แคมปัส

All posts tagged แคมปัส

ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ! สาวน้อยขี้อาย เสน่ห์ล้น ‘วิปครีม’ เวที MIT 2015

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/527865

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.ย. 2558 06:05

 

อยู่บนเวทีเธอดูเป็นสาวสวย เก่ง ที่เต็มไปด้วยความมาดมั่น และความสามารถหลากหลาย แต่ใครจะรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอนั้นออกจะขี้อายสุดๆ!! สัปดาห์นี้“Student Idol” ขอพรีเซนต์สาวน้อยเสน่ห์ล้น ‘วิปครีม- ธมลวรรณ เพ็ชร์ยัง’ ผู้คว้าตำแหน่ง Miss Charming ไปหมาดๆ จากเวทีมิสอินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ 2015 (MIT 2015) บอกเลยว่า ยิ่งได้พูดคุยกับเธอก็ยิ่งน่าค้นหา ทั้งเสน่ห์ คำพูด และหน้าตาชวนให้คนหลงรักแบบสุดๆ ไม่แปลกใจเลยที่เธอสะกดใจคนทั้งประเทศได้…!

ตัวเล็กเว่อร์ !

ชื่อ นามสกุล : ธมลวรรณ เพ็ชร์ยัง
นิกเนม : วิปครีม
ที่มาของนิกเนม : เป็นคนชอบทานวิปครีมมากๆ เพื่อนๆ เลยเรียกกัน
อายุ : 20 ปี
วันเกิด : 24 กรกฎาคม 2538
พี่น้อง : เป็นลูกสาวคนโต มีน้องสาว 2 คน
น้ำหนัก : 50 กิโลกรัม
ส่วนสูง : 174 เซนติเมตร
บ้านเกิด : อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก
ศึกษา : อยู่ชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์ เอกวิชาภาษาไทย โทภาษาอินโดนีเซีย
สถาบัน : มหาวิทยาลัยนเรศวร
ดารา/ศิลปินในดวงใจ : โอปอล์ ปาณิสรา อารยะสกุล
อาหารที่ชอบ : ยำวุ้นเส้น (ขอแบบเปรี้ยวๆ นะ)
ที่เที่ยวสุดโปรด : เดินห้างฯ ชิลๆ
สิ่งที่เกลียด/กลัว : กลัวการผิดหวัง และการจากลาแบบไม่มีวันกลับ
สไตล์การแต่งตัว : สวยๆ สบายๆ ไม่เน้นเซ็กซี่
เฟซบุ๊ก : wit Ice-cream
อินสตาแกรม : wifcream07

หนูเป็นสาวเรียบร้อยนะคะ …

ตอนนี้เรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าง
เรียกได้ว่าเรียนหนักมากๆ เลยค่ะ ยิ่งหลังจากที่ได้มาประกวด มันก็ทำให้เราเรียนไม่ทันเพื่อนๆ บ้าง แต่เราต้องบอกเลยว่า เรามีเพื่อนที่ดี เพื่อนๆ ก็จะคอยจดเลกเชอร์แล้วส่งมาให้เราอ่านย้อนหลังทางไลน์ตลอด แล้วนี่เดี๋ยวพอเสร็จจากการสัมภาษณ์ช่วงนี้ วันที่ 28 ก็ต้องไปสอบอีกแล้ว เราก็จะต้องให้เวลากับการอ่านหนังสือมากหน่อย

เหตุผลเลือกเรียนคณะมนุษยศาสตร์
เพราะเรามีความฝันว่าโตขึ้นไปอยากเป็นคุณครู เราก็เลยเลือกเรียนคณะนี้ สาขาวิชาภาษาไทย โทอินโดนีเซีย อีกทั้งมันสามารถต่อยอดเป็นนักเขียน นักแต่งนิยาย อะไรได้อีกเยอะ เราเลยคิดว่ามันน่าสนใจมากทีเดียว

น่ารักใสๆ อะ

วันนี้พาสุนัขตัวโปรดมามหา’ลัยด้วย !

เหตุผลที่เลือกเรียนภาษาอินโดนีเซีย
ไม่รู้สิ ตอบยากเหมือนกันนะ มันเป็นภาษาที่เราอยากเรียน อาจเป็นเพราะมันเป็นภาษาที่แปลก และคนส่วนใหญ่ไม่เรียนกันมั้ง จริงๆ มันเป็นภาษาที่เรียนง่ายนะ คล้ายๆ ภาษาอังกฤษที่มันไม่ต้องมี ‘สระ’ มาก แล้วมันก็ไม่เหมือนภาษาจีน หรือภาษาเวียดนามที่จะต้องมี ‘สระ’ เพิ่ม แล้วเวลาพูดภาษาอินโดฯ มันน่ารัก โดยเฉพาะเวลาเรียงลำดับ-ออกเสียงคำต่างๆ

ความคิดค่อนข้างแหวกแนว
ส่วนใหญ่หลายๆ คน อาจเลือกเรียนจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือภาษาที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง แต่เราเลือกเรียนอินโดฯ เพราะด้วยความที่ไม่มีใครเลือกเรียน เราก็เลยมองเห็นความสำคัญของมันตรงนี้ ภาษาอินโดฯ เป็นภาษาที่แปลก น่าสนใจ เราก็อยากจะพูดเป็น อยากจะสื่อสารได้ ตอนนี้อาจารย์ที่สอนในมหา’ลัย ก็เป็นอาจารย์อินโดฯ ด้วย อาจารย์น่ารักมากๆ สอนสนุก มันทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อเลย เวลาคุยกับอาจารย์ก็พยายามคุยภาษาอินโดฯ เราจะได้ฝึกภาษาที่เรียนไปด้วย ไม่ใช่แค่ฟังอย่างเดียว มันก็จะทำให้พูดไม่ได้ พูดไม่คล่อง …

ไม่เครียดนะ ไม่เครียด

ภาษาอินโดฯ เอามาใช้กับการทำงานอย่างไร-ด้านไหนบ้าง
เราคิดว่าการที่เราได้รู้ สามารถพูดคุยหลายภาษา มันก็เป็นผลดีอยู่แล้ว จริงๆ ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะเรียนรู้ให้ได้หลายๆ ภาษาเลย ตอนนี้เราพูดได้ 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาอินโดนีเซีย ส่วนภาษาจีน หรือภาษาอื่นๆ เราพูดได้แค่แนะนำตัว ทักทายกันเฉยๆ เราเป็นคนชอบเรียนรู้หลายๆ ภาษานะ

เทคนิคการเรียนภาษาอินโดฯ เบื้องต้น
ง่ายๆ เลย ถ้าอ่านทับศัพท์ภาษาอังกฤษออก ก็สามารถเรียนภาษาอินโดฯ ได้ง่าย และเข้าใจอย่างรวดเร็ว มันอาจต่างกันที่ตัวสระนิดหน่อย แต่เชื่อว่า ถ้าอ่านทับศัพท์เป็นแล้ว ภาษาอินโดนีเซียก็ไม่ยากอย่างที่คิด

ความยาก-ง่ายของสาขาวิชานี้
คณะนี้จะเน้นเกี่ยวกับการพูดและการใช้ภาษา ซึ่งโดยส่วนตัวเราชอบเรียนอยู่แล้ว มันสนุกดี เราก็เลยไม่คิดว่ามันยากมากเท่าไรนะ กลับคิดว่ามันเป็นคณะที่ใช่สำหรับเราเลยอะ!

ไปเรียนกันเถอะๆ

แบ่งเวลาให้กับการเรียนยังไงบ้างตอนที่เข้าประกวด
ปรึกษาอาจารย์ก่อนเลย ยิ่งช่วงนี้มาใช้เวลากับกองประกวดฯ เยอะมากๆ เดินขอบคุณตามสื่อต่างๆ เราก็ต้องเข้าไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาเลยว่า เขาจะช่วยเราได้มากน้อยแค่ไหนเรื่องเวลาเรียน

เทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมสอบ
อ่านหัวข้อ ใช้เทคนิคการอ่านเร็วๆ หลายๆ รอบ และก่อนเข้าห้องสอบก็จะมีอ่านทวน ติวกับเพื่อนๆ อีกทีหนึ่ง

กิจกรรมในมหา’ลัยที่เคยทำ
ก็มีบ้างนะ ถ่ายนิตยสารให้มหา’ลัย เดินแบบบ้าง แต่ไม่ได้เป็นนักกิจกรรมตัวยงอะไรขนาดนั้น (หัวเราะ)

แอ๊บเบาๆ

สุดท้ายตัวจุดประกายให้เข้ามาประกวดฯ เวทีนี้
จริงๆ แล้ว ต้องบอกเลยว่าเราเป็นคนขี้อายมาก…กก ตั้งแต่เด็กๆ เลย แต่ที่เข้ามาประกวดได้ เพราะมีพี่ที่มหา’ลัยคนหนึ่งชวนเรามาประกวดเวทีนี้ เขาเห็นว่าเวทีนี้แตกต่างจากเวทีอื่นๆ โดยที่ให้โอกาสนางงามหลายๆ คน หลายๆ ด้าน เราก็เลยเลือกที่จะเข้ามาประกวด

 

หน้าบึ้งเหมือนนางแบบ แต่รอยยิ้มสะกดใจ ‘ชะเอม’ ดาวบัญชี ม.กรุงเทพ

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/524789

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2558 06:05

 

ใกล้จะสิ้นปี ฤดูกาลท่องเที่ยวต้องมา แต่ช่วงนี้ยังพอมีเวลาอีก 2-3 เดือน ให้ทุกคนได้เตรียมตัวเก็บสตุ้งสตางค์กันอีกสักพัก ส่วนใครทนไม่ไหว และมีความพร้อมแล้ว “สวัสดี…แคมปัส” แนะนำ ภูทับเบิก สวรรค์ชั้น 7 จริงๆ

หน้านิ่ง

แหม่…ไปเองไม่ได้หรอกนะ แต่นั่งดูรูปทุกวันแล้วมันขึ้น (555 มันอยากไป) แต่ไปไม่ได้ ไม่รู้จะทำไงดี เลยเอามาบอกกล่าวกันต่อ เผื่อแฟนๆ แคมปัสอยากเที่ยว แต่นึกไม่ออก จะไปไหนดี ที่นี่…เลยคะพี่น้อง หมอกกำลังฟูเต็มท้องฟ้า อากาศกำลังดี บรรยากาศสุดแสนจะชิล…เห่อๆ เที่ยวเผื่อกันด้วยนะ

นักศึกษาปี 1

มาๆ เข้าเรื่อง สัปดาห์นี้ “สวัสดี…แคมปัส” จะพาไปรู้จักสาวสวยจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอมีดีกรีเป็นถึง ดาวคณะ เชียวนะ สวยใสน่ารักแค่ไหน ไปติดตามเรื่องราวของเธอกัน

สวยๆ

เธอมีชื่อเสียงเรียงนามว่า “อโนชา เกตุแก้ว” หรือ ชะเอม ชื่อเล่นน่ารักดีเนอะ เธอกระซิบบอกที่มาของชื่อเล่นนี้ว่า ชื่อนี้ถูกตั้งให้คล้องจองกับชื่อคุณพ่อ ส่วนจะชื่ออะไร เราขออุบส์ไว้ดีกว่าเนอะ

ใสๆ ค่ะ

ชะเอม เกิดวันที่ 10 ก.ค. 2540 อายุ 18 ปี น้ำหนัก 50 กิโลกรัม สูง 170 เซนติเมตร บ้านเกิดอยู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ของคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

มาดนางแบบ

สาวสวยคนนี้ชอบ เทย์เลอร์ สวิฟต์ หลงใหลในอาหารญี่ปุ่น ชอบไปเที่ยวทะเล มีน้องเหมียวเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจ แต่เกลียดกิ้งกือเป็นชีวิตจิตใจ และมีของสะสมเป็นตุ๊กตา กีฬาที่ชอบเล่นบ่อยๆ คือ แบดมินตัน

ยิ้มหวาน

เรามาพูดถึงเรื่องเรียนกัน ชะเอม เรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 ของคณะบัญชี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอบอกเหตุผลที่เลือกเรียนเพราะว่า

“หนูคิดว่า บัญชี เป็นอะไรที่หางานได้ง่าย ทุกงานก็ต้องมีบัญชีอยู่แล้ว ถ้าเรียนจบไป หนูอยากเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี คงไม่น่าปวดหัวนะคะ เพราะว่าหนูชอบตัวเลข ถามว่าอยากมั้ย ก็ยากนะคะ แต่หนูก็ชอบอยู่ดี เคยมีความคิดจะไปเรียนหมอเหมือนกันนะคะ แต่หนูว่ามันยากกว่าบัญชีมาก เลยไม่เรียนเลย”

อย่าให้โพส

ความฝัน
หนูอยากเป็นนางแบบ และเคยไปประกวดเวทีไทยซุปเปอร์โมเดลมาด้วย ตอนนั้นได้เข้ารอบ 20 คนด้วยคะ หนูชอบวงการบันเทิงนะ

หุ่นดี๊ดี

เวลาพักผ่อน
ช่วงเรียนเสร็จ มีเวลาว่าง หนูจะชอบฟังเพลง ไปออกกำลังกาย ไปวิ่งบ้าง ตีแบดบ้าง เข้าฟิตเนสบ้าง และที่ชอบสุดๆ คือการได้อ่านหนังสือนิยาย

อีกมุม

สไตล์การแต่งตัว
ชอบแต่งตัวสบายๆ ง่ายๆ อย่างเสื้อยืดกางเกงยีนส์นี่ใช่เลย และหนูก็ดูตามกาลเทศะด้วย

เวลาสบายๆ

เอาล่ะ…“สวัสดี…แคมปัส” ขอเป็นกำลังใจให้น้องชะเอม ได้เป็นนางแบบสมใจ แล้วกลับมาพบกันใหม่นะจ๊ะ.

 

พลิกวิกฤติเป็นความฮา! ขำกระจาย ‘หว่ามก๋อ’ หรือจะสู้เด็ก ม.บูรพา

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/526111

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ย. 2558 11:55

 

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมจมบาดาลหลายพื้นที่ โดนฤทธิ์พายุ ‘หว่ามก๋อ’ เล่นงานกันเป็นแถว ทั้งยังถล่มหลายจังหวัดในภาคตะวันออกโดยเฉพาะชลบุรี รวมถึงมหาวิทยาลัยบูรพา โดนเล่นงานกันอย่างหนักด้วยเหมือนกันในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังเฉียบพลันในมหาวิทยาลัยและพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากการระบายน้ำไม่ทันประกอบกับน้ำทะเลหนุน จนในวันนี้ (18 ก.ย.58) ทางมหาวิทยาลัยจึงประกาศงดการเรียนการสอน 1 วัน…

ถึงแม้พิษ ‘หว่ามก๋อ’ จะทำร้ายชาว ม.บูรพา น้ำท่วมมหาวิทยาลัยจนทำให้เกิดความยากลำบากส่งผลต่อการเรียนการสอน แต่เหล่านิสิต ม.บูรพาหัวครีเอตออกมาลดความตึงเครียดตัดต่อรูปภาพน้ำท่วมกันอย่างสนุกสนาน ทั้งยังมีภาพถ่ายสุดฮาของเหล่านิสิต สร้างสีสันให้โลกโซเชียลได้ไม่น้อย จะฮาขนาดไหนเรารวบรวมภาพมาให้ได้ชมกัน

ภาพก่อนตัดต่อ น้ำท่วมคณะโลจิสติกส์ ม.บูรพา จาก @ballkongsinkaew

สไลเดอร์ก็มา ภาพจาก Double’s Por

ว่ายน้ำอยู่หน้าคณะโลจิสติกส์ ภาพจากทวิตเตอร์ @J_JACOBO

ภาพจาก @J_JACOBO

ดำน้ำดูปะการังมั้ยล่ะเธอ

หาไรกินที่ตลาดน้ำม.บูรพาก่อน

แจวๆ

เล่นสวนน้ำกัน

ว่ายน้ำแข่งกันมั้ย

บานาน่าโบ๊ตมั้ยล่ะ ภาพจาก kitja lairayapong

ทิ้งไว้กลางน้ำท่วม ภาพจาก @Tiew Telecomz

ตัวจริงไม่ได้แสดงแทน ไม่ใช่ภาพตัดต่อ ภาพจาก @bochnsr

ที่มาภาพ : ทวิตเตอร์ #ทีมบูรพา , แฟนเพจ โอ้โห มอบู 

 

จะรับน้องกันไปทำไม?

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/525068

โดย Dr. POP 16 ก.ย. 2558 05:01

 

“การรับน้อง” คือ ดราม่าประจำปีของประเทศไทย

ทุกปีต้องได้ยินข่าวการรับน้องถึงขั้นเสียชีวิต การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือ การรับน้องจนสร้างความบาดหมาง โดยส่วนตัว ผมโอเคกับการห้อยป้ายชื่อใหญ่ (ไม่ว่าจะมาในรูปแบบแก้วน้ำ หรือ ว่าป้ายโฆษณาใดๆ) ผมว่ามันน่ารักดี , ผมโอเคกับพี่ว๊าก ที่ต้องตะเบงเสียงกดดันน้องๆ (เรารู้กันอยู่ว่ามันเป็นการแสดง) , ผมโอเคกับการปะแป้ง ลอดซุ้ม เต้นไก่ย่าง และ กิจกรรมสันทนาการฮาเฮทั่วไป

แต่ผมไม่โอเคกับ “การใช้ความรุนแรง” ใดๆ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมก็ไม่โอเคกับเรื่องนี้เช่นกัน

จุดประสงค์ของการรับน้อง คือ “สร้างความสามัคคี ความรัก และความเป็นหนึ่งเดียวกันในสถาบัน” นี่คือใจความหลักซึ่งผมเชื่อว่าคุณเข้าใจตรงกัน ผมดีใจที่รุ่นพี่ส่วนใหญ่เข้าใจจุดนี้ แต่ก็มีรุ่นพี่บางกลุ่มที่ไม่รู้ว่าอ้างสิทธิ์อะไรจึงหาข้ออ้างชอบธรรมเพื่อฉีกบริบทนี้ทิ้งไป

บางกลุ่มไปจัดการรับน้องนอกสถานที่เพื่อจงใจหลบตาอาจารย์ มีการบังคับให้น้องกินเหล้า พอขาดสติก็เกิดการทะเลาะวิวาท บางกลุ่มใช้กำลังกับน้อง และบางกลุ่มใช้ให้น้องทำสิ่งที่ฝืนร่ายกายจนเจ็บป่วย หรือ เสียชีวิต

ใครสอนคุณครับว่าการทำร้ายกันเป็นเรื่องเท่?

พ่อแม่คุณ? สถาบันคุณ? หรือ ตัวคุณเอง?

บางสถาบันถือเรื่องการรับน้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่ากฎหมาย หากรุ่นน้องคนใดไม่สามารถเข้าพิธีรับน้องได้รุ่นพี่จะพากันแบน ประเด็นคือ ทุกคนมีเหตุผลที่จะไม่เข้าร่วม บางคนบ้านอยู่ไกล บางคนร่างกายไม่พร้อม บางคนเขาก็ไม่ได้อยากร่วมด้วยใจ นั่นนำไปสู่คำถามที่น่าสนใจว่า “คุณรักรุ่นน้องด้วยใจจริงๆ หรือรุ่นน้องจะได้ความรักต่อเมื่อตอบสนองกฎของคุณ?”

ถ้าคำตอบคือ ข้อแรก นั่นหมายความว่า คุณต้องรักรุ่นน้องอย่างไม่มีเงื่อนไข รักด้วยเลือดสถานบันเดียวกัน รักเพราะเป็นครอบครัวเดียวกัน เขาเจ็บคุณจะเคียงข้างเขา เขาพลาดคุณจะตักเตือน นี่คือ “รักที่แท้จริง รักที่น่าภูมิใจ” แต่ถ้าคำตอบคือข้อสอง นั่นหมายความว่า คุณจะรักเขาก็ต่อเมื่อเขายอมตกอยู่ในบัญชาของคุณ เมื่อเขาได้ทำบางสิ่งแลกเปลี่ยนความรักจากคุณ และเมื่อเขายอมเล่นเกมตามคุณ

ถ้าคิดแบบที่สองนี่ ต้องถามตัวเองแล้วว่า “คุณรู้จักความรักจริง หรือ แค่สะกดคำว่ารักเป็น?”

ทุกคนมีสิทธิ์จะเข้าการรับน้องหรือไม่ก็ได้ นั่นเป็นสิทธิ์ของเขา เป็นอิสระเสรีความชอบธรรมตามกฎหมาย ซึ่งรุ่นพี่ หรือ อาจารย์ ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายด้วยความชอบใดๆ แทนที่จะโทษน้องว่าเขาไม่อยากร่วมพิธี ลองถามตัวเองว่า “ทำไมน้องๆ ถึงไม่มาร่วม?” บางทีคำตอบเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ให้รุ่นพี่เอามาใช้ปรับปรุงเพื่อการรับน้องที่สร้างสรรค์กว่าเดิมในอนาคต มีวิธีมากมายที่สามารถสร้างความทรงจำอันดีงามให้ติดผนึกเป็นพลังแห่งความสุขในจิตใต้สำนึกของรุ่นน้องได้

ที่น่าทึ่งก็คือ​ “พลังจิตใต้สำนึก” มีผลต่อชีวิตอย่างใหญ่หลวง

จิตใต้สำนึกเป็นระบบอัตโนมัติ คุณบังคับไม่ได้ แต่มันมีเพื่อกำหนดชีวิตคุณทุกลมหายใจ เช่น เวลามีอะไรจะปะทะ จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ขาคุณโกยหนี เด็กที่ผ่านการรับน้องอย่างมีความสุข เขาจะจดจำความสุขลงในจิตสำนึก ทำให้เกิดความสดชื่นแจ่มใส และรู้สึกรักสถาบัน รักเพื่อน เคารพรุ่นพี่โดยธรรมชาติ ส่งผลให้การเรียนดี เข้าสังคมได้ มีแววเป็นพลเมืองที่ดี นี่คือผลจากการปกครองด้วย “ความรัก” มิใช่ “ความกลัว”

แต่เด็กที่ถูกบันทึก “ความทุกข์” ในจิตใต้สำนึกจะเกิดผลข้างเคียงทางจิตใจที่ซับซ้อนกว่าตาเห็น หลายคนจะรู้สึกหวาดระแวงคนรอบกายโดยไม่รู้ตัว หลายคนก้าวร้าว หลายคนจะรู้สึกเกรงกลัวรุ่นพี่ หลายคนจะรู้สึกไม่สบายอกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ โดยหาคำตอบไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร ส่งผลต่อสมาธิในการเรียน การไม่กล้าแสดงออกในทางที่ถูก หรือมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม

และที่จะแย่กว่านั้นคือ ทำให้เกิดความคิด “เอาคืน”

รุ่นพี่ที่รับน้องอย่างรุนแรงวันนี้ ส่วนมากเพราะเคยถูกรับน้องด้วยวิถีนั้นมาก่อน บางคนเคยถูกตบตีก็เอามาลงที่รุ่นน้องให้สาแก่ใจ มันเป็นตะกอนความแค้นที่ฝังรากลึกในจิตใจ คุณอาจไม่ยอมรับ แต่มันมีอยู่จริง เมื่อคุณทำร้ายรุ่นน้อง รุ่นน้องก็ซึบซับความคิดแง่ลบจากคุณลงในจิตใต้สำนึก พอเขาโตขึ้นก็เอาไปลงกับรุ่นน้องอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันจบสิ้น

นี่คือวิถีของผู้มีอารยธรรมมีการศึกษาหรือเปล่า?

ผมเชื่อว่าสังคมจะชื่นชมมาก หากมีรุ่นพี่บางสถาบันกล้าลุกขึ้นมาปฏิวัติการรับน้องโดยปราศจากความรุนแรงและเคารพสิทธิมนุษย์ชน หลายคนอาจจะเถียงผม “เฮ้ย เขาทำแบบนี้มานานแล้วนะโว้ย”

ประเด็นคือ “อะไรที่มันแย่มันก็เปลี่ยนได้เปล่าวะ? หรือคุณไม่กล้าพอจะทำสิ่งที่ดีกว่าล่ะ?” บางคนอาจจะบอกว่า “พวกเรามันเด็กแหกคอกเว้ย เราจะไม่ทำอะไรที่อยู่ในกฎ” ช้าก่อน เด็กแหกคอกมันมีสองประเภท

1. แหกคอกเพราะมั่นใจว่าความดีของตัวเองมันเจ๋งๆ จนสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวกได้ เช่น สตีฟ จอบส์, บิล เกตต์, จอห์น เลนนอน

2. แหกคอกเพราะตัวเองไม่มีดีอะไร เลยต้องแหกต้องขบถเพื่อเรียกร้องความสนใจ เติมเต็มปมด้อยให้ตัวเองมีจุดยืนในสังคม เช่น พวกก่อความไม่สงบในบ้านเมือง, อาชญากร

คุณเป็นแบบไหนอ่ะครับ? 1 หรือ 2 ?

ส่วนคำตอบของคำถามที่ว่า “จะรับน้องกันไปทำไม?” ก็คงหนีไม่พ้นเพื่อ “สร้างความสามัคคี ความรัก และความเป็นหนึ่งเดียวกันในสถานบัน” ผมเชื่อว่าเราเข้าใจจุดยืนร่วมนี้ตรงกัน ผมขอชื่นชมทุกสถาบันที่จัดพิธีรับน้องอย่างอบอุ่น ไม่หนักไป ไม่แย่งเวลาน้องเกินไป เป็นที่ไว้ใจของอาจารย์ผู้ปกครอง คุณทำถูกแล้ว และผมก็เชื่อว่าจะมีอีกหลายที่ที่จะยอมปรับนิดเปลี่ยนหน่อยเพื่อให้การรับน้องดูน่าสนใจมากขึ้น

ผมแนะนำเคล็ดลับให้นิดนึง ไม่ว่าคุณจะจัดกิจกรรมอะไร โปรดโฟกัสไปที่ “รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำตาจากความสุข” จงทำให้รุ่นน้องรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ทำให้เขารู้สึกกับรุ่นพี่เหมือนเป็นสายเลือดร่วมสถานบันที่เปี่ยมด้วยความรักบนหนทางที่สร้างสรรค์ เมื่อนั่นแหละกิจกรรมของคุณจะทรงพลัง ตราตรึงใจ เป็นที่เล่าขาน และประทับใจไม่รู้ลืม ผมเชื่อในสมองเด็กไทยว่าคุณเจ๋งพอจะคิดอะไรดีๆ ได้ บางทีคุณอาจเปลี่ยนเทรนด์การรับน้องให้เป็นอะไรที่เด็กๆ กระสันต์อยากจะเข้าร่วมจนตัวสั่นไปเลยก็ได้ เด็กไทยเก่งครับ ผมเชื่อในตัวพวกคุณ

ถ้ารับน้อง จงรับน้อง ด้วยความรัก แล้วน้องจะรักคุณ

Dr.Pop Facebook : www.facebook.com/drpopworld
Dr.Pop Twitter : @drpoppop
Dr.Pop IG : @drpoppop
Dr.Pop Line : @drpoppop

Dr. POP

 

เล่นใหญ่! หล่อ สวย และฮากระฉูด ‘เดือนดาวดิน’ ธรรมศาสตร์ รุ่นนี้แซ่บเวอร์!

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/524580

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.ย. 2558 05:30

 

ถึงคิว “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” มหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของประเทศไทย กับการประกวดเดือนดาวของมหาวิทยาลัย สวยหล่อแค่ไหน ตามไปดู อ้อเกือบลืม…มีประกวดดินด้วยนะคะ จะแซ่บเว่อร์แพ้มหาลัยอื่นๆ มั้ย?? คงต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนเอาเอง “ไทยรัฐออนไลน์” ไม่ขอเป็นกรรมการนะคะ

แต่อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ความรัก ความกลมเกลียว ความอบอุ่น เกิดขึ้นพร้อมความสนุกสนานในทุกย่านของมหาลัยแห่งนี้เป็นแน่ ใครพร้อมกดไลค์เชียร์กันหน่อยจ้า

อีกเรื่องสำคัญสุดๆ เพื่อนๆ แฟนคลับ เด็ก มธ.ไม่ว่าจะรุ่นไหน จะเดอะ จะเด็ก สามารถกดไลค์ที่เฟซบุ๊ก องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเลือก Popular Vote ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงเวลา 23.59 น. ของวันที่ 14 กันยายน 2558 และแน่นอน จะมีการประกาศผลโหวตในวันที่ 15 กันยายน 2558 ในงาน Tha Prachan Fun Fest 2015 ตอน Just a Nightmare…ที่หอประชุมเล็กศรีบูรพา

BMIR

เดือน TB01 : ศักดิพจน์ การพานิช (ปอม)
ดาว TG01 : สกาวรัตน์ สีหมากสุก (เมย์)
ดิน TD01 : ลัทธพล จิรปฐมสกุล (บอม)

IBMP

เดือน TB02 : ภูมิ วิชญสกุลวงศ์ (ตี้)
ดาว TG02 : ชนรดา วุฒิชัยชาญกุล (บิ๊ว)
ดิน TD02 : ฤชุพงศ์ ตันติสหัสรังสี (โจ๊ก)

PPE

เดือน TB03 : อรรถวุฒิ โชติชัชวาลวงศ์ (ปัน)
ดาว TG03 : ภัครดา อิ่มสุขศรี (เจน)
ดิน TD03 : พีระพล ศิริพรม (ต้น)

PBIC

เดือน TB04 : กษิดิศ จงสุทธานามณี (ไม้)
ดาว TG04 : นภสร ลี้สกุล (น้ำ)
ดิน TD04 : ณสิกาญจน์ ดวงธนารวีวัฒน์ (น้ำ)

BAS

เดือน TB05 : สุทธนา ดีเลิศ (นิว)
ดาว TG05 : วิลาสินี ถีระวงศ์ (เอิร์ท)
ดิน TD05 : สุภัทโธ ครองแก้ว (ปาล์ม)

BE

เดือน TB06 :ภูเบนทร์ นิคม (ภีม)
ดาว TG06 : ฉัฐภรณ์ วงศ์เข็มเพชร (เมย์)
ดิน TD06 : กันตพงศ์ ประกฤติมงคล (นอร์ท)

SEAS

เดือน TB07 : ชนกานต์ มาเขียว (แจ๊บ)
ดาว TG07 : ศศิภา ดิษฐกุล (วาวี)
ดิน TD07 : ปาลิตา จารึกเรียบ (ป๊อป)

LLB

เดือน TB08 : Dylan Yuwapan (Dylan)
ดาว TG08 : ปุณณภา วรปัญญาสกุล (ปุณ)
ดิน TD08 : กษมพันธ์ ยุทธนา (ปีโป้)

IAC

เดือน TB09 : ธนกร ลี้ศัตรูพาล (นพ)
ดาว TG09 : กัญภร เวชกรกานนท์ (ทันนี่)
ดิน TD09 : นภัส จันทร์คณาโชค (ฟ้า)

BBA

เดือน TB10 : ปวิณ วัฒรวรลักษณ์ (ปั้น)
ดาว TG10 : ชวิศา ขรขันฑ์ (นิว)
ดิน TD10 : ชัยเฉลิม สฤษดิ์อภิรักษ์ (หยก)

SPD

เดือน TB11 : อาชวิน อยู่บำรุง (กาโม่)
ดาว TG11 : สินีพร จิลลานนท์ (พลอย)
ดิน TD11 : ลูกศร บวรพิชยานุรักษ์ (หลิว)

CITU

เดือน TB12 : ยศวีร์ เพริศจริยวัตร (มิก)
ดาว TG12 : ฐาปาณีย์ ผุดผ่อง (มิว)
ดิน TD12 : ณัฐชัย ฉัวมานะสวัสดิ์ (เตอร์)

เก็บตกคะแนนโหวต : ชี้แจงอย่างนี้ว่า คะแนนกดไลค์จากเฟซบุ๊ก นับเป็น 50% ในการโหวตรางวัล Popular Vote และอีก 50% มาจากการโหวตในวันงาน 1 like = 1 point และ 1 share = 3 points นะจ๊ะ

ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าว จะมีการประกวดดาวเดือนดินท่าพระจันทร์, ตลาดนัด, อาหาร Food Truck และการแสดงดนตรีจากวงชนะเลิศงาน Give & Share Together 2014 ด้วยจ้า…เชิญไปครื้นเครงกันเลย!! (#เอาที่สบายใจ)

อ่านเรื่องราวเดือนดาวของ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนคิวต่อไปจะเป็นของมหาวิทยาลัยดังย่านไหน รอติดตามกันนะครับ.

ที่มา : องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 

เขาว่ารอยยิ้มเธอเตะตาเจมส์-จิ ? เปิดตัวสาวผมสั้นหน้าหวาน ‘หมิว ปริยาพร’

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/524357

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2558 06:05

 

อรุณสวัสดิ์วันแรม 14 ค่ำ วันที่ 12 กันยายน 2558 วันนี้วันดีตรงกับวันพระ ใครหยุดงานหรือว่างเว้นภารกิจ ออกไปทำบุญไหว้พระกันสักหน่อยก็น่าจะดีไม่น้อยครับ ช่วยกันทำนุบำรุงศาสนาไว้ เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ของชาวพุทธอย่างเราๆ เนอะ ส่วนใครไม่อยากไปไหน ทำอะไร ก็อ่าน ไทยรัฐออนไลน์ ไปพลางก่อนก็ได้ครับ #เอาที่สบายใจก็แล้วกัน

สัปดาห์นี้ “สวัสดี…แคมปัส” จะพาไปรู้จักตัวตนของเน็ตไอดอลคนดัง ที่มีความเป็นตัวเองสูงสุดๆ หน้าสวย เสียงใสแบบไม่แคร์โลก แถมเป็นเสียงภาษาถิ่นของชาวใต้ซะด้วย ใครได้ฟัง ได้ดูคลิปเธอแล้ว เชื่อเลย…เธอน่ารักใช่มั้ยล่ะ???

คิดสิคิด

นางสาวปริยาพร สุขแสง หรือ น้องหมิว สาวคนดังในโลกโซเซียล หลังจากที่เธอเผยแพร่คลิปความเห็นส่วนตัวในเรื่องความอ้วนความผอม ที่สาวๆ สมัยนี้ให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องอื่นๆ เสียอีก ไม่รู้เป็นเพราะคำพูดที่โดนใจ เพราะหน้าตาน่ารักของเธอ หรือเพราะภาษาถิ่นที่เธอใช้ สรุปแล้วมันทำให้เธอดังสุดๆ ใครไม่เคยชมคลิป ไม่เชื่อ ลองเข้าไปดูคลิป คนตัวเล็กผลัก 2 ทีเด็นชอบเออพันนั่น #เกลียดคนขาเท่าด้ามเกียบ ได้ ที่นี่

เป็นไงล่ะ…อยากรู้จักเธอขึ้นมารึยัง สาวใต้โซเซียลสะเทือน ผลัก 2 ทีเด็น  “สวัสดี…แคมปัส” ไปพบเธอถึงมหาวิทยาลัยดังย่านรังสิต เพื่อพูดคุยกับเธอ เธอก็ช่างน่ารักเปิดเผยเรื่องราวความเป็นตัวตนให้เราฟังอย่างไม่มีกั๊ก ไม่เก๊ก เราไปรู้จักเธอพร้อมๆ กัน

ธรรมชาติ

น้องหมิว เป็นเด็กสุราษฎร์ธานี อายุ 19 ปี เกิดวันที่ 29 ก.พ. 2539 มีพี่น้อง 3 คน ตัวหมิวเป็นน้องสาวคนสุดท้องในบรรดาลูกสาว 3 คน หนัก 55 กิโลกรัม สูง 170 เซนติเมตร

ฟังเรื่องราวคร่าวๆ แล้ว เรามาฟังเรื่องเรียนของหมิวบ้าง หมิวเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ในสาขาธุรกิจค้าปลีก คณะบริหารธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยรังสิต

ขอโพสหน่อยค่ะ

เลือกเรียนธุรกิจค้าปลีก

มีอาจารย์แนะนำ และพอได้มาเรียนจริงๆ หนูก็ชอบนะ หนูรู้สึกว่า มันเป็นอะไรที่เราน่าจะจับต้องได้ เปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง สร้างแบรนด์เองได้ หนูก็อยากมีอะไรเป็นของตัวเองนะ อย่างเปิดร้าน ดูแลเอง หนูไม่อยากเป็นลูกน้องใครด้วย

อมยิ้มเล็กๆ

อาชีพในฝัน

ตอนเด็กๆ หนูอยากเป็นดารามากๆ แต่พอโตขึ้น หนูก็เปลี่ยนความคิดไป หนูมองว่า คนจะเป็นดาราได้ ก็ต้องมีความสามารถ มีโน่นมีนี่ ถึงจะเป็นดาราได้ แต่สำหรับหนู หนูไม่กล้า

มุมข้างๆ

เดินสายประกวด

หนูเคยผ่านเวทีประกวดมาหลายเวที อย่าง ไทยซุปเปอร์โมเดล นี่เข้ารอบ 10 คนของภาคใต้ เวทีมีสทีนไทยแลนด์ ก็เข้ารอบ 50 คนสุดท้าย เช่นเดียวกับเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ที่ได้เข้าไปถึงรอบ 50 คน นอกจากนี้ยังเดินสายประกวดนางงามบ้านนอกอีกด้วย

“หนูได้ประสบการณ์ ใช้เวลาว่างของหนูให้มีประโยชน์ด้วย และสำคัญคือได้พัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีกว่านี้ แต่ตอนนี้หยุดประกวดก่อนคะ หนูคิดว่าจะเตรียมพร้อมตัวเองให้ดีที่สุด เพราะหวังจะได้เข้ารอบที่ลึกกว่านี้ และที่ผ่านมาหนูมีข้อบกพร่องหลายอย่างด้วย”

น่ารักชะมัด

วงการบันเทิง

ถ้ามีโอกาส หนูก็อยากทำ อยากทำในส่วนของงานละครมากกว่า เพราะหนูชอบพูด ชอบแสดง แต่หนูไม่อยากเป็นนางเอกนะ อยากเป็นตัวตลก ตัวฮา เล่นแบบไม่ซีเรียส แสดงขำๆ เพราะปกติหนูจะเป็นคนตลก พูดไรก็ตลกไปหมดโดยเฉพาะเวลาอยู่กับเพื่อน จะเฮฮาและร่าเริงมาก

ดอกไม้สีหวาน

พูดทองแดง…เอกลักษณ์เฉพาะ

คนที่มาติดตามหนูส่วนใหญ่ก็เป็นคนใต้ เวลาที่หนูอัดคลิป หนูจะพูดภาษาใต้ตลอด เชิงทองแดงหน่อยๆ หนูชอบนะ เวลาหนูปล่อยคลิปลงไป จะมีคนมาพูดกับหนูว่า ติดตามตลอดเลย ฟังหนูแล้วหายเครียดดี หนูก็รู้สึกดีมากๆ ส่วนที่พูดเป็นภาษาใต้ จริงๆ คือหนูคิดว่า หนูก็รักในบ้านเกิดตัวเองเนอะ ก็พูดออกไปไม่ได้คิดอะไร แต่สิ่งสำคัญคือ มันทำให้หนูหายคิดถึงบ้านนะ มาเรียนไม่ได้กลับบ้านนาน ก็คิดถึงเป็นธรรมดา

หมิว ม.รังสิต

คลิปดังระเบิด

หนูก็อัดคลิปและก็มีคนแชร์ไปเรื่อยๆ แบบนี้ จนมีอยู่คลิปนึง มีคนดูเป็นล้านวิวเลย หนูก็เออ…น่าจะทำต่อไป และวันไหนที่หนูไม่ได้ลง คนก็ทักว่า วันนี้ยังไม่ได้ลงเลย รอดูอยู่ หลายคนก็บอกทำงานมาทั้งวัน ได้ดูคลิปหนูก็หายเครียดดี

ในชุดนักศึกษา

ชีวิตพลิกผัน

ณ วันนี้ ก็ดีใจ มีคนชอบในสิ่งที่หนูทำ คนมาติดตามเยอะมาก จริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ก็อยากทำไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่ก็มีคนว่าเหมือนกันนะ ซึ่งตัวหนูเองก็ไม่ได้คิดอะไร ลบก็มี บวกก็มี หนูจะโฟกัสแค่ว่า หนูได้ทำให้คนอื่นมีความสุข หนูก็มีความสุข และหนูไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เป็นตัวของตัวเองมากๆ

อีกมุมหนึ่ง

ฝากถึงทุกคน

อยากฝากเตือนไปยังน้องๆ เรื่องการเล่นโซเชียล เพราะมันมีดีและไม่ดี ถ้าเราทำให้คนอื่นมีความสุข มันก็จะเกิดผลดี แต่ถ้าเราทำไม่ดี มันก็จะเป็นอันตราย โดยเฉพาะกับเยาวชน หมิวอยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณ เวลาที่ติดตามหนู อันไหนก็เอาไปเป็นแบบอย่าง อันไหนไม่ดีก็อย่าทำตาม เช่น คำพูดไม่ดี ก็ไม่ควรพูดตาม แต่ถ้าข้อคิดดีๆ ก็เอาไปใช้กันนะคะ

สาวสุราษฎร์ฯ

เก็บตกไลฟ์สไตล์…ส่วนตั๊ว ส่วนตัว

หมิวเป็นคนชอบกิน ชอบกินอาหารทุกอย่าง สถานที่เที่ยวสุดโปรด คือ ทะเล มีสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยง สไตล์การแต่งตัว ชิลๆ สบายๆ ของสะสม คือ รองเท้า มีสาวแพนเค้ก เป็นศิลปินในดวงใจ

พูดคุยกันยาวนาน ฟังเธอแทบไม่ทัน พูดเร็วสุดๆ สาวใต้คนนี้ แต่ “สวัสดี…แคมปัส” ว่า เธอน่ารัก สดใส สมวัยจริงใจ ใครอยากรู้จักเธอมากกว่านี้ ตามไปดูเธอได้ที่เฟซบุ๊ก Miimew Priyaporn แล้วกลับมาพบกันใหม่สัปดาห์หน้าจ้ะ

ข่าวล่ามาเร็ว ดังสนั่นโซเซียลอีกเรื่องของสาวหมิว เธอถูกกล่าวหาว่า เป็นอะไรกับเจมส์จิ?? และเกาะกระแสเจมส์จิดังหรือเปล่า?? อ้าวๆ ยังไงละที่นี้ เราไปฟังคำตอบจากปากหมิวกันดีกว่า

“คือเมื่อวานหนูไปขายของกับพี่ที่เมเจอร์รัชโยธิน ก็มีนักข่าวมาถามเพียบเลย คือเรื่องมีอยู่ว่า หนูกับพี่เจมส์จิ เรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิต และเรียนสาขาและคณะเดียวกันด้วย วันนั้นมีงานที่มหาลัย ก็ได้ร่วมทำงานกัน และก็ถ่ายรูปของ ม.ด้วยกัน จากนั้นก็มีคนเห็นรูปนั้น ก็เลยกลายเป็นข่าว”

เค้าหาหนูเป็นอะไรกับเจมส์จิ??

“หนูก็ตอบเลยว่า มันไม่เป็นความจริงเลย เอาจริงๆ หนูขำๆ นะ มีข่าวออกมาได้ไง รูปนั้นเป็นรูปงานที่มหาลัยคะ และหนักเลย..กับคำถามที่ว่า หนูเกาะพี่เจมส์จิดังเหรอ?? 555 หนูก็งงเข้าไปใหญ่ หนูไม่รู้เรื่องเลย แถมมาถามอีกว่า รู้รึเปล่าว่าพี่เจมส์ไปเมืองนอก หนูก็บอกไม่รู้ค่ะ นักข่าวก็ถามอีก มีคุยรอบนอก มีการขอไลน์กันมั้ย?? หนูก็ตอบไปตามความจริง ไม่มีค่ะ ไม่ได้คุยกันรอบนอกเลย 555 ตลกดี”.

สวย ใส

 

สวยหล่อแพ้มออื่นที่ไหน! ‘ดาว-เดือน’ ศรีปทุม และสุดสะพรึงกับ ‘ดาวเทียม’ 5 คณะ

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/524075

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ก.ย. 2558 06:05

 

หลังจาก “ไทยรัฐออนไลน์” ได้นำเสนอ “เดือนดาว” ของหลายมหาวิทยาลัย จนสร้างความฮือฮามาแล้ว สัปดาห์นี้เราจะพาไปเห็นหน้าค่าตาของเดือนดาวคณะต่างๆ ทั้ง 10 คณะของ “มหาวิทยาลัยศรีปทุม” มหาวิทยาลัยดังย่านบางเขน

แค่นั้นยังไม่พอ…มหา’ลัยดังยังมีการประกวดแบบพิเศษ (จะเรียกว่าใส่ไข่ก็ไม่ผิด) เพราะเค้าเรียกการประกวดนี้ว่า การประกวด “ดาวเทียม” หรือบางคนจะเรียกว่า “ดาวจำแลง” แหม่…แค่ฟังชื่อก็ดูคึกคักสนุกสนานขึ้นมาทีเดียว เราไปรู้จักผู้เข้าประกวด เดือน-ดาว-ดาวเทียม ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้กันเลย!

เริ่มจากผู้เข้าประกวด “เดือน-ดาว” ประจำปีการศึกษา 2558 จาก 10 คณะ

วิทยาลัยนานาชาติ
ดาวหมายเลข 1 : นางสาวอัญมณี ชื่นเกษม (การ์ตูน)
เดือนหมายเลข 1 : MR.Mathias Jozef N. Huysmans (Mat)

การ์ตูน

Mat


คณะศิลปศาสตร์

ดาวหมายเลข 2 : นางสาวปภัสสร ไพรวัน (หลิงหลิง)
เดือนหมายเลข 2 : นายณัฐธัญ สุขโต (บีม)

หลิงหลิง

บีม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ดาวหมายเลข 3 : นางสาวนัฏกานต์ ปรัชญา (แจ๊ปเปอร์)
เดือนหมายเลข 3 : นายยุทธวิชัย เอี่ยมสงคราม (ต้ม)

แจ๊ปเปอร์

ต้ม

คณะบัญชี
ดาวหมายเลข 4 : นางสาวอมรรัตน์ คุณพันธ์ (เนสท์)
เดือนหมายเลข 4 : นายสิทธิชัย เบ็ญแซมสัน (แบงค์)

เนสท์

แบงค์

คณะนิติศาสตร์
ดาวหมายเลข 5 : นางสาวพีรญา ผ่องแผ้ว (น้ำหวาน)
เดือนหมายเลข 5 : นายธิษณ์ บกสวาทชา (โจ๋)

น้ำหวาน

โจ๋

คณะนิเทศศาสตร์
ดาวหมายเลข 6 : นางสาวนัฐกานต์ บุตรคำ (พิกกี้)
เดือนหมายเลข 6 : นายยศธร คงลิขิต (จ๊อบ)

พิกกี้

จ๊อบ

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดาวหมายเลข 7 : นางสาวพลอยแก้ว ดาร์ซี่ (พลอยแก้ว)
เดือนหมายเลข 7 : นายชิษณุพงศ์ แสงมณี (นุ)

พลอยแก้ว

นุ

คณะบริหารธุรกิจ
ดาวหมายเลข 8 : นางสาวกิติกัญญา จำรัสฉาย (เวล)
เดือนหมายเลข 8 : นายเกียรติไพบูลย์ สุรพงษ์พิวัฒนะ (โอ๊ค)

เวล

โอ๊ค

คณะดิจิทัลมีเดีย
ดาวหมายเลข 9 : นางสาวนนท์ทิยา บุญอาสา (ดรีม)
เดือนหมายเลข 9 : นายอภินันท์ บุญลา (ฟลุ๊ค)

ดรีม

ฟลุ๊ค

คณะวิศวกรรมศาสตร์
ดาวหมายเลข 10 : นางสาวสุภัทรา เจริญขำ (อ้อน)
เดือนหมายเลข 10 : นายสรายุทธ ศรัทธาพันธ์ (กาย)

อ้อน

กาย

และมายลโฉมหน้า “ดาวเทียม” หรือ “ดาวจำแลง” อีก 5 คณะ จะสวย ใส แค่ไหน?? พิจารณาเลยจ้า…

ดาวเทียมคณะวิศวกรรมศาสตร์
หมายเลข 1 : นายศราวุฒิ ภูนางาม (ตาต้าร์)

ตาต้าร์

ดาวเทียมคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
หมายเลข 2 : นาย ปิยวัฒน์ ศิลปวิสุทธิ์ (แน๊ก)

แน๊ก

ดาวเทียมคณะบริหารธุรกิจ
หมายเลข 3 : นายพีรพล พวยนอก (เนิร์ส)

เนิร์ส

ดาวเทียมคณะนิเทศศาสตร์
หมายเลข 4 : นายจตุรงค์ ยวนกระโทก (มอส)

มอส

ดาวเทียมคณะศิลปศาสตร์
หมายเลข 5 : นายพิชญา อิ่นแก้ว (บีมเจส)

บีมเจส

เอาล่ะ…จบไปดาวเดือนคณะ ส่วนใครจะได้เป็น “SPU Freshy Popular” ก็ต้องขอแรงใจจากทุกคน ไปช่วยกันกดไลค์ให้ทุกคนด้วยในเฟซบุ๊ก สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน วันที่ 18 กันยายนนี้ รู้ผลใครป๊อปสุด ในงานวัน Freshy Day!!

อ่านเรื่องราวเดือนดาวของ มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนคิวต่อไป จะเป็นของมหาวิทยาลัยดังย่านไหน รอติดตามกันนะครับ.

ที่มา : สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน

 

คุณคือผู้สร้างประวัติศาสตร์

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/524054

โดย Dr. POP 9 ก.ย. 2558 15:35

 

พี่โน้ส อุดม แต้พานิช กล้าฉีกตัวเองจากพิธีกรมาเป็นนักจัดเดี่ยวไมโครโฟน จากผู้ชมหลักพันบนเวทีแรก วันนี้คนชมต่อรอบเป็นหมื่น คนรู้จักเป็นล้าน พี่โอปอล์ ปาณิสรา ที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอไม่ใช่คนสวย แต่เธอมั่นใจในความสามารถของเธอ วันนี้เธอก็กลายเป็นคนที่สวยอย่างมีเอกลักษณ์ เป็นต้นแบบให้ผู้หญิงอีกหลายคน

ถ้าไประดับโลก คุณคงคุ้นชื่อกับ นาตาลี พอร์ตแมน นางเอกสาวสวยจากภาพยนตร์เรื่องสตาร์ วอร์ส เธอไม่ใช่แค่แสดงเก่ง แต่เธอเลือกจะเป็นนักแสดงที่มุ่งมั่นกับการเรียนมาก จนถึงขนาดไม่ไปงานเปิดตัวภาพยนตร์ตัวเองเพื่ออ่านหนังสือสอบ แม้ขณะที่ดังสุดๆ เธอยังขอพักงานแสดงเพื่อไปเรียนต่อสาขาจิตวิทยา จนได้มีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ หรือนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังก้องโลกว่า “สตีเฟ่น ฮอว์คิง” ผู้ป่วยเป็นโรคกลไกประสาทเสื่อม จนต้องนั่งบนรถเข็นตลอดเวลา พูดไม่ได้ เขายังเลือกจะแตกต่างจากคนพิการทั่วไป โดยใช้เครื่องแปลงตัวหนังสือเป็นเสียง จนสามารถให้กำเนิดทฤษฎี “หลุมดำ” ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ในวงการวิทยาศาสตร์ได้อย่างตื่นตะลึง และขณะที่หลายคนบอกต้องผิวขาวเป็นยองใยจึงจะได้ดี แล้วทำไมบียอนเซ่ กับ บารัค โอบามาถึงได้ดีระดับโลกล่ะ?

อะไรทำให้คนพวกนี้ต่างจากเรา? คำตอบคือ “เขาค้นพบความลับที่พาความแตกต่างในตัวเขาเฉิดฉาย” เกิดเป็น “การทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ” ทำให้เขามีตัวตนแสนมหัศจรรย์

ถ้าเขาทำได้ ทำไมคุณจะทำไม่ได้ล่ะ?

เริ่มจากถามตัวเองว่า “คุณชอบทำอะไร?”

สิ่งที่คุณชอบทำ สิ่งที่คุณพูดถึงนั้นบ่อยๆ นั่นแหละ คือ คำใบ้สู่ความแตกต่างที่กรีดร้องจะถูกปลดปล่อยออกมาใจจะขาด เช่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ชอบแก้โจทย์วิทยาศาสตร์, โรนัลโด ชอบเตะบอล, โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ชอบเล่นเปียโน ผมชอบอ่านหนังสือ เล่มเกม ร้องเพลง เล่นคอมพ์ ช็อปปิ้ง เที่ยว ดูหนัง ศึกษาผู้คน วันหนึ่งผมก็ค้นพบว่า หลายสิ่งที่ผมชอบเป็นแหล่งของจินตนาการอันใหญ่ ผมเลยเอาความรู้จากหลากแหล่งมารวมกัน จนกลายเป็นนักเขียนสมัครเล่น ต่อมาเป็นนักเขียนออนไลน์ ต่อมาเป็นนักเขียนอาชีพ และการชอบพูดชอบแสดงออกของผม ก็ทำให้เป็นได้เป็นพิธีกร นักพูด ศิลปิน และนักแสดงที่ได้ทอล์กโชว์กว่าสองร้อยรอบต่อปีในปัจจุบัน ทุกอย่างมาจากสิ่งที่ผม “ชอบทำ” คุณล่ะครับ ชอบทำอะไร?

จากนั้นถามตัวเองต่อ “เป้าหมายคืออะไร?”

จะคิดว่าแค่ ฉันจะเป็นนักธุรกิจ จะเป็นนักออกแบบ แค่นั้นไม่พอ คุณต้องเห็นเป้าหมายนั้นชัดเจนมากด้วย แทบจะต้องเห็นว่าคุณสวมเสื้อผ้ายังไง ทำงานที่ไหน สิ่งแวดล้อมรอบกายมีอะไรบ้าง คุณต้องโคตรอินกับมันเหมือนคุณได้เป็นแล้ว อย่าใช้คำว่า “อยากเป็น” เพราะนั่นแสดงว่าคุณไม่ได้เป็น เปลี่ยนใช้คำว่า “ฉันเชื่อว่าฉันจะเป็น” แค่คิดคำต่างกัน ความรู้สึกในใจคุณก็แปรข้อมูลต่างกัน ส่งผลให้ความมานะพยายามต่างกัน จงคิดคำที่เป็นบวกกับชีวิตไว้ ถ้าอยากผอม อย่าใช้คำว่า “ไม่อยากอ้วน” คำว่า “ไม่” และ​ “อ้วน” จะบันทึกในจิตใต้สำนึกคุณทำให้คุณอ้วนแน่ๆ คิดแค่ว่า “ฉันเชื่อว่าฉันจะหุ่นดี” แบบนี้ซิ คุณหุ่นดีได้แน่นอน

อาวุธสำคัญคือ “ความเชื่อ และ การฝึกฝัน” ต้องบอกตัวเองว่า “ฉันทำได้ ฉันทำได้ ฉันทำได้” ใครจะนินทา ดูถูก เหยียดหยาม ยังไง ต้องบอกฉันตัวเอง ฉันทำได้เว้ย จะไม่มีอะไรขัดขวางคุณได้ และคุณต้อง “ฝึกฝนสิ่งที่ชอบอย่างบ้าคลั่งเสมอ” คุณจะค้นพบ สไตล์ ความแตกต่างในแบบฉบับตัวเอง ถ้าไม่รู้จะฝึกยังไง ขโมยจากไอดอลของคุณมาอย่างละนิดละหน่อยก็ได้ คุณอยากร้องเพลง อาจลองออกเสียงแบบพี่ตูน ลูกเอื้อนแบบสิงโต นำโชค ลากเสียงแผ่วๆ แบบปาล์มมี่ โอยตาย คุณจะเป็นซุปตาร์ในแบบที่สร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้วงการได้เลย

เมื่อคุณรักความแตกต่างในตัวคุณ ความแตกต่างจะตอบแทนนำความรักและความมั่งคงมาให้คุณ ไม่ว่าจะเรียนอยู่ หรือทำงานแล้ว มันยังไม่สายไปหรอกที่คุณจะหาสไตล์ความแตกต่างของตัวเอง อย่าตกเป็นทาสค่านิยมของสังคมจนลืมว่าตัวเองเป็นใคร อย่าตามกระแสจนลืมว่าว่ายทวนกระแสสามารถไปยังอีกเกาะที่งดงามได้ คิดต่างคือความสร้างสรรค์ ไม่ใช่การขวางโลกที่สักแต่เรียกร้องความสนใจ เลิกสนใจเสียทีว่าคนอื่นจะอินกับอะไร จะชอบอะไร ฟังเสียงหัวใจตัวเองเถอะ แล้วให้สัญชาตญาณพาคุณบินไป

จำไว้คุณไม่ได้เกิดมาเป็นคนธรรมดา คุณคือจิ๊กซอว์มหัศจรรย์ที่มีไว้เติมเต็มความสวยงามของโลกใบนี้

ทำไมเราต้องเดินตามรอยเท้าคนอื่น ทั้งที่เราสร้างรอยเท้าตัวเองได้?
ทำไมเราต้องย่ำตามประวัติศาสตร์คนอื่น ทั้งที่เราสร้างประวัติศาสตร์ในแบบตัวเองได้?

ผมเชื่อว่าคุณจะค้นพบความแตกต่างที่พาให้ชีวิตดีขึ้นได้
และผมรู้ คุณก็เชื่อในตัวเองเช่นกัน 🙂
Dr.Pop Facebook : www.facebook.com/drpopworld
Dr.Pop Twitter : @drpoppop
Dr.Pop IG : @drpoppop
Dr.Pop Line : @drpoppop

Dr. POP

 

ใครว่า ‘ชบาแก้ว’TGT5 แก่แดด! เถียงสุดเสียง หนูแค่อยากเป็น ‘นางร้าย’ (ชมคลิป)

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/522759

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.ย. 2558 06:05

 

แหม่…เด็กสมัยนี้มันเก่งจริงๆ สินะ ทำอะไร…ได้หมด อะไรไม่คาดฝัน โผล่ออกมาพร้อมจินตนาการอันล้ำเลิศ ใครหนอใคร สร้างสรรค์คำว่า พรสวรรค์ ขึ้นมา มันช่างเป็นคำที่เกินบรรยายสำหรับเด็กสมัยนี้เสียจริงๆ

สัปดาห์นี้ “สวัสดี…แคมปัส” จะพาไปรู้จักคำว่า พรสวรรค์ และตัวตนของ น้องชบาแก้ว TGT 04 เด็กหญิงวัยกระเตาะ ผู้พิชิตรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวด ไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ซีซั่น 5 พร้อมรับเงินสด 5 แสนบาท

สวัสดี…แคมปัส

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ต่างๆ นานา หลายคนชื่นชม ขณะที่หลายคนก็ว่า ไม่เห็นเหมาะสม แต่ “สวัสดี…แคมปัส” จะพาไปสัมผัสตัวตนที่แท้จริง ว่าจริงๆ แล้ว น้องชบาแก้ว ที่เขารู้จักกันทั่วประเทศ เป็นคนอย่างไร มีนิสัยอย่างไร ใครๆ ก็ว่าน้องแก่แดด แก่ลม! จริงหรือ??

เริ่มที่ชื่อแซ่กันก่อน จะอธิบายว่า ชบาแก้ว คือฉายาที่ถูกตั้งขึ้น ชื่อเล่นของเด็กสาวตุ้ยนุ้ยคนนี้ คือ น้องรัน ส่วนชื่อจริงคือ เด็กหญิงอังศุมาลิน คงไทย อายุอานามก็จะใกล้ 7 ขวบในไม่กี่วันนี้ เพราะวันเกิดวันที่ 28 กันยายนใกล้จะมาถึง

เสือสาว

น้องรัน มีบ้านอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เป็นลูกสาวคนกลางของที่บ้าน ปัจจุบันเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนวัดเทียนถวาย เธอเปิดเผยเรื่องเรียนกับเราว่า ที่โรงเรียนเรียนง่ายมาก หนูได้เป็นหัวหน้าห้องด้วยค่ะ ส่วนวิชาที่หนูชอบมากที่สุด คือวิชาศิลปะ เพราะได้ระบายสีด้วย หนูชอบระบายสีมากๆ

น่ารักมั้ยคะ

อาหารการกิน

หนูก็กินเก่งตั้งแต่เด็กๆ ทุกวันนี้หนัก 40 กิโลกรัม หนูชอบกินก๋วยเตี๋ยว ชอบกินเส้นเล็กมากๆ และก็ชอบกินขนมด้วย เวลากินก็กินเย้อะ (เน้นเสียงสูง)

เต้นแบบไม่ยอมใคร

อาชีพในฝัน

หนูอยากเป็นดารา อยากเป็นนางร้าย อยากเป็นนักแสดง ที่ต้องรับบทร้ายๆ หนูว่านางร้ายเค้าเก่งมาก หนูก็คิดว่าสักวันหนึ่ง หนูจะต้องได้เป็นนางร้าย

มันคือบทบาทค่ะ

จากนั้น แม่ชบาแก้ว ก็สวมบทบาทเป็นนางร้ายทันที ทำ สวัสดี…แคมปัส ตกใจ โอ้ว…เด็กคนนี้สามารถทำได้จริงๆ เรานั่งพูดคุยกันตามปกติ แต่เมื่อเวลาหนึ่ง เธอจะแสดงบทบาทนางร้ายออกมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเด็กน้อยตุ้ยนุ้ยคนเดิม เมื่อแสดงให้ดูเสร็จสิ้น เราก็กลับมาพูดคุยกันต่อ

ท่านี้กินขาด

ชีวิตเปลี่ยน

ทุกวันนี้หนูดังแล้ว ไปไหนมีแต่คนรู้จัก ไปโรงเรียนเพื่อนก็ทักว่า ดังแล้วนะ แล้วก็บอกกับหนูว่า แหม่…ทำไมไม่ชวนเค้าไปด้วย หนูเลยตอบไปว่า ทำไมไม่ไปเองละ (5555)

คุณแม่ดวงสุดา ยอดทรงตระกูล คุณแม่น้องรัน ช่วยเล่าถึงพฤติกรรมน้องในเวลาที่อยู่บ้าน เวลาที่อยู่กับครอบครัวให้ฟังว่า…

เด็กเรียบร้อย ความจำดี เข้ากับคนง่าย

ปกติเค้าจะเรียบร้อย พูดเพราะ เรียนดี ความจำดี และเข้ากับคนง่าย ขี้อ้อน แต่จะเชื่อฟังมากๆ ส่วนที่เห็นเค้าบนเวที จะตรงข้ามกับที่อยู่ที่บ้านมาก แต่เวลาทะเล้น ก็จะทะเล้นเลย ส่วนการแสดงบนเวที หรือการแสดงที่เค้าได้ทำให้เห็น เค้าจะตั้งใจทำอย่างเต็มที่มากๆ เหมือนคนละคนกันเลยค่ะ และที่เห็นเค้าแสดงบทนางร้ายได้นั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าเค้าเอามาจากไหน เพราะปกติที่บ้านเราไม่ค่อยได้ดูทีวี แต่ถ้ากลับจากโรงเรียน ทำการบ้านเสร็จ ถึงจะมีเวลาให้เค้าได้ดูเพลงเกาหลี ซึ่งเป็นอะไรที่เค้าชอบมากๆ ส่วนหนึ่งคือคุณพ่อเค้าชอบเพลงเกาหลีด้วย และพอฟังนานๆ เข้า เริ่มได้รู้ความหมาย เค้าจะเอาท่าเต้นต่างๆ มาใส่ในเนื้อเพลง เค้าคิดเอง ทำเองหมด ซึ่งเราก็คนธรรมดา ไม่ได้ไปบอกไปสอนอะไรเค้าเลย และน้องเองก็ไม่ได้ไปร่ำเรียนการแสดง เรียนแอ็กติ้งมาจากที่ไหนเลย

เต้นแบบไม่ยอมใคร

สิ่งที่ครอบครัวคาดหวัง

เราไม่ได้คาดหวังอะไรจากเค้าเลย การไปประกวดก็ลองไปดู แต่ปรากฏว่า เค้าเข้ารอบเรื่อยๆ จริงๆ แล้ว เราอยากให้เค้ามีความสุข ทำในสิ่งที่เค้าชอบ อย่างอยู่ที่โรงเรียน เค้าก็เป็นตัวแทนไปประกวดโน้นนี่บ่อยๆ ได้รางวัลมาเยอะเหมือนกัน เช่น ประกวดเล่านิทาน และการแสดง เร็วๆ นี้เค้าเพิ่งได้ที่ 1 จากการประกวดเล่านิทานของจังหวัดปทุมธานีมา

ขอเขียนหนังสือโชว์

เด็กมีพรสวรรค์

เค้าเป็นเด็กมีพรสวรรค์นะ เพราะเราไม่ได้พาเค้าไปเรียน ไปสอนอะไรเค้าเลย ทุกอย่างออกมาจากตัวตนของรัน จะบอกว่าแอ็กติ้งทุกอย่าง ออกมาจากข้างในเค้า เหมือนว่าเค้ารับผิดชอบในสิ่งที่เค้าต้องทำ เช่น ถ้าถึงเวลาประกวดเค้าก็จะหยุดทุกอย่าง และทำมันออกมาอย่างเต็มที่ เหมือนเค้ามีความรับผิดชอบกับสิ่งที่กำลังทำอยู่มากกว่า ซึ่งตรงนี้เด็กหลายคนอาจจะไม่มีเหมือนเค้า หลายคนว่าเค้าแก่แดด แต่จริงๆ แล้วเวลาเค้าอยู่บ้าน เค้าก็เป็นเด็กธรรมดา ที่อาจชอบการแสดง ชอบสวมบทบาท โดยเฉพาะบทนางร้าย

ถ่ายรูปกันหน่อย

สุดท้าย น้องรัน ฝากเตือนเพื่อนๆ ว่า อย่าออกไปไหนนะคะ ให้ไปกับพ่อกับแม่ ห้ามออกไปกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด ไม่งั้นเค้าจะพาไปทำไม่ดี…

น่ารักชะมัด…หนูรัน ชบาแก้ว ฉลาดคิด ฉลาดพูด เรียบร้อย พูดเพราะ ใครไม่รู้จักเธอจริงจัง อย่าว่าเธอนะ เพราะเธอน่ารักสมวัย ตามประสาเด็กๆ จริงๆ เอาล่ะ…ใครอยากได้ดาราเด็กไปรับบทร้าย พิจารณาน้องรันดูนะ สวัสดี…แคมปัสรับรองไม่ผิดหวัง

สบายสุดๆ

เก็บตกเด็กน้อยมหัศจรรย์

ไอดอลของรัน : พี่เบน ชลาทิศ
สถานที่เที่ยวที่อยากไป : สวนสยาม
สัตว์เลี้ยงของรัน : น้องแมว ที่บ้านมี 3 ตัว
สิ่งที่กลัว : แมลงสาบ
ของสะสม : กระเป๋าจุกจิก

เย้ๆ

 

กล้วยทับหลบไป ! รวม 7 รับน้องทำง่าย สร้างสรรค์สุดพลัง

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/522685

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ย. 2558 14:05

 

ฮือฮาไม่น้อย…โดยเฉพาะเสียงวิจารณ์ในด้านลบ เมื่อคลิปนักศึกษาเต้นอนาจารรับน้องโผล่โลกออนไลน์ หลายคนระบุชัดว่า “ไม่เหมาะสมอย่างหนัก” แม้จะมีรายงานว่า บุคคลในคลิปเป็นนักศึกษาชายกับนักศึกษาสาวประเภทสอง ภายใต้การจัดกิจกรรมรับน้องละลายพฤติกรรม ที่เรียกว่า เกมกล้วยทับ แหม่…เล่นกันจนเลยเถิดอย่างนี้ เห็นภาพแล้วหัวใจจะวาย!!

แล้วเราต้องทำแบบนั้นหรือไม่?? เพราะเปิดเทอมทีไร เรื่องราวของเทศกาลรับน้อง โผล่เกือบทุกปี ถึงเวลาต้องยกเลิกมั้ย?? เชื่อว่าคำถามนี้…คงปรากฏขึ้นมาทุกครั้งที่เกิดเรื่อง จริงๆ แล้ว…หรือเราจะหันมารับน้องให้มันสร้างสรรค์ ที่เค้าก็พูดกันปากเปียกปากแฉะ “จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ปลอดแอลกอฮอล์ ไร้ความรุนแรง” แต่สุดท้ายทำกันได้มั้ย??

เชื่อกันมั้ยว่า มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ทุกคณะที่จัดกิจกรรมรับน้องขึ้น ก็ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาด เกิดเรื่องเกิดราวไม่ดีขึ้น เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการรับน้อง แท้จริงก็คือ การต้อนรับนักศึกษาใหม่ ที่เข้ามาร่ำเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยความรัก ความอบอุ่น พร้อมกับการปลูกฝังให้ทุกคนมีความรักต่อเพื่อน ต่อรุ่นพี่ ต่อครูบาอาจารย์ และต่อสถาบันการศึกษานั้นๆ แต่เราจะรับน้องอย่างไรดี??

รับน้องสร้างสรรค์

มาๆ “ไทยรัฐออนไลน์” ขอแนะนำกิจกรรมรับน้องอย่างสร้างสรรค์ แม้กิจกรรมต่างๆ อาจดูผิวเผินธรรมดา แต่ภาษาสนทนา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ จะบังเกิดขึ้นระหว่างความกลมเกลียวรักใคร่ …นั่นแหละนะหัวใจของการรับน้อง

1. ติวหนังสือ

โครงการนี้ดีมากๆ เป็นโครงการรับน้องติวหนังสือ เคยเห็นโครงการนี้ เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยที่เกิดเรื่องขึ้นนั่นแหละ เราเข้าไปพูดคุยกับรุ่นพี่ ได้ความคิดเห็นดีๆ มาหลายทัศนะ สำคัญคือ โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการเข้าไปเรียนในชั้นปี 1 ของเหล่าเฟรชชี่ด้วย เพราะพี่ๆ จะมาแนะนำ เป็นไกด์ สอนวิธีเรียนอย่างถูกต้อง อะไรไม่รู้ อะไรไม่เข้าใจ รุ่นพี่ประกบแน่น แถมมีสันทนาการสนุกๆ ควบคู่ไปด้วย เรียนไป เล่นไป มีความสุขจะตาย

2. อาสาสมัคร

อีกหนึ่งกิจกรรม ที่หลายคนชื่นชอบ หากรุ่นพี่ได้พาไปทำโน่นทำนี่ ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เหมือนเปิดโลกกว้างในสถานที่กว้างใหญ่ สถานที่ที่เราเพิ่งค้นพบใหม่ คือ มหาวิทยาลัยนั่นเอง ทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนแปลง จากวัยรุ่นสู่วัยเรียนอย่างจริงจัง ก่อนเข้าวัยทำงาน ที่มีแต่งานกับงาน …555 แต่อย่ากลัวไป เพราะทุกคนก็หนีไม่พ้น ดังนั้นอะไรที่เป็นความสุข ความสนุกสนาน ก็ทำให้เต็มที่นะน้องๆ จะไปเป็นครูสอนคนตาบอด ไปช่วยดูแลผู้สูงอายุ ไปเล่านิทานให้เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ฟัง ทุกอย่างทำได้…เพราะมันอยู่ที่ใจ

สันทนาการต้องมาให้ครบ

3. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เราคนไทย อยู่ที่ไหน อยู่แห่งใด ก็ต้องมีที่พึ่งพาทางใจสินะ ยิ่งอยู่กันนานถึง 4 ปี 5 ปี ก็ควรจะทำกิจกรรมดีๆ เหล่านี้ เพราะทุกที่ล้วนมีตำนาน มีเรื่องเล่า เรื่องราวต่างๆ อยู่เสมอ รุ่นพี่ก็แนะนำน้องๆ ได้ ไม่ใช่แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปปั้นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย ผู้นำทางจิตวิญญาณ ผู้เสียสละต่างๆ เราก็ควรรู้จักประวัติไว้ เปิดทัวร์สักการะเลยก็ดีนะ…รุ่นพี่

4. ปลูกต้นไม้

ช่วยเพิ่มโอโซนให้โลกใบนี้แล้ว ยังเพิ่มความเขียวชอุ่มให้กับมหาวิทยาลัยเราด้วย ปรับพื้นที่รกร้างเป็นมหา’ลัยน่าเรียน มีพิกัดสูดโอโซนหลังเรียนหนัก หรือจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ รอเข้าเรียนวิชาต่อไป ก็ดีไม่น้อย

5. ทำความสะอาด

ทุกที่ๆ มันไม่เจริญหูเจริญตา เราไปช่วยกันทำให้มันดีขึ้น ไม่ว่าจะมุมรก มุมอับ ที่มันไม่ชวนมอง รุ่นพี่รุ่นน้องรวมใจกัน แป๊บเดียวเสร็จสรรพ ได้พื้นที่สะอาดคืนมา ไม่ต้องรอแม่บ้าน คนสวน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เชื่อว่ามหาวิทยาลัยของน้องๆ ก็น่าเรียนยิ่งขึ้นแล้ว

เตรียมพร้อม…ท่าเต้น

6. ออกกำลังกาย

ณ โรงยิมมหา’ลัย ที่แห่งการสร้างสรรค์ จัดแข่งขันกีฬา จะเน้นสนุก เน้นฮา ทำได้หมด ขอแค่อย่ารุนแรงกันจนถึงขั้นบาดเจ็บ แค่นี้รับน้องก็สวยหรู แถมลดน้ำหนักได้อีกต่างหาก อาจจะเพิ่มสิ่งยั่วยวนด้วยรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ชวนน่าสนใจ อย่าง Voucher ร้านปิ้งย่าง ชาบู (555 อันนี้ประชดสาวหลักร้อย)

7. ทำบุญ

สุดท้าย กิจกรรมดีต้องบอกต่อ…ไม่ต้องเป็นเงินเป็นทองก้อนโต ขอเป็นเพียงน้ำใจในการทำดีก็เพียงพอแล้ว ทุกมหา’ลัยล้วนมีแต่ของดี ของเด็ด ของตัวเอง อย่าง ลุงพิการขายน้ำ บังขายถั่ว ป้าขายผลไม้ ฯลฯ รุ่นพี่ก็สามารถแนะนำน้องๆ ชวนกันไปดูแล อุดหนุน ช่วยเหลือคนด้อยโอกาสได้ตามความเหมาะสม นี่สิ…ทำบุญแบบได้บุญ ไม่ต้องเสียเงินทองมากมาย แต่ได้ความสุขแบบเต็มๆ

กล่าวมาหมด ก็อาจจะเฉยๆ ไม่เห็นจะดีเลย หลายคนคงคิดแบบนั้น แต่จริงๆ แล้ว ระหว่างการจัดกิจกรรมต่างๆ รุ่นพี่ก็สอดแทรกเรื่องราวดีๆ เรื่องราวความสนุกสนาน สร้างสรรค์ความรัก ความสามัคคี กลมเกลียว เข้าไปด้วย…ทุกอย่างก็ลงตัว!

รวมตัว รวมใจ

อย่างไรก็ตาม ฝากย้ำไปยังสถาบันอื่นๆ เข้มงวดดูแลนักศึกษาจัดกิจกรรมรับน้องกันด้วย พฤติกรรมไม่เหมาะสมจะได้ไม่โผล่มาอีก ส่วนรุ่นพี่ก็อย่าไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพของน้องๆ ไม่ข่มขู่ ไม่บังคับกันจนเกินไป นักศึกษาใหม่บางคนอาจมีภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบทางบ้านอันสูงส่ง และอาจมีผลกระทบต่อชีวิตและครอบครัวเขา เราในฐานะรุ่นพี่ ก็โปรดเข้าใจและรับฟังเขาบ้าง นั่นแหละ…มิตรภาพในรั้วมหา’ลัย.

 

%d bloggers like this: