ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

All posts tagged ไตรรงค์ สุวรรณคีรี

ตลท.แนะสำรวจพอร์ตลงทุนหลังหุ้นร่วงแรง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 14:59 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127970.

Pic_127970

ผจก.ตลท.ระบุสาเหตุหุ้นร่วงแรง มาจากการปรับฐานการลงทุนให้แข็งแกร่งมากขึ้น แนะเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะกลับไปสำรวจพอร์ตลงทุนว่ามีคุณภาพหรือไม่ พร้อมเตือนนักลงทุนเก็งกำไรให้ระวังมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานมหกรรมการลงทุน Set in the city 2010 ว่า ตลาดทุนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ผ่านช่วงวิกฤติ เศรษฐกิจโลกที่ผ่านมา และกลไกของตลาดทุนยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตของประเทศและประโยชน์จาก นวัตกรรมทางการเงินจะให้ประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนซึ่งจะส่งผลให้ เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและรองรับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ โลกที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 7-8

ด้าน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงนี้ว่า เป็นสัญญาณเตือนให้นักลงทุนพิจารณาพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ และเป็นการปรับฐานการลงทุนให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหากดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นอย่างร้อนแรงจนเกินระดับ 1,000 – 1,200 จุด โดยที่ไม่มีการพักฐานเลย ดัชนีจะปรับตัวลงแรงมาก และอาจจะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นในช่วงนี้ จึงเป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนจะกลับไปสำรวจพอร์ตการลงทุน ของตัวเองว่ามีคุณภาพหรือไม่ หากลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ก็จะมีความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนที่เก็งกำไรก็ต้องระวัง

สำหรับการจัดงาน Set in the city 2010 ตั้งแต่วันนี้ (18 พ.ย.) ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นการเพิ่มฐานนักลงทุนให้มากขึ้น เพราะคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คน จากปีที่แล้วที่มีจำนวน 100,000 คน โดยมีปริมาณธุรกรรมเพิ่มเป็น 20,000 รายการ จากปีที่แล้ว 10,000 รายการ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น เพราะผู้ลงทุนกำลังมองหาทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลคอบแทนสูงกว่าอัตรา ดอกเบี้ย และมีโอกาสเพิ่มดีมานด์ของนักลงทุนทำให้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับ ขึ้นเกิน 1,000 จุด อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ตลท. ก็พร้อมที่จะดึงนักลงทุนต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น

ส่วนกิจกรรมภายในงานมีการออกบูธจากภาครัฐและเอกชน มากกว่า90 องค์กร ทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โบรกเกอร์ผู้ค้าทองคำ บริษัทประกันชีวิต ที่จะให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งหุ้น  อนุพันธ์ ทองคำ พันธบัตร และบริการทางการเงินใหม่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 14:59 น.

กนร.ดันรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนที่เป็นเงินต่างชาติ

Published มิถุนายน 19, 2011 by SoClaimon

8 พฤศจิกายน 2553, 20:32 น.
กนร.ดันรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบลงทุนที่เป็นเงินต่างชาติ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_125407

กนร.ไล่บี้รัฐวิสาหกิจใช้งบลงทุนที่เป็นเงินต่างประเทศ ในช่วงเงินบาทแข็งค่า เพื่อช่วยรัฐประหยัดต้นทุนกว่า 10,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ว่า กนร.เห็น ชอบการผลักดันให้รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนที่ใช้เงินตราต่างประเทศ ในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า เพื่อช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณลงทุนได้ แม้ว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะทำให้ราคาสินค้าส่งออกมีราคาลดลง แต่ก็ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลงได้มากเช่นกัน ทั้งน้ำมัน หรือการลงทุนของรัฐวิสาหกิจด้วย

“การแข็งค่าของเงินบาท เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 53-54 จากที่เคยอยู่ที่ 36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนปัจจุบันอยู่ที่ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งการที่รัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าจำนวน 5,000 ล้านบาทจะทำให้ในปี 54 รัฐวิสาหกิจสามารถประหยัดงบประมาณได้กว่า 10,000 ล้านบาท” นายไตรรงค์ กล่าว

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปี 53 ซึ่งพบว่าสามารถเบิกจ่ายได้สูงที่สุดในรอบ 10 ปี โดยเบิกจ่ายงบลงทุนได้มากถึง 194,359 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81% ของงบลงทุนรวม 240,523 ล้านบาท ซึ่งตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กลับไปพิจารณาถึงต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่มีสินค้าต่างประเทศแอบแฝงอยู่ เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างนั้นสอดคล้องกับต้นทุนของผู้ประกอบการที่ลดลงหรือ ไม่

ส่วนผลการหารือระหว่างรมว.คลังของประเทศสมาชิกอาเซียนกับ รมว.คลังสหรัฐ ในเวทีรมว.คลังเอเปค ที่ญี่ปุ่น รมว.คลัง สหรัฐฯได้ยืนยันว่ามาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯนั้นไม่มีมาตรการ กีดกัน ทางการค้า และไม่ได้มุ่งหวังว่าจะลดค่าเงินสกุลดอลลาร์ลงแต่อย่างใด แต่เมื่อเทียบกับเงินสกุลใหญ่อย่างเงินยูโรหรือเงินเยนแล้วเป็นอัตราที่ เหมาะสม ขณะที่รมว.คลังอาเซียนเองยืนยันว่าสุดท้ายแล้วค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้อ่อน ค่าลง ซึ่งสหรัฐต้องระวังไม่ให้ความผิดพลาดทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อ ประเทศอื่น ๆ ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างการประชุม กนร. มีรายงานว่า สคร.ได้เดินสายไปพบรัฐวิสาหกิจและมีหนังสือแจ้งให้เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนใน ส่วนที่ใช้เงินตราต่างประเทศ หากสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 4ปี 2553 และปี 2554 ให้ทันในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะประหยัดงบประมาณได้ทั้งสิ้น 13,626.14 ล้านบาท หรือ 8.56% ของงบลงทุนหากทันในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่า 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลให้ประหยัดงบประมาณได้ทั้งสิ้นกว่า 18,505.68 ล้านบาท หรือ 11.62% ของเงินลงทุนส่วนนี้ทั้งหมด

นอกจากนี้สคร.จะ ปรับสมมุติฐานอัตราแลกเปลี่ยนของรัฐวิสาหกิจที่ใช้งบลงทุนที่เป็นเงินตรา ต่างประเทศใหม่ โดยใช้ที่ระดับ 29-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะทำให้รัฐวิสาหกิจช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณได้อีกจำนวนมาก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 พฤศจิกายน 2553, 20:32 น.

ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินชดเชยปุ๋ย ตันละ1.5พันบาท

Published พฤษภาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 พฤษภาคม 2554, 18:25 น.
ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินชดเชยปุ๋ย ตันละ1.5พันบาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_174361

ธ.ก.ส. ประกาศพร้อมจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในอัตราตันละ 1,500 บาท วงเงินรวม 3,450 ล้านบาท พร้อมเตรียมวงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรกู้ซื้อปุ๋ย ยันขึ้นทะเบียนร้านค้าปุ๋ยในท้องถิ่นกว่า 7,000 ร้านค้า เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่เกษตรกร

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายไตรงรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของ เกษตรกร และเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางและนโยบายการดำเนิน งานให้กับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจำนวนกว่า 500 คนโดยมีนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและผู้แทนหน่วย งานต่าง ๆ ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์

นายไตรรงค์ กล่าวว่า ในอนาคตจะขยายการลดต้นทุนปุ๋ยไปยังสินค้าเกษตรประเภทอื่น นอกจากข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง โดยโครงการดังกล่าวยึดเกษตรกรที่อยู่ในโครงการประกันรายได้ปี 2553/2554 จำนวน 4.7 ล้านราย และในอนาคตอาจขยายไปสินค้าประเภทอื่น เพราะแต่ละปีไทยต้องนำเข้าปุ๋ยจำนวนมากจากปี 2552 อยู่ที่ 5.36 ล้านตัน ปี 2554 คาดว่าปริมาณต้องการใช้ปุ๋ยเคมีอยู่ที่ 5.51 ล้านตัน นับว่าปุ๋ยเคมีเป็นต้นทุน 1 ใน 4 ของการผลิตสินค้าเกษตร จึงเป็นปัญหาต่อเกษตรกร

ด้าน นายประกิต เชวงนิรันดร์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 พ.ค.54 ที่เห็นชอบให้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของ เกษตรกร โดยกำหนดราคาปุ๋ย 6 สูตร คือ 46-0-0, 16-20-0, 16-16-8,16-8-8,18-12-6 และ 15-15-15 พร้อมเห็นชอบให้มีการชดเชยส่วนต่างราคาปุ๋ยเคมีให้แก่ผู้ข้าร่วมโครงการนี้ ในอัตรากิโลกรัมละ1.50บาทหรือตันละ 1,500 บาทโดยผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรในโครงการประกันราย ได้ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ปี53/54 ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรรวม 4,786,160 ราย โดยจะได้รับการชดเชยตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่มีสิทธิตามโครงการประกันราย ได้ซึ่งงบประมาณที่ใช้ดำเนินการมีจำนวนทั้งสิ้น 3,901 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินชดเชยส่วนต่างราคาปุ๋ย 3,450 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าดำเนินการและค่าอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เจ้าหน้าที่และ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับการเข้าร่วมโครงการกรณีเกษตรกรประสงค์ จะซื้อปุ๋ยเป็นเงินสด สามารถนำเงินสดมาชำระค่า ณ ธ.ก.ส.สาขา ซึ่ง ธ.ก.ส. จะออกใบจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรไปรับปุ๋ย ณ ร้านที่ขึ้นทะเบียน โดยร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนจะจ่ายปุ๋ยตามใบจัดหาปุ๋ย จากนั้น ธ.ก.ส. จะโอนเงินค่าปุ๋ยให้ร้านค้า ตามใบจัดหาปุ๋ย ส่วนกรณีเกษตรกรที่ประสงค์จะขอกู้เงินจาก ธ.ก.ส. เพื่อนำมาซื้อปุ๋ย ธ.ก.ส. ได้เตรียมวงเงินไว้ทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MRR หรือ 7% ต่อปี ซึ่งในการทำสัญญากู้เงินซื้อปุ๋ยเกษตรกรต้องทำสัญญากู้เงินซื้อปุ๋ย โดย ธ.ก.ส.จะออกใบจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรไปรับปุ๋ย ณ ร้านขึ้นทะเบียน และร้านขึ้นทะเบียนจ่ายปุ๋ยตามใบจัดหาปุ๋ย จากนั้น ธ.ก.ส. จึงจะโอนเงินค่าปุ๋ยให้ร้านค้า ตามใบจัดหาปุ๋ย

ในส่วนของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเช่น สหกรณ์การเกษตรกรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. สหกรณ์การเกษตร ร้านค้าองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ตลอดจนร้านค้าท้องถิ่น โดยคุณสมบัติร้านที่ขึ้นทะเบียนจำหน่ายปุ๋ยมีดังนี้ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมาย มีสถานที่ตั้งของกิจการอยู่ในพื้นที่ดำเนินงานของ ธ.ก.ส. และต้องได้รับอนุญาตการจำหน่ายปุ๋ยจากกรมวิชา การเกษตร มีความมั่นคงโดยต้องดำเนินกิจการมาไม่น้อยกว่า 1 ปี และจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพและปริมาณครบถ้วนตามมาตรฐานของคณะกรรมการวิจัยและ พัฒนากรมวิชาการเกษตร (กวก.) อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกรและอำนวยความสะดวกในการใช้บริการ ธ.ก.ส. ได้มีการขึ้นทะเบียนร้านค้าปุ๋ยในท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติครบถ้วนจำนวนกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 พฤษภาคม 2554, 18:25 น.

ชี้ขายข้าวสต๊อก ขัดมติครม. เมินคำสั่งมาร์ค

Published พฤษภาคม 26, 2011 by SoClaimon

2 พฤศจิกายน 2553, 19:00 น.
ชี้ขายข้าวสต๊อก ขัดมติครม. เมินคำสั่งมาร์ค – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123815

“พรทิวา-ไตรรงค์” เทขายข้าวสต๊อกรัฐบาล 3.16 ล้านตัน ส่อขัดมติ ครม. หลังให้ผู้ซื้อเลือกคลังสินค้าเอง ทั้งที่มติ ครม.ให้กำหนดขายเป็นรายคลัง แถม รมว.พาณิชย์ ยังเมินคำสั่งระงับการขายของ “มาร์ค” ชงเรื่อง กขช.ลุยขายเพิ่มอีก 1.5 แสนตัน…

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า การอนุมัติขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค. 53 รวม 3.16 ล้านตัน อาจขัดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 52 ที่กำหนดให้การระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลจะต้องกำหนดเป็นรายคลังสินค้าแล้วระบายออก แต่การจำหน่ายของกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะคณะทำงานด้านการระบายข้าวสาร กำหนดให้ผู้ส่งออกที่ได้รับการอนุมัติขาย สามารถเลือกคลังสินค้าที่ต้องการได้เอง ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ทำให้ได้ราคาขายไม่เหมาะสมกับคุณภาพข้าวแท้จริง เพราะแม้จะมีการกำหนดราคาเกณฑ์กลางในการอนุมัติขาย แต่ก็ยังต่ำอยู่ดี และเมื่อผู้ได้รับอนุมัติการขายไปเลือกคลังสินค้าเอง ก็จะเลือกคลังที่คุณภาพข้าวดีที่สุดไป ทั้งที่ตามความเป็นจริง คลังที่มีการเก็บข้าวในสภาพดี รัฐจะสามารถขายได้ราคาสูง ไม่ใช่ได้ราคาเหมือนกันทุกคลัง

นอกจากนี้ การอนุมัติขายข้าวสต๊อกรัฐบาลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 53 รวม 145,223 ตัน อาจขัดกับมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ระงับการระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล เพราะเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่กระทรวงพาณิชย์ ลงนามโดยนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กลับเสนอเรื่องการระบายข้าวดังกล่าวให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ลงนามอนุมัติการจำหน่าย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 พฤศจิกายน 2553, 19:00 น.

ปลอบใจกองถ่ายฝรั่ง เว้นค่าใช้พื้นที่ราชการ

Published พฤษภาคม 22, 2011 by SoClaimon

1 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.
ปลอบใจกองถ่ายฝรั่ง เว้นค่าใช้พื้นที่ราชการ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123323

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เตรียมเสนอครม.อนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมการเข้าพื้นที่ของส่วนราชการเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ รวม 7 หน่วยงานเป็นเวลา 3 ปี มีเงื่อนไขยังต้องวางเงินประกันความเสียหายให้แก่หน่วยงานตามระเบียบที่กำหนดไว้เดิม…

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์แห่งชาติ จะเสนอ ครม.อนุมัติให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการเข้าพื้นที่ของส่วนราชการเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ รวม 7 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมศิลปากร กรมธนารักษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย และการท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็นเวลา 3 ปี โดยมีเงื่อนไขยังต้องวางเงินประกันความเสียหายให้แก่หน่วยงานตามระเบียบที่กำหนดไว้เดิม

ทั้งนี้ จากเหตุความไม่สงบทางการเมืองไทยช่วงเดือนพ.ค.53 ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติอย่างมาก โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยและความไม่สะดวกในการใช้ไทยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ ดังนั้น เพื่อเยียวยาหรือบรรเทาอุปสรรคและให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีความจริงใจในการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย ซึ่งจะเกิดผลดีต่อการสร้างงานและส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย จึงเสนอเรื่องนี้เข้าครม.

โดยปี 52 ไทยมีรายได้จากภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทยมูลค่ากว่า 800ล้านบาท แต่ปีนี้ลดลงมากเพราะมีการยกเลิกการถ่ายทำในไทยหันไปใช้ประเทศอื่นแทน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

อาเซียนถกแก้อาหารแพง หวั่นกระทบค่าครองชีพ

Published พฤษภาคม 6, 2011 by SoClaimon

4 พฤษภาคม 2554, 19:00 น.
อาเซียนถกแก้อาหารแพง หวั่นกระทบค่าครองชีพ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_169012

“ไตรรงค์” นำทีมไทยร่วมประชุมเออีซี เคาน์ซิล เล็งถกแนวทางแก้ปัญหาราคาอาหาร-โภคภัณฑ์โลกสูงขึ้น จนกระทบค่าครองชีพชาวอาเซียน พร้อมติดตามความคืบหน้าการเป็นประชาคมเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี เคาน์ซิล) ครั้งที่ 5 ในระหว่างการประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย วันที่ 4-5 พ.ค.นี้ โดยประเด็นสำคัญที่จะหารือคือ ราคาสินค้าอาหารและโภคภัณฑ์ที่มีแนวโน้มราคาสูงขึ้นในขณะนี้ จนกระทบกับค่าครองชีพของประเทศอาเซียนเป็นอย่างมาก ซึ่งอาเซียนจะหารือว่าจะมีแนวทางและมาตรการในการดูแลเรื่องนี้ อย่างไร

นอกจากนี้ จะติดตามความคืบหน้าการดำเนินการไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 4 ปี ซึ่งแต่ละประเทศจะนำเสนอปัญหาและอุปสรรคในการเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่การเป็น เออีซี เพื่อให้การเป็นเออีซี เป็นไปตามเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงจะหารือถึงการผลักดันให้อาเซียนสามารถสรุปการจัดทำการเปิดเสรีสินค้า บริการชุดที่ 8 ภายใต้ความตกลงการค้าบริการให้ได้เร็วที่สุด เพื่อให้การเปิดเสรีมีความคืบหน้า จากปัจจุบัน ที่ทยอยเปิดเสรีมาแล้ว 7 ชุด

สำหรับในส่วนของตนจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ กับกรรมาธิการการค้าสหภาพยุโรป โดยจะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและของโลก โดยเฉพาะในประเด็นที่จะมีผลต่อการรวมตัวทางเศรษฐกิจในอาเซียนและสหภาพยุโรป รวมทั้งแนวทางในการอำนวยความสะดวกระหว่างกัน พร้อมกันนั้น ไทยจะหารือถึงสองฝ่าย (ทวิภาคี) กับสหภาพยุโรป และมาเลเซียด้วย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 พฤษภาคม 2554, 19:00 น.

มาร์คแก้ปัญหาปุ๋ยแพงไม่ตก

Published พฤษภาคม 6, 2011 by SoClaimon

4 พฤษภาคม 2554, 19:00 น.
มาร์คแก้ปัญหาปุ๋ยแพงไม่ตก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_169034

“อภิสิทธิ์”กุมขมับแก้ปัญหาปุ๋ยแพงไม่ตกผนึก หลัง ครม.เด้งกลับโครงการปุ๋ยสั่งตัด 2 รอบมีข้อเสนอให้ลดดอกเบี้ยช่วยแทนหวังประหยัดงบประมาณ รอเคาะครั้งสุดท้ายวันที่ 6 พ.ค.นี้…

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพง ว่า ที่ประชุมได้พิจารณารายละเอียดของโครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร หลังจากที่การประชุมครม.นัดสุดท้ายเมื่อค่ำคืนวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่อนุมัติโครงการ เนื่องจากมีข้อเสนอว่าหากไม่ใช้วิธีการชดเชยงบประมาณให้ผู้ประกอบการปุ๋ยในราคาตันละ 1,500 บาท แต่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยให้เกษตรกรในอัตราที่จูงใจ เพื่อนำไปซื้อปุ๋ยเคมีได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมครั้งนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดทั้งหมด เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ค.นี้ สำหรับโครงการปุ๋ยสั่งตัดฯ มีหลายคนแสดงความเป็นห่วงว่าหากให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด จะทำให้บรรดาร้านค้าปุ๋ยรายย่อยที่มีอยู่เป็นหมื่น ๆ ร้านค้าทั่วประเทศอาจได้รับผลกระทบได้ เพราะเชื่อว่าเกษตรกรจะเข้าร่วมโครงการใช้ปุ๋ยสั่งตัดฯแน่นอน

ขณะที่หลายคนก็ไม่มั่นใจในการดำเนินการของพ่อค้าปุ๋ย รวมถึงข้อเสนอของการให้สินเชื่อกับเกษตรกร โดยมีดอกเบี้ยต่ำมากเป็นพิเศษนั้น ก็ยังไม่สามารถกำหนดอัตราที่เหมาะสมได้ เพราะการนำเรื่องของดอกเบี้ยต่ำเข้ามาทดแทนโครงการปุ๋ยสั่งตัดฯ จำเป็นที่ต้องคิดดอกเบี้ยที่จูงใจ ซึ่งมีข้อเสนอให้กำหนดดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) ลบ 3% หรือลบ 5% จากปัจจุบันที่เอ็มอาร์อาร์อยู่ที่ 7%

ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งหารือกับผู้ประกอบการปุ๋ยเพื่อกำหนดเพดานราคาปุ๋ยในโครงการปุ๋ยสั่งตัดทั้ง 5 สูตร เพื่อให้แต่ละสูตรมีเพดานเพียงราคาเดียว จากที่ผู้ประกอบการได้เสนอข้อมูลต้นทุนการผลิตปุ๋ยที่แตกต่างกันในแต่ละสูตร ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องเฉือนเนื้อเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด

ขณะที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งหารือกับผู้ประกอบการปุ๋ยเพื่อพิจารณาต้นทุนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางให้ชัดเจน เพื่อนำมาคำนวณกำหนดราคาเพดานปุ๋ยสั่งตัดในแต่ละสูตรทั้ง 5 สูตรตามต้นทุนจริง ช่วยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้ใช้ปุ๋ยในราคาที่เหมาะสม โดยรัฐจะชดเชยส่วนต่างให้ผู้ประกอบการ ก.ก.ละ 1.50 บาท หรือใช้งบประมาณ 2,250 ล้านบาท ซึ่งปุ๋ยถือเป็นต้นทุนของเกษตรกรถึง 60% และให้กระทรวงการคลัง ไปหารือกับ ธ.ก.ส.เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยต่ำที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปุ๋ยสั่งตัด โดยมีวงเงินสินเชื่อประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยรัฐจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าโครงการปุ๋ยสั่งตัดเป็นโครงการที่ทำให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและช่วยประเทศชาติได้มากที่สุด

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.นัดสุดท้ายได้ตั้งคำถามว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องปุ๋ยขึ้นราคาได้อย่างไร โดยโครงการปุ๋ยสั่งตัดฯเป็นเพียงตัวเลือกหนึ่งเท่านั้นและจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ โดยนายกฯได้ยืนยันในครม.ว่าเรื่องปุ๋ยแพงเป็นปัญหาที่สำคัญที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดโดยไม่สามารถปล่อยให้ปัญหาไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ได้ จึงมอบหมายให้รองนายกฯทั้ง 3 คน คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี และพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ไปร่วมกันหาข้อสรุปให้ได้ภายในสัปดาห์นี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 พฤษภาคม 2554, 19:00 น.

ชง ครม.​คลอด​แผน​ส่งเสริม​เอส​เอ็ม​อี​ไทย

Published เมษายน 29, 2011 by SoClaimon

29 เมษายน 2554, 05:45 น.
ชง ครม.​คลอด​แผน​ส่งเสริม​เอส​เอ็ม​อี​ไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167605

สสว.เล็งชง ครม.​คลอด​แผน​ส่งเสริม​เอส​เอ็ม​อี​ไทย ปั้น​เถ้าแก่​หน้า​ใหม่ 2.5 แสน​ราย​ใน​อีก 5 ปี พร้อมเร่งพัฒนา​ขีด​ความ​สามารถ​การ​แข่ง​ขัน ทั้ง​เศรษฐกิจ​สร้างสรรค์และศิลปวัฒนธรรม…

นาย​ยุทธ​ศักดิ์ สุภสร ผู้​อำนวยการ​สำนักงาน​ส่งเสริม​วิสาหกิจ​ขนาด​กลาง​และ​ขนาด​ย่อม (สสว.) เปิด เผย​ว่า ที่​ประชุม​คณะ​กรรมการ​ส่งเสริม​วิสาหกิจ​ขนาด​กลาง​และ​ขนาด​ย่อม ที่​มี​นาย​ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รอง​ นายกรัฐมนตรี​เป็น​ประธาน เห็น​ชอบ​แผน​ส่งเสริม​วิสาหกิจ​ขนาด​กลาง​และ​ขนาด​ย่อม​ฉบับ​ที่ 3 ปี 2555-2559 โดย​จะ​ส่ง​ให้ ครม.​พิจารณา​ต่อ​ไป ซึ่ง​ตาม​แผน​มี​เป้าหมาย​ให้​วิสาหกิจ​ขนาด​กลาง​และ​ขนาด​ย่อม (เอส​เอ็ม​อี) จดทะเบียน​นิติบุคคล​เพิ่ม​ขึ้น​ไม่​น้อย​กว่า 250,000 ราย​ ภายใน​ปี 2559 จาก​ปัจจุบัน​มี 2.89 ล้าน​ราย และ​ให้​เอส​เอ็ม​อี​จำนวน 30,000 ราย ได้​รับ​การ​พัฒนา​ขีด​ความ​สามารถ​การ​แข่ง​ขัน ทั้ง​เศรษฐกิจ​สร้างสรรค์ ศิลปวัฒนธรรม การ​สร้าง​ราย​ได้​ให้​ประเทศ การ​ใช้​วัตถุดิบ​ใน​ประเทศ เป็นต้น

“หาก​ สสว.​สามารถ​พัฒนา​เอส​เอ็ม​อี​ให้​เดิน​หน้า​ได้​ตาม​แผน​เอส​เอ็ม​อี​ ฉบับ​ที่ 3 เชื่อ​ว่า​ภายใน​อีก 5 ปี ข้าง​หน้า จะ​ทำให้​มูลค่า​ผลิตภัณฑ์​มวล​รวม​ของ​เอส​เอ็ม​อี​มี​สัดส่วน​เพิ่ม​ขึ้น​อีก 3% เป็น 40% ของ​ผลิตภัณฑ์​มวล​รวม​ภายใน​ประเทศ (จี​ดี​พี) จาก​ปัจจุบัน​อยู่​ที่ 37.1% หรือ 3.74 ล้าน​ล้าน​บาท และ​เพิ่ม​มูลค่า​การส่ง​ออก ​ของ​เอส​เอ็ม​อี​ได้​มาก​ถึง 35% ของ​มูลค่า​การ​ส่ง​ออก​รวม​ทั้ง​ประเทศ จาก​ปัจจุบัน​อยู่​ที่ 28.4% แต่​แผน​นี้​จะ​สำเร็จ​ได้ ขึ้น​อยู่​กับ​จัด​ทำ​ฐาน​ข้อมูล​เอส​เอ็ม​อี​ให้​มี​ข้อมูล​ที่​สมบูรณ์ครบถ้วน การ​ทบทวน ปรับปรุง​และ​ผลัก​ดันกฎหมายสิทธิ​ประโยชน์​ที่​เกี่ยวข้อง รวม​ทั้ง​ต้อง​ได้​รับ​การ​จัดสรร​เงิน​งบประมาณ​ที่​เพียงพอ ขณะ​เดียวกัน​ ทุก​หน่วย​งาน​ทั้งที่​เกี่ยวข้อง​ต้อง​บูรณาการ​ร่วม​กัน​ที่​จะ​นำ​แผน​นี้​ไป​เป็น​แนวทาง​ปฏิบัติ​ได้”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 เมษายน 2554, 05:45 น.

“ไตรรงค์” ชี้ปุ๋ยสั่งตัดลดการสูญเสียได้ปีละหมื่นล้านบาท

Published เมษายน 29, 2011 by SoClaimon

27 เมษายน 2554, 20:00 น.
“ไตรรงค์” ชี้ปุ๋ยสั่งตัดลดการสูญเสียได้ปีละหมื่นล้านบาท.

Pic_167295

“ไตรรงค์” เผย ปุ๋ยสั่งตัด แบ่งออกเป็น10 สูตร เตรียมเสนอราคาที่ชัดเจนต่อครม.สัปดาห์หน้า คาดใช้เงิน 2,250 ล้านบาท  ชี้แก้ปัญหาปุ๋ยที่สูญเสียปีละไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาทได้

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี. รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเสนอโครงการปุ๋ยสั่งตัดให้ที่ประชุมคณะ รัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นจะแบ่งออกเป็น 10 สูตร โดยจะเสนอราคาของแต่ละสูตรออกมาให้ชัดเจน  คาดใช้เงินทั้งส้ิน 2,250 ล้านบาท โดยคำนวณจากการชดเชยให้กก.ละ 1.50 บาท ในปริมาณปุ๋ย 1.5 ล้านตัน โดยแนวคิดของโครงการปุ๋ยสั่งตัดวนั้นได้มีหน่วยงานทั้งกรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร และนักวิจัยหลายคนเคยทดลองทำได้ผลมาแล้วใน 20 จังหวัด เพียงแต่รัฐบาลไม่ได้นำมาใช้ เมื่อนำมาเสนอตนเองจึงรับมาดำเนินการทันที

“ทุกวันนี้เกษตรกรไทยใช้ปุ๋ย แต่ละสูตรมากเกินไปถึง 40-50 สูตร สูญเสียโดยใช้เหตุถึง 50% คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี และการใช้สูตรปุ๋ยไม่ตรงกับความต้องการของผิวดิน ยังทำให้ดินเสีย ข้าวอ่อนแอ เช่น บางที่ได้ไนโตรเจนมากเกินไป จนเป็นเหตุหนึ่งให้เกิดเพลี้ยกระโดด ข้าวอ่อนแอ และเกิดน้ำเน่าเสียอีก” นายไตรรงค์ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการนี้ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนมาตลอดและเห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะหากปล่อยให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยแบบผิดๆต่อไป ผลผลิตท่ีออกมาก็จะไปสู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ เมื่อขายสินค้าเกษตรไม่ได้ก็ต้องขนไปทิ้งทะเล สุดท้ายก็ไม่มีใครอยู่ได้จึงต้องหันมาร่วมมือกันซึ่งการดำเนินการจะให้ บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยตามสูตรที่รัฐบาลกำหนด ส่งปุ๋ยไปยังแต่ละตำบลที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.)จะตั้งคลัง เก็บปุ๋ยไว้ ขณะที่เกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการประกันรายได้ก็มาซื้อปุ๋ยจากธ.ก.ส.ตามรา คาท่ีรัฐบาลตั้งไว้. ซึ่งราคาจะถูกกว่าท้องตลาด กก.ละ 1.50 บาท หากใครไม่เข้าโครงการก็ซื้อปุ๋ยแพงไปเพราะต่อไปราคาปุ๋ยก็ต้องปรับขึ้นตาม ต้นทุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 เมษายน 2554, 20:00 น.

นายกฯร่วมถกปัญหาค่าเงินอาเซียนปลายเดือนนี้

Published เมษายน 24, 2011 by SoClaimon

25 ตุลาคม 2553, 17:00 น.
นายกฯร่วมถกปัญหาค่าเงินอาเซียนปลายเดือนนี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_121661

นายอลงกรณ์ พลบุตร

“มาร์ค” ร่วมถกอาเซียน ที่เวียดนามส้ินเดือนต.ค. หาแนวทางแก้ปัญหาค่าเงินอาเซียนแข็งและแนวทางลดผลกระทบ พร้อมผลักดันอาเซียนไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในปี 58…

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 27-30 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียน ซัมมิต) ครั้งที่ 17 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยก่อนการประชุมผู้นำจะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ซึ่งมีตนเป็นผู้แทนฝ่ายไทย และการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (อาเซียน เคาน์ซิล) มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย โดยในการประชุมผู้นำอาเซียน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมการประชุมด้วย ซึ่งจะหารือถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกขณะนี้ว่าจะมีผลกระทบกับอาเซียนมาก น้อยเพียงใด โดยเฉพาะปัญหาค่าเงินในสกุลต่างๆ ของอาเซียนแข็งค่า และส่งผลกระทบต่ออาเซียนมาก นอกจากนี้ จะเร่งรัดการผลักดันอาเซียนไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในปี 58

“ผู้นำอาเซียนมีประเด็นเรื่องเศรษฐกิจโลกที่จะต้องคุยกันอยู่แล้ว และเรื่องค่าเงินถือเป็นเรื่องใหญ่ในตอนนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่คุยไม่ได้ ซึ่งอาเซียนคงจะหารือกันว่าแต่ละประเทศมีมาตรการในการบริหารจัดการค่าเงินแข็งค่าอย่างไร เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน และช่วยกันหาทางป้องกัน ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อ อาเซียน” นายอลงกรณ์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 ตุลาคม 2553, 17:00 น.
%d bloggers like this: