เปรี้ยวปาก

All posts tagged เปรี้ยวปาก

“ราดหน้าขั้นเทพ” ยอดเมนูอร่อย จากย่านงามวงศ์วาน เผยเทคนิค-เคล็ดลับ…ที่ มติชน อคาเดมี

Published ธันวาคม 9, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07058010858&srcday=2015-08-01&search=no

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 378

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

“ราดหน้าขั้นเทพ” ยอดเมนูอร่อย จากย่านงามวงศ์วาน เผยเทคนิค-เคล็ดลับ…ที่ มติชน อคาเดมี

เมื่อพูดถึงเมนูง่ายๆ ที่ใครก็รู้จักอย่าง “ราดหน้า” และ “ผัดซีอิ๊ว” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจานเดียวที่ใครหลายคนชื่นชอบ แต่จะพูดถึงร้านที่อร่อยแบบประทับใจ…ไม่รู้ลืม ก็อาจจะหาไม่ง่ายอย่างที่คิด มติชน อคาเดมี จึงไม่พลาดที่จะเปิดคอร์สครัวสาธิตน่าเรียน อย่าง “ราดหน้าขั้นเทพ” ที่ได้ คุณบุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต (คุณบุ๊ค) เจ้าของสูตรเด็ดจากอดีตร้านราดหน้าชื่อดัง แห่งย่านงามวงศ์วาน จนเป็นที่เลื่องลือ โดยมีเมนูชูโรงยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง ราดหน้าหมู, ผัดซีอิ๊วหมู และเมนูทีเด็ดอย่าง “สี่สหายน้ำแดง” ที่อร่อยเด็ดอย่าบอกใคร

คุณบุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต (คุณบุ๊ค) หนุ่มการตลาดไฟแรงที่ติดใจในการทำอาหาร ย้อนกลับไปในวัยเด็ก ชายหนุ่มคนนี้ได้คลุกคลีกับการทำอาหารเพราะที่บ้านเปิดร้านอาหาร ไม่ว่าจะร้านสเต๊ก, ร้านอาหารไทย และร้านอาหารในเวลานั้น ซึ่งเขาเองรู้สึกว่า การทำอาหารไม่ใช่สำหรับเราเลย จึงตัดสินใจเรียนการตลาด พอเริ่มทำงานออฟฟิศเกิดความรู้สึกเบื่อ จึงตัดสินใจเริ่มทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่น เกิดความชอบในการทำอาหาร และศึกษาวิธีการทำอาหารในแบบของคนญี่ปุ่น ซึ่งคนญี่ปุ่นมีมาตรฐานมากในการทำงาน อาหารทุกจานที่เสิร์ฟ ร้อยจานต้องเหมือนกันร้อยจาน รวมถึงรสชาติของอาหารด้วย ซึ่งเขาจะทำซอสไว้ใช้เพื่อช่วยในเรื่องรสชาติของอาหาร หลังจากนั้น ก็เริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง อย่าง ร้านอาหารตามสั่ง, ร้านก๋วยเตี๋ยว, ร้านเค้ก, ร้านผัก และทำงานตามโรงแรมแบบรายวันก็เคย เพื่อฝึกการเรียนรู้ในด้านอาหารโดยเฉพาะ จนสุดท้ายก็ตัดสินใจจากการมองหาทำเลใกล้บ้าน จึงได้เปิดร้าน “ราดหน้าขั้นเทพ” ในที่สุด

“เริ่มแรกที่ขายราดหน้า เหมือนราดหน้าทั่วไปไม่มีจุดเด่นพิเศษอะไร แล้วพอขายไปสักพักเราก็อยากจะสร้างจุดเด่น สร้างแบรนด์ขึ้นมาก็เริ่มปรับไปเรื่อยๆ มีกลิ่นหอมของน้ำมันงาหรือว่าเหล้าจีนในสไตล์อาหารจีน เพราะแรงบันดาลใจตอนที่ไปทานอาหารที่เยาวราช เวลาทานหูฉลามกับกระเพาะปลา รู้สึกว่ามันเป็นน้ำแดงเหนียวๆ แต่มีความหอม กลมกล่อม และซดได้มากกว่าน้ำราดหน้า เพราะน้ำราดหน้าซดมากไม่ได้มันฝืดคอ เราเลยรู้สึกว่าเราอยากทำน้ำราดหน้าให้มันหอมและสามารถซดได้คล่องคอเหมือนน้ำหูฉลาม กระเพาะปลา ก็เลยเริ่มเอาสูตรราดหน้ากับสูตรกระเพาะปลา หรือ หูฉลามมารวมกันและปรับสูตรไปเรื่อยๆ จนกลายมาเป็น “ราดหน้าขั้นเทพ” แบบเต็มตัว…” คุณบุ๊ค กล่าว

มาถึงทีเด็ดของ “ราดหน้าขั้นเทพ” คือ น้ำราดหน้าจะหอมและก็ใส ไม่ข้น คนทานราดหน้าจะซดน้ำได้ทั้งชาม ไม่รู้สึกว่ามีก้อนแป้งหนืดๆ อยู่ น้ำจะใสและมีความกลมกล่อม หลักสำคัญคือ เราจะต้องเลือกวัตถุดิบตั้งแต่ตัวน้ำราดหน้า ซึ่งเราจะไม่ใช้ เต้าซี่ หรือ เต้าเจี้ยว อย่างเดียว ส่วนผสมของซอสอาจจะดูขั้นตอนเยอะ แต่เราจะนำมาปรับให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น เพราะมีวัตถุดิบถึง 10 อย่างแต่พอทำเป็นซอสแล้ว สามารถเก็บได้เป็นเดือน เหมาะทั้งในแง่ที่เก็บไว้ทำทานที่บ้านและการทำธุรกิจ และซอสก็สามารถเอาไปใช้กับอาหารประเภทอื่นที่มีรสชาติใกล้เคียงกัน อย่างเช่น กระเพาะปลา หรือ สี่สหายน้ำแดง ได้อีกด้วย บอกได้ว่าไฮไลต์หลักของ “ราดหน้าขั้นเทพ” ก็คือ ตัวซอส ยังไม่พอ ตัวเส้นราดหน้ามีความพิเศษขึ้นมาอีกนิดหนึ่งคือเป็น เส้นชุบไข่ทอด บอกได้เลยว่านุ่มและน่าทาน

หลายคนอาจจะสงสัยว่า…แล้วคุณบุ๊คจะมาสอนอะไรบ้างในห้องเรียน ที่มติชน อคาเดมี คำตอบก็คือ “ผมจะสอนให้คนทำง่าย ทำได้ที่บ้าน ส่วนตัวซอสอาจจะดูยุ่งยากแต่ซอสมันเก็บไว้ได้นาน และซอสประยุกต์ไปใช้ได้หลายอย่าง ยังมีสอนการเลือกวัตถุดิบหรือใครสนใจในเชิงธุรกิจ ก็จะแนะนำจากประสบการณ์ของตัวเอง อย่างเช่น คุณควรจะซื้อผักจากที่ไหน? ยังไง? คุณถึงจะได้เปรียบ คุณควรจะซื้อวัตถุดิบแบบไหน? ยังไง? คุณถึงจะไม่ขาดทุน ซึ่งพวกนี้มันจะมีเทคนิคที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ สุดท้ายคือการตกแต่งจานอาหาร เพิ่มราคา”

เกริ่นมาแค่นี้…หลายคนคงอดใจไม่ได้ที่อยากจะรู้สูตรเด็ด-เคล็ดลับ เทคนิคต่างๆ ในการทำอาหารและการทำธุรกิจแล้ว เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรพลาดหลักสูตร “ราดหน้าขั้นเทพ” ของ คุณบุ๊ค-บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต ที่มติชน อคาเดมี ที่แรกและที่เดียว!

“ผมถนัดทำอาหารในเชิงธุรกิจ อย่าไปซีเรียสที่ปริมาณการขาย ให้วัดที่ผลกำไร” และนี่คือคำพูดทิ้งท้ายของคุณบุ๊คที่น่าสนใจ…อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับท่านที่สนใจอยู่ละก็อย่ารอช้า สามารถสำรองที่นั่งคอร์สเรียน ครัวสาธิต “ราดหน้าขั้นเทพ” ของ คุณบุ๊ค-บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือทางเว็บไซต์ของมติชน อคาเดมี http://www.matichonacademy.com และเฟซบุ๊กของมติชน อคาเดมี https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

โฆษณา

ตามติดเทรนด์เบเกอรี่สุดฮิต “เบอร์เกอร์ชาร์โคล” เรียนรู้ได้…ภายใน 1 วัน กับมติชน อคาเดมี

Published พฤศจิกายน 27, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07060150758&srcday=2015-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 377

เปรี้ยวปาก

โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา

ตามติดเทรนด์เบเกอรี่สุดฮิต “เบอร์เกอร์ชาร์โคล” เรียนรู้ได้…ภายใน 1 วัน กับมติชน อคาเดมี

ขึ้นชื่อว่า “ขนมปัง” หลายท่านที่ได้ฟังอาจจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ที่มีขายในตลาดก็มีขายกันอยู่ดาษดื่น อาทิเช่น ขนมปังกะโหลก, แซนด์วิช, แยมโรล และอีกมากมายหลายเมนูที่ล้วนได้รับความนิยมจากท้องตลาด สำหรับคนที่ค้าขายจะรู้ดีว่าเมนูประเภทนี้สามารถทำกำไรได้อย่างงาม ถ้าตามติดเทรนด์ได้ถูกต้อง ก็ค้าขายได้คล่องอย่างแน่นอน

ทีนี้ลองย้อนกลับมาพูดถึงเทรนด์ขนมปังตอนนี้ เขามีอะไรฮิตกันบ้างหล่ะ???

นี่ถ้าให้ผมพูดถึงเมนูยอดนิยมตอนนี้ คงต้องมีชื่อของ “เบอร์เกอร์ชาร์โคล” หรือที่เราคุ้นหูคุ้นตากับนิยามว่า “แฮมเบอร์เกอร์ดำ” ที่ร้านเบเกอรี่หลายร้านนำมาทำขายเป็นเมนูเด็ดประจำร้านกันดาษดื่น แต่ละร้านก็มีสไตล์การตกแต่ง และเน้นความอร่อยที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนกิน แต่ที่แน่ๆ เมนูนี้ยังคงมีกระแสความฮิตติดอันดับต้นๆ ของกลุ่มอาหารประเภทเบเกอรี่เลยทีเดียว

อีกหนึ่งเมนูที่ฮอตแบบกู่ไม่กลับก็คือ “โดนัทหลากสไตล์” ที่ทุกวันนี้กลายเป็นเมนูที่ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เรียกว่า ไปร้านไหน…ถ้าไม่มีเมนูนี้ ถือว่าพลาด!!! เพราะเท่ากับทิ้งโอกาสในการทำกำไรไปโดยปริยาย

และด้วยกระแสความนิยมในท้องตลาดของเบเกอรี่หลากสไตล์ข้างต้นนี้เอง จึงทำให้ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้คิดค้นหลักสูตรครัวเบเกอรี่ใหม่ล่าสุดอย่าง “เบเกอรี่นะจ๊ะ” ออกมาตอบโจทย์คนหลงใหลในความอร่อยของเบเกอรี่ และคนที่กำลังอยากจะทำเมนูเสริมในการขาย หรืออยากมีรายได้เสริมจากการทำเบเกอรี่ยอดนิยมเหล่านี้ ซึ่งการันตีว่า “ฮอต” และ “ฮิต” ติดกระแสไม่ตกยุคตกสมัยอย่างแน่นอน โดยครั้งนี้ได้ เชฟจตุพร อ่อนพรม (เชฟต้อม) อดีตเชฟทีมชาติ TCA ผู้มีฝีมือการทำเบเกอรี่ได้อร่อยไม่แพ้ใคร จะมาเปิดเผยสูตรเด็ด-เคล็ดลับการทำเมนู เบอร์เกอร์ชาร์โคล, โดนัทหน้าต่างๆ และขนมปังหน้าต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นกระแสในกลุ่มคนรักเบเกอรี่ในปัจจุบัน ทุกเทคนิค ทุกขั้นตอน ซึ่งรอบนี้เชฟต้อมบอกกับทีมงานว่า จัดเต็มทุกขั้นตอน…ตั้งแต่ต้นจนจบชั่วโมงเรียนเลยทีเดียว!!

เหตุผลที่ผมมาถ่ายทอดวิชาการทำเบเกอรี่คอร์สนี้ ที่ มติชน อคาเดมี

ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า ขนมปังในคอร์สเรียนนี้เป็นขนมปังที่คุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับผู้เรียนทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งบางเมนูก็กำลังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน อาทิเช่น เบอร์เกอร์ชาร์โคล ที่ใช้ ถ่านชาร์โคล มาใส่เป็นส่วนผสมในเนื้อแป้งขนมปัง ซึ่งในคอร์สเรียนนี้เราสอนกันตั้งแต่เบสิกพื้นฐานการทำขนมปังเลยทีเดียว เริ่มกันตั้งแต่การขึ้นรูปขนมปังแบบต่างๆ รวมไปถึงการใช้เทคนิคต่างๆ ในการทำขนมปัง เช่น การทำ “โดนัท” ซึ่งถือเป็นขนมปังอย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งเดิมทีเดียวเราใช้วิธีการทำให้สุกคือ นำไปอบในเตา เราก็เปลี่ยนเป็นการนำไปทอดในกระทะ เป็นต้น ซึ่งวิธีการปรุงแบบนี้เราสามารถเห็นได้ทั่วไปตามร้านต่างๆ ซึ่งก็เป็นที่นิยมสำหรับร้านค้าทั่วไป ส่วนผสมในการทำแป้งโดนัท แต่ละสูตรก็แตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ เมนูนี้ยังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเหมือนเดิม โดยเฉพาะแบรนด์เบเกอรี่ที่กำลังเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ก็มักจะมีจุดขายที่น่าสนใจในแต่ละเมนู ไม่เว้นแม้กระทั่งเมนูนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ในคอร์สเรียนนี้จึงเป็นการ คัดสรรสุดยอดเบเกอรี่ที่กำลังอินเทรนด์ และได้รับความนิยมจากผู้บริโภค มาสอนตั้งแต่วิธีการทำขั้นต้น ไปจนถึงการทำการตลาด เพื่อต่อยอดธุรกิจเบเกอรี่ให้ทันกับกระแสความนิยมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

เมนูสุดฮิต…ที่จะนำมาสอนครั้งนี้

เริ่มกันที่เมนูแรกอย่าง ชินนาม่อนบัน เอกลักษณ์ของเมนูนี้ก็คือ การใส่อบเชย, เนยสด และน้ำตาลทรายแดง ลงไปในแป้งขนมปัง ซึ่งจะทำให้ขนมปังได้ความชุ่มฉ่ำจากเนยสด และได้กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์จากชินนาม่อน แถมโรยหน้าด้วยไอซิ่งใส่นม เคลือบเกาะอยู่บนหน้าขนมปัง ทำให้ได้อรรถรสในการรับประทานมากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นเมนูเบเกอรี่ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันเช่นกัน

ตามมาด้วยเมนูที่สอง อย่าง โดนัท หลายคนอาจจะมองว่าโดนัทที่เห็นอยู่ก็เหมือนกับโดนัททั่วๆ ไปตามท้องตลาดที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ มีทั้งรูปแบบ “โดนัทเค้ก” และ “โดนัทยีสต์” ซึ่งครั้งนี้เราจะสอนเทคนิคการทำโดนัทยีสต์ โดยทั่วไปในหลักสูตรเบเกอรี่ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมอย่าง “ยีสต์” เป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำอยู่แล้ว ซึ่งครั้งนี้เราจะนำโดนัทไปทอดในน้ำมัน แล้วนำมาเคลือบน้ำตาลไอซิ่ง และช็อกโกแลต ตามแบบฉบับโดนัทยอดนิยมของแบรนด์ดังที่กำลังขายดิบขายดีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทำได้ไม่ยาก หากเรารู้เทคนิคและขั้นตอนในการปรุง

เมนูที่สาม ขนมปังลูกเกด แต่เมนูนี้พิเศษตรงที่เรานำเนื้อลูกเกดผสมลงไปในเนื้อขนมปังเลย แล้วก็โรยหน้าด้วยอัลมอนด์ครัมเบิ้ล แล้วจึงใส่อัลมอนด์ผงโรยหน้าลงไปด้วย ซึ่งเราก็ได้อีกรูปแบบของขนมปัง พร้อมเทคนิคการทำที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้เรามีทริกเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้เรียนได้รู้ในชั่วโมงเรียนอีกด้วย

เมนูต่อมาที่น่าสนใจก็คือ ขนมปังถั่วแดง ที่แฝงไว้ด้วยความอร่อยแบบคนรักสุขภาพตัวจริง ซึ่งปกติแล้วเมนูนี้เราจะเห็นเขาทำขนมปังออกมาเป็นก้อนกลมๆ ส่วนใหญ่ แต่รอบนี้เราดัดแปลงทำเป็นขนมปังแบบโลฟ (ขนมปังแถว) โดยใช้เทคนิคและวิธีการม้วนแป้งขนมปังขึ้นมาใหม่ โดยการม้วนเป็นท่อนขึ้นมา แล้วก็นำมาถักเป็นเปีย ทำให้ดูน่าสนใจและน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วยเมนูเบเกอรี่ไฮไลต์ของคอร์สเรียนนี้อย่าง ขนมปังชาร์โคล ที่กำลังอินเทรนด์ในกลุ่มคนรักเบเกอรี่ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีหลายร้านเปิดขายอย่างเป็นล่ำเป็นสันมาได้พักใหญ่แล้ว สำหรับเมนูนี้เราได้นำชาร์โคลมาใส่ลงไปในเนื้อขนมปัง ตรงส่วนนี้อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ถ้าได้เรียนรู้เทคนิคการคลึง, การปั้น, การอบ, การทอด ก็สามารถนำวิธีการเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในการทำขนมปังประเภทต่างๆ ได้ไม่ยากเลย ซึ่งในปัจจุบัน “ชาร์โคล” ก็สามารถหาซื้อได้ไม่ยากแล้ว และมีราคาไม่แพงมากด้วย ตรงจุดนี้จึงอยากให้มาเรียนรู้เทคนิคและเคล็ดลับในขั้นตอนต่างๆ ของการทำขนมปังมากกว่า

เรียนคอร์สนี้ได้อะไรบ้าง?

สำหรับในคอร์สเรียนนี้ผมจะสอนตั้งแต่หลักการเลือกซื้อวัตถุดิบ และอุปกรณ์ รวมไปถึงแนวทางในการทำการตลาด, การคิดต้นทุน, เทคนิคการขายเบเกอรี่แบบมืออาชีพ ซึ่งในคอร์สเรียนนี้เราอาจจะเน้นเรื่องของเบสิกด้านการทำเบเกอรี่ให้เยอะหน่อย ส่วนที่เพิ่มเติมก็คือ เรื่องการประยุกต์ในการทำเบเกอรี่รูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การครีเอตขนมรูปทรงต่างๆ ที่ต่างไปจากเดิม หรือการใช้วัตถุดิบที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่วนในกรณีที่ผู้เรียนไม่มีพื้นฐาน หรือไม่มีอุปกรณ์…บอกได้เลยว่า สามารถมาเรียนได้ทั้งหมด เพราะในคอร์สเรียนนี้เราจะปรับพื้นฐานในการทำเบเกอรี่ให้กับทุกคน พร้อมเรียนรู้กรรมวิธีอย่างง่ายๆ จากในเอกสารประกอบการเรียนการสอนในห้อง รับรองว่า ทุกคนจะสามารถปฏิบัติตาม และนำไปทำได้จริงๆ อย่างแน่นอน

ฝากทิ้งท้าย…

คนที่จะทำเบเกอรี่แล้วสำเร็จ ต้องตามกระแสให้ทัน เจาะกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน และมีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า รวมไปถึงการสร้างจุดขายที่แตกต่าง และมีความลงตัวอยู่ เป็นกระแสที่ยังคงอยู่ มีความต้องการจากผู้บริโภคจริงๆ และที่สำคัญ ต้องมีมาตรฐานในการทำเบเกอรี่ ตรงส่วนนี้จะทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ไม่ยาก

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

5 หลักสูตรใหม่ โดนใจ “นักปรุง” เรียนทำอาหาร-เบเกอรี่ แบบมืออาชีพ ที่มติชน อคาเดมี

Published พฤศจิกายน 27, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07056010758&srcday=2015-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 376

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

5 หลักสูตรใหม่ โดนใจ “นักปรุง” เรียนทำอาหาร-เบเกอรี่ แบบมืออาชีพ ที่มติชน อคาเดมี

เริ่มต้นช่วงครึ่งหลังของปี 2558 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ก็มิได้รอช้า รีบเดินหน้าไปสรรหาหลักสูตรอาหารใหม่ๆ ที่น่าสนใจ พร้อมเชิญเชฟระดับโรงแรม และร้านเด่น-คนดัง มาสอนทำอาหารในช่วงครึ่งหลังปี 2558 นี้แบบจุใจ ด้วยคอนเซ็ปต์ง่ายๆ “เรียนรู้การทำอาหารอย่างง่ายๆ ภายใน 1 วัน” พร้อมเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการทำทุกขั้นตอนแบบไม่มีกั๊ก แถมแนะนำการทำการตลาดทางด้านอาหารแบบมืออาชีพอย่างจุใจอีกด้วยครับ

เริ่มต้นด้วยคอร์สครัวปฏิบัติการ สำหรับใครหลายคนที่อยากรู้เคล็ดลับการทำให้อร่อยแบบชาววัง ในหลักสูตร “สำรับชาววัง” ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของเมนู ขลุ่ยปู, ข้าวคลุกกะปิทรงเครื่อง และ ผัดไทยในกระทงทองเบญจรงค์ สำหรับท่านที่อยากชิมรสอาหารรสกลมกล่อมแบบชาววัง ทำง่ายแบบชาวบ้าน เร็วๆ นี้ เชฟสุรศักดิ์ คงสวัสดิ์ หรือ เชฟน้อย อดีตหัวหน้าเชฟห้องอาหารไทยเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ สุดยอดเชฟอาหารไทย ผู้มีฝีไม้ลายมือในการรังสรรค์เมนูอาหารไทยระดับประเทศ จะมาเปิดเผยสูตรเด็ดการทำอาหารรสชาติกลมกล่อมแบบชาววังแบบง่ายๆ สไตล์เชฟน้อย ที่ใครๆ ก็สามารถทำเองได้ภายใน 1 วันเท่านั้น!!

ส่วนใครที่อยากรู้เคล็ดลับการทำอาหารเหนือพื้นเมืองให้อร่อยลำแต้ๆ ตามแบบฉบับ “ของกิ๋นบ้านเฮา” ต้องไม่พลาดหลักสูตรครัวสาธิต “อาหารเหนือพื้นเมือง” ที่นำเสนอความอร่อยเด็ดของเมนู น้ำพริกหนุ่ม, น้ำพริกอ่อง, แกงฮังเล และลาบเหนือ สำหรับท่านที่อยากชิมอาหารเหนือขนานแท้ และอยากทำให้อร่อยแบบต้นตำรับล้านนาจริงๆ ก็เตรียมตัวพร้อมเร็วๆ นี้ อาจารย์นิรมล พุทธาศรี ผู้มีฝีไม้ลายมือในการรังสรรค์เมนูอาหารเหนือต้นตำรับล้านนา จะมาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับทุกขั้นตอน ให้ผู้เรียนทุกท่านได้ลองลิ้มชิมรสกันทุกคน หรือใครจะได้ไอเดียเด็ดไปเสริมเป็นเมนูขายสร้างรายได้-สร้างอาชีพ ก็ไม่ว่ากัน…

เมื่อพูดถึงเมนูง่ายๆ ที่ใครก็รู้จักอย่าง “ราดหน้า” และ “ผัดซีอิ๊ว” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเมนูอาหารจานเดียวที่ใครหลายคนชื่นชอบ แต่จะพูดถึงร้านที่อร่อยแบบประทับใจ…ไม่รู้ลืม ก็อาจจะหาไม่ง่ายอย่างที่คิด มติชน อคาเดมี จึงไม่พลาดที่จะเปิดคอร์สครัวสาธิตน่าเรียนอย่าง “ราดหน้าขั้นเทพ” ที่ได้ อาจารย์บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต (คุณบุ๊ค) เจ้าของสูตรเด็ดจากอดีตร้านราดหน้าชื่อดัง แห่งย่านงามวงศ์วาน จนเป็นที่เลื่องลือ โดยมีเมนูชูโรงยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง ราดหน้าหมู, ผัดซีอิ๊วหมู และเมนูทีเด็ดอย่าง “สี่สหายน้ำแดง” ที่อร่อยเด็ดอย่าบอกใคร สำหรับคนที่สนใจอยากรู้สูตรเด็ด หรือสนใจเรียนรู้กรรมวิธีในการทำทุกขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมแนะแนวทางการนำไปเปิดร้านขายเป็นอาชีพได้ในอนาคต ก็โปรดติดตามข่าวสารไว้ให้ดีครับ เร็วๆ นี้เจอกันแน่นอน

สำหรับแฟนเบเกอรี่อย่าเพิ่งน้อยใจ…เพราะมติชน อคาเดมี ได้คัดสรรหลักสูตรน่าเรียนมาให้ทุกท่านได้เลือกสรรกันอีกถึง 2 หลักสูตรเลยทีเดียว สำหรับคนที่หลงใหลในความอร่อยเด็ด แถมอินเทรนด์ต้องไม่พลาดหลักสูตร “ขนมปังนะจ๊ะ” นำเสนอเมนูเบเกอรี่สุดฮิตอย่าง เบอร์เกอร์ชาโคล, โดนัทหน้าต่างๆ และขนมปังหน้าต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยมและกระแสในกลุ่มคนรักเบเกอรี่ในปัจจุบัน ทุกเทคนิค ทุกขั้นตอน สอนโดย เชฟจตุพร อ่อนพรม (เชฟต้อม) อดีตเชฟทีมชาติ TCA ผู้มีฝีมือการทำเบเกอรี่ได้อร่อยไม่แพ้ใคร…ซึ่งรอบนี้เชฟต้อมบอกกับทีมงานว่า จัดเต็มทุกขั้นตอน…ตั้งแต่ต้นจนจบชั่วโมงเรียนเลยทีเดียว!!

ปิดท้ายคอร์สเรียนเบเกอรี่ยอดนิยมอีกหนึ่งหลักสูตรอย่าง “MINI CHEESESCAKE DESSERT 1” ที่เชฟทีมชาติ TCA มากฝีมืออย่าง เชฟรวีกานต์ ทักขิญเสถียร (เชฟตั๊ก) ที่จะมาเปิดเผยเทคนิคการทำสุดยอดเบเกอรี่ฮอตฮิตติดลมบนอย่าง “ชีสเค้ก” ที่ฮิตมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังคงแรงมาจนถึงปีนี้ โดยเชฟตั๊กจะมาสอนวิธีการทำทุกขั้นตอน สอนกันตั้งแต่พื้นฐานการทำเบเกอรี่ ไปจนถึงการเลือกวัตถุดิบ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเสริมเทคนิค-เคล็ด (ไม่) ลับที่ท่านควรรู้ในการทำเมนูเบเกอรี่ พร้อมแนะแนวทางการทำขายให้อีกด้วย การันตีเลยว่า เรียนจบไป ฝึกฝนอีกสักนิดก็ทำขายได้เลย…เพราะสูตรอร่อย เป๊ะเวอร์มากๆ

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เรียน 3 วัน สร้างธุรกิจเงินล้าน!!! เจาะลึกหลักสูตรอาชีพทำเงิน “กระจกโครงอะลูมิเนียม”

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07064150658&srcday=2015-06-15&search=no

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 375

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา

เรียน 3 วัน สร้างธุรกิจเงินล้าน!!! เจาะลึกหลักสูตรอาชีพทำเงิน “กระจกโครงอะลูมิเนียม”

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในธุรกิจมีความคึกคักเป็นอย่างมาก ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่กำลังได้รับกระแสความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน และก่อให้เกิดอาชีพต่างๆ ในสายงานนี้ขึ้นอย่างมาก อาทิเช่น การรับเหมาก่อสร้าง, การตกแต่งภายใน, ธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย แต่ที่กำลังมาแรง และได้รับความนิยมในขณะนี้ เราคงต้องพูดถึง “งานโครงอะลูมิเนียม” ที่เข้ามามีบทบาทแทนโครงสร้าง “ไม้” ในธุรกิจการก่อสร้าง กอปรกับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้ธุรกิจนี้เป็นที่ต้องการของผู้รับเหมา และที่สำคัญ ในปัจจุบันช่างด้านโครงอะลูมิเนียมที่มีฝีมือ และสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี ก็ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอีกด้วย

อาจารย์ขวัญชัย ป้อทองคำ ปัจจุบันทำธุรกิจผู้รับเหมาก่อสร้าง และเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทรับเหมาต่างๆ ทั่วประเทศ และดูแลเกี่ยวกับงานอะลูมิเนียม, งานไฟฟ้า-ตกแต่งภายใน และงานฟินิชชิ่งอื่นๆ (งานก่ออิฐ ฉาบปูน ปูกระเบื้อง ทาสี ฝ้า เพดาน ฯลฯ) กล่าวว่า สำหรับธุรกิจโครงอะลูมิเนียมในบ้านเรานั้น ยังค่อนข้างสดใส ส่วนหนึ่งคงต้องบอกว่า ในปัจจุบันการเจริญเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น หมู่บ้าน, คอนโดมิเนียม, ทาวน์เฮ้าส์ ต่างก็ผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด ในสมัยก่อนการสร้างบ้าน หรือการก่อสร้างต่างๆ มักจะเน้นไปที่วัสดุประเภท “ไม้” เป็นหลัก แต่ปัจจุบันการหาไม้มาใช้ในงานก่อสร้างไม่ใช่เรื่องง่ายๆ วัสดุที่สามารถนำมาใช้ทดแทนได้เป็นอย่างดี และค่อนข้างเหมาะสมทั้งในแง่ของการใช้งาน และความคงทนก็คือ “อะลูมิเนียม” ซึ่งมีความยืดหยุ่นเป็นอย่างดีสำหรับการใช้งานด้านการก่อสร้าง แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องบอกว่า อาชีพช่างอะลูมิเนียมในปัจจุบันยังขาดแคลน และมีค่อนข้างน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อีกทั้งช่างที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และชำนาญในแต่ละด้านก็หาได้ยากยิ่ง เพราะประสบการณ์ของช่างแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน หาคนที่ทำได้ครบด้านไม่ง่ายนัก จึงทำให้วิชาชีพนี้ ยังคงมีอนาคตที่ค่อนข้างสดใสอยู่พอสมควร

แล้วทำไมอาชีพเกี่ยวกับ “โครงอะลูมิเนียม” จึงยังเปิดกว้างสำหรับทุกคนอยู่…

“ผมว่าจริงๆ แล้ว งานโครงอะลูมิเนียมในบ้านเราก็มีหลายบริษัท และหลายผู้รับเหมาเกิดขึ้นมากมายนะ แต่เอาเข้าให้จริงๆ ผู้รับเหมาหรือช่างบางคนก็คำนวณราคางานอะลูมิเนียมไม่ได้แม่นยำ กล่าวคือ บางทีก็คิดถูกไปก็ขาดทุน หรือบางครั้งคิดราคาแพงเกินไป คนที่เป็นผู้รับเหมาก็ไม่อยากจ้าง และไปหาเจ้าที่ถูกกว่า ดังนั้น หากเราจะได้รู้ถึงแนวทางการทำธุรกิจโครงอะลูมิเนียมอย่างถูกต้อง มันจะทำให้เราสามารถคำนวณต้นทุนและกำไรได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สามารถต่อรองกับผู้ว่าจ้าง หรือผู้รับเหมาได้อย่างเป็นธรรม โดยที่เราก็ไม่ขาดทุนและค้ากำไรจนเกินควร ถ้าเป็นผู้ประกอบการก็จะสามารถรู้เท่าทันช่างอะลูมิเนียม และผู้รับเหมามากขึ้น ลดปัญหาการโดนโกงราคา หรือการจ้างงานที่แพงจนเกินเหตุได้ด้วย ทำให้เราได้งานที่มีคุณภาพ และเหมาะสมกับราคามากขึ้น ส่วนคนที่เป็นช่าง หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกวิธีก็จะทำให้มีมาตรฐานในการทำงานที่ดี และแม่นยำมากยิ่งขึ้น สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตชิ้นงานได้อย่างมีมาตรฐานในงบประมาณที่ผู้รับเหมาต้องการว่าจ้างได้อย่างไม่ยาก” อาจารย์ขวัญชัย กล่าว

พูดมาขนาดนี้ มติชน อคาเดมี จึงได้เชิญ อาจารย์ขวัญชัย ป้อทองคำ มาเตรียมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงานโครงอะลูมิเนียมแบบเต็มรูปแบบ ที่จะสามารถสานฝันให้คุณเป็นช่างฝีมือ หรือเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต ในหลักสูตร โครงอะลูมิเนียม กระจก มุ้งลวด ที่จะเปิดคอร์สเต็มรูปแบบเรียนกัน 3 วันเต็มๆ ในวันที่ 26-28 มิถุนายน ที่จะถึงนี้…

“เหตุผลที่ผมมาถ่ายทอดวิชา “โครงอะลูมิเนียม” ที่มติชน อคาเดมี ก็เพราะแรงบันดาลใจของผมเองที่อยากถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ได้นำไปประกอบอาชีพสามารถใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินได้ในอนาคต ดังนั้น ความรู้และประสบการณ์ในด้านงานช่างอะลูมิเนียม ที่ผมนำมาสอนที่มติชน อคาเดมี นั้นบอกได้เลยว่า ผมให้ครบถ้วน และเต็มที่มาก…ไม่มีกั๊กอย่างแน่นอน ซึ่งความรู้ทั้งหมดนั้นเกิดจากการปฏิบัติจริง สั่งสมวิชามาอย่างยาวนานได้ลองผิดลองถูกมาอย่างครบถ้วนแล้ว ดังนั้น คนที่มาเรียนในคอร์สนี้ น่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพได้ไม่ยากเย็นนัก หรือถ้าหากเป็นผู้รับเหมา, เจ้าของหมู่บ้าน, เจ้าของกิจการต่างๆ ที่กำลังคิดว่าจะเปิดร้าน และสนใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงอะลูมิเนียม ก็น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากคอร์สเรียนนี้อย่างแน่นอน

สำหรับผู้เรียนในคอร์สนี้ คุณจะรู้ตั้งแต่วิธีการทำโครงอะลูมิเนียมขั้นต้น หน้าต่าง ประตู รวมไปถึงการตกแต่งภายใน การฝึกวัดคำนวณพื้นที่ การใช้อุปกรณ์ต่างๆ อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ รวมไปถึงการแนะนำภาพรวมของอาชีพและโอกาสทางการตลาดงานอะลูมิเนียมในอนาคตอีกด้วย” อาจารย์ขวัญชัย กล่าวทิ้งท้าย

จากการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ AEC น่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นกิจกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จึงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายของชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อเพื่อเป็นการลงทุน และเพื่ออยู่อาศัย…และแน่นอนว่า ธุรกิจอื่นๆ ที่คาบเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาฯ ก็น่าจะเติบโตไปพร้อมๆ กัน รวมถึง “ธุรกิจด้านโครงอะลูมิเนียม” ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของธุรกิจอสังหาฯ นี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับท่านที่สนใจในหลักสูตรวิชาชีพต่างๆ ของมติชน อคาเดมี ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เผยเคล็ดลับ 5 เมนูเด็ด ร้าน “ห่อหมกพ่อบัว” ในหลักสูตร “ข้าวแกงตะแคงหม้อ” ที่ มติชน อคาเดมี

Published พฤศจิกายน 2, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07057010658&srcday=2015-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 374

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

เผยเคล็ดลับ 5 เมนูเด็ด ร้าน “ห่อหมกพ่อบัว” ในหลักสูตร “ข้าวแกงตะแคงหม้อ” ที่ มติชน อคาเดมี

หลังจากได้รับการตอบรับจากผู้เรียนเป็นอย่างดี สำหรับคอร์สเรียน “ห่อหมกพ่อบัว” ของ อาจารย์เจริญ กลิ่นหอม เจ้าของร้านห่อหมกพ่อบัว บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่ได้มาสำแดงเดชความอร่อยให้แฟนเป็นที่ประจักษ์กันไปเรียบร้อยแล้ว มารอบนี้ มติชน อคาเดมี จึงไม่รอช้าเตรียมเปิดหลักสูตรใหม่ถอดด้ามอย่าง “ข้าวแกงตะแคงหม้อ” ที่อาจารย์เจริญจะเปิดเผยเทคนิค-เคล็ดลับการทำข้าวแกง 5 เมนูยอดนิยมที่ขายดีติดอันดับของร้าน ที่ลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรต้องแวะทาน และซื้อกลับบ้านอยู่เป็นประจำ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หนักเครื่อง ไม่หวงวัตถุดิบ และแต่ละเมนูไม่ซ้ำกัน จึงทำให้เมนูข้าวแกงของร้านนี้ถือเป็นหนึ่งในความอร่อยที่คุณไม่ควรพลาด!

อาจารย์เจริญ กลิ่นหอม (พ่อโต้ง) เจ้าของร้านห่อหมกพ่อบัว กล่าวว่า นอกเหนือจาก ห่อหมกพ่อบัว ซึ่งเป็นเมนูห่อหมกสูตรดั้งเดิมมาตั้งแต่รุ่นพ่อที่ขายดีมากว่า 80 ปีแล้วนั้น ที่ร้านยังมีเมนูอาหารไทยอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง “ข้าวแกง” ที่น่าสนใจ และอร่อยไม่แพ้กัน โดยแต่ละวันที่ร้านจะทำเมนูข้าวแกงขายวันละกว่า 30 หม้อ โดยแต่ละหม้อล้วนเป็นเมนูที่ไม่ซ้ำกัน เน้นรสชาติที่จัดจ้าน ไม่หวงเครื่องแกง ทุกเมนูทำแบบบ้านๆ ขายในราคากันเอง ทำให้เมนูข้าวแกงที่ร้านได้รับความนิยมจากลูกค้า ตั้งแต่ นักแสดง ไฮโซ ข้าราชการ พนักงานบริษัท ไปจนถึงชาวบ้านที่แวะเวียนเข้ามาลองชิมที่ร้านอยู่เป็นประจำ

การันตีความอร่อยกันขนาดนี้…พ่อโต้งก็เลยมาแนะนำ 5 เมนูพระเอกประจำร้าน ที่กำลังจะถูกเปิดเผยเคล็ดลับความอร่อยในคอร์สเรียน ข้าวแกงตะแคงหม้อ ที่มติชน อคาเดมี เร็วๆ นี้

เริ่มเมนูแรก “แกงขาหมูย่างใบชะมวง” สุดยอดเมนูอร่อยที่การันตีโดยพ่อโต้ง เพราะเป็นเมนูที่หาทานได้ยาก ชูโรงความอร่อยด้วยน้ำแกง 3 รส เปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อมอย่างลงตัว ถ้าได้ลองชิมแล้วต้องติดใจ แต่กว่าจะมาเป็นจานอร่อยนี้ก็ยากเอาการเลยทีเดียว เพราะขั้นตอนในการทำค่อนข้างละเอียด เริ่มตั้งแต่การเลือกขาหมู เช่น ถ้าอยากได้เนื้อเยอะมันน้อยต้องใช้ขาหน้า หรือถ้าชอบเนื้อน้อยมันเยอะหน่อยก็ต้องขาหลัง หลังจากนั้น จึงนำขาหมูมาย่างให้มีกลิ่นหอม และสีสันน่าทาน แล้วจึงนำมาเคล้าเครื่องเทศ ค่อยนำไปนึ่งจนกระทั่งเนื้อหมูนุ่มเปื่อย และหั่นเป็นชิ้นพอคำ อีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญก็คือ การผัดกับเครื่องเทศ ซึ่งจะต้องนำน้ำพริกแกงคั่วกับกะทิให้เครื่องแกงหอมและสุก ตบท้ายด้วยการใส่ใบชะมวง แกงให้น้ำขลุกขลิกก็พร้อมทาน…แต่กว่าจะเป็นจานเด็ดนี้ได้ ก็ไม่ง่ายเท่าไรนัก

เมนูต่อมา “ผัดเผ็ดนกกระทา” จานอร่อยที่หาทานได้ยากอีกเช่นกัน เพราะน้อยคนนักจะนำนกกระทามาผัดเผ็ด เริ่มจากการนำนกกระทามาล้างทำความสะอาด เอาเครื่องในออกและแช่น้ำเกลือ นำไปผึ่งให้แห้ง แล้วเคล้าด้วยเครื่องเทศ เหมือนกันกับเมนูแกงขาหมูย่างใบชะมวง ก่อนนำไปทอดให้พอเหลือง จึงนำนกกระทามาสับเป็นชิ้นหยาบๆ แล้วนำมาผัดกับเครื่องเทศ พริกแกงคั่วและปรุงรส ตบท้ายด้วยการใส่ใบยี่หร่า ก็เป็นอันสำเร็จเสร็จสรรพพร้อมทานแล้ว ซึ่งทั้ง 2 เมนูที่กล่าวมานั้น ล้วนเป็นเมนูที่หาทานได้ยากจริงๆ ในปัจจุบัน แต่รับประกันความอร่อยแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 เมนูที่หาทานได้ยากยิ่งที่จะมาแนะนำกันก็คือ “ผัดเผ็ดเก้ง” ที่อร่อยเด็ดตามแบบฉบับอาหารป่ารสแซบ หรือถ้าใครไม่ชอบก็สามารถเปลี่ยนเป็นเนื้อเป็ดได้ อีก 2 เมนูขายดีติดอันดับของร้านที่ท่านจะพลาดไม่ได้ ก็คือ “พะแนงหมู” และ “ต้มยำปลาช่อน” ซึ่งเมนูนี้ต่างจากที่อื่น ตรงที่เป็นต้มยำที่ใส่กะทิ ทำให้มีความข้นและมันเพิ่มขึ้น โดยวัตถุดิบสำคัญที่จะต้องใช้ก็คือ ปลาช่อนนา ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดจากธรรมชาติที่มีรสชาติอร่อย นำมาแช่น้ำสารส้มเพื่อให้เมือกที่จับตามตัวปลาช่อนหลุดออกก่อน ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญในการลดความคาวของปลาอีกด้วย

แค่เกริ่นนำขั้นต้นมาแค่นี้…หลายคนคงอดใจไม่ได้ที่อยากจะรู้สูตรเด็ด-เคล็ดลับของทั้ง 5 เมนูเด็ดนี้ ว่าเพราะเหตุใดถึงเป็นเมนูยอดนิยม และได้การตอบรับจากนักชิมทั้งหลายเป็นอย่างดี มติชน อคาเดมี จึงจัดหนัก! จัดเต็ม! สำหรับท่านที่สนใจอยากจะมีร้านข้าวแกงเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หรืออยากมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ด้วยการเปิดหลักสูตรครัวสาธิต “ข้าวแกงตะแคงหม้อ” พร้อมเปิดเผยสูตรเด็ดความอร่อยของ 5 เมนูยอดนิยม อย่าง แกงขาหมูย่างใบชะมวง, ผัดเผ็ดนกกระทา, ผัดเผ็ดเก้ง, พะแนงหมู และ ต้มยำปลาช่อน โดยวิทยากรเจ้าของร้านตัวจริงอย่าง อาจารย์เจริญ กลิ่นหอม (พ่อโต้ง) เจ้าของร้านห่อหมกพ่อบัว แห่งย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่จะมาสอนกันตั้งแต่เรียนรู้การเลือกวัตถุดิบ, ขั้นตอนในการทำ, กลยุทธ์-เทคนิคการขายมัดใจลูกค้า และแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในการเปิดร้านข้าวแกงพ่อบัวมากว่า 10 ปี และประสบการณ์ในการทำอาหารมาทั้งชีวิต พร้อมบอกทุกขั้นตอนแบบไม่มีกั๊ก ถาม-ตอบกันทุกคำถามให้เข้าใจและนำไปใช้ได้จริง

สำหรับท่านที่สนใจอยู่ละก็อย่ารอช้า สามารถสำรองที่นั่งคอร์สเรียนครัวสาธิต “ข้าวแกงตะแคงหม้อ” ของอาจารย์เจริญ กลิ่นหอม ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์), (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือทางเว็บไซต์ของมติชน อคาเดมี http://www.matichonacademy.com และเฟซบุ๊กของมติชน อคาเดมี https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

เปิดสูตรเด็ดร้านดัง “Hungry Nerd” สวรรค์ของคนรักสเต๊ก แห่งย่านราชเทวี

Published พฤศจิกายน 1, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07054150558&srcday=2015-05-15&search=no

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 373

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

เปิดสูตรเด็ดร้านดัง “Hungry Nerd” สวรรค์ของคนรักสเต๊ก แห่งย่านราชเทวี

ในวันนี้ทีมงาน มติชน อคาเดมี เดินทางมาไกลถึง “ย่านราชเทวี” ด้วยกระแสความน่าสนใจของร้านสเต๊กที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในย่านนี้ ด้วยระยะเวลาที่เปิดได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่กลับมีกระแสความนิยมของ “คนรักสเต๊ก” ที่ต่างหลั่งไหลมาลองลิ้มชิมรสกันอย่างไม่ขาดสาย เรียกได้ว่า ถ้าคุณมาผิดเวลา…ก็อาจต้องรอคิวนั่งทานกันเลยทีเดียว ใช่แล้วครับ…เรากำลังพูดถึงร้าน “Hungry Nerd” นั่นเอง

“Hungry Nerd” ร้านสเต๊กแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ริมถนนฝั่ง Coco walk ราชเทวี สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สามารถมาได้ไม่ยากเลยครับ เพราะลงจากสถานีราชเทวี ก็จะเจอร้านนี้ทันที บรรยากาศภายในตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ และมีจุดเด่นก็คือ การแต่งตัวของพนักงานที่จะต้องใส่แว่น แต่งตัวแบบนักศึกษา หรือนักเรียนแบบ “เด็กเนิร์ด” มาคอยให้บริการลูกค้าทุกโต๊ะนั่นเอง ส่วนเวลาทำการของร้านนี้ เปิดกันตั้งแต่เวลา 11.30-23.30 น. ของทุกวัน

เชฟวัฒนศักดิ์ ช่างเก็บ (เชฟบาส) เจ้าของร้าน Hungry Nerd และยังเป็น Head Chef ของร้าน กล่าวว่า ร้านสเต๊กแห่งนี้เปิดให้บริการมาได้ระยะเวลากว่า 5 เดือนแล้ว เหตุผลที่เปิดร้าน ก็เพราะอยากจะทำอาหารที่อร่อย มีคุณภาพที่ดี ในราคาไม่แพง ทุกระดับชั้นสามารถจับต้องและลองลิ้มอาหารในร้านได้ ไม่ว่าใครก็ตาม เพราะอาหารในร้านเริ่มต้นที่ราคา 89 บาท ไปจนถึงราคาหลักร้อยกลางๆ เท่านั้น ส่วนเมนูที่ราคาสูงก็จะมีเพียงแค่ สเต๊กบางเมนู ที่ต้องใช้วัตถุดิบที่นำเข้ามาเท่านั้น โดยเมนูเด่นของร้านจะเน้นอาหารประเภท “สเต๊ก” เป็นอาหารจานหลัก แต่ถ้าพูดถึงเอกลักษณ์ความอร่อย คงต้องพูดถึง “ซอส” ที่ถือเป็นจุดเด่นของร้านเราที่ใครก็ต้องพูดถึงเพราะรสชาติของซอสที่ร้านไม่เหมือนใคร เป็นสูตรที่เชฟบาสคิดค้นและประยุกต์ขึ้นมาใหม่ อย่างเช่น Hungry Nerd Sauce ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ออกมาในสไตล์เยอรมัน หรือ ซอสเกรวี่ พริกไทยดำ ก็เป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ให้อร่อยอย่างลงตัว แบบไม่เหมือนใครจริงๆ

พูดคุยกันได้สักพัก เชฟบาส ก็จัดจานอร่อยมาให้พวกเราได้ชิมกัน…

สำหรับจานเด็ดที่ต้องสั่งเมื่อถึงร้าน ผมคงต้องพูดถึงเมนู “ไส้กรอกพันเบคอนลาวาชีส” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์หลักของที่นี่ โดยเขาเริ่มจากการนำ ไส้กรอกเปปเปอร์ซอสเซจ พันด้วยสโมกกี้เบคอน นำไปกริลล์ทำให้มีกลิ่นหอม ก่อนที่จะราดด้วย Hungry Nerd Sauce และตามด้วย เบชาเมลซอส (Bechamel Sauce) ก่อนที่จะโรยด้วยมอสซาเรลล่าชีส นำไปเข้าเตาอบ เวลารับประทานแล้วก็จะมีซอสยืดๆ อร่อยเด็ดจริงๆ ครับ ถือเป็นหนึ่งในจานอร่อยที่คุณต้องไม่พลาด!!

ตามมาด้วยจานหลักอย่าง “พอร์คช็อพ” ที่คัดสรรเนื้อติดกระดูก มาหมักด้วยส่วนผสมง่ายๆ แต่เน้นเทคนิคการเก็บรักษาความชุ่มชื้นของเนื้อสัตว์เอาไว้ ทำให้เวลารับประทานก็จะได้รสชาติของเนื้อหมูที่นุ่มและอร่อยมาก เมื่อผสานกับ ซอสเกรวี่ พริกไทยดำ ที่เป็นสูตรของทางร้าน ก็รับรองได้ว่าคุณจะต้องติดใจอย่างแน่นอน

ปิดท้ายด้วยไฮไลต์ประจำวันนี้ คงต้องยกให้กับเมนู “Giant grilled combo” ซึ่งในเซตเมนูจะประกอบด้วย สเต๊กเนื้อ, สเต๊กหมู, ไก่สไปซี่, ปลาทอด และไส้กรอก รับประทานกับซอส 3 อย่าง เสิร์ฟพร้อมขนมปังชีส และเฟรนช์ฟรายด์ เห็นจานใหญ่ขนาดนี้ ไม่ถึง 500 บาท เท่านั้นเอง !

และแน่นอนว่า…อาหารอร่อยขนาดนี้ พวกเราจึงไม่พลาดที่จะเชิญร้านแห่งนี้ไปเปิดเผยสูตรเด็ดความอร่อยกันแบบจัดเต็ม…เร็วๆ นี้ ที่มติชน อคาเดมี

“ผมรู้สึกยินดีที่จะได้ไปถ่ายทอดการทำอาหารที่ มติชน อคาเดมี เพราะผมอยากจะเผยแพร่สูตรการทำสเต๊ก ที่แม่บ้าน หรือผู้เรียนที่สนใจสามารถนำสูตรที่ผมให้นำกลับไปทำทานเองที่บ้านได้จริง ใช้วัตถุดิบที่ราคาไม่ต้องแพงมาก แต่ก็อร่อยในรสชาติแบบบ้านๆ ได้ ซึ่งตรงจุดนี้ผมไม่หวงสูตรแน่นอน ผมจะแนะนำว่า การทำอาหารให้อร่อยไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่แพงมาก ใครก็สามารถทำได้ เทคนิค-เคล็ดลับเหล่านี้ ผมอยากจะมาถ่ายทอดให้ผู้เรียนทุกท่านที่มติชน อคาเดมี ครับ” เชฟบาส กล่าว

โดยในคอร์สเรียนที่ มติชน อคาเดมี นั้นผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการทำเมนูไส้กรอกพันเบคอนลาวาชีส, พอร์คช็อพ สเต๊ก กับน้ำเกรวี่พริกไทยดำ, สเต๊กปลาดอรี่ กับซอสทาร์ทาร์ นอกจากนี้ยังจะได้ชมการสาธิตเมนู “Giant grilled combo” พร้อมให้ความรู้และเทคนิคการทำแบบครบถ้วน และลองชิมเมนูเด็ดนี้ในชั่วโมงเรียนอีกด้วย

ก่อนจากกันไป เชฟบาสได้ให้ข้อคิดในการทำอาหารให้ประสบความสำเร็จว่า…

“เราต้องมีความจริงใจ และมีความตั้งใจในการทำอาชีพของตัวเอง คุณต้องใส่ใจในรายละเอียดการทำงานทุกอย่าง ต้องมีทีมเวิร์กที่ดี และต้องสร้างความสามัคคีให้กับทีมเราด้วย ซึ่งถ้าเราใส่ใจในทุกรายละเอียดแล้ว ทุกเทคนิค-ทุกเคล็ดลับในการทำอาหาร ไม่ใชเรื่องยากเลยครับ”

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียน หรืออยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์)(082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

“ก๋วยจั๊บน้ำข้น ป้าเจี๊ยบ ซอยจรัสลาภ” สูตรเด็ดความอร่อย แห่งย่านบางพลัด

Published ตุลาคม 31, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062010558&srcday=2015-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 372

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ โดย : มติชน อคาเดมี

“ก๋วยจั๊บน้ำข้น ป้าเจี๊ยบ ซอยจรัสลาภ” สูตรเด็ดความอร่อย แห่งย่านบางพลัด

ถ้าพูดถึง “อาหารจานเส้น” หลายคนคงนึกถึงเมนูเด็ดอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมู-เนื้อ, เย็นตาโฟ, บะหมี่แห้ง และหนึ่งในเมนูจานเส้นที่ผมอดจะนึกถึงไม่ได้ก็คือ “ก๋วยจั๊บ” (จะบอกว่าชอบส่วนตัว…ก็คงไม่ใช่) เพราะเมนูนี้มีเอกลักษณ์ความอร่อยที่น่าสนใจอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ทั้งตัวเส้นที่ไม่เหมือนใคร และเครื่องเคราที่ใส่มาในชาม ทำให้ใครหลายคนนึกหิวขึ้นมาในทันที…

ก๋วยจั๊บ เป็นก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างแตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวชนิดอื่นมากพอสมควร เพราะต้องใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เส้นก๋วยจั๊บสดปรุง แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ก๋วยจั๊บน้ำข้น และ ก๋วยจั๊บน้ำใส นอกจากนี้แล้ว ยังมีเส้นก๋วยจั๊บประเภทหนึ่งเรียกว่า ก๋วยจั๊บเซี่ยงไฮ้ มีลักษณะเส้นใส ทำมาจากถั่วเหลือง นิยมใช้ทำก๋วยจั๊บน้ำใส หรือนำไปปรุงเป็นอาหารอย่างอื่นได้ เช่น ยำ หรือ ผัดขี้เมา เป็นต้น

สำหรับการปรุงน้ำของเมนู “ก๋วยจั๊บน้ำข้น” นั้นจะนิยมใช้วิธีการทำพะโล้ เครื่องปรุงนิยมใช้เครื่องในหมูประเภทต่างๆ เช่น ไส้หมู, หัวใจ, ตับ, กระเพาะ, ปอด, หนังหมู เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังใส่ เต้าหู้, ไข่ต้ม, เนื้อหมู, หมูกรอบ, เลือดหมู เป็นต้น

พูดถึง…ร้านก๋วยจั๊บเจ้าอร่อย ทีมงานของเราก็ไม่รอช้า เพราะมีหลายคนกระซิบมาบอกกับทีมงานเราว่า มีร้านที่น่าสนใจอยู่ไม่ใกล้…ไม่ไกลที่แถวๆ ซอยจรัสลาภ ย่านบางพลัด ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 30 ปี แม้จะไม่มีชื่อร้านที่ชัดเจน แต่ใครหลายคนแถวนี้เรียกชื่อร้านก๋วยจั๊บนี้ว่า “ร้านก๋วยจั๊บน้ำข้น ป้าเจี๊ยบ ซอยจรัสลาภ” ทำให้วันนี้ทีมงานของเราต้องไปท้าพิสูจน์ความอร่อยนั้น ถึงที่กันเลยทีเดียว…

มาถึงร้าน…ก็สั่งก๋วยจั๊บมาลองชิมกันดู ก็พบว่า ความอร่อยของก๋วยจั๊บน้ำข้นของป้าเจี๊ยบนั้น อยู่ที่น้ำซุปรสชาติเข้มข้น ที่ต้องใช้กระดูกหมูเอี้ยวเล้งกับเครื่องปรุงแล้วเคี่ยวในหม้อต้มกันทั้งวัน ผสานกับเครื่องก๋วยจั๊บที่อร่อยลงตัว ไม่มีกลิ่นคาว อย่าง หมูกรอบ, ไส้, ม้าม, ปอด ส่วน “เส้นก๋วยจั๊บ” ก็นุ่มหนึบ นุ่มลิ้นไม่เหมือนใคร เพราะใช้เส้นก๋วยจั๊บคุณภาพดีมาทำ เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบทานก๋วยจั๊บ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยทีเดียว

คุณชนันพร ชัยประภา หรือ ป้าเจี๊ยบ เจ้าของร้านก๋วยจั๊บแสนอร่อย กล่าวว่า สำหรับสูตรก๋วยจั๊บที่ป้าได้มานั้น เป็นสูตรที่สืบทอดมาจากคุณแม่ ยาวนานกว่า 50 ปีแล้ว ซึ่งสูตรของเรานั้น นำมาพัฒนาต่อยอดอีกครั้งหนึ่งให้เข้ากับยุคสมัย และความนิยมของคนทาน ขายเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ 30 กว่าปีแล้ว มีทั้งลูกค้าขาประจำ ลูกค้าขาจร รวมไปถึงคนมีชื่อเสียงก็แวะเวียนมาทานก๋วยจั๊บที่ร้านอยู่เรื่อยๆ จนถึงวันนี้

“เดิมทีเดียว ป้าเป็นเจ้าของธุรกิจโรงงาน แล้วก็ต้องมาล้มเลิกไปเพราะพิษจากเศรษฐกิจฟองสบู่ในช่วงปี 2540 ทำให้ต้องล้มละลาย ช่วง 4 ปีหลังจากนั้นก็รับจ้างทำงานหลายอย่างเรื่อยมา จนกระทั่งวันหนึ่งก็มีความรู้สึกว่า รายได้ที่ต้องใช้จ่ายเลี้ยงดูลูกไม่เพียงพอ ก็เลยแวะไปหาคุณแม่ และได้สูตรก๋วยจั๊บโบราณ ซึ่งเป็นสูตรที่คุณแม่ทำขายแต่ก่อน มาจุดนี้เราก็คิดต่อว่า จะลองยึดอาชีพแม่ค้า เพราะอาชีพนี้น่าจะทำให้เราพอมีรายได้เลี้ยงลูกได้ดีขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นก็กลับมาเปิดร้านในซอยจรัสลาภ ย่านบางพลัด และยึดอาชีพแม่ค้าขายก๋วยจั๊บมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้ร้านของเราก็มีลูกค้าทั้งขาประจำ และขาจรแวะเวียนมาลองลิ้มชิมรสก๋วยจั๊บที่ร้านเราเรื่อยมา ช่วงหลังก็ได้ลูกค้าส่วนหนึ่งแบบมาปากต่อปากมาเพิ่มเติม ต้องบอกว่า รายได้ของร้านเราก็พออยู่ตัว อาจจะมีรายได้หดหายไปบ้าง เพราะร้านค้าปัจจุบันก็ผุดขึ้นมามากขึ้น แต่ป้าก็ยังสามารถขายได้ตามปกติ ถือเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเราได้มาจนถึงวันนี้” คุณชนันพร กล่าว

ส่วนเคล็ดลับการทำก๋วยจั๊บให้อร่อยนั้น มีเทคนิคที่ง่ายๆ ที่คุณชนันพรบอกทีมงานเราว่า…

“การทำก๋วยจั๊บเราต้องไม่หวงเครื่องปรุง และใส่ใจในการทำทุกขั้นตอน ประเภทเครื่องในหมู อย่าง ไส้, ม้าม, ปอด ฯลฯ พวกนี้ต้องทำความสะอาดจนกระทั่งหมดกลิ่นคาว แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดใส่เกลือ ก่อนที่จะล้างน้ำเปล่าอีกรอบ จึงนำไปใส่ในน้ำซุปต้มพะโล้ หรืออย่างพวกเครื่องปรุงที่เราต้องทำซุปก็ต้องไม่หวง เพราะตัวน้ำซุปเอง จะต้องดับกลิ่นคาวของเครื่องในที่ค่อนข้างแรงให้ได้ชะงัดเลย ไม่งั้น…น้ำซุปจะเหม็นคาวพานทำให้ก๋วยจั๊บไม่อร่อยไปด้วยอีกต่างหาก ส่วนการเลือกวัตถุดิบในการทำก๋วยจั๊บก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างเช่น เนื้อหมู ก็ต้องเลือกที่มีคุณภาพดี และมีใบรับรอง หรือพวกเครื่องใน ก็ต้องไปเลือกซื้อเองเลยที่ตลาด ต้องสดใหม่ทุกวัน ไม่เก็บค้างไว้”

ด้วยความยอดเยี่ยมของรสชาติอาหาร ผนวกกับเทคนิคอันล้ำเลิศนี้เอง ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) จึงไม่พลาดที่จะเชิญ “ร้านก๋วยจั๊บน้ำข้น ป้าเจี๊ยบ ซอยจรัสลาภ” มาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับความอร่อยของเมนูเด็ดอย่าง ก๋วยจั๊บน้ำข้น โดยเจ้าของตัวจริง คุณชนันพร ชัยประภา (ป้าเจี๊ยบ) ทายาทผู้สืบสานตำนานความอร่อยมายาวนานกว่า 50 ปี ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2558 นี้ พร้อมบอกเทคนิคทุกขั้นตอน และสอนวิธีการทำการตลาดให้กับผู้เรียนที่ต้องนำไปต่อยอดเปิดร้านขาย หรืออยากจะลองนำไปทำทานเองที่บ้านก็ได้เช่นกัน

คุณชนันพร กล่าวทิ้งท้ายสำหรับผู้ที่สนใจคอร์สเรียนนี้ว่า…

“สำหรับคนที่จะมาเรียนกับป้าในคอร์สเรียนนี้ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเลือกวัตถุดิบ, การปรุงน้ำซุป, การต้มเครื่องใน, การทำหมูกรอบ, การทำเส้นก๋วยจั๊บ รวมไปถึงแนะแนวทางการทำขาย หรืออยากจะไปเปิดร้านขาย ป้าก็ยินดีที่จะแนะนำ ไม่มีหวงวิชา หรือกั๊กสูตรอย่างแน่นอน อยากให้คนที่มาเรียนได้วิชา และสามารถนำไปทำมาหาเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวได้ในอนาคต”

โอกาสดีขนาดนี้ ใครที่อยากเรียนรู้สูตรเด็ดจากเจ้าของสูตรตัวจริง…เสียงจริง พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงครับ…

สำหรับท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวปฏิบัติการ-ครัวเบเกอรี่ หรือครัวสาธิต ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com

ลองลิ้มชิมซูชิ สไตล์ Omakase ที่ “Shinsei” ร้านญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น

Published สิงหาคม 18, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062150458&srcday=2015-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 371

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

ลองลิ้มชิมซูชิ สไตล์ Omakase ที่ “Shinsei” ร้านญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์น

ย่านอารีย์ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งชุมนุมของชาวออฟฟิศที่ดี เพราะมีร้านอาหารให้เลือกทานหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งร้านอาหารซีฟู้ด, อาหารยุโรป หรือจะเป็นร้านเบเกอรี่สุดชิกต่างๆ ก็มีให้เลือกมากมาย ส่วนร้านอาหารที่เราเห็นว่ามีอยู่เยอะจริงๆ คงต้องพูดถึง “ร้านอาหารญี่ปุ่น” ซึ่งมีให้เราเลือกหลายร้าน หลากสไตล์ ทั้งประเภทซูชิ-ซาซิมิบาร์ หรือจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเซต “เบนโตะ” ก็มีค่อนข้างเยอะ แต่ในฉบับนี้ทีมงานของเราจะพาทุกท่านไปพบกับร้านอาหารญี่ปุ่น ที่สไตล์การทานซูชิแบบ Omakase (โอมากาเซะ) หรือที่เรียกว่า การเสิร์ฟตามแต่เชฟจะกรุณา จะว่า อินดี้ก็ไม่ใช่…แต่นี่คือ วัฒนธรรมการทานอาหารญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในวันนี้ทีมงานของเราได้มีโอกาสไปลองลิ้มชิมจานอร่อย ในร้านซูชิที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนักในซอยอารีย์ ชื่อร้าน Shinsei Authentic Sushi ซึ่งจุดเด่นของร้านอย่างที่เรากล่าวในข้างต้นก็คือ การนำเสนอซูชิสไตล์ Omakase ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสด ใหม่ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว สำหรับที่มาของชื่อร้านนั้น SHINSEI (ชินเซ) เป็น ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึง AUTHENTIC (ความเป็นมาดั้งเดิม) ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนไม้สไตล์โมเดิร์นผสมผสานกลิ่นอายความเป็นดั้งเดิมของญี่ปุ่น ผนังของร้านตกแต่งด้วยภาพ 2 ภาพที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ในสมัยเอโดะ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับร้านแผงลอยที่ขายซูชิ ที่หั่นปลาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้ววางลงบนข้าวที่ผสมด้วย น้ำส้มสายชู ส่วนอีกภาพคือ นักแสดงคาบูคิกับเกอิชาที่โด่งดังในสมัยนั้น กำลังนั่งทานซูชิภายในสวน เป็นการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ “ซูชิ” ผสานกับวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นที่มีมาแต่เก่าก่อนได้อย่างลงตัว

คุณชนันท์ ผ่องธัญญา (อาร์ม) เจ้าของร้าน Shinsei Sushi กล่าวว่า เดิมทีเดียวเป็นคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และชื่นชอบการทานซูชิ จึงปรึกษากับแฟนสาวชาวญี่ปุ่น เพื่อหาลู่ทางไปศึกษาเกี่ยวกับการทำเมนูซูชิอย่างจริงจังที่โตเกียวซูชิอคาเดมี ซึ่งตรงจุดนี้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมการทำซูชิอาหารทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การทาน ว่าต้องทานแบบไหน อะไรก่อน-อะไรหลัง หรือแม้กระทั่งการหุงข้าวแบบญี่ปุ่น จนกระทั่ง จบการศึกษา และกลับมาเมืองไทยก็มีแนวคิดที่อยากจะเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ประกอบกับเรามาเจอพื้นที่ร้านให้เช่าต่อในซอยอารีย์พอดี ก็เลยได้เปิดร้านนี้ขึ้นมา ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2557 ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาทานเมนู ซูชิเซต แบบ Omakase หรืออาหารชุดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งร้านของเราจะเน้นที่อาหารจะต้องสด และใหม่เสมอ พร้อมกับเทคนิคการทำอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม”

สำหรับเมนูอาหารของที่ร้านนี้จะเน้นไปที่ซูชิ ที่เน้นการนำเสนอ ซูชิสไตล์ดั้งเดิม ที่มี Course Omakase เป็นทางเลือกให้ลูกค้าได้ทาน เน้นวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม อาทิเช่น ปลามาได (ปลากะพงแดงญี่ปุ่น), หอยเชลล์ญี่ปุ่น, ปลาฮามาจิ, ไข่หอยเม่น, ปลาไหลทะเล, ปลาทูน่าญี่ปุ่น ฯลฯ สำหรับคนที่อยากทานอาหารญี่ปุ่นประเภทอื่นๆ ก็มีให้เลือกทานมากมายหลากเมนู อาทิเช่น ซาซิมิเซต, โรลประเภทต่างๆ, ข้าวหน้าญี่ปุ่นหลากสไตล์, ชุดอาหารญี่ปุ่นแบบเซต ซึ่งแต่ละเมนูล้วนรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบชั้นยอด ผสานกับการปรุงสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่คงรสชาติที่มีกลิ่นอายความอร่อยจากแดนอาทิตย์อุทัยไว้อย่างลงตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเมนูเด็ดที่คุณต้องไม่พลาดก็คือ เนื้อฮิดะ (Hida) สุดยอดเนื้อวัวญี่ปุ่น จากเมืองฮิดะ จังหวัดจิฟุ ภูมิภาคคันไซ ซึ่งเป็นเนื้อที่ได้รับรางวัลจากการประกวดโอลิมปิกวากิวที่ประเทศญี่ปุ่นถึง 2 ปีซ้อนอีกด้วย ปัจจุบัน เนื้อจากฮิดะถือเป็นเนื้อที่มีราคาประมูลแพงที่สุดในญี่ปุ่นด้วย ซึ่งเมนูที่น่าสนใจของร้านก็คือ เมนู Hida Nigiri (เนื้อฮิดะ ราดซอสหวานและน้ำมันทรัฟเฟิล) และ Hida Foie-Gras Roll (โรลเนื้อฮิดะตับห่าน) ซึ่งทั้ง 2 เมนูนี้ถือเป็นเมนูของร้านที่ขายดี ไม่แพ้เมนูอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

หลังจากพูดคุยไม่นาน…คุณอาร์ม ก็สั่งเมนูเด็ดแต่ละจานมาให้ทีมงานของเราได้ลองลิ้มชิมรสกัน เริ่มกันที่อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง เมนู ปลาหมึกโฮตารุ กับซอสซึมิโสะ (Hotaru Ika Sumiso Sauce) นำเสนอความอร่อยของปลาหิ่งห้อย ทานคู่ซอสซึมิโสะ และแตงกวาญี่ปุ่น เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยก่อนทานอาหารจานหลักได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ตามมาด้วยอาหารจานหลักอย่าง ซาซิมิเซต (Sashimi) นำเสนอความอร่อยเด็ดของปลาดิบ และอาหารทะเลสดใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ในเมนูนี้ประกอบด้วย ปลาฮามาจิ (Shima-Aji) หอยเชลล์ญี่ปุ่น (Hotate), ปลาทูน่าส่วน Chutoro ปลาแซลมอน (Salmon) ปลาหมึกยักษ์ (Tako) และ กุ้งหวาน (Ama-Ebi) ทานคู่กับ ซอสโชยุ ที่หอมกลิ่นปลาแห้งอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมกับวาซาบิสดที่รสชาติเผ็ดร้อนอย่างลงตัว จานหลักต่อมาก็คือ Shinsei Sushi Set เมนูซูชิสไตล์ Omakase นำเสนอความอร่อยเด็ดของวัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาลอย่าง ปลามาไดหมักสาหร่ายคอมบุ (Madai Konbujime) ปลาทูน่าส่วน Chutoro, ปลาทูน่าส่วน Otoro, กุ้ง Botan-Ebi, ไข่หอยเม่น (Uni), ไข่ปลาแซลมอน (Ikura), ปลาไหลทะเลญี่ปุ่น (Anago) และตบท้ายด้วย ไข่หวาน Tamago ก็ทำให้เมนูนี้อร่อยอย่างลงตัวแล้ว

นอกจากเมนูข้างต้นแล้วยังมีเมนูอื่นๆ ที่เป็นไฮไลต์ของร้านอีกด้วย อาทิเช่น โรลแซลมอนชีส (Half Salmon Cheeze Roll), ไก่ทอดสไตล์ภาคใต้ของทางญี่ปุ่น (Tori Nanban), โรลกรุบกรอบ (Half Crunchy Roll) ที่เราต้องขอบอกว่า อร่อยเด็ดไม่แพ้กันเลยทีเดียว และอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ Hida Nigiri (เนื้อฮิดะ ราดซอสหวานและน้ำมันทรัฟเฟิล) และ Hida Foie-Gras Roll (โรลเนื้อฮิดะตับห่าน) ซึ่งตอนนี้มีโปรโมชั่นในราคาประหยัดจากทางร้านอีกด้วย

สำหรับท่านที่อยากลองลิ้มชิมรสอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม และซูชิพรีเมี่ยมแบบ Omakase ต้องไม่พลาดร้านนี้เป็นอันขาด หรือถ้าสนใจอยากจะแวะไปลองลิ้มชิมรสกันจริงๆ ก็สามารถแวะไปที่ ซอยพหลโยธิน 7 ใกล้ๆ กับ BTS อารีย์ (ทางออก 3) เดินเข้าซอยไปประมาณ 300 เมตรก็ถึงแล้ว หรือสอบถามทางไปร้านที่โทรศัพท์ (02) 619-7271 ก็ได้ครับ

“แล้วคุณจะหลงใหลอาหารญี่ปุ่น และซูชิพรีเมี่ยมแบบ Omakase อย่างแน่นอน…”

Omakase (โอมากาเซะ) คือ การทานอาหารญี่ปุ่นแบบทำอะไรมาก็ได้ ตามแต่เชฟจะลงมือปรุง และเสิร์ฟให้เราทาน โดยเชฟจะคอยบรรยายสรรพคุณของเมนูแต่ละจานว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร? เวลาทานควรได้รสชาติอย่างไร? คอนเซ็ปต์จานนี้คืออะไร? พร้อมสอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่องอาหารที่น่าสนใจ ในขณะที่เราก็นั่งดูเชฟปรุง พร้อมฟังเขาอธิบาย สิ่งนี้เองที่จะกระตุ้นความอยากอาหาร ชวนติดตาม ถ้าไม่ลองนี่ไม่รู้จริงๆ ครับ อย่างถ้าเป็น ซูชิ เชฟจะใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละวัน และเสิร์ฟปลาตามฤดูกาล ปั้นเป็น Nigiri Sushi แบบ Edomae ซึ่งจะปั้นแบบพอดีคำ ข้าวกับหน้าซูชิจะมีสัดส่วนที่สมดุลกัน ปั้นวางบนจานให้ลูกค้าแต่ละคนทีละคำ ไล่จากปลารสอ่อน อย่างปลาเนื้อขาว, ปลีเงิน, หอย ไปจนถึงปลารสเข้ม อย่าง ปลาเนื้อแดง มันๆ โดยจะปรุงรสมาให้แล้ว ไม่ต้องจิ้มโชยุ และอาจจะปิดท้ายด้วยปลาไหล เป็นต้น

“ฮิดะกิว” ได้รับรางวัลเนื้อชั้นดีที่สุด ในการแข่งขันประกวดพันธุ์วัวญี่ปุ่น “วากิวโอลิมปิก” (จัดแข่งทุก 5 ปี) ถึง 2 ครั้งซ้อน ในบรรดาวัวสายพันธุ์ญี่ปุ่นขนสีดำ “ฮิดะกิว” ได้รับการยกย่องว่าเป็นเนื้อวัวชั้นเลิศ ซึ่งมีความนุ่มละเอียด และมีรสอร่อยจนแทบละลายในปาก

“ฮิดะกิว” ถูกเลี้ยงด้วยน้ำที่ใสบริสุทธิ์ และอยู่ในสภาพที่ดี ประกอบกับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากผู้เลี้ยง ก่อให้เกิดรสชาติของเนื้อวัวแท้ที่สะอาดปลอดภัย

ที่สำคัญ ไขมันที่ได้รับจากการทานเนื้อวัวชนิดนี้ เป็นไขมันดีที่ประกอบไปด้วย โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 เรียกได้ว่านอกจาก “ฮิดะกิว” จะมีรสชาติชั้นเลิศแล้ว ยังบำรุงสุขภาพอีกด้วย

พาไปชิม “เป็ดย่างแสงทอง” ตำนานความอร่อย 60 ปี แห่งย่านสุทธิสาร

Published สิงหาคม 4, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062010458&srcday=2015-04-01&search=no

วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 370

เปรี้ยวปาก

เรื่องและภาพ : มติชน อคาเดมี

พาไปชิม “เป็ดย่างแสงทอง” ตำนานความอร่อย 60 ปี แห่งย่านสุทธิสาร

“ข้าวหน้าเป็ด” อาหารจานเดียวแสนอร่อยที่ใครหลายคนชื่นชอบ ถ้าพูดถึงร้านอร่อยก็มีให้เลือกกันมากมาย บางทีตามริมทางก็ยังมีขายกันดาษดื่น แต่ถ้าพูดถึงร้านที่เป็นตำนานความอร่อยตัวจริง…เสียงจริง เพราะเขาขายกันมายาวนานกว่า 60 ปี ในย่านสุทธิสาร ด้วยทีเด็ดความอร่อยของเป็ดย่างหนังกรอบหมักด้วยเครื่องเทศสมุนไพรจีนหอมละมุน ราดด้วยน้ำเป็ดย่างสูตรเฉพาะของร้าน…ใช่ครับ เรากำลังพูดถึง “ร้านเป็ดย่างแสงทอง” นั่นเอง

“ร้านเป็ดย่างแสงทอง” เจ้าดังย่านสุทธิสาร เป็นที่ขนานนามกันกว่า 60 ปี ให้เป็นร้านหนึ่งที่ได้รับความนิยมในประเภทร้านอาหารจานเดียว ด้วยเมนูยอดฮิตอย่าง ข้าวหมูแดง, ข้าวหมูกรอบ และสุดยอดเมนูของร้านอย่าง ข้าวหน้าเป็ด ที่มีทีเด็ดตรงกลิ่นหอมสมุนไพรและเครื่องเทศ แถมรสชาติยังกลมกล่อมไม่เหมือนใครอีกด้วย ทำให้ลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรต่างก็แวะเวียน มาลองลิ้มชิมอาหารที่ร้านนี้อยู่เรื่อยเป็นประจำ บางคนติดอกติดใจก็บอกกันปากต่อปากจนมีลูกค้าแน่นร้านในแต่ละวันเลยทีเดียว

คุณประพจน์ ตรีจันทร์ทอง ผู้สืบทอดกิจการ ร้านเป็ดย่างแสงทอง และสูตรเด็ดทุกเมนูมาจากคุณพ่อกว่า 10 ปีแล้ว ได้เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเลยคือ ผมเข้ามาดูแลร้านตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เปิดมาได้ทั้งหมด 65 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงนั้นคุณพ่อจะทำเมนูหลักๆ ของร้านก็คือ หมูแดง หมูกรอบ และเป็ดย่าง ทำเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงนั้นเราก็มีทั้งลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรมากมาย จนกระทั่งมีคนดัง และรายการต่างๆ แวะเวียนมาที่ร้านเราอยู่เรื่อยๆ ซึ่งจุดนี้เรามีรางวัลการันตีความอร่อยอยู่แล้ว ทั้งเชลล์ชวนชิม, เปิบพิสดาร แต่รางวัลที่คุณพ่อภูมิใจมากที่สุดคือ ร้านเราติดอันดับ 1 ของ จส. 100 ในเรื่องของด้านอาหาร จนถึงเวลานี้ผมเข้ามาดูแลร้านต่อจากคุณพ่อเป็นปีที่ 10 แล้ว ซึ่งเมนูเด็ดประจำร้านเรา ก็ยังเป็น ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดง หมูกรอบ และ ข้าวเฉโป (เมนูข้าวที่มี เป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ กุนเชียง และไข่รวมกัน จะราดด้วยน้ำหมูแดงหรือน้ำเป็ดก็ได้) ตบท้ายด้วย เป็ดตุ๋นฟักมะนาวดอง ซุปร้อนๆ ซดคล่องคอกับข้าว…ส่วนเคล็ดลับความอร่อยของเราที่มัดใจลูกค้ามาได้จนถึงปัจจุบันก็คือ “การเลือกใช้วัตถุดิบเฉพาะส่วนที่เน้นคุณภาพ และขั้นตอนการทำที่ยังคงสูตรโบราณ แบบต้นฉบับ”

“อย่างเมนู หมูแดง เรายังคงย่างหมูแบบโบราณอยู่คือ ใช้เตาถ่านย่าง เพราะมีกลิ่นหอมของไอถ่านเป็นเอกลักษณ์ ส่วน หมูกรอบ เราเลือกหมูที่มีชั้นหนังหมูที่ค่อนข้างหนา แล้วก็ย่างแบบเดิมๆ เลยคือ ใช้เวลาย่างประมาณ 4 ชั่วโมง ต่อ 1 ชุด ตรงจุดนี้อาจจะเสียเวลา แต่แลกมากับความหอมและรสสัมผัส กรอบนอกนุ่มใน ตามแบบฉบับดั้งเดิมของคุณพ่อเลย ส่วนเมนู เป็ดย่าง นั้น ทางร้านจะใช้เป็ดเชอรี่ ที่มีขนาดใหญ่สุด ก่อนจะย่างต้องมาทำความสะอาด, เป่าลม และหมักด้วยเครื่องเทศสูตรของร้าน ยัดใส่ในตัวเป็ด จากนั้นก็ราดน้ำสี ผึ่งให้แห้ง ห่อด้วยถุงพลาสติกและแช่ไว้ในถังที่มีน้ำแข็ง 1 คืน แล้วจึงนำมาอบในถัง ส่วนตัวน้ำที่เรากรอกเข้าไปในท้องเป็ดถือเป็นสูตรพิเศษ เพราะเราใช้นมสดผสมกับเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้ น้ำราดเป็ด ก็จะมีกลิ่นของนมสดกับเครื่องพะโล้เป็นตัวหลัก รสชาติของน้ำเป็ดก็จะละมุนลิ้นขึ้น มีความหอมหวานอมเค็มนิดๆ เป็นเอกลักษณ์ความอร่อยของร้านเราที่ไม่มีใครเหมือน ส่วน เป็ดตุ๋นฟักมะนาวดอง นั้น เราใช้เนื้อเป็ดสดแล่เป็นชิ้นๆ และใช้ฟักแก่จริงๆ นำไปตุ๋นไฟอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วก็ใส่เครื่องปรุงรสตามสูตรของทางร้าน สำหรับเมนูนี้เราควบคุมรสชาติให้ได้คุณภาพ ด้วยการทำเป็น “โถ” แล้วก็แยกทำเป็นถ้วย ทำให้รสชาติน้ำซุปกลมกล่อมและอร่อยคงที่”

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม “ร้านเป็ดย่างแสงทอง” ถึงสามารถมัดใจลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรได้อย่างอยู่หมัด…แน่นอนว่า มติชน อคาเดมี ไม่พลาดที่จะเชิญร้านอร่อยระดับคุณภาพแบบนี้มาเปิดสูตรเด็ด ในคอร์สเรียน สูตรเด็ด-ร้านดัง “ร้านเป็ดย่างแสงทอง” แห่งย่านสุทธิสาร ที่เราจะได้เจ้าของตัวจริงอย่าง คุณประพจน์ ตรีจันทร์ทอง ที่จะมาเผยสูตรเด็ด-เคล็ดลับทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การทำข้าวหน้าเป็ด, การทำเป็ดย่าง, การทำน้ำราด รวมไปถึงเมนูเด็ดแสนอร่อยอย่าง “เป็ดตุ๋นฟักมะนาวดอง” ที่รับรองว่า ใครที่ได้สูตรนี้ไปแล้ว สามารถนำไปเปิดธุรกิจ หรือต่อยอดความอร่อยได้อย่างไม่ยากแน่นอน

“เรียนเชิญนะครับสำหรับท่านที่มีความสนใจด้านอาหาร หรือว่ากำลังมองธุรกิจเกี่ยวกับด้านอาหาร ในส่วนของเมนู เป็ดย่าง ผมอยากให้มาลองเรียนสูตรนี้ดู เป็นสูตรอร่อยที่สร้างความสำเร็จให้กับคุณพ่อผมเอง เป็นสูตรที่คุณพ่อเก็บไว้ให้ลูกหลาน ได้สืบทอดได้ทำมาหากิน ผมก็อยากหยิบยื่นโอกาสดีๆ ตรงนี้ให้กับผู้ที่สนใจ ถ้ายังไงก็อยากให้ลองมา สัมผัสกันดู ยินดีเผยสูตรแบบไม่หวงสูตรเลยครับ” คุณประพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับท่านที่สนใจอยากเรียนรู้สูตรเด็ดจากร้านดัง หรืออยากเรียนทำอาหารเพื่อสร้างอาชีพ ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) หรือ http://www.matichonacademy.com และ https://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand

สร้างอาชีพ เสริมรายได้ ภายใน 2 วัน!! ในหลักสูตร “การร้อยพวงมาลัยและประดิษฐ์ดอกไม้สด”

Published กรกฎาคม 30, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเส้นทางเศรษฐี

http://info.matichon.co.th/rich/rich.php?srctag=07062150358&srcday=2015-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 21 ฉบับที่ 369

เปรี้ยวปาก

โดย : มติชน อคาเดมี

สร้างอาชีพ เสริมรายได้ ภายใน 2 วัน!! ในหลักสูตร “การร้อยพวงมาลัยและประดิษฐ์ดอกไม้สด”

ขึ้นชื่อว่า “อาชีพ” ไม่ว่าจะแบบไหน อย่างไร ก็สามารถทำเงินได้แบบไม่จำกัดเพศ, อายุ และวัยเท่าไรนัก สำหรับคนทั่วไปที่มีความคิดสร้างสรรค์ และรู้แนวทางในการทำอาชีพ แน่นอนว่า…ถ้าคุณขยัน ก็ไม่มีวันอดตายอย่างแน่นอน

หนึ่งในอาชีพที่น่าสนใจนาทีนี้ เรากำลังจะพูดถึง “การร้อยพวงมาลัย และประดิษฐ์ดอกไม้สด”

มาลัย หมายถึง การนำดอกไม้, กลีบดอกไม้, ใบไม้ และส่วนต่างๆ ของดอกไม้ที่ร้อยเป็นพวง มีลักษณะต่างๆ กันมากมายหลายแบบ ตั้งแต่แบบดั้งเดิมจนถึงแบบสมัยใหม่ เฉพาะในยุคต้นๆ แต่ในปัจจุบันมิใช่เพียงแค่ดอกไม้เท่านั้น ช่างดอกไม้ได้นำเอาส่วนต่างๆ ของดอกไม้และใบไม้ มาพับจับจีบก่อนร้อยกรอง บางชนิดต้องตัดขนาดกลีบดอกไม้ ใบไม้ก่อนพับจับจีบ บางชนิดร้อยได้ทั้งดอก เนื่องจากมีดอกขนาดเล็ก การร้อยดอกไม้ต้องใช้เข็มมาลัย คือ เข็มขนาดยาว เมื่อร้อยได้ยาวเต็มเข็มแล้วต้องรูดออกใส่ด้าย บางพวงต้องใช้มากกว่า 1 เข็ม เมื่อได้ยาวพอจึงผูกเป็นวงกลม บางพวงผูกกับมาลัยเป็นรูปทรงอื่น เช่น มาลัยซีก, มาลัยแบน หรือมาลัยกลม แต่ดอกไม้ต่างชนิดกัน ทำให้เกิดรูปทรงแตกต่างกัน

หากจะให้พูดถึงประวัติความเป็นมาของ “การร้อยพวงมาลัย และประดิษฐ์ดอกไม้สด” คงต้องย้อนกลับไปในอดีต ซึ่งบรรพบุรุษของไทยเรามีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการตกแต่งพวงดอกไม้ ใบไม้ ผลไม้ และวัสดุอื่นๆ เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณกาลแล้ว แต่ก็มิได้ปรากฏแน่ชัดว่า มีการเริ่มต้นมาแต่ในสมัยใดแน่ แต่คงสืบเนื่องมาแต่ไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้นั่นเอง ทำให้ไม่มีหลักฐานใดๆ ให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบค้น

ต่อมาในสมัยสุโขทัย เป็นราชธานีแต่ครั้งสมัยพระเจ้าอรุณมหาราชคือ พระร่วง เป็นพระเจ้าแผ่นดิน และพระสนมเอกคือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือ นางนพมาศ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถในงานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศ ในสมัยนั้นตามหลักฐานที่อ้างถึงในพระราชนิพนธ์เรื่องพระราชพิธี 12 เดือน ตอนหนึ่งที่กล่าวถึง ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่ได้คิดตกแต่งโคมลอยให้งดงามวิจิตรกว่าโคมของพระสนมอื่นทั้งปวง โดยการนําเอาดอกไม้ต่างๆ มาประดิษฐ์ตกแต่ง และยังได้เอาผลไม้มาทําการแกะสลัก ตกแต่งประกอบไปด้วย แต่ก็มิได้มีการอ้างถึงว่าในการตกแต่งครั้งนั้นมีการร้อยมาลัยมาประดับตกแต่งด้วยหรือไม่ และในหลักฐานที่อ้างถึง ตอนหนึ่งว่า “ในเดือนเมษายน มีพระราชพิธีสนามใหญ่ บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐีคหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมสมเด็จพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเครื่องราชบรรณาการ พระสนมกํานัลต่างๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้ เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ใส่เมี่ยงหมาก ถวายให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ผู้มาเฝ้า และในครั้งนั้น นางนพมาศก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นรองขัน มีระย้าระบายงดงาม ในขันใส่เมี่ยงหมาก แล้วก็ร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกทีหนึ่ง เป็นที่เจริญตาและถูกกาลเทศะอีก” สมเด็จพระร่วงเจ้า จึงทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยทําการ รับแขกเป็นการสนามใหญ่ มีการอาวาหมงคล หรือวิวาหมงคล เป็นต้น ให้ร้อยกรองดอกไม้ เป็นรูปพานขันหมาก และให้เรียกว่า พานขันหมาก

ในสมัยรัตนโกสินทร์ งานฝีมือด้านการประดิษฐ์ดอกไม้เป็นที่นิยมนํามาใช้ในงานต่างๆ แทบจะทุกงาน โดยเฉพาะงานพิธีต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5 นิยมการทําดอกไม้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีงานพระราชพิธี เจ้านายฝ่ายใน จะต้องประกวดกันจัดแต่งดอกไม้มาถวายให้ทรงใช้ในงานนั้นเสมอ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระพันปีหลวง) ได้ทรงคิดร้อยมาลัยด้วยดอกไม้ต่างๆ และใช้ใบไม้แทรกนํา ทําให้มีลวดลายต่างๆ กันอย่างงดงาม และพลิกแพลงทํารูปต่างๆ กัน ในงานพระศพสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา เป็นต้น สำหรับวิวัฒนาการการร้อยมาลัยนั้น มีการตกแต่ง, เปลี่ยนสีเปลี่ยนรูป, เปลี่ยนแบบเรื่อยมา จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้

หากจะให้พูดถึงหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการร้อยพวงมาลัย และประดิษฐ์ดอกไม้สดนั้น จะต้องมีชื่อของ คุณศุภลักษณ์ ทับทวี ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่ ฝ่ายอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สังกัดหน่วยงานสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต การันตีความสุดยอดด้วยการเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมออกแบบและจัดตกแต่งเวทีสวนอัมพร งานพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน และเป็นหนึ่งในทีมงานตัวแทนประเทศไทย (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) เข้าร่วมสาธิตผลงานแกะสลักผัก ผลไม้ และสบู่ เครื่องแขวนไทย บายศรี งานร้อยมาลัย กระทงลอย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ปี 2547 ด้วยความสามารถที่หลากหลายในด้านงานศิลปะประดิษฐ์แขนงต่างๆ อาทิเช่น แกะสลักผัก, ผลไม้, เครื่องแขวนไทย, งานร้อยมาลัย, จัดดอกไม้สด, งานใบตอง, บายศรีปากชาม, บายศรีต้น, ชุดพานมงคลสมรส ฯลฯ จึงแทบจะไม่ต้องพูดถึงความสามารถของวิทยากรท่านนี้อีกเลย

ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) จึงไม่พลาดที่จะเปิดคอร์สเรียน “การร้อยพวงมาลัยและประดิษฐ์ดอกไม้สด” เอาใจคนชอบงานฝีมือ ที่อยากฝึกและเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานในการร้อยพวงมาลัยรูปแบบต่างๆ พร้อมเรียนรู้การทำงานประดิษฐ์ดอกไม้สด เพื่อสืบสานศิลปะงานฝีมือโบราณให้คงอยู่กับลูกหลานสืบต่อไป นอกจากนี้ ผู้เรียนทุกท่านยังจะได้รู้เทคนิคการเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์ และวิธีการร้อยพวงมาลัยรูปแบบต่างๆ พร้อมสอนการทำพานพุ่มดอกไม้สด และกระเช้าดอกไม้ประณีตศิลป์ โดย คุณศุภลักษณ์ ทับทวี ผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมการร้อยพวงมาลัย และการประดิษฐ์ดอกไม้โบราณมายาวนานกว่า 15 ปี

สำหรับท่านที่อยากเรียนรู้วิธีการร้อยพวงมาลัยและการประดิษฐ์ดอกไม้สด มีเทคนิคหรือขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือไม่ ต้องไม่พลาดหลักสูตร “การร้อยพวงมาลัยและประดิษฐ์ดอกไม้สด” ที่จะเปิดสอนในวันที่ 28-29 มีนาคม 2558 ซึ่งในคอร์สเรียนนี้ผู้อบรมจะได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนแบบมืออาชีพ พร้อมแนะนำการทำธุรกิจให้กับทุกท่านอีกด้วย ท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) ได้ที่ โทรศัพท์ (02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124 (จันทร์-ศุกร์) (082) 993-9097, (082) 993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.com

%d bloggers like this: