เปรี้ยวปาก

All posts tagged เปรี้ยวปาก

“Atena Farm : อธีน่าฟาร์ม” ความสำเร็จจากคอร์สเรียน ที่กลายมาเป็นธุรกิจ

Published กรกฎาคม 27, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07060010358&srcday=2015-03-01&search=no

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 368

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

“Atena Farm : อธีน่าฟาร์ม” ความสำเร็จจากคอร์สเรียน ที่กลายมาเป็นธุรกิจ

ในช่วงปี 2015 นี้ กระแสความนิยมในการบริโภคอาหารประเภทพืชผัก-ผลไม้ ก็ยังคงแรงดีไม่มีตก เนื่องมาจากเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังฮอตโดนใจหนุ่มสาวยุคใหม่ หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุที่เริ่มหันกลับมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยสภาวะโรคภัยไข้เจ็บที่มีมากมายในปัจจุบัน จึงทำให้ธุรกิจด้านการเกษตรเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน และหนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตามอง ณ เวลานี้ คงต้องพูดถึง “การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์”

ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีสำหรับหลักสูตร “การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์เบื้องต้น” ของ อาจารย์ปกรณ์ พิสุทธิ์ชาน (อาจารย์เอก) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์แถวหน้าของเมืองไทย และเป็นนักธุรกิจคนเก่งที่ประสบความสำเร็จ ในกิจการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ (ผักไร้ดิน) ภายใต้ชื่อ ไฮโดร ฮ็อบบี้ ที่ได้มาร่วมจัดอบรมกับ มติชน อคาเดมี จนได้รับกระแสตอบกลับอย่างดีจากผู้เรียนหลากหลายรุ่น จนสามารถสร้างเครือข่าย และสร้างธุรกิจให้กับลูกศิษย์หลายคนประสบผลสำเร็จมาได้จนถึงปัจจุบันนี้

เช่นเดียวกันกับ “Atena Farm : อธีน่าฟาร์ม” ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากคอร์สเรียนนี้เช่นกัน

“Atena Farm : อธีน่าฟาร์ม” หนึ่งในฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์ น้องใหม่ย่านบางขุนนนท์ ของ พล.ต.ท. ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี (อดีต ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และ คุณวรอนงค์ เทพชาตรี (บุตรสาว) โดยเจ้าของฟาร์มเป็น 2 ผู้เรียนจากคอร์ส “การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์” ของ อาจารย์ปกรณ์ พิสุทธิ์ชาน ที่มติชน อคาเดมี ซึ่งหลังจากเรียนจบคอร์สเรียนไป ทั้ง 2 ท่านก็เริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับการทำฟาร์มอย่างจริงจัง พร้อมกับได้ที่ปรึกษาอย่างอาจารย์ปกรณ์ เข้ามาช่วยให้คำชี้แนะตั้งแต่กระบวนการสร้างโรงเรือน และการทำธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่ม จึงทำให้เกิดฟาร์มแห่งนี้ขึ้น และถือได้ว่าเป็นฟาร์มน้องใหม่ไฟแรงย่านบางขุนนนท์ที่น่าจับตามองในขณะนี้เลยทีเดียว

พล.ต.ท. ถาวรศักดิ์ ปัจจุบัน เกษียณอายุราชการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 กล่าวว่า “แรกเริ่มเดิมทีเดียวตอนก่อนเกษียณอายุ ผมตั้งใจว่าจะไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย ซึ่งระหว่างนี้เองก็ต้องไปเรียนปริญญาเอกเพิ่ม จนถึงช่วงอายุ 57-58 ปี ก็เรียนจบพอดี หลังจากเกษียณมาก็ได้เข้าสอนในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สอนอยู่ได้ประมาณ 3 ปี ก็รู้สึกว่าไม่ใช่งานที่ตัวเองชอบเท่าใดนัก และอยากลองทำอย่างอื่นมากกว่า จึงออกมาพักคิดทบทวนตัวเองอยู่ 1 ปี ลูกสาวก็ชวนไปเรียนคอร์ส “การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์” ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (MATICHON Academy) โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทานผักสลัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงสนใจและลองสมัครเข้ามาอบรมดู ทำให้พบว่า การปลูกพืชระบบไฮโดรโปนิกส์นั้น มันมีปัจจัยหลายอย่างเหมือนกัน แต่ด้วยความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หลังจบคอร์สเรียนจึงตัดสินใจลงทุนทำฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์เลยในทันที โดยได้อาจารย์ปกรณ์ พิสุทธิ์ชาน วิทยากรในคอร์สเรียนนี้ที่คอยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการของฟาร์ม รวมไปถึงการทำการตลาด และการจัดจำหน่ายด้วย”

“ตอนแรกก่อนจะเปิดฟาร์ม ค่อนข้างกังวลมากอยู่เหมือนกัน เพราะพื้นฐานเราทำงานเกี่ยวกับราชการมาก่อน ทำให้กังวลเรื่องของการตลาด และการทำธุรกิจ จึงชวนอาจารย์ปกรณ์ แวะมาดูสถานที่ พร้อมพูดคุยแนวทางการทำฟาร์ม พออาจารย์ปกรณ์เห็นพื้นที่ ก็แนะนำว่าทำได้เลย เพราะพื้นที่กว้างขวาง อากาศถ่ายเท มีแสงแดดเพียงพอ เหมาะสมในการทำฟาร์มผักแน่นอน ตนจึงตัดสินใจลองเริ่มลงทุนจาก 14 โต๊ะก่อน ใช้เงินทุนโดยประมาณ 500,000 บาท ไม่รวมกับการปรับพื้นที่ดิน และจิปาถะอื่นๆ ซึ่งจากการศึกษามาเรื่อยๆ ก็พบปัญหาเล็กน้อย เช่น พื้นที่ปลูกผักมีแสงแดดไม่เพียงพอ แต่ก็ได้อาจารย์ปกรณ์คอยแนะนำและชี้แนะแนวทางแก้ไขให้มาโดยตลอด ทำให้การทำฟาร์มของผมค่อนข้างราบรื่นและมีปัญหาน้อย ส่วนหนึ่งก็ต้องบอกว่า เราโชคดีที่ได้ที่ปรึกษาที่มีความรู้ และคอยช่วยเหลือเรามาโดยตลอดอย่างอาจารย์ปกรณ์”

บนพื้นที่ขนาดใหญ่ ภายในฟาร์มแห่งนี้เราจะพบกับพันธุ์ผักไฮโดรโปนิกส์ยอดนิยมหลากหลายสายพันธุ์ โดยภายในฟาร์มจะเน้นปลูกเพื่อจำหน่ายอยู่ 7 ชนิดก็คือ กรีนโอ๊ก (green oak), เรดโอ๊ก (red oak), บัตเตอร์เฮด (butterhead), บัตตาเวีย (batavia), เรดคอรัล (red coral), ฟิลเลซ์ไอซ์เบิร์ก (fillice iceberg), กรีนคอส (green cos) ซึ่งผักเหล่านี้จะมีลูกค้าทั้งขาประจำ และขาจรแวะเวียนมารับไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนใหญ่ลูกค้าก็จะนำไปทำเป็นผักสลัด และมีบางส่วนนำไปจำหน่ายปลีกอีกทอดหนึ่ง ซึ่งจุดเด่นของผักที่ฟาร์มแห่งนี้ ก็คือ ความสด-ใหม่-สะอาด และไม่นำผักที่ยังไม่พร้อมจำหน่าย มาขายให้กับลูกค้า ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของจรรยาบรรณของทางฟาร์มที่มีให้กับลูกค้าทุกคน

คุณวรอนงค์ กล่าวว่า “สำหรับปัญหาหลักของเราในเวลานี้ก็คือ ผักไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย เพราะความต้องการของลูกค้ามีมาก ทำให้เราต้องเร่งปลูกผักให้ไวขึ้น จากเดิมที่เราจะเพาะต้นกล้าในทุกๆ 7 วัน ก็ต้องร่นเวลาลงมาให้ไวขึ้น เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้า โดยปกติเราจะขายผักได้วันหนึ่งเกือบๆ 10 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ก็สามารถจำหน่ายได้ถึง 20 กิโลกรัม ถือว่าเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีทีเดียว”

“สำหรับความประทับใจในคอร์สการเรียนการสอนของ มติชน อคาเดมี นั้นต้องบอกว่า หลักสูตรการเรียนการสอนของที่นี่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ และดีมากๆ วิทยากรก็ให้ความรู้แบบเต็มที่ ไม่มีกั๊ก และยังมีชุดทดลองการปลูกพืชผักไฮโดรโปนิกส์ให้กับผู้เรียนมาทดลองปลูกอีกด้วย ซึ่งจุดนี้เองถือเป็นจุดประกายให้เราได้ลองเริ่มต้น พร้อมกับได้ลองทำจริง จนสามารถมองเห็นแนวทางในการประกอบธุรกิจในอนาคตได้ ซึ่งต้องขอบคุณอาจารย์ปกรณ์ ที่ช่วยจุดประกายแนวทางการทำธุรกิจมา ณ จุดนี้ด้วยค่ะ” คุณวรอนงค์ กล่าว

หลายคนเริ่มต้นการทำธุรกิจมาจาก “ความชอบ” บางคนก็เริ่มทำธุรกิจมาจาก “ความรัก” แต่แน่นอนว่าเป้าหมายปลายทางของทุกคนคือ ธุรกิจที่ทำแล้วสามารถเลี้ยงตัวเองได้ และมีกำไร ก็น่าจะถือได้ว่า คุณประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจขั้นต้นแล้ว

สำหรับท่านที่สนใจ อยากสมัครเรียนคอร์ส “การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์” ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2558 นี้ อาจารย์ปกรณ์ พิสุทธิ์ชาน พร้อมแล้วที่จะไขความลับ และให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ พร้อมชี้แนะแนวทางการทำธุรกิจ และเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เรียนในคอร์สที่สนใจอยากทำธุรกิจนี้อีกด้วย ถ้าคุณกำลังมองหาช่องทางทำธุรกิจ พลาดไม่ได้โดยประการทั้งปวง!!!

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรงานช่าง-งานฝีมือ หรือหลักสูตรอื่นๆ ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช โดยเฉพาะการปลูกผัก และพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่ และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้พืชผักที่สะอาดเป็นอาหาร ปัจจุบันนี้ เทคนิคการปลูกพืชแบบไร้ดินมีหลายแบบด้วยกัน

โดยทั่วไป การปลูกพืชไม่ใช้ดินอาจแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ การปลูกพืชโดยให้ส่วนของรากแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหารที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง หรือปลูกบนวัสดุอื่นที่ไม่ใช้ดิน และรดด้วยสารละลายธาตุอาหารหรือนํ้าปุ๋ย วัสดุที่ใช้ปลูกพืชอาจจะเป็นสารอนินทรีย์ เช่น กรวด ทราย หิน ที่ได้จากธรรมชาติหรือที่มนุษย์ทําขึ้นมา เช่น เพอร์ไลต์ (Perlite) เวอร์มิคูไลต์ (Vermiculite) ร็อกวูล (Rockwool) หรือสารอินทรีย์ เช่น พีต (peat) มอส (moss) ขี้เลื่อย, เปลือกไม้, เปลือกมะพร้าวสับ, ขุยมะพร้าว, แกลบสดและถ่านแกลบ เป็นต้น โดยพืชจะดูดซึมสารอาหารมาเป็นไอออนในน้ำ ซึ่งมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ในสภาพตามธรรมชาตินั้น ดินจะทำหน้าที่เป็นแหล่งสารอาหาร แต่ดินเองนั้นไม่จำเป็นต่อการเติบโตของพืช เมื่อสารอาหารในดินละลายไปกับน้ำ รากของพืชก็จะสามารถดูดซึมสารอาหารนั้นได้ เมื่อใส่สารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชไว้ในแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดิน เพื่อเป็นแหล่งอาหารของพืชอีกต่อไป ซึ่งพืชส่วนใหญ่จะเติบโตด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ได้ แต่เติบโตได้ดีมากน้อยแตกต่างกัน การปลูกพืชไร้ดินนี้ทำได้ง่าย สะดวก และประหยัดพื้นที่ แต่ต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็นเพิ่มเติมก็คือ สารอาหารสำหรับพืชที่ละลายอยู่ในน้ำแล้ว นั่นเอง

เปิดสูตรเด็ด “ไก่ย่าง จรูญ-แดง” ตำนานร้านอร่อย ย่านบางโพ ที่มติชน อคาเดมี

Published กรกฎาคม 15, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07070150258&srcday=2015-02-15&search=no

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 367

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ด “ไก่ย่าง จรูญ-แดง” ตำนานร้านอร่อย ย่านบางโพ ที่มติชน อคาเดมี

พูดถึงเมนูเด็ดอย่าง “ไก่ย่าง” ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารจานอร่อยที่ถูกปากถูกใจใครหลายๆ คน ยิ่งถ้าได้รับประทานกับข้าวเหนียว, ส้มตำ, น้ำตก ก็สุดจะทานทนความอยากลิ้มลองไว้ได้ ครั้นจะตามล่าหาร้านอร่อย ก็มีให้เลือกอยู่ดาษดื่น แต่ถ้าพูดถึงร้านอร่อยย่านบางโพ ผมคงอดที่จะนึกถึงร้าน “ไก่ย่าง จรูญ-แดง” เสียไม่ได้ เพราะที่นี่เมนู “ไก่ย่าง” เค้าอร่อยขั้นเทพ…แถม น้ำจิ้ม ก็แซบแบบไม่เหมือนใครเสียด้วย

จุดหมายปลายทางความอร่อยของมติชน อคาเดมี ครั้งนี้ อยู่ที่ซอยวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ หรือ ประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 4 ในย่านบางโพ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน “ไก่ย่าง จรูญ-แดง” ใช้เวลาเดินทางไม่นานนักก็ถึงที่หมาย หน้าร้านมีป้ายหินแกรนิตใหญ่โตมโหฬาร สมกับที่เป็นร้านเด็ดของย่านนี้ แต่สิบปากว่า…คงไม่เท่าตาเห็น และสิบตาเห็น…ก็ไม่เท่าการได้ลองชิมอาหารจานเด็ดในร้านแห่งนี้

“สวัสดีค่ะ…เชิญนั่งทานน้ำเย็นๆ ก่อน เดี๋ยวให้เด็กเอาอาหารมาเสิร์ฟค่ะ”

คำทักทายแรกจาก คุณนวนนท โพธินิต หรือ คุณโบว์ ผู้เป็นทายาทและเจ้าของร้าน “ไก่ย่าง จรูญ-แดง” บ่งบอกได้ถึงความเป็นกันเองได้อย่างดี ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงลองลิ้มชิมรสอาหาร ก็ขอมานั่งฟังประวัติที่มาที่ไปของร้านกันสักหน่อยว่าทำไมต้องชื่อ “จรูญ-แดง”

คุณโบว์ ได้เล่าถึงที่มาของร้านว่า “สำหรับชื่อร้าน ตั้งตามชื่อของคุณแม่ และคุณป้า สองพี่น้องชาวปราจีนบุรี โดย คุณจรูญ ดำเนิน และ คุณกุลกร (แดง) โพธินิต และนี่เองคือที่มาของชื่อร้านอาหารไทยดั้งเดิมสุดเก๋ไก๋แห่งนี้ โดยเริ่มแรก คุณจรูญ และคุณแดง ประกอบอาชีพหลายอย่าง รวมไปถึงการเปิดขายกาแฟอยู่นานถึง 6 ปี เดิมทีเดียวนั้นคุณจรูญเรียนจบการเรือนมาด้วย จนกระทั่งในปี 2512 มีคนแก่มาเข้าฝัน บอกให้ขายลาบแล้วจะร่ำรวย ทั้งคู่จึงได้มาเช่าห้องแถวเล็กๆ ทำรถเข็นขายไก่ย่างส้มตำอยู่ในซอย โดยอาศัยศึกษาจากแม่ค้าส้มตำ ไม่น่าเชื่อว่าทำไปทำมาก็มีฝีมือมีชื่อเสียงเลื่องลือจนขยับขยายร้านได้ใหญ่โตมาจนทุกวันนี้ จนย่างเข้าสู่ปีที่ 46 แล้ว

ไม่พูดพร่ำทำเพลง…พี่โบว์ก็สั่งให้พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าหลากหลายเมนูเลยทีเดียว

เริ่มกันที่จานแรก “ไก่ย่าง” เมนูชูโรงประจำร้านที่ใครๆ ก็ทัดทานความอร่อยได้ยากยิ่ง ทีเด็ดอยู่ที่เนื้อไก่นุ่ม หนังกรอบ หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศ มีให้เลือกทั้งไก่บ้าน และไก่เนื้อ อีกหนึ่งส่วนเสริมความอร่อยที่อดจะพูดถึงเสียมิได้ก็คือ น้ำจิ้มไก่แบบหวาน และน้ำจิ้มไก่แบบแจ่ว โดยเฉพาะน้ำจิ้มแจ่ว ที่ผมเองชิมแล้วยังต้องตะลึง…เพราะมารู้ภายหลังว่า ใส่ปลาร้าลงไปด้วย (ผู้เขียนไม่กินปลาร้าเลย) แต่กลับไม่เหม็นกลิ่นปลาร้า แถมยังได้รสแซบสไตล์อีสานแบบลงตัวอีกต่างหาก ถือเป็นเมนูเด็ดประจำร้านที่คุณต้องลิ้มลอง

ตามติดกันมาด้วยเมนูสุดแซบ “ส้มตำไทย” ต้องบอกว่า อร่อยเด็ดไม่แพ้ใคร ด้วยคุณภาพของวัตถุดิบ และรสชาติที่คลาสสิกสไตล์อีสาน ถ้าคุณชอบทานส้มตำ…ผมบอกได้เลยว่า ผ่านครับ อร่อยแบบไม่น่าเชื่อว่าคนปราจีนก็ตำส้มตำ ปิ้งไก่ ได้อร่อยไม่แพ้คนอีสานเหมือนกัน

อีก 1 เมนูที่ขอบอกว่าเป็นไฮไลต์ประจำร้านเลยก็ว่าได้ ก็คือ ปลาดุกฟูผัดพริกขิง ต้องบอกว่าอร่อยมากๆ เพราะเขาผัดได้เข้มข้นมาก ไม่มันเลย แถมเนื้อปลาดุกยังกรอบแห้ง นำมาคลุกกินกับข้าวสวยอร่อยมาก แถมยังการันตีว่า สามารถเก็บไว้ทานได้เป็นสัปดาห์ โดยที่เนื้อปลายังกรอบอยู่ แถมไม่อมน้ำมันอีกด้วย

นอกเหนือจากเมนูไฮไลต์ที่กล่าวในขั้นต้น ทีมงานของเรายังได้ลองชิมเมนู ยำปลาดุกฟู, แกงส้มชะอมกุ้งสด, ยำมะเขือยาวกุ้งสด ที่เราต้องบอกว่าล้วนเป็นเมนูทีเด็ดประจำร้านทั้งสิ้น ที่ใครแวะเวียนมาก็ต้องสั่งกินอยู่ทุกโต๊ะไป ส่วนหนึ่งก็เพราะ รสชาติที่อร่อยลงตัว และอีกส่วนหนึ่งที่จะอดพูดถึงเสียมิได้ก็คือ การที่เจ้าของร้านเอาใจใส่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพในการทำอาหารทุกจาน ด้วยมือตัวเองในทุกๆ วันอีกด้วย

“ทุกๆ เช้า คุณแม่และพี่จะออกไปจ่ายตลาดด้วยตัวเองทุกครั้ง เพราะเราใส่ใจในเรื่องของการเลือกวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหาร เพราะวัตถุดิบแต่ละชนิด แต่ละท้องที่ ก็มีความแตกต่างในเรื่องของรสชาติที่แตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น ปลาดุก เราก็ต้องใช้ปลาดุกพันธุ์ผสมบิ๊กอุยจากสิงห์บุรี หรืออย่าง ปลาร้า เราก็ต้องเลือกใช้ ปลาร้าปลากระดี่ ศรีบุญยืน จากสุโขทัย ถึงจะไม่คาวและกลิ่นไม่แรงจัด เป็นต้น วัตถุดิบทุกๆ อย่างล้วนมีที่มาที่ไปของความอร่อย รวมไปถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยมของวัตถุดิบแต่ละท้องที่อีกด้วย” คุณโบว์ กล่าว

ด้วยความยอดเยี่ยมของรสชาติอาหาร ผนวกกับเทคนิคอันล้ำเลิศนี้เอง ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) จึงไม่พลาดที่จะเชิญร้านดังอย่าง “ไก่ย่าง จรูญ-แดง” มาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของ 4 เมนูเด็ดอย่าง ไก่ย่าง สูตรเด็ดจรูญ-แดง, ปลาดุกฟูผัดพริกขิง, ยำปลาดุกฟู และยำมะเขือยาวกุ้งสด โดยเจ้าของตัวจริง คุณนวนนท โพธินิต (คุณโบว์) ทายาทผู้สืบสานตำนานความอร่อยกันแบบถึงพริกถึงขิง ในวันที่ 20 มีนาคม 2558 นี้ พร้อมบอกเทคนิคทุกขั้นตอน และสอนวิธีการทำการตลาดให้กับผู้เรียนที่ต้องนำไปต่อยอดเปิดร้านขาย หรืออยากจะลองนำไปทำทานเองที่บ้านก็ได้เช่นกัน

โอกาสดีขนาดนี้ ใครที่อยากเรียนรู้สูตรเด็ด จากเจ้าของสูตรตัวจริง…เสียงจริง พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับ…

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com

เปิดสูตรเด็ด 12 ครัวสาธิต ใน “งานกาชาดและยางพาราบึงกาฬ 2558”

Published กรกฎาคม 6, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07064010258&srcday=2015-02-01&search=no

วันที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 366

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ด 12 ครัวสาธิต ใน “งานกาชาดและยางพาราบึงกาฬ 2558”

ย่างเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์นี้ มีข่าวดีมาฝาก! ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) เตรียมคัดสรรความรู้คู่ความอร่อยของสารพัดจานเด็ดหลากเมนูจากวิทยากรดัง ไปสาธิตการทำอาหารแบบจัดเต็มใน “งานกาชาดและยางพาราบึงกาฬ 2558” ชนิดที่เรียกว่า จัดเต็มมานำเสนอให้กับแฟนานุแฟนทุกท่านแบบอันลิมิต ตั้งแต่วันที่ 6-11 กุมภาพันธ์ 2558 ซึ่งแต่ละหลักสูตรการันตีความอร่อยด้วยรสมือจากเชฟดังระดับประเทศ และกูรูอาหารระดับชั้นนำ มาให้ความรู้ด้านอาหารให้กับทุกท่าน แบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายกันเลยทีเดียว

เริ่มต้นความอร่อยในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 พบกับหลักสูตร ขาหมูเมืองทอง สูตรใส่โอวัลติน ที่ความอร่อยเด็ดไม่เหมือนใคร รสนุ่มนวลด้วยน้ำซุปที่แอบแฝงด้วยกลิ่นอายความหวานของโอวัลติน บวกกับทีเด็ดที่เนื้อหมูเปื่อยนุ่มอร่อยเหาะ และน้ำส้มสูตรพิเศษไม่เหมือนใคร เพราะรสมือของ อาจารย์อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข เจ้าของร้านอาหารดัง ในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี แค่นี้ก็การันตี…ความอร่อยได้แล้ว อีกหนึ่งคอร์สที่ไม่ควรพลาด ก็ต้องพูดถึง “ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟทรงเครื่อง” สูตรเด็ดจาก ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์ประจำสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่พร้อมให้สูตรเด็ด “น้ำซอสเย็นตาโฟ” รสจี๊ดจ๊าดไม่เหมือนใคร ถ้าอยากได้สูตรเด็ดเคล็ดลับ…ต้องไม่พลาด

ส่วนในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 พบกับหลักสูตร ข้าวหมูแดง-หมูกรอบ สูตรโอเลี้ยง ที่ใครก็ชื่นชอบในความอร่อยของหมูกรอบ และหมูแดง ที่แฝงทีเด็ดไว้ที่น้ำราดใส่โอเลี้ยง จะอร่อยขนาดไหน อาจารย์อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข เจ้าเก่าคนเดิม จะมาทำให้ทุกท่านได้ลอง หรือถ้าอยากเรียนคอร์ส “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ” ที่รสชาติน้ำซุปอร่อยไม่ธรรมดา! แต่การันตีว่า…แซบเวอร์ ก็มีเช่นกัน การันตีสูตรเด็ดด้วยรสมือของ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม เช่นเคย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 มติชน อคาเดมี ยกวิชาเรียนทำเงิน 2 คอร์สเด็ดมาสอนแบบไม่มีกั๊ก! กับคอร์ส หมูและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากหมู ที่ได้ อาจารย์ยุวนิจ แพทย์กิจ วิทยากรประจำศูนย์ มาสอนการทำ หมูฝอย-หมูสวรรค์ ทุกขั้นตอนแบบไม่มีกั๊ก เรียนไปทำกินเองก็ได้ หรือจะไปทำขาย…ก็รายได้ดีแน่นอน ส่วนอีกหนึ่งคอร์สที่เด็ดสุดๆ ก็คือ การเปิดสูตรเด็ดร้านดังอย่าง “ร้านข้าวผัดปูเมืองทอง สาขา 1” ที่จะมาสอนการทำ กระเพาะปลา-สุกี้แห้ง-ข้าวผัดปู เมนูขายดีประจำร้านที่ใครหลายคนชื่นชอบ สอนทุกสูตร…ชิมทุกเมนู กับเจ้าของตัวจริง…เสียงจริง คุณพิมพร รอดคำแหง แน่นอน

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 เปิดสูตรร้านดังแห่งย่านพลับพลาไชย “นายโซวหอยกระทะร้อน” ที่จะมาสอนเมนูเด็ดอย่าง หอยแมลงภู่-หอยนางรมกระทะร้อน, หัวปลาต้มเผือกหม้อไฟ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยเมนู เผือกหิมะ เรียนจบไปทำได้จริง เพราะได้เจ้าของใจดี คุณพิทักษ์ วรุณโกญจนาท มาสอนทุกขั้นตอน ส่วนใครที่อยากได้สูตร “ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้-เป็ดตุ๋น” ที่ได้เชฟทีมชาติ Thailand Culinary Academy อย่าง เชฟจารึก ศรีอรุณ มาสอนทุกวิธีการทำแบบจัดเต็ม!

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 จัดเต็มแบบมืออาชีพ กับสูตรเด็ดร้านดังอย่าง “รสดีเด็ด” ที่พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับความอร่อยของเมนู ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น-ไก่ตุ๋น ที่ คุณสิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล หรือ เฮียนพ รสดีเด็ด ตำนานก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ย่านพระราม 4 แต่ครั้งนี้บอกเลยว่า…เด็ดแบบไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน หรืออยากจะรู้ว่าเมนู โจ๊กฮ่องกง ทำยังไง? ต้มเลือดหมู ปรุงแบบไหน ทำยังไงถึงรสชาติดี? เชฟมากฝีมือจาก Thailand Culinary Academy อย่าง เชฟเอก ชาติตระกูล จะมาไขความลับทุกขั้นตอนการปรุง พร้อมแนะนำการเลือกซื้อวัตถุดิบทุกอย่าง

ปิดท้ายกัน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 คนที่หลงใหลหรือชื่นชอบ “ข้าวมันไก่สิงคโปร์” และอยากรู้เทคนิคการปรุงแบบมืออาชีพ พร้อมเทคนิคการทำให้อร่อยเด็ด เชฟเอก ชาติตระกูล จะมาทำให้ชิม พร้อมบอกสูตรเด็ดให้คุณฟัง ส่วนหลักสูตรสุดท้ายของงานนี้ก็คือ ผัดไทย-หอยทอด ที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ต่างก็รู้จักในความอร่อยเป็นอย่างดี ครั้งนี้ เชฟจารึก ศรีอรุณ จะมาบอกทุกขั้นตอนการทำ พร้อมปรุงรสให้ชิมกันแบบจัดเต็ม!

สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนรู้เคล็ดลับการทำเมนูเด็ดทั้ง 12 หลักสูตรที่กล่าวมา ก็ตามไปพบกันได้ใน งานกาชาดและยางพาราบึงกาฬ 2558 นี้ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ (ศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) งานมีวันที่ 5-11 กุมภาพันธ์ 2558 สำหรับท่านที่สนใจ และอยากทราบรายละเอียดสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com

“ค็อกเทล-ม็อกเทล” เมนูเครื่องดื่มสุดฮิต สีสันแห่งการปาร์ตี้ ต้อนรับปีใหม่

Published มิถุนายน 4, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07058150158&srcday=2015-01-15&search=no

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 365

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

“ค็อกเทล-ม็อกเทล” เมนูเครื่องดื่มสุดฮิต สีสันแห่งการปาร์ตี้ ต้อนรับปีใหม่

ทุกครั้งเวลาไปปาร์ตี้สังสรรค์ สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยในการสร้างความสนุกสนานในงานรื่นเริงก็คือ เครื่องดื่มประภทต่างๆ ที่พาเหรดมาให้ทุกคนได้ดื่มด่ำ พร้อมกับของกินนานาชาติ สร้างบรรยากาศงานเลี้ยงให้ดูมีสีสันมากยิ่งขึ้น เมื่อพูดถึงเครื่องดื่ม เราอาจจะนึกถึง น้ำอัดลม, เหล้า, เบียร์, วอดก้า และเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ และที่อดจะกล่าวถึงเสียมิได้ ก็คงต้องพูดถึงเครื่องดื่มอย่าง ค็อกเทล (Cocktail) และ ม็อกเทล (Mocktail) ซึ่งจัดเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับคุณสาวๆ เลยทีเดียว และขาดไม่ได้สำหรับงานปาร์ตี้แทบจะทุกงาน

ค็อกเทล (Cocktail) เป็นเครื่องดื่มที่ผสมมาจากน้ำผลไม้กับแอลกอฮอล์ หรือเหล้าสุราต่างๆ โดยอาจใส่น้ำผลไม้หรือชิ้นผลไม้เพื่อเพิ่มสีหรือรสให้แปลกๆ ออกไป ตามงานปาร์ตี้สังสรรค์จะมีให้เลือกหลากหลายรส เป็นเครื่องดื่มหลักที่นิยมดื่มก่อนอาหาร ส่วนต้นกำเนิดของเครื่องดื่มค็อกเทลนั้นไม่ปรากฏชัด โดยการผสมเครื่องดื่มแบบนี้มีมาแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ในประเทศฝรั่งเศส โดยใช้เบียร์ เหล้า น้ำผึ้ง เป็นหลัก แล้วจึงนำมาผสมกับเหล้าที่ใส่เครื่องเทศ และมีพัฒนาการไปใช้ ไวน์ เหล้า เครื่องเทศ น้ำตาล น้ำผลไม้ผสมกัน โดยชาวฝรั่งเศสเรียกว่า coquetel (คอเกอเตล)

จนกระทั่งประมาณปี พ.ศ. 2318-2326 ทหารฝรั่งเศสเดินทางไปช่วยสหรัฐอเมริกาทำสงครามกับอังกฤษ และทหารฝรั่งเศสได้ผสมเครื่องดื่มแบบนี้ดื่มกันและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ทหารของสหรัฐอเมริกา แม้สงครามจะหยุดลงแล้วความชื่นชอบในเครื่องดื่มชนิดนี้ก็ยังคงอยู่ และแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ส่วนการเรียกขานชื่อคาดว่าเพี้ยนมาจากคำว่า coquetel (คอเกอเตล) ในภาษาฝรั่งเศส ส่วนคำว่า ค็อกเทล (Cocktail) ในภาษาอังกฤษนั้น มาจากคำว่า Tail of cock หรือ หางของไก่ ซึ่งในสมัยสงครามปฏิวัติอเมริกัน ตามบาร์เหล้าของสหรัฐอเมริกาจะใช้หางไก่ที่มีความสวยงามเสียบมาในแก้วเครื่องดื่มผสม พวกทหารอเมริกันเลยเรียกว่า ค็อกเทล

ส่วน ม็อกเทล (Mocktail) นั้นเป็นเครื่องดื่มที่ผสมผสานระหว่างน้ำผลไม้กับโซดา หรือส่วนผสมอย่างอื่น เช่นพันช์ผลไม้, สมูธตี้, ชา-กาแฟ เป็นต้น โดยไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ใส่ในแก้วรูปทรงสวยๆ พร้อมมีผลไม้จำพวกเชอร์รี่ หรือมะนาวฝานตกแต่งมาด้วย เหมาะสำหรับคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถดื่มด่ำเครื่องดื่มชนิดนี้ สร้างความสุขสนุกสนานในงานสังสรรค์ปาร์ตี้ได้เช่นกันด้วย

ในปัจจุบัน สูตรการทำค็อกเทลไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก สามารถทำดื่มเองได้ที่บ้านด้วย มติชน อคาเดมี จึงไม่พลาดที่จะเอาใจหนุ่ม-สาวผู้หลงใหลในการปาร์ตี้ และอยากมีเมนูเด็ดในการสังสรรค์ต้อนรับเทศกาลงานปีใหม่ หรืองานรื่นเริงในปี 2558 นี้ กับหลักสูตรครัวสาธิต ค็อกเทล-ม็อกเทล สำหรับปาร์ตี้ 33 ชนิด โดยครั้งนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มตัวจริง…เสียงจริง…อย่าง อาจารย์นราเดช ผู้วานิช ที่จะมาสอนและให้ความรู้ในการทำค็อกเทล-ม็อกเทลแบบไม่มีกั๊ก ในวันที่ 25 มกราคม 2558 นี้ ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี)

ถือเป็นครั้งแรกของ อาจารย์นราเดช ที่จะได้มาสอนที่มติชน อคาเดมี ด้วยประสบการณ์ในด้านเครื่องดื่มที่มีมา มากกว่า 20 ปี อีกทั้งการสั่งสมประสบการณ์ในฐานะบาร์เทนเดอร์ ตั้งแต่เรียนจบและทำงานในโรงแรม และได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา และในปัจจุบัน ท่านยังเป็น ประธานคณะอำนวยการกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงาน สาขาพนักงานผสมเครื่องดื่ม อีกด้วย

อาจารย์นราเดช กล่าวว่า “สำหรับ 2 หลักสูตรที่ผมจะมาถ่ายทอดวิชาให้กับผู้เรียนครั้งนี้ก็คือ ค็อกเทล (มาตรฐาน) – ม็อกเทล ซึ่งเป็นเครื่องดื่มผสมที่ไม่มีแอลกอฮอล์, เหล้าปั่น (Juktail) ซึ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่นในตอนนี้ และ สมูธตี้ เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยในคอร์สเรียนนี้ ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้มาทำเมนูเครื่องดื่มเองที่บ้านได้เลย หรือจะไปเปิดบาร์แบบบริการเครื่องดื่มก็ยังได้ เพราะว่าสูตรเครื่องดื่มทั้งหมดที่ใช้สอนก็เป็นสูตรที่นิยมแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ไหมไทย, สิงคโปร์สลิง, มาร์การิต้า, กามิกาเซ่ หรือ โมจิโต้ ที่กำลังได้รับความนิยม ซึ่งเป็นเครื่องดื่มพื้นฐานทั่วๆ ไป เมื่อเรียนคอร์สนี้จบออกไป คุณสามารถนำไปเปิดร้านขาย หรือทำเชิงธุรกิจได้ไม่ยากครับ”

“สำหรับการลงทุนเปิดร้าน หรือทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่มนั้น จริงๆ แล้วส่วนผสมและอุปกรณ์ที่ใช้ในบาร์ ถ้าเราศึกษาดีๆ ก็ไม่ได้มากมายอย่างที่คิด มีไม่กี่ชิ้นที่จำเป็น ยกเว้นถ้าเราต้องทำเครื่องดื่มเป็นสากลมาก อุปกรณ์ก็อาจจะเยอะขึ้นบ้าง แต่ถ้าเราเปิดบาร์ขาย 40-50 สูตร เราสามารถทำได้สบายเลย อุปกรณ์มีแค่ 7-8 รายการเท่านั้น ส่วนผสมก็สามารถหาได้ง่ายๆ ทั่วไปตามท้องตลาดเลย ซึ่งถ้าคิดออกมาเป็นราคาต้นทุนแล้ว ส่วนผสมในการทำเครื่องดื่ม รวมกับอุปกรณ์ ก็น่าอยู่ที่ประมาณ 10,000-20,000 บาท ก็สามารถเปิดร้านหรือบาร์แบบเบื้องต้นได้แล้ว ซึ่งถ้าหากเปิดได้สักระยะแล้วมีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น เรารู้ความต้องการ และเข้าใจความหลากหลายของลูกค้า ก็สามารถเพิ่มเติมเมนูเครื่องดื่มเข้าไปอีกก็ยังได้” อาจารย์นราเดช กล่าวถึงธุรกิจร้านเครื่องดื่มไว้อย่างน่าสนใจ

“ไม่ว่าอาชีพไหนก็ตาม ต้องทำให้ดีที่สุด ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างที่เรามุ่งมั่นตั้งใจไว้” นี่คือ ปรัชญาในการทำงานของอาจารย์นราเดช

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนครัวสาธิต ค็อกเทล-ม็อกเทล สำหรับปาร์ตี้ 33 ชนิด สอนโดย อาจารย์นราเดช ผู้วานิช ในวันที่ 25 มกราคม 2558 นี้ หรือสนใจในหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ 2558 เรียนทำอาหาร-เบเกอรี่ แบบมืออาชีพ ที่มติชน อคาเดมี

Published มิถุนายน 4, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07057010158&srcday=2015-01-01&search=no

วันที่ 01 มกราคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 20 ฉบับที่ 364

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ 2558 เรียนทำอาหาร-เบเกอรี่ แบบมืออาชีพ ที่มติชน อคาเดมี

สวัสดีปีใหม่ 2558 ครับ ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งเทศกาลส่งความสุขกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ก็มิได้รอช้า รีบเดินหน้าไปสรรหาหลักสูตรอาหารที่น่าสนใจ พร้อมเทียบเชิญ ร้านเด่น-คนดัง มาสอนทำอาหารในช่วงหลังปีใหม่นี้แบบจุใจ ด้วยคอนเซ็ปต์ง่ายๆ “เรียนรู้การทำอาหารอย่างง่ายๆ ภายใน 1 วัน” พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการทำทุกขั้นตอนจากเชฟดัง-ร้านเด็ด แถมแนะนำการทำการตลาดทางด้านอาหารแบบมืออาชีพ ตลอดปี 2558 นี้อย่างจุใจอีกด้วยครับ

เริ่มต้นด้วยคอร์สเรียนอาหารจานเด็ด ที่ใครหลายคนอยากรู้เคล็ดลับการทำให้อร่อยแซบเวอร์อย่าง “ส้มตำ” ที่หลายท่านคุ้นเคยกับรสชาติที่จัดจ้านแบบออริจินอล แต่ครั้งนี้เอาใจคนชอบรสชาติแบบชาววังกันบ้าง กับหลักสูตรครัวปฏิบัติการ “สุดยอดส้มตำไทยตำรับเบญจรงค์” ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของเมนู ส้มตำไทยกุ้งเผา, ส้มตำปลาดุกฟู และส้มตำทอดทรงเครื่อง สำหรับท่านที่อยากชิมส้มตำรสชาติกลมกล่อมแบบชาววัง ทำง่ายแบบชาวบ้าน วันที่ 11 มกราคมนี้ เชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ หรือ เชฟน้อย อดีตหัวหน้าเชฟห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ สุดยอดเชฟอาหารไทย ผู้มีฝีไม้ลายมือในการรังสรรค์เมนูอาหารไทยระดับประเทศ จะมาเปิดเผยสูตรเด็ดการตำส้มตำรสชาติกลมกล่อมแบบชาววัง ให้ผู้เรียนทุกท่านได้ลองลิ้มชิมรสกันทุกคน หรือใครจะได้ไอเดียเด็ดๆ ไปเสริมเป็นเมนูขายสร้างรายได้-สร้างอาชีพ ก็ไม่ว่ากัน…

เมื่อพูดถึง “ขนมหวานไทย” ใครๆ ก็อาจจะนึกถึง อาจารย์พะเยาว์ กฤษแก้ว (ป้าเยาว์) ผู้รังสรรค์สารพัดขนมอร่อย เจ้าดังในย่านติวานนท์ จนเป็นที่เลื่องลือ โดยมีเมนูชูโรงยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง ข้าวเหนียวมะม่วง, ขนมบัวลอยเผือก, ซ่าหริ่ม, รวมมิตร, ลอดช่องไทย และเมนูขนมไทยอื่นๆ อีกนานาชนิด ที่ป้าเยาว์ขายดิบขายดีอยู่ที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาติวานนท์ (ถนนติวานนท์ 25) มายาวนานกว่า 20 ปีแล้ว สำหรับคนที่พลาดคอร์สเรียนของป้าเยาว์ไปก่อนหน้านี้ มติชน อคาเดมี ก็ขอเอาใจคนที่พลาด ด้วยการเปิดคอร์สเรียนครัวสาธิตสุดฮิตอย่าง “ข้าวเหนียวมูนคุณพะเยาว์” ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของ ข้าวเหนียวมูนหน้ากุ้ง, ปลา, สังขยา และธัญพืช ให้ทุกท่านได้มาเรียนรู้กันอีกครั้งในวันที่ 11 มกราคม พร้อมเปิดอีก 1 หลักสูตรสุดฮอตอย่าง “รวยด้วยขนมหวาน” ที่นำเสนอเมนูอร่อยประจำร้านอย่าง รวมมิตร, ลอดช่องสิงคโปร์, ซ่าหริ่ม และทับทิมกรอบ ให้ทุกท่านได้เรียนรู้กรรมวิธีในการทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมแนะแนวทางการนำไปเปิดร้านขายเป็นอาชีพหลักได้ในอนาคต เรียนพร้อมกัน วันที่ 18 มกราคม ใครที่อยากรู้สูตรเด็ดจากป้าเยาว์ ห้ามพลาดโดยประการทั้งปวง

สำหรับแฟนเบเกอรี่อย่าเพิ่งน้อยใจ…เพราะมติชน อคาเดมี ได้คัดสรรหลักสูตรน่าเรียนมาให้ทุกท่านได้เลือกกันแบบครบครันเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่ วันที่ 10 มกราคม สำหรับคนที่หลงใหลในความอร่อยเด็ดของ “บราวนี่-ทอฟฟี่เค้ก” ต้องไม่พลาดหลักสูตร เบเกอรี่ร้านกาแฟทำง่ายขายคล่อง นำเสนอเมนูเบเกอรี่สุดฮิตอย่าง ช็อกโกแลตบราวนี่, ทอฟฟี่เค้ก, เค้กแคร์รอต และเค้กสับปะรด สอนโดย เชฟภัชราพร เปี่ยมชูชาติ (เชฟดิว) อาจารย์ประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ที่มีฝีมือการทำเบเกอรี่ได้อร่อยไม่แพ้ใคร…

ตามมาด้วยวันที่ 18 มกราคม กับหลักสูตร “ขนมปังปอนด์หลากไส้” ที่ อาจารย์วิภาทิพย์ กล่อมมานพ จะมาไขข้อข้องใจการทำเมนู ขนมปังปอนด์ไส้สังขยาใบเตยใส่มะพร้าวอ่อน, ไส้ชานมเย็น, ไส้คัสตาร์ดกล้วยหอม และไส้มะพร้าวอ่อนใส่ข้าวโพด ว่าทำไมขายดิบขายดี และยังได้รับความนิยมจากลูกค้ามาจนถึงปัจจุบัน

และใน วันที่ 24 มกราคม สำหรับคนชอบทานขนมปังตัวจริง หรืออยากนำไปทำเป็นเมนูขายประจำร้าน ต้องไม่พลาดหลักสูตร เบเกอรี่พื้นฐาน ของ เชฟจตุพร อ่อนพรม (เชฟต้อม) ที่จะมาสอนเคล็ดลับการทำ ขนมปังสูตรนุ่มพิเศษ อย่าง ขนมปังกะโหลก, ขนมปังแซนด์วิช, ขนมปังโฮลวีต, แซนด์วิชทวิส และขนมปังฝรั่งเศส การันตีความอร่อยเด็ด ขนาดที่ คุณวนิษา เรซ (คุณหนูดี) คอลัมนิสต์-พิธีกรคนดังยังเคยเอ่ยปากชม และมาร่วมเรียนคอร์สนี้กันไปแล้ว

ปิดท้ายในวันที่ 31 มกราคม สำหรับใครที่อยากเรียนเบเกอรี่กับเชฟมากฝีมืออย่าง เชฟรวีกานต์ ทักขิญเสถียร (เชฟตั๊ก) ต้องไม่พลาดหลักสูตร มาการองเลิฟเวอร์ สุดยอดเบเกอรี่ฮอตฮิตติดลมบนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่ยังคงแรงมาจนถึงปีนี้ โดยเชฟตั๊กจะมาสอนวิธีการทำมาการองสารพัดไส้ อาทิเช่น ไส้ราสป์เบอร์รี่, ไส้ช็อกโกแลต, ไส้ชาเขียวมัตฉะ และไส้เลม่อนครีมชีส การันตีเลยว่า เรียนจบไป ฝึกฝนอีกสักนิด ก็ทำขายได้เลย…เพราะสูตรอร่อย เป๊ะเวอร์มากๆ

นอกเหนือจากวิชาเรียนที่น่าสนใจในข้างต้นที่กล่าวมานั้น มติชน อคาเดมี ยังมีหลักสูตรที่น่าสนใจจากร้านอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทีมงานไปตามหามาด้วยใจ พร้อมให้ทุกท่านเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารแบบรู้ลึก…รู้จริงทุกขั้นตอน อาทิเช่น ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาสูตรโบราณ (วันที่ 10 มกราคม) กล้วยฉาบ-เผือกฉาบ เจ๊วา หมู่บ้านโชคชัยคลองจั่น (วันที่ 11 มกราคม) ขาหมูเมืองทอง สูตรใส่โอวัลติน (วันที่ 17 มกราคม) หมูสะเต๊ะบองมาร์เช่ สูตรน้ำอาจาด 2 สี (วันที่ 18 มกราคม) และอีกหลากหลายร้านเด็ดที่พร้อมจะเปิดเผยเคล็ดลับความอร่อยให้กับทุกท่าน ตลอดเดือนมกราคม 2558 นี้อย่างจุใจครับ

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) โทรศัพท์ (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เปิดสูตรเด็ดร้านดัง “โภชน์สภาคาร” ตำนานร้านอร่อย ย่านเสาชิงช้า

Published พฤษภาคม 21, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07059151257&srcday=2014-12-15&search=no

วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 20 ฉบับที่ 363

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ดร้านดัง “โภชน์สภาคาร” ตำนานร้านอร่อย ย่านเสาชิงช้า

“เสาชิงช้า” ถือเป็นหนึ่งในย่านที่ขึ้นชื่อในเรื่องอาหารการกิน ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปในอดีตรุ่นปู่ย่าตาทวดของเรานั้น ถือว่าเป็นย่าน Down Town ของกรุงเทพฯ และเป็นแหล่งรวมย่านการค้า รวมถึงร้านอาหารอร่อยมากมาย ซึ่งหลายร้านยังคงสืบทอดพัฒนาสูตรเด็ดเคล็ดลับมาจนปัจจุบัน เช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบศาลาว่าการกรุงเทพฯ บนถนนดินสอ เลยต่ออีกนิดไปทางสำราญราษฎร์-ประตูผี ก็มีร้านให้เราไปลิ้มลองอยู่มากมายเช่นกัน

ครั้งนี้เราลัดเลาะเดินทางไปถึงริมถนนตะนาว ใกล้กับจุดตัดถนนบำรุงเมือง แยกสี่กั๊กเสาชิงช้า เพื่อตามหาอีก 1 ร้านเด็ดที่นักชิมตัวจริงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี…ใช่ครับ เรากำลังพูดถึง “ร้านโภชน์สภาคาร” หรือ ร้านกุ๊กสมเด็จฯ ตำนานความอร่อยที่เปิดมายาวนานกว่า 89 ปี จนกระทั่งมาถึงทายาทรุ่นที่ 5 อย่าง คุณธีราพร ใจเด็ด ที่สืบสานสูตรเด็ดของร้านมาจนกระทั่งปัจจุบัน ด้วยเอกลักษณ์ของร้านจะต้องมีการนำ “ใบตอง” มารองจานเกือบทุกเมนู และสร้างสีสันให้อาหารจานอร่อยดูดี และมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น ตามแบบฉบับร้านอาหารระดับภัตตาคารชั้นแนวหน้า

คุณธีราพร ใจเด็ด (คุณนาย) เจ้าของร้านเปิดเผยว่า “ที่มาของชื่อร้านใหม่สุดเก๋ไก๋นั้น เดิมทีเดียวชื่อแรกของร้านเรา คือ กุ๊กสมเด็จฯ แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็น โภชน์สภาคาร โดยแบ่งความหมายเป็น 3 คำ ว่า “โภชน์” คือ โภชนา, อาหาร/ “สภา” คือ ที่ประชุม/ “คาร” คือ อาคาร เมื่อนำมารวมกันจึงแปลความหมายว่า อาคารที่ประชุมของอาหาร นั่นเอง โดยก่อนที่ตนเองจะสืบสานตำนานความอร่อยของร้านนั้น คงต้องย้อนกลับไปช่วง คุณนัทธมน หรือ ป้าเล็ก (ทายาทรุ่นที่ 4) ตนได้มีโอกาสลงมาเริ่มช่วยคุณป้าทำอาหารแต่ไม่เต็มตัว ซึ่งป้าเล็กเองได้เป็นแม่ครัวของร้านมายาวนานกว่า 10 ปีเต็ม ในช่วงนั้นร้านของเราก็จะมีเมนูเด็ดที่น่าสนใจ อย่าง น้ำพริกกะปิ, หมี่กรอบ, แกงเลียง เป็นอาหารจานหลักประมาณ 3 เมนู ส่วนตนเองได้ลงครัวแบบเต็มตัวจริงๆ ก็ตอนอายุ 19 ปี มาจนถึงปัจจุบัน โดยปัจจุบันทางร้านของเรามีเมนูเด็ดภายในร้านที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น อย่าง แกงจืดลูกรอก, ไข่เจียวโหระพา, ผัดวุ้นเส้นชะอมใส่ไข่ ฯลฯ ซึ่งแต่ละเมนูได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี ถือเป็นเมนูหลักที่ใครมาร้านก็ต้องสั่งมารับประทานแทบทุกโต๊ะเลยทีเดียว

เริ่มจากเมนูแรก “แกงจืดลูกรอก” หนึ่งในเมนูดั้งเดิมของร้านที่ขายดิบขายดีมาจนถึงปัจจุบัน ทีเด็ดความอร่อยอยู่ที่ “ลูกรอก” ทำจากไข่ยัดไส้ใส่ในไส้อ่อนหมู แล้วเอาไปต้ม เมื่อนำมาหั่นเป็นแว่น แล้วนำไปใส่ในต้มจืด เราก็จะได้ลูกรอกที่เหนียวนุ่มน่ารับประทาน เป็นเมนูโบราณหารับประทานยาก หลายคนอาจจะมองว่าเมนูนี้ยาก แต่ถ้ารู้เคล็ดลับจริงๆ บอกเลยว่า ทำได้ไม่ยากแน่นอน!

อีกหนึ่งจานอร่อยที่ไม่ควรพลาด ต้องยกให้เมนู “พงศ์วารีทีละคำ” ที่เริ่มจากการนำเนื้อปลากะพงมาคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำปูนใส และแป้งทอดกรอบ พร้อมใส่พริกไทยไปนิดหนึ่ง แล้วนำไปทอดในกระทะให้เหลืองกรอบ จากนั้นจึงนำมาหั่นให้เป็นชิ้นพอคำ แล้วนำไปทอดอีกครั้ง นำมาจัดใส่จานที่รองด้วยใบคะน้าทอดซอย ราดด้วยน้ำสลัดครีมโฮมเมด จานเด็ดนี้มีมายาวนานกว่า 16 ปีแล้ว และถือเป็นจานหลักที่นักทานตัวจริงต้องไม่พลาด

นอกจากเมนูเด็ดที่กล่าวไว้ในข้างต้น จานเด็ดของร้านที่น่าสนใจ ยังมีเมนูอาหารไทยที่น่าสนใจอย่าง “ยำมะเขือเปราะหมูย่าง” ที่อร่อยเด็ดด้วยตะไคร้ซอยละเอียด และมะเขือเปราะสด ที่เข้ากับน้ำยำอย่างลงตัว “ไข่เจียวโหระพา” ที่นำเสนอความอร่อยของไข่เจียวรสเด็ด ที่ผสานความอร่อยให้ลงตัวด้วยใบโหระพา รัญจวนใจคนรับประทานอย่างยิ่ง ปิดท้ายด้วยเมนู “ผัดวุ้นเส้นชะอมใส่ไข่” เป็นจานอร่อยที่ลองทำรับประทานแล้วอร่อย จึงนำเข้าเสริมเพิ่มเป็นเมนูใหม่ภายในร้าน และถือเป็นเมนูยอดนิยมสำหรับนักชิมอีกด้วย

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้านโภชน์สภาคาร ก็คือ การนำใบตองมาตัดเป็นแฉกๆ สำหรับรองจาน ทำให้อาหารดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากความประทับใจในรสชาติอาหารของร้านเราแล้ว ยังทำให้ลูกค้าสามารถจดจำเมนูเด็ดของร้านแต่ละเมนูได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

แน่นอนว่า…อร่อยเด็ดขนาดนี้ มติชน อคาเดมี จึงไม่พลาดที่จะเทียบเชิญ “ร้านโภชน์สภาคาร” มาเปิดตำนานความอร่อยของ 5 เมนูของร้าน อย่าง แกงจืดลูกรอก, พงศ์วารีทีละคำ, ไข่เจียวโหระพา, ผัดวุ้นเส้นชะอมใส่ไข่ และ ยำมะเขือเปราะหมูย่าง โดย คุณธีราพร ใจเด็ด (คุณนาย) ทายาทรุ่นที่ 5 ผู้สืบสานสูตรเด็ดความอร่อยแบบจัดเต็ม…ไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน

“แรงบันดาลใจในการทำอาหาร ก็คือ คุณแม่ เพราะแม่ของเราทำอาหารอร่อย จนสามารถสร้างรายได้ และครอบครัวให้อยู่ดีกินดีมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับคนที่อยากทำอาหารให้อร่อยนั้น ต้องเริ่มจากเรียนรู้และแสวงหา เมื่อได้สูตรเด็ดมา ก็ต้องฝึกฝน และกล้าลงมือทำด้วย แล้วการทำอาหารจะไม่ใช่เรื่องยาก” คุณธีราพร กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เปิดสูตรเด็ด 4 เมนูอร่อยระดับตำนาน “ร้านอาหารนายโซว” ที่มติชน อคาเดมี

Published พฤษภาคม 16, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07058011257&srcday=2014-12-01&search=no

วันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 20 ฉบับที่ 362

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ด 4 เมนูอร่อยระดับตำนาน “ร้านอาหารนายโซว” ที่มติชน อคาเดมี

หากมีโอกาสเดินทางไปหาของกินในย่านพลับพลาไชย หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับอาหารจีนจานเด็ดหลากหลายเมนู ที่พอคุ้นเคยและนิยมรับประทาน อาทิเช่น กระเพาะปลาน้ำแดง, รังนก และอาหารจีนจานร้อนประเภทอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกเมนูล้วนปรุงรสอย่างพิถีพิถัน และมีเอกลักษณ์ความอร่อยเฉพาะตัวตามแบบฉบับอาหารจีนดั้งเดิม แต่ยังมีอีกหนึ่งเมนูที่นักชิมจะพลาดไม่ได้ก็คือ หอยทอดกระทะร้อน และ ออส่วน หนึ่งในจานเด็ดที่คุณจะพลาดไม่ได้ หากมีโอกาสแวะเวียนมารับประทานอาหารในย่านนี้

หอยทอด (Oyster omelette) หนึ่งในเมนูอาหารจีนจานร้อน ที่มีส่วนประกอบ แป้ง ไข่ และหอยนางรม หรือ หอยแมลงภู่ ก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เมนูหอยทอดจะมี 2 ชนิดคือ แบบแป้งกรอบ และแบบแป้งนิ่ม โดยแบบแป้งนิ่มนั้นจะใช้หอยนางรม ผสมกับแป้ง เครื่องปรุงรส ทอดในกระทะที่ร้อนจัด แล้วจึงตอกไข่ใส่ลงไป โดยแป้งที่ใช้เป็นแป้งใส เหนียว เสิร์ฟในกระทะร้อน พร้อมถั่วงอกและซอสพริก สำหรับเมนูนี้มีชื่อเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า “ออส่วน” แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นแบบแป้งกรอบ ถ้าใช้หอยนางรม เราจะเรียกว่า “ออลัวะ” และถ้าใช้หอยแมลงภู่ เราก็จะเรียกว่า “ไช่ลัวะ” หอยทอดที่ทำขายในแต่ละท้องถิ่นจะมีเอกลักษณ์ความอร่อยเป็นของตนเองที่แตกต่างกันออกไป

พอนึกถึงเมนู “หอยทอด-ออส่วนกระทะร้อน” ที่อร่อยเด็ดในย่านพลับพลาไชย ก็อดที่จะพูดถึงร้านดังในตำนานที่เปิดร้านสำแดงความอร่อยมายาวนานกว่า 40 ปีแล้ว ก็ต้องนึกถึง “ร้านอาหารนายโซว” หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ “ร้านอาหารนิวโซวหอยกระทะ” ซึ่งมีเมนูทีเด็ดที่น่าสนใจ และได้รับความนิยมจากนักชิมมากมาย อาทิเช่น หอยแมลงภู่กระทะร้อน, หอยนางรมกระทะร้อน (ออส่วน), หัวปลาเผือกหม้อไฟ, ขาหมูเย็น, เผือกหิมะ และเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งแต่ละเมนูล้วนได้รับความนิยมจากทั้งขาจรและขาประจำที่แวะเวียนมาร้านนี้อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

คุณพิทักษ์ วรุณโกญจนาท (เฮียยืน) เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า “ตนเป็นเจ้าของร้านรุ่นที่ 2 เริ่มเปิดร้านอาหาร และทำมานานตั้งแต่รุ่นพ่อคือ นายโซว วรุณโกญจนาท ที่เป็นต้นตำรับการทำอาหารจีน เปิดร้านขายมากว่า 40 ปี แต่เดิมอยู่ที่สำเพ็ง เน้นการทำอาหารถาด และอาหารส่งตามร้านขายผ้า หลังจากนั้น จึงมาเปิดร้านที่พลับพลาไชย ชื่อ ร้านนายโซว โดยเน้นเมนูอาหารจีนแต้จิ๋ว ประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันที่ลูกค้าชื่นชอบ”

เมื่อนึกถึง ร้านอาหารนายโซว แน่นอนว่า ทุกคนต้องนึกถึงเมนูเด็ดอย่าง “หอยทอดกระทะร้อน”

“สำหรับเมนู หอยทอดกระทะร้อน นั้นเพิ่งมามีในรุ่นของเฮียยืนนี่เอง ถือเป็นจานอร่อยที่ต้องสั่งกันแทบทุกโต๊ะ โดยมีเทคนิคความอร่อยที่โดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ ก็คือ หอยทอดของร้านตอนเสิร์ฟจะเห็นควันโขมงมาตั้งแต่ไกล ผัดใส่ไข่ใส่หอยและแป้ง ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน คู่กับถั่วงอก จะกินโดยไม่ใส่น้ำจิ้ม หรือกินคู่น้ำจิ้มซอสพริก สูตรเด็ดของทางร้าน รับรองอร่อยอย่างลงตัว”

อีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้ก็คือ หัวปลาเผือกหม้อไฟ ซึ่งเมนูนี้ทางร้านใช้น้ำสต๊อกหมูที่หอมหวาน เคี่ยวน้ำซุปนาน 5 ชั่วโมง ใส่เครื่องปรุงรส จนรสกลมกล่อม หลังจากนั้นนำเผือกหอมมานึ่งสุก ก่อนนำไปทอดน้ำมันร้อนๆ ให้กรอบ เทน้ำซุปใส่หม้อปรุงรส สำหรับหัวปลาจีนทางร้านนำไปทอดจนเหลืองกรอบเช่นกัน ก่อนเสิร์ฟแบบร้อนๆ รับประทานกับข้าวสวยสักถ้วยก็อร่อยลงตัว

แน่นอนว่า…อร่อยเด็ดขนาดนี้ มติชน อคาเดมี จึงไม่พลาดที่จะเทียบเชิญ “ร้านอาหารนายโซว” มาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับ 4 เมนูอร่อย อย่าง หอยแมลงภู่กระทะร้อน, หอยนางรมกระทะร้อน (ออส่วน), หัวปลาเผือกหม้อไฟ ตบท้ายด้วยเมนูของหวานแสนอร่อยอย่าง เผือกหิมะ โดย คุณพิทักษ์ วรุณโกญจนาท (เฮียยืน) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2557 แบบจัดเต็ม…ไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน

“ผมอยากให้คนที่มาเรียนรู้เอาไปต่อยอด และสามารถทำอาชีพในอนาคตได้ อย่างแค่คุณทำเมนู เผือกหิมะ อย่างเดียวก็มีรายได้ ก็รวยแล้ว หรือในการเรียนรู้การทำเมนู หอยกระทะร้อน ก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย แค่มีกระทะร้อน และรู้จักเทคนิคการเลือกซื้อหอยแมลงภู่-หอยนางรม ที่ต้องซื้อแบบสดๆ ทั้งเปลือก แล้วเอามาแกะเอง ก็จะสดกว่า และสามารถปรุงเป็นเมนูให้อร่อยได้ไม่ยากเลย สิ่งต่างๆ ที่จะบอกในห้องเรียนมันเป็นเคล็ดลับการเลือกวัตถุดิบแบบไหนสดไม่สด แบบไหนดีไม่ดี เอาเป็นว่า ใครอยากรวยต้องมาเรียน เพราะผมจะบอกทุกอย่างแน่นอน” เฮียยืน กล่าว

เฮียยืนได้พูดถึงปรัชญาความสำเร็จของร้านนายโซว ไว้อย่างน่าสนใจว่า…

“ถ้าเราซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เราไม่เอาเปรียบลูกค้า เราขายปริมาณมาก ขายจำนวนมากราคาไม่แพง ไม่คดโกง ทำให้ผู้บริโภครับประทานแล้วสบายใจ”

สำหรับท่านที่อยากเรียนรู้สูตรเด็ด-เคล็ดลับจาก “ร้านอาหารนายโซว” พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับ…

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เปิดสูตรเด็ด ร้านดัง “ข้าวผัดปูเมืองทอง 1” เผยเคล็ดลับเมนูอร่อย “ข้าวผัดปู-สุกี้ทะเลแห้ง-กระเพาะปลาน้ำแดง”

Published พฤษภาคม 4, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07057151157&srcday=2014-11-15&search=no

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ปีที่ 20 ฉบับที่ 361

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ด ร้านดัง “ข้าวผัดปูเมืองทอง 1” เผยเคล็ดลับเมนูอร่อย “ข้าวผัดปู-สุกี้ทะเลแห้ง-กระเพาะปลาน้ำแดง”

“ข้าวผัดปู” เมนูแสนอร่อย หลายคนเคยลองทำทานเอง บางครั้งก็ออกมาหอมหวน รสชาติกลมกล่อม แต่บางครั้งก็ออกมาเหมือนเนื้อปูเป็นก้อน ไม่เข้ากันกับตัวข้าวผัดเลยแม้แต่น้อย ทำให้เสียอรรถรสในการทานไปโดยปริยาย ครั้นจะไปตามหาร้านที่ทำอร่อยเด็ดโดนใจ และราคาไม่แพง ในกรุงเทพฯ มีให้ทานกันไม่มากนัก ทำให้ทีมงานมติชน อคาเดมี มีโจทย์ใหม่ที่ต้องเริ่มทำก็คือ ไปตามล่าหาร้านอร่อยมาคลายปมเมนูเด็ดนี้ให้จงได้…

ถามไถ่จากนักชิมมากหน้าหลายตา ก็ได้คำตอบว่า ถ้าพูดถึง ข้าวผัดปู ที่อร่อยสะเด็ดยาด ก็ต้องนึกถึง ร้านข้าวผัดปูเมืองทอง 1 สาขาเกษตร-เสนานิคม ถนนพหลโยธิน ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 13 ปีแล้ว แถมยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง สุกี้ทะเลแห้ง, กระเพาะปลาน้ำแดง ฯลฯ ที่ใครต่างก็ติดอกติดใจในความอร่อยของอาหารร้านนี้

คุณพิมพร รอดคำแหง (คุณหมู) เจ้าของร้าน ข้าวผัดปูเมืองทอง 1 เปิดเผยว่า “ร้านของเราเปิดขายมามากกว่า 13 ปีแล้ว แต่เดิมทางร้านจะต้องมีโลโก้เป็นภาษาจีนในวงกลม ซึ่งแปลว่า “โชคลาภ เจริญรุ่งเรือง” แรกเริ่มเดิมทีเดียว เรามีเมนูเด็ดประจำร้าน ก็คือ ข้าวผัดปู และ กระเพาะปลาน้ำแดง ที่ใครมาที่ร้านก็ต้องไม่พลาดที่จะลองลิ้มชิมรส โดยเฉพาะข้าวผัดปูของทางร้านนั้น เป็นสูตรเฉพาะที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาม่า ซึ่งทำอาหารได้รสชาติอร่อยระดับภัตตาคารเลยทีเดียว หลังจากนั้น พี่จึงนำสูตรที่เรียนรู้มาปรับปรุงแต่งรสอีกเล็กน้อยให้ถูกปากลูกค้ามากยิ่งขึ้น”

หลังจากนั้นไม่นาน ทีมงานของเราก็ได้มีโอกาสลิ้มรสอาหารจานเด็ดของร้าน ซึ่งต้องบอกว่า แต่ละเมนูนั้นรสชาติอร่อยเด็ดแบบไม่ธรรมดาจริงๆ

“ข้าวผัดปู” เมนูพระเอกประจำร้าน ทีเด็ดความอร่อยอยู่ที่ข้าวสวยร่วนซุย หอมกลิ่นเนย ผสานความอร่อยกับเนื้อกรรเชียงปูรสชาติเยี่ยม ที่ส่งตรงมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นหนึ่งในเมนูอร่อยที่ทุกคนต้องลอง เพราะถ้าพลาดไป ก็เหมือนมาไม่ถึงร้านเลยทีเดียว

“เราพิถีพิถันตั้งแต่การผัดข้าวที่ต้องแห้ง มีกลิ่นหอมไหม้ของกระทะเล็กน้อย ผสมผสานกับความหอมของกลิ่นเนย บวกกับเนื้อกรรเชียงปูสดใหม่ นำมาผัดให้เข้ากันกับข้าว ซึ่งต้องบอกว่า ข้าวผัดปูของร้านเราจะแห้ง มีสีเหลืองทองน่าทาน ไม่เหมือนร้านอื่นๆ แน่นอน”

อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด ต้องยกให้ “สุกี้ทะเลแห้ง” ที่รสชาติอร่อยเด็ดไม่เหมือนใคร สมกับชื่อสุกี้แห้ง เพราะจานเด็ดนี้ไม่อมน้ำมัน ไม่ต้องใส่น้ำจิ้มก็รสชาติเยี่ยมยอดแล้ว แต่ถ้าหากทานคู่กับ น้ำจิ้มสุกี้สูตรของทางร้าน 4 รส ก็จะลงตัว ด้วยรสชาติหวานเล็กน้อย เค็มธรรมชาติจากเต้าหู้ยี้ เปรี้ยวนิดหน่อย เผ็ดด้วยพริกขี้หนูสวน ครบถ้วนอรรถรสความอร่อยกันไปเลย

ปิดท้ายกันด้วยเมนู “กระเพาะปลาน้ำแดง” ที่อร่อยเด็ดไม่เป็นรองใคร ด้วยความเข้มข้นของน้ำซุป รสเดียวกับน้ำซุปหูฉลาม ที่ทางร้านต้องเคี่ยวนานกว่า 5 ชั่วโมง จนหวานน้ำต้มกระดูก นำมาผสมกับแป้งข้าวโพด เห็ดหอม ใส่ปีกที่นุ่ม ไข่นกกระทา และ กระเพาะปลาแห้ง ในท้องตลาดเรียกว่า อีเซ้ง ซึ่งเป็นเนื้อกระเพาะปลาที่ฟู และหนา มีกลิ่นน้อยมาก นำมาปรุงเป็นเมนูนี้ เมื่อทานคู่กับซอสเปรี้ยว หรือพริกดองน้ำส้ม ก็ยอดเยี่ยมกระเทียมดองสุดๆ

แล้วคุณหมูมีเทคนิคมัดใจลูกค้าอย่างไร ถึงประสบความสำเร็จในการเปิดร้านมาจนถึงปัจจุบัน?

“เคล็ดลับความอร่อยของทุกเมนู พี่คิดว่าอยู่ที่ความใส่ใจในการทำอาหารทุกจาน สำหรับส่วนผสม เราก็ต้องเน้นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และผัก ต้องสดใหม่ทุกวัน ไม่เพียงเท่านั้น ความสะอาดต้องมาเป็นอันดับต้นๆ รวมทั้งการเสิร์ฟอาหารที่รวดเร็วในขณะที่อาหารยังร้อน เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ลูกค้าชื่นชอบ”

ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) จึงไม่พลาดที่จะเทียบเชิญ ร้านข้าวผัดปูเมืองทอง 1 มาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของ 3 เมนูเด็ดอย่าง “ข้าวผัดปู-สุกี้ทะเลแห้ง-กระเพาะปลาน้ำแดง” โดยเจ้าของตัวจริง คุณพิมพร รอดคำแหง (คุณหมู) ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 นี้ พร้อมบอกเทคนิคทุกขั้นตอน และสอนวิธีการทำการตลาดให้กับผู้เรียนที่ต้องนำไปต่อยอดเปิดร้านขาย หรืออยากจะลองนำไปทำทานเองที่บ้านก็ได้เช่นกัน

โอกาสดีขนาดนี้ ใครที่อยากเรียนรู้สูตรเด็ด จากเจ้าของสูตรตัวจริง…เสียงจริง พลาดไม่ได้ประการทั้งปวงครับ…

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เชฟป้อม-ธนรักษ์ ชูโต ยอดเชฟอาหารจีนร่วมสมัย เผยเคล็ดลับเมนูเด็ดแดนมังกร ที่มติชน อคาเดมี

Published มีนาคม 13, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07056151057&srcday=2014-10-15&search=no

วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 20 ฉบับที่ 359

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

เชฟป้อม-ธนรักษ์ ชูโต ยอดเชฟอาหารจีนร่วมสมัย เผยเคล็ดลับเมนูเด็ดแดนมังกร ที่มติชน อคาเดมี

ศิลปะการปรุงอาหารจีน จัดเป็นหนึ่งในศาสตร์แห่งการทำอาหารขั้นสูง ที่ประกอบขึ้นตามวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และฮ่องกง ซึ่งมีหลากหลายชนิดตามแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไปนิยมรับประทาน อาหารจานผักและธัญพืช เป็นหลัก นอกจากในราชสำนักที่จะมี อาหารประเภทเนื้อ อาหารที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น ก๋วยเตี๋ยว, ติ่มซำ, หูฉลาม, กระเพาะปลา เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปการทำอาหารจีนจะมีอุปกรณ์การทำหลัก 4 อย่าง คือ มีด, เขียง, กระทะก้นกลม และตะหลิว โดยในสมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่งอาหารจีนเป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ กระทั่งในช่วงต้นราชวงศ์ชิง ก็ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่ อาหารซันตง (หลู่ไช่), อาหารเจียงซู (ซูไช่), อาหารกวางตุ้ง (เย่ว์ไช่), อาหารเสฉวน (ชวนไช่) ซึ่งในปัจจุบัน “อาหารจีน” ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมนูอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลกอีกด้วย

เมื่อเราพูดถึงวงการอาหารจีนในปัจจุบันนั้น คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักกับกูรูทางด้านอาหารจีน ตัวจริง! เสียงจริง! อย่าง เชฟธนรักษ์ ชูโต หรือ เชฟป้อม สุดยอดเชฟอาหารจีนร่วมสมัย ที่มากด้วยฝีไม้ลายมือในการรังสรรค์วัตถุดิบชั้นยอดมาปรุงแต่งจนได้ สารพัดเมนูเด็ดแดนมังกร ที่มีกลิ่นอาย และวัฒนธรรมของอาหารจีนอย่างเต็มตัว แต่ก็มีความร่วมสมัยในรสชาติที่เข้มข้น ไม่จืดชืดแบบอาหารจีนทั่วไป ผนวกกับการตกแต่งจานที่เลิศหรูอลังการ ทำให้เราลืมไปเลยว่า เมนูที่กำลังรับประทานอยู่คือ อาหารจีน…ต้นตำรับจริงๆ

นับเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้วบนเส้นทางสายเชฟ ของเชฟป้อม ที่ได้สั่งสมประสบการณ์มาจนขึ้นสู่ตำแหน่ง Coporate Chef ให้กับห้องอาหาร ในโรงแรม รีสอร์ต ระดับ 5-6 ดาว ชื่อดังหลายแห่ง ก่อนที่ปัจจุบันจะเดินทางสู่ความฝันในฐานะคนทำอาหาร ด้วยการก้าวเข้าสู่การทำธุรกิจอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดร้าน “ภัตตาคารอาหารจีนเชฟป้อม” ที่กำลังครองใจคนรักอาหารจีนทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ในขณะนี้ ที่สำคัญก็คือ ทุกเมนู…ทุกจาน…เชฟป้อมลงมือปรุงด้วยตัวเอง ตั้งแต่ต้น จนถึงขั้นจัดจานพร้อมเสิร์ฟลูกค้ากันเลยทีเดียว…

ยุทธการทาบทาม “เชฟป้อม” ให้มาเปิดเผยสูตรเด็ดจากแดนมังกร ที่มติชน อคาเดมี จึงเกิดขึ้น ด้วยความคาดหวังว่า “แฟนๆ มติชน อคาเดมี จะได้มีโอกาสใกล้ชิด และเรียนรู้สูตรเด็ด-เคล็ดลับจากเชฟป้อม…ตัวจริงๆ เสียที”

ทีมงานมติชน อคาเดมี ออกเดินทางตรงดิ่งไปยัง ภัตตาคารอาหารจีนเชฟป้อม ซึ่งตั้งอยู่ในย่านพระราม 3 ที่ตั้งของร้านโดดเด่นอยู่ในซอย ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในร้านตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบจีนร่วมสมัยอย่างลงตัว และที่แน่นอน ลูกค้าทั้งนักธุรกิจรุ่นใหม่ และนักธุรกิจรุ่นเก่า เดินเข้าออกร้านนี้อย่างไม่ขาดสาย…ถ้าไม่จองโต๊ะไว้ก่อน..ไม่ได้รับประทานอย่างแน่นอน!

เชฟป้อม เล่าให้ฟังว่า ภัตตาคารแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรง ผสมผสานกับการที่ตนเองชอบคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับปรุง และประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย จนได้เมนูอาหารจีนร่วมสมัยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน สำหรับอาหารจีน ของทางร้านจะเป็นอาหารสไตล์จีนกวางตุ้ง และจีนเสฉวนแบบร่วมสมัยเป็นหลัก นอกเหนือจากนี้ยังเน้นรสชาติอาหาร ที่มีความสดใหม่ของวัตถุดิบ ผนวกกับการตกแต่งจาน และการคิดค้นเมนูใหม่ๆ ที่ช่วยผลักดันให้อาหารแต่ละเมนูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

หลังจากพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ เชฟป้อมก็ให้พนักงานนำเมนูเด็ด 3 รายการ มาเสิร์ฟให้กับทีมงานได้ลองลิ้มชิมรส พร้อมบรรยายจุดเด่นอย่างน่าสนใจ…

เริ่มจากเมนูแรก “ซี่โครงหมูโตเกียว” หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ซี่โครงหมูเมืองหลวง สุดยอดอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง จุดเด่นคือ รสชาติของซอสอร่อยลงตัว เข้ากันดีกับซี่โครงหมูทอด ซึ่งเมนูนี้ “ขั้นตอนที่ยากที่สุดในการทำก็คือ ขั้นตอนการหมัก และการเคี่ยวซอส ที่ถือเป็นศาสตร์ศิลป์ของการทำอาหารจีนกวางตุ้งเลยทีเดียว”

สำหรับจานที่สอง ต้องบอกว่าเมนูนี้เป็นอาหารดึกดำบรรพ์สไตล์เสฉวน คนจีนทั่วไปเรียกเมนูนี้ว่า เต้าหู้หม่าฝ่อ แต่พอเป็นภาษาไทย เรียกกันง่ายๆ ว่า “เต้าหู้ซอสพริกเสฉวน” ชูโรงความอร่อยของเต้าหู้ผสมผสานกับซอสพริกเสฉวนอย่างลงตัว ถือว่าเป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก วัตถุดิบก็สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป “แต่เทคนิคการผัดว่าผัดยังไงให้น่ากิน ตรงตามแบบของสไตล์เสฉวน อันนี้ไม่ง่ายนะ…แต่ผมจะสอนขั้นตอนวิธีการทำให้ง่ายขึ้น จนทุกคนสามารถนำกลับไปทำได้จริง!”

ปิดท้ายกันที่ หนึ่งในเมนูยอดนิยมของร้าน ที่หาทานได้ยากยิ่ง…”เมนูนี้ เรียกว่า “หมุ่ยโชยเคาหยก” หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า หมูสามชั้นนึ่งกับผักกาดดอง บางคนคิดว่า เมนูนี้ทำได้ยาก ซึ่งความจริงมันไม่ยาก…แต่ต้องใช้เวลา ซึ่งผมเองจะมาสาธิตให้ดูว่า วิธีการทำยังไง…เริ่มตั้งแต่ การนึ่ง, การทอดหมู พร้อมสาธิตการทำหมั่นโถวให้ด้วย เพราะว่าคนไทยชอบทานหมั่นโถวกับหมูสามชั้น ถือเป็นหนึ่งในเมนูทีเด็ดของร้าน ที่ใครมาก็ต้องสั่งรับประทานทุกครั้งไป”

และแน่นอนว่า…เชฟป้อม คอนเฟิร์มกับทีมงานมติชน อคาเดมี ว่าจะมาถ่ายทอดสูตรเด็ด-เคล็ดลับในการทำอาหารจีนร่วมสมัย ในหลักสูตร เมนูเด็ดเชฟคนดัง By เชฟป้อม-ธนรักษ์ ชูโต ในวันที่ 24 ตุลาคม 2557 นี้ พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับความอร่อยของเมนูเด็ดอย่าง ซี่โครงหมูโตเกียว, หมุ่ยโชยเคาหยก (หมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองกับหมั่นโถว) และ เต้าหู้หม่าฝ่อ (แบบประยุกต์) พร้อมแถมสูตรเด็ดการทำ “เผือกหิมะ” เมนูของหวานแสนอร่อยอีกด้วย

“ก็อยากเชิญชวนผู้ที่สนใจและติดตามในผลงานของเชฟนะครับ ซึ่งขณะนี้ผมได้มีโอกาสมาสาธิตอาหารที่นี่ ไม่ยากอย่างที่คิด ง่ายแต่รับรองว่า อร่อยแน่ สำหรับท่านที่สนใจ อยากเรียนเชิญมาสัมผัสด้วยตัวท่านเอง แล้วจะหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของอาหารจากแดนมังกรอย่างแน่นอน” เชฟป้อม กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เปิดสูตรเด็ด “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ” ตำนานจานเส้น แห่งเมืองสมุทรปราการ

Published มีนาคม 13, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07057011057&srcday=2014-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ปีที่ 20 ฉบับที่ 358

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ด “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ” ตำนานจานเส้น แห่งเมืองสมุทรปราการ

ถ้าจะให้พูดถึงอาหารจานเส้นที่ใครหลายคนนิยมรับประทาน ก็คงต้องนึกถึงเมนูเด็ดอย่าง “ก๋วยเตี๋ยว” เป็นลำดับต้นๆ ซึ่งถ้าหากถามว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ มีที่ไหนบ้าง…เราคงสาธยายกันเป็นหน้ากระดาษเลยทีเดียว แต่ครั้งนี้ทีมงานของเราดั้นด้นมาไกลถึงจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อที่จะมาทาบทามร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าดังที่คนในย่านวัดหนามแดง-บางพลี ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ เพราะร้านนี้เขาเปิดให้บริการความอร่อยมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีแล้ว จนใครๆ ก็รู้ดีว่า ถ้าชอบรับประทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นชีวิตจิตใจ ก็ต้องแวะมาร้านนี้ถึงจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด…แต่สิบปากว่า ก็ไม่เท่าตาเห็น และสิบตาเห็น ก็ไม่เท่าไปลองชิมเอง จึงเป็นที่มาของภารกิจครั้งนี้

ทีมงานของเราออกเดินทางจากศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน ตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า เพื่อที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางที่เลียบถนนวัดหนามแดง-บางพลี สมุทรปราการ ซึ่งทีมงานก็ใช้เวลาไม่นานเท่าใดนักก็ถึงจุดหมายปลายทาง และพบเจอกับ เฮียหมี-คุณอำนาจ พิทยาธร เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ ที่ออกมาต้อนรับพร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับพวกเราอย่างสนุกสนาน

หลังจากพูดคุยได้ไม่นาน เฮียหมีก็สั่งให้ลูกน้องนำสารพัดเมนูเด็ดประจำร้านมาเสิร์ฟให้กับทีมงานของเราได้ลองลิ้มชิมรสกันหลายอย่างทีเดียว อาทิเช่น ข้าวหมกไก่, ข้าวหมกเนื้อ, เนื้อแดดเดียวทอด, เนื้อรวมลวกจิ้ม และที่เป็นไฮไลต์ประจำวันนี้ก็คือ เกาเหลาเนื้อ และ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ มาเสิร์ฟให้ทีมงานได้ลองลิ้มชิมรสกัน

สำหรับไฮไลต์ความอร่อยอย่าง เกาเหลาเนื้อ สูตรเด็ดของร้านนายหมีนั้น มีทีเด็ดที่ความอร่อยของ เนื้อกรอบ เอ็นกรอบซึ่งหารับประทานได้ยาก เครื่องในผ้าขี้ริ้ว, เนื้อน่องลาย, ม้าม, เนื้อสด, เนื้อเปื่อย, ลูกชิ้นเนื้อ และลูกชิ้นเอ็น ซึ่งแน่นอนว่า เกาเหลาชามนี้อัดแน่นไปด้วยคุณภาพความอร่อยที่เราได้ลองชิมแล้ว ถึงกับต้องยกนิ้วให้เลยทีเดียว

“เกาเหลาของร้านเรา จะเน้นใช้เนื้อส่วนที่ดีที่สุด ซึ่งเราการันตีคุณภาพแน่นอน ที่สำคัญจุดเด่นของร้านเราก็คือ ในชามเกาเหลาเราจะใส่เนื้อวัวชิ้นโต เพื่อให้คนที่ชอบกินเนื้อได้ลิ้มรสอย่างแท้จริง ไม่ใช่เศษเนื้อชิ้นเล็กๆ เหมือนร้านอื่นทั่วไป ถึงแม้ร้านเราจะอยู่บ้านนอก แต่เรื่องใจนี่ผมใส่ลงไปเกินร้อยแน่นอน ส่วนพวกเครื่องในของที่ร้านก็จะเน้นความสด และจะต้องผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ, ไส้, ตับ ฯลฯ เราต้องใช้เวลาตุ๋นกันข้ามวันข้ามคืน กว่าจะนำมาปรุงและเสิร์ฟให้ทุกท่านได้กินกัน”

และแน่นอนอีกหนึ่งเมนูทีเด็ดอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ที่ดูเหมือนจะเป็นเมนูธรรมดาๆ ที่สามารถหารับประทานที่ไหนก็ได้นั้น แต่สำหรับของร้านนายหมีเขามีทีเด็ดทีขาดก็ตรงที่การนำ เส้นราเมน มาใช้แทน เส้นบะหมี่ และความอร่อยเด็ดของ “น้ำซุป” ที่ทำให้ก๋วยเตี๋ยวชามนี้ น่ารับประทานแบบไม่ธรรมดาเลยทีเดียว…

“ปกติร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปเขาก็จะเน้น เส้นเล็ก, เส้นใหญ่ และเส้นหมี่ แต่สำหรับที่ร้านเราจะใช้เส้นราเมนแทนเส้นบะหมี่เลย ซึ่งผมคิดว่ามันอร่อยและเข้ากับการทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อค่อนข้างมาก เพราะขนาดเส้นมันใหญ่แล้วกินก็เข้ากับเนื้อดี ซึ่งผมคิดว่าร้านอื่นเขาไม่ทำกันนะ มีผมคนเดียวที่กล้าเอามาใส่ ส่วนความอร่อยเด็ดของ “น้ำซุป” นั้น เราก็ต้มเนื้อวันหนึ่ง 60 กิโลกรัม เพื่อจะได้น้ำซุปรสชาติดีที่สุด เพราะก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่อร่อยนั้น ทีเด็ดทีขาดของมันก็คือ ต้องต้มเนื้อเยอะนี่แหละ มือใหม่มาเปิดถ้าไม่กล้าใส่ ผมบอกว่า เตรียมเจ๊งได้เลย ร้านที่ขายดีกันทั่วไปเพราะน้ำเขาอร่อย เขาต้มเนื้อเยอะ และใช้เนื้อจำนวนมาก นี่คือเคล็ดลับของทุกร้านเลยก็ว่าได้ ของพวกนี้ซื้อไม่ได้ ต้องต้มเอา ซอสปรุงรสอะไรต่างๆ พริกไทย เครื่องเทศต้องใช้ของที่ดีที่สุด ไม่หวงเครื่อง คุณถึงจะได้น้ำซุปที่อร่อย”

เฮียหมี ได้กล่าวถึงเคล็ดลับที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ว่า…

“ผมต้องบอกว่า สูตรก๋วยเตี๋ยวที่ทำมาเป็นการคิดเองล้วนๆ เพราะผมชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อมาตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นก็พอจะรู้ว่ามันต้องใส่อะไรบ้างพื้นฐาน เราก็ลองผิดลองถูกลองใส่อะไรมาเรื่อย ขายตั้งแต่ยังขายไม่ค่อยดี รสชาติก็เที่ยวชิมตรงนั้นทีตรงนี้ที ว่ามันมีอะไรบ้าง แล้วก็หัดปรับปรุงพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นสูตรที่ลงตัวในทุกวันนี้ เป็นสูตรลงตัวแล้ว และไม่เหมือนใครด้วย ส่วนเคล็ดลับอีกอย่างที่สำคัญสำหรับคนค้าขายก็คือ ถ้าคิดจะขายของให้ลูกค้าประทับใจ อย่าไปหวง อันดับแรก คือ เราต้องให้คนมากินเราถึงอยู่ได้ ถ้าเกิดว่าคนไม่มากินนะขายให้ยังไงก็ขายไม่ได้ ให้คนมากินยังไงต้องไม่แพงเกินไป ต้องให้คุ้มค่า ของดีๆ เราทำเหมือนที่เรากิน เอาของดีๆ ให้เขากิน คนเขาก็จะมากินเอง แล้วมันไม่มีอะไรยากเลย ทำเลผมก็ไม่ได้ดีอะไร อยู่ในซอยแบบนี้ แต่ที่ขายได้ทุกวันนี้ เพราะเราไม่หวงของ เราชอบแบบไหน เราก็ใส่ใจทำให้ลูกค้าแบบที่เราชอบด้วย”

และแน่นอนว่าในวันที่ 25 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ก็ไม่พลาดที่จะทาบทาม เฮียหมี-คุณอำนาจ พิทยาธร เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี สูตรไหหลำ มาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับการทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรเด็ดเป็นครั้งแรก!!! พร้อมเปิดเผยเทคนิคทุกขั้นตอน และสอนวิธีการทำการตลาดให้กับผู้เรียนที่ต้องนำไปต่อยอดเปิดร้านขาย หรืออยากจะลองนำไปทำรับประทานเองที่บ้านก็ได้เช่นกัน

“สำหรับคนที่มาเรียนกับผม คุณก็จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมากว่า 10 ปี ไม่ต้องลองผิดลองถูก เพราะสูตรต่างๆ เทคนิคทุกขั้นตอนผมลองมาให้พี่เรียบร้อยแล้ว เอาไปใช้แล้วก็ทำตามที่ผมบอก ไม่ว่าจะเอาไปทำกินเองที่บ้าน หรือเอาไปขายก็ยังได้ ไม่มีกั๊ก จัดหนักจัดเต็มแน่นอน ขอให้เอาไปแล้วทำจริงๆ เถอะ รับรองว่า คุณสามารถทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อให้อร่อยแบบที่ผมทำได้เช่นกัน” เฮียหมี กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนครัวสาธิต “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี บางนา” สอนโดย อาจารย์อำนาจ พิทยาธร ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

%d bloggers like this: