เคอร์ฟิว

All posts tagged เคอร์ฟิว

20 จังหวัดเคอร์ฟิวอดทำประกัน

Published พฤษภาคม 31, 2010 by SoClaimon

27 พฤษภาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทาง20 จังหวัดเคอร์ฟิวอดทำประกัน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85574

ชัย โสภณพนิช

คาด ว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน จึงค่อยมีการทบทวนเบี้ยประกันและอาจเพิ่มคุณสมบัติการรับประกันภัยก่อการ ร้ายให้เข้มงวดมากขึ้น…

นายชัย โสภณพนิช ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นของผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบรจาก เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน  พ.ค.ถึงปัจจุบัน   พบว่ามีผู้เอาประกันภัยที่ได้ทำประกันภัยทรัพย์สินไว้กับบริษัท รวมทั้งสิ้น 53 ฉบับ ทุนประกันภัยรวม 5,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียง 2 ราย ที่ได้ทำประกันภัยก่อการร้ายไว้ด้วย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ และห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส ซึ่งจากการประเมินความเสียหายในเบื้องต้นรวมประมาณ 82 ล้านบาท โดยธนาคารกรุงเทพได้ทำประกันก่อการร้ายรวมทุกสาขา มีทุนประกันภัยก่อการร้ายทั้งสิ้น 200 ล้านบาท รวมความคุ้มครองถึงเอทีเอ็มและเงินสดในเอทีเอ็ม ด้วย ซึ่งมีสาขาได้รับความเสียหายทั้งสิ้น 23 แห่งพร้อมตู้เอทีเอ็ม มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท และห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาพระราม 4 ทุนประกันรวม 22.32 ล้านบาท ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย

นายชัยกล่าว ว่า   เบี้ยประกันภัยก่อการร้ายปกติต้องส่งไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อในต่าง ประเทศ หรือรีอินชัวร์เรอร์กว่า 95% ของทุนประกัน กรณีแบงก์กรุงเทพและโลตัส เอ็กซ์เพรส บริษัทจ่ายค่าสินไหมแค่ 6-7 ล้านบาทเท่านั้น   ที่เหลือบริษัทรีอินชัวร์เรอร์รับผิดชอบ   จึงไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน “หากเหตุการณ์ปกติ เบี้ยประกันจะอยู่ที่ 0.5% ของทุนประกัน แต่เมื่อเกิดเหตุไม่สงบ เบี้ยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1-2% “ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่สหรัฐอเมริกา เบี้ยประกันภัยก่อการร้ายจากปกติ 1% ปรับขึ้นไปเป็นกว่า 10% และเมื่อเหตุการณ์สงบ ราคาเบี้ยประกันก็จะค่อยๆปรับลงมา”

นายสุ พัฒน์ อยู่คงพันธ์ ผู้อำนวยการธุรกิจนายหน้า บริษัทกรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ปัจจุบันรีอินชัวร์เรอร์ไม่รับประกันภัยก่อการร้าย ใน 20 จังหวัดของไทยที่ประกาศเคอร์ฟิว คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน จึงค่อยมีการทบทวนเบี้ยประกันและอาจเพิ่มคุณสมบัติการรับประกันภัยก่อการ ร้ายให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะตอนนี้มีโรงแรม โรงงาน ได้ติดต่อมาขอซื้อประกันภัยก่อการร้ายจำนวนมาก  “ในกรณีของแบงก์กรุงเทพ  เดิมได้ซื้อประกันภัยก่อการร้ายคุ้มครองสาขา 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพิ่งจะมาซื้อภัยก่อการร้ายให้คุ้มครองสาขาทั่วประเทศ โดยเสียค่าเบี้ย 2-3% ของทุนประกัน 200 ล้านบาท ส่วนโลตัส เอ็กซ์เพรส ได้ซื้อมา 2-3  ปีที่ผ่านมาที่ทราบข่าวของกรณีของเซ็นทรัลเวิลด์ก็เพิ่งซื้อเหมือนกันโดย ซื้อกับบริษัทอื่นไม่ใช่กรุงเทพประกันภัย”.

กสิกรไทยเลื่อนเวลาปิดสาขาในห้าง 19.00 น.ช่วงเคอร์ฟิว

Published พฤษภาคม 30, 2010 by SoClaimon

26 พฤษภาคม 2553, 17:38 น.

ผ่านทางกสิกรไทยเลื่อนเวลาปิดสาขาในห้าง 19.00 น.ช่วงเคอร์ฟิว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85504

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งเปล่ียนเวลาเปิดให้บริการสาขาในห้างและสำนักแลกเปลี่ยนเงินใน กรุงเทพ-ปริมณฑล ในเวลา 19.00 น. ช่วงที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว

เมื่อ วันที่ 26 พ.ค.ธนาคารกสิกรไทยแจ้งเวลาปิดให้บริการสาขาในห้างและสำนักแลกเปลี่ยนเงินใน เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันนี้ (26 พ.ค.) ไปจนถึงวันศุกร์ที่ 28 พ.ค. โดยจะปิดทำการในเวลา 19.00 น. และตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 พ.ค.เป็นต้นไป จะปิดทำการตามเวลาปกติ ทั้งนี้ สาขาในห้างและสำนักแลกเปลี่ยนเงินในพื้นที่ส่วนภูมิภาค ก็ปิดสาขาในเวลาปกติเช่นกัน

สำหรับสาขาทั่วไป ยังเปิดและปิดให้บริการตามเวลาปกติ ยกเว้น 3 สาขา ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยลูกค้าสามารถติดต่อทำธุรกรรมได้ในสาขาใกล้เคียง คือ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ติดต่อได้ที่สาขาสยามสแควร์ ชั้น 3 สาขาลุมพินี ติดต่อที่สาขาคลองเตย ชั้น 2 สาขาอนุสาวรีย์ ชัยสมรภูมิ ติดต่อที่สาขาถนนรางน้ำ ชั้น 2 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ K Contact Center 0 2888 8888

บีทีเอส-เอ็มอาร์ที เปิด 06.00-22.00 น. ช่วงเคอร์ฟิว

Published พฤษภาคม 30, 2010 by SoClaimon

25 พฤษภาคม 2553, 15:46 น.

ผ่านทางบีทีเอส-เอ็มอาร์ที เปิด 06.00-22.00 น. ช่วงเคอร์ฟิว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85207

บีทีเอส-เอ็มอาร์ที ประกาศเลื่อนเวลาเปิด-ปิด เป็น 06.00-22.00 น. ในวันที่ 25-28 พ.ค. 53 หลังศอฉ. ขยายเวลาเคอร์ฟิวออกไป..

เมื่อ วันที่ 25 พ.ค. บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที แจ้งปรับเวลาการเดินรถหลังศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้ประกาศขยายเวลาประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน หรือเคอร์ฟิว ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต้ังแต่เวลา 24.00-04.00 น. ในวันที่ 25-28 พ.ค. 53 ว่า รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีจะเปิดบริการต้ังแต่เวลา 06.00-22.00 น. ช่วงวันท่ี 25-28 พ.ค.นี้

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามและติดตามรายละเอียดการให้บริการได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 02-6245200 ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. วันจันทร์-ศุกร์

สำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการเป็น 06.00-22.00 น. ช่วงวันที่ 25-28 พ.ค. นี้.

เคอร์ฟิวเจ๊ง700ล. เที่ยวไทยฟุบ รออีก1ปีกว่าจะฟื้น

Published พฤษภาคม 21, 2010 by SoClaimon

21 พฤษภาคม 2553, 13:50 น.

ผ่านทางเคอร์ฟิวเจ๊ง700ล. เที่ยวไทยฟุบ รออีก1ปีกว่าจะฟื้น – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_84423

ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯชี้ ช่วงเคอร์ฟิวเงินหายวันละ 700 ล้านบาท เศรษฐกิจฟื้นได้ต้องรอถึง 1 ปีเต็ม นายกฯอภิสิทธิ์ต้องอยู่จนกว่าบ้านเมืองปกติแล้วค่อยเลือกตั้งใหม่ ระบุอดีตนายกฯทักษิณยังมีบารมีกับบางกลุ่มในไทย…

เมื่อเวลา 11.00 น. 21 พ.ค. ที่โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวระหว่างการสัมมนาถึงผลกระทบสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่กทม.และต่าง จังหวัดที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง โดยเฉพาะผลกระทบต่อการประกาศเคอร์ฟิวว่า ตั้งแต่มีเหตุการณ์ไม่สงบ ก่อให้เกิดความรุนแรงขั้นร้ายแรงเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ถึงขั้นปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเหมือนกับเกิดสงครามกลางเมือง หลังแกนนำนปช.ยอมประกาศยุติการชุมนุมและมอบตัว ถือว่าอย่างน้อยก็เป็นแสงสว่างบ้างเล็กๆ แล้วที่ทำให้ประเทศชาติจะได้กลับคืนสู่ความสงบสุข

“กรณีเช่นนี้ทำ ให้เห็นอีกอย่างหนึ่งว่า รัฐบาลมีอำนาจรัฐที่จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศได้ และสร้างความมั่นใจให้กับบรรดานักธุรกิจนักลงทุน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะเริ่มเห็นว่าอำนาจรัฐยังคงมีอยู่ และยังคงสามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง แต่คงต้องเร่งดำเนินการที่จะทำให้เกิดความสงบสุขเหมือนปกติกลับคืนมาโดยด่วน เร็วที่สุด หากทำได้อย่างนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะต้องเร่งระดมฟื้นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวใน ต่างประเทศทุกๆ ประเทศ ที่ขณะนี้หยุดการเดินทางเข้าประเทศไทยให้เร็วที่สุด และเชื่อว่าจะฟื้นตัวได้ภายในระยะเวลา 6-9 เดือนนับจากนี้ไป ซึ่งปีที่แล้วแม้ว่ามีเหตุการณ์จลาจลเมื่อเดือนเมษายน อุตสาหกรรมฯได้ระดมสรรพกำลังกันเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ซึ่งสามารถประสบความสำเร็จภายใน 4-6 เดือน แต่ครั้งนี้เป็นความรุนแรงของความมั่นคงปลอดภัยที่มากยิ่งกว่าปีที่แล้ว อันนี้คงจะต้องใช้เวลาที่นานขึ้น โดยคิดว่า 6-8 เดือน ของเราคงจะฟื้นได้บ้าง แต่อาจจะยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ในเชิงของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตนคิดว่าคงต้องรอ 1 รอบปีของการเดินทางท่องเที่ยวว่าเราจะฟื้นความเชื่อมั่นได้ และในช่วง 1 รอบปีที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า จะต้องไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ที่จะทำให้ขาดความเชื่อมั่นในเรื่องของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินอีกเลย” นายกงกฤช กล่าว

นอกจากนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังกล่าวอีกว่า ในภาวะตรงนี้ ความกังวลยังมีอยู่บ้าง เพราะหากว่าแผนโรดแม็ป 5 ข้อของนายกฯอภิสิทธิ์ มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นใหม่ กรณีนี้หากว่าการจัดการเลือกตั้งก่อให้เกิดความขัดแย้งของพี่น้องประชาชน ขึ้นมาอีก ตรงนี้อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความปรองดอง ความมั่นคงของชาติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราจะเฝ้าติดตามดูอีกสักครั้งหนึ่ง แต่หากว่าเหตุการณ์ในห้วงนี้สามารถยุติและรัฐสามารถควบคุมอำนาจรัฐ สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนถึงความปลอดภัยได้กลับคืนมาสู่ภาวะปกติ ได้เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกคนในอุตสาหกรรมฯจะระดมสรรพกำลังกันเพื่อฟื้นความ เชื่อมั่นต่อประเทศต่างๆ ให้ส่งนักท่องเที่ยวกลับคืนมาประเทศไทยได้

นายกง กฤช กล่าวอีกว่า ในส่วนการประเมินความเสียหายตรงนี้ เราได้ประเมินกันมาแล้วว่า ตั้งแต่ตอนต้นปีเราคาดไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยในปีนี้ถึง 16 ล้านคน นำรายได้ประมาณ 6 แสนล้านบาท แต่พอเกิดเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. เราคาดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวน่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก นักท่องเที่ยวน่าจะเหลือไม่เกิน 13 ล้านคน หรือหายไปเกือบ 3 ล้านคน สูญเสียรายได้ไปประมาณ 1.2 แสนล้านบาทแล้ว ในเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น เป็นความสูญเสียทั้งประเทศ เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาในกทม.ร้อยละ 70 จะไปต่างจังหวัดด้วย ฉะนั้นกทม.มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย 70% จะต้องผ่านเข้ามาที่กทม. อีก 30% ตรงไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เลย ฉะนั้นถือว่ากทม.ยังเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวของประเทศไทยอยู่ และภาพลักษณ์ของ กทม.ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราทั้งประเทศที เดียว และตอนนี้นักท่องเที่ยวหายไป 40%

“เดิมในช่วงนี้ เราคิดว่านักท่องเที่ยวน่าจะหายไปเพียง 20-25 % แต่การประกาศเคอร์ฟิวมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวโดยตรง เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว ก็คิดว่าเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม และในแต่วัน นักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยเฉลี่ยทำรายได้วันละประมาณ 1,200-1,400 ล้านบาท หายไปครึ่งหนึ่ง เหลือวันละ 700 ล้านบาท ถ้าประกาศเคอร์ฟิวอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จะสูญรายได้ไปวันละ 700 ล้านบาทไปเรื่อยๆ ส่วนการเยียวยานั้นเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ภาครัฐจะต้องเป็นผู้ดูแล เพราะความมั่นคงปลอดภัยของชาติ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลคุ้มครองพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจ ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ฉะนั้นเป็นสิ่งที่ภาครัฐจะต้องเข้ามารับผิดชอบชดเชยต่อความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะอันนี้เป็นอำนาจรัฐ หากรัฐบาลดูแลตามหน้าที่ของการควบคุมดูแลไม่ได้ ตนคิดว่ารัฐบาลต้องเป็นผู้ชดเชยและรับผิดชอบความเสียหายต่อพี่น้องประชาชน และนักธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้”  นายกงกฤช กล่าว

ประธาน สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเยียวยาขณะนี้ ผู้ประกอบที่ร้องเรียนก็จะมี 2-3 ลักษณะคือ การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่พึงจะมี เนื่องจากการดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก ในช่วงที่รัฐไม่สามารถทำให้เกิดการดำเนินธุรกิจไปได้ตามปกติ เช่น เรื่องของภาษีอากร ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย ภาษีทุกประเภท ซึ่งรัฐควรจะยกเว้นในช่วงที่เกิดภัยจลาจลเหล่านี้เกิดขึ้น ในเรื่องการชดเชยค่าจ้างแรงงาน ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับการจ้างแรงงาน แต่ไม่สามารถประกอบกิจการต่างๆ ได้ เรื่องนี้รัฐบาลควรจะเข้ามาช่วยชดเชยดูแล ส่วนอีกเรื่องที่เยียวยาคือ การเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการเป็นการเฉพาะหน้า คือการหาสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนปรนในการผ่อนชำระระยะยาว เรื่องนี้เราได้นำเสนอนายกฯอภิสิทธิ์ว่า ไม่ควรดูแลแต่เฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีแล้ว เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ก็ได้รับความเสียหายจากความไม่ปลอดภัยในครั้งนี้เป็น อย่างมากด้วยเช่นเดียวกัน ฉะนั้นน่าจะจัดสรรเม็ดเงินที่จะช่วยเยียวยาเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบ การทุกรายในขณะนี้เป็นการเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในเขตกทม. และการยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว รวมทั้งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คิดว่าควรจะกระทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ เพราะในขณะนี้กระทบต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะนักท่องเที่ยวเมื่อทราบว่าประเทศใดมีเคอร์ฟิว ย่อมสื่อได้ว่าในขณะนั้นประเทศยังไม่มีความปลอดภัย อำนาจรัฐยังไม่สามารถเข้าควบคุมได้ จึงได้ใช้กฎหมายการห้ามประชาชนออกนอกพื้นที่ สิ่งเหล่านี้แสดงออกถึงความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินอยู่ หากมีความมั่นใจในพื้นที่ใดก็ควรจะถอยพื้นที่ไปทีละพื้นที่อย่างบางจังหวัด ที่มีความมั่นคงปลอดภัยแล้ว ก็ค่อยๆ ปลดออกไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้ความรุนแรงกับประชาชน ทำให้มีเสียงเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลาออก นายกงกฤช ตอบว่า ในขณะนี้นายกฯอภิสิทธิ์อาจจะต้องอยู่ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ให้คลี่คลายยุติ และมีการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดเสียก่อน จนกระทั่งมีความพร้อมของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ ที่จะไม่แตกแยกความสามัคคี ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันแบบนี้ แล้วค่อยให้มีการเลือกตั้ง ทำให้ไม่เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงจนบานปลาย เป็นสาเหตุที่อาจจะกลับมาสู่ความไม่มั่นคงปลอดภัยของชาติได้อีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเห็นว่าในขณะนี้ยังอยากจะเห็นนายกฯอภิสิทธิ์คลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ และบังคับใช้กฎหมายต่างๆ สร้างความปรองดองของคนในชาติระดับหนึ่งให้ได้เสียก่อน จึงจะจัดการให้มีการเลือกตั้งใหม่

ขณะที่หลายฝ่ายมองว่า เหตุการณ์นี้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ควรจะมีส่วนในความรับผิดชอบด้วย นายกงกฤชตอบว่า ตนคิดว่าอดีตนายกฯทักษิณต้องมีส่วนรับผิดชอบแน่นอน เพราะที่ผ่านมาถือว่าอดีตนายกฯทักษิณเข้ามามีส่วนในการชี้แจงกับพี่น้อง กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา และตนคิดว่าอดีตนายกฯทักษิณ ยังเป็นผู้ที่มีบารมีต่อกลุ่มบุคคลบางกลุ่มในประเทศไทยอยู่ หากอดีตนายกฯทักษิณเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ ตนเชื่อว่า สามารถมีส่วนช่วยสร้างความสงบสุขกลับคืนมาสู่ประเทศชาติได้แน่นอน ผู้นำของประเทศในอดีตทั้งหลาย ตนเชื่อว่าทุกท่านล้วนมีบารมีต่อบุคคลในชาติ น่าจะมีส่วนช่วยกันได้คนละเล็กคนละน้อยแน่นอน

%d bloggers like this: