ไชยรัตน์ ส้มฉุน

All posts tagged ไชยรัตน์ ส้มฉุน

จากโสนหางไก่..สู่มะลิวันแม่ เพิ่มคุณค่า..ยกระดับวัชพืชริมนา

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/193216.

Pic_193216

โสนหางไก่.

12 สิงหาคม ทุกปี คือ วันแม่แห่งชาติ…ลูกที่กตัญญูอย่าลืมกลับบ้านไปกอดผู้อุ้มท้องให้กำเนิดชีวิตเรามา และที่ลืมไม่ได้เพื่อเป็นการแสดงความรักก็คงจะใช้… “ดอกมะลิ” ไปกราบไหว้ด้วย

ปัจจุบันมีการใช้…ดอกมะลิที่ประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ในธรรมชาติ มามอบให้แม่ ซึ่งสามารถเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้เป็นเวลานาน อีกทั้งยัง มีสนนราคาที่ถูกกว่าดอกมะลิสด…โดยวัตถุดิบที่พบส่วนใหญ่ทำมาจาก “ต้นโสนหางไก่”…ซึ่งโดยทั่วไปจะมองกันว่าเป็นวัชพืชที่ไร้คุณค่า…

ดอกมะลิจากโสนหางไก่.ดอกมะลิจากโสนหางไก่.

โดยมีกลุ่มแม่บ้านหลายพื้นที่ แต่มี กลุ่มบ้านตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ผลิตออกมาเป็นล่ำเป็นสัน สามารถส่งจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อได้อีกด้วย

นายทวีศักดิ์ หิรัญรักษ์ ผู้สนับสนุนกลุ่มแม่บ้านตำบลเชียงรากน้อย บอกว่า โสนหางไก่…เป็นไม้ล้มลุกถึงไม้พุ่มเตี้ยฤดูเดียว สูงถึง 1.5 เมตร เปลือกและลำต้นสีเขียวหรือเขียวแกมม่วง ต้นกลมมีขนนุ่มปกคลุมเบาบาง ใบประกอบแบบ pinnate เรียงตัวแบบสลับ ก้านใบรวม rachis ยาว 3-15 ซม.โคนก้านใบมีหูใบ 2 อัน รูปยาวรี ปลายแหลม สีม่วงแกมเขียว มีขนเล็กน้อย ก้านใบมีขนนุ่มปกคลุม ใบย่อยเรียงตัวบนก้านแบบสลับหรือเกือบตรงข้าม ใบรูปขอบขนาน โคนใบค่อนข้างมนปลาย ใบมนหรือแหลมเล็กน้อย

รูปแบบของดอกไม้ประดิษฐ์จากโสนหางไก่.รูปแบบของดอกไม้ประดิษฐ์จากโสนหางไก่.

ต้นโสนหางไก่…โดยทั่วไปมักขึ้นได้เองตามริมคันนา หรือในนาที่ปล่อยทิ้งร้างไว้ เพราะเป็นพืชที่ชอบน้ำชื้นแฉะ และ กลายเป็นวัชพืชที่เกษตรกรมักจะถอนหรือตัดทิ้งไว้ตามคันนา โดยปล่อยให้แดดเผาจนแห้งอย่างไร้คุณค่า ต่อ

มาก็มีการนำมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งใช้มัดรวมกันไว้สำหรับปัก…ปัจจัยเพื่อติดกัณฑ์เทศน์ในงานเทศกาลเทศน์มหาชาติ หรือทำเป็น ต้นกฐิน ต้นผ้าป่าตามงานบุญต่างๆ

กลุ่มแม่บ้านเชียงรากน้อย.กลุ่มแม่บ้านเชียงรากน้อย.

กลุ่มแม่บ้านเชียงรากน้อย จึงนำมาสร้างคุณค่า โดยนำต้นโสนหางไก่ที่แห้งมาฝานออกเป็นแผ่นประดิษฐ์เป็นดอกไม้ เพื่อใช้ในงานศพ แล้วก็มีการพัฒนารูปแบบผลิตเป็นดอกไม้ใช้ในพิธีทางศาสนาและงานประเพณีต่างๆ รวมทั้งให้กลายมาเป็นดอกไม้ประดิษฐ์สวยงาม ในช่วงระยะเวลาแรกๆ เริ่มหัดทำดอกไม้ที่ง่ายๆหลายชนิด ที่ไม่ค่อยมีรายละเอียดภายในดอกมากนัก กระทั่งพัฒนาเป็น…ดอกมะลิ

โดยเริ่มนำ ต้นโสนหางไก่ (สด) มาตากแดดให้แห้งประมาณ 3 วัน จากนั้นตัดต้นโสนหางไก่เป็นท่อนๆ ตามขนาดที่ต้องการ แล้วปอกเปลือกออกแล้วฝานให้บางๆ เป็นแผ่นติดต่อกันจนหมดท่อน ก่อนนำโสนหางไก่ที่ฝานเป็นแผ่นบางๆ มาตัดเป็นกลีบดอกไม้ตามชนิดและแบบที่ลูกค้าต้องการ
หากต้องการย้อมสีก็นำกลีบที่ตัดแล้วไปย้อมสี ถ้าต้องการดอกไม้

สีธรรมชาติก็ไม่ต้องย้อมสี ส่วนกลีบดอกที่ตัดมาเข้าเป็นดอกชนิดต่างๆ เช่น ดอกจับและดอกขยายตามต้องการ นำดอกไม้ที่เข้าดอกแล้วมาใส่ก้าน ใส่ใบ พ้นก้าน ตามชนิดของดอกไม้นั้น รวมทั้งยังใส่กลิ่นหอมจากสมุนไพรเข้าไปด้วย…

นอกจากนี้ ในกลุ่มยังมีการทำดอกไม้ในรูปแบบอื่นๆที่มาจากวัสดุเหลือใช้ เช่น กิ่งไม้ ฝักมะฮอกกานี, ลูกมะกอกน้ำ, ผสมกับเครื่องสมุนไพร เช่น เปลือกส้ม เปลือกอบเชย, ฝักฝ้าย, ถั่ว, งา ฯลฯ

หากใครสนใจ ผลิตภัณฑ์จากโสนหางไก่…ผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ และ ดอกไม้ผสมสมุนไพร หรือวันว่างจะไปเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตของกลุ่มบ้านเชียงรากน้อย สามารถกริ๊งกร๊างไปหาทวีศักดิ์ ได้ที่ 08-2555-9696,08-2555-4646 ในเวลาที่เหมาะสม.

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 12 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

อร่อยกับ…เส้นปลาโอเมก้า 3 เปี่ยมด้วยโอสถสาร…ลดการซึมเศร้า

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/189733.

Pic_189733

หลังปรุงเสร็จใส่ภาชนะบริการลูกค้า.

Omega-3 fatty acids…โอเมก้า-3 เป็น กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากความ ยิ่งยวดส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก แล้ว กับ ผู้สูงอายุก็ช่วยเสริมในการทำงานของหัวใจ ลดความดันโลหิต ลดภาวะซึมเศร้า ป้องกันโรค Alzheimer (ความจำเสื่อม) เสริมการทำงานของดวงตา และชะลอการเกิดมะเร็งบางชนิด (เต้านม ต่อมลูกหมาก) ฯลฯ …ล้วนแล้วแต่เป็น โอสถสารที่เปี่ยมด้วยคุณประโยชน์

ด้วย…คุณประโยชน์ที่หลาย หลาก นายธนกร สาลีพัฒนา หนุ่มโสด มหาบัณฑิตบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ จึง เกิดแรงบันดาลใจมุ่งหวังให้มนุษย์ได้มีโอกาสบริโภคไขมัน Omega–3 เพื่อเสริมสร้างความแข็ง-แกร่งให้กับร่างกายและภูมิต้านทานโรค

นายธนกรกับปลา 3 ชนิด ในการผลิตเส้นปลา.นายธนกรกับปลา 3 ชนิด ในการผลิตเส้นปลา.

ซึ่ง Omega-3 fatty acids จากธรรม-ชาติที่หาได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่กับเนื้อปลา รู้จักบริโภคและนิยมกันมานาน ตามแต่ละวัฒนธรรมของกลุ่มชน…

…ชาวอินเดียนแดงรู้จักปลาแซลมอนมากว่า 5,000 ปี คนสิงคโปร์นิยมกิน ปลาเต๋าโต้ย หรือจะละเม็ดดำ คน ญี่ปุ่นนิยมกินปลาคัทสึโอะ (ปลาโอ) กับมากุโระ (ทูน่า) โดยทำเป็น ปลาดิบและซาซิมิ ชาวเกาะ ฮาวายและแถบทะเลใต้จะเอาโคลนห่อปลาแล้วนำไปหมกไฟจนสุก ก็จะแกะเอาโคลนที่แข็งออกถือว่าเป็นอาหารโอชะ คนสเปนจะเอา ปลาค้อดไปดองเกลือแล้วจึงค่อยล้างออกนำไปชุบแป้งทอด ก่อนนำไปต้มกับมันฝรั่ง

สำหรับคนไทย ที่ คุ้นกันมาตั้งแต่โบราณกาลคือ น้ำพริกปลาทู แต่ระยะหลังๆ กับการเปิบอาหารประจำ ชาตินี้ชักจะลดท่าล่าถอยลงและมีทีท่าในการห่างเหินกับ Omega-3  fatty acids โดยปริยาย นายธนกรจึงสร้างลุคใหม่ให้ชวนกลับมาบริโภคอาหารปลาอีก โดยปรับรูปลักษณ์ ดัดแปลงเป็นเส้นๆ ทันต่อรสนิยม เป็น…เส้นปลาโอเมก้า–3

ขั้นตอนในการปรุงเพื่อบริโภค.ขั้นตอนในการปรุงเพื่อบริโภค.

เส้นปลาโอเมก้า–3 ได้พลิกแพลงจาก อาชีพของ นายสมชาติ สาลีพัฒนา ผู้เป็นบิดา ซึ่งทำลูกชิ้นปลา แต่ก็ยังใช้เนื้อปลาทะเลชนิดเดียวกันคือ ปลาหางเหลือง ปลาอินทรีย์ และปลาดาบยาว มาตีบดเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน ขั้นตอนนี้จะใส่นำแข็งลงไปด้วย (เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งของการผลิต)

จากนั้นจึงนำมา นวดกับเม็ดเกลือจนเนื้อเหนียว เมื่อได้ที่แล้วจึงนำมาบดลงกับแผ่นพิมพ์ให้หนาประมาณ 1 มิลลิเมตรแล้วนำไปต้ม เมื่อเนื้อปลาสุกจะพองหนาขึ้นจึงค่อยนำมาหั่นเป็นเส้นๆกว้างประมาณ 4 มิลลิเมตร คล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่มีสีขาวขุ่นกว่า

…เส้นปลาโอเมก้า–3 จะนำไปแปรรูปอาหารเป็นแกงจืดและอื่นๆก็ได้ตามแต่ประสงค์ หรือแม้แต่ แกงมัสมั่น ก็ได้มิผิดกติกาอย่างใด สำหรับของ นายธนกรนั้นเอามาใส่น้ำซุปเป็นก๋วยเตี๋ยวเสริมขึ้นอีกเมนูหนึ่งของร้านลูกชิ้นปลานายเงี๊ยบ ซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง คือเลขที่ 61/46 บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กับที่หน้าพุทธมณฑล เฉพาะที่บางขุนนนท์เปิดถึง 21.00 น.

นายสมชาติดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด.นายสมชาติดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด.

สำหรับ…สูตรการผลิตเส้นปลาโอเมก้า–3 ใส่เครื่องปรุงอะไรมากน้อยแค่ไหน อยากรู้ อยากดูขั้นตอนการผลิตหรืออยากชิมในรสชาติ นายธนกร สาลีพัฒนา มิได้หวงแต่อย่างใด ยินดีถ่ายโอนความรู้ โทร.0-2424-4186…ได้ถึง 3 ทุ่ม.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 29 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ตัวนิ่มหมิ่นเหม่สูญพันธุ์ ถูกล่าทำยาเพิ่มพลังเพศ

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/192442.

Pic_192442

เมื่อเร็วๆนี้…เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ตำรวจป่าไม้ กรมศุลกากร และกรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังกันเข้าจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ เช่น เสือ หมี เก้ง กวาง ที่พบเป็นจำนวนมากที่สุด คือ…ตัวนิ่ม
โดยกลุ่มผู้ค้าสัตว์ป่ามีจุดประสงค์เคลื่อนย้ายส่งออกทางจังหวัดหนองคายไปยัง ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และ เข้าประเทศจีน

ตัวนิ่ม หรือ ลิ่น เป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ชื่อไทยเรียกว่า ลิ่น, นิ่ม, ลิ่นพันธุ์มลายู, ลิ่นชวา ชื่อวิทยาศาสตร์ Manis javanic
อยู่ในวงศ์ Manidae ส่วนชื่ออังกฤษ Pangolin เพี้ยนมาจากคำภาษามาเลย์ peng-goling ที่แปลว่า “ไอ้ตัวขด”

นิ่ม…เป็นสัตว์รูปร่างแปลกไม่เหมือนใคร ตัวเตี้ยติดดิน ขาสั้น หางยาว ปากยื่นยาวแหลม หูเล็กมาก มีเกล็ดแข็งทั่วตัว ส่วนขนที่เป็นเส้นยังคงมีอยู่บางส่วน เช่น ตามช่องระหว่างเกล็ด คาง และใต้ลำตัว ส่วนหางยาวใช้ทำหน้าที่เป็นอวัยวะยึดเกี่ยวได้

ปากของลิ่นไม่มีขากรรไกร ไม่มีฟัน มีเพียงรูเล็กๆ มันกินโดยการใช้ลิ้นที่ยาวและเหนียวแลบตวัดจับมดและปลวกเข้าปาก โดยมีอุ้งเท้าทั้งข้างหน้าและหลังจะคล้ายหมี แต่ขนาดเล็กกว่า เล็บคมและแข็งแรงมากเพื่อใช้ขุดรังปลวก หรือมดเป็นอาหาร โดยแต่ละมื้อลิ่นอาจกินปลวก มากถึง 200,000 ตัว

ถิ่นกำเนิดอยู่ใน ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และประเทศไทย โดยเฉพาะพบได้จากป่าสวนยางพาราของภาคใต้ เมื่อผสมพันธุ์กันจะ ตกลูกครั้งละ 1 ตัว มีบ้างที่ออก 2 ตัว โดยตั้งท้องนาน 130 วัน ในวัยอ่อนมีเกล็ดอ่อนนิ่มตั้งแต่แรกเกิด เมื่อโตเต็มวัย จะหนาแข็งสีน้ำตาลเข้มห่อหุ้มเป็นเสมือนเกราะป้องกันภัย

…ตัวเมียจะให้ลูกเกาะตรงบริเวณโคนหาง เมื่อมีภัยมันจะม้วนตัวกลมเอาลูกไว้ในอ้อมกอดอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งศัตรูจะจากไป…และด้วยสัญชาตญาณในการหลบภัยที่ไม่เหมือนกับสัตว์อื่น คือ เมื่อภัยมาถึงจะม้วนตัวกลม จึงทำให้ง่ายมากสำหรับนักล่าสัตว์

ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะ ชาวจีน, เกาหลี ฯลฯ…มีความเชื่อกันว่าถ้าได้เลือดสดๆ หรือเนื้อแดงๆของนิ่ม เมื่อนำมาปรุงอาหารรับประทานเข้าไปแล้วมี สรรพคุณทางอายุวัฒนะ รวมทั้ง มีประสิทธิภาพเพิ่มพลังทางเพศ ทำให้ผู้ที่ “ร่างกายไม่ไหว แต่ใจต้องการ” สามารถฟื้นคืนสมรรถภาพกลับมา “ปึ๋งปั๋ง” ได้อีกหลายครั้งหลายครา…

และกลายเป็นสาเหตุให้ประชากรนิ่ม “ลดลง” อย่างรวดเร็ว ทั้งในบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว เขมร และ เวียดนาม จนแทบจะสูญพันธุ์ เนื่องจากมี “ยอดสั่ง” เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

…ล่าสุดเจ้าตัวนิ่มนี้ถูกประกาศให้เป็น สัตว์ป่าคุ้มครอง…ใครค้าขายหรือส่งออกไปจำหน่าย ระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ…!!!
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 9 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

ม.มหิดลวิเคราะห์ข้าวต้านโรคเบาหวาน เกษตรอินทรีย์นาแขมรับช่วงผลิตสู่ตลาด

Published สิงหาคม 3, 2011 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/190970.

Pic_190970

ศิวพจน์  คูวิจิตรสุวรรณ

สำนักนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง… ที่มีอัตราการตายห้าอันดับแรก คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และ โรคหลอดเลือดตีบตัน สาเหตุเพราะคนไทยบริโภค อาหารจำพวกนม เนย ไขมัน เนื้อสัตว์ และ อาหารฟาสต์ฟู้ด จากชาติตะวันตก

ผู้บริโภคจึงมีระดับ คอเลสเทอรอลสูงขึ้น นำไปสู่การเกิดโรคมากมายและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้น การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับวิถีของธรรมชาติ โดยการ บริโภคข้าวกล้อง เป็นวิถีทางหนึ่งของการรักษาสุขภาพ เนื่องจาก ข้าวกล้องมีคุณสมบัติทางโอสถสารอย่างครบสมบูรณ์

แปลงปลูกข้าวสินเหล็ก.แปลงปลูกข้าวสินเหล็ก.

การเกษตรบ้านเราสามารถผลิตข้าวกล้องออกมาได้หลายชนิด หลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะที่ ตำบลนาแขม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มี กลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบลนาแขม ได้ปลูกข้าวสายพันธุ์ต่างๆและจัดให้มีการสีข้าวในรูปแบบของ ข้าวกล้อง (Brown rice) ได้แก่ ข้าวหอมมะลินิล ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวสังข์หยด ข้าวสินเหล็ก ข้าวเหนียวดำ ข้าวญี่ปุ่น เป็นต้น

โดยมี นายศิวพจน์ คูวิจิตรสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแขม เป็นหัวเรือใหญ่ บอกว่า  ทางกลุ่มได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพ และได้รวมกลุ่มในการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อผลิต ข้าวหอมมะลิปลอดสารพิษ โดยเริ่มจากการรวม กลุ่มเกษตรปลูกข้าว อินทรีย์ รวมทั้งสิ้น จำนวน 19 คน แบ่งการปลูก ข้าวหอมมะลินิล ประมาณ 100 กว่าไร่ ข้าวสังข์หยด 200 ไร่ ข้าวสินเหล็ก 200 ไร่ และอีกหลายสายพันธุ์ จำนวนปริมาณลดหลั่นกันลงไป…ผลผลิตที่ได้แต่ละสายพันธุ์มีมากกว่า 200 ตันต่อฤดูกาลปลูก สามารถจำหน่ายใน ราคาตันละ 15,000-20,000 บาท

จากนั้นได้นำไปสู่ผล การทดสอบตัวอย่างข้าวอินทรีย์ โดย สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ส่งข้าวไปให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานใน โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช และ อีกหลายโรงพยาบาล ในเครือมหาวิทยาลัยมหิดล  บริโภคแล้ว พบว่า ข้าวหอมมะลิแดง และ ข้าวสินเหล็ก มีคุณสมบัติป้องกันโรคเบาหวานได้ เพราะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ นอกจากนี้ มีเปอร์เซ็นต์ของ สารต้านอนุมูลอิสระ และ มีวิตามินเอ ในอัตราส่วนที่มาก บางสายพันธุ์มี วิตามินอีสูงมากกว่าถึง 26 เท่า ของข้าวทั่วๆไป

ผลผลิตข้าวหลากหลายชนิด.ผลผลิตข้าวหลากหลายชนิด.

ข้าวสินเหล็ก….ได้จากผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 เป็นข้าวสีขาวที่มีกลิ่นหอม เคยนำมาทดลองบริโภคในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า การบริโภคข้าวกล้องสินเหล็ก ช่วยแก้ปัญหาเบาหวานได้ ทำให้สภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin) ลดลง และการทำงานของตับอ่อนดีขึ้น รวมทั้งทำให้ค่าเฉลี่ยของ ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ลดลง

ข้าวพันธุ์นี้ได้ผ่านการ ประเมินคุณสมบัติความเป็นประโยชน์ของธาตุเหล็ก ทั้งในระดับ ห้องปฏิบัติ การและในมนุษย์ โดยพบว่าการส่งเสริมการบริโภคข้าวสินเหล็ก ในเด็กนักเรียนที่มีภาวะพร่องธาตุเหล็ก ทำให้ ระดับฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สามารถลดการดูดซึมคอเลสเทอรอลจากอาหารสู่ร่างกาย ลดการสังเคราะห์คอเลสเทอรอลในตับ ลดปริมาณคอเลสเทอรอลในพลาสมา ลดอาการผิดปกติในสตรีวัยที่กำลังจะหมดประจำเดือนได้อีกด้วย

ผู้ที่สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการผลิตภัณฑ์ข้าวจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ ต.นาแขม กริ๊งกร๊างหา ศิวพจน์ คูวิจิตรสุวรรณ 08-1861-3245 หรือ 0-3728-3856 ในเวลาที่เหมาะสม.
ไชยรัตน์   ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 3 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

ใช้อินฟราเรดสกัดน้ำมันปาล์ม มวลพลังสะอาดปราศจากมลพิษ

Published สิงหาคม 1, 2011 by SoClaimon

1 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/190493.

Pic_190493

 

ขั้นตอนการอบด้วยไมโครเวฟร่วมกับอินฟราเรด.

ประเทศไทย…ได้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันปาล์มอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จากเหตุการณ์นี้มีผู้เดือดร้อนในทุกระดับภาคชั้นทุกสาขาอาชีพ…ย่อมแสดงให้เห็นว่าน้ำมันปาล์มมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขนาดไหน

 

การสกัดน้ำมันปาล์ม มีกรรมวิธีที่ซับซ้อนและน่าสนใจ เพราะกว่าจะได้น้ำมันปาล์มมาใช้ประโยชน์นั้น…ขั้นตอนหนึ่งที่เป็นปัจจัย สำคัญในกระบวนการที่มองข้ามไม่ได้คือ การทำให้เนื้อปาล์มสุกด้วยความร้อน และ การแยกเนื้อปาล์มออกจากกะลา เพื่อทำลาย เอนไซม์ไลเปส รวมทั้งลดการเกิด ไฮโดรไลซีส รวมทั้งป้องกันการแยกตัวของน้ำมันเป็น กรดไขมันกลีเซอรีน และ ลดปฏิกิริยาออกซิเดช่ัน ที่จะทำให้ น้ำมันปาล์มเกิดเหม็นหืน…!!

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เห็นถึงความสำคัญ จึงคิดค้นวิธีลดความชื้นผลปาล์มด้วย เครื่องอบไมโครเวฟ ร่วมกับ อินฟราเรด ขึ้น โดย ผศ.ดร.กลอยใจ เชยกลิ่นเทศ จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า สำหรับ เทคโนโลยี เดิมเป็นการใช้ความร้อนจากไอน้ำเพื่อทำให้ผลปาล์มสุก แต่หลังจากสกัดน้ำมันจากเนื้อปาล์มแล้ว จะต้องไล่ความชื้นออกจากน้ำมันที่สกัดได้ อีกขั้นตอนหนึ่ง ทำให้ สูญเสียผลผลิต เสียเวลา เพิ่มค่าใช้จ่าย ใช้พลังงานสูง อีกทั้งยังทำให้มีน้ำเสียประมาณ 35–40 เปอร์เซ็นต์

ผศ.ดร.กลอยใจ เชยกลิ่นเทศผศ.ดร.กลอยใจ เชยกลิ่นเทศ

ปัจจุบันได้พัฒนาการสกัดจากผลปาล์มแบบแห้ง เรียกว่า ระบบแห้งหีบรวม ซึ่งมีขั้นตอนในการอบผลปาล์มก่อนการสกัดน้ำมันเพื่อไล่ความชื้น ทำให้เนื้อปาล์มหลุดออกจากกะลาง่ายขึ้น และช่วยยับยั้ง เอนไซม์ไลเปส  วิธีการคือ  ใช้ความร้อนจาก แหล่งความร้อนต่างๆที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที วิธีนี้ช่วยให้ได้น้ำมันปาล์มคุณภาพเกรดเอ มีความชื้น กรดไขมันต่ำ ไม่ต้องไล่ความชื้น ไม่มีน้ำเสีย และช่วยประหยัดพลังงาน

…ในการศึกษาวิจัย การนำเอาแหล่งพลังงาน อย่างไมโครเวฟและอินฟราเรด มาใช้เป็นแหล่งพลังงานความร้อน จึงมีจุดประสงค์ เพื่อ ประหยัดเวลาและพลังงานให้มากที่สุด อีกทั้งยังได้เนื้อปาล์มที่สุกพอดี  ทำให้สกัดน้ำมันคุณภาพเกรดเอ ได้ปริมาณมาก รวมทั้งสามารถ ลดมล ภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ ได้อีกด้วย…

ผลปาล์มที่ผ่านการอบ.ผลปาล์มที่ผ่านการอบ.

ผศ.ดร.กลอยใจ บอกอีกว่า  ในการศึกษาและ ทดลองครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและอนุเคราะห์จากหลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นผลปาล์มที่ได้จาก สวน ปาล์มจังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือเครื่องอบผลผลิตทางการเกษตรด้วยไมโครเวฟร่วมกับอินฟราเรด จากบริษัทพรีม่าเอเชีย จำกัด ประเทศไทย จากผลการทดสอบวิเคราะห์พบว่า ระบบนี้ใช้เวลาในการลดความชื้นน้อย ทำให้เนื้อปาล์มล่อนจากกะลาได้ง่าย อัตราการลดความชื้นก็คงที่ สม่ำเสมอตลอดเวลา 21 นาทีที่ผ่านเข้าระบบ ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายพบว่า สามารถประหยัดพลังงานได้ 4–5 เท่าเมื่อเทียบกับการลดความชื้นโดยวิธีใช้ลมร้อน หรือจากฮีตเตอร์

นับว่าเป็นการค้นพบที่จะนำไปสู่การพัฒนา การผลิตน้ำมันปาล์มที่มีประสิทธิภาพ ออกมาใช้ในโอกาสต่อไปได้ดีและยอดเยี่ยมทีเดียว ทั้งนี้หากผู้ใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีลดความชื้นของผลปาล์ม สามารถกริ๊ง กร๊างถาม ผศ.ดร.กลอยใจ ที่ 08-1491-3894 ส่วนเทคโนโลยีการอบพืชและผลผลิตทางการเกษตรด้วย ไมโครเวฟร่วมกับอินฟราเรด คลิกไปที่ E–mail: chaiwat_chok@yahoo.com

 
ไชยรัตน์   ส้มฉุน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 1 สิงหาคม 2554, 05:00 น.

ปลาผีเสื้อสัตว์ทะเลน่ารัก อ่าวไทยมีมากกว่า25 ชนิด

Published กรกฎาคม 28, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/188964.

Pic_188964

เมื่อเร็วๆนี้ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดกิจกรรม อบรมดำน้ำหลักสูตร Open water diving ให้กับสื่อมวลชน หรือนักข่าวผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการดำน้ำลึก…การฝึกครั้งนี้มี ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นผู้ควบคุมดูแล…

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง…ให้ เหตุผลว่า การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้อย่างสมดุลและยั่งยืนนั้นต้องอาศัยชุมชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่มีความรู้ ความเข้าใจ มีความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาทำงานร่วมกัน…หลังจากที่ ดำน้ำแบบ SCUBA ทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…ปลาที่พบมากและน่าสนใจมากที่สุด คือ…ปลาผีเสื้อ

สำหรับ ปลาผีเสื้อ หรือ BUTTERFLY  FISH อยู่ในครอบครัว Chaetodontidae ค้นพบแล้วประมาณ 120 ชนิดทั่วโลก ในประเทศไทยพบ ไม่ต่ำ กว่า 25 ชนิด โดยพบได้ทั้งในอ่าวไทยและทะเล อันดามัน ที่โดดเด่น อย่างเช่น ปลาผีเสื้อปากยาว ปลาผีเสื้อคอยาว ปลาผีเสื้อครีบยาว ปลาผีเสื้อเหลืองข้างปาน ฯลฯ

ลักษณะทั่วไปของปลาผีเสื้อ มีลําตัวสั้นแบนด้านข้างปากมีขนาดเล็กอาจยืดหดได้ ภายในปากมีฟันละเอียด ครีบหลังมีอันเดียว ประกอบด้วยก้านครีบแข็งอยู่ส่วนหน้าและก้านครีบอ่อนอยู่ถัดไป ครีบทวารมีก้านครีบแข็ง 3 อัน และแผ่นยื่นรับกับครีบหลัง

เนื่องจากปลาผีเสื้อมีปากขนาดเล็ก อาหารส่วนใหญ่จึงเป็นสัตว์จําพวก ลูกกุ้ง หนอน หอย ตามพื้นแนวปะการัง จาก   สรีระของฟันในปากมันมีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะสําหรับต่อสู้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่จึง ต้องอาศัย วิธีการพรางตัว เพื่อไม่ให้ศัตรูเข้าจู่โจม โดยง่าย

กลุ่มปลาผีเสื้อเป็นสัตว์ทะเลที่น่าเรียนรู้ มีสีสันที่น่ารัก และ สร้างความงามให้กับโลกใต้ทะเล ได้โดดเด่นกว่าปลากลุ่มอื่นๆ เพราะมีสีสันมากมาย มีลวดลายงดงาม อีกทั้งใน ขณะที่ว่ายนํ้าอยู่รวมกันเป็นฝูง ทําให้แนวปะการัง ใต้ทะเล เป็นเหมือน อุทยานดอกไม้ที่มีผีเสื้อบินโฉบไปมาน่าดูเป็นอย่างยิ่ง…

ปัจจุบัน ปลาผีเสื้อกลายเป็น ปลาเศรษฐกิจประเภทหนึ่ง เพราะใช้บริโภคได้แล้ว ยังมีผู้ที่นิยมเลี้ยงเพื่อเป็น ปลาตู้สวยงามกันอย่างแพร่หลายทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การจับปลาผีเสื้อสวยงามตามแนวปะการังของชาวประมงบางแห่ง ยังใช้ยาสลบพ่นลงไปในนํ้า ทําให้มีผลกระทบต่อปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ และยังทําให้ เกิดสารพิษตกค้าง อีกด้วย.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 26 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

พัฒนาอาหารไทย..เป็นซุปผง โกอินเตอร์..ปรุงง่ายเปิบอร่อย

Published กรกฎาคม 18, 2011 by SoClaimon

15 กรกฎาคม 2554, 05:01 น.

พัฒนาอาหารไทย..เป็นซุปผง โกอินเตอร์..ปรุงง่ายเปิบอร่อย.

Pic_186280

ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

อาหารไทย…ทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับจากชาวต่างประเทศ…ในด้านของรสชาติที่ถูกปากทั้งยังมีความอร่อย และ จุดเด่นสำคัญที่นำเสนอต่อผู้บริโภคได้ นั่นคือ เป็นอาหารสุขภาพ

หากต้องการให้สามารถ…โกอินเตอร์ ก็ควรมีการ ปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ ให้คุ้นเคยกับพฤติ กรรมการบริโภคของกลุ่มเป้าหมาย อย่างเช่น อาหารประเภทซุปข้นสไตล์ตะวันตก ได้มีการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ซุปข้น ที่มีกลิ่นและ รสชาติของอาหารไทย  กลายมาเป็น…“ซุปไทยสไตล์ฝรั่ง”

เพลินใจ ตังคณะกุลเพลินใจ ตังคณะกุล

โดยมี น.ส.เพลินใจ ตังคณะกุล และคณะจาก สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้คิดค้น บอกว่า ผลิตภัณฑ์ซุปไทยพร้อมบริโภค 4 ชนิด ได้แก่ ซุปต้มยำ ซุปต้มข่าไก่ ซุปเขียวหวาน และ ซุปแกงเลียง จุดมุ่งหมายต้องการให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าด้านสุขภาพเต็มที่กับ…ผลิตภัณฑ์ซุปข้นนี้ จึงใช้วิธีการ ปั่นส่วนผสมที่เป็นพืชสมุนไพรให้ละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้หมด เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่ไม่รับประทานพืช สมุนไพรบางอย่าง อาจเป็นเพราะ รสชาติที่จัดจ้าน หรือ เนื้อสัมผัสที่เหนียว และ แข็ง

“…จากนั้นได้นำมาใส่ใน บรรจุภัณฑ์ทนความร้อนอ่อนตัว (retort pouch) ชนิดอะลูมิเนียมแบบตั้ง แล้วมีส่วนผสมพืช สมุนไพรเครื่องเทศ เช่นเดียวกับ ตำรับอาหารไทยสูตรดั้งเดิม เพียงแต่เติมส่วนของ นมผง เนยจืด และสารปรุงแต่งเนื้อสัมผัสบางชนิด ให้ซุปมีลักษณะข้น และมี กลิ่นอายของอาหารไทย ปะปนกับกลิ่นของนมและเนย ซึ่งความแตกต่างที่เป็นจุดขายนั้นเอง…” น.ส.เพลินใจ ตังคณะกุล บอกและว่า

…คุณค่าทางโภชนาการของ ผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 ชนิด มี ปริมาณโปรตีน ไขมัน และ คาร์โบไฮเดรต อาหาร 100 กรัม ให้ พลังงานอยู่ในช่วง 50–90 กิโลแคลอรี โดย ซุปต้มข่า มีปริมาณโปรตีน ไขมัน และพลังงานสูงสุด รองลงมาคือ ซุปเขียวหวาน ในด้านคุณสมบัติ ต้านสารอนุมูลอิสระ มีค่าอยู่ในช่วง 6.6-19.7 มิลลิกรัม วิตามินซีเปรียบเทียบต่อ อาหาร 100 กรัม พบว่า ซุปเขียวหวานมีค่าสูงสุด รองลงมาคือ ซุปแกงเลียง ซุปต้มยำ และ ซุปต้มข่าไก่ ปริมาณ สารประกอบฟินอลิค ทั้งหมดอยู่ระหว่าง 21.4-39.0 มิลลิกรัม กรดแกลลิค เปรียบเทียบต่ออาหาร 100 กรัม…

ขั้นตอนการทำซุปไทยสไตล์ฝรั่ง.ขั้นตอนการทำซุปไทยสไตล์ฝรั่ง.

ส่วนในการเก็บรักษาได้ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปที่ บรรจุในถุงอะลูมิเนียมชนิดทนร้อนอ่อนตัว (retort pouch) ซึ่งผ่าน กระบวนการฆ่าเชื้อ (steriliza-tion) ที่อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส นาน 20–25 นาที  จึงสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้เป็น เวลาไม่ต่ำกว่า 9 เดือน โดยไม่เกิดการเน่าเสีย…!!

จากนั้นทดลองให้ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในจังหวัดเชียงใหม่บริโภคจำนวน 105–113 คน ผลปรากฏว่า ผู้ชิมชอบ ซุปต้มข่า มากที่สุดจำนวน 73% โดยชื่นชอบในรสชาติ สี กลิ่น รองลงมาคือ ซุปต้มยำ และ ซุปเขียว- หวาน โดยจำนวนผู้ชิมที่มีความชอบโดยรวมใกล้เคียงกันประมาณ 52% และ ซุปแกงเลียง จำนวนผู้ชิมที่ชอบมีเพียง 34% พบว่าสี กลิ่นและ รสชาติของซุปแกงเลียง  มีจำนวนคนชอบต่ำกว่า 40%

โดยแนวทางในการ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไทยชนิดใหม่ๆ ช่วยสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดสากลให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร อีกทั้งตำรับซุปยังสามารถขยายผลสู่เจ้าของร้านอาหาร ภัตตาคารทั้งในและ ต่างประเทศเพื่อเสริมในเมนูอาหารไทย

สำหรับ ผลิตภัณฑ์ซุป 4 ชนิด เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการ ความสะดวก รวดเร็ว ในการเตรียมอาหารเพื่อบริโภค อีกทั้งมีศักยภาพในการ ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

ใครสนใจผลิตภัณฑ์หรือต้องการชมกระบวนการผลิต กริ๊งกร๊างถาม น.ส.เพลินใจ ได้ที่ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 0-2942-8629-35 ในวันเวลาราชการ.

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 15 กรกฎาคม 2554, 05:01 น.

วิจัยพัฒนาป่าชายเลน ใช้เชื้อราชักนำการเติบโต

Published กรกฎาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

วิจัยพัฒนาป่าชายเลน ใช้เชื้อราชักนำการเติบโต.

Pic_187053

การทดลองในป่าชายเลนบริเวณศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร.

“ป่าชายเลน”…ณ วันนี้ ถูกบุกรุกทำลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น…นาเกลือ นากุ้ง การประมง ฯลฯ ซึ่งทำให้ปริมาณพื้นที่ลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้าง…ปัจจุบันมีผู้ตื่นตัวกับปัญหานี้มากขึ้น ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และชาวชุมชน ได้ช่วยกันพื้นฟูด้วยการนำพันธุ์ไม้ชายเลน อย่าง ต้นโกงกาง ต้นแสม ต้นตาตุ่ม มาปลูกทดแทน

ด้วยจิตสำนึก…ที่ต้องการให้กลับมาเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์อีกครั้ง นอกจากจะนำเอาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนลงไปปลูกแล้ว ยังต้องดูแลและหาวิธีการที่จะทำให้ต้นไม้ป่าชายเลนเจริญเติบโตได้ดี และช่วยในการฟื้นฟูเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการวิจัยและพัฒนาจาก นายสมพล มีพ่วง นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำเอาเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ssp. มาใช้ในการชักนำการเจริญเติบโตพันธุ์ไม้เหล่านี้

ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์

โดยมี ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการนำเอาเชื้อรา Trichoderma ssp. มาผสมกับดินเลนทั้งในแบบสูตรน้ำและสูตรที่ใส่เชื้อราที่ต้นโดยตรง แล้วนำมาวิเคราะห์ว่า “เชื้อรา” มีความสามารถในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นโกงกางใบเล็ก และต้นแสมทะเล ได้ดีกว่าต้นที่ไม่ใส่เชื้อหรือไม่

หลังจากได้ลงพื้นที่ปลูกป่าชายเลนบริเวณ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร และทดสอบการ ใช้เชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma ชนิดสด ในการเพาะกล้าไม้โกงกางและแสมทะเล กับสูตรหัวเชื้อ 3 สูตรด้วยกันคือ สูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.viride สูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.hazianum และสูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.hamatum จากการทดลองพบว่า ไม่ว่าจะ เป็นกล้าไม้โกงกางใบเล็ก กล้าไม้โกงกางใบใหญ่ กล้าไม้แสมทะเล ต่างก็เจริญเติบโตได้ดีที่สุดกับสูตรหัวเชื้อปฏิปักษ์ T.viride แล้ว อัตราเฉลี่ยความสูงของโกงกางใบเล็กเท่ากับ 54.60 เซนติเมตร โกงกางใบใหญ่เท่ากับ 79.65 เซนติเมตร และไม้แสมเท่ากับ 55.57 เซนติเมตร

นายสมพล เผยด้วยว่า สูตรที่ทดลองแบ่งเป็น 2 สูตร คือ สูตรหัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งวิธีการทำง่ายๆ ดังนี้ คือ ต้มน้ำพอเดือด ใส่เมล็ดข้าวฟ่างที่ แช่น้ำนาน 12 ชั่วโมง จากนั้นต้มจนเปลือกข้าวฟ่างเริ่มแตก กรองเมล็ดข้าวฟ่างให้สะเด็ดน้ำ ทิ้งไว้สักครู่ แล้วบรรจุลงขวดดูแรน นำเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่ง ฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นานประมาณ 15 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็น จึงลงมือสุ่มเชื้อราปฏิปักษ์ที่เลี้ยงบนอาหาร PDA อายุ 7 วัน จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ T.hazianum, T.viride และ T.Hamatum วางบนผิวหน้าเมล็ดข้าวฟ่าง บ่มที่อุณหภูมิห้องในที่มืด นาน 7 วัน สำหรับใช้ในการต่อเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อยต่อไป

ส่วนสูตร หัวเชื้อราปฏิปักษ์จากวัสดุเหลือใช้ขี้เลื่อย มีขั้นตอนดังนี้ให้นำ ขี้เลื่อย (50 กรัม) ปูนขาว (1.25 กรัม) ดีเกลือ (0.5 กรัม) คลุกเคล้าให้เข้ากับ น้ำปริมาตร 80 มิลลิกรัม บรรจุถุงพลาสติก พร้อมใส่คอขวดและอุดจุกปิดด้วยกระดาษ รัดด้วยหนังยางให้แน่น จากนั้นนำไปฆ่าเชื้อที่ 121 องศาเซลเซียส นาน 20 นาที วางทิ้งไว้ให้เย็นนำ หัวเชื้อราปฏิปักษ์จากเมล็ดข้าวฟ่าง ใส่ลงไปในก้อนหัวเชื้อจำนวน 10-20 เมล็ดต่อถุง ในสภาพที่ปราศจากการปนเปื้อนเชื้อ ปิดฝาถุงแล้วนำไปวางเรียงบนโต๊ะหรือชั้นวางที่เช็ดแอลกอฮอล์ 70%บ่มที่อุณหภูมิห้องทุกๆ 3 วัน ทำการเขย่าก้อนขี้เลื่อยเพื่อคลุกเคล้าเชื้อราปฏิปักษ์ที่อยู่ด้านบนให้ผสมกับขี้เลื่อยในถุงอย่างทั่วถึง จากนั้นบ่ม หัวเชื้อราปฏิปักษ์นาน 14 วัน ก่อนจะนำไปใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของต้นกล้า หากมีข้อสงสัยหรือต้องการนำหัวเชื้อราไปใช้ในการฟื้นฟูพัฒนาป่าชายเลนในพื้นที่ใกล้เคียงบ้านของท่าน ก็สามารถกริ๊งกร๊างไปได้ที่ ผศ.ดร.สุกาญจน์ รัตนเลิศนุสรน์ 08-9767-8569 ในวันเวลาราชการ.

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 18 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ไก่แจ้..ลายดอกหมาก สุดยอดแห่งความนิยม

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

ไก่แจ้..ลายดอกหมาก สุดยอดแห่งความนิยม.

Pic_185540

วันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา…ชมรมไก่แจ้มรดกไทย ร่วมกับ สมาชิกไก่แจ้มรดกไทยภาคใต้ จัดการประกวดไก่แจ้สายพันธุ์ไทยๆ ใช้ชื่อว่า… “งานสืบสานไก่แจ้มรดกไทย” ณ บริเวณ ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2 ส่วนขยาย) หรือชื่อใหม่ว่า…ตลาดรัฐประชามาร์เก็ต…

โดยงานนี้…ไก่แจ้ของใครเป็นผู้ชนะยังได้รับถ้วย รางวัลจาก…พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ (มือปราบหูดำ) ผบก.น.1 กับถ้วยของ ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร ประธานสมาพันธ์สมาคมชมรมไก่แจ้แห่งประเทศไทย…ซึ่งรายได้ ส่วนหนึ่งจากการจัดงานมอบเป็นทุนอาหารกลางวันเด็กด้อยโอกาส… “บ้านครูน้อย”

ในการประกวดไก่แจ้ครั้งนี้…เกณฑ์การตัดสินใช้ตามมาตรฐานของกรมปศุสัตว์…ถือว่ายิ่งใหญ่พอสมควร เพราะมี ไก่แจ้สายพันธุ์ไทยๆ หลากหลายชนิดนำเข้ามาประกวด โดยแบ่ง เป็น 13 ประเภท และมีทั้ง เพศผู้ และ เพศเมีย…เข้าร่วมโชว์ตัวอีกด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในดูครึกครื้นและเป็นกันเองในกลุ่มของผู้เลี้ยงไก่แจ้สายพันธุ์ไทย…

ไก่แจ้สายพันธุ์ลายดอกหมาก…ดูโดดเด่นและเป็นที่สนใจ มีคนให้ ความนิยมเป็นอย่างมาก โดยไก่แจ้สายพันธุ์นี้ เพศผู้….มีลักษณะ ใบหน้า หงอน เหนียง และติ่งหู สีแดงสด ใบหงอนมีเม็ดทรายหรือพื้นกำมะหยี่ ดวงตาสีส้มปนแดง หรือสีเหลืองส้ม จะงอยปากสีขาว หรือเหลือง หรือ ดำอมเหลือง ขนบริเวณหัวมีสร้อยคอระย้าเป็นสีขาวไม่มีสีดำปน ขนหลังและหัวปีกทั้ง 2 ข้าง สีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับ

…ที่โดดเด่นและชัดเจน…ตรงสาบปีกที่เป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นสีขาวนวล ขนอกใต้ท้องเป็นสีดำ ขนหางทั้งหมดตั้งแต่เครื่องคลุม หางพัด หางชัย เป็นสีดำเหลือบเขียวปีกแมลงทับบัวหงาย (ขนอุย) สีดำ ส่วนแข้ง นิ้ว และเล็บ เป็น สีขาวนวล หรือสีเหลือง หรือสีเหลืองอมเขียว…

ส่วน เพศเมีย มีลักษณะของขน ตั้งแต่หัวถึงสร้อยคอจะเข้มเป็นสีเทาอมน้ำตาล ใต้คอ หน้าอกถึงใต้ท้องเป็น สีครีมนวลส่วนสีตัวถึงเครื่องคลุมจะเป็นสีน้ำตาดำ ใบหางพัดทั้งหมดเป็นสีดำน้ำตาล แข้ง นิ้ว เล็บเป็นสีขาวนวล หรือสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว

สำหรับตัวเมีย สีลายนกกระจอก สีขนทั้งตัวจะเป็น สีน้ำตาลอมเหลือง ใบขนตั้งแต่ใต้คางจะเป็นสีน้ำตาลแดงเข้ม หน้าอกถึงใต้ท้องเป็นสีน้ำตาลแดง สร้อยคอเป็นสีน้ำตาลอมเหลืองขลิบขอบด้วยสีน้ำตาลอมดำ ส่วนสีตั้งแต่หัวปีกจนถึงโคนหาง ใบขนแต่ละใบคล้ายๆ เกล็ดปลา คือ ใบขนหางคลุม เป็นสีน้ำตาล ก้านขนและขอบขนเป็นสีครีม ซึ่งเป็น จุดเด่นประจำตัว ปีก 2 ข้าง เป็นสีน้ำตาลมี ลายเหลืองอมเขียว สีเขียว และ สีเขียวอมเทา

…เท่าที่บรรยายสีสันของไก่แจ้สายพันธุ์ลายดอกหมาก ถือว่าเป็น มาตรฐานของกรมปศุสัตว์ แต่หากใครต้องการสัมผัสการเลี้ยงขอแนะนำให้ไปที่…กลุ่มเพาะเลี้ยงไก่แจ้พันธุ์สีดอกหมากและผลิตภัณฑ์การเพาะเลี้ยงไก่แจ้พันธุ์สีดอกหมาก ตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 10 บ้านมาบตอง ต.หนองละลอก อ.บ้าน– ค่าย จ.ระยอง

ที่นี่เขามีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 20 ตัวต่อปี ไก่แจ้อายุ 2 เดือน สนนราคา 300 บาทต่อคู่ อายุ 4-5 เดือน ราคา 800-1,000 บาทต่อคู่ ส่วนพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ราคาคู่ละ 1,500-2,000 บาท ใครไปไม่ถูกกริ๊งกร๊างหา นางพยอม บุบผาชาติ  0-3889-2162…ในเวลาที่เหมาะสม.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 12 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

วิจัย..พลาสติกชีวภาพ แปรรูปมันสำปะหลังเพื่อสิ่งแวดล้อม

Published กรกฎาคม 11, 2011 by SoClaimon

4 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

วิจัย..พลาสติกชีวภาพ แปรรูปมันสำปะหลังเพื่อสิ่งแวดล้อม.

Pic_179758

เม็ดพลาสติกชีวภาพ.

พลาสติก…เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นจาก ปิโตรเคมี บางชนิด เมื่อ อากาศเย็นก็เกิดอาการแข็งตัว หากถูกความร้อนจะอ่อนตัวลง แต่บางชนิด กลับแข็งตัวอย่างถาวรและ ไม่สามารถย่อยสลายได้

แม้ว่า…พลาสติก จะมีประโยชน์หลายด้าน  ปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่ามีผลต่อสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลก เนื่องจากกระบวนการผลิตพลาสติกเกิด เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล กลายเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีเทน ซึ่งก๊าซเหล่านี้มีคุณสมบัติ ดูดซับคลื่นรังสีความร้อน กักเก็บบางส่วนไว้ในโลก ไม่ให้สะท้อนกลับสู่ชั้นบรรยากาศ เรียกสภาวะนี้ว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse effect) อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ วาฬบรูด้า เกยตื้นตายริมหาดในอ่าวไทย เมื่อผ่าท้องออกมาก็พบ ถุงพลาสติกที่ไม่ย่อยสลายอัดแน่นอยู่เต็มท้อง นั่นแหละคือ…สาเหตุของการเสียชีวิต…

นักวิจัย จากหลายหน่วยงานทั้ง ภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมมือกันพัฒนานำวัตถุดิบจากธรรมชาติ มาใช้ ทดแทนพลาสติก…โดย นายพิสุทธิ์ เลิศวิไล รองกรรมการผู้จัดการบริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยบูรพา และอีกหลายหน่วยงาน ด้วยการ จัดตั้งแผนกค้นคว้าวิจัยเม็ดพลาสติกชีวภาพที่มีคุณสมบัติย่อยสลายได้ 100% ปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นสรรหาวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศ ดังเช่น “แป้งมันสำปะหลัง” มาผลิตเป็นสารตั้งต้น

นายพิสุทธิ์ บอกด้วยว่า วิธีการผลิต ด้วยกระบวน การทางไบโอเทคโนโลยีและกระบวนการสังเคราะห์เม็ดพลาสติกทางเคมี โดยทำการเปลี่ยน โครงสร้างโมเลกุลให้มีคุณสมบัติที่เทียบเท่ากับเม็ดพลาสติกทั่วไปได้ ในกระบวนการผลิต ยังใช้พลังงานและทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าพลาสติกธรรมดา ถึงร้อยละ 20 ทั้งนี้ ยังเป็นวัสดุที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนห่วงโซ่ มูลค่าของการผลิตได้จาก วัตถุดิบการเกษตร ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สามารถปลูกขึ้นใหม่ทดแทนได้ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือ อ้อย และยังสามารถย่อยสลายทางชีวภาพ (biodegradable) ได้อย่างสมบูรณ์จากจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ใช้เป็นอาหารและย่อยสลาย กลายเป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และ มวลชีวภาพภายใน 180 วัน โดยการนำมาทดลองเข้าสู่ กระบวนการหมักในโรงหมักขยะอินทรีย์ ในการดำเนินการเป็น ระบบการจัดการขยะของเทศบาลหลายแห่ง…

พิสุทธิ์ เลิศวิไลพิสุทธิ์ เลิศวิไล

…เม็ดพลาสติกชีวภาพ และ ถุงพลาสติกที่วิจัยสำเร็จนี้ ได้ขอการรับรองมาตรฐานจากสถาบันที่ให้การรับรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ได้แก่ DIN  CERT-CO ประเทศเยอรมนี VIN-COTTE ประเทศเบลเยียม FSWA ประเทศฟินแลนด์ และ BPI สหรัฐอเมริกา ซึ่งการรับรองมาตรฐานนี้ เพื่อใช้ ตราสัญลักษณ์นำไปแสดงมาตรฐานได้ทั่วโลก ซึ่งจะเป็น รายแรกของประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองในการผลิตพลาสติกย่อยสลายได้ 100%…

สำหรับประเทศไทยในขณะนี้  สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กำลังยกร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพ โดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ ISO 17088:2008 (Specification for Compostable Plastics) ซึ่งได้กำหนดนิยามของพลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพไว้อย่างชัดเจนว่า เป็น “พลาสติกที่เมื่อผ่านกระบวนการหมักทางชีวภาพแล้วจะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ สาร ประกอบอนินทรีย์ มวลชีวภาพ และต้องไม่ทิ้งสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า สิ่งแปลกปลอม หรือสารพิษหลงเหลือไว้”

ในการค้นคว้าวิจัยพลาสติกชีวภาพ (Biopolymer) เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม สร้างความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางการใช้สินค้าจากพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และพร้อมที่จะร่วมมือกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศไทย โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-3849-1725 ต่อ 222, 109 E-mail : pisuth.lertvilai@multibax.com , surachai@multibax.com ,Website: www.multibax.com
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 4 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.
%d bloggers like this: