เอ็นจีวี

All posts tagged เอ็นจีวี

หวัง รมว.พลังงานใหม่ เร่งตัดสินตรึงราคาพลังงาน

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 00:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192791.

Pic_192791

กบง.มีมติเก็บเงินน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนเพิ่ม 90 สต.พรุ่งนี้ (10 ส.ค.) เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงเร็ว ตามภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้ฐานะเงินกองทุนไหลเข้าเพิ่มเป็น 104 ล้านบาทต่อวัน หรือ 3,200 ล้านบาทต่อเดือน

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเก็บเงินเพิ่มสำหรับน้ำมันดีเซลอีก 90 สตางค์ต่อลิตรมีผลพรุ่งนี้ (10 ส.ค.) ทำให้เงินกองทุนน้ำมันเก็บเพิ่มเป็น 2.80 บาทต่อลิตร และทำให้ฐานะเงินกองทุนไหลเข้าเพิ่มเป็น 104 ล้านบาทต่อวัน หรือ 3,200 ล้านบาทต่อเดือน สาเหตุที่เก็บเงินเพิ่มเข้ากองทุนได้ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงเร็ว ตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยล่าสุดค่าการตลาดดีเซลอยู่ที่ 2.34 บาทต่อลิตร หลังปรับลดลงแล้ว ค่าการตลาดลดลงไปอยู่ที่ 1.44 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม จากภาระเงินกองทุนที่ต้องดูแลแอลพีจี เอ็นจีวี ทำให้เงินกองทุนยังคงติดลบ 55 ล้านบาท โดยมีฐานะเงินสดที่ 14,000 ล้านบาท

ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันลดลงเร็ว แต่คาดว่า คงลดลงไม่นาน หลังจากนี้ราคาคงปรับเพิ่ม ซึ่งทั้งราคาน้ำมัน ทองคำ และหุ้น จะเป็นตัวชี้วัดการขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก โดยประเทศไทยแม้ว่าราคาน้ำมันในไทย จะลดลงตามตลาดโลก แต่จากที่คาดว่า ราคาจะสูงขึ้นอีก จึงขอให้ประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนนโยบายราคาพลังงานที่ รมว.พลังงานคนใหม่ จะต้องเข้ามาดูแลและตัดสินใจอย่างรวดเร็ว คือ การตรึงราคาพลังงานที่จะสิ้นสุดเดือนกันยายน ซึ่งเป็นไปตามมติกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ทั้งดีเซลไม่เกิน 30 บาท การตรึงราคาเอ็นจีวี แอลพีจี ที่จะสิ้นสุดกันยายน โดยกระทรวงพลังงาน มีการจัดทำแผนทั้งหมดเสนอ รมว.คนใหม่ ซึ่งหากยกเลิกเงินทุนน้ำมันทันที จะกระทบราคาพลังงานเหล่านี้ โดยแนวทางเป็นไปได้ หากยกเลิก หรือยกเว้นการจัดเก็บ คงต้องจัดโครงสร้างราคาพลังงาน ด้วยการปรับขึ้นราคาทั้งหมดก่อน จนภาระกองทุนหมดสิ้น แล้วจึงยกเว้นการจัดเก็บภายหลัง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 10 สิงหาคม 2554, 00:30 น.

ก.พลังงานเผยยอดใช้แอลพีจี-เอ็นจีวีครึ่งปีแรกพุ่ง

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 22:46 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189297.

Pic_189297

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน คาด ครึ่งหลังปี 2554 ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง มูลค่านำเข้าน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 1.0-1.1 ล้านล้านบาท ระบุ ภาพรวมการใช้ก๊าซแอลพีจี-เอ็นจีวียังพุ่งกระฉูด เหตุคนเปลี่ยนเชื้อเพลิง เลี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน  กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันช่วงครึ่งแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.) จะแพงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว จากราคาน้ำมันดิบดูไบ 77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มเป็น 106 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่การใช้น้ำมันของประเทศยังคงเพิ่มขึ้น โดยการใช้เบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จาก 20.1 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 20.4 ล้านลิตรต่อวัน ดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จาก 52.2 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 54.1 ล้านลิตรต่อวัน เอ็นจีวีเพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จาก 4.7 พันตันต่อวันเป็น 6.3 พันตันต่อวัน แอลพีจี เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จาก 14,300 ตันต่อวัน เป็น 17,800 ตันต่อวันซึ่งในส่วนของแอลพีจีเพิ่มขึ้นทุกภาคส่วน โดยภาคปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 ภาครัวเรือนร้อยละ 9 ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และในส่วนของรถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 หรือมีรถยนต์ที่ใช้แอลพีจีเพิ่มขึ้นเป็น 7 หมื่นคัน ในขณะที่จำนวนปั๊มแอลพีจี เพิ่มจาก 890 แห่งเมื่อปลายปี 2553 เพิ่มเป็น 1,030 แห่งในสิ้นเดือน มิ.ย. 54

“การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นเนื่องจาก ประชากรรถเพิ่มขึ้น ในขณะที่ดีเซลตรึงราคาไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ต่ำกว่าราคาแท้จริง แต่ถึงกระนั้นการใช้ก๊าซฯยังอยู่ในปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เพราะคนไทยหันมาเติมก๊าซเพิ่มลดต้นทุน”นายวีระพล กล่าว

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวต่อว่า ปริมาณการนำเข้าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปีที่แล้ว ลดลงร้อยละ 2.3 หรือมีปริมาณเฉลี่ย 851,000 แสนบาร์เรล/วัน (การใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น แต่การส่งออกลดลง ร้อยละ 10.5 เหลือ 159,000 บาร์เรล/วัน) ในขณะที่ มูลค่านำเข้า เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 26.6 จาก 402,164 แสนล้านบาท เป็น 505,775 ล้านบาท 
สำหรับการนำเข้าแอลพีจีเฉลี่ย ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ อยู่ที่ 113,000 ตัน/เดือน มูลค่า 19,500 ล้านบาท ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างนำเข้า 12,984 ล้านบาท หรือเฉลี่ยชดเชย 14.57 บาท/กก. ดังนั้น ทั้งปี คาดว่า กองทุนฯต้องจ่ายชดเชยนำเข้าทั้งปี 30,000 ล้านบาท มูลค่ารวมประมาณ 4 หมื่นล้านบาท/ปี จากที่คาดว่าปริมาณนำเข้าที่เหลือของช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะอยู่ที่ 1.3-1.4 แสนตันต่อเดือน

นายวีระพล  กล่าวด้วยว่า ส่วนของสถานการณ์ใช้น้ำมันฯเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้นจาก เดือน พ.ค. 54 โดยกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จาก 19.7ล้านลิตรต่อวันมาอยู่ที่ 20.7 ล้านลิตรต่อวัน กลุ่มดีเซล 54.4 ล้านลิตร/วันเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.1 แอลพีจี เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 อยู่ที่ 545,000 ตัน/เดือน เอ็นจีวีเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 มาอยู่ที่ 6,800 ตันเดือน ในขณะที่สิ้นเดือน มิงย.มีรถยนต์ติดตั้งเอ็นจีวีทั้งหมด 267,698 คัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 26 กรกฎาคม 2554, 22:46 น.

รมว.พลังงานร้อนก้น

Published กรกฎาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189084.

Pic_189084

กระทรวงพลังงานเตรียมเรื่องเสนอรัฐบาลชุดใหม่ ให้เข้ามาตัดสินปรับราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานเตรียมเรื่องเสนอรัฐบาลชุดใหม่ ให้เข้ามาตัดสินปรับราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เสนอตัวเลขเฉลี่ยที่ควรปรับขึ้นราคาอยู่ที่ระดับ 14-15 บาทต่อ กก. เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งไม่ยอมรับกับต้นทุนดังกล่าว โดย ปตท.ยืนยันว่าหากไม่ปรับขึ้นก็จะไม่สามารถขยายสถานีบริการได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหาก รมว.พลังงานคนใหม่เข้าทำงาน ปตท.ก็จะเสนอให้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อให้ กพช.พิจารณาแนวทางการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ของภาคขนส่ง หลังจากที่ได้มีการปรับขึ้นราคาของภาคอุตสาหกรรมไปเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายขวัญชัย ติยวานิช นายกสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภาคอีสาน กล่าวว่า สมาคมฯเตรียมที่จะทำหนังสือถึงรัฐบาลใหม่เพื่อให้วางกรอบนโยบายการส่งเสริมการใช้เอ็นจีวีในภาคขนส่ง ให้ชัดเจนทั้งในเรื่องกรอบระยะเวลาการขึ้นราคาและความชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายเอ็นจีวีนั้น ปตท.ยืนยันว่าไม่ต้องการปรับขึ้นทันที แต่ต้องการให้ปรับขึ้นราคาเป็นระยะๆ เพื่อลดภาระขาดทุน เพราะมีผลต่อการลงทุนก่อสร้างปั๊มเอ็นจีวีเพื่อให้บริการแก่ประชาชนในระยะยาว เพราะหากไม่ปรับขึ้นราคา ก็จะไม่มีเงินทุนหมุนเวียนไปลงทุน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

เลิกกองทุนน้ำมัน ทำราคาก๊าซกระฉูด

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

เลิกกองทุนน้ำมัน ทำราคาก๊าซกระฉูด.

Pic_184147

ปตท. คาด เลิกกองทุนน้ำมัน ทำราคาก๊าซกระฉูด

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่มีแนวคิดยกเลิกกองทุนน้ำมันว่า บทบาทของกองทุนน้ำมันมีทั้งการจัดเก็บเงินและจ่ายชดเชยผลิตภัณฑ์บางชนิด หากยกเลิกกองทุนน้ำมันจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลลดลงทันที แต่ราคาพลังงานที่มีการอุดหนุนอยู่ เช่น ราคาก๊าซหุงต้มและก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) จะปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะนำเงินจากส่วนใดมาดูแลราคาพลังงานกลุ่มนี้ ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ยังจำเป็นที่จะต้องเก็บอยู่เพราะทำรายได้มหาศาล เฉพาะภาษีน้ำมันดีเซลรายการเดียว ก็ทำรายได้กว่าแสนล้านบาท รัฐบาลคงดูแล้วว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุล ด้านผู้ค้าน้ำมันคงรอความชัดเจนและพร้อมปฏิบัติตามทุกเรื่อง

“ปตท.มั่นใจว่านักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งสะท้อนจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น แสดงว่านักลงทุนมองเชิงบวกที่จะได้รัฐบาลใหม่ในเร็วๆนี้ ซึ่งจากนี้ต้องจับตาการวางตัวบุคคลในคณะรัฐมนตรีและนโยบายบริหารงานออกมาอย่างไร ในส่วนของ ปตท.ก็รอดู รมว.พลังงานคนใหม่ และจะเร่งเสนอแผนปรับโครงสร้างราคาใหม่ ทั้งเรื่องก๊าซหุงต้ม และเอ็นจีวี ให้พิจารณาทันที”

นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ปตท. กล่าวว่า หากรัฐบาลใหม่จะยกเลิกกองทุนน้ำมันก็ต้องทยอยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ราคาพลังงานทยอยปรับตัวสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ขณะที่นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยความคืบหน้าการซ่อมท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่วในอ่าวไทยว่า ปตท.สามารถควบคุมสถานการณ์การรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติในทะเลได้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถซ่อมเสร็จในกลางเดือน ส.ค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กรกฎาคม 2554, 05:30 น.

แท็กซี่​เอ็น​จี​วี​วุ่น ​อุปกรณ์​ขาด ​ติดตั้ง​ถัง​ไม่ได้

Published พฤษภาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 พฤษภาคม 2554, 06:00 น.
แท็กซี่​เอ็น​จี​วี​วุ่น ​อุปกรณ์​ขาด ​ติดตั้ง​ถัง​ไม่ได้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172205

“พลังงาน” เรียก​สอบ​ข้อเท็จจริง 18 พ.ค.​นี้ แท็กซี่​เอ็น​จี​วี​วุ่น​ อุปกรณ์​ขาด​ติดตั้ง​ถัง​ไม่ได้…

นาย​คุรุ​จิต นาครทรรพ รอง​ปลัด​กระทรวง​พลังงาน เปิดเผย​ถึงโครงการ​สนับสนุน​รถ​แท็กซี่​ติด​เอ็น​จี​วี​ฟรี 15,000 คัน​ว่า ขณะ​นี้​ยัง​ไม่​สามารถ​เริ่ม​ติดตั้ง​ได้​ เนื่องจาก​บริษัท​เอกชน​ที่​ชนะ​ประมูล​อุปกรณ์​ติดตั้ง​อุปกรณ์​ยัง​ไม่​สามารถ​ส่ง​มอบ​สินค้า​ได้​ตาม​สัญญา โดย​ใน​วัน​ที่ 18 พ.ค. คณะ​กรรมการ​ตรวจ​รับ​พัสดุ​ของ​กระทรวง​พลังงาน​จะ​เรียก​ประชุม​ผู้​เกี่ยวข้อง​เพื่อ​สอบสวน​ข้อเท็จจริง​ถึง​ความ​ล่า​ช้า​ที่​เกิด​ขึ้น ทั้งนี้​ ตาม​สัญญา​จะ​ต้อง​มี​การ​ส่ง​มอบ​อุปกรณ์​และ​ถัง​เอ็น​จี​วี​จำนวน 15,000 ชุด แบ่ง​ออก​เป็น 3 งวด งวดละ 5,000 ชุด ซึ่ง​งวด​แรก​ต้อง​เริ่ม​ส่ง​มอบ​ตั้งแต่​ปลาย​เดือนเม.ย.

“เบื้องต้น​สาเหตุที่​ไม่​สามารถ​ส่ง​มอบ​อุปกรณ์​ถัง​เอ็น​จี​วี​ได้ เพราะ​มี​ชิ้น​ส่วน​บาง​อย่าง​ไม่​ครบ ซึ่ง​ส่วน​ใหญ่​เป็น​อุปกรณ์​นำ​เข้า​จาก​เกาหลีใต้​ โดย​วัน​ที่ 18 พ.ค.​นี้ คง​ต้อง​สอบ​ถาม​ข้อเท็จจริง​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น ​เพื่อ​หา​แนว​ทางแก้​ปัญหา​ต่อ​ไป”

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า บริษัท​ออ​โต้​แพน จำกัด ซึ่ง​เป็น​ผู้​ชนะ​ประมูล​จัด​ซื้อ​อุปกรณ์​และ​ถัง​เอ็น​จี​วี ไม่​สามารถ​ส่ง​มอบ​สินค้า​ได้​ตาม​สัญญา โดย​การ​ติดตั้ง​เอ็น​จี​วี​ต่อ​รถ 1 คัน ​จะ​มี​อุปกรณ์ 18 ชิ้น แต่​มี​อุปกรณ์ 3-4 ชิ้น​ สามารถ​จัดหา​ได้ โครงการ​ติดตั้ง​เอ็น​จี​วี​ฟรี​เดิม​มี​เป้าหมาย​จะ​ติดตั้ง 30,000 คัน เริ่ม​ลอต​แรก​ก่อน 15,000 คัน ​แต่​มี​แท็กซี่เข้า​ร่วม​โครงการทั้งสิ้น 5,900 คัน ซึ่ง​กระทรวง​พลังงาน​ปิด​โครงการ​ไป​ก่อน​ชั่วคราว เพื่อ​เร่ง​ติดตั้ง​ถัง​เอ็น​จี​วี​ให้​กับ​รถ​แท็กซี่จำนวน​ดัง​กล่าว​ให้​เสร็จ​ก่อน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤษภาคม 2554, 06:00 น.

นายกฯกระตุกปตท.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจอย่าค้ากำไรเกินควร

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

21 เมษายน 2554, 16:15 น.
นายกฯกระตุกปตท.ยังเป็นรัฐวิสาหกิจอย่าค้ากำไรเกินควร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_165733

นายกฯ จวก ปตท.ขอขึ้น เอ็นจีวี ไม่เหมาะสม ชี้ หากราคาขยับจริง จะทำให้มีคนใช้น้อยลง ย้ำ แม้ ปตท. เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่จึงไม่ควรค้ากำไรเกินควร…

เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 21 เม.ย.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีความกังวลในการแบกรับภาระของราคาก๊าซเอ็นจีวี และ จะขอขยับราคาก๊าซเอ็นจีวี ว่า ได้คุยกันไปแล้ว โดยทัศนะของตน ถ้าจะส่งเสริมเรื่องการใช้เอ็นจีวี ต้องดูความพอดี เพราะเป็นการลงทุนที่มองระยะสั้นไม่ได้ต้องมองระยะยาวขึ้นอยู่กับว่าจะต้องมีการประเมินอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนที่ต้องการให้ขยับราคานั้นตนเข้าใจดี เพราะอาจนำไปสู่การกระตุ้นการลงทุน เรื่องสถานีบริการ ส่วนราคาของก๊าซแอลพีจีนั้นถ้าจะมาตั้งเงื่อนไขว่าอยากจะขึ้นราคาเอ็นจีวีแล้วจะมาขึ้นราคาแอลพีจีด้วยคงไม่สมเหตุสมผลเท่าไร และ ที่ ปตท.กังวลว่าอาจจะถูกผู้ประกอบการรายย่อยฟ้องร้องนั้น มันเป็นเรื่องความร่วมมือ และต้องชั่งใจเพราะหากราคาเอ็นจีวีสูงเกินไปคนใช้น้อย เพราะเป็นการลงทุนระยะยาวเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนสถานะของ ปตท.ที่เป็นทั้งบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แต่ยังมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจไม่ควรค้ากำไร ตนถึงเสนอ และผลักดันว่าควรใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าเข้าไปดูแลได้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 21 เมษายน 2554, 16:15 น.

ตรึงได้อีก2เดือน กองทุนอ่วม ปตท.ขึ้นราคาอีก

Published มีนาคม 4, 2011 by SoClaimon

3 มีนาคม 2554, 16:30 น.

ผ่านทางตรึงได้อีก2เดือน กองทุนอ่วม ปตท.ขึ้นราคาอีก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_153143

 

หลังปล่อยผู้ค้าเอกชนขึ้นราคาน้ำมันไปก่อนหน้า ปตท.อั้นไม่ไหวประกาศปรับราคาตาม ขึ้นเบนซิน 91 อีก 80 สต. โซฮอล์ 50 สต.มีผลพรุ่งนี้ ด้าน ผอ.สนพ.เผยกองทุนน้ำมันเหลือเงินใช้ตรึงดีเซล 1.5 หมื่นล้านบาท เชื่ออีกไม่เกิน 2 เดือนเงินเกลี้ยงกองทุน….

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายศักดิ์สิทธิ์ จารุจินดา ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธตลาดค้าปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) ปตท. จะปรับขึ้นราคาน้ำมันตามผู้ค้าเอกชนที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้ โดย น้ำมันเบนซิน 91 จะปรับเพิ่มอีกลิตรละ 80 สตางค์ แก๊สโซฮอลล์ปรับขึ้นอีกลิตรละ 50 สตางค์ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลนั้น ยังไม่มีการปรับขึ้น เพราะจะรอว่าคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จะมีมติอุดหนุนน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นอีกเท่าใด

ล่าสุด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ 80 สตางค์ แก๊สโซฮอล์ 91,95 และอี20 ลิตรละ 50 สตางค์ น้ำมันอี85 ลิตรละ 30 สตางค์ ตรึงดีเซลต่อ มีผลพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) ทำให้ราคาใหม่ขายปลีกน้ำมันในเขตกรุงเทพและปริมณฑล เป็นดังนี้ น้ำมันเบนซิน 91 ลิตรละ 42.04 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์95 ลิตรละ 37.34 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 34.84 บาท น้ำมันอี20 ลิตรละ 33.94 บาท น้ำมันอี 85 ลิตรละ 22.02 บาท และน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.99 บาท

ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุม กบง. ซึ่งคาดว่าจะต้องมีการนำเงินกองทุนมาอุดหนุนดีเซล เพิ่มเติมตามนโยบายดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร โดยในส่วนของการอุดหนุนนั้น ก็คงจะอยู่ที่ประมาณ 50 สตางค์ต่อลิตร โดยสถานการณ์ขณะนี้ น่าเป็นห่วงเพราะมีการชุมนุมในหลายประเทศ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง.

วันเดียวกัน นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นในรอบ 2 ปีครึ่ง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับขึ้นไป 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่ที่ 102.23 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ทำให้ผู้ค้าน้ำมันเอกชนต่างปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 50 สตางค์ถึง 1 บาท ส่วนราคาน้ำมันดีเซล ปตท.และบางจากยังตรึงราคาอยู่ โดยค่าการตลาดขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 90 สตางค์ต่อลิตร

“คณะกรรมการนโยบายพลังงาน(กบง.) ยังไม่รู้ว่าจะมีการประชุมเมื่อไร ต้องขอดูราคาน้ำมันดิบในตลาดสิงคโปร์ค่ำวันนี้ก่อนจึงจะตัดสินใจ แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะประชุมในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.)” ผอ.สนพ.กล่าว

นายวีระพล กล่าวต่อว่า  ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแม้จะมีเงินสดประมาณ 21,000 ล้านบาท แต่มีภาระติดค้าง  เช่น การอุดหนุนแอลพีจี และเอ็นจีวี ทำให้เหลือวงเงินที่แท้จริงประมาณ 15,000 ล้านบาท ขณะที่การอุดหนุนดีเซลปัจจุบันอยู่ที่อัตรา 4.50 บาทต่อลิตร  ซึ่งเป็นการดูแลราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ทำให้มีวงเงินไหลออกประมาณ 7,400 ล้านบาทต่อเดือน และจากที่เข้ามาดูแลราคากองทุนใช้เงินไปแล้วตั้งเดือน ธ.ค. 2553 ถึงปัจจุบันรวมแล้ว 8,500 ล้านบาท หากรัฐบาลยังจะดำเนินมาตรการนี้ต่อไป คาดว่าจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ ไม่มีเงินเหลือภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน

ส่วนสถานการณ์ราคาแอลพีจีนั้น นายวีระพล กล่าวว่า ราคาแอลพีจีเดือน มี.ค.ปรับขึ้นอยู่ที่  830 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ขณะนี้นับว่ามีราคาสูงกว่าราคาเฉลี่ยที่ สนพ.ประเมินไว้ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน และน่าจะเป็นการปรับขึ้นสะท้อนปัญหาการชุมนุมภายในแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง  เพราะความจริงแล้วในช่วงอากาศที่เริ่มร้อนราคาแอลพีจีจะปรับลดลง โดยราคาแอลพีจีในเดือน ม.ค. อยู่ที่ 920 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน และในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 813 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 3 มีนาคม 2554, 16:30 น.

 

แท็กซี่โวยรอเก้อเปลี่ยนถังเอ็นจีวี

Published กุมภาพันธ์ 16, 2011 by SoClaimon

16 กุมภาพันธ์ 2554, 05:45 น.

ผ่านทางแท็กซี่โวยรอเก้อเปลี่ยนถังเอ็นจีวี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_149322

 

ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการขยายตัวสูงถึง 40% เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นตัวจูงใจ…

นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานกรรมการสหกรณ์แท็กซี่สยาม จำกัด เปิดเผยว่า โครงการติดตั้งเครื่องยนต์เอ็นจีวีสำหรับรถแท็กซี่ฟรีของกระทรวงพลังงาน มีความล่าช้ามาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพราะการตั้งเป้าเปิดรับแท็กซี่ 30,000 คัน ให้เข้ามาร่วมโครงการ แต่ในความเป็นจริงมีแท็กซี่รอโครงการไม่ได้ จึงทยอยติดตั้งด้วยเงินของตนเองไปแล้วกว่า 10,000 คัน ทำให้เหลือจำนวนแท็กซี่ที่รอติดตั้งฟรีจากกระทรวงพลังงาน 20,000 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมโครงการนี้หรือไม่

นายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการขยายตัวสูงถึง 40% เนื่องจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นตัวจูงใจ ทำให้ล่าสุด ปตท.ต้องรับภาระขาดทุนสะสมรวม 26,000 ล้านบาท แต่ภาพรวมปริมาณเอ็นจีวีที่ ปตท.ส่งป้อนตลาดผู้บริโภค ยังมีเพียงพออยู่ โดยปีนี้มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตเอ็นจีวีอีก 850 ตันต่อวัน

นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงความก้าวหน้าโครงการแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรี 15,000 คันแรก จากโครงการ 30,000 คัน ว่า หลังลงนามสัญญาซื้อถังเอ็นจีวีและอุปกรณ์ส่วนควบสำหรับโครงการสนับสนุนติดรถแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรี 15,000 คัน เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการติดตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวีในรถแท็กซี่จำนวนมาก และมั่นใจว่าจะมีแท็กซี่สมัครเข้าร่วมโครงการจำได้ครบทั้งหมด โดยผู้ประกอบการแท็กซี่สามารถยื่นคำขอได้จนถึง 15 มี.ค. “หากมีรถแท็กซี่เข้าร่วมโครงการ ครบ 30,000 คัน จะช่วยลดภาระได้กองทุนน้ำมันได้ 474 ล้านบาทต่อเดือน”.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 กุมภาพันธ์ 2554, 05:45 น.

 

บางจากตั้งเป้า3ปี ขึ้นแท่นผู้ค้าน้ำมันอันดับ2ของไทย

Published มกราคม 18, 2011 by SoClaimon

18 มกราคม 2554, 15:15 น.

ผ่านทางบางจากตั้งเป้า3ปี ขึ้นแท่นผู้ค้าน้ำมันอันดับ2ของไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_142283

 

“บางจาก” ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้ค้าน้ำมันอันดับ 2 ในอีก 3 ข้างหน้า พร้อมตั้งเป้างบการตลาด 500 ล้าน เพื่อรีแบรนด์ดิ้งปั้มและธุรกิจต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านธุรกิจการตลาด บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2553 ยอดขายน้ำมันของประเทศลดลงประมาณร้อยละ 0.3-0.5 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประชาชนหันไปใช้พลังงานทดแทนทั้งก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวีเพิ่มขึ้น รวมทั้งเอทานอล-ไบโอดีเซล อย่างไรก็ตาม ยอดขายน้ำมันบางจากผ่านสถานีบริการน้ำมัน พบว่า ยอดขายเพิ่มสูงร้อยละ 4-5 หรือประมาณ 2,520 ล้านลิตรต่อปี มาร์เก็ตแชร์ขึ้นเป็นอันดับที่ 3 รองจาก ปตท.และเอสโซ่  โดยเชลล์เป็นอันดับที่ 4 และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2556 บางจากฯ จะมีส่วนแบ่งเป็นอันดับที่ 2

สำหรับยอดขายที่เพิ่มขึ้น เพราะบางจากฯ ได้ดำเนินการหลายเรื่อง ทั้งการปรับโฉมใหม่ปั๊มให้สดใสจูงใจลูกค้า หรือรีแบรนด์ดิ้ง โดยปรับปรุงไปแล้วประมาณ 200 แห่ง จะทำเพิ่มอีก 100 แห่ง ในปีนี้ รวมทั้งสร้างปั๊มโฉมใหม่ขนาดใหญ่ที่ ถ.วิภาวดีรังสิต การปรับปรุงบริการไม่ใช่น้ำมัน (นอนออยล์)  เช่น ในส่วนของกาแฟอินทนิล ซึ่งนอกจากจะขายในปั๊มแล้วยังขยายไปในห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา อาคารที่ทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์บางจากฯ มากขึ้น และยังขยายการจำหน่ายน้ำมันเครื่อง โดยรวมแล้ว ส่วนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มยอดขายน้ำมันได้ร้อยละ 15-20 นอกจากนี้ การจัดตั้งแก๊สโซฮอล์คลับ ซึ่งมีสิทธิประโยชน์จูงใจ ยังพบว่าทำให้ขยายฐานลูกค้าได้ดีอีกด้วย

ทั้งนี้ ปี 2554 บางจากฯ ตั้งงบด้านการตลาด ที่ 500 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ดิ้งปั๊มและธุรกิจต่อเนื่อง คาดว่าจะทำให้ยอดขายน้ำมันเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 และยอดขายน้ำมันหล่อลื่นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 หรือ 5 ล้านลิตรต่อปี จากที่ปี 53 มียอดขาย 3.5 ล้านลิตรต่อปี.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 18 มกราคม 2554, 15:15 น.

 

ครม.ไฟเขียวลดภาษีชิ้นส่วนยานยนต์

Published มกราคม 10, 2011 by SoClaimon

5 มกราคม 2554, 04:44 น.

ผ่านทางครม.ไฟเขียวลดภาษีชิ้นส่วนยานยนต์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_138995

 

ครม.อนุมัติตามที่นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ได้เสนอร่างกฎกระทรวงการคลัง 2 ฉบับ ให้ยกเว้นและลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ในประเทศและส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซ ธรรมชาติ…

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติตามที่นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ได้เสนอร่างกฎกระทรวงการคลัง 2 ฉบับ ให้ยกเว้นและลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์และชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตรถยนต์ในประเทศและส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) เป็นเชื้อเพลิง โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลทันที เมื่อกระทรวงการคลังออกประกาศให้มีผลบังคับใช้

สำหรับร่างกฎกระทรวงการคลังฉบับแรกมีสาระสำคัญที่จะลดภาษีถังแก๊สซีเอ็นจีหรือเอ็นจีวี ที่ทำจากเหล็กกล้า จากอัตราที่เก็บอยู่ 17% ลงมาเหลือ 0% จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2554 จากนั้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 จะจัดเก็บที่อัตรา 10% พร้อมกันนี้ ได้

เห็นชอบให้ลดภาษีอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซซีเอ็นจี จากที่เก็บอยู่ 35% ลงมาเหลือ 0% จากนั้นในวันที่ 1 ม.ค. 2555 จะจัดเก็บที่อัตรา 10% และลดภาษีนำเข้าเบรก กระปุกเกียร์และชิ้นส่วนกระปุกเกียร์ รวม 12 ประเภท จากเดิมจัดเก็บในอัตรา 30% เหลือ 10% ขณะที่รถเครน และปั้นจั่น จากที่จัดเก็บอยู่ที่ 40% ให้ลดลงมาเหลือ 10%

ส่วนร่างกฎกระทรวงฉบับที่สองมีสาระสำคัญที่จะยกเว้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่นำเข้ามาผลิตรถขนส่งขนาดใหญ่ รถบรรทุก รถโดยสารที่มีผู้โดยสารเกิน 10 คนขึ้นไป เป็นเวลา 2 ปี โดยชิ้นส่วนและอุปกรณ์ดังกล่าวต้องเป็นชิ้นส่วนที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศเท่านั้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการชิ้นส่วนในประเทศ ส่วนรถแวนและรถปิกอัพจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการภาษีนี้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถผลิตชิ้นส่วนบางรายการในประเทศได้ จะไม่มีการยกเว้นภาษีให้แต่อย่างใด เช่น หม้อน้ำ ท่อไอเสีย แบตเตอรี่ สายไฟ สีรถยนต์ แหนบ ยาง ดรัมเบรก สตาร์ตเตอร์ กระจกมองหลังภายในรถยนต์ แผงบังแดด และกระจกนิรภัย อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยืนยันว่าแม้จะทำให้สูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีบ้างแต่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วถือว่าคุ้มค่ากว่า และยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในประเทศดำเนินธุรกิจต่อไปได้ด้วย.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 มกราคม 2554, 04:44 น.

 

%d bloggers like this: