โทรคมนาคม

All posts tagged โทรคมนาคม

ดีแทค เศร้า ศาลไม่รับคุ้มครองฉุกเฉินระงับ 3 จี

Published พฤษภาคม 20, 2011 by SoClaimon

19 พฤษภาคม 2554, 20:33 น.
ดีแทค เศร้า ศาลไม่รับคุ้มครองฉุกเฉินระงับ 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172699

ดีแทค เศร้า ศาลปกครองไม่รับคุ้มครองฉุกเฉิน คดีฟ้อง กสท ให้ระงับ 3 จี แต่รับฟ้องบางข้อหาเท่านั้น…

เย็นวันที่ 19 พ.ค. ศาลปกครองกลาง โดยนายประวิตร บุญเทียม ตุลาการหัวหน้าศาลปกครองกลางและคณะมีคำสั่งรับฟ้องคดีที่ บมจ.โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ยื่นฟ้อง บมจ.กสท โทรคมนาคม และคณะกรรมการ บมจ.กสท โทรคมนาคม ว่า ดำเนินการเซ็นสัญญาโครงการ 3G HSPA กับกลุ่มบริษัท บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะข้อหาคณะกรรมการ บมจ.กสท โทรคมนาคม อนุมัติให้บมจ.กสท โทรคมนาคมดำเนินการเซ็นสัญญาโครงการ 3G HSPA กับกลุ่มบริษัท บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจทำให้ดีแทค ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคม เช่นเดียวกันได้รับความเดือดร้อน เสียหายได้ จึงอยู่ในอำนาจที่ศาลจะรับพิจารณาไว้ได้

ส่วนในข้อหาที่สอง ที่ขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้บมจ.กสทโทรคมนาคม และคณะกรรมการ บมจ.กสท โทรคมนาคม ยกเลิกและไม่ต้องปฏิบัติสัญญาโครงการ 3G HSPA กับกลุ่มบริษัท บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นคำขอที่ศาลไม่อาจกำหนดคำบังคับได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 และเมื่อศาลไม่รับฟ้องในข้อหาที่สองดังกล่าวไว้พิจารณาได้ ดังนั้นศาลจึงไม่สามารถรับคำขอให้พิจารณากำหนดมาตรการคุ้มครองช่วยความได้

อย่างไรก็ตาม หาดีแทคเห็นว่าการเข้าทำสัญญาของ บมจ.กสท โทรคมนาคม กับกลุ่มบริษัท บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำให้ดีแทคเสียหาย ดีแทคก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียจากการกระทำดังกล่าวของ บมจ.กสท โทรคมนาคม ภายใต้อายุความตามที่กฎหมายกำหนด

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังรับคำสั่งศาลปกครองกลาง เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ศาลมีคำสั่งรับฟ้องในข้อหาที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็กเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ฟ้องคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่มีมติอนุมัติให้ กสท เข้าทำสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 3 จี ด้วยเทคโนโลยีเอสเอสพีเอ กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2554 ซึ่งในข้อหานี้ทาง กสท ก็ต้องเตรียมเอกสารที่จะชี้แจงศาลต่อไป

ส่วนข้อหาที่ศาลไม่รับฟ้องคือดีแทคฟ้องว่า กสท ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ โดยเข้าทำสัญญาการบริการ 3 จี กับกลุ่มทรู โดยการทำสัญญาดังกล่าวไม่เป็นตามกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2535 โดยดีแทค ขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการตามสัญญาทุกสัญญา ขอคุ้มครองฉุกเฉิน ซึ่งศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้อง และไม่รับคุ้มครองฉุกเฉิน

นายหรรษา ชีวพฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ศาลจะไม่รับอุทธรณ์ในกรณีที่ไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพราะถือว่าคำสั่งเป็นที่สิ้นสุด และทาง ดีแทค สามารถยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และสามารถยื่นฟ้องแพ่งต่อไปได้ เพราะอาจได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาบริการ 3 จี ของ กสทและทรู

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤษภาคม 2554, 20:33 น.

ฤกษ์​ดี ​’ที​โอ​ที’​ ฟ้อง​ค่าย​มือ​ถือ​แสน​ล้าน

Published พฤษภาคม 10, 2011 by SoClaimon

9 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.

ฤกษ์​ดี ​’ที​โอ​ที’​ ฟ้อง​ค่าย​มือ​ถือ​แสน​ล้าน.

Pic_169992

“ที​โอ​ที” ถือ​ฤกษ์​ดี​ 9 พ.ค.54 เวลา 09.09 น. ​ยื่น​ฟ้องต่อ​ศาล​ปกครอง กรณี กสท  และ​คู่สัญญา​สัมปทาน ​หยุด​จ่าย​ค่า​เชื่อม​โยง​โครง​ข่าย​แบบ​แอ็กเซส​ชาร์จ เดือน​ละ 200 บาท​ต่อ​เลข​หมาย ​ตั้งแต่​พ.ย.49 ถึง​ปัจจุบัน…

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า บริษัท ที​โอ​ที จำกัด (มหาชน) ได้​ถือ​ฤกษ์​ดี​วัน​ที่ 9 พ.ค.2554 เวลา 09.09 น. เดินทาง​ไป​ยื่น​ฟ้องร้อง​ต่อ​ศาล​ปกครอง กรณีบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ​คู่สัญญา​สัมปทาน ได้แก่ บริษัท โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค บริษัท ท​รู​มูฟ จำกัด (มหาชน) บริษัท ดิจิตอล​โฟน จำกัด หรือ​ดี​พี​ซี ใน​เครือ​บริษัท แ​อด​วาน​ซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ​เอ​ไอ​เอส ได้​หยุด​จ่าย​ค่า​เชื่อม​โยง​โครง​ข่าย​แบบ​แอ็กเซส​ชาร์จ (ค่า​เอ​ซี) เดือน​ละ 200 บาท​ต่อ​เลข​หมาย มา​ตั้งแต่​เดือน พ.ย.2549 จนถึง​ปัจจุบัน เป็น​เวลา​เกือบ 5 ปี ทำให้​ที​โอ​ที​ขาด​ราย​ได้​กว่า 138,600 ล้าน​บาท แบ่ง​เป็น ดี​แทค 97,000 ล้าน​บาท ท​รู​มูฟ 35,000 ล้าน​บาท ดี​พี​ซี 2,400 ล้าน​บาท และ​ กสท 4,200 ล้าน​บาท

ทั้งนี้​ คณะ​กรรมการ (บอร์ด) ที​โอ​ที ได้​มอบหมาย​ให้​ฝ่าย​บริหารไป​ยื่น​ฟ้องร้อง ​กสท​ และ​คู่สัญญา​สัมปทาน กรณี​การ​หยุด​จ่าย​ค่า​เอ​ซีตั้งแต่​วัน​ที่ 7 เม.ย.​ที่​ผ่าน​มา ซึ่ง​หลังจาก​นั้น​ฝ่าย​บริหาร​และ​ฝ่าย​กฎหมายได้​เตรียม​ข้อมูล​ทุก​ด้าน​ให้​ครอบคลุมและสมบูรณ์​ที่สุด เพราะ​อายุความ​จะ​สิ้นสุด​ใน​เดือน​ พ.ย.2554 ถ้า​หาก​ไม่​ยื่น​ฟ้อง ที​โอ​ที​ก็​จะ​ไม่​สามารถ​เรียก​ร้อง​ค่าเสียหาย​ได้

สำหรับ​การ​หยุด​จ่าย​ค่า​เอ​ซี​ขอ​ง ก​สท และ​คู่สัญญา​สัมปทาน​มือ​ถือ​นั้น สืบ​เนื่อง​มา​จาก​การ​ดำเนิน​การ​ตาม​ประกาศ​ของ​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กทช.) เรื่อง​ว่า​ด้วย​การ​ใช้​ค่า​เชื่อม​โยง​โครง​ข่าย​แบบ​อินเตอร์​คอน​เน็กชั่น​ชาร์จ (ค่า​ไอ​ซี) ที่​คิด​ค่า​ใช้​โครง​ข่าย​ตาม​จริง ซึ่ง​มี​การ​ตกลง​ที่​จะ​คิด​ค่า​บริการ​ระหว่าง​กัน​เฉลี่ย​นาที​ละ 1.07 บาท โดย​ที​โอ​ที​เป็น​ผู้​ให้​บริการ​มือ​ถือ​เพียง​ราย​เดียวที่​ยัง​ไม่​เข้า​ร่วม เพราะ​หาก​ที​โอ​ที​ยอม​รับ ก็​จะ​เสีย​ราย​ได้​ทันทีปี​ละ 15,000-16,000 ล้าน​บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.

กสท ถอด​ใจ​ยิง​ดาวเทียม​ใหม่

Published พฤษภาคม 6, 2011 by SoClaimon

6 พฤษภาคม 2554, 09:00 น.

กสท ถอด​ใจ​ยิง​ดาวเทียม​ใหม่.

Pic_169345

กสท ถอด​ใจ​ยิง​ดาวเทียม​ใหม่​ หลังครม.​มี​มติ​ให้เป็น​ผู้​รับผิดชอบ​ยิง​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่​เพื่อ​รักษา​สิทธิ์ใน​วง​โคจร พบมีข้อจำกัดหลายด้าน ระยะเวลาในการสร้างยาวนาน …

นาย​จิ​รา​ยุทธ รุ่ง​ศรี​ทอง กรรมการ​ผู้จัดการ​ใหญ่ บมจ. กสท โทรคมนาคม กล่าว​ว่า จาก ครม.​มี​มติ​ให้ กสท เป็น​ผู้​รับผิดชอบ​ยิง​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่​เพื่อ​รักษา​สิทธิ์ ใน​วง​โคจร 120 องศา​ตะวันออก ฝ่าย​บริหาร​ของ กสท ได้​มอบหมาย​ให้​นาย​ขจร​ศักดิ์ สิง​หเสนี รอง​กรรมการ​ผู้จัดการ​ใหญ่ กสท เป็น​ประธาน​คณะ​ทำ​งาน​เพื่อ​ศึกษา​ความ​เป็นไปได้​ใน​การ​ลงทุน การ​จัด​ทำ​คำ​ขอ​งบประมาณ​เพื่อ​การ​ลงทุน​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่ แต่​หลังจาก​ที่​ตรวจสอบ​รายละเอียด​ใน​การ​ยิง​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่​ พบ​ว่า​มี​ข้อ​จำกัด​หลาย​ด้าน โดยเฉพาะ​สิทธิ​ใน​วง​โคจร​ดัง​กล่าว​ที่​เหลือ​เพียง 9 เดือน ดังนั้น ไม่​มี​ทาง​ที่​จะ​สร้าง​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่​ได้​ทัน​แน่นอน เพราะต้อง​ใช้​เวลา​อย่าง​ต่ำ 25 เดือน หรือ 2 ปีกว่า

“ดังนั้น กสท เตรียม​จะ​เสนอ​แนวทาง​ให้​ไอ​ซี​ที 2 รูป​แบบ คือ 1. เช่า​ดาวเทียม​ต่าง​ประเทศ​ที่​อยู่​ใน​วง​โคจร​ลาก​มา​ไว้​ที่​ตำแหน่ง​ดัง​กล่าวโดย​รายละเอียด​นั้น อาจจะ​ต้อง​ประสาน​ไป​ยัง​สหภาพ​โทรคมนาคม​ระหว่าง​ประเทศ (ไอ​ที​ยู) ว่า​ใน​วง​โคจร​ที่​ใกล้​เคียง​กับ 120 องศา​นั้น มี​ดาวเทียม​ดวง​ไหน​ที่​จะ​สามารถ​ลาก​มา​อยู่​ใน​ตำแหน่ง​เพื่อ​รักษา​สิทธิ์​ไป​พลางๆก่อนจาก​นั้นค่อย​พิจารณา​การ​ยิง​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่​ตามลำดับ หรือ 2. เจรจา​กับ​ผู้​ผลิต​ดาวเทียม ​และ​ขอ​ซื้อ​ดาวเทียม​ที่​สร้าง​เสร็จ​แล้ว​พร้อม​ยิง​ได้​ทันที แต่​ผล​เสีย​คือ​จะ​ไม่ได้​สเปก​ดาวเทียม​ที่ กสท ต้องการ​ครบถ้วน ซึ่ง​ทางออก​ดัง​กล่าว​นี้ ต้อง​ให้​ไอ​ซี​ที​เป็น​ผู้​พิจารณา​และ​นำ​เข้า​สู่​ที่​ประชุม ครม.”

นาย​จิ​รา​ยุทธ ​กล่าว​ว่า แนวทาง​ดัง​กล่าว​นี้ กสท กำลัง​อยู่​ระหว่าง​ศึกษา​ผล​กระทบ​ข้อ​ดี​ข้อ​เสีย​อย่าง​รอบ​ด้าน เพราะ​การ​ดำเนิน​ธุรกิจ​ดาวเทียม​นั้น มี​ประเด็น​ที่​ละเอียด​อ่อน และ​เกี่ยวข้อง​ใน​แง่​กฎหมาย​หลาย​ประการ และ​หาก​ต้อง​ยิง​ดาวเทียม​ดวง​ใหม่​จริง​ก็​น่า​จะ​ใช้​เงิน​ลงทุน​ไม่​ต่ำ​กว่า 100 ล้าน​เหรียญ​สหรัฐฯ ซึ่ง​เบื้องต้น​คาด​ว่าจะ​ทำ​โครง​งาน​ดัง​กล่าว​เสนอ​ให้​ ไอ​ซี​ที​ และ​นาง​จี​ราว​รรณ บุญ​เพิ่ม ปลัด​กระทรวง​ไอ​ซี​ที​พิจารณา​ได้​ใน 1-2 สัปดาห์​ต่อ​จาก​นี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 พฤษภาคม 2554, 09:00 น.

กสทช.รอประชุมบอร์ดครั้งหน้า อนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3จี กสท

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

20 เมษายน 2554, 19:55 น.
กสทช.รอประชุมบอร์ดครั้งหน้า อนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3จี กสท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165481

คาดว่าในการประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งหน้า รักษาการบอร์ดจะอนุมัติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี อย่างแน่นอน หลังยื้อยุดกันในเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กสทช.ว่ามีอำนาจอนุมัติหรือไม่มาตั้งแต่ปี 53…

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือรักษาการ กสทช. ได้หยิบยกประเด็นการอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อนำมาให้บริการ 3 จี มาหารืออีกครั้ง โดยรักษาการ กสทช.ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า กสท สามารถนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี ได้ตามสิทธิ์ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมรายหนึ่ง แต่เนื่องจากนายสุธรรม อยู่ในธรรม รักษาการ กสทช. ยังมีข้อท้วงติงว่า กสท เป็นผู้ฟ้องร้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) นั้น ถือว่า กสท มีท่าทีขัดแย้งกันเอง

ต่อมาที่ประชุมรักษาการ กสทช. จึงได้มอบหมายให้นายสุธรรม ไปตรวจสอบประเด็นตามข้อกฎหมายที่ท้วงติง ให้เกิดความชัดเจน และให้นำเสนอกลับมาเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดรักษาการกสทช.ในคราวหน้า เพื่ออนุมัติให้นำเข้าอุปกรณ์ 3 จี เพราะการอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3 จี นอกจากจะทำให้ประชาชนคนไทยได้ใช้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ที่รอคอยกันมานานแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และการให้บริการโทรศัพท์มือถือของประเทศ และเป็นการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมของประเทศด้วย
สำหรับการขออนุมัติการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี ของ กสท เป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมาตั้งปี 2553 หลังจากที่กสทได้ยื่นฟ้องร้องกทช.ต่อศาลปกครองกลาง ก่อน กทช.เปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 จี เพียงวันเดียว โดยศาลมีคำสั่งให้ระงับการประมูล 3 จีเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2553 ซึ่งกสทได้ยื่นเรื่องขออนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3 จี มาตั้งแต่ปลายปี 2553 แต่รักษาการ กสทช. มีข้อถกเถียงกันเรื่องอำนาจของรักษาการกสทช.ทำให้ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ กสท ได้ทำหนังสือยืนยันว่า การอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ 3 จี เป็นคนละเรื่องกับการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ กสทช.มีอำนาจอนุมัตินำเข้าอุปกรณ์ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าในการประชุมครั้งหน้า รักษาการบอร์ดกสทช.จะอนุมัติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี อย่างแน่นอน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 เมษายน 2554, 19:55 น.

กทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์

Published มีนาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 มีนาคม 2554, 00:54 น.

ผ่านทางกทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154713

 

กรรมการ กทช.ไม่มั่นใจอำนาจ ยังไม่พิจารณาทรู-ฮัทช์ ต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมบอร์ด กสทช.ก่อน ขณะที่ ซีอีโอ กสท เดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญา…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2554 นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการ กทช.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช.ลาออก 2 คน คือ นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ และ นายบัณฑูร สุภัควณิช ทำให้ขณะนี้การประชุมคณะกรรมการ กสทช.อาจมีปัญหาความไม่ชัดเจนในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ จึงอาจต้องรอความชัดเจนว่า กสทช.สามารถดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้ง คณะกรรมการ กสทช.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายพนา กล่าวถึงการพิจารณาการลงนามในสัญญาดำเนินธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น ภายหลังจากที่กลุ่มทรูเข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชินสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์นั้น ว่า ฝ่ายกฎหมายของกทช.ได้ดำเนินการสรุปผลสอบแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งหากมีการพิจารณาจะพิจารณาว่ามีส่วนที่กระทบต่อพระราชบัญญัติ กสทช. พ.ศ. 2553 และ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ว่าเข้าข่ายการดำเนินการเป็นสัญญาสัมปทานหรือไม่

กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีหลายหน่วยงานได้ตรวจสอบสัญญาทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. รวมทั้งบริษัท กสท โทรคมนาคม ก็เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร หรือ ไอซีที ดังนั้นจึงอาจต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ก่อนที่จะมีมติใดๆ ออกมา อย่างไรก็ตาม กทช.ได้ส่งหนังสือตอบข้อสงสัยให้กับ สตง.เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กทช.กำลังประชุมเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เพื่อให้ทันตามที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดไว้ ภายใน 120 วันนับจากกฎหมายมีผลบังคับใช้

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดในการออกใบอนุญาต ซึ่งจะเเล้วเสร็จในวันที่ 19 เมษายน 2554 รวมทั้งการเตรียมออกใบอนุญาตให้กับผู้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก หรือ เคเบิ้ลทีวี ให้กับผู้ประกอบการอีก 40-50 ราย หลังจากที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวีมาแล้ว 7 ราย และจะมีการหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองเพื่อผู้บริโภค ในการดูแลโฆษณาการขายสินค้าประเภทอาหารและยา ที่อวดอ้างสรรพคุณตามวิทยุชุมชนกับเคเบิลทีวี เพราะเป็นอันตรายต่อประชาชน

ส่วน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กสท จะส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน ตามที่กำหนดไว้ในคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ข้อเรียกร้องที่ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญานั้น โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต้องชำระเพิ่มอีก 16,887 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 6,565 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย และดีพีซี 2,449 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยเช่นกัน ส่วนจะนำไปเป็นมาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาของดีแทคและทรูมูฟหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลการ เพราะกสท ได้ส่งเรื่องข้อพิพาทให้สถาบันอนุญาโตตุลการเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะอนุญาโตตุลาการ มีนายประจักษ์ พุทธิสมบัติ เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย นายพิชัย หลากสุขถม นายไพโรจน์ คงฤกธิ์ นายสมโชค มีไชยโย นายลิขิต ธีรเวคิน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 มีนาคม 2554, 00:54 น.

 

“จิรายุทธ” ยันสัญญา 3 จีแจงได้ทุกขั้นตอน ยกเครื่องเพื่อ “กสท” อยู่รอด

Published มีนาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 มีนาคม 2554, 06:00 น.

ผ่านทาง\”จิรายุทธ\” ยันสัญญา 3 จีแจงได้ทุกขั้นตอน ยกเครื่องเพื่อ \”กสท\” อยู่รอด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_153293

 

เปิดใจ “จิรายุทธ” ยันสัญญาโทรศัพท์มือถือ 3 จี “กสท-ทรู” ทำเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ยันทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มั่นใจ “จุติ” ชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น ย้ำเลือก “ทรู” เพราะซื้อฮัทช์สำเร็จ …

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินการในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ รูปแบบใหม่เพื่อบริการ 3 จี กับริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ เป็นการดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของ กสท เพราะในอีก 3 ปีข้างหน้า กสท จะไม่มีรายได้จากสัมปทานโทรศัพท์มือถืออีกแล้ว “หมดยุคเสือ นอนกินแล้ว เพราะ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) กำหนดให้ กสท นำรายได้จากสัมปทานส่งเข้ารัฐทั้งหมด”

ดังนั้น ถ้า กสทไม่เตรียมความพร้อม ไม่สร้างโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่บัดนี้ กสท ก็จะประสบปัญหาขาดทุนและเกิดวิกฤติการเงินแน่นอน จากปัจจุบันมีรายได้รวม 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสัมปทาน 30,000 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการของ กสท 20,000 ล้านบาท ถ้าหักรายได้จากสัมปทานออกไป กสท จะขาดทุนทันที 2,000 ล้านบาท และจะขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก เพราะมีรายจ่ายเกินตัว

สาเหตุที่เลือกกลุ่มทรูเป็นพันธมิตรด้วยการลงนามในสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ 7 ฉบับนั้น เป็นเพราะกลุ่มทรูได้เข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในส่วนกลาง 25 จังหวัด จากบริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ฮ่องกง สำเร็จ และมีการเจรจาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ร่วมกัน โดยการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากระบบซีดีเอ็มเอ เป็นเอชเอสพีเอ (ระบบเทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพสูง) ทั้ง 3,000 สถานี และจะขยายเป็น 4,500 สถานี เพื่อให้บริการ 3 จี ครอบคลุมทั่วประเทศ ในอีก 3 ปีข้างหน้า

“กสท ไม่สามารถควบคุมฮัทช์ได้ ว่าจะขายกิจการให้ใคร เพราะเป็นเรื่องที่เอกชนตกลงซื้อขายกันเอง ไม่ว่าเอไอเอส หรือดีแทค ถ้าซื้อฮัทช์ได้สำเร็จ กสท ก็ต้องทำธุรกิจกับรายนั้น”

ส่วนกรณีที่ กสท ไม่นำคลื่นความถี่มาเปิดประมูลให้เอกชนรายอื่นๆมีส่วนร่วมด้วยนั้น ก็เนื่องจาก กสท มีสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์นำคลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรรมาเปิดประมูลได้ เพราะหน้าที่เปิดประมูลคลื่นความถี่เป็นของ กสทช. ซึ่งขณะนี้ กสทช.ยังไม่สามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ได้ เพราะศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ทั้งนี้ การทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่จะช่วยหยุดการขาดทุนและหยุดเลือดไหลทุกวัน จากการให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอในส่วนภูมิภาค 51 จังหวัด ที่ กสท เปิดบริการมา 3 ปีแล้ว มีลูกค้า 300,000 ราย แต่ขาดทุนทุกปี ปีละ 2,000 ล้านบาท และถ้าปล่อยให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอนี้เดินหน้าต่อไปอีก 5 ปี หรือเปิดให้บริการไปจนกว่าสัญญาฮัทช์จะสิ้นสุดในปี 2558 กสท ก็จะขาดทุนสะสมมากกว่า 10,000 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินการธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นั้น กสทได้ศึกษาอย่างละเอียด  ทั้งในแง่มุมของกฎหมายและระเบียบต่างๆ  โดยใน ส่วนของกฎหมาย  ยืนยันได้ว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้า ร่วมการงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) เพราะเป็นการดำเนินการตามระเบียบของพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของ กสท เอง และดำเนินการตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กทช.) ว่าด้วยการขายส่งและขายปลีก (Wholesale-Reseller) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความแล้วว่าการดำเนินการตามประกาศ กทช.ว่าด้วยการทำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกนั้น  ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯปี 2535

ฉะนั้น เมื่อมีระเบียบที่รองรับและถูกต้องอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีลักษณะคล้ายกับการเช่าโครงข่ายเคเบิ้ลใต้น้ำ เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) จึงไม่ต้องเข้าสู่ขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวใน การทำธุรกิจโทรศัพท์ มือถือที่มีการแข่งขันสูงสุด และมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นอกจากจะหยุดการขาดทุนจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอระบบเก่า ยังทำให้ กสท กลายเป็นผู้ให้บริการการให้เช่าเสาโทรคมนาคมและระบบส่งสัญญาณ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของกิจการโทรคมนาคม และเป็นผู้ให้บริการขายส่งโครงข่าย หรือ Wholesale รวมถึงเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วย โดย กสท จะมีรายได้จากการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นี้ตลอดอายุสัญญา 14 ปี กับ 5 เดือน คิดเป็นมูลค่า 32,000 ล้านบาท

“ถ้าจะถามว่าเหตุใด กสท ไม่ทำธุรกิจด้วยตัวเอง ก็ต้องยอมรับความจริงว่า กสท ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ทั้งคุณภาพโครงข่ายก็ไม่ครอบคลุม เครื่องโทรศัพท์ก็ตกรุ่น เพราะกว่าจะจัดซื้อได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน แม้จะให้ บริการโทรศัพท์มือถือซีดีอีเอ็มมานานแล้ว แต่มีผู้ใช้บริการแค่ 300,000 ราย จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กสท ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วยตัวเองไม่ได้”.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 มีนาคม 2554, 06:00 น.

 

“จุติ” ห้ำหั่น “เอไอเอส” ไม่เลิก บี้ทีโอที–กสทฟ้องค่าเสียหาย

Published กุมภาพันธ์ 25, 2011 by SoClaimon

25 กุมภาพันธ์ 2554, 05:15 น.

ผ่านทาง\”จุติ\” ห้ำหั่น \”เอไอเอส\” ไม่เลิก บี้ทีโอที–กสทฟ้องค่าเสียหาย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_151542

 

รมว.ไอซีทีห้ำหั่น “เอไอเอส” ไม่เลิก บี้ทีโอที–กสท ฟ้องค่าเสียหายก่อนคดีหมดอายุความ 26 ก.พ. นี้ ขู่ดำเนินการไม่ทัน ถือว่าไม่มุ่งมั่นที่จะรักษาผลประโยชน์ของรัฐ หันหน้าพึ่ง “คลัง” ฟ้อง ครม.ทักษิณ  …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ ทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึงกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการตามกฎหมาย ให้เสร็จสิ้นก่อนที่คดีจะหมดอายุความในวันที่ 26 ก.พ.2554 หากดำเนินการไม่ทัน ถือว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มุ่งมั่นที่จะรักษาผลประโยชน์ของรัฐ อาจส่งผลให้ดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

ทั้งนี้   เป็นผลสืบเนื่องจากคำพิพากษาศาล ฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ให้ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นของแผ่นดิน และมีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับสัญญาสัมปทานมือถือ ซึ่ง ทีโอที และ กสท ได้รับความเสียหายจากการกระทำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งกระทรวงไอซีที ได้เร่งรัดให้ ทีโอที และ กสท ดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากได้รับหนังสือจากกระทรวงไอซีทีแล้ว นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานกรรมการ กสท ได้เรียกประชุมบอร์ดอย่างกะทันหัน เพื่อพิจารณาว่า กสท ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากคดีดังกล่าวหรือไม่ ขณะที่ทีโอทีได้เตรียมการที่จะยื่นฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส คิดเป็นเงิน 75,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ

ด้านนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ในวันนี้ (25 ก.พ.) จะหารือกับกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น 100% ถึงการฟ้องร้องคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ เมื่อ ม.ค.2546 ที่อนุมัติให้นำค่าภาษีสรรพสามิตหักออกจากส่วนแบ่งรายได้สัมปทาน ทำให้ กสท ได้รับความเสียหาย 40,000 ล้านบาท หากกระทรวงการคลังเห็นชอบด้วยก็จะยื่นร้องต่อศาลปกครองต่อไป โดยการเตรียมการยื่นฟ้องร้องดังกล่าว เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ

ส่วนการฟ้องร้องเอกชนคู่สัญญาสัมปทานนั้น กสท ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในสัญญาสัมปทาน คือ การตั้งคณะอนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณา หากคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการไม่ถือว่าสิ้นสุด ก็จะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลต่อไป

ขณะที่นายจุติกล่าวว่า   กระทรวงไอซีทีได้ เร่งรัดให้ ทีโอที และ กสท ไปดำเนินการฟ้องร้องตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว เพราะหากไม่ดำเนินการจะถูกฟ้องร้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเชื่อว่า ทีโอที และ กสท กำลังเตรียมข้อมูลในการฟ้องร้องใน 1-2 วันข้างหน้านี้ ส่วนการลาออกของกรรมการทีโอทีนั้น เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ เพราะกังวลเรื่องที่เอไอเอสได้ส่งหนังสือไปถึงที่บ้าน ทำให้ครอบครัวไม่สบายใจ จึงต้องตัดสินใจลาออก ทั้งๆที่ทุกคนต้องการทำงานช่วยเหลือทีโอที   ให้ อยู่รอดและแข่งขันกับเอกชนได้   ขณะนี้บอร์ดทีโอทีเหลือ  7  คนถือว่าประชุมได้   ซึ่งจะมีการประชุมในวันนี้ (25 ก.พ.) เชื่อว่านายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ดทีโอที มีวุฒิ–ภาวะในการดำเนินการและสามารถจัดการคดีต่างๆ ของทีโอทีให้ลุล่วงไปได้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กุมภาพันธ์ 2554, 05:15 น.

 

กสทช.ดิ้นหลุดข้อครหาเตะถ่วง 3 จี

Published กุมภาพันธ์ 4, 2011 by SoClaimon

3 กุมภาพันธ์ 2554, 06:15 น.

ผ่านทางกสทช.ดิ้นหลุดข้อครหาเตะถ่วง 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_146162

 

เร่งเคลียร์ปมนำเข้าอุปกรณ์ ย้ำเอกสารครบ 5 วันอนุมัติได้ ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างกันเท่านั้น…

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากปัญหาความล่าช้าการอนุมัติให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม โดยเฉพาะอุปกรณ์ HSPA เพื่อขยายโครงข่าย 3 จี รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จนทำให้เอกชนต้องยื่นหนังสือร้องเรียนมายัง กสทช.นั้น ล่าสุดที่ประชุมบอร์ด กสทช.ได้อนุมัติให้สร้างขั้นตอนการอนุมัตินำเข้าใหม่ ให้เป็นแบบอัตโนมัติ โดยจะอนุมัติให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

ทั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนวิธีการอนุมัตินำเข้า จากเดิมให้อำนาจสำนักงานในการอนุมัติได้ทันทีแต่ หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ กทช.ระงับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2553 ที่ผ่านมา ทำให้ กทช.ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการอนุมัติใหม่ เป็นการลงนามอนุญาต 2 คน คือ พ.อ.นที และนายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. เพื่อความรอบคอบอีกครั้ง และป้องกันปัญหาว่าจะมีการร้องเรียนว่า กทช. มีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่

พ.อ.นที กล่าวต่อถึงการลงนามในสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ว่า กสทช.ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วนำมารายงานที่ประชุม กสทช.ต่อไป เนื่องจาก กสทช.จะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนเสนอความคิดเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป

“กสทช.สนับสนุนการลงทุนขยายโครงข่าย 3 จี ดังนั้น ผู้ได้รับอนุญาตสามารถยื่นขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ได้ เมื่อเอกสารครบ กสทช.ก็พร้อมอนุญาต ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างกันเท่านั้น ไม่มีปัญหาอื่น และไม่ต้องการเป็นตัวถ่วง 3 จี อย่างที่ใครๆกล่าวหา”

พ.อ.นที กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการให้บริการแบบเช่าใช้โครงข่าย หรือ MVNO รายใหม่นั้น กสทช.คงยังให้ใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตก่อนหน้านี้ ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าสัญญาเดิมที่ทำไว้จะหมด และคงไม่กระทบกับ MVNO ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการประเภทที่ 1 ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนไปให้บริการแบบขายส่งขายได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาตใหม่อีก

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาและเตรียมการให้ใบอนุญาตองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ (ไทยพีบีเอส) เนื่องจาก พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง  กิจการโทรทัศน์  และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. กำหนดให้ต้องออกใบอนุญาตให้ภายใน 120 วัน หลังจากกฎหมายมีผลประกาศใช้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 กุมภาพันธ์ 2554, 06:15 น.

 

ครม.มอบ “จุติ” เปิดโต๊ะเจรจาเคลียร์สัปทานบริษัทโทรศัพท์

Published กุมภาพันธ์ 1, 2011 by SoClaimon

1 กุมภาพันธ์ 2554, 20:00 น.

ผ่านทางครม.มอบ \”จุติ\” เปิดโต๊ะเจรจาเคลียร์สัปทานบริษัทโทรศัพท์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_145811

 

ครม.มอบ “จุติ” เปิดโต๊ะเจรจาเคลียร์สัปทานบริษัทโทรคมนาคม เพื่อให้ข้อกำหนดในสัญญากลับไปเป็นตามสัญญาเดิม เล็งหาช่องฟ้องหากคว้าน้ำเหลว นายกฯเผยสิงเทลลงทุนทำหนังสือขอโทษ …

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ที่ศูนย์แถลงข่าวทำเนียบรัฐบาล ตึกนารีสโมสร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุม ครม.พิจารณาแนวทางแก้ปัญหาสัมปทานโทรคมนาคม กรณีที่ศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความไม่ถูกต้องของสัญญาสัมปทาน ที่มีการแก้ไขโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ได้รายงานมาให้ ครม.ทราบว่า การแก้ไขสัญญาแต่ละครั้งกับแต่ละบริษัทมีรายละเอียดอย่างไร และแยกออกมาคือว่า กรณีที่เป็นการแก้ไขที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น การเปลี่ยนที่อยู่ ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนมาตรา 22 ส่วนกรณีการแก้ไขสัญญา ในลักษณะซึ่งเป็นสาระสำคัญและกระทบกับประโยชน์ของรัฐ เช่น การไปปรับลดส่วนแบ่งรายได้ ซึ่งกระทรวงไอซีทีรายงานมาว่าจะไปดำเนินการเจรจาเพื่อให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวคำวินิจฉัยของศาลของคณะกรรมการกฤษฎีกาและรักษาผลประโยชน์ของรัฐ โดยจะไปเจรจาและรายงานกลับมาให้ทราบภายใน 15 วัน ซึ่งกระทรวงไอซีทีต้องเตรียมมาตรการรองรับหลังจากนี้ถ้ามีผลการเจรจาเป็นอย่างไร ก็จะต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของหน่วยงานรัฐและประชาชนผู้รับบริการได้ด้วย เมื่อเจรจาเสร็จแล้วก็ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้สัญญาที่เกิดหลังปี 2535 ต้องว่าไปตามมาตร 13 แต่ว่ากรณีไหนที่เกิดขึ้นก่อน 2535 ให้ดำเนินการตามมาตรา 22 อย่างไรก็ตาม หากเจราจาไม่สำเร็จต้องมีการตัดสินใจที่ตามมาว่า จะดำเนินการอย่างไรในทางกฎหมาย เพราะผลกระทบอาจจะเกิดขึ้น ถ้าเจรจาไม่มีปัญหาทุกอย่างก็เรียบร้อย จากนั้นไปทำเป็นสัญญาแล้วเดินหน้าต่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของดีแทคและเอไอเอส ถือว่าคณะกรรมการตามมาตรา 22 มีมติแล้วจะถือว่านำมติของคณะกรรมการมาตรา 22 ไป เจรจาได้เลยใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ใช่ครับ” เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ว่า อาจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกลับคืนให้รัฐอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นทางเลือกหนึ่งตามกฎหมาย เมื่อถามว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเจรจาจะทำให้รัฐได้ผลประโยชน์และดูแลประชาชนแต่จะไม่เป็นช่วงเวลาหาเงินของคนบางกลุ่ม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในที่สุด ถ้าจะมีการดำเนินการอะไรเกี่ยวกับสัญญาจะต้องมีการเสนอตามกฎหมายร่วมทุนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า การเจรจาจะเป็นการเจรจาทั้งในส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานและส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องมีการเพิ่มขึ้นตามอัตราสัมปทานเดิมที่แก้ไขไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลักคือ เจรจาเพื่อให้ข้อกำหนดในสัญญากลับไปเป็นตามสัญญาเดิม ไม่ใช่แก้ไขในลักษณะซึ่งทำให้รัฐเสียประโยชน์ และทำโดยผิดขั้นตอนไม่ถูกต้องในอดีต

เมื่อถามว่า มีการจับตามองมากในส่วนของบริษัทเอไอเอสที่มีผลสืบเนื่องจากคำพิพากษาโดยตรง จะมีเรื่องค่าเสียหาย 7.3 หมื่นล้านหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เราจะดูจากแต่ละประเด็นที่มีการแก้ไขแต่ละครั้ง เช่น ส่วนแบ่งสัญญา บริการที่จ่ายเงินก่อน การไปคำนวณการหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโรมมิ่งที่มีอยู่ประมาณ 7 สัญญา ขณะนี้กระทรวงไอซีทีจะไปตั้งคณะทำงานกับทั้ง 4 บริษัทในทุกสัญญาที่มีการแก้ไขในเนื้อหาสาระสำคัญที่รัฐเสียประโยชน์ ให้ไปดำเนินการเจรจาแล้วก็เข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 13 หรือ มาตรา 22 ของ พรบ.ร่วมทุนแล้วแต่กรณี เมื่อถามว่า เอกชนอ้างว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องของอนุญาโตตุลาการ มีการพูดกันหรือไม่การแก้ปัญหาส่วนนี้จะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของการมีข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากสัญญา แต่มันเป็นปัญหาว่าสัญญาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งมันไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า ในที่ประชุม ครม.มีการพูดถึงกรณีที่บริษัททรูฯทำสัญญากับ กสท. ในการซื้อกิจการของฮัทช์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ เมื่อถามต่อว่า นายกฯได้คุยกับนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีทีหรือไม่ว่าเข้าข่ายการเลี่ยงพ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่ เพราะมูลค่าเกิน กว่า 1 พันล้านบาทตามที่กฎหมายกำหนด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่านายจุติตั้งประเด็นข้อกฎหมายให้ทางอัยการซึ่งนายจุติกำลังทำรายงานมาถึงตน เมื่อถามว่า ต้องมีการเสนอให้กฤษฎีกาตีความเพื่อความชัดเจนในข้อกฎหมายหรืออไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทราบแต่ว่ารมว.ไอซีทีจะรายงานมา โดยยึดความเห็นของอัยการ 3 ประเด็น

ต่อข้อถามถึงการพบกับผู้บริหารบริษัทสิงคโปร์เทเลคอม(สิงเทล) ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัทเอไอเอส นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดกันเฉพาะเจาะจง เขาพูดถึงว่าเขาเป็นนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนมาเป็น ระยะเวลายาวนานพอสมควรแล้วยังมองเห็นศักยภาพของตลาด ซึ่งตนบอกว่ามี 2 เรื่องที่ต้องมองไปข้างหน้า 1.การขยายตัวของตลาดกับความจำเป็นในการที่จะต้องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานก็ยืนยันว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะเร่งรัดเรื่องของ 3 จี ซึ่งตอนนี้กฎหมายออกมาแล้วอยู่ระหว่างการเร่งสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และจะเป็นอำนาจของ กสทช. ในการดำเนินการต่อไป 2.บรรดาปัญหาข้อกฎหมายที่ค้างอยู่ตนก็บอกว่ารัฐบาลมีหน้าที่รักษากฎหมาย เมื่อถามว่า มีการพูดถึงเรื่องความไม่เป็นธรรมของรัฐบาลในการดูแลคู่สัญญาแต่ละรายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูด ไม่มีอะไร เพราะตนบอกว่าการดำเนินการตามกฎหมายของเรา ไม่มีการเลือกปฏิบัติอยู่แล้ว ส่วนที่บริษัทสิงเทลมีการแถลงข่าวกล่าวหารัฐบาลนั้นในการพบกันเขาก็ขอโทษตน และเห็นว่าเขาจะทำหนังสือขอโทษมาอีก ส่วนจะต้องแถลงข่าวเพื่อแก้ข้อกล่าวหาหรือไม่นั้นไม่ทราบ เป็นดุลพินิจของเขา

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 1 กุมภาพันธ์ 2554, 20:00 น.

 

“ดีแทค”ออกอาละวาดฟัดทรูมูฟ ขอแก้สัญญาทัดเทียมไม่งั้นสวย!

Published กุมภาพันธ์ 1, 2011 by SoClaimon

1 กุมภาพันธ์ 2554, 05:45 น.

ผ่านทาง\”ดีแทค\”ออกอาละวาดฟัดทรูมูฟ ขอแก้สัญญาทัดเทียมไม่งั้นสวย! – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_145607

 

หาก  กสท  ทำสัญญากับเอกชนรายอื่นมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับดีแทค และทำให้ดีแทคเสียเปรียบนั้น  ทาง กสท และดีแทคจะต้องหารือร่วมกันเพื่อหาทางไม่ให้ดีแทคเสียเปรียบ…

ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ว่า เมื่อวันที่ 25 ม.ค.54 บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค โดยนายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ลงนามในหนังสือเรียกร้องให้ กสท ปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือข้อ 15.20 ซึ่งระบุไว้ว่า  หาก  กสท  ทำสัญญากับเอกชนรายอื่นที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับดีแทค โดยมีข้อกำหนดเงื่อนไข ค่าบริการ การจ่ายส่วนแบ่งรายได้  ที่แตกต่างไปจากเดิม และทำให้ดีแทคเสียเปรียบนั้น  ทาง กสท และดีแทคจะต้องหารือร่วมกันเพื่อหาทางไม่ให้ดีแทคเสียเปรียบ

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการทำสัญญาระหว่าง กสท  กับกลุ่มบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งได้มีการเซ็นสัญญากันไปเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งดีแทคระบุว่าทำให้ดีแทคเสียเปรียบทั้งอายุสัญญาสัมปทานและการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ กสท จึงควรพิจารณาปรับรูปแบบการทำธุรกิจใหม่กับดีแทค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยหาก กสท ไม่ยินยอมที่จะปฏิบัติ ดีแทคจะยื่นฟ้องร้องศาลปกครองต่อไป

ดีแทคยังได้ระบุในหนังสือร้องเรียนด้วยว่า การที่ กสท ได้ตกลงทำสัญญากับกลุ่มบริษัท ทรูมูฟ จำกัด เกี่ยวกับการใช้คลื่นความถี่และรูปแบบการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จีใหม่ร่วมกันนั้น กสท ได้ตกลงให้กลุ่มทรูมูฟเป็นผู้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์เอชเอสพีเอ เพื่อให้บริการ 3 จี บนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอทั่วประเทศ และจากนั้น กสท จะเช่าเหมาโครงข่ายดังกล่าวนำมาขายส่งให้ทรูต่อ เพื่อให้จำหน่ายต่อลูกค้าต่อไป ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า กรณีดังกล่าว กสท ให้สิทธิ์แก่กลุ่มทรูในการได้รับผลประโยชน์จากคลื่นที่ กสท ได้รับมาจากรัฐบาล และเจตนาให้กลุ่มทรูได้รับประโยชน์เพียงผู้เดียว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 กุมภาพันธ์ 2554, 05:45 น.

 

%d bloggers like this: