แผ่นดินไหว

All posts tagged แผ่นดินไหว

แผ่นดินไหว 1.7 ริกเตอร์ แม่ฮ่องสอน

Published กรกฎาคม 7, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/13189

วันเสาร์ ที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 08.27 น.

tags : แม่ฮ่องสอนริกเตอร์แผ่นดินไหว,
สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 01.26 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 1.7 ริกเตอร์ ศูนย์กลางของผ่นดินไหว อยู่ลึกไปในพื้นดินราว 10 – 30 กิโลเมตร เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

 

โฆษณา

ลาวแผ่นดินไหว4.8 ริกเตอร์

Published กรกฎาคม 4, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/12754

วันอังคาร ที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 19.12 น.

tags : แผ่นดินไหวลาวสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว
 

เมื่อเวลา 17.45 น.วันนี้ (3 ก.ค.) สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหวรายงานเหตุแผ่นดินไหว 4.8 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศลาว ละติจูด 20.44 และ ลองติจูด 103.64  ระดับลึกจากผิวดิน 538 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย

แผ่นดินไหวศูนย์กลางMYANMAR-INDIA BORDER REGION5.6ริกเตอร์

Published กรกฎาคม 2, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/12445

วันอาทิตย์ ที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 13.58 น.

tags : แผ่นดินไหวพม่าแม่ฮ่องสอนกรมอุตุนิยมวิทยา
สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยามวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 11.13 น.วันนี้ (1 ก.ค.) เกิดเหตุแผ่นดินไหวบนบก จุดศูนย์กลางอยู่ที่ MYANMAR-INDIA BORDER REGION  วัดขนาดความรุนแรง 5.6 ริกเตอร์  ละติจูด 25° 37′ 48” เหนือ ลองติจูด 94° 48′ 00” ตะวันออก ความลึกจากระดับผิวดิน 30 กิโลเมตร ห่างจากกิ่งอ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน 769 กม. ไม่มีผลกระทบต่อไทย

แผ่นดินไหว…เขื่อนไทยปลอดภัยหรือไม่? – หลากเรื่องราว

Published พฤษภาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/114567

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2555 เวลา 00:00 น.

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งวัดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 8.9 ริคเตอร์ ทำให้ประเทศที่มีแผ่นดินติดกับมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งประเทศไทยด้วยประกาศเตือนเรื่องคลื่นยักษ์สึนามิทันที และได้ประกาศยกเลิกในเวลาต่อมา หลักจากนั้นไม่กี่วันก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดกลางขึ้นบนเกาะภูเก็ต และบริเวณใกล้เคียงวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 4.3 ริคเตอร์ และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง

ผลจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ แม้ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์  ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะออกมายืนยันว่า แผ่นดินไหวที่ภูเก็ต เป็นเรื่องที่อาจเกิดได้นาน ๆ ครั้ง ไม่มีความรุนแรงขนาดทำลายสิ่งก่อสร้าง หรือทำความเสียหายมากมายอะไรนัก และการเกิดอาฟเตอร์ช็อกเป็นเรื่องปกติ และเมื่อเกิดครั้งหนึ่งหรือช่วงหนึ่งแล้ว น่าจะทอดระยะเวลาต่อไปอีกนานมาก กว่าจะหวนกลับมาเกิดเช่นนี้อีกก็ตาม แต่มีประชาชนส่วนหนึ่งตื่นตระหนกเป็นห่วงสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสาธารณชนจะเกิดการร้าวหรือพังได้ นั่นก็คือ “เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ”

โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้กับ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ หมู่ที่ 7 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.3 ริคเตอร์ มากที่สุด  กลัวเขื่อนพัง และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบเพื่อความมั่นใจ

เขื่อน หรือ อ่างเก็บน้ำ ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ในการดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทาน ซึ่ง กฟผ.จะดูแลเขื่อนขนาดใหญ่ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วย เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ เขื่อนสิรินธร เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนรัชชประภา เป็นต้น ส่วนกรมชลประทานจะดูแลทั้งเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กบางแห่ง รวมแล้วหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ  รวมทั้งอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ ซึ่งเป็นอ่างฯขนาดกลางก็อยู่ในการดูแลของกรมชลประทานด้วย

นายสุรสิทธิ์ อินทรประชา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านออกแบบและคำนวณ) กรมชลประทาน กล่าวว่า จากการตรวจสอบความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำในจังหวัดภูเก็ตซึ่งมี 2 แห่งคือ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำและอ่างเก็บน้ำบางวาด ยังมีความมั่นคงและแข็งแรง สันเขื่อนไม่พบรอยแตกร้าวแต่อย่างใด ซึ่งการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำนั้นจะเผื่อเรื่องของแผ่นดินไหวอยู่แล้ว และที่สำคัญอ่างฯบางเหนียวดำแกนกลางของเขื่อนเป็นหินแกรนิต ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

นอกจากนี้เนื่องจากโครงสร้างของสันเขื่อนถูกออกแบบมาให้รับแรงสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ถึงขนาด 7 ริคเตอร์ ในขณะที่แผ่นดินไหวบริเวณเกาะภูเก็ตและอาณาบริเวณรอบเกาะวัดแรงสั่นสะเทือนสูงสุดอยู่ที่ 4.3 ริคเตอร์เท่านั้น ทำให้ไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทุกแห่งในประเทศไทย นอกจากคำนึงถึงประโยชน์การใช้งานเป็นหลักแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญด้วย ซึ่งอ่างเก็บน้ำทุกแห่งทั้งแบบดินและคอนกรีตจะถูกออกแบบมาให้ได้รับแรงสั่นสะเทือนมาก–น้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ เช่น อ่างเก็บน้ำที่อยู่ทางภาคเหนือ ใต้ ตะวันตก จะมีโครงสร้างที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ 7 ริคเตอร์ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีรอยเลื่อนของเปลือกโลกแต่ไม่ใช่รอยเลื่อนหลัก เป็นเพียงรอยเลื่อนแขนงหรือรอยร้าวของแผ่นดินเท่านั้น

เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทุกแห่งจะต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงให้ได้ตามค่ามาตรฐานความปลอดภัย โดยวิศวกรที่ชำนาญงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะความแข็งแรงและมั่นคงของเขื่อนไม่ได้ถูกกำหนดจากการไหวตัวของแผ่นดินเท่านั้น ยังมีด้านอื่น ๆ ประกอบอีกด้วย ดังนั้นประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าเขื่อนทุกแห่งมีความแข็งแรงมั่นคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงขออย่าได้ตื่นตระหนก…อธิบดีกรมชลประทานกล่าว.

แผ่นดินไหวใต้ทะเลนอกฝั่งอิเหนา 5.1 ยังไม่พบเสียหาย

Published พฤษภาคม 15, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/oversea/260558

15 พฤษภาคม 2555, 12:55 น.

Pic_260558

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลทางตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย นอกชายฝั่งเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย สามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 5.1 ตามมาตราแมกนิจูด เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 พ.ค. โดยอ้างสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ว่า เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลทางตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 5.1 ตามมาตราแมกนิจูด เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายที่แน่ชัด

ข้อมูลของยูเอสจีเอสระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวระดับ 5.1 ในครั้งนี้ อยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรอินเดียเพียงแค่ 10 กิโลเมตร    ห่างจากเมืองบันดา อาเจะห์ ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ไปทางตะวันตกราว 708 กิโลเมตร และห่างจากเมืองซาบังของอินโดนีเซียไปทางตะวันตกราว 725 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวทางตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดียในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง เพิ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง ซึ่งวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 4.4 ตามมาตราแมกนิจูด ห่างจากชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตราราว 641 กิโลเมตร โดยไม่มีรายงานความเสียหายเช่นกัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 15 พฤษภาคม 2555, 12:55 น.

สพฉ.จัดทำแผนรับมือแผ่นดินไหว นำร่องเมืองกาญจน์

Published พฤษภาคม 9, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/254676

21 เมษายน 2555, 15:04 น.

Pic_254676

สพฉ. เตรียมจัดทำแผนรับมือแผ่นดินไหวในพื้นที่เสี่ยง นำร่องพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อการจัดการที่เป็นระบบ พร้อมจัดอบรมทีมกู้ชีพเคลื่อนที่เร็วรองรับภัยพิบัติเพิ่มเติม 23 เม.ย.นี้…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึง การดำเนินการเตรียมรับมือการเกิดแผ่นดินไหว หลังจากที่นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายให้ สพฉ.ดำเนินการเตรียมพร้อมร่วมกับพื้นที่เสี่ยง ว่าขณะนี้ได้ประสานทีมกู้ชีพในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง ให้เตรียมพร้อมรับมือ ทั้งในเรื่องการเตรียมป้องกันและการช่วยเหลือ คือ 1. เตรียมจัดให้มีการฝึกอบรมทีมปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่เร็วตอบโต้ภัยพิบัติเพิ่มเติมให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเบื้องต้นจะจัดอบรมเพิ่มเติมอีก 2 รุ่น ในวันที่ 23 เมษายนนี้ เพื่อรองรับการเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีความถี่มากขี้น 2. ประสานให้ทีมกู้ชีพในพื้นที่ให้เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องของระบบการสื่อสาร การแจ้งเหตุและบุคลากร และ 3. ได้จัดเตรียมรถซุปเปอร์แอมบูแลนซ์ หรือรถพยาบาลฉุกเฉิน 6 ล้อยกสูง ที่มีอุปกรณ์ทางแพทย์ครบครัน พร้อมระบบสื่อสารประจำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว โดยหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่และวางแผนบูรณาการร่วมกับกลุ่มจังหวัดพื้นที่เสี่ยง โดยนำร่องแล้วที่ จ.กาญจบุรี ซึ่งกลุ่มจังหวัดพื้นที่เสี่ยงใกล้รอยเลื่อน โดยได้หารือร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ภาครัฐ ภาคเอกชน และทีมกู้ชีพในพื้นที่ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนบูรณาการรับมือหากเกิดแผ่นดินไหวร่วมกัน เพื่อให้แต่ละหน่วยงานร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และเกิดการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้นทั้งในส่วนของการเตือนภัย การกู้ภัย และการช่วยเหลือผู้ป่วย เป็นต้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการเตรียมการในทุกพื้นที่เสี่ยงต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 21 เมษายน 2555, 15:04 น.

นายกฯมอบ สธ.เตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว

Published พฤษภาคม 9, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/254311

20 เมษายน 2555, 07:55 น.

Pic_254311

นายกฯ มอบ รมว.สธ. เตรียมมาตรการการแพทย์รับเหตุแผ่นดินไหว “วิทยา” สั่งเตรียมพร้อมอุปกรณ์-สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน…

นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด เพื่อรองรับสถานการณ์แผ่นดินไหวและภัยพิบัติว่า ในการประชุมครั้งนี้เป็นมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงใน 3 กลุ่มจังหวัด รวม 22 จังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ที่ต้องเฝ้าระวังในขณะนี้ 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ชุมพร ระนอง สงขลา สุราษฎร์ธานี กลุ่มที่ 2 พื้นที่อยู่ใกล้บริเวณรอยเลื่อน ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตาก น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน กลุ่มที่ 3 พื้นที่ดินอ่อนมาก อาจได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวระยะไกล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร โดยได้สั่งเตรียมความพร้อมไปในจังหวัดดังกล่าว เพื่อรองรับสถานการณ์หากเกิดภัยพิบัติ

นายวิทยา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ต้องเตรียมการรองรับหากเกิดเหตุการณ์ใน 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ด้านความพร้อมสถานบริการโรงพยาบาลเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บ 2.เตรียมการของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่ ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ต้องดำเนินการให้ฉับพลันทันเหตุการณ์ และได้สั่งการให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ส่งรถพยาบาลฉุกเฉินขนาดใหญ่ 3 คัน ขนาด 6 เตียง หรือที่เรียกว่า ซุปเปอร์ แอมบูแลนซ์ ( Super Ambulance) อุปกรณ์ช่วยชีวิตครบครัน ไปประจำการที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 3 คัน ที่ รพ.วชิระภูเก็ต รพ.ถลาง และที่สนามบินภูเก็ต เพื่อรองรับหากเกิดสถานการณ์ เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ประชาชนจังหวัดภูเก็ต และให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติเตรียมความพร้อม จัดซ้อมแผนโรงพยาบาล การตั้งโรงพยาบาลสนามอย่างทันท่วงที

“ในการกำหนดจุดอพยพนั้น หากเกิดสถานการณ์ ทางจังหวัดจะเป็นผู้กำหนดจุดว่าจุดใดปลอดภัยซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปดำเนินการตั้งโรงพยาบาลสนาม เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเข้ามาดูแล ผมในฐานะผู้ดูแลกระทรวงสาธารณสุข ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรี ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้ความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ประชาชนต้องได้รับการดูแล ตั้งแต่การอพยพ การส่งต่อ การดูแลการเจ็บป่วย” นายวิทยากล่าว

รมว.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องความเสียหายของสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีเพียงแห่งเดียว คือโรงพยาบาลป่าตอง ที่พบรอยร้าวของผนังเพียงเล็กน้อย 2 อาคาร ได้มอบหมายให้ทีมวิศวกรของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพไปตรวจสอบแล้ว

ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าได้สั่งการให้โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง 22 จังหวัด ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลาง จัดซ้อมแผนทั้งด้านบุคลากร การสื่อสาร เครื่องมือแพทย์ รับสถานการณ์ภายในสัปดาห์หน้า และได้มอบหมายให้รองปลัดกระทรวงสารณสุข รับผิดชอบดูแล โดยให้นายแพทย์สมชัย นิจพานิช ดูแลพื้นที่ภาคใต้ 7 จังหวัด และนายแพทย์โสภณ เมฆธน ดูแล 10 จังหวัดภาคเหนือที่มีรอยเลื่อน โดยในการปฏิบัติงานหากมีแผ่นเดินไหวรุนแรง จะตั้งศูนย์บัญชาการสั่งการ 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับกระทรวง เพื่อประสานความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมและเป็นลำดับขั้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 20 เมษายน 2555, 07:55 น.

ส่งทีมสุขภาพจิต ดูแลชาวภูเก็ต ผวาแผ่นดินไหว

Published พฤษภาคม 8, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/253963

18 เมษายน 2555, 17:17 น.

Pic_253963

รมว.สาธารณสุข ส่งทีมสุขภาพจิต ลงพื้นที่ดูแลจิตใจประชาชน ต.ศรีสุนทร จ.ภูเก็ต หลังตื่นตระหนกจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว…

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการเตรียมรับมือแผ่นดินไหวซึ่งเกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า วันนี้ได้สั่งการให้โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ส่งทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาล 1 ทีม ลงพื้นที่ที่ตำบลศรีสุนทร อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อให้การดูแลประเมินผลกระทบด้านจิตใจประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบบ้านเรือนได้รับความเสียหายแตกร้าว เพื่อให้การดูแลอย่างเหมาะสม เนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ และประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในภาวะตื่นตระหนก

ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ดำเนินการ 4 เรื่อง คือ 1. ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานหน่วยแพทย์กู้ชีพ ระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้ให้พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง 2. ให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งในจังหวัดภูเก็ตและใกล้เคียงภาคใต้ รวมถึงโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ เช่น ในภาคเหนือ ซักซ้อมแผนการอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งทุกแห่งมีอยู่แล้ว แต่ให้เพิ่มกรณีเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง รวมทั้งระบบความปลอดภัยเครื่องมือแพทย์ 3. ให้โรงพยาบาลจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารในโรงพยาบาลทุกแห่ง โดยเฉพาะรอยร้าว 2 จุดสำคัญ คือที่เสาและคาน หากพบผิดปกติ จะส่งวิศวกรจากกองแบบแผนประเมินทันที ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ อาคารต่างๆ ของโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งปกติ ยังไม่พบปัญหารอยร้าวแต่อย่างใด และ 4. ให้กองแบบแผนของกระทรวงสาธารณสุข ออกแบบอาคารให้สามารถต้านแผ่นดินไหวในอนาคตไว้ทุกที่อย่างน้อย 6 ริกเตอร์ เพื่อให้โรงพยาบาลมีความแข็งแรงมั่นคงที่สุด เป็นที่พึ่งของประชาชนที่เจ็บป่วยได้ตลอดเวลา โดยพรุ่งนี้จะประชุมผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นพ.เจษฎา จงไพบูลย์วัฒนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า จากตรวจสอบอาคารต่างๆ ของโรงพยาบาล ยังไม่มีความเสียหายจากแผ่นดินไหว ในบ่ายวันนี้ จะประชุมผู้บริหารโรงพยาบาล เพื่อทบทวนและปรับแผนการรับมือในภาวะฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และรองรับกรณีแผ่นดินไหวด้วย ทั้งเรื่องหน่วยกู้ชีพ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางเรือ ทางอากาศ ระบบการสื่อสาร การผ่าตัด คลังเลือด เวชภัณฑ์ โรงพยาบาลสนาม และจัดซ้อมแผนในเร็วๆ นี้ สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมการรับเหตุการณ์อย่างน้อย 3 เรื่องหลักที่ใกล้ตัวที่สุด เพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด ได้แก่ 1. ให้เตรียมโต๊ะที่แข็งแรง มั่นคง เพื่อเป็นจุดหลบภัยในบ้านเบื้องต้น 2. ให้สำรวจภายในห้องนอนให้ปลอดภัย จากอุปกรณ์บนเพดานห้องหรืออุปกรณ์อื่นล้มทับ และ 3. ให้เตรียมถุงยังชีพในภาวะฉุกเฉินทุกบ้าน เช่นน้ำดื่มบรรจุขวดสำรองได้ 48-72 ชั่วโมง ไฟฉาย นกหวีด โทรศัพท์มือถือพร้อมสำรองแบตเตอรี่ไว้ด้วย หากเกิดเหตุการณ์จะสามารถใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อขอความช่วยเหลือในยามคับขันได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 18 เมษายน 2555, 17:17 น.

กรมชลการันตีแผ่นดินไหว ไม่กระทบ2อ่างเก็บน้ำภูเก็ต

Published พฤษภาคม 5, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/5678

วันศุกร์ ที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : กรมชลประทานแผ่นดินไหวอ่างเก็บน้ำภูเก็ต,

                นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบผลกระทบเหตุแผ่นดินไหวที่ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 16 เมษายนและเกิดอาฟเตอร์ช๊อคอีกหลายครั้ง ไม่มีผลกระทบใดๆต่ออ่างเก็บน้ำในจังหวัดภูเก็ตทั้ง 2 แห่งคือ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำและอ่างเก็บน้ำบางวาด เนื่องจากโครงสร้างของอ่างเก็บน้ำถูกออกแบบมาให้ได้รับแรงสะเทือนจากแผ่นดินไหวถึงขนาด 7 ริกเตอร์ ในขณะที่แผ่นดินไหวบริเวณเกาะภูเก็ตและอาณาบริเวณรอบเกาะวัดแรงสั่นสะเทือนสูงสุดอยู่ที่ 4.3 ริกเตอร์เท่านั้น

“การก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทุกแห่งในประเทศไทย นอกจากคำนึงถึงประโยชน์การใช้งานเป็นหลักแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญด้วย ซึ่งอ่างเก็บน้ำทุกแห่งทั้งแบบดินและคอนกรีตจะถูกออกแบบมาให้ได้รับแรงสั่นสะเทือนมาก-น้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศ เช่น อ่างเก็บน้ำที่อยู่ทางภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันตก จะมีโครงสร้างที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ 6-7 ริกเตอร์ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีรอยเลื่อนของเปลือกโลก ในขณะที่โครงสร้างของอ่างเก็บน้ำทางภาคตะวันออกส่วนใหญ่จะรับแรงสั่นสะเทือนได้ประมาณ 5-6 ริกเตอร์ เป็นต้น” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

นอกจากนี้แล้ว เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทุกแห่ง จะต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงให้ได้ตามค่ามาตรฐานความปลอดภัย โดยวิศวกรที่ชำนาญงานอย่างสม่ำเสมอ เพราะความแข็งแรงและมั่นคงของเขื่อนไม่ได้ถูกกำหนดจากการไหวตัวของแผ่นดินเท่านั้น ยังมีด้านอื่นๆประกอบอีกด้วย ดังนั้นประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าเขื่อนทุกแห่งทั้งของกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) มีความแข็งแรงมั่นคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ จึงขออย่าได้ตื่นตระหนก

ปภ.แนะแผ่นดินไหว…อันตรายใกล้ตัวที่ต้องระวัง

Published เมษายน 19, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/4176

วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555, 08.28 น.

tags : ปภ.แผ่นดินไหว,

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะวิธีเตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตนหากเกิดแผ่นดินไหว ก่อนเกิดให้ยึดติดเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้กับพื้นหรือผนังอย่างแน่นหนา ขณะเกิดให้หาที่หลบกำบังในจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรง ห้ามใช้ลิฟต์ในการหนีออกจากอาคารอย่างเด็ดขาด เมื่อแผ่นดินไหวสงบ ให้รีบออกจากอาคาร ติดตามรับฟังสถานถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตนตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

     นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ระยะ นี้จังหวัดภูเก็ตเกิดแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกตามมาหลายครั้ง แม้จะไม่รุนแรงและสร้างความสูญเสียมากนัก แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งหลายจังหวัดของประเทศไทยตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะวิธีรับมือและการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยจากแผ่นดินไหว ดังนี้ ก่อนเกิด ยึดติดอุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสามารถเคลื่อนที่หรือล้มได้กับพื้นหรือผนังบ้านอย่างแน่นหนา ไม่วางสิ่งของบนที่สูงหรือหลังตู้  เพราะแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว อาจทำให้สิ่งของหล่นลงมาทับได้  ขณะเกิด กรณีอยู่ในอาคาร  ควรหาที่หลบกำบังในจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรง และพ้นจากแนวสิ่งของหล่นทับหรือวัสดุตกใส่ เช่น ใต้โต๊ะ พร้อมหมอบลงกับพื้น ใช้แขนหรือมือกำบัง เพื่อป้องกันศีรษะและลำคอได้รับบาดเจ็บ หรือยึดจับโต๊ะให้แน่นและเคลื่อนตัวไปพร้อมกับโต๊ะ อีกทั้งควรอยู่ให้ห่างจากประตู หน้าต่างที่เป็นกระจก และสิ่งของที่สามารถล้มทับได้ ห้ามใช้ลิฟต์หรือ บันไดหนีไฟในการอพยพหนีออกจากอาคารอย่างเด็ดขาด เพราะอาจได้รับอันตรายจากสิ่งของที่ร่วงหล่นจากแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะหากมีการตัดกระแสไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าดับจะทำให้ติดค้างอยู่ในลิฟต์ และขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ให้รอจนแผ่นดินไหวยุติ ค่อยออกจากอาคาร โดยใช้วิธีเดินเร็วอย่างเป็นระเบียบทางบันไดภายในอาคาร

นายวิบูลย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ที่อยู่นอกอาคาร ให้รีบหนีออกมาอยู่บริเวณที่โล่งแจ้ง ห่างจากสิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณาและต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อาจล้มทับ ระมัดระวังเศษวัสดุหล่นใส่หรือสิ่งของตกกระแทก หากขับรถยนต์ ให้จอดรถในจุดที่ปลอดภัย ห้ามจอดรถบริเวณใต้สะพาน ใต้ทางด่วน รอจนเหตุแผ่นดินไหวสงบค่อยขับรถต่อ  หลังเกิดเหตุ เมื่อแผ่นดินไหวสงบ ให้รีบออกจากอาคารโดยเร็วที่สุด ไม่กลับเข้าไปในอาคารที่ได้รับความเสียหายหรือเสี่ยงต่อการทรุดตัว เพราะหากเกิดอาฟเตอร์ช็อก อาคารอาจถล่มลงมาได้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามรับฟังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่หลงเชื่อข่าวลือ พร้อมปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

%d bloggers like this: