เส้นทางทำกิน

All posts tagged เส้นทางทำกิน

ปลากะพงทอดน้ำปลา

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140216/179009.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557

ปลากะพงทอดน้ำปลา

ปลากะพงทอดน้ำปลา : คอลัมน์ครัวลอยฟ้า

                   ฮาร์ท สอนวิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา ให้เอาไว้ทำกินบนฟ้า ดังนี้ครับ
เครื่องปรุง ปลากะพง     
                   1.ปลากะพงสด                                                                       1  ตัว
                   2.พริกไทยป่นตรามือ                                                          2  ช้อนชา
                   3.น้ำปลา                                                                             2  ช้อนโต๊ะ
                   4.ไข่ไก่                                                                             2  ฟอง
                   5.เม็ดมะม่วงหิมพานต์                                                        2  ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
                   1.ควักเครื่องในขอดเกล็ดหั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นหมักด้วยน้ำปลาพริกไทยป่น
                   2.ชุบเนื้อก้างหัวปลาด้วยไข่แดงทอดให้กรอบตักใส่จานโรยเม็ดมะม่วง
เครื่องปรุง ยำมะม่วงน้ำดอกไม้
                   1.ซอยมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นเส้น                                         1  ลูก
                   2.น้ำเชื่อม น้ำปลา น้ำมะนาว                                              1  ถ้วย
                   3.หอมแดง ต้นหอม พริกขี้หนู ซอย                                    1  ถ้วย
วิธีทำ
                   1.นำมะม่วงหอมแดงต้นหอมพริกขี้หนูโขลกเบาๆ รวมกัน
                   2.ปรุงรสด้วยน้ำเชื่อมน้ำปลาน้ำมะนาวรวนให้เข้ากัน
                   3.ตักยำมะม่วงใส่ถ้วยโรยกุ้งแห้งข้างบนกินกับเนื้อปลากะพงทอด
                   ขี้เกียจทำเองไปกินที่สวนอาหารบ้านพักผ่อน ข้างวัดนาวง อร่อยราคาไม่แพง โทร.08-1300-7044, 02-978-6007 สอบถามวิธีทำเพิ่มเติม ไลน์ อ.ไชยแสง ครัวลอยฟ้า 08-1251-9122
………………….
(ปลากะพงทอดน้ำปลา : คอลัมน์ครัวลอยฟ้า)

นกนางนวลแกลบเล็ก

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140216/179019.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557

นกนางนวลแกลบเล็ก

นกนางนวลแกลบเล็ก : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว

                     วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ มีเทศกาลอนุรักษ์นกชายเลน ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้งต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 แล้ว โดยปีนี้ทางชมรมอนุรักษ์นกโคกขามก็จัดงานที่ Bird Center ที่ตั้งอยู่ริมถนนติดนาเกลือเช่นเคย งานเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า เป็นต้นไป ภายในงานมีบูธสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดูนก และสาระความรู้จากหัวข้อบรรยายมากมาย ปีที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสชมการแสดงบนเวทีของเยาวชน นับว่าแฝงข้อคิดเกี่ยวกับความสำคัญของนกและระบบนิเวศได้อย่างน่าประทับใจ หากเกิดอยากดูนกขึ้นมา ก็ปลีกเวลาไปส่องกล้องดูนกชายเลนในนาเกลือได้ทุกเมื่อ
                     นาเกลือโคกขามนี้เป็นที่รู้จักกันในระดับนานาชาติ ว่าเป็นแหล่งดูนกชายเลนที่ใกล้กรุงเทพที่สุดแห่งหนึ่ง ที่สำคัญคือเป็นแหล่งอาศัยประจำในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ของ นกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) และนกชายเลนอพยพที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์หลายชนิด แต่ก็มีบางชนิดทำรังวางไข่ตามพื้นโล่งที่ไม่ถูกรบกวนรอบๆ นาเกลือเหล่านี้ด้วย หนึ่งในนั้นคือ นกนางนวลแกลบเล็ก (Little Tern)
                     นกนางนวลแกลบเล็กเป็นนกที่มีวิถีชีวิตเชื่อมโยงกับนาเกลือตลอดทั้งปี มันหากินทั้งนอกชายฝั่งทะเลและในนาเกลือที่ถูกผันน้ำเข้ามา ซึ่งจะมีกุ้งและปลาตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ ก่อนจะพุ่งลงไปจับเหยื่อในน้ำ มักตีปี่ถี่ๆ กลางอากาศเสมอ ขณะพักผ่อนมันจะยืนรวมฝูงกันตามคันนาเกลือ ปะปนกับนกชายเลนและนกนางนวลแกลบอื่นๆ
                     แหล่งวางไข่ของนกนางนวลแกลบเล็กครอบคลุมตั้งแต่ยุโรปตะวันตกไปจนถึงรัสเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประชากรเหล่านี้อพยพลงใต้ในช่วงฤดูหนาว กลุ่มที่เป็นนกประจำถิ่นส่วนใหญ่ออกลูกออกหลานในเขตร้อน ตั้งแต่ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกาไปจนถึงออสเตรเลีย อาศัยอยู่ตามริมชายฝั่งทะเลหรือในแผ่นดินใหญ่ ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์จึงจะพบได้ตามนอกชายฝั่ง แต่ก็มักหากินไม่ห่างไกลจากฝั่ง
                     นกนางนวลแกลบเล็กมีสัดส่วนลำตัวแลดูไม่ค่อยสมส่วนเท่าใดนัก มันมีปากเรียวยาว ปลายปากแหลม คอสั้น ขาสั้น และปีกเรียวยาว ช่วงฤดูผสมพันธุ์จำแนกชนิดได้ง่ายจากจงอยปาก ซึ่งจะเป็นจากสีดำเป็นสีเหลือง แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มันก็พร้อมที่จะขับไล่ผู้บุกรุกที่มีขนาดใหญ่กว่า หากเข้าใกล้รังหรือลูกของมันมากเกินไป ส่วนใหญ่ผู้บุกรุกเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีรังอยู่ เพราะลวดลายของไข่และลูกนกนางนวลแกลบเล็กนั้นกลมกลืนกับพื้นดินจนสังเกตได้ยาก นับเป็นการวิวัฒนาการที่ช่วยให้มันเอาตัวรอดผ่านช่วงวัยที่มีความเสี่ยงสูงได้เป็นอย่างดี
นกนางนวลแกลบเล็ก
ชื่ออังกฤษ Little Tern
ชื่อวิทยาศาสตร์ Sternula albifrons(Pallas, 1764)
วงศ์ (Family) Sternidae (วงศ์นกนางนวล)
อันดับ (Order) Charadriiformes (อันดับนกชายเลนและนกนางนวล)
……………………..
(นกนางนวลแกลบเล็ก : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว)

นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทา

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140209/178469.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557

นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทา

นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทา : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว

                 สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายเดือน คือการปรากฏตัวของ Bay-backed Shrike นกชนิดใหม่ของประเทศไทย จุดเริ่มต้นของเสียงฮือฮามาจากภาพถ่ายของคุณปีเตอร์ อีริคสัน บนเฟซบุ๊ก โดยถ่ายได้ในโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมานี้เอง ล่าสุดคณะกรรมการพิจารณาข้อมูลนกได้ข้อสรุปชื่อไทยอย่างเป็นทางการแล้วว่า “นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทา”
                 จริงๆ แล้วนกตัวนี้ถูกพบมาตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่หรือก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ แต่ถูกเข้าใจว่าเป็น นกอีเสือหลังแดง (Burmese Shrike)อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจผิดดังกล่าวหาใช่ครั้งแรกไม่ รายงานนี้ทำให้นักดูนกหลายคนลองย้อนกลับไปเช็กภาพของ “นกอีเสือหลังแดง” ที่มีการถ่ายได้ในประเทศไทย แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ คุณสมิทธิ์ สุติบุตร์ ค้นเจอว่านกอีเสือหลังแดงตะโพกเทานั้นเคยถูกถ่ายภาพไว้ได้ที่สถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2552 โดยคุณวิทวัส นวลอินทร์ เท่ากับว่าเมืองไทยมีรายงานนกชนิดนี้แล้วถึงสองครั้ง !
                 ลักษณะภายนอกที่ต่างกันชัดเจนของนกอีเสือหลังแดงทั้งสองชนิดคือสีตะโพก อันเป็นที่มาของชื่อไทยนกอีเสือชนิดใหม่ ตะโพกของนกอีเสือหลังแดงที่เจอกันบ่อยๆ ในประเทศไทยนั้นเป็นสีน้ำตาลแดงเช่นเดียวกับสีหลัง จุดอื่นๆ ที่ต่างกันได้แก่ สีเทาบนกระหม่อม ซึ่งของนกอีเสือหลังแดงจะเข้มกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน สีเทาบนกระหม่อมของเจ้าตะโพกเทาไล่จากอ่อนมากๆที่บริเวณหน้าผาก ไปจนถึงเทาเข้มที่บริเวณท้ายทอย
                 ในขณะที่นกอีเสือหลังแดงมีลำตัวด้านล่างสีขาวโพลน หรือบางตัวอาจมีน้ำตาลอมส้มที่ใต้ท้องและก้น นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทาจะมีสีส้มเฉพาะบริเวณสีข้างเท่านั้น ก้นของมันเป็นสีขาวเสมอ นอกจากนี้แต้มสีขาวที่ปีกของนกอีเสือหลังแดงตะโพกเทายังกว้างกว่าอีกด้วย ขณะบินจะเห็นแถบสีขาวขนาดใหญ่ที่ปีก
                 ตัวที่แหลมผักเบี้ยนี้มีสีสันโดยรวมค่อนข้างจาง ที่หน้าผากและหัวตามีสีขาวเปรอะ เป็นลักษณะของนกที่ยังโตไม่เต็มวัย ต่างจากตัวเต็มวัยที่จะมีหน้าผากสีดำ และมีสีสันเข้มสด นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทาไม่ได้เป็นเพียงนกชนิดใหม่สำหรับประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นนกใหม่สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย การเจอนกชนิดนี้ในประเทศไทยเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายพอสมควร เพราะมันเป็นนกประจำถิ่นในประเทศอินเดีย ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน มีเพียงประชากรบางส่วนที่ทำรังในแถบตะวันตกเฉียงเหนือเท่านั้นที่เป็นนกอพยพ
นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทา
ชื่ออังกฤษ Bay-backed Shrike
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lanius vittatus(Valenciennes, 1826)
วงศ์ (Family) Laniidae (วงศ์นกอีเสือ)
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)
……………………..
(นกอีเสือหลังแดงตะโพกเทา : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว)

‘ดอกหญ้า’ริมทาง

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140209/178471.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557

//

‘ดอกหญ้า’ริมทาง

‘ดอกหญ้า’ริมทาง : คอลัมน์จุดหมาย…รายทาง

                 ช่วงอากาศแห้งๆ ของฤดูหนาว ที่ปีนี้ดูจะยาวนานกว่าปีก่อนๆ จนหลายคนบอกว่า ค่อยคุ้มค่ากับเสื้อกันหนาวตัวอุ่นที่ซื้อหามาหน่อย ช่วงเดียวกันนี้ ดอกหญ้าก็ออกดอกริมทาง ให้เห็นเป็นระยะ โดยเฉพาะดอกอ้อ ที่มักมาพร้อมกับลมหนาว 
                 เดินทางออกต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ท้องถิ่น หรือถนนสายชนบท จะเห็นเป็นภาพชินตา
                 ระหว่างเส้นทางไปสู่สวนดอกไม้สวยๆ ที่ปรุงแต่งขึ้น พลิ้วดอกหญ้าล้อลม เรียกอยู่ข้างทาง
                 “หญ้าไหวเอน ลู่ลมไหว
                  กวัดไกว ปลายพลิ้ว โหยหา
                 สู้แดด สู้ลม จนโรยรา 
                 ดอกหญ้า ริมทาง เขาเมิน”
                 ดอกหญ้าอาจจะไม่มีราคา หรืออาจจะมีราคาบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าจะหยิบไปวางตรงไหน แต่ถ้าดอกเบี้ยล่ะก็…บาน หุ หุ หุ
                 ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ผ่านภาพถ่าย ส่งมาได้ที่ คอลัมน์ จุดหมาย…รายทาง หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก 1858/124 ถนนบางนา-ตราด กม.4.5 บางนา กทม. 10260
…………………
(‘ดอกหญ้า’ริมทาง : คอลัมน์จุดหมาย…รายทาง  )

ปลานกแก้วเจี๋ยนน้ำแดง

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140119/177079.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2557

ปลานกแก้วเจี๋ยนน้ำแดง

ปลานกแก้วเจี๋ยนน้ำแดง : คอลัมน์ครัวลอยฟ้า

                        อาซ้อพรรณี เจียรสาธิต สั่งในครัวทำ ปลาเจี๋ยนน้ำแดง มาให้พวกเราจากรุงเทพฯ ชิม อาซ้อบอกว่าส่วนใหญ่ใช้เนื้อปลากะพงผัดเจี๋ยน แต่วันนี้มีปลานกแก้วสดๆ จึงสั่งกุ๊กเจี๋ยนน้ำแดง ผัดต้นหอมจีนมาให้พวกเราชิม
เครื่องปรุง
1.เนื้อปลานกแก้วหั่นชิ้นหนาๆ                                                1  จาน
2.แป้งมันฮ่องกง                                                                      1  ถุง
3.พริกไทยป่นตรามือ                                                               1  ขวด
4.ซอสหอยนางรมฮ่องกง                                                        2  ทัพพี
5.ซีอิ๊วขาว                                                                               1  ช้อนชา
6.น้ำตาลทรายแดง                                                                   2  ช้อนชา
7.ต้นหอมหั่นชิ้น                                                                      2  ต้น
8.หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นหนา                                                       1/2 ลูก
9.พริกชี้ฟ้าเขียวหั่นตามยาว                                                     2  เม็ด
วิธีทำ
1.นำเนื้อปลานกแก้วคลุกแป้งมันฮ่องกงให้ทั่วทอดให้เหลืองกรอบพักสะเด็ดน้ำมัน
2.ผัดซอสหอยนางรม พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว น้ำตาล กับหอมหัวใหญ่ให้นุ่ม
3.ใส่เนื้อปลาทอดลงผัดจนเคล้าเครื่องปรุงทั่วใส่ต้นหอมพริกชี้ฟ้าลงผัดคู่กัน
4.กระดกกระทะให้ความร้อนกระจายทั่วกระทะให้เข้ากันดีตักใส่จาน
                        ติดตามฟังวิธีทำ ปลานกแก้วเจี๋ยนน้ำแดง และกำเนิดเจี่ยท้งเฮง จากร้านห้องแถวสู่ภัตตาคารพันล้าน วิทยุเนชั่น FM102 วันอาทิตย์ 17.00 น. และติดตามวิธีทำใน Facebook : ย้อนตำนานร้านอร่อย
……………………..
(ปลานกแก้วเจี๋ยนน้ำแดง : คอลัมน์ครัวลอยฟ้า)

ปอเทือง…ปุ๋ยสดในนา

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140119/177094.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2557

ปอเทือง…ปุ๋ยสดในนา

ปอเทือง…ปุ๋ยสดในนา : คอลัมน์จุดหมาย…รายทาง

                    เดินทางผ่านไปทางเพชรบูรณ์ช่วงนี้ สองข้างทางเห็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองๆ ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าจัด มีทิวเขารางๆ อยู่ไกลๆ นึกไปถึงทุ่งดอกมัสตาร์ด ที่แคชเมียร์ สีเหลืองสุดสายตา แต่นี่เป็น ทุ่งปอเทือง ที่แม้ดอกจะต่างกัน ประโยชน์ต่างกัน แต่ก็บานสวยเป็นทิวทุ่งไม่ต่างกัน
                    ไร่ปอเทืองที่เห็นในรูปนี้ เห็นที่ บ้านหัวโตก ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งระหว่างทางตั้งแต่หนองไผ่ ไปถึงวังชมพู ระยะนี้มีทุ่งสีเหลือง กว้างใหญ่ ไกลสุดหูสุดตา เป็นระยะๆ จนอดแวะชื่นชมไม่ได้
                    ปอเทือง เป็นพืชตระกูลถั่ว ต้นสูงท่วมหัว ขนาดต้นงามๆ โตเต็มที่สูงเกือบ 2 เมตรเชียว มีดอกหน้าตาคล้ายดอกถั่วอื่นๆ แล้วยังคล้ายดอกโสน นอกจากให้ความสวยงามตอนที่ออกดอกเต็มทุ่งแล้ว ยังให้แร่ธาตุอาหารแก่ดินเมื่อตอนโดนไถกลบอีกด้วย เพราะปอเทืองมีธาตุไนโตรเจนในปริมาณสูง เลยได้ชื่อว่าเป็น ปุ๋ยพืชสด นิยมใช้ในการปลูกพืชระบบเกษตรอินทรีย์
                    พ้นจากเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด หรือข้าวแล้ว เกษตรกรชาวไร่จะปลูกปอเทืองเป็นพืชหมุนเวียน พอต้นโตดอกบานเต็มที่ก็จะไถกลบ เพราะเป็นช่วงที่ต้นเจริญงอกงามสูงสุด จะทำให้ดินได้ปริมาณอินทรียวัตถุ ธาตุไนโตรเจนสะสม และธาตุอื่นๆ สูงไปด้วย
                    ปอเทือง… กำลังบานเต็มทุ่ง แต่งแต้มสองข้างถนนที่มุ่งสู่ จ.เพชรบูรณ์ เป็นสีเหลืองสดใส
                    ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ผ่านภาพถ่าย ส่งมาได้ที่ คอลัมน์ จุดหมาย…รายทาง หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก 1858/124 ถ.บางนา-ตราด กม.4.5, บางนา กทม. 10260
…………………….
(ปอเทือง…ปุ๋ยสดในนา : คอลัมน์จุดหมาย…รายทาง)

นกกาน้ำปากยาว

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140119/177093.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2557

นกกาน้ำปากยาว

นกกาน้ำปากยาว : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว

                   สัปดาห์นี้คอลัมน์ “นกป่าสัปดาห์ละตัว” ขอคงคอนเซ็ปต์ซีรีส์ “นกน้ำสัปดาห์ละตัว” ต่อ เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเวลาสำรวจประชากรนกน้ำกลางฤดูหนาว (Mid-winter Asian Waterbird Census หรือเรียกสั้นๆ ว่า AWC) ซึ่งจุดสำรวจต่างๆ ในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน ถูกกำหนดให้เริ่มอย่างพร้อมเพรียงกันในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้ ส่วนจุดอื่นๆ อาสาสมัครสามารถเลือกวันว่างไปนับได้ตามสะดวกจนถึงสิ้นเดือน
                   ที่ต้องเก็บข้อมูลพร้อมกัน เพราะอ่าวไทยตอนในจัดเป็นพื้นที่สำคัญในการอนุรักษ์นก (IBA: Important Bird Area) ที่มีแหล่งอาศัยของนกน้ำอพยพมากมายหลายชนิด หลายชนิดย้ายแหล่งหากินตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ เช่น นกที่หากินตามหาดเลนจะอิงตามช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง ซึ่งมีความผันแปรพอสมควรในแต่ละวัน เพราะพวกมันจะมีที่หากินเฉพาะในช่วงน้ำลงเท่านั้น ดังนั้น การแบ่งทีมสำรวจแต่ละจุดเพื่อนับพร้อมกันในวันเดียวจึงจะนำมาซึ่งข้อมูลที่ตรงตามข้อเท็จจริงที่สุด อย่างไรก็ตาม อ่าวไทยตอนในก็ถือเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของนกน้ำกลุ่มอื่นๆ นอกจากนกชายเลนด้วย สัปดาห์นี้ขอแนะนำให้รู้จัก นกกาน้ำปากยาว
                   ผู้อ่านที่ไม่คุ้นเคยกับนกอาจจะรู้สึกฉงนกับชื่อของมัน คำว่า “กาน้ำ” ในที่นี้น่าจะมาจากการที่มันมีสีดำเหมือนกับอีกา (crows) แต่ชอบดำน้ำจับปลา ไม่เกี่ยวอะไรกับกาต้มน้ำนะครับ (ฮา) ในอดีตนกกาน้ำปากยาวมักเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Indian Shag แต่ปัจจุบันชื่อ Indian Cormorant ถูกใช้แพร่หลายกว่า ส่วนหนึ่งเพราะชื่อ Shag นั้น มาจากหงอน (crest) ของ European Shag นอกจากมีหงอนแล้ว ชนิดอื่นๆ ที่ถูกเรียกว่า shags นั้น มักจะพบหากินในทะเลเปิดเป็นหลัก ต่างกับ cormorants ที่พบตามแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อยด้วย
                   สาเหตุที่นกกาน้ำปากยาวถูกเรียกว่า shag ในตอนแรก น่าจะมาจากรูปร่างที่สะโอดสะองและปากที่เรียวยาวเหมือนเจ้า European Shag แต่หากพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ร่วมด้วย ชื่อ cormorant ดูจะเหมาะสมกว่า เพราะมันไม่มีหงอน และหากินในน้ำจืดด้วย ข้อมูลในอดีตพบว่า ถิ่นอาศัยมันจำกัดอยู่เฉพาะภาคกลางตอนล่าง แต่ในระยะหลังประชากรมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้น ปัจจุบันพบได้ไม่ยากทางภาคเหนือตอนล่าง น่าจะเป็นผลจากการประมงเชิงพาณิชย์ที่แพร่หลายขึ้น ทำให้มีบ่อปลาเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่นกน้ำอื่นๆ ส่วนใหญ่ลดจำนวนลง กลุ่มที่กินปลาเป็นอาหารหลัก (piscivorous birds) อย่างนกกาน้ำ ดูจะไม่มีปัญหามากนัก ตรงกันข้าม ประชากรที่เคยถูกคุกคามจากการล่าอย่างเป็นล่ำเป็นสันกลับฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
นกกาน้ำปากยาว
ชื่ออังกฤษ Indian Cormorant, Indian Shag
ชื่อวิทยาศาสตร์ Phalacrocorax fuscicollis (Stephens, 1826)
วงศ์ (Family) Phalacrocoracidae (วงศ์นกกาน้ำ)
อันดับ (Order) Suliformes (อันดับนกกาน้ำ นกบู๊บบี้ และนกโจรสลัด)
…………………..
(นกกาน้ำปากยาว : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว)

บอมเบพาณิช เพชรกลางตลาดวโรรส

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140119/177080.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2557

บอมเบพาณิช เพชรกลางตลาดวโรรส

บอมเบพาณิช เพชรกลางตลาดวโรรส : คอลัมน์ตำนานแผ่นดิน

                       ฟัคร ครูด ดีน หอบเสื่อผืนหมอนใบไปเป็นกุลีบนเรือขนส่ง เร่ร่อนจากเมืองบอมเบส่งสินค้าตามเมืองท่าหลายประเทศ ในที่สุดมาขึ้นฝั่งตั้งรกรากที่กรุงเทพฯ ทำงานรับจ้างสารพัดเพื่อให้ได้สิทธิ์อยู่เมืองไทย เห็นช่องทางค้าขายเครื่องเทศ ให้พี่น้องชาวอินเดียซื้อไปทำอาหาร สมัยนั้นยังหาซื้อยากต้องสั่งมาจากอินเดีย
                       เมื่อมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคง หนุ่มอินเดียคนนี้อพยพลูกเมีย ไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ เช่าแผงเล็กๆ ในตลาดวโรรส ขายเครื่องเทศสินค้าชั้นดีจากอินเดีย สอนลูกชายให้ยึดมั่นค้าขายด้วยความซื่อสัตย์ สั่งเครื่องเทศที่ดีที่สุดมาขายให้ชาวเชียงใหม่ ใช้ทำอาหารอร่อยหลากหลายชนิด
                       บอมเบพาณิชย์ เป็นร้านเครื่องเทศแขกอินเดียร้านเดียว แทรกอยู่ในร้านค้าชาวจีนอย่างเป็นมิตร จนถึงรุ่นหลาน ฟัคร ครูด ดีน จูเนียร์ คุณชลิต เอมวัธนา พ่อเห็นว่าลูกชายคนนี้ชอบค้าขายเครื่องเทศ จึงส่งไปเรียนหนังสือที่อินเดีย ชลิตเล่าให้ผมฟังว่า เรียนสาขาพฤกษศาสตร์ คู่กับสาขาธุรกิจจนจบปริญญาตรี
                       แขกหนุ่มท่าทางเรียบร้อยยืนขายเครื่องเทศด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องเทศมาก รู้หมดว่าเครื่องเทศที่ขายช่วยรักษาโรคอะไรได้บ้าง “เหมือนผมทำหน้าที่เภสัชกร สอนลูกค้าให้ใช้เครื่องเทศอย่างถูกวิธี และใช้เครื่องเทศเป็นยา” ที่สำคัญผมต้องหาเครื่องเทศดีที่สุดมาขาย SAFFON จากแคว้นแคชเมียร์ดีที่สุดในโลก ผมขายถุงละ 200 บาทเท่านั้น (ดูในรูป)
                       คุณปู่ ฟัคร ครูด ดีน สั่งซื้อเครื่องเทศจีนจากร้านง่วนสูนมาขาย พริกไทยเม็ด พริกไทยดำ อบเชย โป๊ยกั๊ก ชวนเจีย ดีปลี หญ้าหอม ลูกค้าซื้อไปทำอาหารแล้วอร่อยไม่ผิดหวังแน่นอน คุณวิศิษฏ์จึงเตรียมปรับปรุงร้านบอมเบพาณิชย์ ให้เป็นร้านเครื่องเทศทันสมัยสวยงามในตลาดวโรรส ติดต่อบอมเบพาณิชย์ โทร.08-1951-5652
เจี่ยท้งเฮง ข้าวต้มแผงลอยสู่ภัตตาคารพันล้าน
                       ผมตาม ชัช เตาปูน ไปทอดกฐินที่ลำพูน ก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน พี่ชัชพาไปกินข้าวที่ เจี่ยท้งเฮง ร้านข้าวต้มดังที่สุดในเมืองเชียงใหม่ กับข้าวจีนแต้จิ๋วดูพื้นๆ แต่อร่อยติดปาก ปลาขาวต้มบ๊วย ห่านพะโล้ หมูเย็น ไก่แช่เหล้า หมูเค็มทอดกรอบจิ้มซีอิ๊ว คับบะ (เคาหยก) เห็ดหูหนูผัดไข่ ออส่วน ผัดปวยเล้งน้ำมันหอย กินกับข้าวสวยข้าวต้มร้อนๆ อร่อยถึงใจ
                       เจี่ยท้งเฮง ข้าวต้มแผงลอยในตลาดวโรรสขายดีจน เปงท้ง แซ่เจี่ย ยกระดับขึ้นมาอยู่ในตึกแถว ก็ยังไม่พอรับลูกค้าที่แน่นจนล้น เตี่ยเปงท้งจึงกู้เงินธนาคาร 10 ล้านบาท สร้างเจี่ยท้งเฮงเป็นภัตตาคารใหญ่ ถนนศรีดอนชัย สมัยนั้นคนเชียงใหม่คิดว่าจะไปไหวรึ แต่เพียงปีเดียวก็ได้กำไรส่งคืนเงินกู้ให้ธนาคารหมด ฮือฮาไปทั้งเมือง
                       เฮียหมู คุณภักดี เจียรสาธิต ลูกชายคนที่สองเล่าให้ผมฟังว่า ร้านเจี่ยท้งเฮงขยายพื้นที่ทุกปี ก็ยังไม่พอรับลูกค้าที่มากินข้าว แถมทัวร์จีนแห่เข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ ไกด์ต้องพามากินกับข้าวต้มแต้จิ๋วที่นี่ถึงจะถูกปาก ทำให้เจี่ยท้งเฮงแน่นจนไม่มีที่ยืน จึงตกลงกับพี่ชายนำที่ดินที่ซื้อเก็บไว้แถวฟ้าฮ่าม สร้างเจี่ยท้งเฮง สาขา 2 ด้วยงบก่อสร้างกว่าพันล้านบาท
                       ครอบครัวเจี่ยท้งเฮงไม่ได้เฮงอย่างเดียวต้องเก่งด้วย ผมถามเฮียหมูว่าทำอย่างไรให้กับข้าวอร่อยเหมือนผมมากินเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว “อาหารทุกจานต้องผ่านตาผม แวบเดียวผมก็รู้ว่าจานไหนกุ๊กทำอร่อยเหมือนเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ผ่านผมสั่งให้ไปผัดให้ลูกค้าใหม่” กับข้าวเจี่ยท้งเฮงจึงอร่อยเหมือนกันทุกจานทุกวัน
                       คุณสุนิสา ธุวานนท์ ประธานชมรมร้านอาหารเชียงใหม่ พาพวกเราไปชิมอาหารจานพิเศษของเจี่ยท้งเฮง เฮียหมูทำอาหารดีที่สุดมาให้พวกเราชิม ออเดิร์ฟจานร้อนเป็ดเสฉวน อร่อยตั้งแต่ยำตีนเป็ด ไข่เยี่ยวม้า เป็ดทอดกรอบ กุ้งแม่น้ำผัดพริกเผา รสกลมกล่อม โชคดีที่มีปลานกแก้ว เฮียหมูจึงเอามาทำ ปลานกแก้วเจี๋ยนน้ำแดง ถ้าไม่มีก็เป็นปลากะพงเจี๋ยนน้ำแดงครับ
                       เนื้อแพะตุ๋นยาจีน กินหน้าหนาวร่างกายอุ่นขึ้นทันที ปลาเค็มนึ่งเต้าหู้ขายมาตั้งแต่รุ่นเตี่ย ซี่โครงหมูเต้าซี่ของโปรดผม มะระผัดไข่ เห็ดหูหนูผัดไข่ กินกับน้ำจิ้มมีเฉพาะเจี่ยท้งเฮงคือ พริกหนุ่มย่างซีอิ๊วอร่อยจริงๆ เจี่ยท้งเฮงร้านเดิม โทร.0-5382-0860-2 ฟ้าฮ่าม โทร.0-5324-2242
…………………..
(บอมเบพาณิช เพชรกลางตลาดวโรรส : คอลัมน์ตำนานแผ่นดิน)

ยำปลาแซลมอน

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140112/176628.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2557

ยำปลาแซลมอน

ยำปลาแซลมอน : คอลัมน์ครัวลอยฟ้า

            เชฟพงษ์ แล่เนื้อปลาแซลมอนหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เอามายำแบบไทยๆ กินอร่อย ผมจึงขอสูตรมาสอนให้ทำกินที่บ้านหรือบนคอนโดครับ
เครื่องปรุง
            1.ปลาแซลมอน                                                           1 ชิ้น
            2.พริกขี้หนูสวนหั่นหยาบ                                           1  ช้อนโต๊ะ
            3.มะม่วงดิบหั่นซอย                                                    1  ถ้วย
            4.น้ำมะนาว                                                                 1  ถ้วย
            5.กระเทียมสับละเอียด                                                            1  ช้อนโต๊ะ
            6.ต้นหอมหั่นซอยละเอียด                                           2  ช้อนชา
            7.น้ำปลา                                                                      1  ช้อนโต๊ะ
            8.น้ำตาลทราย                                                             2  ช้อนชา
วิธีทำ
            1.แล่หนังปลาออกให้หมดแล้วหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าพักไว้ในตู้เย็น
            2.ผสมน้ำมะนาวน้ำปลาน้ำตาลเข้าด้วยกันชิมรสให้ถูกใจ
            3.ใส่พริกขี้หนูกระเทียมหอมแดงเคล้ากับน้ำปรุงจนเข้ากัน
            4.ราดน้ำยำลงในเนื้อปลาเคล้าให้เข้ากันแล้วใส่มะม่วงยำเพิ่ม
            ใช้ผักกาดหอมห่อยำปลาแซลมอนเป็นคำ กินกับขิงอ่อนแตงกวา เป็นกับแกล้มก็อร่อย กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็สุดยอดครับ ติดตามสูตรตำราอาหารจาก อ.ไชยแสง รายการเคล็ดลับก้นครัว วิทยุเนชั่น FM102 วันอาทิตย์ 17.00 น. หรือ ติดตามทางเฟซบุ๊ก ย้อนตำนานร้านอร่อย
………………….
(ยำปลาแซลมอน : คอลัมน์ครัวลอยฟ้า)

นกแอ่นทุ่งเล็ก

Published เมษายน 27, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140112/176569.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : คอลัมน์เด็ด

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2557

//

นกแอ่นทุ่งเล็ก

นกแอ่นทุ่งเล็ก : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว

               กิจกรรมสำรวจประชากรนกน้ำกลางฤดูหนาว ที่เรียกกันติดปากว่า AWC (ย่อมาจาก Mid-winter Asian Waterbird Census) ปีนี้กำหนดวันที่อย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 13-26 มกราคม อย่างไรก็ตาม ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จะมีการประเดิมนับนกน้ำกันก่อนตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ 11-12 มกราคมนี้ โดยชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาจะพาสมาชิกบางส่วนไปเป็นอาสาสมัครช่วยนับด้วย

เชียงแสนมีแหล่งดูนกทุ่ง-นกน้ำที่ขึ้นชื่อในวงการดูนกอยู่มากมายหลายจุด ที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้นทะเลสาบเชียงแสนและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย ซึ่งสามารถพบนกเป็ดน้ำได้มากชนิดที่สุดในประเทศไทย แหล่งดูนกที่เป็นที่นิยมมากๆ ในเชียงแสนอีกแห่งคือ “พื้นที่อนุรักษ์นกน้ำคำ” ซึ่งทางชมรมอนุรักษ์นกฯ ล้านนาได้พัฒนาพื้นที่ให้เหมาะกับทั้งนก คนดูนก และนักวิจัยนก ภาพถ่ายนกและการเก็บข้อมูลในพื้นที่ช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้เกี่ยวกับนกลึกลับหายากหลายชนิด นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นมากๆ

พื้นที่ดูนกที่สำคัญต่อนกน้ำมากๆ ของเชียงแสนไม่น้อยไปกว่าท้องทุ่ง-หนองบึง คือแม่น้ำโขงและสาขา หาดริมน้ำและสันทรายกลางน้ำเป็นแหล่งพักพิงช่วงฤดูหนาวของนกหายากหลายชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งทำรังวางไข่ของ นกแอ่นทุ่งเล็ก (Small Pratincole) จำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ นกบางส่วนจะกระจายออกไปหากินห่างไกลจากโคโลนีที่สร้างรัง บางครั้งไปโผล่อยู่ตามนาเกลือริมทะเลปะปนกับนกหัวโต

แม้จะมีขายาวเหมือนนกชายเลนและนกหัวโต อันที่จริงนกแอ่นทุ่งมีเชื้อสายใกล้ชิดกับพวกนกนางนวลมากกว่า ปากที่ยาวเรียวและจงอยปากที่สั้นแต่กว้าง ช่วยให้มันหาอาหารโดยการบินฉวัดเฉวียนต้อนแมลงเข้าปากได้ ในอดีตนกแอ่นทุ่งจึงถูกเรียกว่า Swallow-plover ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่าเป็นนกที่มีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างนกหัวโตและนกนางแอ่น ลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์ของนกแอ่นทุ่งเล็กคือขนคลุมใต้ปีกสีดำสนิท รูปทรงของมันก็ป้อมๆ หัวโต คอสั้นเมื่อเทียบกับ นกแอ่นทุ่งใหญ่ (Oriental Pratincole) และนกแอ่นทุ่งชนิดอื่นๆ ที่ไม่พบในไทย

ถิ่นอาศัยของนกแอ่นทุ่งเล็กถูกคุกคามจากการรบกวนโดยมนุษย์ และมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำซึ่งถูกควบคุมโดยเขื่อนที่อยู่ต้นแม่น้ำ ลองคิดดูง่ายๆ ครับว่าหากวันดีคืนดีมีการปล่อยน้ำที่กักไว้ออกมาในปริมาณมาก รังที่อยู่บนแก่งหินและสันทรายก็จะถูกกวาดล้างหายไปกับสายน้ำในพริบตา

นกแอ่นทุ่งเล็ก 

ชื่ออังกฤษ Small Pratincole, Milky Pratincole

ชื่อวิทยาศาสตร์ Glareola lactea (Temminck, 1820)

วงศ์ (Family) Glareolidae (วงศ์นกแอ่นทุ่ง)

อันดับ (Order) Chradriiformes (อันดับนกชายเลนและนกนางนวล)

 

………………………..

(นกแอ่นทุ่งเล็ก : คอลัมน์นกป่าสัปดาห์ละตัว)

%d bloggers like this: