เปิดฟ้าส่องโลก

All posts tagged เปิดฟ้าส่องโลก

ละตินอเมริกาน่ากลัว

Published มกราคม 14, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560963

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 12 ม.ค. 2559 05:01

 

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)+กระทรวงอุตสาหกรรม เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด ‘บทบาทของ Emerging Market ในเวทีโลก : ท่าทีของไทย’ รับใช้ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ห้องจรัสเมือง 1 ชั้น 2 โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ รองเมือง กรุงเทพฯ พุธพรุ่งนี้ 09.00-12.00 น.

ความที่ละตินอเมริกาอยู่ห่างจากไทย เราจึงไม่ค่อยได้สนใจในความเป็นไปของประเทศทางแถบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลา โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย ชิลี อาร์เจนตินา อุรุกวัย บราซิล ฯลฯ โดยแท้ที่จริง ละตินอเมริกาเป็นภูมิภาคที่อำนวยความมั่งคั่งให้กับผู้ผลิตและผู้ส่งออกของไทยได้นะครับ ถ้าเราเข้าใจสถานภาพของละตินอเมริกาอย่างเพียงพอ เราก็ทำมาค้าขายและลงทุนในประเทศทางแถบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถานภาพของละตินอเมริกาในปัจจุบันทุกวันนี้ ผมว่า ออกจะไปในทางลบมากกว่าในทางบวก ผู้คนส่วนใหญ่ยังอยู่ในความยากจน มีการคอร์รัปชันสูง ทรัพยากรธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์อย่างมากในอดีต ตอนนี้ก็ร่อยหรอลงไปเยอะ

ผมว่าความผิดพลาดของประเทศส่วนใหญ่ในละตินอเมริกาอยู่ที่การไปเน้นอุตสาหกรรมและมองข้ามด้านเกษตรกรรมไปอย่างสิ้นเชิง เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมร่ำรวยล้นฟ้า ทว่า คนที่ทำงานตามโรงงานกลับยากจนมาก ประชากรก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การแย่งชิงทรัพยากรมีสูง ยังเป็นสังคมที่มีกลุ่มที่ยังขาดแคลนอาหารอยู่ การเกษตรไม่ได้รับการปฏิรูปให้เป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ

ไปละตินอเมริกามาหลายประเทศ มีเรื่องน่ากลัวหลายอย่างที่เกิดขึ้นที่นั่นแล้ว และมีโอกาสจะเกิดขึ้นในประเทศไทยของเรา ก็คือ กรรมสิทธิ์ของที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในมือของคนรวย เจ้าของโรงงาน และนายทุน ที่กว้านซื้อไว้ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำเหมือนกับประเทศไทยในตอนนี้ครับ เศรษฐกิจตกต่ำ ราคาพืชผลทางการเกษตรถูกจนไม่คุ้มกับการที่จะเข้าไปเก็บผลผลิต เกษตรกรจำนวนไม่น้อยประกาศขายที่ดิน และพวกนายทุนก็เข้าไปรวบรวมซื้อไว้ในราคาถูกมาก เมื่อไม่มีที่ดินทำกินแล้ว เกษตรกรเหล่านี้ก็อพยพเข้ามาอยู่ในเมือง กลายมาเป็นคนจนเมือง

ที่ดินเกษตรกรรมในละตินอเมริกาใช้ผลิตวัตถุดิบเพื่อป้อนโรงงานเท่านั้น อีกส่วนหนึ่งก็ใช้ผลิตสินค้าเกษตรเพื่อเป็นอาหารการกินของคนต่างประเทศ เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกแต่เพียงอย่างเดียว อย่างรัฐทางตอนเหนือของเม็กซิโก ทั้งรัฐโซโนรา รัฐชีวาวา และรัฐคัวหุยลา ผลิตพืชฤดูหนาวเพื่อป้อนตลาดสหรัฐฯ ทั้งนั้น

ผู้อ่านท่านที่เดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆ ท่านจะเจอกล้วยหอมที่ติดสติกเกอร์เล็กๆ ที่มีตัวอักษรเขียนว่า ‘ยูไนเต็ดฟรุตส์’ กล้วยพวกนี้แหละครับ เป็นของบริษัท ยูไนเต็ดฟรุตส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้าไปเช่าและซื้อที่ดินผืนใหญ่ในอเมริกากลาง ทั้งที่นิการากัว กัวเตมาลา ฮอนดูรัส ฯลฯ

ประเทศพวกนี้ได้รับสมญานามว่า The Banana Republics เดอะบานานา รีพับลิคส์ ก็เพราะพื้นดินส่วนใหญ่ของประเทศใช้ปลูกกล้วยหอมให้กับบริษัทอเมริกัน แต่การเมืองและเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ง่อนแง่นมาก ต้องพึ่งพาสหรัฐอเมริกา อเมริกาชี้ไปที่นกและบอกว่านี่ไงไม้ ผู้นำนิการากัวก็ต้องบอกว่า ใช่ครับ ไม้ครับ อเมริกาชี้ไปที่ แมว แล้วบอกว่านี่ ควาย คนฮอนดูรัสก็ต้องบอกว่า ใช่ครับพี่ นี่ควายครับ

เหมือนกับเมืองไทยในตอนนี้นะครับ คนจีนเข้ามากว้านซื้อที่ดินในจังหวัดที่ผลิตผลไม้ โดยถือครองในนามของผู้หญิงไทยที่จด ทะเบียนกันเป็นภรรยา บางกลุ่มก็ตั้งเป็นรูปบริษัท ถือครองที่ดินกันเป็นร้อยเป็นพันไร่ คนไทยขายกันใหญ่ครับ อีกไม่เกิน 10 ปี ผมขอทำนายทายทักว่า สภาพสังคมไทยจะคล้ายกับสังคมของละตินอเมริกา

เราอาจจะกลายเป็นกล้วยไข่รีพับลิค ลำไยรีพับลิค หรือทุเรียนรีพับลิค แผ่นดินไทยและคนไทยอาจจะกลายเป็นแหล่งผลิตและผู้ผลิตผลไม้ป้อนบริษัทจีน

ปัจจุบัน คนไทยเป็นเจ้าของสวนที่ปลูกผลไม้ขายให้บริษัทจีน

อนาคต คนไทยจะกลายเป็นคนงานในสวนของคนจีนที่ผลิตผลไม้และพืชพรรณธัญญาหารทางการเกษตรให้บริษัทจีน เอาไปขายยังประเทศจีน

ปัจจุบัน คนเขมร คนเมียนมา คนลาว เป็นแรงงานในสวนของคนไทยในแผ่นดินไทย เพื่อผลิตพืชผลทางการเกษตรขายให้คนจีน

อนาคต คนไทยจะเป็นคนงานในสวนของคนจีนในแผ่นดินไทย

เรื่องนี้ ท่านเขียนปะข้างฝาเอาไว้พิสูจน์กันได้เลย.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

คิวบามาแล้ว

Published มกราคม 13, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560665

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 11 ม.ค. 2559 05:01

 

นักเรียนทุนโรตารีไปเรียนที่ออสเตรเลียเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วที่ชื่อ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ จะไปพูด ‘เปิดฟ้าส่องโลกสไตล์นักเรียนทุนโรตารี’ รับใช้สมาชิกสโมสรโรตารีบางเขน ที่โรงแรมเซ็นทารา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ อังคารพรุ่งนี้ 19.00-20.30 น.

10 ปี พอดีที่พ่อผมกลับจากการไปเยือนสาธารณรัฐคิวบา ประสงค์หลักในการไปเยือนในครั้งนั้นก็คือ ไปติดตามความเคลื่อนไหวการค้าข้าวในคิวบา เพราะตั้งแต่ พ.ศ. 2542 คิวบาลดการซื้อข้าวไทย พ.ศ. 2544 คิวบาไม่ซื้อข้าวไทยเลยแม้แต่เม็ดเดียว พอถึง พ.ศ.2548 พ่อผมกับรองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีพาณิชย์ และข้าราชการจากกระทรวงพาณิชย์ ก็เดินทางไปเจรจากับรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์คิวบาเพื่อให้กลับมาซื้อข้าวไทย

เมื่อกลับมาถึงเมื่อไทยแล้ว พ่อก็ออกตระเวนบรรยายชักชวนให้คนไทยไปคิวบา โดยบอกว่า ต่อไปในอนาคต อเมริกาและคิวบาน่าจะหันมาดีกัน และเมื่ออเมริกาเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อคิวบา คิวบาก็จะกลายเป็นประเทศพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ทันที

พ.ศ.2558 สหรัฐฯเลิกคว่ำบาตรคิวบา แล้วเป็นยังไงครับ นักท่องเที่ยวทั้งจากอเมริกาและจากส่วนอื่นของโลกไหลเข้าไปคิวบาจนขณะนี้ที่พักที่กินไม่พอ มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับเรตติ้งออกมาทำนายทายทักว่า พ.ศ.2559 เศรษฐกิจของคิวบาจะโตไปได้ถึง 3%

เดิมคิวบาต้องซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาเท่านั้น การค้าขายต่างๆ ก็ทำได้กับเฉพาะกลุ่มประเทศที่ไม่ค่อยชอบอเมริกา เป็นเวลานานเกือบ 60 ปีที่คิวบาคบค้าสมาคมกับโลกแคบๆ ทว่าวันนี้ คิวบา คบกับทุกประเทศในโลกได้แล้วครับ พอมีสถานทูตอเมริกันปุ๊บ คนอเมริกันก็แห่เข้าคิวบา ทำให้การท่องเที่ยวทำรายได้ให้กับประเทศเพิ่มขึ้นถึง 16%

คิวบาเคยยืมเงินฝรั่งเศส 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วก็ค้าง ชำระอยู่นานถึง 25 ปี จนดอกเบี้ยทบต้นทบดอกพุ่งไปสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พอคิวบาเปิดประเทศ ฝรั่งเศสก็ยกเลิกดอกเบี้ยทั้งหมด ให้เหลือแต่เพียงเงินต้นที่ให้ทยอยผ่อนชำระไปได้นานถึง 18 ปี แถมมีบันทึกแนบท้ายด้วยว่า การผ่อนอาจยืดหยุ่นได้ตามสภาวะเศรษฐกิจ

เกือบ 60 ปีที่อยู่ในโลกแคบๆ คิวบาเป็นหนี้ค้างทั้งต้นทั้งดอกเบี้ยกับอิตาลี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สวีเดน อังกฤษ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก แคนาดา เบลเยียม ออสเตรีย และออสเตรเลีย รวมเป็นเงิน 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิวบายังไม่เคยได้ใช้หนี้ใครเลย พอเปิดประเทศ พวกเจ้าหนี้เหล่านี้ก็เวียนกันเข้าไปเจรจากับคิวบา และก็คิดว่าหลายประเทศน่าจะยกดอกเบี้ยเพื่อช่วยให้คิวบาเดินหน้าได้

คิวบาเป็นหมู่เกาะชุดแรกๆ ที่กลุ่มนักรบสเปนเข้าไปยึดครอง ตั้งแต่โคลัมบัสเดินทางมาถึงเมื่อ พ.ศ.2035 หรือเมื่อ 524 ปีมาแล้ว คิวบาเป็นเกาะที่ราชินีอิซาเบลลาทรงมุ่งหวังตั้งใจว่าจะส่งคนสเปนไปลงหลักปักฐานเพื่อสร้างสังคมเกษตรกรรมสมบูรณ์ ทว่า ในตอนนั้น พวกนักรบสเปนกลุ่มอื่นๆ เดินเรือไปพบอาณาจักรแอ๊สเต็ก ความหวังของสเปนก็เลยมุ่งไปทางทิศอื่น คิวบาก็จึงถูกละเลย

เศรษฐกิจของคิวบาขึ้นอยู่กับพืช 2 ประเภท คือ อ้อย และยาสูบ ก็แปลกดีนะครับ อ้อยต้องนำมาคั้นเพื่อให้ได้น้ำ แต่ใบยาสูบต้องเอามาตากจนแห้ง อ้อยมีรสหอมหวาน ปราศจากกลิ่น แต่ยาสูบมีรสขมเฝื่อน ทว่ามีกลิ่นหอม

คนคิวบาเป็นมนุษย์ที่มี 2 ลักษณะที่ขัดแย้งกันเหมือนอ้อยกับยาสูบ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวคิวบา บางครั้งก็มีความเคร่ง จะเข้าไปบางสถานที่ต้องตรวจโน่น ตรวจนี่ ยุ่งยากลำบากมาก แต่พอเข้าไปแล้ว ก็ปล่อยเสรีอย่างมากที่สุด

คนคิวบายังไม่เก่งในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร้านอาหารการกินต่างๆ ราคาแพง และก็คุณภาพไม่ดี โรงแรมที่พักอะไรนี่ ก็ใช้ไม่ได้เลย

แต่คิวบาเป็นสาธารณรัฐที่มีเสน่ห์ แถมยังมีทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้สหรัฐอเมริกา นั่งเครื่องบินจากฟลอริดาไปไม่ถึงชั่วโมงก็ลงจอดแล้ว

สิบปีที่แล้ว ใครเข้าไปลงทุนและทำมาค้าขายกับคิวบา ถือว่าท่านได้ไปสร้างโอกาสทองของแท้ให้กับชีวิต วันนี้ แม้ว่าจะมีคนแห่แหนกันเข้าไปมากมาย แต่ก็ยังไม่สายครับ เข้าไปวันนี้ ก็ยังถือว่าเข้าไปคว้าโอกาสเงิน

โอกาสอย่างนี้นี่ล่ะครับ ผมว่า เป็นของนักธุรกิจไทยที่ชำนาญด้านการท่องเที่ยว ถ้าท่านสนใจ ลองไปสำรวจโอกาสการค้าการลงทุนที่คิวบา ดูซีครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

อ่างเก็บน้ำแก้ปัญหาภัยแล้ง

Published มกราคม 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559245

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 8 ม.ค. 2559 05:01

 

ท่านใดอยากเห็นภาพกรุงหริหราลัย (บางส่วน) เสาร์พรุ่งนี้ 06.00-06.30 น. ท่านชมรายการ เวิลด์ บียอนด์ เดินทางสร้างชาติ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ซีครับ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ สนทนากับนางสาวบาลาซาน นวรัตน์ และเบรกสุดท้ายมีภาพกรุงหริหราลัย

มิถุนายน 2558 คณะของพ่อผมออกตระเวนสำรวจข้าวสาร และราคาข้าวสารที่ขายในตลาดของอุซเบกิสถาน ทั้งที่กรุงทาชเคนต์ เมืองหลวง เมืองซามาร์คาน เมืองบุคารา เมืองนาวาอี ฯลฯ พบว่า ข้าวที่คนอุซเบกชอบรับประทานและมีราคาแพงกว่าข้าวดินแดนอื่นคือ ข้าวของอุซเบกิสถานเอง ซึ่งแต่เดิมข้าวพวกนี้ปลูกในบริเวณสาธารณรัฐคาราคัลปัคสถาน ใกล้กับทะเลสาบอารัล แต่ปัจจุบันน้ำในทะเลสาบอารัลเหือดแห้งไปเกือบหมด ทำให้ทำการเพาะปลูกอะไรไม่ได้

คณะยังมีโอกาสขึ้นเครื่องบินและมองลงไปในบริเวณที่เคยเป็นทะเลสาบอารัล เห็นแล้วก็ใจหายครับ เพราะทะเลสาบอารัลในสมัยก่อนตอนโน้นกว้างขวางใหญ่โตถึง 68,000 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่า พื้นที่ภาคตะวันออกของไทยทั้งภาคอีกนะครับ และเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

ที่ทะเลสาบอารัลมีน้ำลดลงเรื่อยๆ ก็เพราะโครงการชลประทานทำให้เกิดการเปลี่ยนเส้นทางของแม่น้ำอามูดาร์ยาและแม่น้ำเซียร์ดาร์ยา ที่แต่เดิมนำน้ำจากการละลายของหิมะมาลงทะเลสาบ พอน้ำ เปลี่ยนเส้นทาง น้ำในทะเลสาบก็ลดลง น้ำที่เคยจืดก็เค็มกว่าเดิมถึง 5 เท่า ทั้งพืชและสัตว์ที่เคยอาศัยอยู่ในแถบบริเวณนี้ก็ล้มหายตายจาก ปลาต่างๆก็อยู่ไม่ได้ดอกครับ ครั้งหนึ่งในอดีต อุตสาหกรรมประมงในทะเลสาบอารัลช่วยให้มีการจ้างงานมากถึง 40,000 คน เดี๋ยวนี้ผู้คนที่เคยอยู่ในดินแดนรอบทะเลสาบก็ไม่มีอะไรทำ ต้องอพยพมาอยู่กันอย่างแออัดในเมือง

ตัวอย่างของทะเลสาบอารัลน่าศึกษามากครับ เพราะต่อไปในอนาคต เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นไปทั่วโลก เพราะมนุษย์ไปเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำ เช่น การสร้างเขื่อน หรือการพัฒนาเมือง ทำถนนหนทางที่ไม่ได้ดูภาพรวมขนาดใหญ่ของพื้นที่

คณะของพ่อผมเคยเดินทางด้วยรถยนต์ไปตามชนบทห่างไกลในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถึง 3 ครั้ง มองไปบนแผ่นดิน เจอแต่ทะเลทรายแห้งแล้ง แต่ในหลายพื้นที่กลับมีพืชพรรณธัญญาหาร

เขียวขจีอยู่เป็นหย่อมๆ สนใจครับ ว่าเอาน้ำมาจากไหน ก็พบความจริงว่า เกินหนึ่งพันปีมาแล้วที่อิหร่านทำคลองส่งน้ำใต้ดิน คลองพวกนี้ยาวรวมกันหลายพันกิโลเมตร และในแต่ละปีก็จะมีการส่งคนลงไปโกยเศษดินและโคลนขึ้นมา เมื่อเดินทางไปในชนบทของอิหร่าน จะเห็นเนินดินเรียงเป็นแถวแนวยาว นั่นแหละครับคือ ดินและโคลนที่โกยขึ้นมาจากคลองใต้ดิน คนอิหร่านไม่ขุดคลองบนดิน เพื่อป้องกัน การระเหยของน้ำ

ประเทศที่พัฒนาแล้วหลายแห่งหันมาสนใจและศึกษาเรื่องการเก็บกักน้ำใต้ดินกันอย่างจริงจังมากขึ้น บางประเทศใช้วิธีอัดน้ำเข้าไปในชั้นหินเพื่อสร้างแหล่งน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ น้ำใต้ดินพวกนี้ไหลผ่านหินที่มีรูพรุนไปยังบริเวณแหล่งรองรับ น้ำก็จะสะอาดขึ้น

ปัญหาของประเทศไทยในขณะนี้ ก็คือ ภัยแล้ง และถ้าพวกเราไม่สนใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำกันอย่างจริงจัง ก็ทำนายอนาคตของเกษตรกรไทยได้เลยครับ ว่าจะมีปัญหาพันกันไป

ไม่รู้จบ สมัยหนึ่ง พ่อผมเดินทางไปในรัฐทมิฬนาฑูของสาธารณรัฐอินเดีย เห็นแต่ความแห้งแล้ง อีก 10 ปีต่อมา คือ พ.ศ.2551 พ่อ ผมเดินทางไปรัฐทมิฬนาฑูอีกครั้ง คราวนี้เจอแต่ความเขียวชอุ่ม ทั้งๆที่น้ำในแม่น้ำแห้งหมด แต่รัฐบาลท้องถิ่นของทมิฬนาฑูมุ่งมั่น สร้างแหล่งน้ำทุกหมู่บ้านทุกตำบล

อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่อยู่กระจัดพลัดพรายทั่วไปในรัฐทมิฬนาฑู รัฐบาลท้องถิ่นไม่ได้ลงทุนมากเลยครับ ใช้ขี้วัวยาไปบนพื้นบ่อ พักเดียวเท่านั้น ขี้วัวก็จะกลายเป็นเมือกที่กันไม่ให้น้ำซึมลงไปใต้ดิน พอหน้าฝนก็กักน้ำเอาไว้เต็มอ่าง และก็ใช้กันอย่างระมัดระวัง ใช้กัน อย่างคุ้มค่าตลอดทั้งหน้าแล้ง ผมว่าบางรัฐในอินเดียประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาภัยแล้งด้วยการสร้างอ่างเก็บน้ำครับ

บางประเทศโยนเงินหลายหมื่นล้านบาทลงไปในชนบท แต่เงินเหล่านั้นถูกนำไปจับจ่ายใช้สอยและสุดท้ายก็ไหลกลับไปอยู่กับบริษัทใหญ่ระดับประเทศไม่กี่แห่ง

นี่ถ้าเอาเงินไปทำแหล่งน้ำสักตำบลละ 5 ล้านบาท ผมเชื่อว่า เกษตรกรของประเทศนั้นก็จะไม่ทุกข์ขนาดนี้ดอกครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

เมียนมา เพื่อนบ้านมหาเศรษฐี

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558735

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 7 ม.ค. 2559 05:01

 

เดือนที่แล้ว ราคาลำไยจันทบุรียังดีอยู่ครับ พ่อค้าจีนยังซื้อที่กิโลกรัมละ 40-45 บาท

แต่กลับมาเมืองจันท์ เมื่ออังคารที่ผ่านมา ชาวสวนลำไยที่เคยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส กลับมีหน้าตาเศร้าหมอง และเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อสถานที่รับซื้อผลไม้เหลือแต่เพียงของคนจีนแต่เพียงชาติเดียวแล้ว พ่อค้าจีนก็เริ่มออกลายด้วยการบอกว่าเศรษฐกิจจีนไม่ดี อั๊วซื้อในราคาที่เคยทำสัญญากับลื้อไม่ได้แล้ว ต้องลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งผู้อ่านท่านครับ 20 บาท เป็นราคาที่ชาวสวนขาดทุน ชาวสวนลำไยเริ่มลำบากคล้ายชาวสวนยางพาราแล้วครับ

สมัยก่อน นักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องขายเรือนร่าง มีเฉพาะนักศึกษาที่มาจากบางภาคของประเทศ แต่วันนี้ เริ่มระบาดไปถึงลูกหลานของคนทุกภาคแล้วครับ เมื่อสอบถามตามเหตุผล ก็ได้คำตอบว่า ราคายางพาราตกมากขนาดนี้ ลูกจ้างกรีดยางที่บ้านหนู ไม่ยอมกรีด บอกว่าไม่คุ้ม เมื่อก่อนพ่อแม่หนูมีรายได้เดือนละหลายหมื่น วันนี้ซักหมื่นเดียวก็ไม่ได้ หนูใกล้จะเรียนจบแล้ว ถ้าไม่มาทำ อย่างนี้ หนูจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนล่ะคะ

ประเทศที่เศรษฐกิจไปได้ดีในประชาคมอาเซียนตอนนี้น่าจะเป็นเมียนมา หลังจากที่มีการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตย เงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าเมียนมา แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่เคยแอนตี้เมียนมา ก็ยังออกมาประกาศว่า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมานานหลายศตวรรษ สหรัฐฯจึงเตรียมประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาอย่างถาวร แต่จะยังคงมาตรการคว่ำบาตรลงโทษต่อผู้ที่มีความสัมพันธ์กับกองทัพเท่านั้น

……ต้นเดือนธันวาคม 2558 รัฐบาลเมียนมากำหนดพื้นที่ในเมืองจอก์พยู ของรัฐยะไข่ ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีทั้งท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่พักอาศัย เพื่อให้เขตนี้เป็นประตูเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน อินเดีย และจีน เพราะตรงเมืองจอก์พยูนี่ระยะทางสั้นที่สุดสำหรับการเดินทางไปค้าขายกับอินเดียและจีน ใครมาผลิตสินค้าในโรงงานที่นี่ ส่งไปขายให้พลเมืองในตลาดจีนที่มี 1,400 ล้าน+ตลาดอินเดียที่มี 1,200 ล้าน ได้อย่างสะดวกและเร็วที่สุด

รัฐบาลเมียนมาประกาศหาผู้มาลงทุนได้ไม่ถึงเดือน ปรากฏว่ากิจการร่วมค้าภายใต้การนำของบริษัท CITIC Group Corporation ของจีน ชนะในการเข้าไปเป็นผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษยะไข่ไปเรียบร้อย

…….MPRL E&P Pte Ltd. เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติเมียนมาที่ได้รับสัมปทานเข้าขุดเจาะหลุมก๊าซธรรมชาติทดสอบฉ่วย ยี ตุน-1 เมื่อตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 ใครๆ ก็ดูหมิ่นถิ่นแคลนว่า บริษัทเมียนมาจะมีเทคโนโลยีขนาดหาก๊าซเจอเชียวเรอะ? จะสู้บริษัทอังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อิตาลี และอินเดีย ที่ไปแข่งกันเจาะได้หรือเปล่า?

แต่บริษัท MPRL E&P Pte Ltd. ก็จะเจอแหล่งก๊าซขนาด ‘ใหญ่มาก’ ที่ชายฝั่งของหาดเหง่ซอง เมืองพะสิม เขตอิรวดี ตรงที่เจออยู่ห่างจากชายฝั่งไป 48 กิโลเมตร เจอก๊าซที่ความลึก 5.3 กิโลเมตร ใต้จานขับก้านเจาะและ 2 กิโลเมตร ใต้ผิวน้ำ ซึ่งรัฐบาลเมียนมาออกมาแถลงแสดงความยินดีอย่าง เป็นทางการไปแล้วเมื่อ 4 มกราคม 2559

ปีงบประมาณ 2557-2558 เมียนมามีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากถึง 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อบวกกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เพิ่งขุดเจอหมาดๆ อีกเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เราทำนายทายทักได้เลยว่า เมียนมาน่าจะมีเงินเข้าประเทศมากขึ้นกว่าเดิมมาก

เมื่อบวกกับโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกในอ่าวเบงกอลและโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมที่บริษัทจีนเพิ่งคว้าสัมปทานได้ เราก็พอมองออกว่า เมียนมาจะเป็นประเทศที่ไปได้ดี

เมื่อนึกถึง FDI หรือเงินลงทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้าเมียนมาอย่างมากหลังจากที่ประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว อีก 10 ปี เราต้องเรียกเมียนมาว่า ‘เพื่อนบ้านเศรษฐี’.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

ทุกเรื่องล้วนบานปลาย

Published มกราคม 6, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558170

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 6 ม.ค. 2559 05:01

 

ตอนหนึ่งในคัมภีร์อัล-กุรอานกล่าวว่า “เจ้าอย่านำสิ่งใดมาเป็นภาคีแก่ข้า และจงทำให้บ้านของข้าสะอาดสำหรับผู้มาเวียนรอบ และบรรดาผู้ทำละหมาด และบรรดาผู้โค้งและบรรดาผู้กราบ”

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงกำหนดให้มุสลิมละหมาดวันละ 5 เวลา ได้แก่เวลาย่ำรุ่ง เรียกว่า ละหมาดซุบหฺ เวลากลางวัน เรียกว่า ละหมาดดุฮฺริอฺ เวลาเย็น เรียกว่า ละหมาดอัสริอฺ เวลาพลบค่ำ เรียกว่า ละหมาดมักริบ และเวลากลางคืน เรียกว่า ละหมาดอีซา ละหมาดทั้ง 5 เวลานี้ เรียกว่าเป็น ฟัรดู หมายถึง สิ่งที่จำเป็นจะต้องกระทำ

ปัจจุบันเริ่มมีโรงงานและบริษัทหลายแห่งในอเมริกาและยุโรปปฏิเสธการละหมาดของพนักงานที่เป็นมุสลิม เช่น เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โรงงานแปรรูปอาหารเนื้อสัตว์ คาร์กิล มีท โซลูชันส์ เมืองฟอร์ต มอร์แกน รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ไล่พนักงานมุสลิมเกือบ 200 คน ออกจากงาน หลังจากมีการผละงานเพราะพนักงานไม่พอใจที่โรงงานไม่อนุญาตให้พนักงานพักเบรกชั่วคราวเพื่อทำละหมาดพร้อมกันทีเดียวถึง 11 คน เรื่องนี้ทำให้คนอเมริกันทะเลาะเบาะแว้งกันเยอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดีย แล้วก็ลามปามออกไปในหลายตรอกซอกมุมของโลก

นอกจากเรื่องของโลกขั้วเดียว โลกหลายขั้ว ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจกันระหว่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และอินเดียแล้ว ตอนนี้ความขัดแย้งในโลกอิสลามก็ยังเป็นประเด็นร้อน ผู้อ่านท่านคงตามข่าวแล้วนะครับ ว่าซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตชีค นิมรา อัล—นิมรา ซึ่งเป็นการประหารชีวิตหมู่ 47 คน ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ชีคท่านนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองที่กดขี่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียต่อชนกลุ่มน้อยซึ่งเป็นมุสลิมชีอะห์ นอกจากนั้น ชีคท่านนี้ยังเป็นอิหม่ามนิกายชีอะห์ชื่อดังมาก และเป็นผู้นำการเรียกร้องให้มีการชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยในซาอุดีอาระเบีย

พอชีค นิมรา อัล-นิมรา ถูกประหารชีวิต คนชีอะห์ทั้งโลกก็ประท้วงซาอุดีอาระเบีย ที่แรงจัดก็คือในกรุงเตหะราน ถึงขนาดมีการบุกเข้าไปเผาส่วนหนึ่งของอาคารสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำอิหร่าน

เรื่องก็เลยบานปลายถึงขนาด ซาอุดีอาระเบียแถลงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน และสั่งให้เจ้าหน้าที่การทูตอิหร่านทั้งหมดเดินทางออกจากแผ่นดินซาอุดีอาระเบียภายในเวลา 48 ชั่วโมง

ซาอุดีอาระเบียเป็นพันธมิตรที่ช่วยเหลือภารกิจสำคัญทุกอย่างของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยอเมริกาซัดกับอิหร่านหลายรอบ แต่เมื่อ 14 กรกฎาคม 2558 สหรัฐฯ และมหาอำนาจอีก 5 ประเทศ คือ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ดันไปทำข้อตกลงยอมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจให้อิหร่าน พันธมิตรเก่าแก่กับสหรัฐฯ อย่างซาอุดีอาระเบียก็เริ่มน้อยใจครับ ที่อเมริกาปล่อยปละละเลยให้อิหร่านโตวันโตคืนในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตอนนี้ ศัตรูเริ่มเป็นมิตร มิตรเริ่มเป็นศัตรู อย่างกับอิสราเอลกับอิยิปต์ก็ทะเลาะกันเมื่อ พ.ศ.2555 เรื่องที่อิสราเอลปฏิบัติการรุนแรงต่อกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ในพื้นที่ฉนวนกาซา ถึงขนาดอิยิปต์เรียกเอกอัครราชทูตของตนเองที่ประจำอยู่ในอิสราเอลกลับประเทศ อิสราเอลเองก็ปิดสถานทูตของตนในกรุงไคโร เพราะโดนฝูงชนชาวอิยิปต์เข้าไปโจมตีถึงในสถานทูต เพราะโกรธที่กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลยิงตำรวจอิยิปต์เสียชีวิตไป 5 นาย

แต่ศัตรูคู่นี้ก็เริ่มมาดีกันแล้วครับ กันยายน 2558 อิสราเอลกลับไปเปิดสถานทูตในกรุงไคโร 1 มกราคม 2559 อิยิปต์ก็ประกาศส่งเอกอัครราชทูตเข้าไปประจำในอิสราเอล

ขอย้ำซ้ำๆอีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าสถานการณ์ของโลกในขณะนี้แปรปรวนรวนเรง่ายมาก มิตรเป็นศัตรู ศัตรูเป็นมิตร คณะผู้นำของหลายประเทศที่อยู่รอดปลอดภัยในเวทีโลกจึงประเมินสถานการณ์กันอย่างนาทีต่อนาที และต่างก็ระวังท่าทีไม่ให้ตนเองต้องกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ทั้งโดยตั้งใจและโดยไม่ได้ตั้งใจ

ดูอย่างเวียดนามกับมาเลเซียก็ได้ครับ แต่ก่อนง่อนชะไร เวียดนามเกลียดอเมริกายังกะอุจจาระ มาเลเซียเองก็แขยงแขงขนกับนโยบายมากมายหลายอย่างของอเมริกา นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียแต่ละผู้แต่ละนามต่างมีประสบการณ์ออกมาตะโกนก้องร้องด่าอเมริกากันทั้งนั้น

แล้ววันนี้เป็นไงครับ อเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม กลับมาอี๋อ๋อคลอเคลียเป็นสมาชิกของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี กันซะแล้ว

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

รัสเซียมองอเมริกาเป็นภัยคุกคาม

Published มกราคม 6, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557824

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 5 ม.ค. 2559 05:01

 

สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การเสริมสร้างศักยภาพการบริหารในบริบทอาเซียนของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” 09.00-12.00 น. ของพุธพรุ่งนี้ รับใช้นักบริหารงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รุ่นที่ 78 จำนวน 90 คน ที่สถาบันฯ จ.ปทุมธานี

ความสนใจของโลกยังอยู่ที่การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และอินเดีย อยู่นะครับ อเมริกาก็ยังพยายามคงยุทธศาสตร์โลกมีขั้วอำนาจเดียว ในขณะที่จีน รัสเซีย และอินเดีย บอกว่าไม่ได้ โลกต้องมีหลายขั้วอำนาจ จึงจะอยู่รอดปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของชาติแห่งสหพันธรัฐรัสเซียที่ลงนามโดยประธานาธิบดีคนต่างๆ เป็นยุทธศาสตร์หลักที่ใช้ทำงานทางด้านความมั่นคง ภัยคุกคามของรัสเซียในแต่ละเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงฯ ก็แตกต่างกันไป

เอกสารยุทธศาสตร์ฉบับสุดท้ายของรัสเซียเป็นฉบับ พ.ศ.2552 คนที่ลงนามในตอนนั้นคือ อดีตประธานาธิบดีเมียดแวเดียฟ ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรี

คืนส่งท้ายปีเก่า พ.ศ. 2558 ประธานาธิบดีรัสเซียคนปัจจุบันคือ นายปูติน ได้ตวัดปากกาลงนามในเอกสารยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซียฉบับใหม่ ซึ่งจะใช้กันไปอีกนานหลายปี ในเอกสารฉบับนี้ รัสเซียเขียนถึงยุทธศาสตร์ว่า ตนต้องการแสดงบทบาทในการแก้ปัญหาของโลกและความขัดแย้งระดับนานาชาติให้มากขึ้น อ่านถึงตรงนี้ ก็ทำให้เราพอทำนายทายทักโลกได้เลยนะครับว่า จะยุ่งเหยิงแน่นอน อเมริกาและตะวันตกไม่มีวันยอม และต้องกดดันรัสเซียทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ การทหาร และข้อมูลข่าวสาร

ในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา รัสเซียพยายามแสดงบทบาทในการแก้ไขปัญหาของโลกมากขึ้น แล้วก็กลายเป็นตำบลกระสุนตกครับ โดนคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งครั้งนั้น รัสเซียก็สู้ด้วยการจำกัดการนำเข้าอาหารและสินค้าจากสหภาพยุโรป

ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของชาติแห่งสหพันธรัฐรัสเซียนี่ไม่มีอะไรปิดบัง ทุกคนทราบ เรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในเอกสารยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ และได้สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้กับผู้คนบนโลกก็คือ รัสเซียบอกว่า การขยายตัวของนาโตเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตน และอเมริกาก็เป็นหนึ่งในภัยคุกคามความมั่นคงของรัสเซียด้วยเช่นกัน เพราะอเมริกาขยายเครือข่ายสถานปฏิบัติการชีวภาพทางทหารในประเทศใกล้เคียงรัสเซีย อเมริกาและสหภาพยุโรปยังสนับสนุนการรัฐประหารในยูเครน ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและนำไปสู่ความแตกแยกของสังคมของชาวยูเครน แถมยังก่อให้เกิดการสู้รบทางการทหารตามมาอีกเยอะแยะ

อเมริกาก็แพลมรายงานข่าวกรอง 68 หน้า เรื่อง The Russian Navy: A Historic Transition ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ออกมาเหมือนกันครับ ในรายงานข่าวกรองฉบับนั้น บอกว่ากองทัพเรือรัสเซียเริ่มเป็นภัยคุกคามมากขึ้นเรื่อยๆ
แถมยังเปิดเผยว่า รัสเซียกำลังปฏิรูปโครงสร้างบุคลากรเพื่อทำสงครามยุคใหม่ แม้ว่ารัสเซียกำลังจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจจากการโดนสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปคว่ำบาตร รวมทั้งมีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันตกต่ำ แต่รัสเซียก็ไม่ได้ลดความพยายามในการที่จะสร้างกองทัพเรือให้ทันสมัย และให้มีแสนยานุภาพเหนือกองทัพเรือของสหรัฐฯ

รายงานฯ ยังพูดถึงเครื่องบินรุ่น 5 ของรัสเซีย PAK FA aka T–50 ที่จะเข้าประจำการใน พ.ศ.2559 และพูดถึงเครื่องบินล่องหนที่ถูกส่งเข้าประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ของรัสเซีย รายงานยังเขียนแสดงความตระหนกตกใจกับขีปนาวุธคาลิเบอร์ ซึ่งผู้อ่านท่านที่เคารพคงจะจำได้นะครับ ว่าเมื่อเดือนธันวาคม 2558 เรือรบรัสเซียยิงขีปนาวุธคาลิเบอร์จากทะเลสาบแคสเปียนไปถล่มเป้าหมายต่างๆ และในซีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อเมริกาและสหภาพยุโรปตกใจตื่นเต้นขนาดตาถลนออกมานอกเบ้าห้อยต่องแต่ง

การเขียนยุทธศาสตร์ในสมัยก่อน เขียนอ้อมไปอ้อมมา ไม่ยอมเขียนชนประเทศไหนตรงๆ ดอกครับ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ว่าตนเองถูกมองเป็นศัตรู เป็นภัยคุกคาม แต่สมัยนี้ไม่แล้วครับ ซัดกันตรงๆ แถมเอามาเปิดเผยกับสื่อสารมวลชนเหมือนกับจะฝากบอกกับอีกฝ่ายหนึ่งว่า ฝ่ายข้าพร้อมที่จะชน ข้าไม่กลัวเอ็ง

ประเทศใหญ่ซัดกันแรง ประเทศเล็กชาติน้อยก็ควรจะมียุทธศาสตร์ อย่าไปเป็น ‘ติ่ง’ ของมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะจะกลายเป็นว่า ตนเองเข้าไปอยู่ในกระบวนการของความขัดแย้งกับเขาด้วย

ทุกครั้งที่โดนเล่น

ลูกพี่ที่เราไปเป็น ‘ติ่ง’ ก็ไม่เคยช่วยสักทีครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

อิหร่านอาจจะโดนคว่ำบาตรต่อ เพราะ…..

Published มกราคม 4, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557474

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 4 ม.ค. 2559 05:01

 

10 ธันวาคม ปีที่แล้ว คณะของพ่อไปเยือนโรงเรียนประถมศึกษาฮุนเซ็นสวายเลอ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำตำบลแห่งหนึ่งในจังหวัดเสียมราฐ กัมพูชา ขณะกำลังฝากขนมให้นักเรียนทาน นักเรียนหลายคนมองขนมไม่เห็น การสอบถามทำให้พวกเราทราบว่า โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนสายตาสั้นมากอยู่ 26 คน

คุณชาตรี สร้อยประดู่ จากเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ซึ่งเดินทางร่วมคณะไปเยือนกรุงหริหราลัยด้วย จึงสั่งตัดแว่นสายตาให้นักเรียน 26 คน และจะให้ ร.ต.อ. ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ มอบให้นักเรียนในเวลา 15.00 น. ของวันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2559 มอบเสร็จก็เดินทางขึ้นไปสำรวจกรุงหริหราลัยครั้งที่ 2 ท่านใดสนใจจะร่วมทีมก็ยังทันนะครับ ติดต่อคุณชวิกา 09-2430-6363 ส่วนเรื่องแว่นสายตา พวกเราจะสำรวจและควักกระเป๋าตัดแจกไปเรื่อยๆ นะครับ เพราะนักเรียนในประชาคมอาเซียนที่อยู่ในชนบทห่างไกล เรียนหนังสือไม่ได้ หนึ่งในหลายสาเหตุ ก็มาจากเรื่องสายตานี่แหละ ครอบครัวยากจนก็ตัดแว่นตาให้ลูกของตนไม่ได้

องค์การความร่วมมือซ่างไห่ ตั้งเมื่อ 15 มิถุนายน 2544 มีสมาชิกคือ รัสเซีย จีน คาซัคสถาน ทาจิกีซสถาน คีร์กีซ และอุซเบกิสถาน ที่รอเป็นสมาชิกอยู่ก็มองโกเลีย ซึ่งตอนนี้เป็นผู้สังเกตการณ์ ปากีสถาน อินเดีย และอิหร่าน ที่จริงอิหร่านเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ที่ได้เข้าสู่กระบวนการแปลงสถานะให้เป็นประเทศสมาชิกถาวรขององค์การความร่วมมือซ่างไห่ตั้งแต่ 24 มีนาคม 2551 แต่อิหร่านอยู่ในระหว่างถูกมาตรการคว่ำบาตรจากสหประชาชาติ ทำให้ไม่สามารถเป็นสมาชิกถาวรขององค์การความร่วมมือซ่างไห่ได้ เพราะกฎบัตรขององค์การนี้กำหนดไว้แต่แรกว่า ประเทศที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรในทุกรูปแบบของยูเอ็นไม่สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกถาวรได้

14 กรกฎาคม 2558 กลุ่ม P5+1 ผมหมายถึง 5 ชาติที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน) และ 1 ประเทศมหาอำนาจฝั่งยุโรปอย่างเยอรมนี บรรลุความตกลงด้านนิวเคลียร์กับอิหร่านได้ และเรื่องนี้หลายคนก็เชื่อว่าจะทำให้อิหร่านพ้นจากการถูกคว่ำบาตร

นายดมิตรี เมเซนต์เซฟ เลขาธิการใหญ่ขององค์การความร่วมมือซ่างไห่ออกมากระดี๊กระด๊าเรื่องที่ว่า ถ้าอิหร่านพ้นจากการถูกคว่ำบาตรจากสหประชาชาติ องค์การฯ ก็พร้อมที่จะรับอิหร่านเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งผู้อ่านท่านก็คงทราบนะครับ ว่าองค์การนี้ มีจีนและรัสเซียเป็นโต้โผใหญ่ ที่ตั้งขึ้นมาคานอำนาจขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต

เดิมโซเวียตมีองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอร์ที่เอาไว้ซัดกับนาโต แต่พอสหภาพโซเวียตล่มสลาย วอร์ซอร์แพกต์ ก็เจ๊งไปด้วย และก็มีองค์การความร่วมมือซ่างไห่มาโผล่นี่แหละครับ แค่ใช้สมองซีกเดียวคิด ก็รู้ว่าอเมริกาไม่ชอบองค์การความร่วมมือซ่างไห่แน่

วันเดียวกับที่เลขาธิการใหญ่องค์การความร่วมมือซ่างไห่ออกมาบอกว่าพร้อมรับอิหร่าน อเมริกาก็ปล่อยข่าวว่า 26 ธันวาคม 2558 จรวดที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านยิงทดสอบ พุ่งเฉียดเรือบรรทุกเครื่องบินทรูแมนเพียง 1,400 เมตร โดยแจ้งเตือนล่วงหน้าเพียง 23 นาที

วันถัดมาคือ 31 ธันวาคม 2558 อิหร่านรีบปฏิเสธว่าไม่ได้ยิงจรวดเฉียดเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ เอาละซี ทีนี้พวกผู้ชำนาญด้านการระหว่างประเทศก็ออกมาวิเคราะห์กันใหญ่ ว่าใครน่าจะเป็นคนโกหก สหรัฐฯ หรืออิหร่าน พิจารณากันอย่างรอบคอบนะครับ ไม่มีเหตุผลกลใดเลยที่อิหร่านจะยิงเฉียดเรือสหรัฐฯ

แต่สหรัฐฯ อาจจะสร้างข่าวนี้ขึ้นมา หรืออาจจะพูดอะไรให้เกินความจริงเข้าไว้ก่อน เพื่อจะใช้เป็นความชอบธรรมในการตะโกนบอกโลกว่า อย่าไปยกเลิกการลงโทษด้วยการคว่ำบาตรในทุกรูปแบบให้อิหร่าน อิหร่านเป็นประเทศแย่ ท่านชาวโลกเห็นไหม อยู่ดีๆ ก็ยิงจรวดมาเฉียดเรือรบของไอ ซึ่งแน่นอนครับ พออเมริกาตะโกนอย่างนี้ พวกตะวันตกด้วยกันก็สอดรับกันเป็นแถวเพื่อกีดกันอิหร่าน ทุกคนมองออกว่า ถ้าอิหร่านไปรวมกับรัสเซียและจีน องค์การความร่วมมือซ่างไห่ก็มีโอกาสเติบโตเป็นยักษ์ที่จะซัดกับนาโต

และตอนนี้ก็มีข่าวว่า สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน

โลกเราทุกวันนี้ ไม่มีใครสนใจความจริงกันแล้วครับ

ความเท็จ ถ้าเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พอยอมรับได้ ก็สหรัฐฯ กับนาโต คิดอย่างนี้นะซีครับ โลกถึงได้ยุ่ง.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

สวัสดีปีใหม่ 2559 เปิดใจ คุณนิติ นวรัตน์

Published มกราคม 1, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556503

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 1 ม.ค. 2559 05:01

 

ครอบครัวของผมรับใช้สังคมไทยด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาจะครบ 34 ปี ในวันที่ 9 มกราคม 2559 ด้วยบาลานซ์ (ติวเตอร์หมู) สถาบันมาตรฐานเพิ่มคุณค่าชีวิต สอนวิชาภาษาอังกฤษและเตรียมเยาวชนไทยในการสอบเข้ารับราชการเป็นครั้งแรก เมื่อ 9 มกราคม 2525

ส่วนคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก และเปิดฟ้าภาษาโลก ก็จะครบ 19 ปี และ 18 ปีตามลำดับ เพราะเปิดฟ้าส่องโลกเริ่มรับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพเป็นวันแรกเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2540 และเปิดฟ้าภาษาโลกเริ่มเมื่อ 3 สิงหาคม 2541

ผู้คนจากครอบครัวผม พวกเราเริ่มออกตระเวนบรรยายไปทุกตรอกซอกมุมของประเทศไทย เป็นนักบรรยายอาชีพเมื่อ 11 สิงหาคม 2540 จนถึงปัจจุบันก็ 19 ปี มีผู้ฟังรวมมากกว่าครึ่งล้านจากผู้เชิญมากกว่า 1,500 แห่งรายการสารคดีทางสถานีโทรทัศน์ที่ชื่อว่าเปิดเลนส์ส่องโลก เริ่มปรากฏภาพและเสียงต่อสายตาประชาชนคนไทยเมื่อ พ.ศ.2544 พวกเราตระเวนไปถ่ายทำสารคดีในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง

เรายังรับใช้ทางสื่อวิทยุคลื่นต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ.2540 มาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งการนำภาพและเสียง และเรื่องราวต่างๆ นำมาเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์

การรับใช้สังคมไทย ครอบครัวผมปฏิบัติครบทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สื่อบรรยาย และสื่อออนไลน์ อย่างเช่นเคยครับ

ศุภวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2559 ผมขอส่งความสุข ความปรารถนาดีมายังผู้อ่านท่านผู้เจริญ ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย และพระบารมีของพระบาทสมเด็จ

พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และของสมาชิกแห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ จงดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีแต่ความสุขสมบูรณ์พูนผลด้วยสิ่งพึงปรารถนาทุกประการเทอญ.

คุณนิติ นวรัตน์

 

ฉบับสุดท้ายของ 2558

Published ธันวาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554891

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 28 ธ.ค. 2558 05:01

 

พล.ร.ต.อภิชาติ ปัญญากิตติวัฒน์ ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารเรือ ทำการแทนเจ้ากรมข่าวทหารเรือ เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “การทูตกับแนวทางในการปฏิบัติงานในประเทศอาเซียน” รับใช้ผู้ช่วยทูต รองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ และภริยา ที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เมียนมา เวียดนาม ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา กัมพูชา สิงคโปร์ และข้าราชการสำนักนโยบายและแผน 13.00-16.00 น. อังคารพรุ่งนี้ 29 ธันวาคม ที่ห้องเรียนกรมข่าวทหารเรือ วังนันทอุทยาน กรุงเทพฯ

ตลอดพุทธศักราช 2558 ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ และคณะเปิดฟ้าส่องโลก จารึกเทียวไปทั้งในและต่างประเทศ โดยประสงค์นำข้อมูลมารับใช้ผู้อ่านท่านที่เคารพ

มกราคม-กุมภาพันธ์ ได้รับเชิญให้ไปพูดรับใช้ครูและผู้ปกครองชาวมาเลเซีย ที่ Highlands International Boarding School รัฐปะหัง มาเลเซีย

มีนาคม คณะเปิดฟ้าส่องโลกนำทริปคาราวานนั่งรถไปสำรวจตลาดการค้าการลงทุนในประชาคมอาเซียน 4 ประเทศ โดยออกจากไทยที่ด่านชายแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขับรถทะลุกัมพูชาไปเวียดนาม ล่องจากเวียดนามตอนใต้ ขึ้นไปเวียดนามกลาง และเข้าลาว มาทะลุไทยที่ด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

เมษายน พาทริปคาราวานขับรถขบวนยาวจากกรุงเทพฯ ข้าม ชายแดนไทยที่ด่านชายแดนแม่สอด จ.ตาก เข้ารัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ ดิ่งขึ้นไปจนถึงนครย่างกุ้งและทดลองขับกลับมาไทยด้วยถนนไฮเวย์ที่เพิ่งตัดใหม่เอี่ยมอ่อง

พฤษภาคม บินไปร่วมการประกวดจัดสวนเชลซี ฟลาวเวอร์โชว์ 2015 ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ จากนั้น คณะตระเวนเมืองต่างๆของอังกฤษ เมื่อกลับถึงประเทศไทย ทีมก็บินไปภูมิภาคเอเชียกลาง ปฏิบัติหน้าที่เป็นท่ีปรึกษาด้านการลงทุน และพบกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในหลายเมืองที่สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน

มิถุนายน บินจากอุซเบกิสถานไปทะเลดำและจารึกไปตามคามนิคมชนบทที่ซ่อนตัวอยู่ตามเทือกเขาคอเคซัส โดยไปปักหลักเช่าห้องพักเล็กๆ ในเมืองโซชิของรัสเซีย

กรกฎาคม ไปสิงคโปร์ เพื่อต่อเครื่องบินต่อไปยังสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ปฏิบัติภารกิจเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนและพบปะหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในเมืองหลวงและเมืองต่างๆของแอฟริกาใต้

สิงหาคม-กันยายน คณะตระเวนพูดและเก็บข้อมูลตามบริเวณชายแดนไทยกับกัมพูชา ลาว เมียนมา และมาเลเซีย

ตุลาคม คณะปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเพื่อศึกษาลู่ทางและโอกาสทางการค้าและการลงทุนและพบปะกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในเมืองหลวงและตามหัวเมืองใหญ่ของสหพันธ์สาธารณรัฐเอธิโอเปีย

พฤศจิกายน ครึ่งเดือนแรก คณะทำหน้าที่ที่ปรึกษาการลงทุนและพบกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สาธารณรัฐเคนยา พอปลายเดือน ก็นั่งรถยนต์ข้ามชายแดนไทยที่ด่านชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปที่เมืองเชียงตุงของรัฐฉาน และเดินทางต่อไปยังเขตปกครองพิเศษชายแดนเมืองลาของเมียนมา ที่ชายแดนเมียนมา-จีน

ธันวาคม นั่งรถข้ามชายแดนไทยที่ด่านชายแดนอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว เดินทางไปจังหวัดเสียมราฐของกัมพูชา ปักหลักพักกันบนภูเขา เพื่อสำรวจกรุงหริหราลัยที่สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นราชธานีที่หายสาบสูญไปนานกว่า 1,200 ปี

เปิดฟ้าส่องโลกเป็นคอลัมน์ทั้งนก ทั้งหนอน

หนอนได้สัมผัสกับเหตุการณ์ต่างๆด้วยตัวเอง ไปรับรู้จิตวิญญาณและความรู้สึก นกก็บินอยู่บนฟากฟ้านภากาศ เมื่อมองลงไป ได้เห็นป่าทั้งป่า เห็นถนนหนทาง เห็นหนองน้ำ เห็นภาพองค์รวมซึ่งหนอนไม่สามารถมองเห็นได้ เมื่อเอา 2 อย่างมารวมกัน เราจึงได้ภาพที่ชัดเจนทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศต่างๆในโลกใบนี้

อินเตอร์เน็ตทำให้โลกเคลื่อนตัวไปในอัตราที่ไวกว่าที่เราคาดคิด คาดประมาณ เพียงเผลอหลับไปเพียงแป๊บแว็บเดียวเท่านั้น ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง โลกรอบข้างไปไกลกว่าเกินจินตนาการ มีแต่เพียงเสียงกู่ก้องร้องตะโกนกันเซ็งแซ่ว่า “เป็นไปไม่ได้” มีแต่คำถามว่า

“ประเทศของเรามาถึงจุดที่ล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมากอย่างนี้ได้อย่างไร?”

คณะเปิดฟ้าส่องโลกยังรับใช้สังคมไทยด้วยการไปบรรยายให้กับหน่วยงานราชการและของรัฐ ไปครบทุกจังหวัด บางจังหวัดไปซ้ำๆ ย้ำๆหลายรอบ พวกเราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้คนจากส่วนต่างๆนับหมื่นจำนวนแสนคนต่อปี

เมื่อเอาสถานการณ์ทั้งเมืองนอก เมืองไทย มาผนวกบวกกันแล้ว ขอเรียนว่า พ.ศ.2558 ที่กำลังจะหมดสิ้นไปนั้น เรายังโชคดี

แต่ พ.ศ.2559 เราอาจจะไม่โชคดีอย่างนี้

อย่าประมาทครับ ลาทีปีเก่าครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

ฐานทัพอากาศจีนในทะเลจีนใต้

Published ธันวาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/553515

โดย คุณนิติ นวรัตน์ 25 ธ.ค. 2558 05:01

 

เสาร์พรุ่งนี้ 26 ธันวาคม 10.00-12.00 น. ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูดรับใช้ผู้อบรมหลักสูตร “มัคคุเทศก์ท้องถิ่นสู่อาเซียน” เรื่อง “อาเซียนกับการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว” ที่วิทยาลัยชุมชนสระแก้ว จ.สระแก้ว

จากสระแก้วต้องดิ่งไปจังหวัดเลย เพราะจันทร์ 28 ธันวาคม สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ พูด “ความสำคัญของประชาคมอาเซียนต่อการพัฒนาท้องถิ่นไทย” 13.00-16.00 น. ที่โรงแรมใบบุญแกรนด์ อ.เมือง จ.เลย

เมื่อมาเลเซียเตรียมเป็นสมาชิกทีพีพี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯก็ยกระดับมาเลเซียจากประเทศในเทียร์ 3 ตามมาตรา 108 ของกฎหมายทีวีพีเอ ด้านการค้ามนุษย์ ให้ขยับขึ้นไปอยู่ในเทียร์ 2 เฝ้าระวัง ทำให้ไทยเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่อยู่ในเทียร์ 3

สิงคโปร์เป็น 1 ใน 4 ประเทศจากประชาคมอาเซียนที่เป็นสมาชิกทีพีพีที่มีอเมริกาเป็นผู้นำ คนในสิงคโปร์ส่วนใหญ่มีเชื้อสายจีน มีความผูกพันกับบรรพบุรุษในเมืองจีน ทว่า ตั้งแต่ที่เข้าไปอยู่ในทีพีพี สิงคโปร์ก็มีปฏิบัติการหลายอย่างที่ช่วยอเมริกายำจีน โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งในทะเลจีนใต้

พฤศจิกายน 2558 ประธานาธิบดีโอบามาเรียกร้องให้หยุดสร้างเกาะเทียม และบอกว่าอเมริกาจะมุ่งมั่นถึงสิทธิการเดินเรือเสรี จีนซึ่งเป็นประเทศที่สร้างเกาะเทียมโต้ตอบอเมริกาว่า ตนจะสร้างสิ่งปลูกสร้างทางทหารและพลเรือนบนเกาะเทียม มีอะไรหรือเปล่า?

อเมริกาก็ทำอะไรจีนไม่ได้ดอกครับ นอกจากประณามการสร้างเกาะเทียมแถวหมู่เกาะสแปรตลีซึ่งเป็นกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่ดูขึงขังตึงตังดังขึ้นมาหน่อยก็คือ อเมริกาเอาเครื่องบินไปลาดตระเวนใกล้ๆ เกาะเทียม และก็เอาเครื่องบินสอดแนม พี 8 โพไซดอน ไปประจำการในญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ บางทีมีการลาดตระเวนจากมาเลเซียด้วย

ตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป อเมริกาก็จะส่งเครื่องบินสอดแนม พี 8 โพไซดอน ไปประจำการในสิงคโปร์ ซึ่งผมเชื่อว่าจีนคงจะยึกยักพอสมควร เพราะจีนเป็นประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่เกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้และมีปัญหากับประเทศรอบๆทะเลที่ว่านี้

จีนเหมือนไอ้ปื๊ดหน้ามืดแล้วครับ ทะเลาะกับเขาไปทั่วก็ต้นธันวาคมเดือนนี้นี่แหละครับ กองทัพเรือเกาหลีใต้ต้องยิงปืนเตือนใส่เรือตรวจการณ์ของจีนที่แล่นข้ามเขตแดนทางทะเลระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ทั้งเรือประมงที่เป็นชาวประมงจีนของแท้ กับเรือของราชการจีนไม่ได้ตระเวนเฉพาะทะเลจีนใต้เท่านั้น แต่ออกหากินและปฏิบัติการไปไกลจนถึงเกาหลีใต้ ภายในเวลา 4 ปี เรือจีนโดนเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้จับถึง 2,200 ลำ

จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไต้หวัน และบรูไนพวกนี้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำบางส่วน แนวหินปะการัง และแนวหินโสโครก ซึ่งเป็นเส้นทางเรือที่พลุกพล่านมากที่สุดในโลก เป็นเส้นทางการขนส่งทางน้ำที่ส่งสินค้ามูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี การอ้างกรรมสิทธิ์ทำให้ประเทศที่ชื่อข้างต้นต้องแข่งขันกันสะสมอาวุธ ซื้อกันสะบั้นหั่นแหลกครับ สะสมแม้แต่เรือดำน้ำ ความมุ่งหวังตั้งใจที่ซื้อกันยกใหญ่นี่ก็คือ เอาไว้ซัดกับจีน

อเมริกากับออสเตรเลียไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้กับเขาดอกครับ แต่ส่งเครื่องบิน + เรือ เข้าไปใกล้เกาะเทียม เรือติดลำโพงกระจายเสียงประกาศว่า นี่คือการแสดงออกถึงการสัญจรในน่านน้ำสากล เครื่องบินก็กระจายเสียงข้อความแสดงออกถึงสิทธิในการสัญจรในน่านฟ้าสากลตามอนุสัญญาสหประชาชาติ

จีนบอกว่า อั๊วไม่สน แถมยังผุดลานบินในเกาะเทียมให้ใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 4 เท่า สร้างอาคารท่าเรือ จีนสร้างเกาะเทียมแถวหมู่เกาะสแปรตลีถึง 7 แห่ง มีบริเวณโผล่พื้นน้ำรวมกันแล้ว

ใหญ่ถึง 5,060 ไร่ แล้วก็ส่งเครื่องบินขับไล่ชั้นสูง J–11 BH/BHS ของกองทัพอากาศจีนไปประจำบนเกาะวูดี้ ซึ่งเป็นเกาะเทียมที่จีนสร้างขึ้น ลานบินที่จีนสร้างขึ้นทำให้เครื่องบินจีนเติมเชื้อเพลิง ซ่อมแซม และติดตั้งอาวุธโดยไม่ต้องบินไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรไปยังฐานทัพอากาศที่ใกล้ที่สุดบนเกาะไห่หนาน บนท้องฟ้าทะเลจีนใต้ในตอนนี้มีเครื่องบินของจีนบินกันว่อน ทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล H–6K เครื่องบินขับไล่ และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า ฯลฯ

ผู้อ่านท่านอย่าคิดว่าในทะเลจีนใต้มีแต่ลานบินของจีนนะครับ ของเวียดนามก็มี แต่ยาวเพียง 550 เมตร ลงได้เฉพาะเครื่องบินขนส่งสินค้าและเครื่องบินตรวจการแบบเคลื่อนที่ช้า ลานบินของฟิลิปปินส์ก็อยู่บนเกาะติตู ลานบินของไต้หวันก็อยู่บนเกาะอิตู อาบา ลานบินของมาเลเซียอยู่บนแนวปะการังสวอลโลว์

ผมเชื่อว่าจีนจะพัฒนาลานบินพวกนี้เป็นฐานทัพอากาศ

สงครามในทะเลจีนใต้ เกิดขึ้นง่ายมากครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

 

%d bloggers like this: