เนื้อหมู

All posts tagged เนื้อหมู

พณ.ประกาศราคาเนื้อหมูใหม่ หลังราคาหน้าฟาร์มลดลง

Published มิถุนายน 5, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/265745

4 มิถุนายน 2555, 21:07 น.

Pic_265745

“พาณิชย์” ประกาศราคารับซื้อและขายปลีกแนะนำเนื้อสุกร หลังพบราคาหน้าฟาร์มลดลง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม และสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้า…

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้ออกประกาศราคาจำหน่ายแนะนำสุกรใหม่ หลังได้ออกประกาศราคาแนะนำมาตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2554 เพราะราคาสุกรมีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม และสร้างความเป็นธรรมในระบบการค้า ดังนี้ ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ตะวันออกและตะวันตก ไม่ต่ำกว่าราคากิโลกรัมละ 55 บาท ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ต่ำกว่าราคากิโลกรัมละ 59 บาท ภาคใต้ ไม่ต่ำกว่าราคากิโลกรัมละ 61 บาท

ส่วนราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ตะวันออกและตะวันตก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 67 บาท ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 71 บาท ภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 73 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ตะวันออกและตะวันตกไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 95 บาท ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคา กิโลกรัมละ 100 บาท ภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 105 บาท

สำหรับราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดง เฉพาะเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ตะวันออกและตะวันตก ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 110 บาท ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 115 บาท ภาคใต้ ไม่สูงกว่าราคากิโลกรัมละ 120 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษ เช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ โดยราคาดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป

“กรมจะติดตามสถานการณ์และราคาสุกรอย่างใกล้ชิด หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ แจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ กรมจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ หากพบทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายทันที” นางวัชรี กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 มิถุนายน 2555, 21:07 น.

พาณิชย์ประกาศโควตาส่งออกยุ่นเตือนระวังมาตรฐาน

Published เมษายน 29, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/256578

29 เมษายน 2555, 15:20 น.

Pic_256578

กรมการค้าต่างประเทศ ประกาศจัดสรรปริมาณส่งออกกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่ง สำหรับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับสิทธิตามโควตาที่กำหนด ภายใต้ข้อตกลงเจเทปา จี้ผู้ส่งออกไทยเร่งใช้สิทธิ์ เตือนระวังรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าด้วย

เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้ความตกลงระหว่าง ราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (JTEPA)   ปี 2555 สำหรับกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่งแล้ว โดยผู้ส่งออกกล้วยสดและเนื้อสุกรปรุงแต่ง ที่ได้รับสิทธิการจัดสรรปริมาณการส่งออก สามารถยื่นขอหนังสือรับรองเพื่อใช้ประกอบการส่งออกกับกรมการค้าต่างประเทศ ประกอบด้วย หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า  หนังสือรับรองการได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักบริหารการค้าสินค้าทั่วไป  กรมการค้าต่างประเทศ โทรศัพท์ 0-2547-5118 และ 0-2547-5120

“การใช้สิทธิดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางด้านราคา และส่งเสริมการส่งออกให้แก่สินค้าทั้ง 3 รายการของไทยไปญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ผู้ส่งออกต้องระวังเรื่องการรักษาคุณภาพ และมาตรฐานของสินค้าให้คงที่สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะกล้วยสด ซึ่งมีผลผลิตไม่แน่นอน และค่อนข้างไม่ได้มาตรฐานในการส่งออก ทำให้มีการใช้สิทธิเพียง 27.10% ของโควตาที่ได้รับเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก รวมถึงสับปะรดสดที่มีการใช้สิทธิเพียง 6.51% เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องขนาดน้ำหนักไม่เกิน 900 กรัม และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ขอเงินจากกองทุนเพื่อรองรับการปรับตัว ภายใต้การค้าเสรี (กองทุนเอฟทีเอ) เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพด้านการผลิตการตลาดเพื่อการส่งออกสับปะรดไทยไปญี่ปุ่นภายใต้สิทธิ JTEPA  ซึ่งจะทำให้สับปะรดไทยมีศักยภาพเพิ่มขึ้น และส่งออกไปญี่ปุ่นภายใต้ JTEPA ได้มากขึ้น” นายสุรศักดิ์ กล่าว

สำหรับ ในปี 2554 ไทยใช้สิทธิการส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลง JTEPA ปริมาณ 3,382.69 ตัน จากปริมาณโควตาทั้งหมด 9,500 ตัน โดยแบ่งเป็นกล้วยสด 2,168.21 ตัน หรือใช้สิทธิ 27.10% จากปริมาณโควตา 8,000 ตัน สับปะรดสด 19.54 ตัน ใช้สิทธิ 6.51% จากปริมาณโควตา 300 ตัน และเนื้อสุกรปรุงแต่ง 1,194.93 ตัน ใช้สิทธิ 99.58% จากปริมาณโควตา 1,200 ตัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 เมษายน 2555, 15:20 น.

จับพ่อค้าหมูขายเกินราคา ดำเนินคดีเพิ่มอีก4ราย

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193293.

Pic_193293

กรมการค้าภายใน จับคนขายหมูเกินราคาเพิ่มได้อีก 4 รายที่ตลาดประชานิเวศน์ ส่งจำรวจดำเนินคดีแล้ว ระบุ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาขายปลีกจำหน่ายเนื้อหมูใน กรุงเทพฯและปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 10-11 ส.ค.ว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้ขายเนื้อหมูส่วนไหล่และสะโพกเกินราคากำหนดแล้ว 5 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ค้าหมูในตลาดประชานิเวศน์ 4 ราย จำหน่ายกก. 160-165 บาท จากราคาควบคุมกก.ละ 152 บาท ซึ่งได้ส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจประชาชื่น ดำเนินคดีแล้ว และอีก 1 ราย เป็นเขียงหมูย่านตลาดวังหิน ซึ่งจับกุมตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้ส่งให้สถานีตำรวจโชคชัยดำเนินการสอบสวน โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“กรมขอเตือนให้ผู้ค้าหมูมีชีวิต ผู้ค้าหมูชำแหละ (หมูซีก) ผู้ค้าส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ผู้ขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ต้องขายในราคาที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการขายหมูเกินราคาที่กำหนดแจ้งที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็วไปทำการตรวจสอบ และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นางวัชรี กล่าว

สำหรับราคาควบคุมเนื้อหมูเฉพาะส่วนไหล่ และสะโพกทั่วประเทศไม่เกินกก.ละ 152-162 บาท ส่วนหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มทั่วประเทศ กก.ละ 81-87 บาท และหมูซีกกก.ละ 93-99 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

จัดระเบียบหมู ขีดเส้น152บ. ฝ่าฝืนเจอคุก1ปี

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191802.

Pic_191802

กกร. คุมราคาขายปลีกสูงสุดหมูทั้งระบบ ขีดเส้นหมูหน้าเขียงไม่เกินโล 152 บาท เหนือ-อีสานบวก 5 บาท ใต้ บวก 10 บาท ฝ่าฝืนปรับ 5 แสนบาท คุก 1 ปี…

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อแก้ไขปัญหาเนื้อหมูมีราคาแพง ว่า ที่ประชุมได้กำหนดราคาขั้นสูงเป็นครั้งแรก เพื่อควบคุมหมูตลอดสายการตลาด ตั้งแต่หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม หมูชำแหละ และหมูหน้าเขียง ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นรุนแรง เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยใช้กับสินค้ารายการอื่น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.นี้เป็นต้นไป และจะใช้มาตรการนี้ไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือมีหมูเข้าสู่ระบบมากขึ้น สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน เช่น การขายเกินราคาที่กำหนดไว้ จะถูกจับกุมและดำเนินคดี โดยมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 500,000 บาท จำคุก 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการไม่ปิดป้ายแสดงราคาปรับ 10,000 บาท

ทั้งนี้ ได้กำหนดราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม สำหรับพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ไม่เกินกิโลกรัม (กก.) ละ 81 บาท ราคาขายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) ไม่เกินกก.ละ 93 บาท ราคาขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ไม่เกินกก.ละ 137 บาท และราคาขายปลีกหมูเนื้อแดง (ไหล่ สะโพก) ไม่เกินกก.ละ 152 บาท ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 85 บาท ราคาขายส่งหมูชำแหละ กก.ละ 97 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง กก.ละ 142 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง กก.ละ 157 บาท ส่วนภาคใต้ หมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม กก.ละ 87 บาท ขายส่งหมูชำแหละ กก.ละ 99 บาท ขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง กก.ละ 147 บาท และขายปลีกหมูเนื้อแดง กก.ละ 162 บาท

นอกจากนี้ กกร.ยังได้กำหนดมาตรการดูแลปริมาณหมู เพื่อไม่ให้มีปัญหาขาดแคลน โดยได้กำหนดมาตรการให้ผู้ที่จะส่งออกหมู ต้องขออนุญาตจากกรม ส่วนในต่างจังหวัดให้ขออนุญาตที่ประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและ บริการในระดับจังหวัด ซึ่งก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และต้องได้รับการอนุญาตก่อนจึงจะส่งออกได้ ขณะเดียวกัน ยังกำหนดให้ผู้ครอบครองสุกรมีชีวิตทุกประเภท ตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และเนื้อซากหมูเกิน 5 ตัน จะต้องแจ้งปริมาณ และสถานที่เก็บเป็นประจำทุก 15 วัน โดยให้แจ้งภายใน 7 วันถัดไป

ส่วนมาตรการดูแลการขนย้าย ได้ปรับปรุงให้เข้มงวดมากขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้การขนย้ายหมูน้ำหนัก 80 กก./ตัว ครั้งละ 10 ตัวขึ้นไป จะต้องขออนุญาต เป็นการขนย้ายหมูตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไป โดยไม่กำหนดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นหมูเล็กหมูใหญ่ จะต้องขออนุญาตทั้งหมด เพื่อที่จะดูแลปริมาณหมูทั้งระบบ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

หมดปัญญาคุมราคาหมู “พาณิชย์”ประกาศขึ้นอีก กก.ละ 20 บาท

Published กรกฎาคม 31, 2011 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2554, 19:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190082.

Pic_190082

พาณิชย์ประกาศขึ้นราคาแนะนำเนื้อหมูเพิ่ม กก.ละ 20 บาท จาก 130 บาท เป็น 150 บาท ส่วนหมูเป็นขึ้นจาก 70 บาท เป็น 79 บาท หลังหมูติดโรคระบาดตายเกลื่อน “พรทิวา” ขอร่วมมือยืนราคาถึงสารทจีน และวอนรัฐบาลใหม่ประกันรายได้ผู้เลี้ยงด้วย …

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพงว่า ได้รับการชี้แจงจากผู้เลี้ยงหมูว่า สาเหตุที่เนื้อหมูแพงมาจากการเกิดโรค ระบาด ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น และปริมาณหมูออกสู่ตลาดลดลง 30% ดังนั้นกระทรวงฯ จึงปรับราคาแนะนำจำหน่ายเนื้อหมูใหม่ให้สะท้อนกับสถานการณ์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มในภาคกลางเพิ่มจาก กก.ละ 70 บาท เป็น กก.ละ 79 บาท ส่วนภาคอีสานและเหนือให้ปรับเพิ่มอีก กก.ละ 4 บาท และภาคใต้ปรับเพิ่มได้ 6 บาท

ส่วนราคาหมูเนื้อแดงปรับขึ้นอีก กก.ละ 20 บาท ในตลาดสดเขตกรุงเทพฯ และภาคกลาง โดยปรับเพิ่มจาก กก.ละ 130 บาท เป็น 140-150 บาท ส่วนภาคอีสานและภาคเหนือ จากกก.ละ 135 บาท เป็น 155 บาท และภาคใต้จากกก.ละ 140 บาท เป็น 160 บาท พร้อมกับขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขายราคานี้ไปจนถึงช่วงสารทจีนในกลาง เดือน ส.ค.นี้ ที่มีความต้องการใช้มาก หากไม่ขอความร่วมมือเลย อาจทำให้ราคาหมูเป็นสูงเกิน กก.ละ 81 บาทได้

“ขอฝากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาเนื้อหมูอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการดูแลผู้ประกอบการรายย่อยที่ขณะนี้ได้ล้มหายตายจากไปเกือบหมดแล้ว ด้วยการส่งเสริมการสร้างผู้ประกอบการเลี้ยงหมูรายย่อยเข้ามาทดแทน ให้เป็นทางเลือกแก่ตลาด นอกจากนี้ ควรทำโครงการประกันรายได้แก่ผู้เลี้ยงหมู เหมือนประกันรายได้แก่สินค้าเกษตร เพื่อชดเชยความเสียหายจากปัญหาโรคระบาดที่เกิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นางพรทิวา  กล่าว

ด้านนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัญหาโรคระบาดที่รุนแรงมากขึ้น คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 6 เดือน สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ คือมีอัตราการตายประมาณ 10% พร้อมกันนี้ ขอให้หน่วยงานรัฐอย่าแทรกแซง หรือควบคุมราคา เพราะผู้เลี้ยงที่เหลืออยู่ในขณะนี้แทบจะไม่ได้กำไรอยู่แล้ว และปัญหาโรคระบาดนี้จะทำให้ผู้เลี้ยงรายใหม่เข้ามายากขึ้นไปอีก ซึ่งต่างกับจีนที่รัฐบาลจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาโรคระบาดตัวละ 4,000 บาท จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องการชดเชยเพื่อช่วยเกษตรกรด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 กรกฎาคม 2554, 19:00 น.

“พาณิชย์” งดประกาศราคาแนะนำหมู

Published กรกฎาคม 28, 2011 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2554, 21:25 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189566.

Pic_189566

“พาณิชย์” งดประกาศราคาแนะนำหมู หลังราคาผันผวนหนัก ย้ำ แม่ไม่ประกาศราคาแนะนำแต่จะติดตามอย่างเข้มงวด พร้อมจัดมหกรรมธงฟ้าเพื่อนำหมูกิโลกละ 120 บาท ออกขายประชาชน

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ราคาสุกรทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด แม้ว่าหลายพื้นที่ราคาสุกรเขียงจะมีอัตราสูงเฉลี่ย 140 – 150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่ปกติจากสถานการณ์กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศได้ รับผลกระทบจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาวะโลกร้อน สุกรโตช้าและเกิดปัญหาโรคระบาด รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต้นทุนการเลี้ยงสุกร ทำให้จากปกติปริมาณสุกรจะลดลงจากปกติเพียงร้อยละ 10 เป็นลดลงกว่าร้อยละ 20 ทำให้เนื้อสุกรเข้าสู่ตลาดน้อย

นางวัชรี กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้ใช้มาตรการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการตรึงราคาเนื้อสุกร และการใช้มาตรการเข้มงวดห้ามการเคลื่อนย้ายสุกรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีราคาสูงกว่าประเทศไทย จึงได้เกิดการลักลอบ แต่หลายมาตรการยังไม่ได้ทำให้ปริมาณเข้าสู่ตลาดเพียงพอ แม้ว่ากรมการค้าภายในจะประกาศราคาแนะนำเนื้อสุกร เพราะจากปัญหาสภาวะดังกล่าว จึงทำให้กรมการค้าภายในชะลอการประกาศราคาแนะนำ โดยปกติจะประกาศทุกต้นสัปดาห์ เพื่อเป็นราคาแนะนำให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้รับทราบราคาที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการประกาศ แต่กรมการค้าภายในจะติดตามเข้มงวด ดูแลราคาสุกรอย่างใกล้ชิด

นางวัชรี  กล่าวอีกว่า ขณะนี้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเฉลี่ยอยู่ที่ 78 – 79 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาจำหน่ายเนื้อสุกรหน้าเขียงตามตลาดต่าง ๆ อยู่ที่ 140 – 150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สอดคล้องกับภาวะต้นทุนที่แท้จริง แม้ว่าจะเป็นราคาสูง แต่เนื่องจากราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เกิดจากปัญหาต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา  ซึ่งกรมการค้าภายในจะเร่งหามาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชน และยังคงเดินหน้าจัดโครงการธงฟ้าที่เหลืออยู่กว่า 300 ครั้งทั่วประเทศ โดยในงานดังกล่าวจะนำหมูธงฟ้าที่มีราคาเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัมไปจำหน่ายให้กับประชาชนด้วย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 27 กรกฎาคม 2554, 21:25 น.

พาณิชย์สั่ง2บริษัทหมูฉะเชิงเทรา ห้ามส่งออกไปเขมร

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

21 กรกฎาคม 2554, 21:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188132.

Pic_188132

พาณิชย์ ห้าม 2 ใน 3 บริษัทบิ๊กฉะเชิงเทรา ส่งออกหมูไปเขมร หลังพบยอดส่งออกสูงผิดสังเกต จนเป็นเหตุทำหมูในประเทศขาดแคลน และราคาแพง

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการติดตามการขนย้ายสุกรมีชีวิตใน 24 จังหวัดที่ออกประกาศห้ามขนย้ายก่อนได้รับอนุญาตช่วงวันที่ 5-14 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ใน จ.ฉะเชิงเทรา มีการออกหนังสืออนุญาตขนย้ายสุกรไปกัมพูชาให้กับ 3 บริษัทสูงเกินปกติ โดยเฉพาะห้างหุ้นส่วนจำกัดบิ๊กพิก เทรดดิ้ง มีการออกหนังสืออนุญาตขนย้ายปีนี้แล้ว 1,240 ตัว สูงกว่าปีก่อนที่ส่งออกทั้งปี 1,000 ตัว และบริษัท ตะวันออกพิกฟู๊ด จำกัด มีการออกหนังสืออนุญาตขนย้ายแล้ว 2,600 ตัว เท่ากับปริมาณการส่งออกตลอดทั้งปีที่ผ่านมา จึงเห็นว่าไม่สมควรอนุญาตให้ทั้ง 2 บริษัทขนย้ายอีก ขณะที่บริษัท ไทยบูรพา เทรดดิ้ง จำกัด ได้ออกหนังสืออนุญาตขนย้ายแล้ว 6,465 ตัว สามารถขนย้ายเพิ่มได้อีก 1,616 ตัวเท่านั้น

“ที่ผ่านมาได้สั่งให้ค้าภายในทั้ง 24 จังหวัดที่มีอาณาเขตติดชายแดน ไม่ออกใบอนุญาตขนย้ายสุกรไปต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการ เกินกว่าปริมาณที่เคยส่งออกในปี 53 เพื่อแก้ปัญหาปริมาณเนื้อหมูในประเทศตึงตัว และราคาแพง หลังจากพบว่าที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายได้ส่งออกหมูไปประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มมาก จนทำให้ราคาหมูในประเทศแพง และประชาชนได้รับความเดือดร้อน” นางวัชรี กล่าว

ทั้งนี้ กรมฯจะเร่งติดตามการขนย้ายสุกรเพื่อแก้ปัญหาเนื้อหมูแพงอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนพบเห็นการขนย้ายสุกรมีชีวิตที่ไม่ถูกต้อง แจ้งที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ขนย้ายโดยไม่ขออนุญาตจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 กรกฎาคม 2554, 21:30 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง.

Pic_182412

กระทรวงพาริชย์รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ยกเว้นราคาเนื้อหมูยังเกินราคาแนะนำ เนื่องจากมีการส่งออกไปต่างประเทศ เเตรียมหามาตรการห้ามส่งออกเด็ดขาด…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต  มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้รับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าขณะนี้ราคาสินค้าหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงราคาไข่ไก่ มีแต่เพียงเนื้อหมูที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากพ่อค้าบางรายใน อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรียังมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศอยู่ทำให้ปริมาณสินค้าใน ประเทศไม่เพียงพอ ราคาหมูในตลาดจึงปรับเพิ่มขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยมีการใช้มาตรการขอความร่วมมือพ่อค้า ห้ามไม่ให้ส่งออกเนื้อหมูไปจำหน่ายต่างประเทศรวมถึงตรวจสอบปัญหาการลักลอบ ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพ่อค้าเป็นอย่างดีทำให้ราคาหมูปรับลดลงมาช่วงระยะเวลา หนึ่ง แต่เนื่องจากมาตรการดังกล่าว เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้นไม่มีการกำหนดบทลงโทษอะไรกลุ่มพ่อค้าก็ เลยหันกลับมาส่งออกอีกเนื้อหมูไปต่างประเทศอีกเพราะไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับ ผลกระทบอะไรทำให้ราคาหมูปรับเพิ่มขึ้นมาอีกดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาแบบถาวร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเตรียมประชุมเพื่อหามาตรการทาง กฎหมายมาบังคับใช้ไม่ให้มีการส่งออกอีก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

พาณิชย์เข้มจ่อออก กม.ห้ามเคลื่อนย้ายหมูออกนอกประเทศ

Published มิถุนายน 24, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 16:00 น.
พาณิชย์เข้มจ่อออก กม.ห้ามเคลื่อนย้ายหมูออกนอกประเทศ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181466

พาณิชย์ เต้นจ่อคุมการเคลื่อนย้ายหมู ปิดช่องลักลอบส่งออก หลังอากาศเย็น ผลผลิตหมูเพิ่มขึ้น แต่ราคาไม่ลดลง

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ในสัปดาห์หน้า พิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมายห้ามการเคลื่อนย้ายสุกร เพื่อป้องกันไม่ให้ลักลอบส่งออกหมูไปประเทศเพื่อนบ้าน จนเป็นเหตุให้เนื้อหมูในประเทศมีปริมาณลดลง และขายเกินราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในกำหนด ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“สาเหตุที่ลักลอบส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชาจำนวนมาก เพราะสามารถขายได้ราคาสูงกว่าในประเทศ โดยราคาหมูเป็นหน้าฟาร์ม ในประเทศห้ามขายเกินกก. ละ 70 บาท แต่ส่งออกจะขายได้ถึงกก. 80-90 บาท ส่วนราคาขายปลีกกก.ละ 180-200 บาท แต่ในประเทศห้ามเกินกก.ละ 140 บาท ซึ่งปกติจะส่งออกหมูเป็นเฉลี่ยวันละ 200–300 ตัว หรือ 3-4% ของผลผลิต แต่ขณะนี้เพิ่มสูงเป็นหลายพันตัว” นางวัชรีกล่าว

นางวัชรี กล่าวต่อถึงราคาเนื้อในประเทศขณะนี้ว่า ยังทรงตัวระดับสูง โดยได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ผู้ค้าตามตลาดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลขายเกินกก.ละ 140 บาท จากราคาแนะนำที่ไม่เกินกก.ละ 140 บาท ส่วนในต่างจังหวัดสูงกว่ากก.ละ 140 มาก โดยเหตุที่ราคายังไม่ลดลง เพราะมีการลักลอบส่งออกไปต่างประเทศจำนวนมาก แม้สภาพอากาศร้อนจะผ่อนคลายลง และปริมาณหมูออกสู่ตลาดมากขึ้นแล้ว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 24 มิถุนายน 2554, 16:00 น.

‘พาณิชย์’รับ กระแสไก่เน่ากระทบบริโภคบางพื้นที่

Published มิถุนายน 18, 2011 by SoClaimon

17 มิถุนายน 2554, 19:00 น.
\’พาณิชย์\’รับ กระแสไก่เน่ากระทบบริโภคบางพื้นที่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179818

“พาณิชย์” คาดวันพระหน้าราคาหมูลงแน่ ยอมรับข่าวไก่เน่ากระทบการบริโภคบางพื้นที่ แต่ภาพรวมไม่กระทบ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงปัญหาเนื้อราคาหมูแพงว่า ขณะนี้มีบางพื้นที่ขายเกินราคา ที่กรมการค้าภายในกำหนด โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีต้นทุนการขนส่งสูง แต่ได้ขอความร่วมมือสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ให้ดูแลราคาขายหน้าฟาร์มอย่างเข้มงวดขึ้น และคาดว่า ในวันพระสัปดาห์หน้า ราคาหมูเป็นน่าจะเหลือไม่เกิน กก.ละ 70 บาทเท่ากันหมด ซึ่งจะทำให้ราคาหมูเนื้อแดงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ กก.ละ 130 บาท ภาคเหนือและอีสาน 135 บาท และภาคใต้ 140 บาท

ส่วนสถานการณ์ไก่เนื้อ หลังเกิดข่าวนำซากไก่เน่ามาชำแหละขาย อาจจะกระทบต่อการบริโภคไก่ในบางพื้นที่เท่านั้น แต่ภาพรวมการบริโภคไก่ในประเทศยังปกติ ส่วนการส่งออกไม่ได้รับผลกระทบ และไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อจากไทย ขณะที่สถานการณ์ไข่ไก่ ที่ผู้เลี้ยงกังวลว่า จะเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า เพราะผลผลิตออกมามากกว่าความต้องการนั้น กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รณรงค์ให้ประชาชนบริโภคไข่ไก่มากขึ้น รวมทั้งเชื่อมโยงตลาดให้ผู้ผลิต เพื่อกระจายสินค้าไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 มิถุนายน 2554, 19:00 น.
%d bloggers like this: