แคลเซียม

All posts tagged แคลเซียม

แคลเซียม..ก้างปลานิล

Published กรกฎาคม 4, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/430387

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิ.ย. 2557 05:01

พล.ต.นพ. สายัณห์ สวัสดิ์ศรี

ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ทะเล แต่คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนเพราะขาดแคลเซียมมากที่สุดในประเทศไทย โดยประชากรอายุเกิน 65 ปี เพศชายมีอัตราป่วย 30% เพศหญิง 70-80% สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) จึงให้ทุน พล.ต.นพ. สายัณห์ สวัสดิ์ศรี ทำวิจัยหาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกระดูก ปลาป่นเปรียบเทียบกับแคลเซียมชนิดรับประทานในการรักษาภาวะกระดูกพรุนสำหรับประชาชนและผู้นำศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ก้างปลานิลป่นเป็นผงบรรจุแคปซูล

ด้วยการนำกระดูกปลานิลที่เหลือทิ้งจากโรงงานแล่เนื้อปลานิลส่งออก มาป่นเป็นผงบรรจุแคปซูล ปรากฏว่า มีประสิทธิภาพไม่ต่างแคลเซียมที่ใช้รักษาคนป่วยโรคกระดูกพรุนแต่อย่างใด และผลการทดลองมา 9 เดือน ผู้ป่วยไม่มีอาการท้องผูก คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งมักจะเกิดกับผู้ป่วยที่กินแคลเซียมทั่วไปซึ่งสกัดมาจากหินแร่.

วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด

Published มิถุนายน 13, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/41236

6 July 2554

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับสอง รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด นอกจากนี้อายุเฉลี่ยของผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนยังลดลงเรื่อยๆ หมายความว่าโรคนี้อาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเท่านั้น ที่สำคัญคือ การสะสมของโรคที่เสมือนภัยเงียบที่พร้อมแสดงอาการเมื่อร่างกายเราอ่อนแอลง
มีข้อมูลพบว่าผู้หญิงไทยมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนถึง 1 ใน 3 ขณะที่ผู้ชายกลับมีโอกาสเป็นต่ำกว่า คือ 1 ใน 5 และในแต่ละปีต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยเฉลี่ย 3 แสนบาท ดังนั้นการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ เพราะความแข็งแรงของกระดูกต้องค่อยๆ สร้างหรือสะสม และเคล็ดลับก็คือแคลเซียม
ทั้งนี้ การสะสมหรือสร้างแคลเซียมนั้นได้มาจากอาหารที่เรารับประทานนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ เช่น กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ปลาเล็กปลาน้อย กะปิ ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ เช่น งาดำคั่ว ถั่วแดงหลวง เต้าหู้ขาวอ่อน และผักประเภทยอดแค ใบชะพลู เห็ดลม ใบยอ มะขาม ผักสด ผักกระเฉด สะเดา โหระพา ผักคะน้า รวมถึงผักกาดเขียว แต่อาหารที่ให้แคลเซียมสูงและร่างกายดูดซึมได้ดีคือ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ซึ่งผู้มีอายุระหว่าง 19-65 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวันจึงจะเพียงพอ
นมวัวปริมาณ 100 มิลลิลิตรนั้นให้แคลเซียมถึง 118 มิลลิกรัม การดื่มนมวัวอย่างน้อยมื้อละหนึ่งแก้วหรือหนึ่งกล่อง (ประมาณ 200-250 มิลลิกรัม วันละ 3 แก้วหรือกล่อง) จะช่วยเสริมแคลเซียมที่ร่างกายต้องการต่อวันได้ถึงร้อยละ 70 ทีเดียว นอกจากการรับประทานอาหารที่ให้แคลเซียมสูงแล้ว แพทย์ยังแนะนำวิธีเลี่ยงโรคกระดูกพรุนโดยการหมั่นออกกำลังกาย ซึ่งหากปฏิบัติได้เป็นประจำตั้งแต่เยาว์วัยไปจนถึงอายุ 30 ปี เนื้อกระดูกจะถูกสะสมให้มีความหนาแน่นมาก การดื่มนมวัวในช่วงอายุ 30 ปีแรกของชีวิตเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อกระดูกที่แข็งแรงตลอดชั่วอายุ หากเลยวัย 30 ไปแล้วก็ควรป้องกันไม่ให้สูญเสียเนื้อกระดูก โดยการดื่มนมวัววันละ 500 มิลลิลิตร รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ออกกำลังกายกลางแดดวันละ 30 นาทีในช่วงเช้าหรือเย็น แต่หากเป็นช่วงวัยทองที่ร่างกายขาดฮอร์โมนเพศซึ่งคอยยับยั้งการสลายกระดูก ทำให้อาจสูญเสียเนื้อกระดูกไปร้อยละ 3-5 ต่อปี จึงต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยการดื่มนมวัว รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ออกกำลังกายกลางแจ้ง และอาจต้องเสริมวิตามินอื่นๆ ที่ช่วยในการสร้างกระดูกด้วย
การเร่งเสริมแคลเซียมและสารอาหารจำเป็นในช่วงที่มีอายุมาก จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงสุขภาพมากกว่าการหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งปัจจุบันคนไทยได้รับแคลเซียมจากอาหารเฉลี่ยเพียงวันละ 361 มิลลิกรัม และดื่มนมสดเพียง 12 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การดื่มนมวัวร่วมกับอาหารทุกมื้อ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยสะสมแคลเซียมได้ในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพาอาหารเสริมแคลเซียมในช่วงที่มีอายุเพิ่มขึ้น
การที่นมวัวมีแคลเซียมตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่ต้องปรุงแต่งด้วยการเติมแคลเซียมเข้าไป หากเปรียบเทียบสารอาหารที่ได้จากนมวัวและนมถั่วเหลืองแล้ว นมวัว 100 กรัมจะให้แคลเซียมสูงกว่าเกือบ 30 เท่า (118 มิลลิกรัมเทียบกับ 4 มิลลิกรัม) และยังให้พลังงานสูงกว่าเกือบสองเท่า (60.75 แคลอรีเทียบกับ 33.30 แคลอรี) การดื่มนมวัวจึงครบถ้วนในขั้นตอนเดียว ทั้งง่ายและประหยัดกว่าการเสริมแคลเซียมในลักษณะอื่นๆ
นอกจากจะช่วยเสริมแคลเซียมแล้วนมวัวยังให้โปรตีนสูง และเป็นโปรตีนที่มาจากธรรมชาติที่มีกรดอะมิโนที่สมบูรณ์ที่สุดที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้อิ่มท้อง ขณะที่ไขมันน้อยด้วย การดื่มนมวัวจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์สาวๆ ผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย.

กินแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกผุ กลับไปเส่ียงให้เกิดหัวใจวายขึ้น

Published มิถุนายน 1, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/264841

1 มิถุนายน 2555, 08:00 น.

Pic_264841

ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งเยอรมนีกล่าวเตือนว่า ผู้ที่กินแคลเซียมเพื่อบำรุงกระดูกควรจะระวังจะกลายเป็น “หนีเสือปะจระเข้” เข้า เพราะจะเสี่ยงกับการเกิดหัวใจวายสูงขึ้น

วารสารวิชาการ “โรคหัวใจ” ของสหรัฐฯ กล่าวว่า นักวิจัยเมืองเบียร์แจ้งว่า ผู้ที่กินแคลเซียมเป็นการบำรุง ควรจะระมัดระวัง ทั้งยังแนะนำว่า ควรจะพยายามกินอาหารให้ครบหมู่ไว้แทนจะดีกว่า

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่เมืองไฮเดลเบิร์ก ได้ติดตามศึกษาคนจำนวน 23,980 คน  เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เป็นผู้ที่ไม่ได้กินแคลเซียม 15,959 คน และมีเกิดหัวใจวายขึ้นระหว่างเวลานั้น 851 ราย แต่ในหมู่ผู้ที่กินแคลเซียมมีเสี่ยงที่จะเป็นหัวใจวายอยู่สูงถึงร้อยละ 86

ทางมูลนิธิโรคหัวใจอังกฤษให้ความเห็นว่า ควรจะมีการวิจัยเพิ่มเติมขึ้นอีก “เราอยากจะรู้ให้แน่ว่า อันตรายนี้กับประโยชน์ของการกินแคลเซียม เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน ใครจะสูงกว่ากัน”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 1 มิถุนายน 2555, 08:00 น.

ไนโตรเจน โปแตสเซี่ยม และแคลเซี่ยมที่มีผลต่อการสะสมธาตุอาหารและผลผลิตของข้าว

Published เมษายน 10, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001574&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ประทีป กระแสสินธุ์
ชื่อเรื่อง: ไนโตรเจน โปแตสเซี่ยม และแคลเซี่ยมที่มีผลต่อการสะสมธาตุอาหารและผลผลิตของข้าว
Article title: Nitrogen, potassium and calcium nutrition effects on ion and dry matter accumulation in rice (Oryza sativa L.)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 15 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 2519: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2519
หน้า: หน้า 81
จำนวนหน้า: 90 แผ่น
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2519)
หมวดหลัก: F04-Fertilizing
หมวดรอง: F61-Plant physiology – Nutrition
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ORYZA SATIVA, NITROGEN, CALCIUM, POTASSIUM, NUTRIENT UPTAKE, GROWTH, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, ไนโตรเจน, โปแตสเซียม, แคลเซียม, การสะสมธาตุอาหาร, การเจริญเติบโต, ผลผลิต
หมายเลข: 001574 KC1501081
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การหาปริมาณแคลเซี่ยมโดยใช้ Atomic absorption spectrophotometer

Published เมษายน 10, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001545&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มนูเวทย์ ศรีเสน
ชื่อเรื่อง: การหาปริมาณแคลเซี่ยมโดยใช้ Atomic absorption spectrophotometer
Article title: Calcium determination by atomic absorption spectrophotometer
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 15 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร 2519: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2519
หน้า: หน้า 52
จำนวนหน้า: 90 แผ่น
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2519)
หมวดหลัก: U30-Research methods
หมวดรอง: P35-Soil fertility
F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SOIL, PLANTS, CALCIUM, ATOMIC ABSORPTION SPECTROMETRY, QUANTITATIVE ANALYSIS
ดรรชนี-ไทย: ดิน, พืช, แคลเซียม, ATOMIC ABSORPTION SPECTROPHOTOMETER, การวิเคราะห์ปริมาณ
หมายเลข: 001545 KC1501052
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การวิเคราะห์หาปริมาณแคลเซี่ยมในดินและพืชโดยวิธีอะตอมมิคแอบซอบชั่น

Published มีนาคม 24, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000989&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิศิษฐ์ โชลิตกุล
ชื่อเรื่อง: การวิเคราะห์หาปริมาณแคลเซี่ยมในดินและพืชโดยวิธีอะตอมมิคแอบซอบชั่น
Article title: Determination of calcium in soils and plant material by atomic absorption spectrophotometry
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ครั้งที่ 9 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4-6 กุมภาพันธ์ 2513
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences ninth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2513
หน้า: หน้า 398
จำนวนหน้า: 533 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2513)
หมวดหลัก: P33-Soil chemistry and physics
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SOIL, PLANTS, CALCIUM, QUANTITATIVE ANALYSIS, ATOMIC ABSORPTION, SPECTROMETRY
ดรรชนี-ไทย: ดิน, พืช, แคลเซียม, การวิเคราะห์ปริมาณ, อะตอมมิคแอบซอบชั่น
หมายเลข: 000989 KC0901079
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ระดับของแคลเซี่ยมและไฮโดรเจนไออ้อนที่แลกเปลี่ยนได้ในดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

Published มีนาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000767&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ลัดดาวัลย์ โคมทอง; ครรชิต กูรมะโรหิต
ชื่อเรื่อง: ระดับของแคลเซี่ยมและไฮโดรเจนไออ้อนที่แลกเปลี่ยนได้ในดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
Article title: On the levels of exchangeable Ca++ and H+ in northeastern soils of Thailand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 7 สาขาพืช และ ชีววิทยา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2511
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences seventh session : Plant and Biological Sciences
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2511
หน้า: หน้า 118-119
จำนวนหน้า: 164 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2511)
หมวดหลัก: P35-Soil fertility
หมวดรอง: P33-Soil chemistry and physics
ดรรชนี-ไทย: ดิน, ธาตุอาหาร, แคลเซียม, ไฮโดรเจนไอออน, การแลกเปลี่ยนไอออน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หมายเลข: 000767 KC0701041
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

อิทธิพลของแคลเซี่ยมที่ให้ทางรากต่อการงอกของเกษรตัวผู้ที่เพาะเทียมของต้นเทียนและของแตงกวา

Published กุมภาพันธ์ 11, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000269&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ไพโรจน์ ผลประสิทธิ์
ชื่อเรื่อง: อิทธิพลของแคลเซี่ยมที่ให้ทางรากต่อการงอกของเกษรตัวผู้ที่เพาะเทียมของต้นเทียนและของแตงกวา
Article title: Influence of calcium supply to the root zone upon the pollen germination in vitro culture in balsam and cucumber
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา (สาขาพืชและชีววิทยา) ครั้งที่ 3 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 29-31 มกราคม 2507
Source title : 3rd national conference on Agriculture and Biology : Plant and Biological Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2507
หน้า: หน้า 4-5
จำนวนหน้า: 127 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2507)
หมวดหลัก: F02-Plant propagation
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: IMPATIENS, CUCUMIS SATIVUS, CALCIUM, ROOTS, GERMINATION, POLLEN, ANTHER CULTURE, IN VITRO CULTURE
ดรรชนี-ไทย: ต้นเทียน, แตงกวา, แคลเซียม, การเพาะเกสร, ราก, เกสรตัวผู้, การงอก
หมายเลข: 000269 KC0301003
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

พืชที่มีแคลเซียมสูง

Published มิถุนายน 6, 2011 by SoClaimon

26 ตุลาคม 2553, 14:00 น.
พืชที่มีแคลเซียมสูง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_120402

แคลเซียมเป็นเกลือแร่ที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยแคลเซียมทั้งหมดที่มีในร่างกายร้อยละ 99 อยู่ที่กระดูกและฟัน ซึ่งทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง แคลเซียมส่วนที่เหลืออยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ และของเหลวในร่างกาย ซึ่งมีความจำเป็นต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ การหดตัวของกล้ามเนื้อและกระตุ้น การส่งผ่านของระบบประสาท

หน้าที่หลักของแคลเซียม คือ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของกระดูกและฟัน กระดูกของผู้ชายในวัยเจริญพันธุ์ ประกอบด้วยแคลเซียมประมาณ 1.2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีการเคลื่อนย้ายแคลเซียมระหว่างกระดูกและเลือด ตลอดจนส่วนอื่นๆ ของร่างกายอยู่ตลอดเวลาโดยการควบคุมของฮอร์โมน กระบวนการเมตาบอลิซึมของวิตามินดีมีความสำคัญต่อร่างกายโดยช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมของกระดูก แคลเซียมยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการหดตัว ของกล้ามเนื้อ แคลเซียมยังมีความจำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดเมื่อมีบาดแผล ถ้าร่างกายขาด แคลเซียมจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก ส่วนในผู้ใหญ่จะเกิดภาวะกระดูกเสื่อม ภาวะกระดูกเสื่อมเกิดจากร่างกายขาดแคลเซียมหรือได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายต้องดึงแคลเซียม จากกระดูกมาใช้ ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลง เป็นผลให้กระดูกแตกหรือหักง่าย

ภาวะกระดูกเสื่อมจะเกิดขึ้นเมื่อใดขึ้นกับปัจจัยของแต่ละบุคคล โดยปกติจะเกิดขึ้นหลังจากอายุ 35-40 ปี โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ภาวะต่อการเสี่ยง ของโรคกระดูกเสื่อมนอกจากอาหารแล้วยังมีปัจจัยอื่นอีก เช่น การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมหลายชนิด เช่น นมและ ผลิตภัณฑ์นม ผักใบเขียว งา เต้าหู้และปลาตัวเล็กตัวน้อย

แคลเซียมจากพืช 

อาหารจากพืชที่มีแคลเซียมส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยพืชเมล็ดผักใบเขียวและเต้าหู้

แคลเซียมมีอยู่ในอาหารแทบทุกชนิดที่เจริญมาจากพื้นดิน มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป พื้นดินให้ ธาตุแคลเซียมกับพืช เพื่อให้พืชมีโครงร่างที่แข็งแรง สัตว์กินพืชทั้งหลายก็ได้รับแคลเซียมจากพืชอีกต่อ หนึ่ง แหล่งของแคลเซียมจึงมีอยู่มากในพวกพืชผักใบเขียว ผักในบ้านเราที่พบว่ามีแคลเซียมอยู่มาก ได้แก่ ใบชะพลู ใบยอ ยอดแค ยอดสะเดา ผักคะน้า ผักแพว

งาดำเป็นพืชที่มีปริมาณแคลเซียมสูงกว่านมวัวเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลือง จึงมีการ เติมงาดำเพื่อเสริมแคลเซียมให้สูงมากขึ้น รวมทั้งมีการเสริมงาดำในเครื่องดื่มธัญพืชและขนมขบเคี้ยว ต่างๆ มากขึ้น

นอกจากงาดำแล้ว ก็ยังมีพวกถั่วเหลือง ถั่วแดงหลวง และเม็ดบัว ซึ่งมีปริมาณแคลเซียมมากเช่นกัน

อาหารที่มีแคลเซียมสูง (เกิน 50 มิลลิกรัม/100 กรัม) ประเภทพืช ได้แก่ รำข้าว กลอย มันเทศ สาคู เม็ด งาดำ งาขาว ซีอิ้ว เต้าเจี้ยว เต้าหู้ทุกชนิด รวมทั้งฟองเต้าหู้ ถั่วแขก ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแปบ ถั่วพู ถั่ว ฝักยาว ถั่วแระ ถั่วลิสง ถั่วหรั่ง ถั่วเหลือง เมล็ดดอกคำฝอย เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดบัว เมล็ด หางนก ยูงฝรั่งเมล็ดอัลมอนด์มันฮ่อ

รายชื่อพืชที่มีแร่ธาตุแคลเซียมสูงสุด 10 อันดับแรก จากรายงานของสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

-ใบยอ (จ.ปัตตานี) 841 มิลลิกรัม/100กรัม

-ใบชะพลู 601 มิลลิกรัม/100 กรัม

-ผักแผว (จ.อุบลฯ) 573 มิลลิกรัม/100 กรัม

-เห็ดลม 541 มิลลิกรัม/100 กรัม

-ใบยอ 469 มิลลิกรัม/100 กรัม

-มะขามสด 429 มิลลิกรัม/100 กรัม

-แค (ยอด) 395 มิลลิกรัม/100 กรัม

-ผักกะเฉด 387 มิลลิกรัม/100กรัม

-สะเดา (ยอด) 354 มิลลิกรัม/100 กรัม

-สะแล 349 มิลลิกรัม/100กรัม

พืชเมล็ด

พืชเมล็ด ได้แก่ ถั่ว และงา เป็นต้น ถั่วต่างๆ มีแคลเซียมอยู่ปานกลางถึงสูงแตกต่างกันไป แต่ในกลุ่ม นี้ก็มีสารเคมีบางตัวที่อาจจะขัดขวางการนำแคลเซียมไปใช้เรียกว่าไฟเตท อย่างไรก็ตามมีการวิจัยพบว่า แคลเซียมจากถั่วหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่โดยรวมแล้วน้อยกว่า นม ส่วนงาซึ่งมีไฟเตทสูงกว่ามาก

ถั่วพูเป็นยอดอาหารเหนือชั้นกว่าพี่น้องตระกูลถั่วทั้งหลาย เพราะถั่วพูที่มีระบบการสร้างปมรากมากกว่า ใคร ทำให้มีความสามารถในการตรึงธาตุไนโตรเจนในอากาศได้อย่างดีเยี่ยม ถั่วพูยังจัดเป็นพืชไม่กี่ชนิด ที่กินได้แทบทุกส่วน เมล็ดถั่วพูแก่มีโปรตีนอยู่ถึงร้อยละ 34 พอๆ กับเมล็ดถั่วเหลืองที่เรารู้จักดี ถั่วพูจึง จัดอยู่ในอันดับเป็นพืชที่ให้แหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม นำมาทำผลิตภัณฑ์อาหารได้ดีเหมือนถั่วเหลือง และดู เหมือนว่าจะได้เปรียบกว่าตรงรสชาติที่ไม่มีกลิ่นเต้าหู้

ถั่วพูเป็นพืชทีมีสารขัดขวางต่ำ จึงทำให้การดูดซึมแคลเซียมได้สูง ดังนั้น กินถั่วพูแล้วร่างกายสามารถ ดูดซึมแคลเซี่ยมไปใช้ได้ประมาณ 40-50 % เมื่อเปรียบเทียบกับการดูดซึมแคลเซียมจากนมวัวในหญิง ไทยอายุ 30 ปี ซึ่งมีค่าอยู่ที่ประมาณ 55% แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ไม่นิยมการดื่มนมหรือดื่มนมไม่ได้เพราะ ร่างกายไม่ย่อยทำให้ท้องอืด ควรหันมาเลือกกินถั่วพูมากๆ แม้การดูดซึมจะไม่มากเท่าแต่ก็เป็นรองเล็ก น้อย ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูงทีเดียว

ตำลึงเป็นผักที่อุดมด้วยวิตามินแร่ธาตุจำนวนมาก ที่โดดเด่นมีการรณรงค์ให้เด็กกินผักตำลึงมากๆ เพราะตำลึงมีเบต้าแคโรทีนจำนวนมาก ดังนั้นทั้งตำลึงริมรั้วและถั่วพูที่โตเร็วขึ้นค้างให้เก็บฝักง่ายๆ นั้น เป็นผักที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เป็นยาสมุนไพรที่ใกล้ชิดชาวบ้าน และล่าสุดจากการศึกษาของ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ทำการเปรียบเทียบพืชผักหลายชนิด เพื่อดูว่าพืชชนิดไหนที่ มีแคลเซี่ยมสูง และร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ดีด้วย เนื่องจากพืชบางชนิดมีแคลเซี่ยมสูงแต่ก็มี สารไฟเตท และออกซาเลทมาก ที่ไปขัดขวางการดูดซึม เช่น ผักขม

ผลการศึกษาพบว่า ถั่วพู ใบตำลึง เป็นพืชทีมีสารขัดขวางต่ำ จึงทำให้การดูดซึมแคลเซียมได้สูง ดัง นั้นกินถั่วพูแล้วร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซี่ยมไปใช้ได้ 39.1% – 51.9 % และใบตำลึง ดูดซึมได้ 47.6 % – 58.5 %เมื่อเปรียบเทียบกับการดูดซึมแคลเซียมจากนมวัวในหญิงไทยอายุ 29.5 + 6 ปี มีค่าอยู่ที่ 55.2 + 11.9 % แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ไม่นิยมการดื่มนมหรือดื่มนมไม่ได้เพราะร่างกายไม่ย่อยทำให้ท้อง อืดนั้น ควรหันมาเลือกกินถั่วพูและใบตำลึงมากๆ แม้การดูดซึมจะไม่มากเท่า แต่ก็เป็นรองเล็กน้อย ยังถือ ว่าอยู่ในเกณฑ์สูงทีเดียว

ผักใบเขียว

จากงานวิจัยในผักที่มีแคลเซียมสูง เช่น ผักตระกูลกะหล่ำหลายชนิด ได้แก่ คะน้า เทียบกับผักยอด นิยมของคนตะวันตก คือ ผักโขมฝรั่ง พบว่าร่างกายนำแคลเซียมจากตระกูลผักคะน้าทั้งหลายไปใช้ได้ เทียบเท่ากับนม ขณะที่แคลเซียมจากผักโขมฝรั่ง ใช้ได้น้อยกว่านม 9 เท่า ผักตระกูลกะหล่ำที่นิยมกินใน ประเทศไทย เช่น คะน้า กวางตุ้ง รวมถึงผักกาดจอของภาคเหนือ นับเป็นแหล่งสำคัญของแคลเซียม สำหรับคนที่ไม่ดื่มนม

ในผักหลายชนิดมีการสร้างสารออกซาเลต ซึ่งสามารถจับกับแคลเซียมทำให้ไม่สามารถถูกดูดซึมได้ดี เท่าที่ควร สาเหตุหลักที่ทำให้พบความแตกต่างระหว่างผักคะน้าและผักโขมฝรั่งในงานวิจัย ดังกล่าว คือ ในผักโขมมีสารออกซาเลตสูง แต่ในคะน้ามีสารออกซาเลตต่ำมาก

ศาสตราจารย์นายแพทย์อารี วัลยะเสวี และคณะ ทำการศึกษาวิจัยเรื่องนิ่วที่จังหวัดอุบลราชธานี พบ ว่าออกซาเลตเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากผักพื้นบ้านหลายชนิดของไทยมี ออกซาเลตสูง ประกอบกับการกินเนื้อสัตว์ต่างๆ น้อยมากและดื่มน้ำน้อย ซึ่งก็เป็นสาเหตุสำคัญของการ พบการเกิดนิ่ว แม้ว่าในผักดังกล่าวจะมีแคลเซียมสูงด้วย นี่จึงเป็นจุดด้อยของผักบางชนิด

พืชผักที่มีแคลเซียมสูง เช่น ยอเถื่อน ชะพลู ยอบ้าน มะขามฝักสด ดอกงิ้วแดง ยอดกะเดา มะขาม เปียก ผักหวาน หน่อเหรียง ผลมะกอก มะแว้ง และขี้เหล็ก

ฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน ร้อยละ 85-90 อยู่ในสภาพของแคลเซียม ฟอสเฟตที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งทำให้ฟันและกระดูกแข็งแรง ส่วนร้อยละ 10-15 มีอยู่ทั่วไปในร่างกาย พืช ผักที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น ผักแพงพวย เขลียง ใบขี้เหล็ก เกสรดอกงิ้วแห้ง และมะแว้ง

ประเภทผักที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ กะหล่ำดอก กุ้ยช่าย กระถิน (ใบ) กระเทียม ขจร ขนุน (ดิบ) ขี้ เหล็ก แคฝรั่ง แครอทดอกมะขาม ดอกโสน ตำลึง ต้นหอมถั่วขี้หูด ถั่วแขก ถั่วงอกหัวโต ถั่วดำ ถั่วแปบ ( ฝักอ่อน) ถั่วฝักยาว ถั่วพู (ฝักอ่อน) ถั่วพู (ใบ) ถั่วแระ (ฝัก, เมล็ดอ่อน) น้ำเต้า นางกวัก (บอนจีน, ใบ) บวบหอม ใบกะเพรา ใบขนุน ใบขลู่ ใบชะพลู ใบทองหลาง ใบบัวบก ใบปอกะเจา ใบพริกขี้หนู ใบมันเทศ ใบมะกอก ใบมะระจีน ใบมะรุม ใบแมงลัก ใบยอ ใบย่านาง ใบสะระแหน่ ใบโหระพา ผักกระเฉด ผักเกากี ฉ้าย ผักกาดเขียว ผักกาดเขียวแห้ง ผักกาดเขียวเปรี้ยว ผักกาดแดง (บีท) ผักกาดน้ำ ผักกวางตุ้ง ผักกูด ผักโขม ผักคะน้า ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว ผักชีล้อม ผักเบี้ย ผักปลัง ผักเป็ด ผักสะเดา ผักหวาน พริกไทยอ่อน ฟักเขียว ฟักทอง มะเขือเครือ มะเขือพวง มะรุม (ฝัก) สะตอ หน่อไม้ หัวผักกาดแห้ง เห็ดหูหนู หอมแขก หอมจีนกระเทียมจีนมะขามดิบมะขามหวานมะเดื่อมะตูมมะนาว

เต้าหู้

เต้าหู้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งและเป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียม เต้าหู้ทำจากถั่วเหลือง ถั่วเหลืองมี แคลเซียมสูงก็จริง แต่น้ำที่สกัดถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้มีแคลเซียมน้อย แคลเซียมส่วนใหญ่อยู่ในกาก ใน กระบวนการทำเต้าหู้ต้องมีการใส่แคลเซียมหรือแมกนีเซียมลงไปเพื่อตกตะกอนเป็น เต้าหู้ ดังนั้น แคลเซียมที่อยู่ในเต้าหู้จึงเป็นสารประกอบแคลเซียมที่ได้จากการใส่ลงไป ซึ่งมีการศึกษาแล้วว่าสามารถ ใช้ประโยชน์ได้ดีในระดับหนึ่ง

ถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีสารที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงไฟโตเอสโตรเจน ซึ่งเชื่อว่าเป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันไม่มีไขมันที่เป็นอันตราย

แคลเซียมและออกซาเลต

จากการศึกษาผักหลายชนิดที่น่าจะใช้เป็นแหล่งแคลเซียมและนิยมกินกันอยู่ ทั่วไปในหลายภูมิภาคของไทย โดยนำมาวิเคราะห์หาแคลเซียมและออกซาเลต พบว่าหลายชนิดมีแคลเซียมสูง ขณะเดียวกันก็มี ออกซาเลตสูงด้วย อาจนำมาแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้ กลุ่ม 1 ผักที่มีแคลเซียมสูงและออกซาเลตสูงด้วย เช่น ใบยอ ชะพลู โขม (ขม) ไทย มะเขือพวง ยอดกระถิน กลุ่ม 2 ผักที่มีแคลเซียมสูงและออกซาเลตปานกลาง เช่น กะเพรา กระเฉด ยอดแค ผักบุ้งจีน สะเดา กลุ่ม 3 ผักที่มีแคลเซียมปานกลางถึงสูงแต่ออกซาเลตต่ำ ได้แก่ คะน้า กวางตุ้ง ขี้เหล็ก ตำลึง บัวบก ถั่วพู ดังนั้น กลุ่มผักที่ร่างกายสามารถนำแคลเซียมไปใช้ประโยชน์ได้ดี จึงน่าจะเป็นกลุ่มที่ 3 โดยอาจใช้ทด แทนในกรณีของผู้ที่ไม่สามารถดื่มนมได้

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
 HYPERLINK “http://www.bangkokhospital.com” http://www.bangkokhospital.comHYPERLINK “http://www.bangkokhealth.comhttp://www.bangkokhealth.com

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย โรงพยาบาลกรุงเทพ
  • 26 ตุลาคม 2553, 14:00 น.
%d bloggers like this: