เลขาธิการ

All posts tagged เลขาธิการ

ก.ล.ต. ประกาศรับสมัครเลขาธิการคนใหม่

Published กรกฎาคม 31, 2011 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190128.

Pic_190128

ก.ล.ต. ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่…

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เปิดรับสมัครบุคคล เพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ที่จะว่างลงในวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด โดยคณะกรรมการ

ก.ล.ต. จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคล โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน และประสบการณ์อื่น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงคุณลักษณะด้านธรรมาภิบาล ตลอดจนพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณที่ดี

ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม 2554 ทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณาข้อมูลที่ได้รับ และจะจัดให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 2 คน เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้เหลือ 1 คน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.

ในการนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายงานเลขาธิการ หมายเลขโทรศัพท์ 02-263-6002 หรือศึกษารายละเอียดและพิมพ์ใบสมัครได้ที่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th) โดยยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นแทนได้ที่ ฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. ชั้น 16 อาคารจีพีเอฟ วิทยุ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

สศช.เผยจีดีพีปี53ขยายตัว7.8%ต่ำกว่าที่คาดการณ์

Published กุมภาพันธ์ 23, 2011 by SoClaimon

21 กุมภาพันธ์ 2554, 14:45 น.

ผ่านทางสศช.เผยจีดีพีปี53ขยายตัว7.8%ต่ำกว่าที่คาดการณ์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_150586

 

สศช.แถลงจีดีพีตลอดปี 2553 ขยายตัว 7.8% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 7.9% โดย 0.1% ที่หายไปเกิดขึ้นจากปัญหาน้ำท่วมในไตรมาส 4 ทำภาคเกษตรเสียหาย10,000 ล้านบาท ส่วนจีดีพีปี 2554 ยังคงคาดการณ์ขยายตัว 3.5-4.5% เช่นเดิม…

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 3.8% ชะลอตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 6.6% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทำให้ผลผลิตภาคเกษตรสำคัญๆ เช่น มันสำปะหลัง, ปาล์มน้ำมัน, อ้อยโรงงาน และข้าวเปลือกลดลงจนทำให้ภาคเกษตรกรรมหดตัวติดลบที่ 3.3% หรือคิดเป็นมูลค่า 10,000 ล้านบาทแต่มีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นทำให้การส่งออก การลงทุนการบริโภคเอกชนและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ตลอดปี 2553 มีอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ 7.8% ต่ำกว่าที่ สศช.คาดการณ์ไว้ที่ 7.9% โดย 0.1% ที่ลดลงไปเกิดขึ้นจากความเสียหายของภาคเกษตรในช่วงเกิดภาวะน้ำท่วม

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2554 ยังคงคาดการณ์ไว้เท่าเดิมที่ 3.5%-4.5% เนื่องจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจ แต่ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อใหม่จากที่คาดไว้เดิมที่ 2.5-3.5% เป็น 2.8-3.8% หรือเพิ่มขึ้น 0.3% และเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพิ่มเป็น 3.8-4.2% ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนจะอ่อนค่าลงจาก 29-30 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯเป็น 29.5-30.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นจาก 80-90 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลเป็น 85-95 ดอลลาร์

ส่วนปัจจัยการเมืองจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ที่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหากคำนึงถึงประโยชน์และจำกัดวงการชุมนุม ประท้วงไม่ให้มีผลต่อเนื่องต่อสังคมและเศรษฐกิจ ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยยังเป็นขาขึ้นและเป็นประเด็นร้อนแรงที่ยังต้อง ติดตามกันไปทั่วโลกโดยคาดว่าทั้งปี 2554 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกประมาณ1%ซึ่งล่าสุดได้ปรับขึ้นไปแล้ว 0.25%.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 กุมภาพันธ์ 2554, 14:45 น.

 

รัฐโต้นิ่ม “อานันท์” คาใจไม่หาย

Published กันยายน 8, 2010 by SoClaimon

8 กันยายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางรัฐโต้นิ่ม “อานันท์” คาใจไม่หาย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_109481

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณี ที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงกรณีคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบ กำหนด ประเภทกิจการรุนแรงเหลือ 11 กิจการ จากที่คณะกรรมการเสนอ 18 กิจการ ว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แต่ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมตัดประเภทกิจการรุนแรงเหลือ 11 กิจการมีเหตุผลหลายประเด็นที่รัฐบาลห้ามดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การสูบ เกลือใต้ดิน หากไปกำหนดให้เป็นกิจการรุนแรงให้กิจการเหล่านี้ ก็เท่ากับรัฐอนุญาตให้กิจการเหล่านี้สามารถดำเนินการได้โดยต้องทำตาม เงื่อนไขที่กำหนด ทั้งๆที่รัฐบาลได้ห้ามดำเนินกิจการนี้ไปแล้ว

เลขาธิการ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้ามองในแง่ผลกระทบที่เกิดขึ้น หากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมประกาศประเภทกิจการรุนแรง 18 กิจการ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย จะทำให้ โครงการลงทุนในอุตสาหกรรมมาบตาพุดเข้าข่ายกิจการรุนแรงเพียง 1 โครงการเท่านั้น จากปัจจุบันที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง 2 โครงการ จึงเห็นได้ว่าข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอ่อนกว่า

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เผยว่า การพิจารณาประเภทกิจการรุนแรงเป็นการยึดตามแนวคิดของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่เสนอมา แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของบอร์ดสิ่งแวดล้อม และผู้แทนของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย บางคนก็เข้าร่วมเป็นบอร์ดสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน แต่หากยังไม่พอใจเครือข่ายภาคประชาชนก็สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อให้ บอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาติรับไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขได้

ผู้สื่อข่าว รายงานว่าเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกที่ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมมาบตา พุด จ.ระยอง นำโดยนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่าย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา จำนวน 5 คณะ เพื่อขอให้พิจารณาความถูกต้องของการออกประกาศ 11 กิจการรุนแรง.

“กอร์ปศักดิ์” เร่งคมนาคมดันรถไฟ

Published กันยายน 3, 2010 by SoClaimon

3 กันยายน 2553, 05:30 น.

ผ่านทาง“กอร์ปศักดิ์” เร่งคมนาคมดันรถไฟ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_108254

ภายใต้การร่วมลงทุนระหว่างจีนและไทย หวังดันไทยเป็นศูนย์การขนส่งตั้งแต่เหนือจรดใต้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนรอบ 100 ปี นับจากมีระบบรถไฟ …

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายก-รัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมนำเสนอโครงการร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน เข้าสู่ที่ประชุม ครม. แทนตนเองที่ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการฝ่ายไทยที่รับผิดชอบเจรจา เรื่องนี้กับทางจีน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงคมนาคมรีบนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้าทันที เพราะเมื่อ ครม.อนุมัติทางฝ่ายจีนจะเดินทางมาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในทันที แต่หากการเสนอเรื่องล่าช้าก็อาจจะส่งผลทำให้ระยะเวลาในการดำเนินโครงการต้อง ยืดยาวออกไป เพราะมีขั้นตอนที่ต้องเข้าสู่ที่ประชุมสภาอีก 2 รอบ รอบแรกเป็นการนำเสนอกรอบร่างบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่จะนำไปเจรจากับจีน และรอบที่ 2 เป็นการนำเอ็มโอยูมาพิจารณาว่าตรงกับที่สภาฯเห็นชอบไปหรือไม่

“ผม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กระทรวงคมนาคมจะนำเรื่องนี้กลับเข้า ครม. สัปดาห์หน้า เพราะเนื้อหาต่างๆ มีปลัดกระทรวงคมนาคมจัดทำร่างเอกสารในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายเทคนิคมา ตั้งแต่แรก ถ้าเป็นไปตามกำหนด จะสามารถเริ่มต้นก่อสร้างได้ในต้นปี 2555 และอีก 4 ปีจะเสร็จ”

ทั้งนี้ ภายใต้การร่วมลงทุนระหว่างจีนและไทย ถ้าสามารถก่อสร้างทางรถไฟได้ครบทั้งระบบตั้งแต่หนองคาย-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การขนส่งตั้งแต่เหนือจดใต้ โดยจีนสามารถผ่านไทยทะลุไปจนถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยในรอบ 100 ปี นับจากที่มีระบบรถไฟ ขณะที่เส้นทางสายกรุงเทพฯ-ระยอง ที่จีนก็สนใจ หากมีการก่อสร้างเป็นระบบเดียวกัน จะให้ผลประโยชน์ ตอบแทนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าเมื่อได้ย้ายท่าเรือคลองเตยออกไปอยู่แหลมฉบัง ทั้งหมด และทำให้ พัทยาเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ทำให้ มาบตาพุด เป็นอีโคทาวน์ และเชื่อมโยงกับสนามบินอู่ตะเภา จะถือเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมาก.

–  “โสภณ” ลั่นตั้งไทยไทเกอร์ไม่สะเด็ดน้ำ

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า การจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์แอร์เวย์สรัฐบาลและฝ่ายการเมือง จะไม่เข้าไปแทรกแซงการบริหารการบินไทย หากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการ รัฐบาลก็พร้อมสนับสนุน โดยการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ก็จะต้องเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ทั้งเรื่องการให้สิทธิการบินแก่ต่างชาติ

และ การบริหารสายการบินนกแอร์ และเชื่อว่าฝ่ายบริหารจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหา ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย

ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า แม้จะไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์แอร์เวย์ส ของการบินไทย แต่จะไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของการบินไทย แต่ในฐานะกำกับดูแลจะต้องตรวจสอบความชัดเจนของการทำงานและต้องตอบข้อสงสัย ของสังคมได้ทุกประเด็น รวมถึงต้องชี้แจงในรัฐสภาให้เกิดความชัดเจนด้วย เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกข้อหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และหากการชี้แจงของการบินไทยชัดเจน และเห็นว่าการจัดตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และการบินไทย ก็จะให้ดำเนินการได้ แต่หากตรวจสอบแล้วไม่เป็นประโยชน์ และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งได้

“ขณะนี้บอกไม่ได้ว่า จะสนับสนุน หรือคัดค้านการจัดตั้งสายการบินดังกล่าว เพราะรอการชี้แจงจากฝ่ายบริหารการบินไทยอีกครั้ง ซึ่งในเอกสารชี้แจงที่การบินไทยรายงานมา ยังตอบข้อสงสัยได้ไม่ชัดเจน โดยกระทรวงคมนาคมจะเรียกผู้บริหารมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 15 ก.ย. 53”

ด้าน นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยมีความจำเป็นต้องจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ เนื่องจากสถานการณ์ของธุรกิจการบินได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 10 ปีก่อน ตั้งแต่โลกนี้มีสายการบินต้นทุนต่ำเกิดขึ้น ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดการบินไทยลดลงจากที่เคยสูงถึง 82% เมื่อ 7 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันเมื่อรวมส่วนแบ่งการตลาดการบินไทยและนกแอร์แล้ว เหลือเพียง 52% จึงจำเป็นจะต้องตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับ “อภิสิทธิ์” ว่า การบริหารงานของการบินไทย ต้องให้ความสำคัญเรื่องการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาล และการบริหารจัดการธุรกิจสายการบินในปัจจุบัน เป็นเรื่องท้าย รัฐมนตรีที่กำกับดูแลจะต้องไม่ทำตัวเป็นอุปสรรคกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิด ขึ้น ซึ่งเป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร.

คมนาคมบี้กอร์ปศักดิ์ชิงรถไฟจีน

Published กันยายน 1, 2010 by SoClaimon

1 กันยายน 2553, 05:45 น.

ผ่านทางคมนาคมบี้กอร์ปศักดิ์ชิงรถไฟจีน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_107749

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

นายกฯ มอบ กระทรวงคมนาคม จัดทำรายละเอียดรถไฟไทย-จีน เส้นทางหนองคาย -กรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ แทน รองนายกฯกอร์ปศักดิ์…

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลถึงกรอบการศึกษาร่วมลงทุนรถไฟไทย-จีน เส้นทางหนองคาย-กรุงเทพฯ-ชายแดนภาคใต้ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ไปเจรจากับฝ่ายจีน และ ครม.มีมติแต่งตั้งให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายไทย ในการศึกษาและกำหนดแนวทางดำเนินโครงการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างไทยและจีน จนมีการประชุมร่วมกับคณะทำงานที่ถูกส่งมาจากกระทรวงการรถไฟของจีนแล้ว ว่า นายกอร์ปศักดิ์ได้เตรียมนำเสนอกรอบการศึกษาให้ ครม.ในวันที่ 31 ส.ค. ก่อนนำเสนอสภาพิจารณาตามมาตรา 190 (2) แต่สุดท้ายต้องเลื่อนออกไป อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนตัวให้กระทรวงคมนาคมนำเรื่องนี้ไปดูแลแทน

โดย ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายกอร์ปศักดิ์ได้ทวิตเตอร์ว่า “กระทรวงคมนาคมขอเรื่องรถไฟไทย-จีนไปดู ก่อนให้ ครม.พิจารณา วันนี้เลยฟาวล์ไป เมื่อไหร่เข้า ครม.เป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมจากนี้ไป”

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องของกรอบการเจรจาความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ รัฐบาลจีนเพื่อดำเนินโครงการรถไฟ เนื่องจากในการนำเข้าสู่ การพิจารณาของสภาฯจะต้องนำเสนอโดยเจ้าของเรื่องโดยตรง คือกระทรวงคมนาคม จึงได้มอบให้ กระทรวงคมนาคมกลับไปจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์ต่อไป คาดว่าอาจจะลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) ภายในปลายปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการซักซ้อมว่าโครงการร่วมทุนรถไฟไทย-จีน จะไม่ซ้ำซ้อนกับแผนของกระทรวงคมนาคมที่จะปฏิรูประบบรถไฟของประเทศวงเงิน 170,000 ล้านบาท เพื่อทำให้รถไฟวิ่งได้ 100-120 กม.ต่อ ชม. โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรอบการร่วมลงทุนกับจีนที่จะพัฒนารถไฟวิ่งได้มากกว่า 200 กม.ต่อ ชม. ส่วนอีก 2 เส้นทางคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ระยอง ที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการในรูปแบบของการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือพีพีพี ได้ให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังไปดูความสนใจของเอกชนว่ามีมากน้อย เพียงใด

ทั้งนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นไปได้ที่ไทยและจีนจะตั้งบริษัทร่วมทุนในลักษณะที่เป็นหุ้นส่วนกัน เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาเดินทางจากหนองคายมากรุงเทพฯไม่เกิน 3 ชม. โดยยืนยันว่าโครงการร่วมทุนครั้งนี้จะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด.

คนงานเซ็งสปส. ปัดเพิ่มเงิน ปล่อยกู้ซื้อบ้าน

Published มิถุนายน 21, 2010 by SoClaimon

18 มิถุนายน 2553, 15:00 น.

ผ่านทางคนงานเซ็งสปส. ปัดเพิ่มเงิน ปล่อยกู้ซื้อบ้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_90377

เลขาธิการ สปส. ปฏิเสธควักเงินกองทุนเพิ่มหมื่นล้านปล่อยกู้ซื้อบ้าน ระบุ ไม่เคยคิด ไม่คุ้มได้แค่ 1% ลงทุนอย่างอื่นได้ 4% ไม่แคร์ใครด่าหาเสียง ชิงเก้าอี้ปลัดแรงงาน….

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้สัมภาษณ์ “ไทยรัฐออนไลน์” ว่า ไม่เคยคิดและไม่มีการวางแผน ถึงกรณีการนำเงินกองทุนประกันสังคมจำนวน 10,000 ล้านบาทไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนในอัตรา ดอกเบี้ยต่ำ 2% คงที่ 5 ปี ต่อยอดโครงการเดิมที่นำเงินกองทุนจำนวน 10,000 ล้านบาทไปฝากกับธนาคารปล่อยกู้ไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งนี้สำหรับโครงการเดิมนั้น สปส.จะโอนเงินให้กับธนาคารครบ 10,000 ล้านบาทในสัปดาห์หน้า โดยปล่อยให้ผู้ประกันตนกู้ทั้งสิ้น 9,000 คน ยืนยันว่าไม่ต่อยอดและไม่ได้คิดในโครงการ 2 ตามที่เป็นข่าว ตนไม่ทราบข่าวมาได้อย่างไร

“คิดง่ายๆเงิน 10,000 ล้านบาท สปส.ได้ 1% หรือ 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันถ้าเราเงินจำนวนนี้ไปลงทุนที่อื่นเราจะได้อย่างน้อย 4% ถ้าเอามาลงโครงการนี้ เราหายไป 3% เท่ากับ 5 ปีหายไป 1,500 ล้านบาท ผมเสียดายมั้ยเนี่ย ผมคิดในแง่นั้น 1,500 ล้าน เอามาจ่ายบำนาญได้จำนวนมาก ไม่ใช่บาทสองบาทนะครับ แล้วถ้าคุณเอาเงิน 1,500 ล้านไปลงทุน 20 ปี เพิ่มเป็น 4,000 ล้านบาท ผมคิดในแง่เศรษฐศาสตร์ ไม่คิดในแง่สังคม คิดในแง่ผลประโยชน์ของผู้ประกันตนระยะยาว”

นายปั้น กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่คนงานระบุว่าตนทำโครงการนี้สนองการเมือง และ ต้องการมุ่งไปที่เห้าอี้ตำแหน่งปลัดกระทรวงนั้น ตนไม่สนใจเพราะมุ่งมั่นทำงานรักษาผลประโยชน์ของผู้ใช้แรงงานทุกคน ประชาชนทุกคน ทำงานอยู่อย่างนี้ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง วิจารณ์ไป เพราะข้อเท็จจริงมันปรากฎด้วยเนื้องานอยู่แล้ว

ศก.ถอยหลัง20ปี พิษการเมือง จี้นายกฯขอโทษ

Published มิถุนายน 1, 2010 by SoClaimon

30 พฤษภาคม 2553, 12:45 น.

ผ่านทางศก.ถอยหลัง20ปี พิษการเมือง จี้นายกฯขอโทษ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_86274

เลขาธิการหอการค้าอีสาน ฟันธง การเมืองไทยสร้างปัญหา ระบบเศรษฐกิจถอยหลัง 20 ปี จี้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ ขอโทษประชาชน เผยมีผู้เสียชีวิตแซงหน้าพฤษภาทมิฬปี35 ส่วนทรัพย์สินเสียหายย่อยยับนับแสนล้านแล้ว…

เมื่อเวลา 10.00 น. 30 พ.ค. นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์จลาจลจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 80 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก ทรัพย์สินเสียหายย่อยยับนับแสนล้านว่า หอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีหลายจังหวัดเกิดความรุนแรง มีการเผาทำลายศาลากลาง ทั้งที่ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และมุกดาหาร เราประเมินแล้วว่า ระบบเศรษฐกิจมันจะเป็นลูกโซ่ เพราะตอนนี้ในส่วนของ 19 จังหวัดภาคอีสานไม่สามารถสั่งสินค้าได้ เนื่องจากร้านค้าที่เราสั่งของ มีการปิดกิจการ และไม่มีรถขนส่ง มันเกิดความเสียหายเป็นลูกโซ่ เพราะสินค้าในเมืองและในเขตชนบท รับต่อไปอีก ขายของไม่ได้ ซึ่งเป็นวิกฤติการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เรากำลังเก็บข้อมูลร้านค้าที่ค้าขายกลางคืน เช่น เปิดท้ายขายของ ร้านอาหาร เกิดผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และยิ่งในช่วงนี้เปิดเทอมด้วย วิกฤติการณ์อันนี้ ความเสียหายตอนนี้ที่รัฐบาลประเมินหยาบๆ ประมาณ 9 แสนล้านบาท ในภาคอุตสาหกรรมประเมินไว้ประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท แต่รวมแล้งงานนี้ตนว่าต้องเสียหายนับล้านล้านบาท ส่วนการฟื้นตัว อย่างเซ็นทรัล ใช้เวลา 7 ปีถึงจะสร้างเซ็นทรัลเวิลด์ได้ ถ้าหากเราคิดเวลาที่เสียไป เงิน และความรู้สึกของผู้คนเขาประเมินว่า เราจะถอยหลังกลับไปสู่การเริ่มต้นอีกอย่างน้อย 20 ปี เพราะเราต้องเรียกความเชื่อมั่น และที่สำคัญเขาไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ เพราะอยู่ๆ มาเผาทำลายเกือบ 40 จุดทั่วกทม. วันนี้มันเป็นบาดแผลที่ร้าวลึกมาก ซึ่งเราต้องยอมรับว่า คนที่ทำให้เกิดปัญหานี้คือภาคการเมือง เพราะ 78 ปีที่เราทำระบอบประชาธิปไตยมา เรามอบอำนาจให้กับนักการเมืองเข้าไปทำ แต่เมื่อเขาทำแล้วทำไม่ได้ คิดว่าเราจะต้องทบทวนเหมือนกันว่า เมื่อนักการเมืองควบคุมสถานการณ์และการบริหารประเทศชาติไม่ได้ เราจะทำอย่างไร ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ภาคธุรกิจเอกชนกำลังหารือกันมาก” เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าว

นอกจากนี้ นายทวิสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคเอกชนได้สรุปกันว่า เราจะไม่พูดเรื่องตัวเลขความเสียหาย แต่เราจะบอกว่ามันจะต้องรื้อฟื้นความเชื่อมั่น ความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศขึ้นมาก่อน ส่วนการเสียหายเท่าไหร่นั้นเป็นเรื่องที่สอง ไม่ใช่ว่าบ้านเราจะเอาแต่ขายของ แต่ในบ้านฆ่ากันตาย ฉะนั้นเราต้องเคลียร์เรื่องการฆ่ากันตายก่อน แล้วถึงมาพูดเรื่องการขายของ ซึ่งภาคเอกชนก็เข้าใจส่วนนี้ตรงกัน ขณะที่การสร้างความปรองดองของรัฐบาลอะไรนั้น ตนคิดว่า วันนี้คงไม่มีใครเชื่อถือภาคการเมืองแล้ว เพราะเรามอบมาแล้ว 78 ปี มันพอหรือยังสำหรับการให้ทดลองทำงาน 78 ปี แล้วมันล้มเหลวตลอด ตอนพฤษภาทมิฬเมื่อ 18 ปีก่อน บอกว่าไม่มีฆ่ากันตายแล้ว ตอนนั้น 44 ศพ วันนี้แค่ 3-4 วัน แซงพฤษภาทมิฬไปแล้ว 50 ศพแล้ว ดังนั้นเราไม่มั่นใจว่าเดือนหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เราฝากความไว้วางใจไม่ได้แล้ว

“ตนอยากจะเรียกร้องให้คนไทยทรยศต่อ ระบอบสภาฯ เพราะมัน 78 ปีแล้ว และความวุ่นวายก็เกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้แสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจน เช่น ออกมาพูดอะไรสักอย่าง หรือลาออก หรือแสดงความเสียใจ เราไม่เคยได้ยินเลย มีแต่จะพูดกันเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ฉะนั้นประชาชน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ วันนี้เราประเมินแล้วว่า เรารู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจในระบบสภาฯ เพราะแก้ปัญหาไม่ค่อยได้ และมองลึกลงไปกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนในปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยจะเห็นว่า มีส.ส.หรือส.ส.สอบตก หรือว่าที่ ส.ส. ขับเคลื่อนกัน เลยกลายเป็นบุคคลที่ควรจะทำหน้าที่สร้างสรรค์ประเทศ แต่กลับมาทำลายประเทศ ตนว่าเป็นเรื่องที่พวกเราคนไทยให้ความสนใจมากว่า เราจะต้องเลือกระบบในการปกครองตัวเอง ตนเสนอว่าน่าจะมีรัฐบาลอะไรก็ตามสัก 3-5 ปี เพื่อให้นักการเมืองพักไว้ก่อน ปฏิรูปทุกอย่าง เพื่อแก้ระบบให้ดี และรัฐบาลกลางจะได้มาเรียกความมั่นใจ เพื่อให้โอกาสประเทศเดินต่อไป” นายทวิสันต์ กล่าว

เลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวด้วยว่า วันนี้ผมคิดว่า เศรษฐกิจมันเป็นลูกโซ่หมด โรงแรม 1 โรง ผูกพันกับคนทำงาน ผูกพันกับตลาดสด ผูกพันกับรถสองแถว ผูกพันกับไกด์ ผูกพันไปหมด ฉะนั้นถ้าจุดหนึ่งมันเสียไป มันกระทบไปทุกจุดเลย อันนี้เป็นเรื่องที่เราคาดหวังว่า น่าจะมีการหารือกันอย่างเข้มข้นหลังจากเหตุการณ์ยุติลง ภาคเอกชนจะมีการนัดหารือกันว่า เราจะประเมินกันอย่างไร โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี เราไปดูข้อเท็จจริงกรณีการเผาสถานที่ราชการ และมีเหตุยิงกันตาย มันกลายเป็นเมืองที่น่ากลัว ทุกคนหวาดระแวงกันมากเลย ผมดูแล้วก็รู้สึกเศร้าใจ โดยเฉพาะที่ขอนแก่น เป็นเมืองที่มีความรู้ เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยเก่าแก่ เป็นเมืองที่มีระบบเศรษฐกิจสูงที่สุดในภาคอีสาน ส่วน นครราชสีมายังถือว่าดี เพราะเป็นที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งวันนี้เราคงไม่ได้พูดว่า นายกฯอภิสิทธิ์จะลาออก หรือสภาจะยุบ เพราะมันเลยเหตุการณ์นั้นไปแล้ว เราเรียกร้องว่าใครก็ตามที่อยู่ในความรับผิดชอบ ต้องออกมาขอโทษประชาชน ออกมารับผิดชอบ ออกมาแสดงตัวว่ามันผิดพลาดอย่างไร แล้วเราช่วยกันแก้ ผมเชื่อว่างานนี้ต้องยอมรับว่า คนที่ผิดพลาดเบอร์ 1 คือ นักการเมือง ระบบการเมืองทั้งหมด โดยเฉพาะนักการเมืองทั้ง 500 ท่าน จะต้องไปพูดคุยกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะเรามอบความไว้วางใจไปทุกจังหวัดแล้วให้ไปทำหน้าที่ แต่กลับไปก่อเรื่องก่อราว กลับไม่ควบคุมสถานการณ์ให้เรา

นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

Published กุมภาพันธ์ 22, 2010 by SoClaimon

นายอนันต์ ภู่สิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

Published กุมภาพันธ์ 22, 2010 by SoClaimon

ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นางอัญชลี อุไรกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

Published กุมภาพันธ์ 17, 2010 by SoClaimon

นางอัญชลี อุไรกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

%d bloggers like this: