โครงสร้างภาษีภาคเกษตรกรรม

All posts tagged โครงสร้างภาษีภาคเกษตรกรรม

เอกชนค้านแหลกชี้รัฐบาลเพี้ยน

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128112.

Pic_128112

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

เอกชนค้านแหลกชี้รัฐบาลเพี้ยน “ชัยวุฒิ” มึนโครงสร้างภาษีใหม่ หวั่นลดสิทธิประโยชน์บีโอไอ ขอความชัดเจนโดยเร็ว เกรงกระทบการลงทุน …

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรมีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่โดยเฉพาะภาษีส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ข่าวที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งต้องสอบถามเป็นการภายในกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะมีผลกระทบวงกว้าง จะต้องรอบคอบก่อนออกสู่สาธารณะเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ดังนั้น การจะปรับเปลี่ยนคงจะต้องหารือกับทุกส่วนรวมถึงภาคเอกชน และคงจะหารือกันในระดับนโยบาย โดยเฉพาะในบอร์ดบีโอไอที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะการไปลดสิทธิประโยชน์การลงทุนของบีโอไอ จะต้องรอบคอบ เนื่องจากเหตุผลของการตั้งบีโอไอก็เพื่อส่งเสริมการลงทุนและสิทธิพิเศษด้านภาษีก็เป็นหนึ่งในหลายมาตรการในการชักจูงการลงทุนเข้ามาและไม่ได้ให้ทุกราย โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะให้และยังกำหนดเวลาและเงื่อนไขอีก

นายธนิต  โสรัตน์  รองประธาน  ส.อ.ท.กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาระประชาชนที่มีการบริโภคสินค้าทั้งภาคอุตสาหกรรมและรวมไปถึงภาคเกษตรกรรม แล้วจะนำไปแลกกับภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่เป็นเรื่องของการลงทุนจึงเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

“หวังว่าท้ายสุดรัฐบาลจะชัดเจนในเรื่องนี้โดยเร็วและคงไม่เพี้ยนไปมากกว่านี้เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน ซึ่งมาตรการทางภาษีของบีโอไอเพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรงถ้ายกเลิกเขาก็คงไม่นำเงินมาลงทุนแน่ ขณะที่ไทยเองก็ต้องการสร้างงานเพิ่ม”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงแผนการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัททั้งประเทศลงมาอยู่ที่ 18% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันเก็บในอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 10-37% และยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอ ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มยังอยู่ที่ระดับเดิม  7%  นั้น  ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเห็นด้วยหากจะมีการบังคับใช้จริง ซึ่งการปรับลดภาษีนิติบุคคล ที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) และบริษัทนอกตลาด เสียภาษีในอัตราเท่ากัน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทของประเทศมีต้นทุนการทำธุรกิจที่ลดลงทั้งระบบ

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า  เมื่อมีการปรับลดภาษีลงเท่าเทียมกัน  จะทำให้  บจ.เดิมที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ถอนตัวออกจากตลาด เพราะมีต้นทุนสูงกว่าบริษัทนอกตลาดนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการถอนตัวออกจากตลาด เพราะปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น ประกอบกับการอยู่ในตลาดจะทำให้มูลค่าและภาพพจน์ตลาดดีขึ้นด้วยจากความคาดหวังของนักลงทุนด้วย ซึ่งถือเป็นผลดีต่อผลประกอบการ

“การลดภาษีนิติบุคคลให้เท่ากันทั้งระบบ จะเป็นผลดีต่อส่วนรวมมากกว่า เพราะเมื่อบริษัทนอกตลาดมีต้นทุนที่ถูก ก็จะช่วยให้บริษัทโตขึ้น และในอนาคตเมื่อต้องการขยายธุรกิจ ก็สามารถเข้ามาระดมเงินทุนในตลาดได้ ส่วนบริษัทที่อยู่ในตลาด แม้จะมีต้นทุนในการเปิดเผยข้อมูลสูง  แต่เชื่อว่าไม่น่ามีใคร อยากออกตอนนี้ เพราะดัชนีเป็นช่วงขาขึ้น จึงทำให้ มูลค่าของบริษัทปรับตัวขึ้น ซึ่งโครงสร้างภาษีแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับแค่ตลาดทุน แต่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแรงขึ้น”

ส่วนการยกเลิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอนั้น  โดยส่วนตัวเห็นว่าบีโอไอสามารถปรับวิธีการทำงานใหม่  โดยเปลี่ยนเป็นผู้เอื้ออำนวยความสะดวกในการติดต่อให้กับบริษัทต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนในไทย  และส่งเสริมให้บริษัทในไทยไปลงทุนต่างประเทศ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.
%d bloggers like this: