เลาะรั้วอาเซียน

All posts tagged เลาะรั้วอาเซียน

ซูจีเปิดการเจรจาสันติภาพเมียนมา

Published มกราคม 14, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561886

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2559 02:50

 

(ภาพ: AFP)

นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งชนะเลือกตั้งเมียนมาถล่มทลายเมื่อ 8 พ.ย.2558 กล่าวสุนทรพจน์เปิดการเจรจาสันติภาพ 5 วัน ที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อ 12 ม.ค. โดยมีผู้แทนกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ กองทัพ นักการเมือง รวมทั้งประธานาธิบดีเต็ง เส่ง พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเข้าร่วม แต่กลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มไม่เข้าร่วมเพราะเห็นว่าการเจรจายังไม่ครอบคลุมทุกฝ่าย

คาดว่าการเจรจารอบนี้จะยังไม่มีข้อตกลงที่สำคัญ แต่จะปูทางสู่การ เจรจาสันติภาพขั้นต่อไปเมื่อรัฐบาลพรรคเอ็นแอลดีขึ้นกุมอำนาจในเดือน มี.ค. ก่อนหน้านี้ซูจีเผยว่า สันติภาพคือภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาล เอ็นแอลดี หลังรัฐบาลเต็ง เส่ง ลงนามข้อตกลงหยุดยิงกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ 8 กลุ่ม จากทั้งหมด 15 กลุ่ม เมื่อเดือน ต.ค.2558 แต่ยังเหลือ 7 กลุ่มไม่เข้าร่วม รวมทั้งกองกำลังรัฐคะฉิ่น

กลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มหวังว่า แรงสนับสนุนนางซูจีในระดับนานาชาติและอำนาจที่พรรคเอ็นแอลดีได้รับหลังชนะเลือกตั้ง จะช่วยให้เธอประสบความสำเร็จในการเป็นสะพานเชื่อมกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กับกองทัพ เพราะกองทัพไม่สนับสนุนข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุมทุกฝ่ายไม่มีทางเกิดขึ้นได้.

ไฟไหม้ตลาดมิงกาลาเซ เมียนมา เสียหายเกือบ 100 ล้าน

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560667

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ม.ค. 2559 11:56

 

เกิดเหตุไฟไหม้ตลาดค้าส่งแห่งใหญ่ที่สุดในเมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงของประเทศเมียนมา เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ถือเป็นอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 9 ม.ค. ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ตลาด “มิงกาลาเซ” ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในนครย่างกุ้ง ของประเทศเมียนมา เมื่อช่วงเช้ามืด โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณชั้นบนสุดของอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เครนเข้าฉีดน้ำ ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงฟ้าสาง โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ

สำหรับตลาดแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมสินค้าอุปโภคต่างๆ รวมทั้งเสื้อผ้าและยา ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาต้นเพลิง แต่จากรายงานข่าวของสำนักข่าวซินหัวของประเทศจีน ระบุ เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่า มีร้านค้า 1,638 ร้านค้า ภายในตลาดแห่งนี้ที่ถูกเพลิงเผาผลาญ มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 97 ล้านบาท)

ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวถือเป็นอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในนครย่างกุ้ง และถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เกิดเพลิงไหม้ตลาดมิงกาลาเซ โดยเมื่อปี 2553 เหตุเพลิงไหม้ที่นี่ สร้างความเสียหายให้กับร้านค้าราว 800 ร้าน รวมมูลค่าราว 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 750 ล้านบาท

 

ชี้เหตุสู้ไข้มาลาเรียล้มเหลว

Published มกราคม 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560193

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ม.ค. 2559 05:01

 

ภาพ : AFP

รายงานการวิจัยของสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ ตีพิมพ์ในวารสารโรคติดต่อ แลนเซต เมื่อ 7 ม.ค. ระบุว่า การรักษาโรคไข้มาลาเรียในกัมพูชาล้มเหลว เพราะปรสิตที่เป็น พาหะของโลกดื้อยา “ไพเพอร์อาควิน” และ “อาร์เตมิซินิน” ซึ่งใช้ร่วมกันรักษาโรคมาลาเรียตั้งแต่ปี 2551 การดื้อยาอาร์เตมิซินินยังพบในไทย ลาว พม่า เวียดนาม ส่วนการดื้อยาอาร์เตมิซินินและยาอื่น ที่ใช้ควบคู่กันพบในไทยและกัมพูชา รายงานแนะนำ ให้ทดลองใช้ยาทางเลือกอื่น เช่น อาร์เตซูเนต กับ เมโฟลควิน อนึ่ง ในไม่กี่ปีหลัง พบเชื้อไข้มาลาเรียดื้อยาในหลายชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าเชื้อดื้อยาจะแพร่ไปยังเขต แอฟริกาทางตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา ซึ่งมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากมาลาเรียถึง 90% ของโลก.

 

ญวนเฉ่งจีนส่งเครื่องบินเทสต์เขตพิพาท

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557680

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ม.ค. 2559 05:01

 

เมื่อ 3 ม.ค. นายเลอ ไห่ บินห์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ออกแถลงการณ์ประท้วงอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลจีน เพราะไม่พอใจที่รัฐบาลจีนส่งเครื่องบินเข้าไปทดสอบประสิทธิภาพลานบินหยงชูเจียว หนึ่งในโครงการก่อสร้างบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีส์ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างเวียดนามกับจีนมานานหลายปี และเวียดนามระบุว่าการทดสอบบินของจีนในครั้งนี้ล่วงละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม ทั้งยังเป็นการละเมิดเงื่อนไขในการทำความเข้าใจร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ และกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี เวียดนามขอยื่นคำขาดให้จีนยุติการทดสอบบินทันที และจะต้องไม่ส่งเครื่องบินเข้าไปในบริเวณดังกล่าวอีกในอนาคต

ทว่า นางหัว ชุนหยิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ตอบโต้กลับเวียดนามทันทีว่าการส่งเครื่องบินเข้าทดสอบลานบินเป็นเรื่องปกติ ไม่ละเมิดเงื่อนไขด้านการบินระหว่างประเทศ และจีนมีอำนาจอธิปไตยที่จะดำเนินการใดๆในบริเวณดังกล่าว เพราะถือเป็นดินแดนในความปกครองของจีน พร้อมย้ำว่าโครงการก่อสร้างลานบินไม่ได้กระทบต่อเสรีภาพด้านการบินแต่อย่างใด ทั้งนี้ ลานบินของเวียดนามในทะเลจีนใต้สามารถรองรับได้เพียงเครื่องบินขนส่งและเครื่องบินลาดตระเวน แต่ลานบินของจีนสามารถรองรับเครื่องบินทิ้งระเบิดและขีปนาวุธได้ด้วย.

 

2559 เข้าสู่ประชาคมอาเซียน

Published มกราคม 1, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556171

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ธ.ค. 2558 06:01

 

จากที่นับถอยหลังกันมานานหลายปี ในที่สุด 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ประกาศได้ว่าเข้าสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” แบบ “เต็มตัว” ในปี 2559 แต่คนอีกมากยังสงสัยว่าประชาคมอาเซียนจะมีผลอย่างไรต่อประชาชนคนธรรมดา? เพราะรู้สึกว่าอาเซียนเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดู “ไกลตัว” แต่แท้จริงแล้ว “อาเซียนอยู่รอบตัวเรา” และส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งทางตรง-ทางอ้อมมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

AC ไม่เท่ากับ AEC แม้จะมีการโหมประชาสัมพันธ์ข้อมูลเรื่อง “ประชาคมอาเซียน” หรือ AC (ASEAN Community) กันอย่างหนัก แต่คนจำนวนมากยังสับสนว่า AC กับ AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) คือสิ่งเดียวกัน แต่ที่จริง AEC เป็นแค่ “ส่วนหนึ่ง” ซึ่งอยู่ภายใต้ AC และต้องมีอีก 2 ประชาคมมาผนวก คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคง (APSC) กับประชาคมสังคมและวัฒนธรรม (ASCC) จึงจะถือเป็นประชาคมอาเซียนที่สมบูรณ์

จัดตั้ง AC นานแล้ว 10 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนตั้งแต่ปี 2552 หลังรัฐบาลแต่ละประเทศลงนามรับรองแผนงาน (Blueprint) สําหรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในแต่ละเสา (APSC, AEC, ASCC) ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ในสมัยที่ไทยดํารงตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องดำเนินแผนงานของประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสาให้เสร็จสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนถึงกำหนดเปิดประชาคม “อย่างเป็นทางการ” ต้นปี 2558 แต่ 4 ประเทศสมาชิก คือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (เรียกสั้นๆว่า CLMV) ไม่พร้อมทำตามเงื่อนไขบางประการ จึงขอผ่อนผันมาเรื่อยๆ จนถึงเส้นตายวันที่ 31 ธ.ค.2558 ส่งผลให้วันที่ 1 ม.ค.2559 เป็น “วันแรก” ที่ประเทศสมาชิกทั้งหมดทำตามข้อตกลงของประชาคมอาเซียน “เต็ม รูปแบบ” ซึ่งคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เพราะแต่ละประเทศได้วางรากฐานประชาคมมาหลายปีแล้ว

ผลกระทบที่คนไม่ค่อยรู้ การดำเนินงานเพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้ขอสัมภาษณ์ อ.สุภาค์พรรณ ตั้งตรงไพโรจน์ นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีผลงานเกี่ยวกับ
อาเซียนหลายประเด็น และสรุปผลงานในแต่ละแผนคร่าวๆ ดังนี้

เสาหลักที่ 1 “ประชาคมการเมืองและความมั่นคงแห่งอาเซียน” (APSC) มีความร่วมมือระหว่างรัฐบาลเกิดขึ้น 6 กลุ่ม ได้แก่ (1) ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งตอนที่เกิดภัยพิบัติสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อ ปี 2547 ไทยและประเทศอาเซียนได้รับประโยชน์จากความร่วมมือกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย ขณะที่ความร่วมมืออื่นๆ คือ (2) ความมั่นคงทางทะเล (3) การปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (4) การต่อต้านการก่อการร้าย (5) การแพทย์ทางทหาร และ (6) การปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

เสาหลักที่ 2 “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (AEC) มีผลกระทบเกิดขึ้นชัด แต่คนในสังคมอาจไม่ทันสังเกต โดยที่ผ่านมา กลุ่มประเทศ CLMV ขอผ่อนผันไม่ทำตามข้อตกลง AEC ว่าด้วยการลดภาษีนำเข้าเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ เพราะ CLMV ยังอยู่ในกลุ่มประเทศยากจนของโลก ขณะที่สมาชิกอาเซียนอีก 6 ประเทศ รวมถึงไทย ลดภาษีนำเข้าเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์มาตั้งแต่ปี 2553 ทำให้สินค้าส่งออกจากไทยไป CLMV ต้องเสียภาษีในอัตราเดิมที่ประเทศปลายทางกำหนดไว้ ขณะที่ไทยลดภาษีนำเข้าให้แก่สินค้าอาเซียนไปแล้วมากกว่า 17,000 รายการ

ด้วยเหตุนี้ สินค้าหลายอย่างที่นำเข้าจากบางประเทศอาเซียนจึงมีราคาถูกกว่าสินค้าไทย โดยเฉพาะ “สินค้าเกษตรไทย” ได้รับผลกระทบหนักสุด เพราะยังไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการลดภาษี ขณะที่สินค้าเกษตรราคาถูกจากต่างแดนกลับทะลักเข้าสู่ตลาดไทย ทำให้ผู้บริโภคอาจมีตัวเลือกมากขึ้น แต่เกษตรกร “อ่วม” หนัก แต่นับจากปี 2559 กลุ่ม CLMV ต้องลดภาษีนำเข้าตามเงื่อนไข AEC จึงต้องรอดูว่า “อนาคต” สินค้าส่งออกของไทยจะเป็นอย่างไร

ส่วนข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือ 7 วิชาชีพ (แพทย์, พยาบาล, ทันตแพทย์, วิศวกร, นักบัญชี, สถาปนิก, นักสำรวจ) และ 1 กลุ่มอาชีพ (การโรงแรมและการท่องเที่ยว) มีการลงนามบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2553 ทำให้คนไทยมีโอกาสหางานทำเพิ่มขึ้น แต่ต้องระวังปัญหา “สมองไหล” เพราะไทยมีปัญหาบุคลากรใน 7 วิชาชีพขาดแคลนอยู่ก่อนแล้ว

ส่วนบุคลากรในกลุ่มอาชีพการโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งมีตำแหน่งแยกย่อยกว่า 300 ตำแหน่ง อาจต้องพัฒนาศักยภาพเรื่องภาษาสากลเพื่อแข่งขันกับบุคลากรจากประเทศอาเซียนอื่นๆ ที่มีความรู้ด้านภาษาดีกว่าไทย ซึ่งทำให้การแข่งขันทางด้านอาชีพรุนแรงขึ้น แต่ต้องย้ำว่าข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานฯ “ไม่เกี่ยว” กับ “แรงงานต่างด้าว” ซึ่งได้รับผ่อนผันเข้าทำงานได้ชั่วคราวโดยต้องขออนุญาตและต่อใบอนุญาต ขณะที่ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนานแล้ว ไม่ว่าจะมีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนหรือไม่ก็ตาม

เสาหลักที่ 3 “ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม” (ASCC) มีความร่วมมือหลักๆ ว่าด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, การศึกษา, สาธารณสุข, แรงงาน รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในประเด็นทางสังคมและภัยพิบัติ และเป็นเพียงเสาเดียวที่มี “ภาคประชาสังคม” เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมหารือระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันถือเป็นเสาที่ชี้วัดผลงานอย่างเป็นรูปธรรมยากสุด เพราะไม่มีสถิติตัวเลขในการพิจารณา แต่ อ.สุภาค์-พรรณย้ำว่า ASCC เป็นเสาหลักที่สำคัญไม่แพ้อีก 2 ประชาคม เพราะการทำงานของแต่ละเสาส่งผลกระทบถึงกันและกัน ถ้าเสาที่ 3 ไม่ราบรื่น ประชาชนไม่คิดว่าตัวเองเป็นพวกเดียวกัน ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานในเสาอื่นๆด้วย

ไม่ขอซ้ำรอย “อียู” ก่อนประเทศสมาชิกลงนามในปฏิญญาอาเซียนปี 2546 มีการยก “สหภาพยุโรป” (อียู) เป็นแบบอย่าง แต่อียูมีสถานะเป็น “องค์การระหว่างประเทศ” ที่มีอำนาจเหนือรัฐของประเทศสมาชิก ขณะที่ชาติอาเซียนมีระบอบการปกครองแตกต่างกันมาก ทั้งยังมีมาตรการ “ไม่แทรกแซง” ทำให้อาเซียนมุ่งเน้นความร่วมมือในกรอบ “ประชาคมการค้าเสรี” แทน และหาพันธมิตรนอกภูมิภาคเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในการต่อรองบนเวทีโลก แต่ยังประสบปัญหาที่บางประเทศอาเซียนถูกคว่ำบาตรจากประเทศพันธมิตร

แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอาเซียนเกิดขึ้นมาก ที่เห็นชัดคือการเปลี่ยนผ่านจากระบอบการปกครองแบบเผด็จการทหาร, กึ่งรัฐบาลทหาร สู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยอินโดนีเซียเพิ่งมีประธานาธิบดี “พลเรือน” คนแรกเมื่อปี 2557 และ “เมียนมา” เพิ่งจัดเลือกตั้งที่ได้รับการยอมรับว่าครอบคลุมและโปร่งใสที่สุดในรอบ 25 ปีเมื่อ 8 พ.ย.2558 ทำให้พรรคเอ็นแอลดีของนางออง ซาน ซูจี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้รับชัยชนะถล่มทลาย และมีแนวโน้มจะได้รับความร่วมมือจากกองทัพเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือน มี.ค.

ส่วน สปป.ลาวและเวียดนามยังปกครองในระบอบสังคมนิยม แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนนโยบายหลายด้านและได้รับการยอมรับให้เข้าเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่กัมพูชาและมาเลเซียมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่สถานการณ์ยังไม่บานปลายจนถึงภาวะชะงักงัน ส่วนฟิลิปปินส์มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธภายในประเทศ และสิงคโปร์กับบรูไนไม่มีรายงานว่าเกิดปัญหาร้ายแรงระดับประเทศ จะมีก็แต่ความกระทบกระทั่งของกลุ่มสมาชิกอาเซียนกับมหาอำนาจนอกภูมิภาค คือกรณีที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และบรูไน มีปัญหาข้อพิพาทในทะเลจีนกับประเทศจีน ซึ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองในอาเซียนไม่น้อย ทำให้ฟิลิปปินส์และมาเลเซียหันไปร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาเพื่อคานอำนาจกับจีนมากขึ้น

ไทยเป็น Hub ศูนย์กลาง ขณะเดียวกัน จากการสัมภาษณ์ รศ.ดร.ประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าการเปิดประชาคมอาเซียน เสาเศรษฐกิจหรือ AEC ถือว่าได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับไทยคือการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน การเชื่อมโยง 10 ชาติอาเซียนเข้าด้วยกัน ทางบก 7 ชาติ เมียนมา ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ขณะที่ทางน้ำกับทางอากาศคือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน โดยสำหรับทางบกกำลังมีแผนเรื่องการสร้างถนน เราเรียกว่า “อีสต์-เวสต์ คอร์ริดอร์” จากเมียนมา เข้า อ.แม่สอด ผ่านจังหวัดพิษณุโลก ขอนแก่น มุกดาหาร เข้าแขวงสะหวันนะเขตของลาว โผล่ไป จ.ดานัง ของเวียดนาม อีกเส้นหนึ่งเป็นเส้นจาก จ.ทวายของเมียนมา เข้า จ.กาญจนบุรี ไปกรุงพนมเปญของกัมพูชา โผล่นครโฮจิมินห์ ซิตี้ของเวียดนาม นี่คือเส้นตะวันตก—ตะวันออก เหนือใต้ก็มีจากจีนลงไปสิงคโปร์ และก่อนหน้านี้รัฐบาลเพิ่งจะอนุมัติงบประมาณเกือบ 2 ล้านล้านบาท เอาง่ายๆดูจากแผนที่ ไทยคือสี่แยกอาเซียน ถนนทุกสายต้องผ่านไทยหมด

สิ่งดีเข้าสิ่งไม่ดีก็เข้า แน่นอนว่าเมื่อต่อไปเปิดเสรีด้านต่างๆ การไปมาหาสู่เป็นเรื่องง่าย คนเข้าคนออกง่ายขึ้น การเคลื่อนย้ายสินค้า เคลื่อนย้ายบริการ เคลื่อนย้ายการลงทุน เคลื่อนย้ายแรงงาน แต่ปัญหาที่จะตามมาคือสิ่งไม่ดีก็เข้ามาง่ายเหมือนกัน ไม่ว่าผู้ก่อการร้าย แรงงานเถื่อน อาชญากรรมข้ามชาติ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด ปัญหาเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นในอาเซียน อันนี้จะเป็นโจทย์ใหญ่ว่าเราจะต้องเตรียมอะไรกันอย่างไร การร่วมมือกันในอนาคตจะแก้ไขจุดนี้เช่นไร

ปัญหาทัศนคติต่อเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อีกประเด็นที่ยังเป็นปัญหาอยู่มากก็คือเรื่องมุมมองต่อประเทศสมาชิก คนทั่วไป ทุกวัย ทุกอาชีพ ลึกๆแล้วเราก็ดูถูกเขา มองเป็นผู้ร้ายบ้าง ด้อยกว่า เป็นคนไม่ดี เจ้าเล่ห์ ขี้โกง เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านที่มองเราเหมือนกัน ส่วนหนึ่งมองเป็นเพราะว่ายังเอาประวัติศาสตร์มาทิ่มแทงกันอยู่ ปลุกกระแสความรักชาติในบางกรณี ความจริงเราควรมองว่าอดีตแก้ไม่ได้แล้ว และควรให้มีการเรียนรู้โดยเฉพาะเรื่องที่เราไปทำอะไรกับเขาไว้ อย่าลืมประวัติศาสตร์ ตามด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่ เหมือนโมเดลยุโรป อย่างฝรั่งเศสเยอรมนี ที่แต่ก่อนรบกันตอนนี้จับมือกัน อาเซียนต้องทำให้ได้แบบนั้น การเปิดหลักสูตรภาษาเพื่อนบ้านก็เป็นเรื่องที่ควร ทัศนคติทำให้เราห่างกัน เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษที่ควรพัฒนาเพราะต้องระวังว่าเราจะสู้เขาไม่ได้

สุดท้ายนี้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐขอร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสห้วงเวลาประวัติศาสตร์ วันเปิดประชาคมอาเซียน (AC) อย่างเป็นทางการ 31 ธ.ค. 2558 ครั้งนี้ และขอให้ผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยครับ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

 

ญาติเหยื่อ เที่ยวบิน QZ 8501 ตก ร้องสายการบินรับผิดชอบ

Published ธันวาคม 30, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555920

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2558 18:35

 

ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินโดยสาร เที่ยวบินคิวแซท 8501 ตกในทะเลชวา เรียกร้องสายการบินแอร์เอเชียให้แสดงความรับผิดชอบ หลังเข้าหารือกันเมื่อวานนี้ ในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของเหตุโศกนาฏกรรม…

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2558 บรรดาครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย เที่ยวบินที่คิวแซท 8501 (QZ 8501) เข้าร่วมหารือกับสายการบินที่สำนักงานใหญ่ในเมืองสุราบายา เมื่อวานนี้ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ที่เครื่องบินลำนี้ประสบเหตุตกลงในทะเลชวา

ครอบครัวผู้สูญเสียเปิดเผยว่า สายการบินต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากพวกเขารู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เพราะบริษัทล้มเหลวในการให้เหตุผลที่แท้จริงของเหตุสลดดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ “แอร์เอเชีย” ระบุว่า เครื่องบินตกเพราะสภาพอากาศที่ย่ำแย่ แต่ผลการสอบสวนของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย หรือ เคเอ็นเคที (KNKT) พบว่า สาเหตุมาจากระบบของเครื่องบินและการแก้ปัญหาของนักบินที่ผิดพลาด

บรรดาครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเที่ยวบินคิวแซท 8501 ร่วมหารือกับสายการบินแอร์เอชียที่สำนักงานใหญ่ในเมืองสุราบายา

นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้แอร์เอเชียปรับปรุงการให้บริการเที่ยวบิน และขอให้รัฐบาลอินโดนีเซียแก้ไขกฎหมายด้านการบินให้ดีขึ้น รวมถึงต้องการให้สายการบินแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หลังเคเอ็นเคทีเปิดเผยรายงานสรุปก่อนหน้านี้ นอกเหนือไปจากการให้คำมั่นเรื่องการจ่ายเงินค่าชดเชย

ด้านประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย ระบุว่า การหารือกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีขึ้นในครั้งนี้นั้นเป็นมากกว่าการระลึกถึงผู้ที่จากไป และไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องการชดเชย แต่บริษัทได้แสดงความเสียใจและความเป็นกังวลต่อเหตุสลดดังกล่าว ขณะเดียวสายการบินยังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังจากนี้ให้ดียิ่งขึ้น

เครื่องบินโดยสารแบบ แอร์บัส เอ320-200 ของสายการบินแอร์เอเชีย อินโดนีเซีย เที่ยวบินที่คิวแซท 8501 (QZ 8501) ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบิน ก่อนที่จะตกลงในทะเลชวา หลังทะยานออกจากสนามบินในเมืองสุราบายาของอินโดนีเซีย เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศสิงคโปร์ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 ธันวาคมปีก่อน จนเป็นเหตุทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 162 คน เสียชีวิตยกลำ.

 

เมียนมายุติค้นหาเหยื่อเหมืองหยกถล่มแล้ว ไม่พบผู้สูญหาย-ศพ

Published ธันวาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/555227

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ธ.ค. 2558 01:35

 

(ภาพ: AFP)

หน่วยกู้ภัยของประเทศเมียนมา ยุติการค้นหาผู้สูญหายในเหตุดินถล่มที่เหมืองหยกเมื่อวันศุกร์แล้ว หลังจากไม่พบทั้งผู้สูญหาย และศพผู้เสียชีวิต…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยในภาคเหนือของเมียนมา ยกเลิกภารกิจค้นหาคนงานที่อาจติดอยู่ใต้ดินที่ถล่มลงมาที่เหมืองหยก ในเมืองผากั้น รัฐกะฉิ่น แล้วเมื่อวันอาทิตย์ (27 ธ.ค.) หลังจากค้นหาตั้งแต่วันศุกร์ ไม่พบผู้สูญหาย หรือศพผู้เสียชีวิต

เนินดินในพื้นที่ทิ้งขยะของเหมืองหยกแห่งนี้ เกิดถล่มลงมาในช่วงบ่ายของวันศุกร์ (25 ธ.ค.) โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า อาจมีผู้ถูกฝังอยู่ใต้ดินถึง 50 คน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของเมียนมาออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยยืนยันว่าได้รับแจ้งว่ามีผู้สูญหายเพียง 3 รายเท่านั้น

ล่าสุด ในวันอาทิตย์ ตำรวจของเมืองผากั้นเปิดเผยต่อ สำนักข่าวเอเอฟพี ว่า เจ้าหน้าที่ยุติปฏิบัติการค้นหา เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดดินถล่มซ้ำ “กระบวนการกู้ภัยหยุดลงในช่วงบ่าย เพราะมีโอกาสเกิดอันตราย และพบรอยแตกบนซากปรักหักพังในจุดทิ้งขยะ พวกเราไม่พบใคร และเราไม่รู้ว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่าใด” ตำรวจอีกนายยืนยันว่า มีการแจ้งบุคคลสูญหายในเหตุการณ์นี้เพียง 3 ราย

ขณะเดียวกัน หนักสือพิมพ์ ‘โกลบัล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมา ซันเดย์’ รายงานอ้างคำพูดของ นายติน ส่วย มี้น หัวหน้าสำนักงานบริหารเมืองผากั้น ว่า เหตุดินล่มเกิดขึ้นในช่วงที่คนงานส่วนใหญ่เสร็จงานแล้ว ไม่เหมือนกับเหตุดินถล่มเมื่อเดือนก่อน ที่ถล่มลงมาทับชาวบ้านที่มารอค้นหาเศษหยกในกองดินที่คนงานนำมาทิ้ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยราย

 

ดินไหว 6.0 เขย่าเกาะบอร์เนียว ไม่มีเตือนสึนามิ

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551890

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธ.ค. 2558 06:00

 

(ภาพ: USGS)

เกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.0 ทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียว แต่ไม่มีประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ขณะที่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ว่า เมื่อเวลาประมาณ 1:47น. วันจันทร์ตามเวลาไทย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.0 บนแผ่นดิน จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บริเวณมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว ห่างจากเมืองทาราคัน ของอินโดนีเซีย ไปทางเหนือราว 34 กม. ที่ความลึกเพียง 9 กม.

ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ขณะที่ศูนย์เดือนภัยสึนามิของอินโดนีเซีย ระบุว่าแผ่นดินไหวไม่มีพลังพอจะทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ

 

อินโดฯเรือล่มในฝั่งสุลาเวสี ดับ 2 ช่วยได้แล้ว 37 ยังหายอีกอื้อ

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551866

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ธ.ค. 2558 04:25

 

เจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซียช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วหลายสิบคน (ภาพ: REUTERS)

เมื่อวันอาทิตย์ 20 ธ.ค.เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียใช้เรือกู้ภัย 6 ลำ ช่วยปฏิบัติการค้นหาช่วยชีวิตผู้โดยสารเรือข้ามฟากประสบเหตุล่มกลางทะเลนอกชายฝั่งท่าเรือเมืองซิวา บนเกาะสุลาเวสีใต้ หลังเรือเผชิญคลื่นทะเลรุนแรงสูงระหว่าง 3-5 เมตร โถมถล่มระหว่างการเดินทางออกจากเมืองโกลาคา ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้จังหวัดสุลาเวสี ไปยังท่าเรือเมืองซิวา อยู่ในอ่าวโบนี พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 118 คน โดยเหตุเรือล่มเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานระบุเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบช่วยเหลือผู้รอดชีวิตสวมเสื้อชูชีพลอยคอกลางทะเลได้ 4 คน ทั้งพบผู้โดยสารอื่นๆอีกเกือบ 37 คน ทั้งพบศพผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 2 ราย ส่วนผู้โดยสารที่เหลือยังไม่ทราบชะตากรรมชัดเจน ขณะที่เรือลำดังกล่าวมีผู้โดยสารเด็ก 14 คน

โทรทัศน์ท้องถิ่นอินโดนีเซียเฝ้ารายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เหล่าญาติผู้โดยสารเรือลำดังกล่าวต่างเฝ้ารอทราบข่าวญาติพี่น้องด้วยความกระวนกระวายใจ ทั้งนี้ อินโดนีเซียเกิดเหตุร้ายทางทะเลบ่อยครั้ง เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้การเดินทางด้วยเรือข้ามไปมาหาสู่ระหว่างเกาะแก่งต่างๆมากมายถึงกว่า 17,000 เกาะ ขณะที่มาตรฐานการเดินทางด้วยเรือข้ามฟากในประเทศยังต่ำเพราะเรือมักบรรทุกผู้โดยสารมากเกินอัตรา.

 

บ.เบียร์เมียนมาดันนักร้องสู้กฎห้ามโฆษณา ชิงส่วนแบ่งตลาด

Published ธันวาคม 21, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551864

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ธ.ค. 2558 03:45

 

(ภาพ: AFP)

รอยเตอร์รายงานระบุตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเมียนมาคึกคักขึ้นอย่างมาก ภายหลังรัฐบาลเปิดตลาดเครื่องดื่มเบียร์จากต่างชาติเข้าไปจำหน่ายในประเทศมากขึ้น โดยพบว่าเพียงไม่กี่เดือนภายหลังจากบริษัทเบียร์ คาร์ลสเบิร์กจากเดนมาร์กและไฮเนเกนจากเนเธอร์แลนด์นำเข้าสินค้าไปจำหน่ายในเมียนมา ทำให้ยอดขายเบียร์เฉพาะไฮเนเกนในเขตนครย่างกุ้ง พุ่งทะลุจาก 25 ล้านลิตร เป็น 50 ล้านลิตร ซึ่งบริษัทเจ้าของธุรกิจถึงกับประหลาดใจและเตรียมขยายแผนการตลาดรองรับอย่างเร่งด่วน ส่วนข้อมูลระบุว่าตลาดนักดื่มเบียร์ในเมียนมาช่วงปี 2556 มีจำนวนสูงถึง 51 ล้านคน บริโภคเบียร์เฉลี่ยคนละ 3.2 ลิตร ขณะที่เบียร์ไทยเคยครองตลาดเมียนมาอยู่ถึง 1 ใน 10 ส่วน

ผลจากการแข่งขันตลาดเบียร์ในเมียนมาทำให้บริษัทเบียร์จากญี่ปุ่น “กิริน” อยู่ระหว่างลงแข่งขันชิงส่วนแบ่งการตลาด ขณะที่บริษัทผู้ผลิตเบียร์ในท้องถิ่นเตรียมผลิตออกเบียร์ยี่ห้อใหม่ๆ มาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยบริษัทเอ็มบีแอล ธุรกิจเบียร์ใหญ่สุดของเมียนมาซึ่งมีสายสัมพันธ์กับอดีตรัฐบาลทหาร มุ่งเน้นการตลาดเจาะกลุ่มวัยรุ่นด้วยการสนับสนุนงบจัดคอนเสิร์ตนักร้องแนวเพลงฮิปฮอปชื่อดังให้เข้าชมกันฟรี เพื่อเลี่ยงกฎหมายเมียนมาที่ห้ามเผยแพร่โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง.

 

%d bloggers like this: