โลว์คอสต์

All posts tagged โลว์คอสต์

ปิดฉาก ‘ไทย ไทเกอร์’ บ.พ.ไม่อนุมัติจัดตั้ง

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

ปิดฉาก ‘ไทย ไทเกอร์’ บ.พ.ไม่อนุมัติจัดตั้ง.

Pic_186132

กรมการบินพลเรือน ดับฝันการบินไทย ไม่อนุมัติให้จัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวยส์ เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ เนื่องจากการบินไทย ชี้แจงการดำเนินการไม่ชัดเจน…

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมการบินพลเรือน (บ.พ.) ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แล้วว่าจะไม่อนุมัติให้มีการจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวยส์ เพื่อเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ เนื่องจากบริษัท การบินไทย ชี้แจงการดำเนินการไม่ชัดเจน

ส่วนสายการบินไทย วิงก์ ที่บริษัท การบินไทย ตั้งขึ้นในลักษณะของหน่วยธุรกิจของการบินไทยนั้น เป็นเรื่องของการบินไทยที่จะดำเนินการ เพราะหากไม่มีการตั้งชื่อบริษัทใหม่ ไม่ใช้โลโก้ใหม่ บริษัท การบินไทยก็สามารถทำได้

สำหรับแนวทางการดำเนินงานเรื่องสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวยส์ นั้น เกิดขึ้นเมื่อนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในความร่วมมือการร่วมทุน กับสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส ร่วมกันจัดตั้งสายการบินไทยไทเกอร์ แอร์เวย์ส เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ จะทำการบินในเส้นทางภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยคาดจะเริ่มให้บริการในช่วงไตรมาส 1 ของปี 54 เนื่องจากการบินไทยสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับสายการบินโลว์คอสถึง 32% หลังจาก 7 ปีที่ผ่านมาการบินไทย มีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจการบินในประเทศถึง 82% แต่ปัจจุบันทั้งการบินไทย และนกแอร์ มีส่วนแบ่งการตลาดเหลือเพียง 50%

โดยการร่วมทุนตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ แอร์เวยส์ จะใช้เงินลงทุนจัดตั้ง 100 ล้านบาท มีทุนจดทะเบีย 200 ล้านบาท การบินไทยถือหุ้น 49.8% และกลุ่มบริษัทในเครือของการบินไทยอีก 1.2% รวมเป็น 51% และไทเกอร์ แอร์เวย์ส โฮลดิ้ง คอมพานี ลิมิเต็ดอีก 49 % และการบินไทย ได้สิทธิที่นั่งในคณะกรรมการ 3 คน ส่วนไทเกอร์ แอร์เวย์ส มีที่นั่งในคณะกรรมการ 2 คน โดยผู้บริหารที่จะมาดูแล จะเป็นคนไทย และมีแผนจัดหาเครื่องบินใหม่ คือ เครื่องบินแอร์บัส เอ 320 จำนวน 5 ลำ ในปี 2554 และอีก 5 ลำ ในปี 2555 โดยกำหนดขายตั๋วโดยสารทางอินเทอร์เน็ตเป็นหลักที่ 92% เพื่อลดต้นทุน โดยแผนการดำเนินการทั้งหมดคาดว่า จะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

ผงาดโลว์คอสต์อาเซียน “ไทยแอร์เอเชีย”ถอยป้ายแดงกระหึ่ม

Published ตุลาคม 14, 2010 by SoClaimon

9 ตุลาคม 2553, 06:00 น.

ผ่านทางผงาดโลว์คอสต์อาเซียน “ไทยแอร์เอเชีย”ถอยป้ายแดงกระหึ่ม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_117429

เปลี่ยนนกยักษ์ใหม่ 40 ลำ วางเป้าบริการเข้าถึงผู้โดยสาร เพิ่มความถี่การบิน มากกว่า 54 จุดทั่วเอเชีย เปิดโครงข่ายใยแมงมุม …

นาย ทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนการลงทุนกว่า 40,000 ล้านบาท ในการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัสใหม่ป้ายแดงรุ่น A320 กว่า 40 ลำ เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพของฝูงบิน ว่า หลังจากที่ไทยแอร์เอเชียได้ผ่านวิกฤติมาหลายรูปแบบจนมาถึงวันนี้ และได้เพิ่มศักยภาพฝูงบิน ด้วยการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่หมดทั้ง 40 ลำแล้วนั้น เป้าหมายหลักคือการบริการจะต้องเข้าถึงกลุ่มผู้โดยสารได้ครอบคลุมทั้งการบริ การ และเพิ่มความถี่การบิน ในเส้นทางบินมากกว่า 54 จุดบินทั่วภูมิภาคเอเชีย และจะต้องทำให้ผู้โดยสารมีช่องทางในการเข้าถึง จองตั๋วโดยสารได้ง่ายและสะดวกที่สุด ดังนั้น ในปี 2553 ไทยแอร์เอเชียจะใช้ยุทธศาสตร์การบินแบบเครือข่ายใยแมงมุม หรือสไปเดอร์เน็ตเวิร์ก เพื่อให้ผู้โดยสารเดินทางได้ทั่วภูมิภาคเอเชีย ในราคาประหยัดสุดๆ

เปิดโครงข่ายใยแมงมุม

นอกจากนั้น เส้นทางบินที่ไทยแอร์เอเชียทำการบินหลังจากนี้ โดยเฉพาะเส้นทางบินในประเทศไทยแอร์เอเชียจะเน้นบินไปยังจังหวัดหลักๆใน ภูมิภาค เพื่อ เชื่อมศูนย์กลางทางการบินระหว่างภูมิภาคเข้าด้วยกัน เช่น ใช้สนามบินภูเก็ต เป็นศูนย์กลางทางการบินในภาคใต้, สนามบินเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางทางการบินในภาคเหนือ, ส่วนศูนย์กลางทางการบินในภาคอีสานนั้น ไทยแอร์เอเชียจะใช้ สนามบินอุดรธานี และสนามบินอุบลราชธานี เป็นศูนย์กลางทางการบิน เพื่อเชื่อมจากจังหวัดต่างๆที่อยู่ในแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกันไปสู่ภูมิภาคอา เซียน

ส่วนเส้นทางบินไปยังภูมิภาคอาเซียน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไทย แอร์เอเชียจะขยายจุดบินแบบวันสต๊อปเซอร์วิส ไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น เส้นทางบินสิงคโปร์, ฮ่องกง, มาเก๊า เสิ่นเจิ้น และกวางโจว ส่วนเส้นทางบินใหม่ ที่ไทยแอร์เอเชียจะเปิดในเร็วๆนี้อีก 2 เส้นทางบินคือ 1. เส้นทางบินอินเดีย โดยจะทำการบินไปยัง 2 เมือง คือ นิวเดลีกับกัลกัตตา ต่อด้วยมุมไบ เชนไน พาราณสี กาฐมาณฑุ ภูฏาน และ 2. จีน โดยจะมีแผนบินใน 3 เมืองหลักๆ ประกอบด้วย เฉินตู ฉงชิ่ง หางโจว

นายทัศพลกล่าวย้ำว่า โดยในแต่ละเส้นทางจะมีเมนูอาหารเสิร์ฟตามแต่ผู้โดยสารจะสั่ง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งที่มีการเสิร์ฟตามรายการ อาหารที่มีอยู่ โดยอาหารในแต่ละเส้นทางจะมีการปรับรสชาติและเมนูอาหารบนเครื่อง ให้สอดคล้องกับเส้นทางบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะเพิ่ม จำนวนเมนู ทั้งอาหารไทย เวียดนาม พม่า และอินเดีย ส่วนระบบเช็กอิน ก็จะพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งระบบมีเดียเน็ตเวิร์ก อินเตอร์เน็ต คีออสก์ เอสเอ็มเอส twitter และ facebook เชื่อว่าจะทำให้เข้าถึงเป้าหมายได้โดยตรง

ซื้อตั๋วแค่ปลายนิ้วมือ

“ต้องยอมรับว่าไทยแอร์เอเชียสามารถซื้อตั๋ว ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสจากโทรศัพท์มือถือ และอินเตอร์เน็ตจากบ้านในเว็บไซต์ www.airasia. com ซึ่งสามารถพิมพ์บัตรขึ้นเครื่องจากบ้านแล้วนำ บาร์โค้ดมาสแกนบนเครื่องอัตโนมัติในสนามบินต่างๆ ได้ทันที แม้ว่าไทยแอร์เอเชียจะเป็นโลว์คอสต์ แต่ก็ไฮเทคกว่าสายการบินทั่วไป”

นาย ทัศพลกล่าวย้ำถึงจุดแข็งสำคัญที่สุดคือ “ราคาตั๋วโดยสาร” ที่ในแต่ละเที่ยวจะมีให้เลือกถึง 8 ช่วงราคา โดยราคาช่วงนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่อง ก็ยังถูกกว่าสายการบินนานาชาติ และล่าสุดได้ลงทุนระบบใหม่ หรือที่เรียกว่าสกายนิวส์ ที่ผู้โดยสารสามารถ ทำโปรโมชั่นเลือกได้ทุกรูปแบบตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งการพัฒนากลยุทธ์ต่างๆนั้น ไทยแอร์เอเชียก็หวังที่จะขยายฐานลูกค้ากลุ่ม A เพิ่มขึ้นอีก 10-15% จากปกติมีเฉพาะกลุ่มบีและซีเป็นหลัก

นายทัศพล กล่าวอีกว่า ส่วนอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้า จะมีการลงทุนติดตั้งคีออสก์ออกบัตรขึ้นเครื่อง อัตโนมัติที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพิ่มขึ้นจาก 6 เครื่อง เป็น 12 เครื่อง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้โดยสารได้เข้ามาใช้บริการเพิ่มเป็น 50% และหลังจากนั้นจะมีแผนที่จะลดการให้ บริการที่เคาน์เตอร์เช็กอินกับพนักงานลดลงเหลือ 50%

ถอยเครื่องใหม่ป้ายแดง

อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าเมื่อ “ไทยแอร์เอเชีย” นำเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A320 กว่า 40 ลำ เข้าประจำฝูงบิน จากที่ในปัจจุบันได้มีการส่งมอบ และล่าสุดได้รับมอบเครื่องบินจากบริษัทผู้ผลิต 19 ลำ ส่วนที่เหลือจะทยอยรับมอบครบทั้ง 40 ลำ ในปี 2556 จะทำ ให้ไทยแอร์เอเชียเป็นสายการบินที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่าปีละ 6 ล้านคน และคาดว่าจะทำให้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่าปีละ 20-30% โดยปัจจุบันมีอัตราการบรรทุกปริมาณผู้โดยสาร (cabin factor) 78-79% นอกจากนั้นผลการดำเนินงานในปี 2552 ไทยแอร์เอเชียมีผลประกอบการกว่า 8,000-9,000 ล้านบาท แต่ในปี 2553 คาดว่าไทยแอร์เอเชียจะสร้างรายได้เพิ่มแบบก้าวกระโดดได้ไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท

นายทัศพลยังได้กล่าวถึงสาเหตุที่ไทยแอร์เอเชีย ลงทุนซื้อฝูงบินใหม่ป้ายแดง โดยเปลี่ยนเครื่องบินจากโบอิ้ง B737-400 ขนาดบรรทุกเก้าอี้ชั้นประหยัด ลำละ 148 ที่นั่ง และมาใช้แอร์บัส A320 ขนาดที่นั่ง ชั้นประหยัด 180 ที่นั่ง จะทำให้ไทยแอร์เอเชียสามารถ เพิ่มการขายตั๋วได้อีกเที่ยวละ 40 ที่นั่ง นอกจากนั้น  เมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่ป้ายแดงจะสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ โดยสาร เพราะเก้าอี้แต่ละตัวมีขนาดกว้าง โดยติดตั้งเก้าอี้แบบ 2 แถว แถวละ 3 ที่นั่ง ส่วนพื้นที่วางเท้าระหว่างแถว มีความยาวถึง 30 นิ้ว ซึ่ง จะทำให้ผู้โดยสารสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ได้รับบริการแบบไฮคลาสมากยิ่งขึ้น

“การนำเครื่องบินฝูงใหม่มาให้ บริการทั้ง 100% จะทำให้ไทยแอร์เอเชียจะสามารถยกระดับคุณภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของราคาตั๋วประหยัด เหมือนเดิม หรือประหยัดกว่าเดิม เพราะไทยแอร์เอเชียจะหมดปัญหาในเรื่องของค่าซ่อมบำรุง ประกอบกับทำให้สายการบินสามารถทำการบินได้หลากหลายเส้นทาง มากขึ้น ซึ่งจะครอบคลุมทุกเมืองที่อยู่ในความสนใจของผู้ใช้บริการ และได้เที่ยวบินที่ตรงต่อเวลา ซึ่งถือเป็นจุดแข็ง ในการให้บริการของสายการบินต้นทุนต่ำอย่างแท้จริง”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 ตุลาคม 2553, 06:00 น.

tags:
ไทยแอร์เอเชีย โลว์คอสต์ ทัศพล แบเลเว็ลด์ A320 เครื่องบินแอร์บัสใหม่

‘ทัศพล’ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ

Published สิงหาคม 8, 2010 by SoClaimon

8 สิงหาคม 2553, 19:21 น.

ผ่านทาง‘ทัศพล’ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_102241

นายทัศพล แบเลเว็ลด์

“ทัศพล” ดับเครื่องชน “ไทเกอร์ แอร์เวยส์” ชี้โลว์คอสต์แข่งดุรับเสือคำราม แย้มตลาดโลว์คอสต์ยังมีส่วนแบ่งเหลือบ้าง แต่ต้องขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหาร…

เมื่อ วันที่ 8 ส.ค. นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกของประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า แม้ว่าการบินไทย จะจับมือกับ “ไทเกอร์ แอร์เวยส์” จากสิงคโปร์ เพื่อจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์ “ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์” และตามแผนดำเนินงานจะเริ่มขายตั๋วโดยสารในเดือน ก.ย. 2553 นี้ และจะเปิดบินให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2554 ปีหน้านั้น เชื่อว่าตลาดโลว์โคสต์จะยังเติบโตได้อีก 4-5% จากนี้ และแต่ละสายการบินจะแข่งขันกันในเรื่องราคาต่ำสุดอย่างดุเดือด แน่นอน เพราะตลาดโลว์คอสต์ในประเทศ และต่างประเทศ ยังพอมีส่วนแบ่งการตลาดเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหารของแต่ละสายการบิน จะมีกลยุทธ์และมีความสามารถที่จะดึงส่วนแบ่งการตลาดให้อยู่กับตัวเองมากน้อย แค่ไหน ส่วนไทยแอร์เอเชีย ยืนยันว่าจะไม่ถอยหนี และไม่หายไปไหนแม้ว่าจะแข่งกันดุในเรื่องราคาถูกสุดเพื่อเอาใจตลาด แต่ก็จะทำแบบมีลิมิตและเป็นจังหวะเวลา

ทั้งนี้ เนื่องจากไทยแอร์เอเชียมั่นใจว่าจะยังครองส่วนแบ่งการตลาดโลว์คอสต์และยังคง เข้าไปแย่งแบ่งเค้กก้อนนี้ได้อยู่เนื่องจาก ไทยแอร์เอเชีย ปรับกลยุทธ์การตลาดสม่ำเสมอ รวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศกว่า 27.5% ขณะที่การบินไทยมีส่วนแบ่ง 32 % นกแอร์ 16% บางกอกแอร์เวยส์ 15.8% วันทูโก 8.4% ส่วนตลาดในเอเชีย ก็จะเห็นว่าตลาดโลว์คอสต์เข้ามาครองส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 18.1% และในส่วนนี้เป็นของแอร์เอเซียกว่า 11.5% ซึ่งจากตัวเองต่างๆ ก็พอจะมั่นใจได้ว่าแม้ว่าจะมีโลว์คอสต์ทั้งเก่า และ ใหม่แข่งกันดุ“ไทยแอร์เอเซีย”จะยังคงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อีกกว่า ปีละ 20-30% แน่นอน

นายทัศพล กล่าวเสริมต่อว่า แต่ขณะนี้ได้เป็นที่กังขากันในวงการอุตสาหกรรมการบินว่าการที่ฝ่ายบริหาร การบินไทย ได้เลือก “ไทเกอร์แอร์เวยส์” ให้เข้ามาพันธมิตรเพื่อให้บริการ โลว์คอสต์ ในนาม “ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์” นั้น มีเหตุผลอะไรเพราะหากเป็นสายการบินอื่นๆ หรือ นกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ หลายๆ คนจะไม่ข้องใจเลย เพราะขณะนี้เป็นที่รู้กันว่า ไทเกอร์แอร์เวยส์ ทั้งในสิงคโปร์ และที่ออสเตรเลียประสบปัญหาขาดทุนการดำเนินงานอย่างหนัก และการที่ การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทยจับมือกับสายการบินต่างชาติให้ เข้ามาบินในเส้นทางบินในประเทศในเส้นทางบินหลักๆ และทำกำไรที่การบินไทยและ นกแอร์ บินอยู่ จึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อ สังเกตกันว่า เส้นทางการเข้ามาร่วมทุนของ “ไทเกอร์แอร์เวยส์” กับ การบินไทย คล้ายกับกรณีการตั้งสายการบิน “ไทยแอร์เอเซีย” อย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มกองทุนเทมาเสก เป็นผู้ถือหุ้นพันธมิตรทั้งคู่แต่ในช่วงที่ ไทยแอร์เอเชียจัดตั้งสายการบินกลับถูกกระแสรักชาติต่อต้านอย่างหนักในเรื่อง นี้มองว่า เป็นเพราะ ไทยแอร์เอเชีย มาเร็ว และ เติบโตอย่างรวดเร็ว และก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากว่า 7-8 ปี ที่ไทยแอร์เอเชียก่อตั้งขึ้นมากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะฝ่าด่านตัวเอง สิ่งแวดล้อมปัจจัยภายนอกทั้ง ภัยธรรมชาติ ราคาน้ำมันที่ผันผวนรวมถึงปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบ เป็นลูกโซ่ ก็ถือเป็นภูมิคุ้นกันอย่างดีที่จะทำให้ ไทยแอร์เอเซียกล้าที่ก้าวอย่างมั่นคง และสู้ต่อไปเพราะทุกวันนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไทยแอร์เอเซียได้รับการยอมรับมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยเพิ่มขึ้น กว่าปีละ20-30%

โดยในปี 2553 คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 6.2 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการที่ 5.8ล้านคน อย่างไรก็ตามในปี53 คาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาทและมีกำไรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10%.

บิ๊กไทยแอร์เอเชีย-นกแอร์ แจงค่าตั๋วสายการบินต้นทุนต่ำ

Published พฤษภาคม 7, 2010 by SoClaimon

7 พฤษภาคม 2553, 20:00 น.

ผ่านทางบิ๊กไทยแอร์เอเชีย-นกแอร์ แจงค่าตั๋วสายการบินต้นทุนต่ำ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_81559

ผู้บริหารไทยแอร์เอเชีย-นกแอร์ แจงเหตุราคาตั๋วเครื่องบิน ระหว่างการซื้อหน้าเคาน์เตอร์ กับการจองผ่านตั๋วโปรโมชั่นที่มีราคาถูกกว่า…

7 พ.ค. นายทัศพล แบเลเวลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ผู้ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) กล่าวว่า บริษัทต้องการให้หน่วยงานภาครัฐ และผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการกับสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ เข้าใจถึงแผนธุรกิจของโลว์คอสต์ ที่มุ่งเน้นการนำเสนอราคาประหยัด แต่การซื้อตั๋วโดยสารหน้าเคาน์เตอร์ จะมีราคาที่สูงกว่าการวางแผนจองระยาว ซึ่งเหมือนกับโมเดลการทำธุรกิจโรงแรม ที่การวอล์คอินเข้าไปจะมีราคาสูงกว่าการจองล่วงหน้า

ทั้งนี้บริษัท มุ่งการนำเสนอราคาถูก ภายใต้แนวคิดใครๆ ก็บินได้ เพื่อต้องการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกับสายการบินรวมถึงสร้างกระแสให้คนไทย วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ให้บริการ ลูกค้ากว่า 99% เข้าใจถึงธุรกิจโลว์คอสต์เป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทอาจปรับกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโลว์คอสต์มากขึ้น โดยเฉพาะการจ่ายค่าสัมภาระ เพราะต้องการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า และลดภาระต่อผู้โดยสารที่ไม่ใช้บริการในส่วนดังกล่าว

“ลูกค้าส่วน น้อยที่เข้ามาร้องเรียน อาจเป็นกลุ่มที่พลาดหวังจากการจองผ่านตั๋วโปรโมชั่น คนที่จองได้ก็เห็นว่าถูกจริง ส่วนคนที่พลาดหวังอาจลังเลว่าจริงหรือไม่ จึงเป็นหน้าที่ของสายการบิน ที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจกับลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมา มีลูกค้าร้องเรียนผ่านหน่วยงานต่างๆ ของรัฐไม่ถึง 200 คน เทียบกับการบริการขนลูกค้ากว่า 5 ล้านคนต่อปี” นายทัศพล กล่าว

ด้าน นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด กล่าวว่า กรมการบินพลเรือนยังไม่ได้เรียกสายการบินนกแอร์เข้าไปชี้แจงระเบียบใหม่ หากเรียกมาตนยินดีเข้าไปชี้แจง โดยการคำนวณค่าตั๋วโดยสารของสายการบินนกแอร์ขณะนี้ จะมีช่องว่างห่างจากสายการบินไทย ซึ่งถือเป็นสายการบินพรีเมียมเฉลี่ย 20 % ขึ้นไป เช่น เที่ยวบินกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี ราคาตั๋วโดยสารของนกแอร์ ประมาณ 2,700 บาท ขณะที่สายการบินไทยราคา 4,500 บาท ซึ่งราคาห่างกันถึง 60 % ส่วนการคำนวณค่าตั๋วโดยสารหน้าเคาน์เตอร์นั้น จะสูงกว่าการจองล่วงหน้าอยู่แล้ว เนื่องจากการคำนวณค่าตั๋วโดยสารจะสูงกว่าต้นทุนประมาณ 5-10 % หากจองก่อน ราคาจะต่ำกว่าต้นทุน และหากจองหลัง ราคาก็จะปรับขึ้นต่อเนื่อง เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายได้

%d bloggers like this: