่วประเทศได้

จากผลการวิจัยเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านไฟฟ้าพลังน้ำ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ไปต่อยอดและขยายผลการผลิตกังหันพลังน้ำในประเทศ ซึ่งการผลิตชุดกังหันพลังน้ำต้นแบบดังกล่าว ได้ใช้อุปกรณ์จากต่างประเทศคือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Generator) และอุปกรณ์แปลงและควบคุมกระแสไฟฟ้า (Inverter & Controller) ขณะนี้ทีมนักวิจัยของ มก.อยู่ระหว่างทำการวิจัยและผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อใช้ในโครงการลูกพระดาบส ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งหากผลการวิจัยมีความเหมาะสมและสามารถนำไปขยายผลที่ประตูระบายน้ำต่างๆ ที่มีศักยภาพพอที่จะผลิตไฟฟ้าได้ เช่น ประตูระบายบรมธาตุ ประตูระบายพลเทพ และประตูระบายมโนรมย์ เป็นต้น จะทำให้ไม่ต้องนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ เพื่อเป็นการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าและช่วยลดสภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย 

%d bloggers like this: