ไนท์ไลฟ์

All posts tagged ไนท์ไลฟ์

สังสรรค์ บ้านเพื่อน

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มิถุนายน 2558 เวลา 16:20 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/370480

สังสรรค์ บ้านเพื่อน

โดย…ลีโอ เคน ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ขาแดนซ์หลบไป แต่ถ้าอยากมานั่งชิล และสังสรรค์กับเพื่อนฝูง พร้อมกับฟังดนตรีคุณภาพแล้วละก็ ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกวันครับเพื่อน

บ้านเพื่อน เหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นจากหุ้นส่วนวัยหนุ่ม นน-ชานน ริกุลสุรกาน อดีตมือกีตาร์วงออกัส ตอนนี้เป็นนักแสดงหน้าใหม่ช่อง 3 และเพื่อนที่คร่ำหวอดในวงการดนตรี มีความคิดเห็นตรงกันว่า เราน่าจะมีร้านเป็นของตัวเองสักที หลังจากที่เที่ยวหนัก ดื่มหนักกันมาตลอด

บ้านเพื่อน จึงเป็นตัวสะท้อนอารมณ์ของบรรดาหุ้นส่วนไฟแรงสามนาย ที่จัดสรรทุกอย่างเอาไว้ต้อนรับเพื่อนฝูงอย่างเพียบพร้อม ตั้งแต่การแต่งร้านที่ทุกอย่างเริ่มต้นที่ความสบายๆ ในร้านจะมีเตียง มีห้องรับแขก มีครัว และข้างนอกยังมีสวนข้างบ้าน เท่ๆ จะเอกเขนกมุมไหนก็เต็มที่เลยเพื่อน

นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องของอาหารที่ตอกย้ำความทรงจำฉันเพื่อน ถึงขั้นที่หนุ่มนนออกปากมั่นใจในเรื่องรสชาติว่าต้องถูกใจเพื่อนๆ เป็นแน่ เพราะได้อาอี๊ของเพื่อนมาโชว์เสน่ห์ปลายจวัก ที่ทุกเมนูล้วนผ่านการ
ลิ้มรสมาแล้วจากบรรดาหลานๆ จึงได้จัดสรรมาใส่ไว้ในเมนู

เริ่มกล่อมอารมณ์ด้วย ข้าวแมว คือข้าวผัดน้ำพริกกับปลาทูทอด เสิร์ฟมาในถาดหลุมทำให้นึกย้อนถึงสมัยเรียนหนังสือเมื่อครั้งเยาว์วัย

ต่อด้วย เอ็นข้อไก่สไปซี่ ให้รสชาติเหมือนวิงแซ่บ ที่ทั้งจัดจ้านและได้ความสนุกด้วยการสัมผัสกับความกรุบ กินแล้วหยุดไม่ได้

นี่ก็น่าลองครับเพื่อน ไก่ผัดเม็ดมะม่วง เหมือนกับผัดมะม่วงหิมพานต์ทั่วไป แต่อาอี๊กระซิบบอกว่าปรุงรสด้วยเหล้าลงไปนิดเพื่อความอร่อย

 เมนูนี้เพื่อเพื่อนโดยเฉพาะ มาม่าหม้อไฟ ยังจำกันได้ป่าวไปเที่ยวบ้านเพื่อนรอบดึกแล้วหิวเราก็จะล้อมวงกินมาม่าอย่างออกรส นี่คือที่มาของเมนูนี้ที่อัพเกรดเครื่องต้มยำมาครบรส ทั้งผัก ปลาหมึก กุ้ง ไข่ และที่ขาดไปเสียมิได้คือเส้นมาม่าที่เราแสนคุ้นเคย จะอร่อยมากตรงที่แย่งกันกินนี่ล่ะ

อาหารเรียงราย อย่าลืมเรียกหาเครื่องดื่มมาย้อมอารมณ์กันนะครับเพื่อนๆ ที่นี่มีเสิร์ฟทุกดีกรี วันไหนพาสาวไปด้วยต้องสั่งเมนูนี้ให้เธอครับ 6 Day 7 Night  หรือ 6 วัน 7 คืน ค็อกเทลที่มีส่วนผสมของเบอร์รี่
วอดก้า เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ดริงค์เท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ

แก้วต่อมา พีพี ไอส์แลนด์ ค็อกเทลร่วมก๊วนที่เสิร์ฟมาในเหยือกใหญ่ให้ได้ร่วมดื่ม ร่วมแชร์สุข

 

ใครเป็นคอยาดองต้องไม่พลาดกับ ร่วมสาบาน ที่บาร์เทนเดอร์ทำเอง เป็นยาดอง 3 เป๊กที่เรียงกัน เสิร์ฟพร้อมมะม่วงดอง ลูกพรุน และมะขามคลุกเกลือ  เป็นการเซเลเบรทความเป็นเพื่อนได้อย่างชัดเจน

สิ่งหนึ่งที่บ้านเพื่อนขาดไปเสียมิได้ก็คือ เสียงดนตรี ด้วยความที่ช่ำชองในวงการดนตรีมาพอสมควร ที่นี่เลยจัดหนักด้วยดนตรีเล่นสด 7 วัน 7 สไตล์ จากนักดนตรีที่มีคุณภาพอย่าง 60 Miles, Crescendo, Blue Shade ที่ออกสตาร์ทตั้งแต่ 3 ทุ่มยาวไปจนถึงเที่ยงคืนโน่น

วันไหนเหงา วันไหนเศร้า หรือวันไหนอารมณ์ดีอยากมีที่ไป อย่าลืมแวะมาเติมเต็มความสุขที่บ้านเพื่อนกันนะครับ

ร้านอยู่เอกมัยซอย 10 (เวิ้งโบราณเอกมัย) เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น. โทร. 06-1824-1747

 

 

โฆษณา

หลงรัก (นัก) ดนตรี ที่บักกิงแฮม

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มิถุนายน 2558 เวลา 17:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/370217

หลงรัก (นัก) ดนตรี ที่บักกิงแฮม

โดย…โจนาสเตเชีย ภาพ โจ เกียรติอาจิณ

ไม่ใช่คนที่จะหลงรักอะไร หรือใครง่ายๆ แต่ครั้งนี้ขอสารภาพว่าหลงรักเข้าเต็มเปาเสียแล้ว

หลงรักอะไร หลงรักใคร ก็นักดนตรีสิคะ อร๊าย!!! ไม่ใช่ๆ ดนตรีค่ะดนตรี ไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ ไม่มีนัยแอบแฝง ที่หลงคือดนตรีที่วงดนตรีของ “บักกิงแฮม” เล่นนั่นแหละ

แหมๆๆ ก็ใครจะไม่หลงรักละ ดูสิดูมีแค่ 2 หน่อ แต่ขอบอกว่าเล่นใหญ่เล่นเต็ม แบบว่าเดอะสตาร์ เอเอฟ กระทั่งเดอะวอยซ์ ยังต้องยอมแพ้ ลีลาหรือเสียงร้องต้องยกให้พวกเขา ดุเด็ดเผ็ดร้อนสุดใจขาดดิ้นเหลือพลัง

มากกว่านั้นพวกเขาเล่นได้ทั้งเพลงไทย เพลงเทศ เพลงเพื่อชีวิต เพลงลูกทุ่งก็สามารถ ขอมาพวกเขาก็จัดให้ เล่นไม่ได้ หรือไม่รู้จักเพลงก็เปลี่ยนใหม่ เล่นไปแล้วจะให้เล่นซ้ำมันก็น่าเกลียด เว้นแต่อยากฟังจริงๆ ก็เล่นให้พร้อมใส่ทิปในมือ (ล้อเล่น)

ไม่แปลกถ้าพวกเขาจะกลายเป็นขวัญใจคนที่มานั่งร้านเล็กๆ แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ภายในสวนจตุจักร โครงการ 2 มาแล้วก็อยากมาอีก มาได้บ่อยๆ จนคุ้นหน้าคุ้นตาและคุ้นเคยกันดี บางราย (แอบเมาท์เพื่อน) มา 2 วันติดเลยค่า วันเสาร์ก็มาตอนเย็น วันอาทิตย์ก็มาตอนค่ำ แม่เจ้า!!! อย่างนี้ต้องให้โล่ในฐานะลูกค้าขาประจำ

มาที่นี่ไม่ต้องรีบร้อน ประเภทรีบมารีบไป ไม่ใช่ที่นี่แน่นอน มาเหนื่อยๆ ก็พักให้หายเหนื่อยซะก่อน มากับแฟนก็หวานใส่กันให้คนอื่นแอบอิจฉาเล่น ก็ไม่มีใครว่า แต่โปรดจงรู้ไว้ถ้าทำอะไรเวอร์วังแบบไม่เกรใจ อาจจะโดนหมั่นไส้จากโต๊ะข้างๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน (555)

เมื่อทำใจร่มๆ ได้แล้ว ค่อยสั่งเครื่องดื่มและอาหาร เรื่องเครื่องดื่มกับอาหารที่นี่ไม่มีตัวเลือกเยอะเท่าไหร่ แต่พอพลิกดูเมนูลิสต์เล่มบาง ก็มีหลายอย่างที่ถูกใจที่สุด มองตารู้เลยว่าจะสั่งอะไร จะกินอะไร จะดื่มอะไร ยิ่งเห็นราคา โอ้!!! มันช่างถูกใจเรามากคร้า

 

ระหว่างนั้นก็ฟังดนตรีไปเพลินๆ ชมแสงสีไปพลางๆ และอย่าคาดหวังการตกแต่งกับที่นี่ เพราะไม่มีอะไรจะเด่นเท่าโต๊ะไม้ เก้าอี้ไม้ ที่เหลือก็แค่ชื่อเท่านั้นแหละค่ะที่พอจะชวนสะดุดหูได้ แถมด้วยป้ายไฟก็สะดุดตาไม่น้อย (อันนี้ชอบส่วนตัว) สีสันใช่เลย คำว่าบักกิงแฮมเป็นฟรอนต์สีขาววางบนพื้นสีน้ำเงิน ทับซ้อนอีกชั้นบนวงกลมสีขาวกับสีแดง ไม่เยอะ ไม่น้อย เรียบ สวย เท่

ที่มาที่ไปของชื่อ เมื่อสืบสาวราวเรื่องจากปาก “เฟิร์น” (เจ้าของร้านหน้าใส แถมยิ้มหล่อตลอดเวลา ?!!) เลยรู้ว่านี่คือชื่อเดิมที่เขายังคงรักษาไว้จากเจ้าของเก่า ที่แฝงไว้ทั้งความขลัง ความเก๋ อืม!!! แต่พอคุยไปคุยมา (ก็เหล้าเข้าปากอ่ะนะ) และแล้วความจริงก็ปรากฏ เหตุที่ต้องใช้ชื่อนี้ ก็
เพราะๆๆ เขาคิดชื่อไม่ออก จบปะ!!!

 

คอนเซ็ปต์ร้านนี้เน้นความเป็นกันเอง อารมณ์เหมือนมาดื่มกินที่บ้านเพื่อน เพียงแต่เพิ่มดนตรีให้มีความครึกครื้นยิ่งขึ้น เพราะเจ้าของเชื่อว่าดนตรีคือสื่อกลางที่จะนำทางทุกคนไปสู่ความสนุก มาพักผ่อนวันหยุดก็ต้องสนุกกันหน่อย ฉะนั้นทุกสัปดาห์เขาจึงนำเสนอด้วยเสียงดนตรี เล่นกันยาวๆ จนร้านปิดนู่นล่ะ โดยผลัดเปลี่ยนหน้าที่กันวันละวง วันเสาร์หนึ่งวง วันอาทิตย์หนึ่งวง ขึ้นแสดงแบบชิดใกล้กับแฟนๆ บักกิงแฮม ใครอยากฟังเพลงไหน ใครชอบศิลปินคนใด เชิญขอขึ้นมาร้องได้ หรือจะได้ฟังไหมนั่นอีกเรื่อง

เชื่อหรือยังละว่าทำไมเราถึงหลงดนตรีร้านนี้ (เปล่าหลงนักดนตรีนะคะๆ)

 

เทเลโฟน ผับ สีลม ซอย 4 ร้านยอดฮิตของชาวสีรุ้ง

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 พฤษภาคม 2558 เวลา 11:27 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/367317

เทเลโฟน ผับ สีลม ซอย 4 ร้านยอดฮิตของชาวสีรุ้ง

โดย…ไนท์กาย

ถ้าให้พูดถึงผับเกย์ชื่อดังในย่านสีลม ซอย 4 “ทเลโฟน ผับ เรสเทอรองต์ แอนด์ คาราโอเกะ” ต้องมีชื่อติดอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ แน่นอน เพราะที่นี่เป็นทั้งผับ ร้านอาหาร และคาราโอเกะยอดฮิตของชาวสีรุ้งที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนาน เปิดมาตั้งแต่ปี 1987 จนถึงปี 2015 นี่ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 28 ไปเรียบร้อยแล้ว

เทเลโฟน ผับ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฝรั่งวัย 40 ปีอัพ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย เรียกว่าดังไกลไปทั่วโลกก็ว่าได้ ชาวสีม่วงทุกเชื้อชาติที่มาเที่ยวเมืองไทยรู้จักเป็นอย่างดี แต่นอกจากลูกค้าฝรั่งต่างชาติแล้ว ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าชาวไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรสนิยมชอบฝรั่งวัยกลางคนที่ดูดี มีความอบอุ่น ก็ว่ากันไปตามสไตล์ของแต่ละคน

 

แน่นอนว่า ร้านเปิดมาตั้ง 28 ปีแล้ว ก็ต้องมีการปรับโฉมใหม่ให้สดใสไฉไลยิ่งกว่าเดิม ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ เซตใหม่ ซึ่งถูกจัดวางให้ลุกนั่งสะดวกสบาย โดยยังคงโซนด้านหน้าร้านที่เป็นเอาต์ดอร์ไว้สำหรับคนที่ไม่ชอบความแออัด ส่วนด้านในก็มีทั้งโซนดินเนอร์และโซนของเคาน์เตอร์บาร์ผสมผสานกันไป ลูกค้ากลุ่มไหนที่ชื่นชอบการร้องเพลง ที่นี่ก็มีโซนคาราโอเกะให้ได้โชว์เสียงแบบเป็นส่วนตัวไว้รองรับด้วยเช่นกัน

บรรยากาศของตัวร้านด้านในเน้นเปิดเพลงคึกคักสไตล์แดนซ์ฟลอร์ให้ลูกค้าสามารถเต้นรำได้อย่างสนุกสนาน ใครขี้อายหน่อยจะนั่งโยกตัวตามเสียงเพลงไป คุยกับเพื่อนไปก็ไม่มีใครว่า เมนูอาหารของที่นี่มีทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง ใครใคร่สั่งเมนูไหนก็เลือกสั่งได้ตามใจชอบ โดยจะเปิดรับออร์เดอร์ตั้งแต่ 19.00-01.00 น. ตามเวลาร้านปิดเลยทีเดียว ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งประเภทที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ สามารถสั่งได้ตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไป

 

อย่างที่รู้กัน เทเลโฟน ผับ เป็นจุดนัดพบของฝรั่งต่างชาติและคนไทยที่มีรสนิยมชอบฝรั่ง คู่รักฝรั่ง-ไทย หลายคู่ก็มาพบรักกันที่นี่ แล้วชาวต่างชาติโดยส่วนใหญ่ก็มักจะมานัดพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ ชาวไทย ยามที่พวกเขาเดินทางมาเที่ยวแบบลองวีกเอนด์ที่กรุงเทพฯ อยู่เสมอ

ซึ่งเรื่องนี้ “เอียน” นักท่องเที่ยววัย 47 ปี ชาวอังกฤษ บอกว่า ทุกๆ ปีเขามักจะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยกับกลุ่มเพื่อนเกย์เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 สัปดาห์ ทุกครั้งที่มาเขาและเพื่อนๆ มักจะแวะมาแฮงเอาต์ที่เทเลโฟน ผับ ทุกครั้ง

“ผมชอบมาที่นี่ เพราะรู้สึกว่าคนไทยมีอัธยาศัยดี เป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใส ที่สำคัญผมมีเพื่อนชาวไทยที่เรายังคงติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ ปีนี้ก็เป็นปีที่ 3 แล้วที่ผมนัดเจอกับบัดดี้ชาวไทย ที่เทเลโฟน ผับ บรรยากาศดี ดนตรีสนุกคึกคัก อาหารและเครื่องดื่มก็รสชาติดี มาแล้วมีความสุขมาก แถมยังได้รู้จักเพื่อนคนไทยใหม่ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย ผมว่าคนไทยทุกคนมีเสน่ห์ที่รอยยิ้ม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนไทยก็สามารถยิ้มได้เสมอ รอยยิ้มของคนไทยเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ผมชอบจริงๆ”

 

โอ้โห! ยิ้มสยาม ช่างน่าภาคภูมิใจซะจริงๆ ได้ฟังความคิดเห็นจากชาวต่างชาติไปแล้ว ลองฟังความเห็นจากเกย์หนุ่มไทยผิวเข้มสเปกฝรั่งอย่าง “ชาติ” ดูบ้าง

“ผมเป็นลูกค้าของร้านเทเลโฟน ผับ มาได้ 10 กว่าปีแล้วครับ ตอนนี้ผมอายุ 46 ปีแล้ว แต่หลายคนบอกว่ายังดูหน้าเด็กอยู่เลย (หัวเราะ) ผมมาแฮงเอาต์ที่นี่เป็นประจำ บางครั้งก็มีเพื่อนฝรั่งชาวออสเตรเลียที่สนิทกันพาครอบครัวซึ่งมีทั้งพี่สาวและน้องชายมาเที่ยวเมืองไทย ผมก็นัดให้พวกเขามาเจอที่นี่

เพราะเทเลโฟน ผับ ไม่ใช่จะมาได้เฉพาะเกย์หรือชาวสีม่วงเท่านั้น เพื่อนชาวออสเตรเลียของเราซึ่งเป็นชายจริงหญิงแท้ก็มาที่นี่บ่อยๆ แถมพวกเขายังชอบเสียด้วย เพราะฝรั่งจะใจกว้างและมักทำตัวสบายๆ ไม่เหมือนคนไทยที่คิดเยอะ ซึ่งตรงจุดนี้ผมว่าเป็นข้อดีของเพื่อนชาวต่างชาติที่ผมชอบมากๆ เลยล่ะ”

 

เชื่อหรือยังล่ะ คำว่ามิตรภาพไม่มีพรมแดน จะชาติไหน ภาษาใด ขอให้คบกันแล้วสบายใจเป็นใช้ได้ ใครที่กำลังเบื่อๆ เหงาๆ และอยากเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเองบ้าง ที่เทเลโฟน ผับ ยินดีต้อนรับลูกค้าทุกเพศทุกวัย จะมาจัดงานปาร์ตี้วันเกิดหรืองานสังสรรค์ใดๆ ก็สามารถโทรมาจองสถานที่ล่วงหน้าได้เลย

ร้านอยู่ที่สีลม ซอย 4 เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00-01.00 น. โทร. 0-234-3279, www.telephonepub.com

 

@ แบล็ค แอมเบอร์ โซเชียล คลับ

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤษภาคม 2558 เวลา 22:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/365391

@ แบล็ค แอมเบอร์ โซเชียล คลับ

โดย…ลีโอ เคน ภาพ  ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ลัดความเหงาไปหาที่แฮงเอาต์ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เพื่อปลุกฟื้นคืนชีวิตชีวาให้กลับมาเริงร่าเหมือนเดิมกันดีกว่าครับ

สุดทองหล่อซอย 6 ขวามือมีบ้านสีขาวอันเป็นที่ตั้งของแบล็ค แอมเบอร์ โซเชียล คลับ (Black Amber Social Club) คือคำตอบสำหรับคนที่กำลังหามุมส่วนตัว

เพียงก้าวแรกที่สัมผัสเสมือนหลุดเข้ามาในโซเชียลคลับ คลาสสิกสุดเท่สักแห่ง ที่เจ้าของคนหนุ่มอย่างขวัญ-ชวิน นันทเทิม ที่เคยเป็นผู้ช่วยและ Co-designer ของ Ashley Sutton และฝากผลงานไว้กับร้านดังๆ ขวัญใจคนกรุงเทพฯ เอาไว้หลายร้าน สะท้อนความเป็นตัวตนเอาไว้อย่างชัดเจน

การตกแต่งคลับแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังมาเฟียของอิตาลี หรืออีกนัยหนึ่งคือเขาเป็นคนที่ชื่นชอบสีดำอมตะ “แบล็ค แอมเบอร์” ซึ่งมีที่มาจาก “อำพันสีดำ” การตกแต่งจึงเน้นเรื่องราวอันน่าสนใจ ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำรูปทรงวินเทจ เข้าขากันดีกับพรมเปอร์เซีย ในห้องสลัวๆ ที่มีไฟตั้งเด่นเป็นจุดๆ และเรื่องราวก็สนุกมากขึ้นเมื่อได้ลีลาของตกแต่งที่เป็นของสะสมส่วนตัวของเขา  ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูกสัตว์ รูปถ่าย และเครื่องดนตรี

คลับแห่งนี้รวบรวมเรื่องราวของซิงเกิ้ลมอลต์หรือวิสกี้จากทุกมุมโลกไว้เอาใจ ที่เจ้าของกล้าการันตีว่าที่นี่มีวิสกี้มากที่สุดในบ้านเรา ส่วนคนที่ไม่ถนัดวิสกี้ที่นี่ยังเสิร์ฟดาร์ฟเบียร์ตระกูลอิตาลีไว้คอยเอาใจ แม้จะเป็นบาร์วิสกี้ แต่ราคานั้นสัมผัสได้ เริ่ต้นราคาตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป

 

คำนั้นเรายกระดับด้วยการลองดื่ม Flight 1 Fruitys เป็นจุดเริ่มต้นของการดื่มวิสกี้ที่มีให้ลองถึง 3 แก้ว Glenkinchie วิสกี้จากสกอตแลนด์ ที่ให้กลิ่นหอมของดอกไม้ เข้มขึ้นอีกนิดกับ Dalwhinnie ที่มีบอดี้เข้มขึ้น ตบท้ายด้วย Oban วิสกี้ชั้นดีจากสกอตแลนด์ที่มีมวลเข้มข้นอีกระดับ รับกลิ่นของข้าวโพดและผลไม้อีกหลายชนิด

หากสันทัดในเชิงวิสกี้ขอแนะนำ Diplomatico เหล้ารัมจากเวเนซุเอลาที่บ่มในถังไม้โอ๊ก กลิ่นหอมเหมือนคาราเมลและช็อกโกแลต ชุ่มชื่นคอด้วยการใส่น้ำแข็งและเปลือกส้มที่ช่วยเติมความสดชื่น

ก่อนที่จะหลงใหลในรสชาติของวิสกี้ อย่าลืมเรียกหาอาหารมาช่วยเติมเต็มความทรงจำ ที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ด ง่ายๆ น่าจดจำ เริ่มต้นแห่งค่ำคืนด้วย Grilled Steak Salad สลัดเนื้อที่ปรุงรสชาติสไตล์โฮมเมด ด้วยมะนาวและพริกซอย รสชาติคุ้นลิ้น หนักขึ้นมาอีกนิด Bacon Wrapped Filet Mignon เนื้ออบพันด้วยเบคอน ท็อปด้านบนด้วยฟัวกราส์เสิร์ฟพร้อมกับเห็ดและถั่วผัด ดูง่ายๆ แต่รสชาติแสนประทับใจ กล่อมอารมณ์เบาๆ ตบท้ายด้วย Popped Corn Shrimp กุ้งปรุงรสทอดมาแบบพอดีคำ เสิร์ฟด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้านเคียงมากับผักดองเข้าขากันดีทีเดียว

พิเศษสุดในทุกค่ำคืนวันศุกร์-อาทิตย์ ที่คลับแห่งนี้จะขับกล่อมด้วยดนตรีแนวแจ๊ซ ที่จะมีนักดนตรีมากฝีมือเวียนกันมาบรรเลงเปียโนให้ความสุขท่วมท้น และคลับแห่งนี้ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยซิการ์บาร์ ที่ส่วนใหญ่มาจากคิวบาเอาไว้รองรับอีกด้วยนะครับ

แบล็ค แอมเบอร์ โซเชียล คลับ ทองหล่อซอย 6 เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00-01.00 น. โทร. 09-2276-2772

 

แอพ อารีน่า เลอค่า รัชดาฯ ซอย 8

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 พฤษภาคม 2558 เวลา 08:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/364892

แอพ อารีน่า เลอค่า รัชดาฯ ซอย 8

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ว่ากันว่า ในคืนของวันทำงาน คนมาเที่ยวที่ร้านแอพ อารีน่า (App Arena) ณ ถนนรัชดาภิเษก ซอย 8 แทบจะแน่นเอี้ยดแล้ว คืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ แน่นเอี้ยดยิ่งกว่า ก็ไม่รู้ว่าร้านนี้มีอะไรดีนักดีหนา ชาวเราถึงได้คอนเฟิร์มมาว่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ และต้องลองไปเที่ยวบ้างสักครั้ง

ว่าแล้วก็ลุย!

หลังจากที่ พอลลี่-ตะวันฉาย ศรีวัตถา ซีอีโอแห่งร้านนี้ได้พาทัวร์ทั่วร้าน เธอบอกเล่าว่า ที่ตั้งชื่อว่าร้านแอพ อารีน่า มาจากแนวคิด 3 อย่างด้วยกัน

“App แรก คือ Application ซึ่งต้องยอมรับว่ามันมาแรงมากในยุคนี้ App ที่สอง คือ Apple ตามความเชื่อ เขาว่าไว้ว่าแอปเปิ้ลคือความอุดมสมบูรณ์ และ App ที่สาม คือ แอ๊บ ประมาณว่าแอ๊บแมนตามประสาชาวเรานั่นเอง (หัวเราะ) เมื่อทุกอย่างลงตัวแบบนี้ ก็เลยใช้ชื่อนี้ไปเลยละกัน”

 

ตะวันฉาย เผยว่า การออกแบบร้านก็พยายามออกแบบให้เรียบหรูดูเลอค่า มีโต๊ะตั้งไว้ติดๆ กันให้แน่นๆ คนมาเที่ยวจะได้ดื่มได้แดนซ์กันอย่างใกล้ชิด และมีเวทีไว้สำหรับวงดนตรีและโชว์ต่างๆ รวมทั้งเปิดเพลงคลับแดนซ์ ที่เอาใจขาแดนซ์แบบเต็มแมกซ์

“หลังจากดำเนินงานมาจนเข้าสู่ปีที่ 4 ผลตอบรับจากลูกค้าก็ดีมากขึ้นเรื่อยๆ จุดเด่นของร้านเรา เท่าที่ได้รับฟังจากลูกค้า ส่วนใหญ่เขาก็จะบอกว่า ชอบช่วงเวลาที่ทางร้านจะยิงเลเซอร์และเปิดเพลงแนวตื๊ดๆ มันดูเลอค่า ฮือฮาอลังการมาก (หัวเราะ) การยิงเลเซอร์ในร้านของเราค่อนข้างจัดรูปแบบได้ดี และที่สำคัญเราสั่งซื้อเลเซอร์มาติดในร้านเยอะที่สุดในประเทศ”

หลังจากชื่นชมกับเลเซอร์ที่ทางร้านยิงให้เราดู บอกเลยว่ามันเก๋มากถึงมากที่สุด “นอกจากนี้เรายังมีมุมน่ารักๆ ที่เราได้สร้างขึ้นให้กับลูกค้าได้ถ่ายภาพตัวเองและเพื่อนๆ นั่นคือ โมเสกสีทอง ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าร้าน ซึ่งได้รับความนิยมมาก หลายๆ คนถ่ายรูปกับโมเสกสีทองของเราแล้วไปตั้งเป็นโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียของตัวเอง จนเราแอบตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชาวเราในประเทศไทยเนี่ย ต้องมีรูปถ่ายกับโมเสกสีทองของร้าน App กันทุกคนเลยหรือ (หัวเราะ)”

 หากถามถึงเสน่ห์ของร้าน App ตะวันฉาย เผยว่า ตอบแบบโลกสวยก็คงต้องตอบว่า การบริการที่ดีเลิศ (ยิ้ม) “เอาเป็นว่า เสน่ห์ของร้านเราคงอยู่ที่การพัฒนาร้านอยู่เสมอ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามคำแนะนำของลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเราใส่ใจในตัวเขาจริงๆ เราตั้งใจทำงานเพื่อเขาจริงๆ”

ที่นี่เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 21.00 น. มีที่จอดรถรองรับอย่างกว้างขวาง แต่ที่สำคัญคือควรโทรศัพท์มาจองโต๊ะไว้แต่เนิ่นๆ ที่โทร. 08-1777-2187 หรือ 08-1777-2981 ไม่งั้นมาแล้วจะเสียอารมณ์ เพราะโต๊ะเต็มและคนแน่นเอี้ยด

ท้ายสุด ตะวันฉายบอกว่า ถ้าให้นิยามความเป็นแอพ อารีน่า เธอก็ต้องนิยามไว้แบบสั้น ง่าย ได้ใจความ แถมชาวเราที่มาเที่ยวที่นี่ต่างเข้าใจตรงกัน “มันคือ…เลอค่า…นั่นเอง”

 

ฮีโร่ ฟู้ด แอนด์ เกเทอริ่ง แฮงเอาต์กับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 พฤษภาคม 2558 เวลา 17:42 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/363796

ฮีโร่ ฟู้ด แอนด์ เกเทอริ่ง แฮงเอาต์กับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่

โดย…อีตติง อาร์ต ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

หากให้พูดถึง “ฮีโร่ หรือ ซูเปอร์ฮีโร่” จากการ์ตูนหรือภาพยนตร์ เชื่อว่าหลายคนต้องมียอดมนุษย์ในดวงใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็น ซูเปอร์แมน แบทแมน สไปเดอร์แมน ไอออนแมน ธอร์ กัปตันอเมริกา และอื่นๆ

ยิ่งพอได้ยินว่าในซอยสุขุมวิท 4 หรือซอยนานา มีร้านอาหารสุดเท่ชื่อ “ฮีโร่ ฟู้ด แอนด์ เกเทอริ่ง” (Hero-Food & Gathering) ที่เพิ่งเปิดด้วยแล้ว สาวกคนรักซูเปอร์ฮีโร่อย่างเรามีหรือจะพลาดที่จะไปเยือน

“มิน” เจ้าของร้าน บอกว่า ดีไซน์และการตกแต่งภายในร้านได้แรงบันดาลใจมาจากเหล่าซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายจากการ์ตูนของค่ายมาร์เวลและดีซีที่เขาชื่นชอบ นอกจากรูปปั้น (แบล็ก) สไปเดอร์แมนที่อยู่บนหลังคาร้านแล้ว ภายในร้านยังมีรูปปั้นเต็มตัวของกัปตันอเมริกาตั้งโดดเด่นอยู่ตรงประตูทางเข้าด้านในของร้าน มีค้อนพิฆาตของธอร์ติดอยู่ที่มุมหนึ่งของฝาผนัง รวมทั้งศิลปะการวาดภาพที่ฝาผนังส่วนอื่นๆ เป็นรูปซูเปอร์แมน ไอออนแมน แบทแมน ที่บริเวณชั้นล่าง และยังมีภาพวาดเหล่าวายร้ายที่ชั้นสองของร้านด้วย

บรรยากาศทำให้รู้สึกประหนึ่งว่าเรากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางฉากการ์ตูนอย่างเมืองก็อตแธมในเรื่องแบทแมน หรือการ์ตูนเรื่องไหนสักเรื่อง ที่ให้อารมณ์คล้ายๆ กับว่าเรากำลังนั่งกิน ดื่ม อยู่ในหน้าหนังสือการ์ตูนคอมมิก หรือการ์ตูน แกลเลอรี่ สักที่หนึ่งเลยก็ว่าได้

เอาล่ะ มาถึงคอนเซ็ปต์ของเมนูอาหารบ้าง ที่เจ้าของร้านให้คำจำกัดความว่าเป็นเมนู “แคชวลฟู้ด” ซึ่งแต่ละเมนูจะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ปรุงง่าย กินง่าย เข้ากับสไตล์ของร้าน

เมนูแนะนำก็เช่น “กุ้งวาซาบิ” เมนูนี้คล้ายกับกุ้งแช่น้ำปลา แต่จะเสิร์ฟกุ้งเป็นตัวๆ มาในแก้วเล็กๆ ซึ่งราดด้วยซอสวาซาบิรสชาติอร่อยแซ่บ ต่อด้วย “สปาเกตตีซีฟู้ดผัดขี้เมา” เส้นสปาเกตตีเหนียวนุ่มผัดกับกุ้งและปลาหมึก ได้รสชาติเผ็ดหน่อยๆ อร่อยกำลังดี

 

มาที่ “บีฟ เบอร์เกอร์” เมนูนี้เป็นเบอร์เกอร์เนื้อวัวที่รสชาติค่อนข้างจัดจ้านสักนิด แต่ก็แปลกใหม่ดี ตามด้วย “เฟรนช์ฟรายส์” ที่ทอดให้กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาพร้อมดิปซอสหลากรสชาติคือ สีชมพู-ซอสสตรอเบอร์รี่ สีเหลือง-ซอสเครื่องเทศ สีขาว-ซอสไอโอลี ซึ่งซอสต่างๆ เหล่านี้ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามที่ตัวเองชอบ อีกจานคือ “ชิกเก้น วิง” ปีกไก่ทอดกรอบคลุกเคล้าพริกจากเกาหลี กลิ่นหอม รสชาติอร่อย กินเพลิน

นอกจากนี้ยังมี สะเต๊ะไก่ เนื้อย่างจิ้มซอสรสเด็ด บรูส์เกตต้า คาลามารี่ สลัดทูน่า และเมนูอื่นอีกเกือบ 30 เมนู ที่ส่วนใหญ่จะเน้นวัตถุดิบประเภทเนื้อ ไก่ และซีฟู้ด ซึ่งมีทั้งจานหลักและอาหารกินเล่น ใครอยากกินแบบไหนก็พลิกเมนูสั่งกันได้เลย บางเมนูอาจจะไม่ได้เผ็ดมาก เพราะทางร้านต้องการให้ลูกค้าชาวต่างชาติสามารถเข้ามาลิ้มลองเมนูของที่นี่ได้ด้วยราคาอาหารเริ่มที่ 100 บาท+++

 

มาถึงค็อกเทลกันบ้าง ครั้งนี้ขอแนะนำ “Starfire” ชื่อคุ้นหูใช่มั้ยล่ะ ใช่แล้ว มาจากชื่อของซูเปอร์ฮีโร่หญิงนั่นเอง แก้วนี้มีส่วนผสมของเตกีลา ทริปเปิลเชก น้ำมะนาว และลิเคียวร์สตรอเบอร์รี่ เหมาะกับสาวๆ ส่วนอีกแก้วคือ “Huntress” มีส่วนผสมของวอดก้า น้ำเกรปฟรุต น้ำมะนาว และน้ำพลัม แก้วนี้ดีกรีเบาๆ ดื่มได้ทั้งชายและหญิง ราคาค็อกเทลเริ่มที่ 250 บาท

เป็นอันครบถ้วนกระบวนความสำหรับมื้อนี้ แต่ยังไง้ยังไง เราก็ยังไม่อยากรีบกลับอยู่ดี ขอนั่งอินท่ามกลางบรรยากาศของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่สุดเท่แบบนี้อีกสักหน่อยละกัน รับรองว่าปลอดภัยจากเหล่าร้ายแน่นอน

ร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 4 (ซอยนานา) เปิดบริการ วันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่ 15.00-24.00 น.โทร. 09-8940-4434, Facebook.com/herofoodgatheringและ IG : hero.food

 

 

 

 

 

อะลาดิน รูฟบาร์ สีสันใหม่ยามราตรี

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 พฤษภาคม 2558 เวลา 16:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/362517

อะลาดิน รูฟบาร์ สีสันใหม่ยามราตรี

โดย…โจ เกียรติอาจิณ ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

รูฟบาร์ดีๆ ไม่ได้มีแค่ย่านกลางเมืองเท่านั้น ย่านบางกะปิก็มีรูฟบาร์ดีๆ นะเออ เราไปเจอมากับตัวและก็ไปนั่งมาแล้วด้วย

“อะลาดิน รูฟบาร์” อยู่ในซอยลาดพร้าว 117 เยื้องกับเดอะมอลล์ บางกะปิ กับ ตะวันนา พลาซา ความหรูหราอาจมีไม่มากเท่ารูฟบาร์ย่านกลางเมือง (ราชประสงค์ ทองหล่อ เอกมัย สีลม สาทร) แต่เรื่องความชิลไม่เป็นรองที่อื่นแน่นอน ขอคอนเฟิร์ม!!!

จากปากซอย 500 เมตร จะเดินก็ได้ถ้าไม่ซีเรียสอะไร แต่ถ้าไม่ไหวหรือไม่อยากเดิน แนะนำให้ยกโทรหาพนักงานโรงแรมบารอนโซเทล อันเป็นที่ตั้งของรูฟบาร์แห่งนี้ อึดใจเดียวตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าก็จะพุ่งมารับถึงที่ เก๋ไม่เบาเชียวนะกับการนำตุ๊กตุ๊กไฟฟ้ามาเป็นพาหนะรับ-ส่ง

 

เฉพาะตัวโรงแรมนั้นดึงดูดความสนใจไม่น้อย นอกจากจะเน้นจำนวนห้องน้อย (มีทั้งหมด 58 ห้อง) และดีไซน์ชวนสะดุดตา คิดดูสิ ท่ามกลางอพาร์ตเมนต์ที่เรียงรายเป็นตับ จู่ๆ ก็มีโรงแรมเก๋ๆ เกิดขึ้น แถมยังโดดเด่นเป็นสง่าด้วยการตกแต่งในอารมณ์อาหรับโมเดิร์นจนกลายเป็นสีสันใหม่ประจำซอย

ขณะที่รูฟบาร์ก็ชัดเจนในตัวเอง สะท้อนความเป็นดาดฟ้าเปิดโล่งและมีชั้นลอย บรรยากาศโอเพ่นแอร์ ตกแต่งไม่มากมายและไม่ได้พยายามทำให้เก๋ แต่ความเก๋มาจากเฟอร์นิเจอร์โต๊ะไม้กับแสงไฟที่ไล่โทนอย่างลงตัว นั่งสบายมองเห็นวิวบางกะปิ 360 องศา ไม่น่าเชื่อว่าอพาร์ตเมนต์จะเป็นทัศนียภาพที่เพลินตาไม่เบา

ตะเกียงวิเศษสีเหลืองอ๋อยเป็นสัญลักษณ์ของรูฟบาร์ อะลาดินซ่อนตัวอยู่ไหนหนอ ในตะเกียงวิเศษ หรือกำลังนั่งชิลที่รูฟบาร์ เป็นปริศนาท้าทายแก่ผู้ผ่านไปผ่านมา ก็จนกว่าจะได้ลองแวะมานั่งนั่นแหละ จึงรู้คำตอบอันแท้จริง

 

ที่นี่แดดร่มลมตกก็สามารถนั่งแฮงกันได้แล้ว แต่อากาศอาจจะยังร้อนอยู่ และอาจร้อนมากในวันอุณหภูมิสูงปรี๊ด ต้องรอให้ค่ำสักหน่อย ประมาณ 1 ทุ่มเป็นต้นไป ลมจากทุกทิศจะช่วยพัดไล่ความร้อนให้เบาบาง เหลือไว้เพียงความเย็นสบาย ยิ่งดึกลมก็ยิ่งดี นั่งชิลยาวๆ จนถึงร้านปิดนู่นเลย

ต้องบอกก่อนว่าที่นี่ยังไม่เต็มร้อยเรื่องเครื่องดื่ม ค็อกเทลที่หลายแห่งมี ที่นี่ก็ยังไม่มี แต่นั่นก็ใช่ว่าเจ้าของไม่ใส่ใจหรือละเลย เท่าที่รู้มาก็กำลังอยู่ระหว่างเตรียมการ ทั้งสูตรพิเศษและบาร์เทนเดอร์ คาดว่าเร็ววันนี้น่าจะฟูลบาร์ด้วยค็อกเทลแก้วโปรดของเหล่าสาวก

เช่นเดียวกับเรื่องดนตรี ทุกคืนยังไม่ได้มีให้ฟัง เสียใจด้วยกับคนที่คาดหวัง ใครอยากมานั่งฟังดนตรีสด ต้องมาทุกวันศุกร์กับเสาร์ เล่นกัน 2 รอบ รอบแรก 19.30 น. อีกรอบเริ่ม 21.30 น. เต็มอิ่ม 1 ชั่วโมง ในแนวเพลงฮิตติดลมบน ส่วนวันอื่นมีแค่ดนตรีจากแผ่น ซึ่งก็ชิลคนละแบบ

ถึงอย่างนั้น เครื่องดื่มชนิดอื่นก็จัดเต็มพร้อมเสิร์ฟตลอดคืน ยิ่งเฉพาะเบียร์วุ้น ต้องยกให้เขาเลย ถือเป็นไฮไลต์ที่มาแล้วต้องสั่ง จิบเบาๆ แกล้มวิวบางกะปิ โอ้!!! หรือจะแกล้มอาหารไทยรสจัดฝีมือ “เชฟซัน” หนุ่มปักษ์ใต้ที่นำรสชาติพื้นบ้านมากำนัลชาวแฮงเกอร์ก็อร่อยทีเดียว

“หมูฮ้อง” เมนูบ้านๆ รสชาติชวนให้คิดถึงร้านดังที่เคยกิน หมูชิ้นหนา เค็มนำ หวานนิดๆ เข้ากันกับเบียร์วุ้น ยังไม่หนำใจแนะนำให้สั่ง “แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว” ซดน้ำร้อนๆ หรอยจังฮู้!!! เครื่องแกงเข้มข้น สมเป็นจานเด็ดที่ลูกค้าไม่ว่าจะคนเมืองกรุง หรือคนถิ่นอื่น แม้แต่ฝรั่งก็ยังโดนใจ

“แกงพริกกระดูกหมู” ไม่ต้องเสียเวลาสาธยาย แค่กลิ่นหอมก็ทำเอาน้ำลายสอ รสจัดถึงเครื่องแกง หอมยั่วน้ำลาย เด่นตรงที่รสเค็มนำ เสิร์ฟร้อนๆ แกล้มเบียร์เย็นๆ หรือจะเป็น “ปลากะพงสองใจ” ใจหนึ่งเป็นพล่า ใจหนึ่งเป็นราดพริก ชอบใจไหนก็เลือกลิ้มได้ตามใจ หรือจะลิ้มทั้งสองใจก็ไม่ว่ากัน อร่อยทั้งสองแบบ

 

นี่ก็ไปได้ดีกับเบียร์วุ้น “สปาเกตตีขี้เมาทะเล” “ไก่ผัดเม็ดมะม่วง” ก่อนจะปิดท้ายด้วย “อะลาดินสยามไอศกรีม” หอมหวานแบบไอศกรีมไทยจ๋า เครื่องเคราจัดมาครบครัน ใครว่าไอศกรีมไม่เหมาะกับเครื่องดื่มเย็นๆ ขอเถียง!!!

อะลาดิน รูฟบาร์ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 18.00 น. ปิดประมาณตี 1 สนใจไปนั่งชิลๆ โทร. 02-734-0033, 09-9251-6262

 

หัวใจเริงร่า ณ วีว่าบาร์

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 เมษายน 2558 เวลา 12:45 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/362227

หัวใจเริงร่า ณ วีว่าบาร์

โดย…โจนาสเตเชีย

สิ้นเดือนแล้วจ้า ไปสวนจตุจักรกันดีกว่า ล้อเล่น!!! อีก 2 วันไปสวนจตุจักรกัน ก็ชวนเผื่อไว้ไง (555)

ไปสวนจตุจักร ทุกครั้งก็จะแวะไป “วีวาบาร์” รู้จักและคุ้นเคยบาร์แห่งนี้ดีมั้ย ไม่เท่าแก๊งเพื่อนที่กลายเป็นขาประจำ ลำพังเราคนเดียวคงไม่ได้แวะไปบ่อยนัก แต่ถ้าโอกาสเหมาะเจาะก็จะพุ่งไปทันที

เซียนสวนจตุจักรย่อมรู้จักและคุ้นเคยบาร์แห่งนี้ดี ถือเป็นบาร์แรกๆ ที่เปิดบริการในสวนจตุจักร ร้อนหนาวฝนล่วงผ่าน เผลอแป๊บเดียว นี่จะเข้าสู่ปีที่ 25 แล้วนะจ๊ะ เรียกว่าธรรมดาซะที่ไหน ถ้าจะยกให้เป็นตัวแม่ของวงการก็คงต้องยอม เพราะนาทีนี้ไม่มีใครเทียบชั้นได้แน่นอน

มองหาโครงการ 26 เดินเข้าไปเจอแสงไฟแดงๆ ส้มๆ จากโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ ใช่เลย มาถูกที่ถูกทาง สายๆ สักประมาณ 11 โมง ก็นั่งได้ละ ประเดิมด้วยจิบกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพ จิบกันไปพลางๆ ก่อน อย่าได้รีบร้อน เพราะราตรีนี้อีกยาวไกล

ชอบที่นั่งมุมไหนเลือกตามใจชอบ จะหยิบหนังสือเล่มโปรดมาอ่านเพลินๆ บรรยากาศก็ให้ เพราะช่วงนี้คนไม่ค่อยแยะ ความอึกทึกยังไม่มีมาก หรือถ้าอยากจะสถิตอยู่ในโลกส่วนตัว ก็ฝั่งตรงข้ามกับบาร์ มีมุมเล็กๆ ให้นั่งเก๋ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของเก่าสไตล์เรโทรที่นำมาอวดให้ลูกค้าน้ำลายไหลไปตามๆ กัน เพราะยังไงก็มิอาจครอบครองเป็นเจ้าของได้

บ่ายคล้อย ที่นี่จะเริ่มคึกคัก ผู้คนจากไหนไม่รู้มุ่งสู่บาร์แห่งนี้ ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น แขก ไทย หลั่งไหลมาจับจองที่นั่ง มาเป็นคู่ มาเดี่ยว ยกแก๊งสวยๆ หล่อๆ ก็ต้องยกให้แก๊งตี๋หมวยจากจีน ขาดไม่ได้ คือเก้งกวาง ก้ามปูและไม่มีกล้าม ละลานตาจริง อีกทั้งเพื่อนสาวของชาวเรา โอ้แม่เจ้า!!! พวกเธอๆๆๆ ต้องนัดกันมาแหงๆ

ผู้หญิงก็มีไม่น้อย มากับเดอะแก๊ง เป็นหนึ่งสีสันที่ทำให้บาร์แลดูมีชีวิตชีวา ถ้าไม่นับหนุ่มหน้าตาดีที่แฝงมากับเดอะแก๊ง (คริคริ) และที่อาจจะได้เจอตัวเป็นๆ คือดารา พิธีกร เซเลบ พวกเขาและพวกเธอก็มาปล่อยหัวใจให้เริงร่าที่นี่เช่นกัน เสาร์ก่อน ป๊ะหน้าจังๆ “ป๋อมแป๋ม เทยเที่ยวไทย” ว้ายกรี๊ดดดด สุดติ่งไม่แพ้ตอนที่อยู่ในจอเลยเชียว

มาที่นี่ไม่จำเป็นต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เก๋ได้ด้วยสมูทตี้ มีหลากหลายแก้วให้จิบ ฝานกันสดๆ ปั่นกันเดี๋ยวนั้น แต่ถ้ายืนยันว่าขอแอล (กอฮอล์) เบียร์คือเครื่องดื่มยืนพื้นที่จิบง่ายจ่ายตังค์สะดวก ส่วนสาวกค็อกเทลไม่ผิดหวังเพราะเขาเต็มใจนำเสนอสารพัดค็อกเทล ดีกรีความร้อนแรงก็ตามความปรารถนาผู้สั่ง

แนะนำว่า ควรรองท้องให้อิ่ม อย่าหวังพึ่งของกิน หรือเมนูกับแกล้มจากที่นี่ เพราะไม่มีทุกสิ่งอย่างที่ว่ามา เว้นแต่จะเจอรถเข็นปลาหมึกย่าง แต่เชื่อเถอะ จงรอต่อไป รอแล้วรอเล่า ก็เปล่าประโยชน์

ความเก๋ของที่นี่อีกอย่าง ต้องยกให้เรื่องดนตรี มีโชว์เด็ดของเหล่านักร้องเสียงดีและลูกคู่มุขฮามาช่วยเพิ่มความหฤหรรษ์ เสาร์กับอาทิตย์ไม่ซ้ำทีม โชว์ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจะเป็นบาร์ของชาวเราโดยเฉพาะ

จังหวะและแนวเพลงที่ดีเจ “พี่เป้” จัดให้แบบนันสต็อป ชวนให้ขยับแข้งขยับขา เพลงคุ้นหู เพลงฮิตเมื่อครั้งอดีต เพลงใหม่ล่าสุด หัวค่ำอาจไม่เร่งเร้าอะไรมากมาย ยังชิลๆ ยังไม่ต้องออกสเต็ป ทว่าพอหลัง 1 ทุ่มเป็นต้นไป ทุกมุมของที่นี่ก็พร้อมจะกลายเป็นสเตจเต้นรำ

ย้ำกันอีกที คิดจะมา อย่ามาหลัง 1 ทุ่ม คนจะเยอะมากกกกก เยอะขนาดว่าที่ยืนยังไม่มี เพราะลูกค้าที่นี่สนุกยาวจนถึงบาร์ปิด 3 ทุ่มนู่นเลย

 

โอกลี จุดผ่อนอารมณ์แสนอบอุ่น

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 เมษายน 2558 เวลา 13:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/361144

โอกลี จุดผ่อนอารมณ์แสนอบอุ่น

โดย…พงศ์ พริบไหว ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

นอาจเป็นความบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เมื่อน้องชายแนะนำร้านแห่งหนึ่งให้คนรักการดื่มเบียร์ได้รู้จัก ซึ่งอารมณ์ของร้านออกจะอินดี้หน่อยๆ ตั้งอยู่บริเวณซอยอารีย์ 1 เข้าไปไม่เกิน 200 เมตร ร้านอยู่ขวามือ เป็นร้านเล็กๆ ดูน่ารักแต่ตกแต่งได้เก๋เชียว คือเอาตึกเก่ามารีโนเวทใหม่ ออกมาดูงามและน่าสนใจ

ร้านที่กำลังพูดถึงคือ ร้านโอกลี (O’Glee) ที่เพิ่งเปิดบริการได้ยังไม่เต็มปีดี ทว่าเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องราตรีกันแล้ว

 

สไตล์การตกแต่งของร้าน ใช้พื้นที่ทั้งหมดได้อย่างลงตัวและคุ้มค่าจริงๆ ยามเห็นครั้งแรกก็เข้าใจว่าเป็นร้านเบียร์ที่มีกลิ่นอายผับอังกฤษ แต่เปล่าเลย… เจ้าของร้านเล่าว่า สไตล์ของร้านนี้คือการมิกซ์จากความชอบส่วนตัว ที่เป็นคนชอบงานอิฐเปลือย พอเริ่มทำร้านจึงค่อยๆ บอกงานช่างให้ทำไปทีละส่วนโดยไม่มีแบบ ทำจากจินตนาการล้วนๆ

แม้ไม่มีแบบแผน แต่ก็ออกมาดูดีเหลือร้าย อีกทั้งการตกแต่งบางส่วนก็ได้มาจากการแนะนำของลูกค้า เรียกได้ว่าร้านโอกลี ตกแต่งร้านกันไปเรื่อยๆ มาเยือนในแต่ละครั้ง ลูกค้าก็จะได้พบสิ่งแปลกใหม่เสมอ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศให้ลูกค้าในอีกทาง

 

ในเรื่องของอาหารทางร้านก็ใช่ว่าเอาใจใส่น้อย ร้านนี้เน้นเป็นอาหารที่หลากหลาย มีตั้งแต่อาหารไทยรสจัด อาหารฝรั่งดั้งเดิม และอาหารอิตาเลียน โดยเมนูอาหารเน้นที่เหมาะกับการรับประทานคู่เบียร์เป็นหลัก เมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า เริ่มจากของกินง่ายๆ อย่าง“เฟรนช์ฟรายส์กระเทียม” มันฝรั่งชิ้นหนาที่นำกระเทียมเจียวมาคลุกเนยแล้วโรยพาเมซานชีส ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ทำให้มันฝรั่งทอดอร่อยไม่เหมือนใคร

ต่อมากับเมนูยำไก่กรอบ ที่รสชาติไทยครบ แซบแบบได้รสเปรี้ยวเผ็ดเค็ม เหมาะกับเป็นเมนูเรียกความกระหาย ต่อที่เมนูอาหารหนักกันบ้างกับ “สปาเกตตีพริกแห้งเบคอน” ซึ่งเป็นเมนูรสจัดและออกเค็ม เป็นจานที่ดึงรสชาติอาหารออกมาให้รสถูกลิ้นคนไทยเป็นอย่างดี ต่อท้ายที่เมนูหลัก “สเต๊กไก่กรอบ” ที่เสิร์ฟมากับผักย่างและมันบด มาพร้อมกับซอสสูตรทางร้านที่เข้ากันดีเหลือเกิน นอกจากนั้นทางร้านยังมีเมนูอีกมากมายให้ได้เลือก ซึ่งรสชาติอาหารล้วนเหมาะกับขาดื่มทั้งสิ้น

 

ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นหนุ่มที่ชอบดื่มเบียร์ และชอบทดลองดื่มเบียร์แปลกๆ สินค้าเด่นของร้านจึงเป็นเบียร์จากที่ต่างๆ มากมาย ไฮไลต์ของร้านเป็นเบียร์ที่คัดสรรจากความชอบเจ้าของร้านเป็นหลัก โดยคัดสรรมาจากทั่วโลกกว่า 60 ชนิด หมุนเวียนเข้ามาตลอดเวลา ซึ่งในเมนูเครื่องดื่มก็จะแนะนำอย่างชัดเจนว่าเบียร์แต่ละชนิดมีส่วนผสมอะไรบ้าง รสชาติออกแนวไหน

หากสิ่งที่โอกลีมีพิเศษมากกว่ารสชาติของเบียร์ คือความเป็นกันเองกับลูกค้าสุดๆ  เหมือนได้มากินข้าวและนั่งดื่มกับคนในครอบครัว เป็นบรรยากาศที่ให้อารมณ์ของความอบอุ่น แม้มาคนเดียวที่ร้านก็ไม่นั่งเหงานั่งเบื่อแน่นอน

ร้านโอกลี เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.30–24.00 น. โทร. 02-619-5354 หรือเยี่ยมชมก่อนไปชิลที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก O’glee – โอกลี

 

 

 

 

 

บราเดอร์สแฮงเอาต์ที่นี่แบบพี่น้อง

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 เมษายน 2558 เวลา 15:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/nightlife/359532

บราเดอร์สแฮงเอาต์ที่นี่แบบพี่น้อง

โดย…ไนท์กาย

เวลาเดินผ่านบนสกายวอล์ก บีทีเอส ศาลาแดง ทีไร เป็นต้องสะดุดตากับร้านเปิดใหม่ที่มีสไตล์การตกแต่งกิ๊บเก๋ไม่ซ้ำใครอย่าง “บราเดอร์ส บาร์ แอนด์ เรสเทอรองต์” (Brother’s Bar N’ Restaurant) ทู้กที ด้วยเหตุนี้เราจึงอดรนทนไม่ได้ ต้องไปทำความรู้จักกับร้านนี้ดูสักหน่อย

หนุ่ม-ภคิน เจ้าของร้านและหุ้นส่วนใหญ่ท่าทางใจดี ต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพูดถึงที่มาของร้านให้ฟัง…

“ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวกันของพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ กลุ่มนักร้องที่ชื่นชอบการร้องเพลง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ชอบฟังเพลงมากๆ ฟังได้ทุกแนว ทั้งนักร้องที่สวนอาหารและในโรงแรมเลยครับ ดังนั้นเมื่อสถานที่ตรงนี้ว่าง พวกเราเลยคิดว่าน่าจะเปิดเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ขึ้นมาก็น่าจะดี”

 

จากทางขึ้นเก๋ๆ ที่เป็นขั้นบันไดสโลป มีระเบียงสำหรับวางโต๊ะ เก้าอี้ ขนาดกะทัดรัดให้ผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศเอาต์ดอร์ได้นั่งกินอาหารและจิบเบียร์เบาๆ ตามอัธยาศัย แต่เมื่อเดินขึ้นสู่ตัวร้านที่ชั้น 3 จะพบกับบรรยากาศภายในเพดานสูงโปร่งซึ่งตกแต่งในโทนสีขาว-ดำ-น้ำตาลเป็นหลัก สไตล์ของโต๊ะ เก้าอี้ ที่ใช้ก็ล้วนมีกลิ่นอายของความเป็นลอฟท์อยู่ในตัว

“ร้านเราเริ่มเปิดขายตั้งแต่ 7 โมงเช้าเลยครับ มีทั้งอาหารเช้าประเภทอเมริกันเบรกฟาสต์ และเซตอาหารเช้าแบบไทย เช่น ข้าวต้ม ซุปกระดูกหมู+ข้าว และกาแฟ ราคาอาหารเริ่มที่ 100++บาท ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่พักตามโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ในย่านศาลาแดงและสีลม”

ภคินเสริมว่า ในมื้อกลางวันจะเป็นอาหารจานเดียวกินง่ายๆ เช่น ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ข้าวกะเพรา สปาเกตตี สลัด ฯลฯ แถมยังมีอาหารชุดที่มีขนม ผลไม้ และน้ำรวมอยู่ด้วย ราคาเริ่มที่ 100++บาทเช่นกัน ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มสาวออฟฟิศบริเวณนี้ ส่วนมื้อเย็นจะเน้นอาหารไทยเป็นหลัก แต่ก็จะมีเมนูอิตาเลียนประเภทเส้นรวมอยู่ด้วย ลูกค้าช่วงเย็นมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติแบบครึ่งต่อครึ่ง

 

“จริงๆ แล้วลูกค้าของร้านส่วนใหญ่เป็นคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ก็มีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นชาวเราหรือชาวสีม่วงหุ่นหมี ที่เป็นลูกค้าประจำอยู่หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเพื่อนๆ ของเราเองและกลุ่มอื่นๆ ซึ่งนอกจากนัดกันมากินข้าว พูดคุยพบปะสังสรรค์กันแล้ว ลูกค้ากลุ่มนี้ยังชอบแฮงก์เอาต์นั่งดื่มเบียร์ ค็อกเทล และม็อกเทล ฟังเพลงไปคุยกันไปแบบเพลินๆ

ใครที่ชอบร้องเพลงก็มีมุมคาราโอเกะให้ได้โชว์พลังเสียงทั้งเพลงไทย เพลงสากล ผ่านเครื่องเสียงชั้นดีที่มีระบบ Sound Canvas ซึ่งสามารถเปิดแบ็กกิ้งแทร็กเพลงต่างๆ ตามที่ลูกค้าขอมาได้ โดยเริ่มร้องได้ตั้งแต่ 19.00-22.00 น.”

สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงเพราะๆ จากนักร้องเสียงดีเวทีเดอะวอยซ์ เคพีเอ็น และเดอะสตาร์ ทุกคืนวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่ 22.00-24.00 น. ก็จะมีนักร้องจากเวทีเหล่านี้หมุนเวียนมาสร้างความบันเทิงให้คุณด้วยเช่นกัน

 

“ส่วนใครที่อยากจัดไพรเวทปาร์ตี้ก็สามารถโทรมาสอบถามหรือจองสถานที่ล่วงหน้าได้เลยครับ และในอนาคตอันใกล้นี้ทางร้านจะมีบริการอาหารปิ่นโตแบบเดลิเวอรี่ส่งถึงที่บ้านและที่ทำงานอีกด้วย” เจ้าของร้านกล่าวทิ้งท้าย

“บราเดอร์ส บาร์ แอนด์ เรสเทอรองต์” อยู่ใกล้สีลมซอย 2 (สถานีบีทีเอส ศาลาแดง) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.00-04.00 น. โทร. 08-0905-3053 และ 02-652-4465 Facebook.com/brothers.tugubkhao

 

%d bloggers like this: