ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Posts Tagged ‘แปรรูป

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2556

‘มะขามแปรรูป’สแน็กพื้นบ้าน’โกอินเตอร์’

ตำรับมะขามแปรรูป ‘สารัช’ สแน็กพื้นบ้าน ‘โกอินเตอร์’ : โดย…ธานี กุลแพทย์

ความสำเร็จอีกก้าวของผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” สแน็กพื้นบ้านจากถิ่นเพชรบูรณ์ นำโดยชายหนุ่มวัย 30 ปี สารัช กมลธรไท ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจครอบครัว จนก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่ง ขณะที่ผลิตผล 30% ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยชูความโดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อย และการเข้าร่วมโครงการของรัฐเป็นอีกแรงผลักที่ทำให้บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

สารัช กมลธรไท ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สารัชมาเก็ตติ้ง จำกัด ทายาทหนึ่งเดียวของ จินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ที่ทั้งคู่ได้ถอยห่างมายืนเป็นที่ปรึกษาตลอด 4-5 ปี บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคอินเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลับบ้านเพื่อรับช่วงธุรกิจการแปรรูปมะขามแบรนด์ “สารัช” ต่อจากครอบครัว ซึ่งตั้งอยู่ที่ 113 หมู่ 11 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

โดยเขาบอกว่า ด้วยบริษัทเป็นเจ้าแรกที่ผลิตมะขามแปรรูป ถึงตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ 9 รายการ คือ มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแช่อิ่ม มะขามเปียก น้ำมะขามพร้อมดื่ม และมะขามฝัก ซึ่งตลอดกว่า 10 ปีที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจนี้นับแต่ปี 2545 ประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการกล่าวขานเป็นต้นตำรับมะขามแปรรูปของ จ.เพชรบูรณ์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายมากสุดคือ มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด แบบกระปุก ขนาดบรรจุ 160 กรัม โดยวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝาก สัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70% ส่วนอื่นๆ เช่น มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ประเภทร้านสะดวกซื้อในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศที่เน้นกลุ่มเอเชียเป็นหลัก มีสัดส่วนการตลาด 70 และ 30

ทว่า ในความสำเร็จนั้น “สารัช” ยอมรับว่า ที่ผ่านมาก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องวัตถุดิบและแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิต ในส่วนของมะขามซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจะซื้อและถูกนำมาเก็บในห้องเย็นเพื่อรอการผลิตบางครั้งทำให้ไม่ได้คุณภาพ ขณะที่แรงงานซึ่งใช้คนในพื้นที่ทั้งหมดจะต้องมีการเสริมสร้างภูมิอยู่ตลอดเพื่อร่วมพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน

ดังนั้น บริษัทจึงเข้าร่วมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค โครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม นับแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบัน โดยบริษัทเลือกพัฒนา 2 แผน คือ แผนปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ซึ่งทีมที่ปรึกษาพบว่า กระบวนการผลิตมีการปนเปื้อนจากวัตถุดิบ เครื่องบรรจุกระปุกแบบอัตโนมัติยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ สุดท้ายมีการตกหล่นระหว่างบรรจุทำให้กลายเป็นของเสีย ซึ่งหลังดำเนินการ (ม.ค.-พ.ค.2555) พบว่าลดจำนวนผู้ใช้แรงงานและลดการสูญเสีย วัดมูลค่ากว่า 697,000 บาท

ส่วนอีกแผน “สารัช” บอก คือ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ทีมที่ปรึกษาได้เสนอรายละเอียดเพื่อยกระดับ ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 เป้าหมายเพื่อพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพระดับสากล อีกทั้ง เพิ่มศักยภาพในการเปิดตลาดอาเซียน ซึ่งหากบริษัทพัฒนาไปสู่ระบบนี้ได้ คาดจะมีการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 10% เป็น 20% คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สารัช ยอมรับว่า แผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของเขาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากยึดหลักความพอเพียง ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแล้ว การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนทางที่ต้นทุนถูกที่สุด และเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องด้วย

——————–

(ตำรับมะขามแปรรูป ‘สารัช’ สแน็กพื้นบ้าน ‘โกอินเตอร์’ : โดย…ธานี กุลแพทย์)

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

อร่อยจี๊ด’สารัช’มะขามแปรรูป

ผลิตภัณฑ์อร่อยจี๊ดตรา ‘สารัช’ ตำรับมะขามแปรรูป-โกอินเตอร์ : โดย…ธานี กุลแพทย์

                         นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของผลิตภัณฑ์มะขามแปรรูปแบรนด์ “สารัช” ซึ่งนำโดยชายหนุ่มวัย 30 ปี สารัช กมลธรไท ทายาทรุ่นลูก ที่มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจครอบครัว จนก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศในตลาดสินค้าประเภทนี้ ขณะที่ผลิตผล 30 เปอร์เซ็นต์ ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ด้วยความโดดเด่นด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่แตกต่าง การเข้าร่วมโครงการของรัฐอย่างต่อเนื่องเป็นอีกแรงผลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์จากดินแดนมะขามหวานถิ่นเพชรบูรณ์บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

ดังการเข้าร่วมโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม One Province One Agro-Industrial Product (OPOAI) หรือโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมส่วนภูมิภาค ซึ่ง สารัช กมลธรไท ในฐานะผู้จัดการฝ่ายการตลาด บ.สารัชมาเก็ตติ้ง จำกัด ทายาทหนึ่งเดียวของ จินดา-สุภาลักษณ์ กมลธรไท ที่ทั้งคู่ได้ถอยห่างมายืนเป็นที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลังตลอด 4-5 ปี บอกว่า หลังจบการศึกษาภาคอินเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้กลับบ้านเพื่อรับช่วงธุรกิจการอบและแปรรูปมะขามแบรนด์ “สารัช” ต่อจากครอบครัวทันที โดยสถานประกอบการตั้งอยู่ 113 หมู่ 11 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

“สารัช” บอกว่า บริษัทเป็นเจ้าแรกของพื้นที่ที่ผลิตมะขามแปรรูป ซึ่งถึงตอนนี้มีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ 9 เมนู คือ มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแช่อิ่ม มะขามเปียก น้ำมะขามพร้อมดื่ม และมะขามฝัก ซึ่งตลอด 10 ปีที่ครอบครัวดำเนินธุรกิจนี้ โดยเริ่มเมื่อปี 2545 นับว่าประสบผลสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะชื่อเสียงด้านคุณภาพ รสชาติความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการกล่าวขานถึงว่าเป็นต้นตำรับมะขามแปรรูปของ จ.เพชรบูรณ์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายมากสุดคือ มะขามคลุกจี๊ดจ๊าด แบบกระปุก ขนาดบรรจุ 160 กรัม โดยวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและร้านขายของฝาก มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นๆ เช่น มะขามแก้ว มะขามเคี้ยวหนึบ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าโมเดิร์นเทรดประเภทร้านสะดวกซื้อในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศ มีสัดส่วนการตลาด 70 เปอร์เซ็นต์ และ 30 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศเอเชียเป็นหลัก

ทว่า ในความสำเร็จนั้น “สารัช” ยอมรับว่า ก็มีปัญหาเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของแรงงานและวัตถุดิบ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาคการผลิต ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้แรงงานในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อส่งเสริมให้แรงงานรักถิ่นไม่จากบ้านไปทำงานในเมือง ขณะที่มะขามเปรี้ยวและมะขามหวานวัตถุดิบหลักในการผลิต ซึ่งหาซื้อจากในเพชรบูรณ์และจังหวัดใกล้เคียง โดยจะสั่งซื้อช่วงธันวาคม-มีนาคมของทุกปี จะถูกนำมาเก็บในห้องเย็น ซึ่งบางครั้งทำให้วัตถุดิบไม่ได้คุณภาพ

“เราจึงสมัครเข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการ เนื่องจากเห็นความสำคัญเรื่องคุณภาพการทำงานของพนักงานในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกเกรดวัตถุดิบ การแกะเปลือก เพื่อไม่ให้ไปปะปนกับเนื้อมะขาม รวมทั้งการสร้างระบบมาตรฐานคุณภาพสินค้า”

สำหรับการเข้าร่วมโครงการในปี 2555 บริษัทเลือกพัฒนาใน 2 แผน คือ แผนงานที่ 3 การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน ซึ่งทีมที่ปรึกษาพบว่า กระบวนการผลิตมีการปนเปื้อนจากวัตถุดิบ เครื่องบรรจุกระปุกแบบอัตโนมัติยังไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ ทำให้มีการติดขัด และสุดท้ายมีการตกหล่นระหว่างบรรจุทำให้กลายเป็นของเสียแทน หลังดำเนินการตามมาตรการต่างๆ (มกราคม-พฤษภาคม) พบว่าสามารถลดจำนวนผู้ใช้แรงงาน และลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการต่างๆ วัดมูลค่าเป็นตัวเงินกว่า 697,000 บาท

ส่วนอีกแผนงาน คือ แผนงานที่ 5 การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์/ระบบมาตรฐานสากล ทีมที่ปรึกษาของโครงการได้เสนอรายละเอียดเพื่อยกระดับ ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 เป้าหมายเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพระดับสากล พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มยอดขายส่งออก อีกทั้งเพิ่มศักยภาพในการเปิดตลาดอาเซียนให้มากขึ้น หากบริษัทสามารถใช้ระบบมาตรฐานสากล ISO 22000 ได้ คาดว่าจะมีการเติบโตของยอดขายเพิ่มสูงขึ้นจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สารัช ยอมรับว่า แผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของเขาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไป นอกจากยึดหลักความพอเพียง ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าแล้ว การใช้ระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนทางที่ต้นทุนถูกที่สุด และสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่องด้วย

——————–

(ผลิตภัณฑ์อร่อยจี๊ดตรา ‘สารัช’ ตำรับมะขามแปรรูป-โกอินเตอร์ : โดย…ธานี กุลแพทย์)

http://www.naewna.com/local/15793

วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นายพุทธิพงศ์ เจนจิตรศิลป์ ประธานกรรมการ สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัดเปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติวงเงิน 90,000,000 บาท ให้แก่สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด จ.สระบุรี เพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มระบบยูเอชที (ชนิดกล่อง) ขนาดกำลังผลิต 2.4 ตันต่อชั่วโมง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการเลี้ยงโคนมให้แก่สมาชิกสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก รวมทั้งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก และพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบ ลดการสูญเสียในภาวะน้ำนมดิบล้นตลาด และพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์ เพื่อรองรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558 นี้ด้วย

“กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้เห็นความสำคัญของกิจกรรมสหกรณ์ ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศ กว่า 10 ล้านคน มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 1 ล้าน 7 แสนล้านบาท ที่ผ่านมา กิจกรรมสหกรณ์ มีความสำคัญต่อการพัฒนาทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เมื่อสหกรณ์มีการเจริญเติบโต ก้าวหน้า จึงเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่จะต้องเข้ามาสนับสนุน ทั้งเรื่องงบประมาณ บุคลากร และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สหกรณ์นั้นๆ มีความมั่นคง ก่อให้เกิดรายได้แก่สมาชิกสหกรณ์ อย่างยั่งยืนต่อไป”

นายพุทธิพงศ์กล่าวอีกว่า สำหรับโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพร้อมดื่มระบบยูเอชที (ชนิดกล่อง) มีกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2555ที่ผ่านมา บนพื้นที่ 19 ไร่ ในพื้นที่ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรีกำหนดสร้างเสร็จ และพร้อมผลิต ประมาณเดือนมีนาคม ปี 2556 สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก นอกจากผลิตนมโรงเรียนให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดทางภาคกลางซึ่งเป็นตลาดหลักแล้ว ยังเป็นการเตรียมรองรับตลาดหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 นี้อีกด้วย

http://www.naewna.com/local/15696

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อการเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองเหล่าหิน ต.สร้างถ่อ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสนับสนุนเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และเกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงศักยภาพของพื้นที่ และความต้องการของชุมชน มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์โดยตรงแก่เกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต การเพิ่มมูลค่า การตลาดและการบริหารจัดการ โดยมีกิจกรรมการเกษตรที่อยู่ในพื้นที่โครงการ อาทิ การทำนา ทำไร่ ประมง ปศุสัตว์ และ หม่อนไหม

นายประเสริฐกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของกรมหม่อนไหมนั้น ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี ได้เข้าไปจัดทำโครงการส่งเสริมการปลูกหม่อนเพื่อการแปรรูปในพื้นที่โครงการดังกล่าว โดยส่งเสริมให้มีการปลูกหม่อนพันธุ์ดีเพื่อการแปรรูปทำชาใบหม่อนและจำหน่ายใบ และให้การสนับสนุนพันธุ์หม่อน บร.60 จำนวน 1,020 ต้น ให้แก่เกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมการปลูกหม่อนพันธุ์ดีเพื่อการแปรรูปทำน้ำผลหม่อน เยลลี่ ไอศกรีม และจำหน่ายผลสดโดยสนับสนุนหม่อนผลพันธุ์เชียงใหม่ จำนวน 530 ต้น ให้แก่เกษตรกรรวมทั้งยังจัดฝึกอบรมหลักสูตรการปลูกหม่อนและดูแลรักษาแปลงหม่อน เพื่อการแปรรูปให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังสนับสนุนพันธุ์หม่อน บร.60 จำนวน 280 ต้น ให้แก่เกษตรกรนอกโครงการที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เพื่อนำไปขยายผลโครงการออกไป ซึ่งการดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกหม่อนเพื่อการแปรรูปในพื้นที่โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดน้ำเพื่อการเกษตร นอกจากเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมอาชีพปลูกหม่อนให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ให้สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำให้มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมกับชนิดพืชที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับภาคเกษตรของไทย

http://www.thairath.co.th/content/edu/259040

9 พฤษภาคม 2555, 11:30 น.

Pic_259040

รมว.สธ.ออกประกาศคุมสถานที่ผลิตอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่ายต้องผ่านมาตรฐานจีเอ็มพีเบื้องต้น เพื่อยกระดับและส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้านและขนมไทยสู่โลก…

วันที่ 9 พ.ค. 2555 นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งตรวจสอบควบคุมอาหารไทยทั้งหมดให้เข้าสู่ระบบความปลอดภัย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยอาหารไทย เพื่อให้ครัวไทยเป็นครัวของโลก และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ ประเทศไทย ในปี พ.ศ.2558

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีแผนที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้านที่เป็นอาหารยอดนิยมของท้องถิ่นให้ได้รับเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) ซึ่งจะดำเนินการทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูอาหารไทยและขนมไทย ให้เป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยว ที่จะซื้อฝาก เป็นของที่ระลึก และเพื่อเป็นการสืบสานและอนุรักษ์อาหารไทยให้สืบทอดต่อไป ไม่ลืมหายไปตามกาลเวลา โดยจะต่อยอดนำอาหารพื้นบ้านไทยออกสู่สายตาชาวต่างชาติ

นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในส่วนของอาหารทั่วไป ทั้งของฝาก อาหารพื้นบ้าน และสินค้าอาหารหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรืออาหารโอทอป (OTOP) ซึ่งเป็นอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย ซึ่งมีจำหน่ายแพร่หลายในทุกจังหวัด ควรมีการยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหาร กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายสนับสนุนให้อาหารกลุ่มนี้ เข้าสู่ระบบความปลอดภัยด้วยตามมาตรฐานจีเอ็มพีขั้นพื้นฐาน (Primary GMP)

โดยได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ และลงนามเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา ดังนี้ 1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 342) พ.ศ.2555 เรื่อง วิธีการผลิต เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต และเก็บรักษาอาหารแปรรูปในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย ลงวันที่ 17 เมษายน 2555 กำหนดให้อาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะพร้อมจำหน่ายต้องปฏิบัติตามจีเอ็มพีขั้นพื้นฐาน (Primary GMP) ได้แก่ อาหารพร้อมปรุงและอาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที และอาหารทั่วไป ซึ่งเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เช่น ตัดแต่งในลักษณะที่นำไปปรุง หรือบริโภค คั่ว ทำให้แห้ง หมักดอง เป็นต้น

2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 343) พ.ศ.2555 เรื่องฉลาก (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 17 เมษายน 2555 เพื่อรองรับให้อาหารทั่วไป ซึ่งเป็นอาหารแปรรูปที่เป็นสินค้าพื้นบ้าน หรือสินค้าโอทอป ที่ผ่านการตรวจประเมินสถานที่ผลิตตามเกณฑ์จีเอ็มพีขั้นพื้นฐานแล้ว สามารถขอรับเลขสารบบอาหารได้ (เลข อย.) ขณะนี้ประกาศทั้ง 2 ฉบับ อยู่ระหว่างการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ผลิตหรือนำเข้าอาหารแปรรูปที่บรรจุในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่ายรายเก่าต้องปฏิบัติให้ได้ตามข้อกำหนดภายใน 3 ปี ส่วนผู้ผลิตรายใหม่ต้องปฏิบัติตามทันที หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 180 วัน และได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าสินค้าประเภทที่อยู่ในข่ายของประกาศฯ ดังกล่าว ให้ปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

ทางด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า เกณฑ์มาตรฐานสถานที่ผลิต ประกอบด้วย 6 เรื่อง ได้แก่ 1. สถานที่ตั้งและอาคารผลิต ต้องสะอาด เป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับที่อยู่อาศัย 2. เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต ต้องทำความสะอาดได้ง่ายและทั่วถึง มีมาตรการป้องกันสัตว์แมลงสัมผัสอาหาร 3. การควบคุมกระบวนการผลิต ต้องมีการคัดเลือกวัตถุดิบและส่วนผสมในการผลิต ที่สะอาด มีคุณภาพดี หากใช้วัตถุเจือปนอาหารต้องเป็นชนิดที่อนุญาตให้ใช้ และใช้ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด 4. การสุขาภิบาล น้ำที่ใช้ในการผลิตสะอาด มีระบบกำจัดขยะ ห้องสุขา อ่างล้างมือถูกสุขลักษณะและเพียงพอ มีระบบระบายน้ำทิ้ง 5. อาคารสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ในการผลิต ได้รับการทำความสะอาดถูกสุขลักษณะและสม่ำเสมอ และ 6. ผู้ผลิต ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคน่ารังเกียจตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2522).

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 9 พฤษภาคม 2555, 11:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/255581

26 เมษายน 2555, 05:40 น.

Pic_255581

นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (EU) ได้แก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยการรับรองการนำเข้า ขนส่งผ่าน (transit) เพื่อนำสินค้า อาทิ เนื้อแปรรูป นมแปรรูป สินค้าประมงแปรรูป และไข่เข้าไปวางจำหน่ายในสหภาพยุโรปนั้น จากนี้ไปต้องมาจากประเทศเขตที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออก

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องมาจากโรงงานที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ Regulation (EC) No 853/2004 และใช้แบบฟอร์มใบรับรองสุขอนามัยฉบับใหม่ ในกรณีที่ต้องการส่งต่อสินค้าไปยังประเทศที่สาม ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยสำหรับสินค้าขนส่งผ่านและขอเก็บไว้ใน EU เพื่อรอการส่งและปฏิบัติตามข้อบังคับด้านสุขอนามัย ทั้งนี้ ทาง สนง.ที่ปรึกษาการเกษตรฯ ได้แนะนำว่า ผู้ประกอบการและกรมต่างๆที่ออกใบรับรองสินค้า Composite จะต้องเร่งปรับใช้ใบรับรองฉบับใหม่ให้ทันตามกำหนด เพื่อป้องกันสินค้าถูกกัก ณ ด่านนำเข้าได้

ขณะเดียวกัน กรมประมงและกรมปศุสัตว์ควรพิจารณาตัวกฎระเบียบว่า ปัจจุบันสินค้าอาหารไทยที่ส่งออกไปยัง EU อยู่ในขอบข่ายสินค้า Composite ใดบ้าง และควรหารือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีปัญหาในการแยกแยะประเภทสินค้าอาหารระหว่างสินค้าปกติกับสินค้า Composite  ให้แจ้งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรฯ เพื่อจะได้ประสานกับ DG-SANGO ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 26 เมษายน 2555, 05:40 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/255187

24 เมษายน 2555, 05:00 น.

Pic_255187

นายทฤษฎี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ รมช.เกษตรของสหพันธรัฐรัสเซีย จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูป และไก่แช่แข็งของไทย ซึ่งกรม จะเสนอให้ทางการรัสเซียรับรองโรงงานไก่แปรรูปของไทย 16 แห่ง ที่รัสเซียยังไม่ได้ให้การรับรองหลัง จากที่ได้เดินทางมาตรวจสอบโรงงานแปรรูปไก่ไทย ทั้งหมด 27 แห่ง แต่ให้การรับรองเพียง 11 แห่ง จึงทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไทยไปรัสเซียยังไม่สะดวก “โรงงานทั้ง 11 แห่ง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งออกไปรัสเซีย เพราะผู้ประกอบการต้องศึกษาวัฒนธรรม และรสนิยมการบริโภคของชาวรัสเซีย ประกอบกับ ต้องหาผู้นำเข้าที่เชื่อถือทางการเงินได้ ในอนาคตหากเอกชนไทยปรับตัวได้ ปริมาณการส่งออกไก่แปรรูปไทยไปรัสเซียจะสูงขึ้นตามความต้องการบริโภคที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น ที่สำคัญ หากเจาะตลาดรัสเซียได้สำเร็จ ไก่แปรรูปไทยจะได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เพราะรัสเซียมีมาตรฐานตรวจหาเชื้อโรคในสินค้าสูงกว่ามาตรฐานของสหภาพยุโรปด้วยซ้ำ”

ส่วนการส่งออกไก่แช่แข็งนั้น รัสเซียรับรองโรงงานชำแหละไก่ในไทยแล้ว 23 แห่ง แต่ปริมาณการส่งออกปี 54 ยังมีเพียง 1,069 ตัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ประกอบการยังไม่มั่นใจระบบการเงินของรัสเซีย และการเสนอซื้อด้วยเงินสด แต่ในปีนี้ ช่วง 2 เดือนแรกของปี พบว่าปริมาณการส่งออกมากถึง  1,500  ตัน  แสดงว่าตลาดแห่งนี้มีความต้องการเนื้อไก่สูงมาก และมีโอกาสจะขยายตลาดได้ อีกในอนาคต.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 เมษายน 2555, 05:00 น.
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author ชัยวัฒน์ เผ่าสันติทัดพาณิชย์ pdf
Title โครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลแปรรูปผลไม้ Type Journal Article
Year (up) 2547 Publication รายงานผลโครงการวิจัย Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author วิบูลย์ เทเพนทร์, ชูศักดิ์ ชวประดิษฐ์, สุเทพ กสิกรรม, พิมล วุฒิสินธ์, เวียง อากรชี Thesis
Address กรมวิชาการเกษตร
Keywords วิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกบแปรรูปผลไม้
Abstract
Publisher กรมวิชาการเกษตร Place of Publication กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 855
Permanent link to this record
ป้ายกำกับ: ,

3 มิถุนายน 2554, 05:00 น.
แปรรูปมังคุดเป็นขนมเปี๊ยะ เน้นเนื้อนุ่มไส้หวานไม่ฝืดคอ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_175988

ขนม​เ​ปี๊ยะ​มังคุด.

ช่วง​นี้…ผล​ไม้​ภาค​ตะวันออก  กำลัง​ให้​ผล​ผลิต ซึ่ง​อาจจะ​มี​ผล​ไม้​จาก​ภาค​ใต้ และ​นำ​เข้า​จาก​ต่าง​ประเทศ​ออก​มา​สู่​ตลาด ส่ง​ผล​ให้​ราคา​ตกต่ำ เกษตรกร​ชาว​สวน​ผล​ไม้​ที่​มี​ต้นทุน​การ​ผลิต​สูง แต่​ต้อง​ขาย​ใน​ราคา​ถูก​จึง​เดือดร้อน…

กรม​ส่งเสริม​การ​เกษตร โดย​ รอง​อธิบดี​ปาริชาติ ศรี​วิ​พัฒน์​ ได้​ออก​มาร​ณรงค์​ให้​มี​การ​บริโภค​ผล​ไม้​ใน​ประเทศ ทั้ง​ยัง​ส่งเสริม​ให้​ กลุ่ม​วิสาหกิจ​ชุมชน​หลาย​แห่ง ​ได้​เพิ่ม​มูลค่า​โดย​การ​แปรรูป​มังคุด​เป็น​ผลิตภัณฑ์​ออก​มา​จำหน่าย…

โดย​อีก​กลุ่ม​หนึ่ง​คือ วิสาหกิจ​ชุมชน​ชู​ชัย​อ้อม​น้อย ซึ่ง​มี​  คุณ​ชู​ชัย พง​ษ์​อุดม​ปัญญา เป็น​หัว​กลุ่ม​ผลิต​อาหาร​และ​ขนม​จาก​สมุนไพร ได้​นำ​เนื้อ​และ​เปลือก​มังคุด​มา​แปร​รูปเป็น …“…ขนม​เ​ปี๊ยะ​มังคุด…” สามารถ​เก็บ​รักษา​ไว้​ได้​นาน มี​รสชาติ​อร่อย รวม​ทั้ง​ยังมี​ สาร​แ​ซน​โทน (Zanthones) ที่​มี​สรรพคุณ​ทาง​เภสัชวิทยา เป็น​ สาร​ช่วย​เสริม​สร้าง​และ​ปรับ​ระบบ​การ​ทำ​งาน​ของ​ร่างกาย รวม​ถึง​ต้าน​เชื้อรา​ต่างๆ

ชูชัย พงษ์อุดมปัญญาชูชัย พงษ์อุดมปัญญา

คุณ​ชู​ชัย พง​ษ์​อุดม​ปัญญา​ บอก​ว่า เมื่อ​ก่อน​นี้​เคย​ทำ​น้ำ​ชีวภาพ​แต่​ไม่​ประสบ​ความ​สำเร็จ จึง​เปลี่ยน​มา​ทำ​พวก​  อาหาร​สมุนไพรและ​ขนม​สมุนไพร…แต่​ไม่ค่อย​เป็น​ที่​นิยม​เท่า​พวก ​ขนม​เปี๊ยะ ขนม​ตาล ซึ่ง​ขาย​ดี​มาก จึง​คิดค้น​สูตร​ ขนม​เปี๊ยะ​จาก​มังคุด เน้น​ตรง​ที่​ แป้ง​นุ่ม ไส้​นุ่ม ซึ่ง​ตรง​นี้​มอง​จาก​คน​ส่วน​ใหญ่​ไม่​ชอบ​รับประทาน​ขนม​เปี๊ยะ เพราะ​ฝืด​คอ เมื่อ​ขนม​ออก​มา​นุ่ม​รับประทาน​ลื่น​คอ​ดี ก็​เลย​ประสบ​ความ​สำเร็จ…

สำหรับ​การ​ทำ​นั้น​ได้​ลอง​ผิด​ลอง​ถูก​จนกระทั่ง​พบ​สูตร​ที่​ลงตัว…สูตร​ขนม​เ​ปี๊ยะ มี​ถั่ว​เขียว 40% แป้ง​สาลี 20% เนื้อ​และ​เปลือก​มังคุด 20% น้ำตาล​ทราย 10% น้ำมัน 5%และ​เนย​อีก 5% ส่วน​ที่​เป็น​ไส้ สูตร​ประกอบ​ด้วย ถั่ว​เขียว 2,500 กรัม น้ำมัน 300 กรัม น้ำตาล​ทราย 300 กรัม  ​และ​เนื้อ​มังคุด​บด​ละเอียด​อีก 150 กรัม

ขั้น​ตอน​การ​ทำ​แป้ง​นอก เริ่ม​จาก​ผสม​แป้ง​กับ​เนย น้ำ​มังคุด แล้ว​นวด​แป้ง​ให้​เข้า​กัน​จน​เนียน​นุ่ม ก่อน​จะ​แบ่ง​แป้ง​ออก​เป็น​ก้อนๆเท่าๆกันวาง​ตั้ง​ไว้ จาก​นั้น​ลงมือ​ทำตัว​ขนม​เปี๊ยะ ให้​นำ​แป้ง​นอก​ที่​ห่อ​ไว้​มา​รีด​ให้​เป็น​แผ่น แล้ว​จึง​พับ​แป้ง 4 ครั้ง รีด​ให้​มี​ขนาด​ยาว ตัด​เป็น​ชิ้นๆเล็กๆ รีด​ให้​แป้ง​กว้าง​ขึ้น แล้ว​นำ​ไส้​ที่​เตรียม​ไว้​ใส่​ลง​ไป​ใน​แป้ง พร้อม​กับ​ห่อ​ให้​เป็น​รูป​ขนม​เปี๊ยะ ก่อน​นำ​ไป​อบ​ใน​เตา​ประมาณ 30 นาที  นำ​ออก​มา​พัก​ให้​เย็น​ลง​แล้ว​บรรจุ​ลง​ถุง​วาง​จำหน่าย​ได้​แล้ว

การเตรียมวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ.การเตรียมวัตถุดิบและขั้นตอนการทำ.

คุณ​ชู​ชัย บอก​ถึง​เคล็ด​ลับ​ด้วย​ว่า…การ​นำ​เนื้อ​และ​เปลือก​มังคุด​มา​ทำ​เป็น​ขนม​เปี๊ยะ​ได้ ต้อง​นำ​เฉพาะ​เนื้อ​และ​เปลือก​ห่อ​ด้าน​ใน​เท่านั้น ห้าม​เอา​เปลือก​สี​ดำ​ด้าน​นอก​มา​รวม​ด้วย​เพราะ​จะ​เกิด​อาการ​แข็ง และ​รสชาติ​ที่​ฝาด​ไม่​อร่อย โดย​ช่วง​ที่​เอา​มา​ผสม​จะ​ต้อง​ใช้​เกลือแกง​ครึ่ง​ถ้วย​และ​น้ำตาล​อีก 1 ใน 4 ของ​เนื้อ​มังคุด​ผสม​เข้า

ด้วย​กัน ซึ่ง​จะ​ลด​อาการ​ฝาด ที่​สำคัญ​จะ​ต้อง​ไม่​ใส่​สี ไม่​ใส่​สาร เพราะ​ต้องการ​ให้​เป็น​อาหาร​ปลอดภัย….

นอกจาก​นี้​กลุ่ม​วิสาหกิจฯ​ชู​ชัย​ยัง​มี…สูตร​ขนม​ไทย​ปลอด​สาร​ออก​มา​ให้​ได้​ลอง​ลิ้ม​ชิม​รสชาติ​อยู่​เนืองๆ ใคร​สนใจ กริ๊งก​ร๊าง​หา​ชู​ชัย 0-2810-9528, 0-2810-1934, 08-1809-8142 หรือ​จะ​ไป​ชิม​กัน​ได้ที่​งาน “มหัศจรรย์​มังคุด​ไทย” ณ ศูนย์การค้า​เซ็นทรัล​พลาซา รัตนาธิเบศร์ จ.​นนทบุรี เวลา 10.00-22.00  น. ระหว่าง​วัน​ที่ 9-15 มิถุนายน​ศก​นี้.

ไช​ย​รัตน์  ส้ม​ฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไช​ย​รัตน์ ส้ม​ฉุน
  • 3 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

25 เมษายน 2554, 06:15 น.
ยักษ์ใหญ่ตะลุยยึดหัวหาด อาหาร​นา​โน​ดาวรุ่ง​ดวง​ใหม่​มา​แรง​สุด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_166531

สถาบัน​อาหารแย้ม​ธุรกิจ​อาหาร​นา​โน​สดใส มูลค่า​ตลาด​ทั่ว​โลก​สูง​กว่า 6 แสน​ล้าน​บาท ปัจจุบัน​มี​ผลิตภัณฑ์​อาหาร​นา​โน​ออก​สู่​ตลาด​แค่ 4 ประเภท เหตุ​เพราะ​การ​วิจัย​และ​พัฒนา​ยัง​จำกัด​ใน​วง​แคบ ทั้ง​มี​ข้อ​กังวล​เรื่อง​ความ​ปลอดภัย​ กลัว​ซ้ำ​รอย​กรณี​อาหาร​จี​เอ็ม​โอ…

นาย​อมร งาม​มงคล​รัตน์ รอง​ผู้​อำนวยการ​สถาบัน​อาหาร เปิดเผย​ว่า อาหาร​นา​โน​กำลัง​จะ​เป็น​อาหาร​ที่​ได้​รับ​ความ​นิยม​จาก​ผู้​บริโภค​ทั่ว​โลก และ​เป็น​ดาวรุ่ง​ดวง​ใหม่​ของ​อุตสาหกรรม​อาหาร​แปรรูป เพราะ​มี​การ​ปรับปรุง​กระบวนการ​ผลิต​ให้​ได้​รสชาติ​อาหาร​ที่​ดี​ขึ้น​จาก​ปกติ สามารถ​เก็บ​รักษา​ได้​ยาว​นาน​มาก​ขึ้น และ​ให้​คุณ​ค่า​ทาง​โภชนาการ​ได้​มาก​กว่า​เดิม แต่​อาหาร​นา​โนก็​ยัง​มี​ประเด็น​ข้อ​กังวล​ใน​ความ​ปลอดภัย และ​ความ​เสี่ยง​ต่อ​สุขภาพ​ของ​ผู้​บริโภค ดัง​เห็น​ได้​จาก​ปัจจุบัน​หลาย​ประเทศ​เริ่ม​มี​การ​เคลื่อนไหวใน​การ​ผลัก​ดัน​ให้​เกิด​ระบบ​ควบคุม​ความ​ปลอดภัยด้าน​อาหาร​นา​โน​เพิ่ม​มาก​ขึ้น โดยเฉพาะ​ประเทศ​ใน​กลุ่ม​สหภาพ​ยุโรป (อียู)

ทั้งนี้​ จาก​ผล​การ​ศึกษา​ของนัก​วิจัย​จาก​กลุ่ม​ประเทศ​อียู พบ​ว่า​อาหาร​นา​โน​มี​แนวโน้ม​เติบโต​สูง​ขึ้น​เรื่อยๆ นับ​จาก​ปี 2547 ที่​มี​มูลค่า 2,600 ล้าน​เหรียญ​สหรัฐฯ หรือ​ประมาณ 78,000 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น​ใน​ปี 2549 เป็น 7,000 ล้าน​เหรียญ​สหรัฐฯ หรือ 21,000 ล้าน​บาท และ​ปี​ที่​ผ่าน​มา​เพิ่ม​เป็น 20,400 ล้าน​เหรียญ​สหรัฐฯ หรือ 612,000 ล้าน​บาท แสดง​ให้​เห็น​ว่า​อาหาร​นา​โนจะ​เข้า​มา​มี​บทบาท​สำคัญ​และ​อาจ​เป็น​อาหาร​แห่ง​อนาคต​ใน​ไม่​ช้า โดย​มี​บริษัท​ผู้​ผลิต​อาหาร​ชั้น​แนวหน้า​ของ​โลก​อย่าง​เนสท์เล่, ครา​ฟท์, ไฮนซ์ และ​ยูนิลีเ​วอ​ร์ ต่าง​ให้​ความ​สำคัญ ​โดย​มี​การ​ลงทุน​ด้าน​การ​วิจัย​และ​พัฒนา​ผลิตภัณฑ์ เพื่อ​มุ่ง​หวัง​ที่​จะ​ครอง​ส่วน​แบ่ง​ตลาด​อาหาร​นา​โน​ใน​อนาคต

นาย​อมรกล่าว​ว่า การ​นำ​อาหาร​นา​โน​ออก​สู่​ตลาดค่อนข้าง​ล่า​ช้า และ​มี​ข้อ​จำกัด​ที่​ต้อง​ใช้​เวลา​ใน​การ​แก้ไข เนื่องจาก​ความ​กังวล​ด้าน​ความ​ปลอดภัย และ​ระเบียบ​ข้อบังคับ​ที่​ยัง​ไม่​ชัดเจน เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่ง​เป็น​ผู้​พัฒนา​นา​โน​เทคโนโลยี​ชั้น​นำ​ของ​โลก ปัจจุบัน​มี​ผลิตภัณฑ์​นา​โน​เทคโนโลยี​ใน​ท้องตลาด​กว่า 800 ประเภท แต่​พบ​ว่า​มี​ผลิตภัณฑ์​ประเภท​อาหาร​และ​เครื่อง​ดื่ม​นา​โน​เพียง 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1.ชา​นา​โน ที่​กล่าว​ถึง​สรรพคุณ​ใน​การ​ช่วย​เพิ่ม​การ​ทำ​งาน​ของ​ซีลีเนียม 10 เท่า 2.น้ำมัน​ปรุง​อาหาร ​ที่​มี​หยด​น้ำมัน​ขนาด​นา​โนช่วย​ยับยั้ง​คอเลสเตอรอล​ไม่​ให้​เข้า​สู่​กระแส​เลือด  3.ขวด​เบียร์​พลาสติก​ที่​เคลือบ​ภายใน​ด้วย​วัสดุ​ไนลอน​นา​โน​เท​ค ช่วย​ทำให้​เบียร์​มี​ความ​สด​มาก​กว่า​เดิม และ 4. ช็อกโกแลตเชค ที่​ใช้​เทคนิค Nanoclusters ที่​ช่วย​ให้​มี​รสชาติ​ดี​ โดย​ปราศจาก​การ​เติม​น้ำตาล

สำหรับ​อียู​ได้​เริ่ม​ดำเนิน​การ​วาง​แนวทาง​ด้าน​ความ​ปลอดภัย และ​เตรียมพร้อม​ใน​การ​ให้​ความ​รู้​แก่​สาธารณชน​ไป​แล้ว​บาง​ส่วน โดย​เมื่อ​เร็วๆนี้ ได้ เริ่ม​มี​การ​พิจารณา​กฎ​ระเบียบ ​และ​ศึกษา​มาตรการ​ความ​ปลอดภัย​เพื่อ​ลด​ความ​เสี่ยง​ที่​อาจ​เกิด​ขึ้น​ต่อ​มนุษย์และ​สิ่งแวดล้อม​ให้​ครอบคลุม​ใน​ส่วน​ของ​อาหาร​นา​โน​มาก​ขึ้น รวม​ทั้ง​เริ่ม​วาง​ระบบ​เพื่อ​ควบคุม​ความ​เสี่ยง เพื่อ​ไม่​ให้​ซ้ำ​รอย​อาหาร​ตัด​ต่อ​พันธุกรรม หรือจี​เอ็ม​โอ และ​ล่า​สุด เมื่อ​เดือน มี.ค.​ที่​ผ่า​นม​า อียู​ได้​ออก​มา​ประกาศ​เรื่อง​การ​จัด​ทำ​ฐาน​ข้อมูล​วัสดุ​นา​โนที่​มี​การ​ใช้​กัน​มาก​ใน​สินค้า​อุปโภค​บริโภค เพื่อ​จะ​นำ​ไป​ใช้​เป็น​แหล่ง​อ้างอิง​ใน​การ​ประเมิน​ความ​ปลอดภัย

นาย​อมรกล่าว​อีก​ว่า ผู้​ประกอบ​การ​ไทยจะ​ต้อง​เตรียม​ความ​พร้อม​ทั้ง​ด้าน​ความ​รู้​และ​ความ​เข้าใจ​ใน​เรื่อง​นา​โน​เทคโนโลยี และ​หน่วย​งาน​ที่​เกี่ยวข้อง​จำเป็น​ต้อง​นำ​มา​พิจารณา​อย่าง​เร่ง​ด่วน เพื่อ​เตรียม​ความ​พร้อม​ให้​ทัน​ต่อ​การ​เติบโต​ของ​ตลาด​อาหาร​นา​โน และ​หาก​ประเทศไทย​มี​แนวทาง​และ​มาตรฐาน​การ​ประเมิน​ความ​เสี่ยง​ใน​ด้าน​นี้​ที่​ชัดเจน​อย่าง​เพียงพอ​ก็​จะ​ไม่​เสียเปรียบ​ประเทศ​คู่​ค้า และ​ผู้​บริโภค​ใน​ประเทศ​ก็​ยัง​มี​ความ​ปลอดภัย​ต่อ​การ​บริโภค​อีก​ด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 เมษายน 2554, 06:15 น.

24 มีนาคม 2554, 01:14 น.

แปรรูปโรงไพ่เป็นรัฐวิสาหกิจเต็มตัว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_158268

 

รมช.คลัง ตรวจเยี่ยมโรงงานไพ่ เผย เตรียมอนุมัติให้เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน ไม่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดิน…

วันที่ 23 มี.ค. นายมั่น พัทธโนทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงงานไพ่ ว่า มารับฟังแผน การดำเนินงานภายหลังการปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแบบเต็มตัวของโรงงานไพ่ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจดังกล่าว คาดว่า จะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ในวันที่ 29 มี.ค.นี้

ทั้งนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จะเสนอที่ประชุม กนร.อนุมัติให้ 2 หน่วยงานในกำกับดูแลของกรมสรรพสามิต คือ โรงงานไพ่ และ โรงงานสุรา ดำเนินการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดของกรมสรรพสามิต เพื่อให้ 2 หน่วยงาน สามารถบริหารกิจการได้อย่างคล่องตัว เช่น สามารถหาแหล่งเงินทุน และ ลงทุนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน

“สคร.จะเสนอขอปรับให้ 2 หน่วยงานนี้เป็นนิติบุคคล ซึ่งจะสามารถหาคนร่วมทุนได้มาขยายกิจการได้ เพราะที่ผ่านมา มีงบจำกัด เราก็มาดูความพร้อม ทั้งเตรียมแผนการโอน และ แผนการพัฒนาองค์กรในระยะยาวซึ่ง ปัจจุบันสินทรัพย์ของโรงงานสุรามีจำนวนประมาณ 700-800 ล้านบาท ส่วนโรงงานไพ่มีจำนวนประมาณ 500 ล้านบาท”

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มีนาคม 2554, 01:14 น.

 

21 มกราคม 2554, 05:00 น.

ผ่านทางแปรรูป…กาแฟโรบัสต้าชุมพร เป็นผลิตภัณฑ์โบราณGMPการันตี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_142796

 

ต้นปีนี้ (2554) ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพืชสวน เห็นชอบการ พิจารณามาตรการนำเข้าเมล็ดกาแฟ เพื่อใช้ในประเทศภายใต้ afta ปี 2554 โดยให้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) หรือผู้ประกอบธุรกิจแปรรูปกาแฟ และเป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดเป็นผู้ดำเนินการ…

ทางคณะอนุกรรมการฯมีวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเท่านั้น ห้ามจำหน่ายหรือแจกจ่ายเป็นวัตถุดิบในประเทศ โดยผู้มีสิทธินำเข้าต้องรับซื้อผลผลิตกาแฟภายในประเทศช่วงฤดูกาลถัดไปเป็นปริมาณ 2 เท่า เพื่อเป็น มาตรการช่วยเหลือให้ เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ…

 

เอนก จิตตขจรเกียรติ หรือเฮียหนุ่ย.เอนก จิตตขจรเกียรติ หรือเฮียหนุ่ย.

 

กาแฟ…เป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งของบ้านเราแม้ว่าจะไม่ใช่พืชหลัก แต่ก็ทำรายได้กระจายให้กับเกษตรกรปีหนึ่งเป็นจำนวนไม่น้อย เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกได้ในหลายพื้นที่ทั้งในพื้นราบและที่สูง

โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์อราบิก้า (Arabica) ซึ่งปลูกในพื้นที่สูง จังหวัดเชียงราย นายสมชัย หทยะตันติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ยกขึ้นมาเป็นนโยบายด้วยการจัดเทศกาล มหัศจรรย์ ดอกกาแฟบานบนดอยฯ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่เชียงรายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

ชุมพรเป็นจังหวัดหนึ่งที่ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้ากันมาอย่างยาวนาน มีพื้นที่การปลูกกาแฟประมาณร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ปลูกกาแฟทั้งประเทศ (ราว 300,000 ไร่ ได้ผลผลิตประมาณ 40,000 กว่าตันต่อปี) ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร

การผลิตกาแฟของกลุ่มสหกรณ์ยังไม่ครบวงจรของกระบวนการจาก Farm to Cup จึงต้องส่งผลผลิตจากต้นน้ำเข้าสู่การผลิตให้เข้าถึงผู้บริโภค ช่วงที่เป็นช่องว่างของกระบวนการผลิตนี้ นายเอนก จิตตขจรเกียรติ หรือเฮียหนุ่ย จึงเข้ามาเชื่อมต่อ ประสานให้ครบวงจร

 

ขั้นตอนการคั่วเมล็ด.ขั้นตอนการคั่วเมล็ด.

 

เฮียหนุ่ย เล่าว่า…กิจการกาแฟโบราณได้ฝ่าความจนมา 3 ชั่ว เริ่มจาก คุณปู่ขี่ลิ้ม แซ่จิว เมื่อราวปี 2490 เปิดโรงงานเล็กๆ แถว ซอยจินดาถวิล ถนนสี่พระยา กทม. จากนั้นผ่านมาสู่รุ่น คุณพ่อวรเทพ จิตตขจรเกียรติ รับช่วงกิจการนี้เมื่อปี 2507…

….กระทั่งเมื่อปี 2535 ผมเข้ามาทำเป็นรุ่น 3 จากนั้นกิจการเติบโตเรื่อยมา และจดทะเบียนในรูปแบบบริษัทในชื่อ บริษัทขจรเกียรติกาแฟ จำกัด…แต่ยังคงใช้กรรมวิธีผลิตแบบดั้งเดิม โดยนำผลผลิตเมล็ดกาแฟ สายพันธุ์โรบัสต้า จาก กลุ่มสหกรณ์จังหวัดชุมพร มาเป็นวัตถุดิบประมาณ เดือนละไม่ต่ำกว่า 10 ตัน

ขั้นตอนการผลิตกาแฟ เริ่มจาก นำเมล็ดกาแฟที่ต้องการไปคั่วในเตาอบที่อุณหภูมิอันเหมาะสม  ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง  แล้วเทเมล็ดกาแฟออกจากเครื่องอบกาแฟ ก่อนนำเมล็ดกาแฟที่ผ่านการอบแล้วไปพักไว้ในถังสักพักให้เย็นลงเพื่อรอการผสม  ต่อมาให้นำกาแฟที่ผ่านการอบแล้วไปบดให้  ละเอียดตามสูตร  ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่กำหนดตามผู้บริโภค (เปิดเผยได้แต่ต้องเข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเอง)

จากนั้นให้ นำกาแฟที่บดแล้วมาผสมกับน้ำตาลทรายขาว และนำไปเคี่ยวให้สุกจนเป็นสีดำ ซึ่ง ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดสำคัญที่จะต้องใช้น้ำตาลทรายขาวเท่านั้น เพราะหากใช้น้ำตาลทรายแดงในเวลาต่อมาจะมีรสชาติเปรี้ยวเกิดขึ้นได้ แล้วไปผสมกับธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าว, ข้าวกล้อง, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, งา ฯลฯ ตามความต้องการ  จุดเด่นอยู่ที่เป็นของดี  มีสีดำ  ความเข้มข้น  รสชาติดี  และ  ราคาถูก ซึ่งผลิตภัณฑ์จะมีหลายชนิด หลายเกรด รวมแล้วขณะนี้มีถึง 10 สูตร

 

การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์.การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์.

 

ทิ้งไว้สักพัก ก่อนบรรจุถุง จากนั้นนำผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแพ็กเกจ ภายใต้แบรนด์ “กาแฟโบราณมังกรบิน” เตรียมส่งจำหน่ายให้แก่ลูกค้า ผลิตภัณฑ์นี้นอกจาก ได้รับการการันตีคุณภาพสินค้า  จาก  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  (อย.)  แล้วยังได้รับมาตรฐาน GMP หรือ (Good Manufacturing Practice) ในการผลิตอาหารโดยเน้นการป้องกันและขจัดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้อาหารเป็นพิษไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภคอีกด้วย….นับว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย

ผู้สนใจต้องการไปเรียนรู้ขั้นตอนการผลิตหรืออยากซดกาแฟโบราณ ก็ติดต่อไปได้ที่ 94/2 ม.4 ซ.กระทุ่มล้ม 27 ถ.พุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม 73220 หรือกริ๊งกร๊างหา เฮียหนุ่ย ได้ที่ 0-2814-1059, 0-2814-1649 เขาพร้อมที่จะถ่ายทอดเป็นวิทยาทาน เพื่อความเจริญรุดหน้าในผลิตภัณฑ์กาแฟโบราณของบ้านเรา…คือฟรี.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 21 มกราคม 2554, 05:00 น.

 

26 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.

ผ่านทางแปรรูปผลไม้เป็น\”ข้าวเกรียบ\” เพิ่มวิตามิน-ใยอาหารสร้างรายได้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_129660

 

ประเทศไทย…เป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผักและผลไม้ที่สำคัญจำพวก ทุเรียน ลิ้นจี่ มังคุด ลำไย สับปะรด ฯลฯผลไม้ที่ให้ผลผลิตในฤดูกาล มักจะออกมามากจนล้นตลาด อีกทั้งยังมีปริมาณเกินความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ราคาตกต่ำเกือบทุกปี เกษตรกรที่ลงทุนค่าปุ๋ย ค่ายา เมื่อขายไม่ได้ราคาก็กลายเป็น หนี้กับธนาคารและสถาบันการเงิน…

เกษตรกรหลายรายต้องเข้า…โครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร กับทาง สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ถึงหลุดพ้นมาได้

สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลผลิตเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้จัดตั้ง กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลผลิตเกษตรขึ้น โดยทีมงานของ นางสาวชุติมา อัศวเสถียร นางจิตติมา วรรณแก้ว และ นางนารีรัตน์ สุนทรธรรม เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรในการนำผลิตผลมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเก็บไว้บริโภคเองหรือจำหน่ายออกสู่ท้องตลาดให้ได้นานกว่าผลไม้สด…

ส่วนผสมของข้าวเกรียบผลไม้ส่วนผสมของข้าวเกรียบผลไม้

 

นางสาวชุติมา อัศวเสถียร บอกว่า ผลไม้อุดมไปด้วยใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้มากมาย แต่ที่เก็บไว้ได้นานที่สุด ปัจจุบันคือ ผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบ ซึ่งเป็นอาหารว่างที่นิยมกันมากในทุกเพศทุกวัย แต่มีคุณค่าทาง โภชนาการค่อนข้างน้อย ทำให้การรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ…

“…แนวคิดที่ดี ก็คือ การนำเนื้อ ผลไม้เข้าไปรวมอยู่ด้วย กับส่วนประกอบของ เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ เช่น ปลา กุ้ง ฟักทอง เผือก งาดำ งาขาว และยังมีส่วนผสมอื่นๆ เช่น พริกไทย เกลือ แป้งมัน น้ำตาล กระเทียม ผงฟู และ น้ำกับเนื้อผลไม้…เพื่อเป็นการ เพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารให้กับผู้บริโภค…”

ผลผลิตสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์บรรจุถุงผลผลิตสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์บรรจุถุง

 

น.ส.ชุติมา บอกถึงขั้นตอนการทำว่า…ให้บดผสมน้ำและเนื้อผลไม้ที่ปั่นละเอียด ให้เข้ากับ เครื่องปรุงรส แล้ว จากนั้นนำไปทำให้เป็นรูปทรงตามต้องการ ก่อนจะเข้าเครื่องนึ่งให้สุก  วางทิ้งไว้ให้อุณหภูมิเย็นลง พอนิ่มแต่ไม่ถึงกับแข็งแห้ง ใช้เครื่องมือตัดให้เป็นแผ่นบางๆ นำไปทำให้แห้งอีกครั้งด้วยแสงแดด หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม อาจทอดก่อนบรรจุหรือไม่ก็ได้….

ข้าวเกรียบผลไม้…หากจะมี การเติมกุ้งหรือปลา เพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารและรสชาติ แต่จะมีผลต่อ ลักษณะเนื้อของข้าวเกรียบจะทำให้การพองตัวเมื่อทอดลดลง ส่วน ข้าวเกรียบมังสวิรัติเสริมสมุนไพรที่ปริมาณ 3 และ 4% โดยน้ำหนัก จะส่งผลให้ข้าวเกรียบมีคุณภาพด้านสีลดลง

ในการผลิตข้าวเกรียบจากผลไม้ชนิดต่างๆ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากผลิตผลทางการเกษตร เพื่อการแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

…ดีกว่าปล่อยให้ผลไม้เน่าเสียไป….ตามกาลเวลาอย่างไร้คุณค่า…!!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 26 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.

 

การแปรรูปแป้งดิบมันสำปะหลัง.

การแปรรูปแป้งดิบมันสำปะหลัง

แป้งดิบ มันสำปะหลัง เป็นแป้งที่ทำขึ้นจากหัวมันสำปะหลังสด นำมาปอกเปลือกทำให้แห้งและบดเป็นแป้ง โดยยังมีเยื่อใยและองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่ครบถ้วน ซึ่งเป็นแป้งชนิดที่เป็น Flour สามารถนำมาทำขนมอบได้หลายชนิดทดแทนแป้งสาลีได้ดี

ขั้นตอนการทำแป้งดิบจากมันสำปะหลัง

    1. นำหัวมันสำปะหลังสด มาล้าง ปอกเปลือก แล้วล้างให้สะอาด ควรใช้หัวมันสำปะหลังสดที่เก็บ

      เกี่ยว ใหม่ ๆ ถ้าใช้หัวมันที่เก็บเกี่ยวทิ้งไว้หลายวันจะทำให้แป้งมีกลิ่นและสีไม่ดี

    2. หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้แห้งเร็ว

    3. นำไปตากให้แห้งสนิท ควรเป็นวันที่มีแดดดี ถ้าแดดจัดตากประมาณ 2 แดด ไม่ควรใช้เวลา

      นาน เกิน 3 วัน เพราะจะทำให้กลิ่นและสีไม่ดี

    4. บดด้วยเครื่องบดให้ ละเอียด

    5. ร่อนด้วยตะแกรงร่อน แป้ง

    6. เก็บไว้ในภาชนะที่ ปิดสนิทดี จะสามารถเก็บไว้นานเป็นเดือน หรือหลายเดือน ถ้าต้องการเก็บไว้ได้นานขึ้น ควรนำออกตากเป็นครั้งคราว

หัวมัน สำปะหลังสด สามารถนำมาทำแป้งดิบได้ 25-35 % เช่น ใช้หัวมันสำปะหลังสด 3-4 กก. จะได้แป้งดิบ 1 กก. ราคาหัวมันสำปะหลังสด กิโลกรัมละไม่เกิน 2 บาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการผลิตแล้ว ต้นทุนการผลิตประมาณ กิโลกรัม 12 บาท อาจขายได้กิโลกรัมละ 15 บาท

คุณสมบัติของแป้งดิบมันสำปะหลังเมื่อใช้ทดแทนแป้งสาลีในการ ทำขนมอบ คือ

    1. ในการใช้แป้งปริมาณ เท่ากันในขนมบางชนิด จะได้เนื้อขนมน้อยกว่าแป้งสาลีต้องเพิ่มปริมาณ

      แป้ง ในสูตรขนมลงไปอีกประมาณ 10-15%

    2. ขนมบางชนิดเมื่อใช้ แป้งดิบมันสำปะหลังทั้งหมดจะมีกลิ่นของมันสำปะหลัง แก้ไขได้โดยผสม

      แป้ง สาลีหรือใช้สารแต่งกลิ่น เช่น กาแฟ ชอกโกเลต เป็นต้น

    3. ขนมที่ทำจากแป้งดิบ มันสำปะหลังจะมีเนื้อขนมที่เหนียวกว่าแป้งสาลี

    4. แป้งดิบมันสำปะหลัง เมื่อนำมาทำขนมบางชนิดที่มีไขมันเป็นส่วนผสมในปริมาณมาก เช่น เค้ก-

      เนย ควรมีการผสมแป้งสาลีด้วย เพราะจะช่วยดูดซับไขมันไม่ทำให้เนื้อขนมมีลักษณะฉ่ำมัน เพราะแป้งดิบมันสำปะหลังดูดซับไขมันได้ไม่ดีนัก

    5. ขนมบางชนิดที่ต้อง การนวดให้เกิดกลูเต็นที่ได้จากโปรตีน แป้งดิบจากมันสำปะหลังแต่เพียง

      อย่าง เดียวไม่สามารถทำได้เพราะมีโปรตีนน้อย ต้องมีแป้งสาลีช่วยในปริมาณที่ค่อนข้างมาก เช่น การทำขนมปัง

    6. การทำพาย ถ้าใช้แป้งมันสำปะหลังเพียงอย่างเดียว แป้งพายจะร่วนเกินไปยากแก่การคลึงแป้งควรผสมแป้งสาลีช่วย

แปรรูปข้าวยำ..ปักษ์ใต้ อาหารพกพา..สะดวกเปิบ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ข้าวยำ…อาหารพื้นเมืองชาวปักษ์ใต้ที่มีรสชาติดี ทั้งส่วนผสมจัดอยู่ในอาหารเพื่อสุขภาพทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่ว ทั้งประเทศ แต่ในขณะเดียวกันการพกพาอาจจะไม่ค่อยสะดวกสบาย เนื่องจากมีเครื่องปรุงและส่วนผสมค่อนข้างเยอะ

นักศึกษาจากคณะ อุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ทุ่งใหญ่ นำทีมโดย ผศ.พูลทรัพย์ อินทร์สังข์ อาจารย์ชไมพร เพ็งมาก นางผลดี แซ่แต้ นางสาวสกุณา สมมุ่ง และ นางสาวอัญชิสา มะสุวรรณ์ ร่วมกันคิดค้นสูตรเพื่อแปรรูปข้าวยำให้พกพาสะดวก และสามารถรับประทานได้ทุกที่ทุกเวลา โดยตั้งชื่อว่า…ข้าวยำศรีวิชัย


ทีมงาน แปรรูปข้าวยำศรีวิชัย.

ผศ.พูลทรัพย์ อินทร์สังข์ เล่าว่า ที่มาของ ข้าวยำศรีวิชัย…ก่อนที่จะได้สูตรการทำข้าวยำ ก็มีการลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง เพื่อให้ได้ ข้าวยำที่มีรสชาติใกล้เคียงกับข้าวยำสดมากที่สุด ทั้งยังให้ คิดค้นถึงวิธีการเก็บรักษา และ การยืดอายุอาหารไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะข้าวยำทั่วไป ซึ่งมีขายอยู่ ทางภาคใต้ จะเก็บได้ไม่นานรสชาติอาหารก็เปลี่ยนไป การรับประทานข้าวยำให้อร่อยต้องอยู่ที่ส่วนผสมหลากหลาย และต้องสดใหม่ ด้วยส่วน ผสมเกือบทั้งหมดคือ…ผัก

“ข้าวยำศรีวิชัย  มีส่วนผสมเหมือนกับข้าวยำโดยทั่วไป มีส่วนผสมหลัก ได้แก่ ข้าวสุก น้ำบูดู กุ้งแห้งป่น และผักต่างๆ เช่น ใบมะกรูด ใบชะพลู ถั่วฝักยาว ถั่วงอก ขมิ้น มะพร้าวคั่ว แตงกวา ตะไคร้ ดอกไม้ เช่น ดอกดาหลา นำมาคลุกเคล้าบริโภคเป็นอาหารมื้อหลัก” ผศ.พูลทรัพย์ กล่าวและว่า

ในส่วนของข้าวยำศรีวิชัย เป็นการแปรรูปให้เป็นอาหารว่าง พกพาง่าย รับประทานสะดวก ส่วนผสมที่แตกต่างไปจากเดิม คือ จากการใช้ข้าวสุกเปลี่ยนมาใช้ข้าวฟองแทน โดยยังเน้นส่วนผสมเดิมทุกอย่าง เพราะต้องการคง ความเป็นเอกลักษณ์ ของข้าวยำปักษ์ใต้ และ คุณค่าทางโภชนา-การ โดยเฉพาะขั้นตอนในการบรรจุใส่ห่อ จะต้องปิดให้สนิทเพื่อป้องกันอากาศผ่านเข้าไป ทำให้สามารถ เก็บได้นานถึง 3 เดือน ในอุณหภูมิปกติและไม่มีกลิ่นหืนของน้ำมันอีกด้วย

ปัจจุบัน ข้าวยำศรีวิชัยวางจำหน่ายอยู่เฉพาะที่มหาวิทยาลัยด้วย สนนราคาเพียงแค่ 35 บาทต่อ 1 ถุง นอกจากนี้ ยังได้รับความสนใจจากกลุ่มแม่บ้านในชุมชนเป็นอย่างมาก เพราะนำมาผลิตจำหน่ายก็เป็นการ เพิ่มรายได้ และ สร้างอาชีพให้กับชุมชน อีกด้วย


ส่วนผสม ต่างๆ.

ข้าว ยำศรีวิชัย จึงเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่อยู่ภาคอื่นๆได้รับประทาน และในอนาคตจะแปรรูปอาหารอื่นๆ เพื่อให้เกิดทางเลือกกับประชาชนที่ต้องการบริโภคอาหารปักษ์ใต้อีกต่อไป

ใคร สนใจต้องการฝึกทำข้าวยำศรีวิชัย ก็กริ๊งกร๊างหา…ผศ.พูลทรัพย์ อินทร์สังข์ 08-1968-2596 หรือ 0-7547-9496 ในเวลาราชการ.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน



  • Arlene: I was thinking about if you have a linkedin page. Cheers for the astonishing blog post.
  • Lou: Heya, this really is such an incredible topic to learn about.
  • Anti Aging: What's up, just wanted to mention, I enjoyed this article. It was funny. Keep on posting!

หมวดหมู่