ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

พุดดิ้งข้าวมอลต์..ซอสลูกพลับ ขนมรสชาติใหม่ท้าทายผู้บริโภค กรกฎาคม 3, 2011

1 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
พุดดิ้งข้าวมอลต์..ซอสลูกพลับ ขนมรสชาติใหม่ท้าทายผู้บริโภค – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_182875

พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ.

“พุดดิ้งข้าว มอลต์กับซอสลูกพลับ” หรือ Rice Pudding and Persimmon sauce เป็นเมนูใหม่ ล่าสุดที่เกิดจากไอเดียของ “น้องนี” นางสาวภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาอุตสาหกรรมงานอาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ที่สามารถ การันตีความอร่อยด้วยรางวัลชนะเลิศ โครงการอาหารเพื่อสุขภาพจากผลิตภัณฑ์งานวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประเภท อาหารหวานและขนมหวาน

น.ส.ภัทราพิมพ์ เล่าว่า “พุดดิ้งข้าวมอลต์กับ ซอสลูกพลับ” เกิดแนวคิดมาจากขนมไทยคือ สังขยา แล้วนำมาดัดแปลงเพื่อรับประทานคู่กับ ซอสลูกพลับ โดยตัว ของพุดดิ้งได้นำข้าวมอลต์ ตามโครงการวิจัยของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก สาเหตุที่เลือกข้าวมอลต์ เนื่องจากในข้าวมอลต์มี วิตามินบี 1 และ วิตามินบี 2 สูงกว่า เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับข้าวทั่วๆไป

ภัทราพิมพ์ แซ่อึ้งภัทราพิมพ์ แซ่อึ้ง

สำหรับ ส่วนผสมของพุดดิ้ง ที่ต้อง เตรียมไว้ก่อนลงมือทำประกอบด้วย ข้าวมอลต์หุงสุก 40 กรัม ไข่ไก่ 10 กรัม (ชั่งน้ำหนัก) น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม กะทิ 10 กรัม ขนุนหั่นสี่เหลี่ยม 20 กรัม และ ใบเตย 10 กรัม ขั้นตอนการทำเริ่มจาก ตีไข่กับน้ำตาลปี๊บจนขึ้นฟู ใส่ใบเตยขยำลงไปด้วยกัน ใส่กะทิตีให้เข้ากัน แล้วจึงใส่ข้าว, ขนุน และ ส่วนผสมข้อในข้างต้นทั้งหมดลงไปในภาชนะ ก่อนจะนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที…

น้อง นี บอกอีกว่า ส่วนผสมของ ซอสลูกพลับ ประกอบด้วย ลูกพลับ 100 กรัม น้ำแอปเปิ้ล 90 กรัม ข้าว มอสต์สุก 40 กรัม ผงนัว (เบเกอรี่) 5 กรัม น้ำตาลทราย 20 กรัม และ น้ำมะนาว 12 กรัม วิธีการทำซอสลูกพลับนั้น เริ่มจากใส่น้ำแอปเปิ้ล, ลูกพลับ, ข้าวมอลต์สุก ลงเครื่องปั่นให้ละเอียด จาก นั้นเคี่ยวน้ำกับกระทะเทฟลอนใส่น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และ ผงนัว (เบเกอรี่) คนให้ เข้ากัน ในลูกพลับมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยลดความดัน แก้ไข้และเจ็บคอ ปวดท้องประจำเดือน จากสูตรและอัตราที่กำหนดปริมาณไว้ข้างต้นนั้น สามารถเสิร์ฟได้ 4 ที่

วัตถุดิบวัตถุดิบ

ด้วยความเป็นสากลของชื่อ พุดดิ้ง… แต่รสชาติแบบไทยๆ สามารถนำผลผลิตที่คิดค้น โดย สาว มทร.ธัญบุรี มา เป็นส่วนผสมเพิ่มคุณค่าให้กับ อาหารทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ ในการปรับประยุกต์ใช้ ส่วนผสมต่างๆเข้าด้วยกัน เกิดเป็นเมนูใหม่ สร้างสรรค์อาหารไทยให้ต่างชาติได้รู้จัก รสชาติคงความเป็นไทย

น.ส.ภัท ราพิมพ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ให้เป็นที่รู้กันด้วยว่า…“รสชาติของอาหารจะอร่อยขึ้นอยู่ กับ ผู้ปรุง ดังนั้น ควรใส่ใจลง ไปในอาหารแต่ละจานด้วย” และประสบการณ์ใน การแข่งขันตามเวทีก็สามารถ พัฒนาฝีมือได้ โดยนำผลงาน เข้าร่วมการแข่งขันตามเวทีต่างๆ เช่น แข่งขันการทำงาน THAILAND CHEFS COMPETITION 2010 แข่งขัน ประเภททีม ได้รับรางวัลเหรียญเงิน ในการแข่งขันการทำอาหารจากบัวของจังหวัดปทุมธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

ขั้นตอนการทำขั้นตอนการทำ

พุดดิ้งข้าวมอลต์กับซอสลูกพลับ อาหารหวานที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทย จากไอเดียของ “น้องนี” …สามารถนำไปสร้างอาชีพในยุคข้าวยากหมากแพงนี้… ซึ่งอาจจะทำแล้วรวยก็ได้…สนใจข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหาน้องนี 08-9524-0059 เวลากลางวันสะดวกที่สุด.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 1 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

tags:
พุดดิ้งข้าวมอลต์ ซอสลูกพลับ พุดดิ้ง ทำได้ไม่จน ไชยรัตน์ ส้มฉุน

 

ไดฟูกุ..ขนมญี่ปุ่นปรับสไตล์ เป็นโมจิสมุนไพร..อร่อยอย่างไทยๆ

17 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
ไดฟูกุ..ขนมญี่ปุ่นปรับสไตล์ เป็นโมจิสมุนไพร..อร่อยอย่างไทยๆ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179498

ขนมหวาน ของประเทศญี่ปุ่น…มักเรียกชื่อเดียวกันว่า “วากาชิ” มีมานานตั้งแต่ สมัยนะระ  หรือ ประมาณ 1,300 ปี มาแล้ว แต่มาเฟื่องฟูสุดๆ ใน ช่วงเอโดะ (ปี ค.ศ.1603-1867) โดยเฉพาะ เมืองเกียวโต และ โตเกียว ซึ่งแต่ละร้านแข่งกันทำขนมชนิดใหม่ๆ เช่น ยูคิโมจิ หรือ โมจิ และ ไดฟูกุ ออกมาเป็นต้นตำรับ…ขนมหวานประจำชาติ…!!

จุติภัค ยังโนนตาดจุติภัค ยังโนนตาด

ชาวญี่ปุ่นก็ไม่ได้กิน…ชากาชิ…กันบ่อยๆ เพราะเขานิยมรับประทานผลไม้กันมากกว่า ส่วน วากาชิ…จะเปิบเป็นของว่างและในโอกาสพิเศษ หรือมีพิธีการต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน หรือ พิธีชงชา ในการสร้างสรรค์ขนมวากาชินั้น  พ่อครัวหรือแม่ครัวมักจะมีแรงบันดาลใจมาจาก ธรรมชาติ ต้นไม้ ดอกไม้ หรือการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล  เช่น  ฤดูใบไม้ ร่วง จะทำ ขนมคิคุโกะโระโมะรูปดอกเบญจมาศ ส่วนฤดู หนาวก็ทำ ยูคิโมจิ หรือโมจิ และ ไดฟูกุ เป็นต้น

โมจิ  หรือ ไดฟูกุ เป็น ขนมอีกชนิดหนึ่งที่ทำจากข้าวเหนียว แล้วตัดเป็นก้อนๆ สามารถนำไปประยุกต์เป็นขนมอื่นๆได้อีกหลายชนิด โดยมีการนำมาผสมกับสมุนไพร หรือผลไม้ น.ส.จุติภัค ยัง- โนนตาด อยู่ที่ 88/15 ถนนเลียบทางด่วน  แขวงและเขตทุ่งครุ  กรุงเทพฯ เป็นผู้ที่คิดค้นสูตรขนมญี่ปุ่นให้มาเป็นสไตล์ไทยๆ บอกว่า ชื่นชอบที่จะทำ  ขนมญี่ปุ่นให้ออกมาในรูปแบบถูกปากคนไทย จึงทดลองไปเรียนรู้พยายาม  คิดค้นสูตรขนมไดฟูกุ  กระทั่งทุกอย่างลงตัว โดยมีส่วนผสมเตรียมไว้ กำหนดให้มี  แป้ง 40% และ  ไส้ 60%  ส่วนผสมหลักจาก แป้งข้าวเหนียว, แป้งมัน, เนยขาว และ  ส่วนผสมของไส้  ประกอบด้วย  งาดำ 50%, น้ำตาล 30%, ถั่ว 20%) ผงชาเขียว 5%, ถั่ว 50% น้ำตาล 30% และ น้ำมันพืช 15%

…ไส้สตรอเบอร์รี่ หรือ ราส-เบอร์รี่ ให้ล้างผ่านน้ำเย็น สะเด็ดน้ำ แล้วใช้กระดาษซับน้ำออกให้แห้ง ตัดขั้วออกให้เรียบร้อย เมื่อเย็นก็นำมาหุ้มผลไม้ไว้ ให้รอบ ส่วนไส้ถั่วแดงกวน ให้นำ ถั่วแดงไปบดให้ละเอียด ใส่ น้ำตาลทรายลงไป ผสม ก่อนจะนำหม้อตั้งไฟกลาง กวนจนแห้งข้นก็ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น แล้วปั้นเป็นลูกกลมๆ สำหรับทำไส้  หรือจะนำมาหุ้มผลไม้  เสร็จแล้วก็โรยแป้งที่คั่วแล้วหนาๆบนโต๊ะ…

ขั้นตอนการทำและส่วนผสมขั้นตอนการทำและส่วนผสม

จากนั้นก็มาทำตัวแป้งกัน ผสมแป้งข้าวเหนียว น้ำเปล่า และ น้ำตาลทราย รวมกันในภาชนะ คนพอแป้งละลายหมดไม่เหลือเป็นเม็ดแล้ว หากอยากให้มีสีสันก็ใส่สีต่างๆตามใจชอบ, สีม่วงจากดอกอัญชัน, สีส้มจากแครอท และสีเหลืองจากขมิ้น ฯลฯ ก่อนนำพลาสติกแร็บคลุมชามแป้ง แล้วนำเข้า ไมโครเวฟไฟสูงสุดประมาณ 1 นาที แล้วนำออกมาใช้ไม้พายแตะๆ หากยังเหลวอยู่ก็นำเข้าเวฟต่ออีกไม่เกิน 1 นาที  หรือจนแป้งมีลักษณะแห้งๆ ปุดๆ พองๆ ตรงกลาง ถือว่าใช้ได้… นำไปใส่ไส้ผสมกันเท่านี้ก็เปิบได้แล้ว

ขนมโมจิ และไดฟูกุขนมโมจิ และไดฟูกุ

สำหรับการใส่ไส้ที่หลากหลายให้ลิ้มลองรสชาติ เช่น เผือก งาดำ ใบเตย พุทราจีน ถั่วแดง ถั่วเหลือง ชาเขียว และ กาแฟ ผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุด คือ ไดฟูกุ ไส้สตรอเบอร์รี่ ใครสนใจอยากลองทานขนมโมจิและไดฟูกุ หรือ สนใจที่จะนำสูตรไปทำเพื่อเปิบ เองบ้าง หรือ ขายเลี้ยงชีพ  เขาก็ไม่หวงวิชา  จะสอนให้ฟรี สามารถ กริ๊งกร๊างหา จุติภัค 08-7455-3351,  08-1557-2421 ได้ทุกวันในเวลาที่เหมาะสม.
ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 17 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

tags:
ทำได้ไม่จน ไชยรัตน์ ส้มฉุน ไดฟูกุ ขนมญี่ปุ่น โมจิสมุนไพร วากาชิ

 

เชื่อมเยาวชนกับจักรกลเกษตร ขยายแปลงปลูกข้าวแก้นาหล่ม มิถุนายน 30, 2011

29 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

เชื่อมเยาวชนกับจักรกลเกษตร ขยายแปลงปลูกข้าวแก้นาหล่ม.

Pic_182388

ฝึกเยาวชนไถนา

นาเป็นหล่ม…ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง สาเหตุเนื่องจาก มีการทำนาตลอดทั้งปี โดยไม่หยุดพักหน้าดิน อีกทั้งรอบการทำนาที่ไม่ตรงกัน ทำให้ดินในแปลงนามีความชื้นอยู่ตลอด เมื่อนำเครื่องจักรกลลงปฏิบัติงาน ดินที่มีความชื้นและอ่อนตัวไม่สามารถรับน้ำหนักของเครื่องจักร ทำให้เกิดการติดหล่ม…

…ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ทั้งด้านต้นทุนค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร หากนำขึ้นจากหล่มไม่ถูกวิธี ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงถึง  20,000–60,000 บาท (กรณีแทรกเตอร์) เสียเวลาในการทำงาน และเสียเงินจ้างเครื่องจักรอื่นมาช่วยดึงขึ้นเป็น  จำนวนเงินถึง 300–1,000 บาท ต่อครั้งการทำงาน…

โอภาศ ธันวรชรโอภาศ ธันวรชร

นายโอภาศ  ธันวารชร  กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปเรชั่น จำกัด บอกว่า แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหานาหล่มให้กับเกษตรกร…ต้องพัฒนาทั้งคนและเครื่องจักร ได้สนับสนุนทุนและเครื่องจักรจำนวนหนึ่งให้กับ ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ  มหาวิทยาลัยเกษตร-ศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อใช้ใน การศึกษา หาวิธีแก้ไขปัญหานาหล่มอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรลดลง และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากการประกอบอาชีพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้จัด…โครงการส่งเสริมการขยายแปลงนา…เพราะเห็นว่าพื้นที่แปลงนาในภาคอีสานยังใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากมีพื้นที่ขนาดเล็กเพียง 1-2 งานต่อแปลง จึงเป็นอุปสรรคทำให้เครื่องจักรกลทำงานได้ช้าลง เมื่อเปรียบเทียบการไถพรวนในแปลงนาขนาดเล็ก 1 งาน กับแปลงนาขนาดใหญ่ 1 ไร่ พบว่าแปลงนาขนาดเล็กใช้เวลาไถพรวน 15 นาที ต้องกลับหัวงานบ่อยครั้ง ในการส่งเสริมการขยายแปลงนาแบบรักษาหน้าดินและไม่ทำให้หน้าดินสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ด้วยการลดพื้นที่คันนา ทำให้มีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น  10-15%  สามารถ ใช้งานเครื่องจักรกลได้เต็มประสิทธิภาพและรวดเร็ว ประหยัดค่าบำรุงรักษาและน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย

มาซาโทชิ คิมาตะมาซาโทชิ คิมาตะ

ด้าน นายมาซาโทชิ คิมาตะ กก.ผจก.ใหญ่ สยามคูโบต้าฯ บอกว่า ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ สยามคูโบต้าฯได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2529 โดยมุ่งเน้นสนับสนุนการศึกษาในด้านการเกษตรให้กับเยาวชน นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาและเกษตรกร ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมให้มี ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตร จาก ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างครบวงจร…โดย เฉพาะ  “โครงการค่ายยุวเกษตรกรสยามคูโบต้า”  เป็นการให้ความสำคัญกับเยาวชนในภาคการเกษตร ซึ่งจะกลายเป็นกำลังหลักในการพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคต ซึ่งเริ่มจัดค่ายขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยการคัดเลือกเยาวชนจากกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มลูกหลานเกษตรกร  นักศึกษาวิทยาลัยเกษตร  เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้ด้านการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตร  พร้อมแนะนำเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ สาธิตการใช้งานเครื่องจักรกล  เปิดโอกาสให้ฝึกปฏิบัติ และแก้ปัญหาจากการทำงานจริง นำ ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จในการทำการเกษตรและการสร้างเครือข่าย เพื่อความเข้มแข็งของยุวเกษตรกร ด้วยการร่วมคิดร่วมทำ…

สภาพนาหล่มสภาพนาหล่ม

และในปี พ.ศ.2553 เป็นต้นไป สยามคูโบต้าฯได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังนิสิตและนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กำลังศึกษาในคณะที่เกี่ยวข้องกับด้านวิชาเกษตร อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้  เป็นต้น

ปัจจุบันมี  เยาวชนกว่า 3,000 คน  ผ่านการเข้าค่ายยุวเกษตรกรสยามคูโบต้า ซึ่งจะได้รับความรู้ และทักษะการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรที่จำเป็นทุกขั้นตอนของการทำการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา เริ่มตั้งแต่การเตรียมแปลง การปลูก ดูแลรักษา กระทั่งเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น สร้างรายได้อย่างยั่งยืน..!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไช​ย​รัตน์ ส้ม​ฉุน
  • 29 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์..หมาสีแดง ราคาแพงระยับอันดับหนึ่งของโลก

28 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์..หมาสีแดง ราคาแพงระยับอันดับหนึ่งของโลก.

Pic_182125

ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ หมาสีแดงตัวนี้ราคา 45 ล้านบาท.

“สุนัข”…ประวัติศาสตร์โลกระบุว่าเป็น…เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ หากถูกตาต้องใจ…สนนราคาแพงเท่าไหร่ก็ต้องหาซื้อมาอยู่ในความครอบครองเพื่อเป็นเจ้าของจนได้…แม้ว่าหมาตัวนี้จะมี ราคาสูงถึง 45 ล้านบาท

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้…เศรษฐีเหมืองถ่านหิน…รายหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศจีนได้ซื้อ สุนัขที่ชื่อว่า…Big Splash หรือชื่อภาษาจีนว่า ฮง ตง (Hong Dong) ในราคา…สิบล้านหยวน หรือ ประ- มาณ 45,900,000 บาท..!!!
…Big Splash เป็นสุนัข สายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์…ขนสีแดง (Red Tibetan Mastiff) อายุเพียง 11 เดือน แต่ น้ำหนักปาเข้าไป 82 กิโล-กรัมแล้ว แถมมันยังกินจุอีกต่างหาก ในแต่ละวันมัน กินทั้งไก่ ทั้งเนื้อ เจ้าของยังปรนเปรอ ด้วยอาหารชั้นเลิศ ต่างๆ เช่น หอยเป๋าฮื้อ และตบท้ายในแต่ละ มื้อด้วย เหล้าชั้นดี…

หลายชีวิต…จึงขอนำเสนอภูมิประวัติของ…ทิเบตัน มาสทิฟฟ์…มันเป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ มีถิ่นอาศัยอยู่ทิเบต หรือ บริเวณเอเชียกลางไปถึงประ-เทศอินเดีย มีชื่อเรียกเฉพาะในภาษาท้องถิ่นว่า Do-khyi ซึ่งแปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เพื่อความปลอดภัยของบุคคลภายนอก เนื่องจาก อุปนิสัยที่หวงถิ่นฐานและดุร้ายมาก

รูปร่างลักษณะมีขนาดและน้ำหนักใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้ สูงกว่า 80 เซนติเมตร หนักมากกว่า 110 กิโลกรัม ขนาดความสูงตัวมาตรฐาน 61-72 เซนติเมตร ขนสองชั้นและยาว เพื่อป้องกันความหนาวเย็น พวกมันเป็น 1 ในสายพันธุ์สุนัขที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก มาร์โคโปโล (Marco Polo)

เคยบันทึกการพบเห็นสุนัขพันธุ์นี้ไว้ว่า “พวกมันสูงเท่าลา และมีเสียงดังดุจสิงโต” เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ สุนัขดุร้ายที่สุดในโลก…ในสมัยอดีตบุคคลประวัติศาสตร์ที่เคยครอบครองสุนัขพันธุ์นี้เป็นเจ้าของ ได้แก่ สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร และยังเป็นสุนัขคู่กายของ เจง กีส ข่าน ขุนศึกแห่งมองโกเลีย ตลอดเวลาที่ออกศึกสงครามเพื่อไล่ล่าศัตรู…

ชาวทิเบต…ในเวลาที่นำจามรีและแกะไปเลี้ยงในทุ่งกว้าง จะพา…ทิเบตัน มาสทิฟฟ์ ไปด้วยทุกครั้ง มักกล่าวชื่นชมพวกมันว่า…กล้าหาญ และ แข็งแกร่ง มีรูปร่างและ พลังมหาศาลจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเข้ามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว

ปัจจุบัน  ประเทศจีนห้ามส่งออกทิเบตัน มาสทิฟฟ์ และประกาศให้เป็น สัตว์สงวนของชาติ ส่วนที่ ประเทศอังกฤษ มีสุนัขพันธุ์นี้อยู่ ประมาณ 300 ตัว โดยที่ลูกสุนัขแต่ละตัวขายราคาประมาณ 850-1,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 41,000-48,000 บาท

เศรษฐีชาวจีน มักนิยมหามาไว้ในครอบครอง…เนื่องจากมันเป็นสุนัขที่แสดงถึงความร่ำรวย ส่วนลูกสุนัขขายในราคาราว 5 หมื่นบาท…สำหรับ ประเทศไทย ปัจจุบันมีคนเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ไม่ถึง 20 ราย สนน ราคาขายกันที่ 1 แสนบาท หรือ สูงถึง 1 ล้านบาท…

ลักษณะของสีอื่นๆ.ลักษณะของสีอื่นๆ.

ผู้เพาะพันธุ์เจ้า Big Splash บอกว่า มันเป็นตัวอย่างของสุนัขสายพันธุ์ทิเบตัน มาสทิฟฟ์อย่างดี และค่าตัวมหาศาลของมันในวัย 11 เดือน

ตัวนี้จริงๆแล้วก็ถือว่าเหมาะสมแบบสุดๆ เพราะกว่าจะเลี้ยงมันมาจนขายในราคา 10 ล้านหยวนได้ขนาดนี้ ก็ต้องควักจ่ายเงินเดือนลูกน้องหรืออาหารไปหลายอยู่

หากเจ้าของสุนัขตัวเมียอยากให้  Big Splash ไปผสมพันธุ์ เจ้าของปัจจุบันของ Big Splash คิดเงินกับ เจ้าของสุนัขตัวเมีย ได้เลยเต็มที่ถึงครั้งละประมาณ 10,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 486,000 บาท…เท่านั้นเอง.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไช​ย​รัตน์ ส้ม​ฉุน
  • 28 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

นพค.11ปฏิบัติ “เศรษฐกิจพอเพียง” สร้างศูนย์ต้นแบบนำความรู้สู่ชุมชน มิถุนายน 23, 2011

22 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
นพค.11ปฏิบัติ “เศรษฐกิจพอเพียง” สร้างศูนย์ต้นแบบนำความรู้สู่ชุมชน.

Pic_179236

ดร.นันทนา นันทวโรภาส นำนักศึกษาปริญญาเอกดูงานของ นพค.11 จ.กาญจนบุรี.

เศรษฐกิจพอเพียง…ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ที่น้อมนำมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมนั้น จำเป็นต้องมีความตั้งใจ ตั้งมั่น เพื่อให้เกิดความสำเร็จ…ดังเช่น หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 11 (นพค.11) สังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี มี พันเอกนพดล ปิ่นทอง เป็นผู้บังคับหน่วย ได้ดำเนินการจัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง” โดยมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบในการยึดถือเพื่อประกอบอาชีพตามวิถีพอเพียงของชาวบ้านในพื้นที่

พ.อ.นพดล ปิ่นทองพ.อ.นพดล ปิ่นทอง

พ.อ.นพดล ปิ่นทอง บอกว่า… ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ตั้งอยู่ในเนื้อที่ 3 ไร่เศษ บริเวณหน้าที่ทำการหน่วยถูกจัดแบ่งพื้นที่อย่างเป็นระบบตามหลัก…เกษตรทฤษฎีใหม่ มาดำเนินการปลูกพืชผักสวนครัว ทำนาข้าวและขุดบ่อเลี้ยงปลาแล้ว ยังเจียดที่ส่วนหนึ่งทำบ่อหมักปุ๋ยชีวภาพ โดยใช้ เศษหญ้า เศษไม้ และมูลสัตว์ผสมด้วยสารเร่งเพื่อการย่อยสลายการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพ เพื่อใช้เองภายในหน่วย การผลิตน้ำส้มควันไม้ สร้างโรงงานปุ๋ยอัดเม็ด ส่วนพืชที่ปลูกในแปลง เป็นพืชผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด สะเดา นาข้าว มีบ่อจำนวน 2 บ่อ สำหรับเลี้ยงปลากินพืช จำพวก ปลานิล ปลาไน ปลาดุก ปลาตะเพียน โดยทาง หน่วย นพค.11 ผสมเทียมแล้วเพาะพันธุ์เอง และยังเพิ่มเติม โครงการพลังงานทดแทน โดยใช้กังหันปั่นเป็นพลังงานไฟฟ้า และ จักรยานปั่นรดน้ำต้นไม้แทนแรงงานคน

“ผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่จะนำมาประกอบอาหารเลี้ยงกำลังพลในหน่วย ไม่ต้องซื้อ จะได้ประหยัดงบประมาณ แล้วเราก็ได้รับประทานพืชผักปลอดสารพิษด้วย หากเหลือก็จะขายบ้างแต่ไม่มากนัก ตอนนี้รายได้จากการขาย ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท ซึ่งเงินที่ได้ก็จะนำมาเป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรมของศูนย์ นับเป็นอีกก้าวของการพัฒนาในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายในหน่วย และชาวบ้านในพื้นที่ยังได้มาดูงานแล้วนำไปใช้ได้เองอีกด้วย” พ.อ.นพดลกล่าว

อนันต์ เดชอนันตชาติอนันต์ เดชอนันตชาติ

ผลงานนี้ยังได้ขยายออกไปสู่ชุมชนและผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว โดยการทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรในพื้นที่ ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่ชื่อว่า “โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท” ของ นายอนันต์ เดชอนันตชาติ บอกว่า จากการไปดูงานของ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จึงนำมาดำเนินการทำแบบรอบคอบ ไม่รีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับได้แบ่ง พื้นที่จำนวน 10 ไร่ ทำสวนผักปลอดสารพิษ ซึ่งพืชผักที่ปลูกส่วนใหญ่จะเน้นผักพื้นบ้านและผลไม้หลายชนิด อาทิ ผักหวานป่า ผักหวานบ้าน ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักบุ้ง ตำลึง กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร ฟาร์มเห็ดโคนญี่ปุ่น มะละกอ ฯลฯ

“พืชผักที่ใช้เป็นเมนูอาหารให้บริการแขกที่มาพักเป็น ผักปลอดสารพิษ 100% ซึ่งเป็นผลงานของพนักงานและชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงมาเพาะปลูก ตลอดจนการดูแลรักษา โดยจะว่าจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 6,000-7,000 บาท และยังมีส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตให้กับทางรีสอร์ทอีกด้วย ซึ่งแต่ละคนมีรายได้เพิ่มเดือนละ ไม่ต่ำกว่า 7,000 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าพืชผักที่ปลูกให้ผลผลิตดีมาก ก็มีรายได้มาก แต่ถ้าดูแลไม่ดีผักเสียหายให้ผลผลิตน้อย รายได้ย่อมลดลง แต่เงินเดือนก็ยังได้ตามปกติ” นายอนันต์กล่าว

สวนเกษตรปลอดสารพิษผลิตอาหารปลอดภัย.สวนเกษตรปลอดสารพิษผลิตอาหารปลอดภัย.

ใครสนใจไปศึกษาดูงานของ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือลองแวะไปสัมผัสสวนเกษตรในรีสอร์ทอิงธรรมชาติ “โยโกะ ริเวอร์แคว รีสอร์ท” กริ๊งกร๊างหาอนันต์ 0-3459-1414, 08-1611-0087 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 22 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

วิจัยเพิ่มคุณภาพ..สารชีวภาพ ลดต้นทุน..ผลิตอาหารปลอดภัย มิถุนายน 21, 2011

20 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
วิจัยเพิ่มคุณภาพ..สารชีวภาพ ลดต้นทุน..ผลิตอาหารปลอดภัย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180175

การทดลองในห้องแล็บ.

ปัจจุบัน…เกษตรกรยังประสบปัญหา ราคาพืชผลตกต่ำ แต่ต้นทุนการผลิตทั้ง…ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยยูเรีย ปุ๋ยอินทรีย์ เคมี ปุ๋ยผสม มีราคาเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังถูกหลอกให้ ซื้อปุ๋ยปลอม หรือปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน และ มีอินทรียวัตถุต่ำ กว่าที่…กรมวิชาการเกษตร กำหนด…รวมทั้ง ปัญหาสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์

ภาครัฐ…ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อเร่งหาทางแก้ไข ลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมี ลดปริมาณการใช้ ยาฆ่าแมลงที่มาจากสารเคมี และหาสารอินทรีย์ที่ให้ประโยชน์มาทดแทน…โดยมี อาจารย์ศรัณย์กร พงษ์รัตน์ภัชกุล นักวิชาการด้านการเกษตรและอาหาร ได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลเรื่องเกี่ยวกับ การตรวจสอบปุ๋ยที่มีมาตรฐานต่ำกว่า ที่กำหนดของ กรมวิชาการเกษตร  และ ช่วยกวดขันปุ๋ยปลอมปน รวมทั้ง งานทดลองวิจัยเพื่อหามาตร-ฐานการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพในราคาที่ถูกลง…. รวมทั้งยังหาสาร กำจัดศัตรูพืชป้องกันโรคและแมลง มาทดแทนสารเคมี…

อ.ศรัณย์กร บอกว่า ทาง กรมวิชาการเกษตรได้ผลิตสารชีวภาพ และ ปุ๋ย ได้แก่ ไรโซเบียม และ ไมคอร์ไรซา แต่ยังไม่สามารถเพิ่มคุณภาพให้สามารถยืดอายุใช้งาน หรือเก็บไว้ใช้ได้อย่างง่ายขึ้น จึงนำมาเข้าห้องแล็บ เพื่อลงมือทดลองใน  เชิงวิจัยศึกษา เพิ่มเติมอย่างละเอียด โดยเริ่มจาก…ไมคอร์ไรซา ซึ่งอยู่ในกลุ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยทำให้ธาตุอาหารพืชในดิน ละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น มีประโยชน์ต่อการช่วยป้องกันการ ติดเชื้อโรคทางระบบรากของกล้าไม้และต้นไม้ ช่วยทำให้ระบบรากของต้นไม้มี ความแข็งแรง มีอายุยืนยาวนาน ทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงแห้งแล้ง เช่น ร้อนจัด หนาวจัด สารพิษในดิน ความเป็นกรดหรือด่างที่มากหรือน้อยเกินไป

อ.ศรัณย์กร พงษ์รัตน์ภัชกุลอ.ศรัณย์กร พงษ์รัตน์ภัชกุล

อ.ศรัณย์กร บอกอีกว่า อีกตัวหนึ่งคือ ไรโซเบียม เป็น บักเตรีชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน มี ความสามารถพิเศษในการเข้าสร้างปมที่รากพืชตระกูลถั่ว ได้ ตัวไรโซเบียมมีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีรูปร่างเป็นแท่งยาว เมื่อเจริญเติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ แต่รูปจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างเมื่ออาศัยอยู่ในปมถั่ว โดยวิธีการผลิตเชื้อไรโซเบียม ให้คลุกเชื้อกับเมล็ด ให้นำเมล็ดถั่วที่ต้องการปลูกใส่ลงในภาชนะ ใส่สารที่ช่วยให้เชื้อติดเมล็ด เช่น น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และน้ำ ลงไปบนเมล็ด อัตราที่กำหนดใน ถั่วเหลือง 10 กก. หรือถั่วลิสง 15 กก. หรือ ถั่วเขียว 5 กก. เชื้อ ไรโซเบียม 200 กรัม หรือ 300 ลบ.ซม. เท่ากันหมด แล้วกวนเบาๆให้เมล็ดเปียกทั่วกัน ใส่เชื้อไรโซเบียมลงไป คนเบาๆ จนกระทั่งเมล็ดมีผงเชื้อติดอย่างสม่ำเสมอ เท่านี้สามารถนำไปเพิ่มผลผลิตถั่วหรือพืชอีกหลายชนิด…

จากนั้นนำไปให้เกษตรกรหลายรายทดลองใช้แล้วปรากฏว่าได้ผลดี โดยแปลงมันสำปะหลังของ นายแต้ม นามเจริญ ที่อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ที่ผ่านมาเจอสภาวะแห้งแล้ง และเพลี้ยแป้งระบาดอย่างหนัก หลังจากการใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ สภาพแปลงมันสำปะหลังเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน และถึงเวลาเก็บเกี่ยว ได้ผลผลิต กว่า 8 ตันต่อไร่ อีกทั้งยังพบว่า… ปัญหาเรื่อง เพลี้ยแป้ง เพลี้ยกระโดด หนอนม้วนใบ หน้า ยางตายนึ่ง หอยเชอร์รี่ ลดลงไปมาก…

ในแปลงปลูกของเกษตรกร.ในแปลงปลูกของเกษตรกร.

อีกแปลงทดลองหนึ่งเป็นของ พันเอกเสรี ภู่กฤษณา ข้าราชการบำนาญมาทำนา 30 ไร่ อยู่ที่ ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง บอกว่า เมื่อเริ่มหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพตามคำแนะนำของ อ.ศรัณย์กร ผลปรากฏว่า ปลูกข้าวเฉลี่ย 10 ไร่ ได้ผลผลิต 11 เกวียน ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 3 เดือนเศษ เสียต้นทุนทั้งสิ้นประมาณเท่ากับไร่ละพันกว่าบาทเท่านั้น

เกษตรกรหรือผู้สนใจแต่ยังไม่เข้าใจวิธีการใช้  เทคนิคการเพิ่มผลผลิต อาหารปลอดภัย หรือต้องการผลิตภัณฑ์ กริ้๊งกร๊างหา อ.ศรัณย์กร 08-4652-7888, 08-7548-9458 และ 08-1641-5042 เช้าถึงเวลาค่ำสะดวกที่สุด.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 20 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

วาฬบรูด้า..ในอ่าวไทย ทช.ต้ังชื่อ..ส้มตำกับข้าวเหนียว มิถุนายน 15, 2011

14 มิถุนายน 2554, 05:05 น.
วาฬบรูด้า..ในอ่าวไทย ทช.ต้ังชื่อ..ส้มตำกับข้าวเหนียว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_178673

วาฬบรูด้าในอ่าวไทย.

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 54 ที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้สำรวจพบ…วาฬบรูด้าบริเวณอ่าวไทยตอนบน จากนั้นจึงรายงานให้ ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ออกไปสำรวจ ก่อนจะเผยว่า ทช. ได้จำแนกประชากร…วาฬ บรูด้าโดยใช้ภาพถ่าย หรือรอยแผลในส่วนอื่นๆ เช่น ตามลำตัว ปาก มาประกอบการพิสูจน์อัตลักษณ์ของวาฬบรูด้าแต่ละตัว สามารถจำแนก…วาฬบรูด้าที่มีตำหนิแตกต่างกันได้ทั้งหมดจำนวน 15 ตัว

“…ในจำนวนนี้เป็น แม่พร้อมลูกวัยอ่อนที่มีขนาดความยาวเพียง 4–6 เมตร จำนวน 3 คู่ ทั้งนี้ ได้ตั้งชื่อ ลูกวาฬน้อยที่มีครีบหลังแหว่งเว้า ว่า “เจ้าส้มตำ” พร้อมกับแม่ของมันชื่อ “ข้าวเหนียว” แล้วดำเนินการศึกษาติดตามการเจริญเติบโตและการเคลื่อนย้ายถิ่นของมันต่อไป สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และยังเป็นบริเวณที่วาฬหลายชนิดเข้ามาผสมพันธุ์ ออกลูกและเลี้ยงดูลูกอ่อน ปัจจุบัน ทช.มีข้อมูลการแพร่กระจายและพฤติกรรม วาฬบรูด้าที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…” อธิบดี ทช.กล่าว

วาฬบรูด้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Balaenoptera brydei เป็นวาฬขนาดใหญ่ เลี้ยงลูกด้วยนม พบกระจายพันธุ์ในท้องทะเลอบอุ่นทั่วโลก ในประเทศไทยพบอยู่ในอ่าวไทย บริเวณชายทะเลเกือบทุกจังหวัด ลักษณะลำตัวมีสีเทาดำ รูปร่างค่อนข้างเพรียว ส่วนหัวมีแนวสันนูน 3 สัน ครีบเล็กและปลายแหลม มีร่องใต้คาง (Throat pleat) 40-70 ร่อง เมื่อโต เต็มที่ลำตัวจะยาว 14–15.5 เมตร หนัก 20–25 ตัน กินอาหารโดยการกรอง มีซี่กรองคล้ายหวีสีเทา จำนวน 250–370 ซี่ อาหารส่วนใหญ่เป็นแพลงก์ตอน, เคย, ลูกปลา และหมึก

ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโสดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส

สำหรับชื่อ “วาฬบรูด้า”…เป็นการเรียกเพื่อให้เกียรติแก่ กงสุลชาวนอร์เวย์ ในประเทศแอฟริ-กาใต้ ที่ชื่อ โยฮัน บรูดา (Johan Bryde) ซึ่งเป็นผู้ค้นพบและ มันยังเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ จึงได้รับการคุ้มครองเป็น สัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ห้ามค้าขายวาฬบรูด้าระหว่างประเทศ…

วาฬบรูด้า หรือ วาฬชนิดอื่นๆ คนทั่วโลกไม่เรียกว่า “..ปลา..” เนื่องจากเป็น สัตว์เลือดอุ่น เลี้ยงลูกด้วยนม ต่างจากปลา…ที่เป็นสัตว์เลือดเย็น และก็ออกลูกเป็นไข่ ส่วนคนไทยมักจะเรียกกันติดปากว่า…ปลาวาฬ..!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 14 มิถุนายน 2554, 05:05 น.
 

สร้าง​เครื่อง​สี​ข้าว​ชุมชน​ขนาด​เล็ก ใช้​เทคโนโลยี​ใหม่​แยก​ข้าว​ทุก​ข้ัน​ตอน มิถุนายน 6, 2011

6 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
สร้าง​เครื่อง​สี​ข้าว​ชุมชน​ขนาด​เล็ก ใช้​เทคโนโลยี​ใหม่​แยก​ข้าว​ทุก​ข้ัน​ตอน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176699

ขั้นตอนการสีข้าว.

ข้าว…เป็น​พืช​เศรษฐกิจ​ที่​สำคัญ​ของ​ประเทศไทย ใน​แต่ละ​ปี​มี​พื้นที่​การ​เพาะ​ปลูก​ข้าว​ประมาณ 57 ล้าน​ไร่​เป็น​ข้าว​นาปี และ 9 ล้าน​ไร่ ​เป็น​ข้าว​นาปรัง ซึ่ง​ทำให้​มี​ผล​ผลิต​ข้าวเปลือก​รวม​เฉลี่ย 19 ล้าน​ตัน​ต่อ​ปี จาก​ผล​ผลิต​ทั้งหมด​นี้​จะ​ถูก​แปรรูป​เพื่อ​การ​ส่ง​ออก​และ​การ​บริโภค​ภายใน​ประเทศ​ประมาณ​ร้อย​ละ 60-65 ใช้​เพื่อ​การ​บริโภค​ภายใน​ประเทศ และ​อีก​ร้อย​ละ 35-40 เป็น​ผล​ผลิต​เพื่อ​การ​ส่ง​ออก

ปัจจุบัน​มี​การ​แปรรูป​ข้าว​ให้​ได้​คุณภาพ​ตาม​ความต้องการ​ของ​ผู้​บริโภค ทั้ง​ข้าว​ที่​มี​คุณภาพ​ดี​มี​ราคา​สูง มุ่ง​จำหน่าย​ให้​กับ​ผู้​มี​ราย​ได้​สูง และ​ข้าว​ที่​มี​คุณภาพ​ต่ำ​มี​ราคา​ถูก มุ่ง​จำหน่าย​ให้​กับ​ผู้​มี​ราย​ได้​น้อย ซึ่ง​ตัวแปร​หลัก​ที่​สำคัญ​สำหรับ​การ​แปรรูป​ข้าวเปลือก​ให้​ได้​ตาม​ความต้องการ​ของ​ตลาด คือ…การ​เลือก​ใช้​เครื่องจักร​สี​ข้าว​ที่​เหมาะสม…

รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย กับเครื่องสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก.รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย กับเครื่องสีข้าวชุมชนขนาดเล็ก.

รอง​ศาสตราจารย์ ดร.​ศักดา อินทรวิชัย อาจารย์​ภาค​วิชา​เกษตร​กล​วิธาน คณะ​เกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้า​โครงการ​ดำเนิน​การ​ศึกษา​ค้นคว้า​วิจัย และ​ทีม​ คณะ​นัก​วิจัย​จาก​ภาค​วิชา​เกษตร​กล​วิธาน คณะ​เกษตร ทั้งวิทยาเขต​บางเขน​และ​วิทยาเขต​กำแพง​แสน ภาค​วิชา​วิศวกรรม​เครื่องกล คณะ​วิศวกรรมศาสตร์ ได้​ร่วม พัฒนา…เครื่อง​สี​ข้าว​ขนาด​เล็ก​สำหรับ​ชุมชน ​เพื่อ​เป็น​การ​ลด​ต้นทุน​การ​แปรรูป​ข้าวเปลือก และ​การ​เพิ่ม​มูลค่า​ผล​ผลิต ซึ่ง​การ​พัฒนา​ออก​แบบ​และ​ผลิต​เครื่อง​สี​ข้าว​ที่​สอดคล้อง​ตอบ​สนอง​ต่อ​ตลาด​การ​บริโภค​ข้าว​จึง​มี​ความ​จำเป็น​อย่าง​ยิ่ง และ​เป็นการสร้าง​โอกาส​ให้​ผู้​ปลูก​ข้าว​ได้​ผลิต​ข้าว​อย่าง​ครบ​วงจร​ เป็น​การ​ยก​ระดับ​ฐานะ​ความ​เป็น​อยู่​ของ​เกษตรกร​ให้​ดี​ขึ้น

แนว​คิด​ใน​การ​ออก​แบบ​พัฒนา​เครื่อง​สี​ข้าวกล้อง​ขนาด​เล็ก​แบบ​เคลื่อน​ย้าย​ได้ จะ​เน้น​ใช้​วัสดุ​ภายใน​ประเทศ​มาก​กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และ​สามารถ​เคลื่อน พร้อม​ทำ​งาน​ได้​ทันที ประสิทธิภาพ​ของ​เครื่อง​จะ​สี​ข้าวเปลือก​ได้​ ประมาณ 100 กิโลกรัม​ต่อ​ชั่วโมง และ​สามารถ​ปรับ​ค่า​ระดับ​การ​สี ข้าวกล้อง ข้าวซ้อม​มือ​และ ข้าวสาร จึง​ได้​กำหนด ​ต้น​กำลัง​ขนาด​ไม่​เกิน 3 กำลังม้า 220 โวลต์ 15 แอมแปร์ รวม​ทั้ง​มี​อุปกรณ์​ทำ​ความ​สะอาด​ข้าวเปลือก​พร้อม​ชุด​ลำเลียง​ข้าวเปลือก​สู่​ชุด​กะ​เทาะ​ข้าวเปลือก มี​ช่อง​ทางออก​ของ ข้าวกล้อง ข้าวสาร (ข้าว​รวม) ปลายข้าว รำ แกลบ แยก​จาก​กัน​อย่าง​อิสระ และ​มี​ น้ำหนัก​เครื่อง​รวม 350 กิโลกรัม กว้าง 0.8 เมตร ยาว 1.2 เมตร และ​สูง 1.98 เมตร

รศ.​ดร.​ศักดา อินทร​วิชัย ยัง​ได้​กล่าว​เพิ่มเติม​ว่า  ​เกี่ยว​กับ​พื้นฐาน​การ​สี​ข้าว ว่า​เป็น​กระบวนการ​แปรสภาพ​ข้าวเปลือก​ให้​เป็น​ข้าวสาร จะ​ประกอบ​ด้วย​ขั้น​ตอน​หลัก 4 ขั้น​ตอน ลำดับ​แรก​เริ่ม​การ​ทำ​ความ​สะอาด เป็น​ขั้น​ตอน​ทำ​งาน​เพื่อ​กำจัด​สิ่ง​เจือปน เช่น กรวด หิน ดิน ทราย เมล็ด วัชพืช และ​สิ่ง​สกปรก​อื่นๆ ออก​จาก​ข้าวเปลือก ขั้น​ตอน​ที่​สอง​เข้า​สู่​การ​กะเทาะ เพื่อ​ทำให้​เปลือก​ข้าว​ที่​ห่อ​หุ้ม​เมล็ด​หลุด​ออก​จาก​เมล็ด โดย​จะ​ได้​แกลบและ​ข้าวกล้อง​ จาก​ขั้น​ตอน​นี้ ไป​สู่​การ​ขัด​ขาว เป็น​ขั้น​ตอน​ที่​สาม…เพื่อ​ทำให้​ผิว​ชั้น​นอก​ของ​เมล็ด​ข้าวกล้องหลุด​ออก​จาก​เมล็ด​ข้าวกล้อง ผิว​นอก​ที่​หลุด​ออก​มา​นี้​คือ​สิ่ง​ที่​เรียก​ว่า รำ และ​เมล็ด​ข้าว​ที่​ได้​จะ​มี​สี​ขาว เรียก​ว่า ข้าว​ขาว​หรือ​ข้าวสาร และ​เป็น​ข้าว​รวม​ที่​มี​ทั้ง​เมล็ด​ข้าว​หัก​และ​ข้าว​เต็ม​เมล็ด

ใน​ขั้น​ตอน​ที่​สี่​เป็น​การ​คัด​แยก เป็น​ลำดับ​ขั้น​ตอน​เพื่อ​แยก​ข้าว​รวมออก​เป็น ข้าว​เต็ม​เมล็ด ต้น​ข้าว และ​ข้าว​หัก ขนาด​ต่าง​ออก​จาก​กัน โดย​ทั่วไป​กระบวนการ​สี​ข้าว​ดัง​กล่าว​นี้ จะ​ได้แกลบ​ประมาณ 20-24% ของ​ข้าวเปลือก รำ ที่​รวม​ถึง​ส่วนผสม​ของ ​เยื่อ​หุ้ม​ผล เยื่อ​หุ้ม​เมล็ด เยื่อ​อลูโ​รน​และ​คัพ​ภะ ประมาณ 8-10% ของ​ข้าว เปลือก และ​ได้​ข้าวสาร​รวมประมาณ 60-65% ของ​ข้าวเปลือก และ​ข้าว​รวม​นี้​ไป​คัด​แยก​เป็น​ข้าว​เต็ม​เมล็ด​ต้น​ข้าวและ​ข้าว​หัก ​ซึ่ง​จะ​ได้​แต่ละ​ส่วน​มาก​น้อย​เพียง​ใด​ขึ้น​อยู่​กับ​คุณภาพ​ของ​การ​สี​คุณภาพ​ข้าวเปลือก​ และ​สมรรถนะ​เครื่องจักร​สี​ข้าว

ทั้งนี้​ ข้าวเปลือก​ที่​จะ​นำ​มา​สี ต้อง​มี​คุณสมบัติ​เหมาะ​แก่​การ​สี มี​การ​ตรวจ​คุณภาพ ข้าวเปลือก​ที่​มี​คุณภาพ​ดี​เหมาะ​แก่​การ​สี​จะ​ต้อง​มี​ลักษณะ​ดังนี้…มี​ความชื้น 14% หาก​สูง​กว่า​นี้​จะ​ทำให้​ข้าว​แตกหัก​เสียหาย​ได้​ง่าย มี​เมล็ด​แตก เมล็ด​ลีบ เมล็ด​เสีย ปน​อยู่​น้อย มี​เมล็ด​วัชพืช​ปน​อยู่​น้อย หรือ​ไม่​มี​เลย ต้อง​ไม่​มี​เศษ​หิน ดิน​ทราย หรือ​เศษ​หญ้า เศษ​ฟาง​ปน​ และ ควร​เป็น​พันธุ์​เดียวกัน​หรือ​มีลักษณะ​กายภาพ​ที่​คล้าย​กัน

สรุป​ได้​ว่าการ​สี​ข้าว​มี​กระบวนการ​เป็น​ขั้นๆ ติดต่อ​กัน โดย​แต่ละ​ขั้น​ล้วน​ใช้​เครื่องจักร​กล​ที่​มี​หน้าที่​ต่างๆ ทำ​งาน​สัมพันธ์​กัน นับ​ตั้งแต่​การ​ทำ​ความ​สะอาด การ​กะเทาะ​เปลือก การ​แยก​แกลบ การ​แยก​ข้าว การ​ขัด และ​การ​คัด​ขนาด​เมล็ด​ข้าวสาร ซึ่ง​จะ​มี​ระบบ​ลำเลียง​เชื่อม​โยง​ระหว่าง​เครื่องจักร แต่​สำหรับ​เครื่อง​ที่​ผลิต​ขึ้น​นี้…ทุก​ขั้น​ตอน​จะ​อยู่​ใน​เครื่อง​เดียว​เท่านั้น และ​นั่น​ก็​คือ…ความ​แตก​ต่าง​ของ​โรงสี​กับ​เครื่อง​สี​ข้าว​ชุมชน​ขนาด​เล็ก…!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 6 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
 

ผลไม้กวน..บ้านหนองละลอก สูตรถนอมอาหาร..อร่อยด้วยกะทิ มิถุนายน 5, 2011

1 เมษายน 2554, 05:00 น.
ผลไม้กวน..บ้านหนองละลอก สูตรถนอมอาหาร..อร่อยด้วยกะทิ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160242

ป้าละออ สุวรรณสว่าง.

ผลไม้แปรรูป…เป็นวิธีการถนอมอาหาร เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลไม้สดที่ไม่อาจเก็บไว้ได้นาน นอกจากเก็บไว้บริโภคเองแล้ว ยังเป็นแนวทางสร้างรายได้ ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง…

โดยเฉพาะในคาบเวลาอันใกล้นี้ ผลไม้ทางภาคตะวันออกจะให้ผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างมากมาย โดยเฉพาะปีนี้ คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตผลไม้ 4 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และ เงาะ มากกว่า 7 แสนตัน จึงต้องนำมาแปรรูปเป็นสินค้า ซึ่งการผลิตออกมาเพื่อโกยเงินนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

กลุ่มแม่บ้านหนองละลอก.กลุ่มแม่บ้านหนองละลอก.

แต่สำหรับ นางละออ สุวรรณสว่าง หรือ ป้าละออ ประธานกลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านหนองละลอก ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งบุกเบิกทำอาชีพนี้มายาวนานกว่า 20 ปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้ บ้านหนองละลอก มาโดยตลอด และไม่มีทีท่าว่าจะมีกลุ่มไหนใน จ.ระยอง สามารถเทียบชั้นในการทำผลไม้กวนได้เป็นหลักเป็นฐานเท่ากลุ่มนี้ได้เลย…

ป้าละออ บอกว่า…เริ่มต้นจากการนำ สับปะรดมากวน เพราะบ้านค่ายเป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่ใหญ่ที่สุดของระยอง ทำให้มีวัตถุดิบมาก เมื่อถึงฤดูกาลผลผลิตสู่ตลาดจำนวนมาก ปรากฏว่าสับปะรดลูกเล็กที่สุกเกินไปถูกคัดทิ้ง ขายไม่ได้ ทางกลุ่มจึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรสามารถเพิ่มมูลค่าได้ และจึงกลายเป็นที่มาของ สับปะรดกวนกะทิ…!!

ในอดีตป้าละออนั้น…เป็นแม่บ้าน ชอบค้าขาย และเป็นคนใฝ่เรียนรู้ เรียนทำอาหารประเภทของหวาน มาจาก กรมการศึกษานอกโรงเรียน ลองผิดลองถูกมาตลอด และมาลงเอยที่ผลไม้กวนจนทุกวันนี้ สำหรับ สูตรที่โดดเด่นมากกว่าผลไม้กวนธรรมดา โดยมี ส่วนผสมที่เป็นกะทิ ด้วย

“…เริ่มแรกสังเกตเห็นคนชอบ ทุเรียนกวนที่มีรสชาติหวานมันในตัว  พอทำสับปะรดกวนก็ คิดถึงข้อนี้ ลำพังสับปะรดกวนมีรส หวานอมเปรี้ยว แต่ต้องการให้ความมันเข้าไป ด้วยจึงทดลองทำ โดยจดส่วน ผสมและน้ำหนักทุกครั้งที่ทำอยู่หลายครั้ง เมื่อลองชิมไม่น่าอร่อย สับปะรดเปรี้ยว กะทิมันจะเข้าได้อย่างไร ซึ่งพวกเราก็ไม่ยอมแพ้ สุดท้ายก็กลายเป็นผล สำเร็จ…” ป้าละออเล่าและบอกถึงขั้นตอนการทำว่า…

ขั้นตอนการทำ.ขั้นตอนการทำ.

…ขั้นแรก ให้ล้างสับปะรดทั้งเปลือกก่อนปอก  หลังปอกล้างอีกครั้ง แล้วผ่าซีก เป็น 2 ซีก พร้อมแกนสับปะรด แล้วสไลด์ก่อนใส่ กระทะกวน โดยปริมาณ สับ-ปะรด 50 กิโลกรัม  ใช้ เวลา กวน  1  ชั่วโมง  โดยใช้อัตรา  ส่วนผสม  ดังนี้  สับปะรด 10 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 1.5 กิโลกรัม เกลือ 1  ช้อนแกง และ แบะแซ 2 กิโลกรัม ช่วยให้เหนียวจับตัวเป็นก้อน…

เมื่อกวนจนได้ที่เป็นสับปะรดกวนแล้ว ให้ใช้ส่วนประกอบเพิ่มเติม โดย นำกะทิ 5 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม และ เกลือแกง 1 ช้อนโต๊ะ กวนเข้ากันจนเหนียวได้ที่จึงยกขึ้นผึ่งลม เท่านี้เป็นอันเสร็จขั้นตอนทั้งหมด

ประธานกลุ่มผลไม้แปรรูปบ้านหนองละลอก …บอกเพิ่มเติมอีกว่า…จากการที่เริ่มต้นด้วยสับปะรดกวน หรือนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าให้เพิ่มขึ้น ณ เวลานี้ยอดการผลิตและจำหน่ายกล้วยกวนกะทิแซงหน้าสับปะรดกวนกะทิไปแล้ว แต่ไม่ใช่กล้วยกวนอร่อยกว่าสับปะรดกวน หากต้นทุน การผลิตสับปะรดกวนสูงกว่า เนื่องจากผลสับปะรดมีน้ำมาก เวลากวนจึงได้เนื้อน้อยแตกต่างกับกล้วย สมัยก่อนในระยองมีคนทำผลไม้กวนเยอะ แต่อยู่ไม่ได้ เหลือแต่ของป้าเจ้าเดียวมีตลาดรองรับขายหมดทุกวัน ทางกลุ่มฯ ใช้วัตถุดิบถึงวันละ 200 กิโลกรัม

…ผลิตภัณฑ์ผลไม้กวนของป้าละออ กวนทุกอย่างที่มีในระยอง เช่น ทุเรียน มังคุด สับปะรด ขนุน มะละกอ  แก้วมังกร และยังพัฒนามาเป็น ทอฟฟี่หลาก หลายชนิด บางอย่างเกิดจากการเป็นนักประยุกต์ต่อยอด เช่น ทอฟฟี่สับปะรดรสบ๊วย ที่ได้ไอเดียบ๊วยที่เพชรบูรณ์ ขายดี จึง ประยุกต์ผสมสับปะรดกวน เช่นเดียวกับ มะขาม แก้วที่กาญจนบุรีขายดีมาก ก็เอามาทำ สับปะรดแก้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างดี

ป้าละออและเพื่อนๆ ยังร่วมกันจัดตั้ง กลุ่มสาวน้อย 45 ซึ่งตัวเลขไม่ใช่ระบุถึงวัยหรืออายุ แต่เป็นปี พ.ศ.2545 ที่ จัดตั้งกลุ่มจิตอาสาช่วยเหลืองานในชุมชน วัด และ โรงเรียน โดยยังมี กลุ่มออมทรัพย์ในหมู่สมาชิกอีก 24 คน เป็นสวัสดิการในกลุ่ม และช่วยเหลือชุมชนรอบๆ

…สนใจ ผลิตภัณฑ์ผลไม้กวนป้าละออ กริ๊งกร๊าง 0-3864-1046 หรือสามารถซื้อหาได้ที่…ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้า…มายอง โอท็อป ตั้งอยู่หลักกิโลเมตร ที่ 29 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 36 (ชลบุรี-ระยอง) ซึ่ง ป้าละออจะเริ่มขายตั้งแต่เดือนเมษายนนี้…
“ไชยรัตน์ ส้มฉุน”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 1 เมษายน 2554, 05:00 น.
 

อา​คิตะ..​หมา​แดน​อาทิตย์​อุทัย ตำนาน​ยิ่ง​ใหญ่​แห่ง​ความ​ซื่อสัตย์ มิถุนายน 3, 2011

31 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
อา​คิตะ..​หมา​แดน​อาทิตย์​อุทัย ตำนาน​ยิ่ง​ใหญ่​แห่ง​ความ​ซื่อสัตย์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_175281

เขี้ยว​เงิน…เป็น​หนัง​สือ​การ์ตูน​เกี่ยว​กับ​หมา​หลาย​สาย​พันธุ์​มา​รวม​ตัว​กัน​เพื่อ​โค่น​หมี​ยักษ์ โดย​ตัวเอก​ของ​เรื่อง​มีชื่อ​ว่า “…กิง…” มี​ขน​สี​เงิน ​เป็น​สุนัข ​สาย​พันธุ์​อาคิตะ (Akita) ซึ่ง​มี​เรื่อง​จริง​ที่​กลาย​เป็น​ตำนาน​ยิ่ง​ใหญ่​แห่ง​ความ​ซื่อสัตย์​และ​ความจงรักภักดี​ของ​มัน​ที่​มี​ต่อ​เจ้าของ​ จน​คน​ทั่ว​โลก​ขนาน​นาม​ว่า … “The Loyal Friend from the Land of the Rising Sun”

โดย…เจ้า​ฮา​จิ​โ​กะ (Hachiko) สุนัข​สาย​พันธุ์​อา​คิตะ (Akita) เกิด​เมื่อ วัน​ที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ.1923 ที่​จังหวัด​อา​คิตะ ​ประเทศ​ญี่ปุ่น…เจ้าของ​มัน​คือ ​เอ​ซะ​บุ​โระ อุ​เอะโ​นะ ศาสตราจารย์​ประจำ​คณะ​เกษตรศาสตร์ แห่ง​มหาวิทยาลัย​โตเกียว ทุก​วัน​ที่​
ศาสตราจารย์​อุ​เอะโ​นะ​ ไป​สอน​หนังสือ​ต้อง​ขึ้น​รถไฟ​ที่​สถานี​ชิบูยะ เลิก​งาน​เวลา 15.00 น. …ฮา​จิ​โ​กะ ​ก็​จะ​มา​รอ​เจ้านาย​ของ​มัน​ที่​สถานีรถไฟ​เสมอ…ใน​ วัน​ที่ 21 พฤษภาคม ค.ศ.1925 ศาสตราจารย์​อุ​เอะโ​นะ เกิด​เส้น​โลหิต​ใน​สมอง​แตก​เสีย​ชีวิต​ขณะ​อยู่​ที่​มหาวิทยาลัย​และ​ไม่ได้​กลับ​บ้าน ​แต่​ฮา​จิ​โ​กะ​ยัง​มา​รอ​เจ้านาย​ของ​มัน​ที่​สถานีรถไฟ​ทุก​วัน​ กระทั่ง​ใน ​เดือน​มีนาคม ค.ศ.1935 มี​คน​พบ​ว่า ​ฮา​จิ​โ​กะ​นอน​แข็ง​ตาย ​ยัง​จุด​ที่​มัน​นั่ง​คอย​ มา​นาน​กว่า 10 ปี​ ซึ่ง​ร่าง​ของ​มัน​ถูก​นำ​ไป​เก็บ​ไว้​ที่​ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์​แห่งชาติ กรุง​โตเกียว

สำหรับ​ประวัติ​ของ​สุนัข​ สาย​พันธุ์​อา​คิตะ…​มี​ถิ่น​กำเนิด​ใน​เมือง​ฮอน​ชู ประเทศ​ญี่ปุ่น บรรพบุรุษ​ของ​อา​คิตะ คือ อา​คิตะ​มา​ตา​กิ เป็น​หมา​ล่า​เนื้อ​บน​ภูเขา เมื่อ​มี​การ​จัดการ​ต่อสู้​ของ​สุนัข​ขึ้น​ที่​จังหวัด​ อา​คิตะ ใน​ปี ค.ศ.1630 จึง​จับ​มา​ตา​กิ​ผสม​กับ​สุนัข​พันธุ์​อื่นๆและ​กลาย​เป็น ต้น​สาย​พันธุ์​อา​คิตะ ได้​เริ่ม​เพาะ​พันธุ์​อย่าง​จริงจัง ​ใน​ปี ค.ศ.1928 หลังจาก​นั้น​ตั้ง​ให้​เป็น​สุนัข​พันธุ์​แรก​ของ​ญี่ปุ่น​ที่​ได้ชื่อ​ว่า “สัตว์​สงวน”

มาตรฐาน​ของ​สาย​พันธุ์​อา​คิตะ…​หัว​มี​ขนาด​ใหญ่​สัมพันธ์​กับ​ขนาด​ของ​ลำ​ตัว เป็น​รูป​สามเหลี่ยม​ มี​ยอด​อยู่​ที่​ปลาย​จมูก กะโหลก ระหว่าง​หู​ค่อนข้าง​กว้าง ลำ​คอ​ค่อนข้าง​สั้น เมื่อ​เทียบ​กับ​ขนาด​ของ​ลำ​ตัว เส้น​หลัง​ตรง​ขนาน​กับ​พื้น ผิวหนัง​ตึง อก​กว้าง​และ​ลึก หาง​มี​ขนาด​ใหญ่​และ​ม้วน​ซึ่ง​เป็น​ลักษณะ​ที่​โดด​เด่น โดย​หาง​อยู่​ใน​ระดับ​สูง ขน​มี​สอง​ชั้น ขน​ชั้น​ใน​หนา​นุ่ม ขน​ชั้น​นอก​แข็ง สี​จัด​เห็น​ได้​ชัด​และ​เป็น​สี​อะไร​ก็ได้ (ขาว+แดง+ดำ+น้ำตาล)

หู​มี​ขนาด​เล็ก ตั้ง​ตรง​เป็น​รูป​สามเหลี่ยม โคน​หู​กว้าง​ ปลาย​มน ลักษณะ​สำคัญ คือ หู​ยก​ตั้ง​ตรง​กับ​แนว​แผง​คอ​หลัง และ​ไม่​มี​รอย​ยับ​ตรง​ช่วง​หู ดวงตา​เล็ก​ลึก สี​น้ำตาล​เข้ม ขอบ​ตา​ตึง​สี​ดำ ปาก​กว้าง ขอบ​ปาก​ดำ กระบอก​ปาก​ใหญ่ จมูก​กว้าง​สี​ดำ ส่วน​สุนัข​สี​ขาว​อาจ​มี​จมูก​สี​น้ำตาล​ได้ จุด​หัก​ของ​จมูก​ต้อง​ชัดเจน​แต่​ต้อง​ไม่​หัก​มาก น้ำหนัก​เพศ​ผู้ 34-54 กก. เพศ​เมีย 34-50 กก. ข้อ​เท้า​แข็ง​แรง นิ้ว​เท้า​ชิด มี​กระดูก​ใหญ่​และ​ตั้ง​ตรง ข้อ​เท้า​เอียง​ประมาณ 15 องศา​ มอง​จาก​ด้าน​หน้าขา​หน้า​ตั้ง​ฉาก​กับ​พื้นห่าง​กัน​พอประมาณ ขา​หลังมี​กระดูก​ใหญ่ ข้อ​เท้า​หลัง​ทำ​มุม​พอเหมาะ

อา​คิตะ…​เป็น​สุนัข​ที่​ ฉลาด อดทน เรียนรู้​เร็ว แข็งแกร่ง กล้า​หาญ ซื่อสัตย์​ต่อ​เจ้าของ แต่​ขี้​เบื่อ​ง่าย เหมาะ​สำหรับ​ผู้​เลี้ยง​ที่​ชอบ​ความ​เป็น​ส่วนตัว จึง​ไม่​เหมาะ​กับ​ ครอบครัว​ที่​เลี้ยง​สุนัข​หลายๆ ตัว ส่วน​การ​ดูแล​ก็ไม่​ยุ่งยาก สิ่ง​สำคัญ คือ…การ​ได้​ออกกำลัง​กาย​อย่าง​สม่ำเสมอ…!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 31 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,328 other followers

%d bloggers like this: