เขื่อนสิริกิติ์

All posts tagged เขื่อนสิริกิติ์

ปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ – ทิศทางเกษตร

Published มิถุนายน 30, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/133362

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานร่วมกับหน่วยงานในสังกัด อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติ “สร้างน้ำสร้างป่าถวายองค์ราชาและองค์ราชินี” ในปี 2555 ขึ้น

โดยการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมบริเวณลุ่มน้ำน่าน เหนือเขื่อนสิริกิติ์ ระหว่างปี 2555-2558 บนเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 25,000 ไร่ หรือคิดเป็นจำนวนต้นไม้ที่ปลูกรวม 5,000,000 ต้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา สนองพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และแหล่งต้นน้ำลำธารของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งยังสอดรับกับแนวนโยบายของรัฐบาล ในการบูรณาการการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันบรรเทาอุทกภัย ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ และได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาและลดผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปลูกจิตสำนึกของประชาชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำ ลำธารและทรัพยากรป่าไม้อีกด้วย

สำหรับการดำเนินการปลูกป่านั้น กระทรวงพลังงานดำเนินการเอง  5,000 ไร่ กฟผ. 10,000 ไร่ ภายใต้ชื่อโครงการ “ปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” และ บมจ. ปตท. อีก 10,000 ไร่ โดยจะดำเนินการปลูกป่า 2 ปี พร้อมบำรุงรักษาต่อเนื่อง 2 ปี ใช้งบประมาณ ทั้งสิ้น 145 ล้านบาทด้าน นายสุทัศน์  ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่าในโครงการดังกล่าว กฟผ.จะดำเนินการ 3 กิจกรรม คือ ปลูกป่าในพื้นที่ 10,000 ไร่ หรือจำนวน 2 ล้านต้นกล้าในพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมป่าไม้ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำยางและป่าน้ำสวด ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน  3,000 ไร่ และพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บริเวณอุทยานแห่งชาติแม่จริม 4,500 ไร่ และอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 2,500 ไร่ โดยจะปลูกในปี 2555 นี้ 5,000 ไร่ และปลูกในปี 2556 อีก 5,000 ไร่  พร้อมบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องอีก 2 ปี เพื่อให้ต้นไม้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงตามธรรมชาติในอนาคต
พร้อมปลูกหญ้าแฝกจำนวน 1 ล้านกล้าเพื่อสร้างกำแพงธรรมชาติยึดหน้าดินบริเวณที่ลาดชันและพื้นที่ที่เกิดการชะล้างของกระแสน้ำในช่วงน้ำหลาก และสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 880 ฝาย เพื่อสร้างความชุ่มชื้นแก่พื้นที่ป่าต้นน้ำ และเก็บกักน้ำฝนในช่วงฤดูน้ำหลากให้ลดความรุนแรงในระหว่างไหลลงมาสู่เบื้องล่าง อีกด้วย ซึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วจำนวน 475 ฝาย

สำหรับโครงการเพื่อการอนุรักษ์สภาพพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ผ่านมา ทาง กฟผ. ได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมาประกอบด้วย โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โครงการปลูกต้นไม้รอบบ้านพ่อ และโครงการปลูกต้นกล้า ป่าต้นน้ำ เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ซึ่งทุกโครงการสามารถสร้างและอนุรักษ์ผืนป่าได้ไม่น้อยกว่า  412,500 ไร่.

ปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์เฉลิมพระเกียรติ80พรรษาพระราชินี

Published มิถุนายน 30, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/121777

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เกิดภาวะน้ำท่วมอย่างรุนแรงในหลาย ๆ พื้นที่ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตัดไม้ทำลายป่า พื้นที่ป่าต้นน้ำลดน้อยลงและมีสภาพเสื่อมโทรม รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบายในการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพรวมถึงการปลูกป่าต้นน้ำด้วย

พร้อมกันนี้ในปี 2555 เป็นปีมหามงคลเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลัง น้ำของเขื่อนก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยมีหลายเขื่อนด้วยกันที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และหนึ่งในนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามเขื่อนว่า “เขื่อนสิริกิติ์” ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ที่สำคัญในการบริหารจัดการน้ำในลำน้ำน่าน และเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักของแม่น้ำเจ้าพระยา การนี้ กฟผ. จึงจัดทำโครงการปลูกป่าต้นน้ำ เพื่อฟื้นคืนพื้นที่ที่มีสภาพเสื่อมโทรมเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นดิน อันมีส่วนช่วยในการบรรเทาน้ำท่วม และลดภาวะโลกร้อน

“กฟผ. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้เข้าร่วมดำเนินการโครงการ “ปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาพระราชินี” โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การปลูกป่า จำนวน 1 ล้านต้น การปลูกหญ้าแฝก จำนวน 1 ล้านต้น และการจัดทำฝายชะลอน้ำ จำนวน 880 ฝาย ในพื้นที่ต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่ง กฟผ. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางปฏิบัติ” นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ กล่าว

ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ในการดำเนินโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพลังงาน หน่วยงานในสังกัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในเบื้องต้น กฟผ. ได้มีการประสานความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมป่าไม้จะสนับสนุนในการจัดสรรพื้นที่ปลูกป่า สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ ส่วนกรมพัฒนาที่ดินสนับสนุนกล้าพันธุ์หญ้าแฝก ส่วนกิจกรรมในการปลูกป่า ปลูกหญ้าแฝก และสร้างฝาย จะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ชุมชน เพื่อเป็นการร่วมทำความดีถวายแด่แม่ของแผ่นดินอีกด้วย.

การศึกษาสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของชาวประมงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ (อ่าง 1)

Published กุมภาพันธ์ 28, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=004213&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สาธิต อภิลักษณมีวรรณ์; ประภาส พันธุ์อร่าม
ชื่อเรื่อง: การศึกษาสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของชาวประมงในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ (อ่าง 1)
Article title: Study on socio-economics status of fishermen in Sirikit Reservoir (Area I)
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 25 สาขาประมง 3-5 กุมภาพันธ์ 2530 ณ สถาบันประมงน้ำจืดแห่งชาติ และศูนย์วิจัยอารักขาข้าว
Source title : Proceedings of the 25th Kasetsart University conference Fisheries Section February 3-5, 1987
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2530
หน้า: หน้า 471-481
จำนวนหน้า: 504 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์
หมวดหลัก: E50-Rural sociology and social security
หมวดรอง: M11-Fisheries production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FISHERMEN; SOCIOECONOMIC ENVIRONMENT; WATER RESERVOIRS; FAMILIES; OCCUPATIONS; FISHERIES; MARKETING; INVESTMENT; INCOME
ดรรชนี-ไทย: ชาวประมง, สภาพเศรษฐกิจและสังคม, อ่างเก็บน้ำ, ครอบครัว, โครงสร้าง, อาชีพ, การทำประมง, เรือประมง, สินเชื่อเพื่อการประมง, การตลาด, การลงทุน, ผลตอบแทน, รายได้, เขื่อนสิริกิติ์
หมายเลข: 004213 KC2504049
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

กฟผ.ย้ำแผ่นดินไหวพม่าไม่กระทบทุกเขื่อน

Published มีนาคม 26, 2011 by SoClaimon

25 มีนาคม 2554, 15:10 น.

กฟผ.ย้ำแผ่นดินไหวพม่าไม่กระทบทุกเขื่อน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_158718

 

กฟผ. แจง เหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศพม่า ขนาด 6.7 ริกเตอร์ มีแรงสั่นสะเทือนมายังประเทศไทย แต่ไม่ส่งผลกระทบถึงตัวเขื่อนของ กฟผ. ทุกเขื่อน

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายวีรชัย ไชยสระแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ขนาด6.7 ริกเตอร์ ความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณประเทศพม่า ห่างเขื่อนสิริกิติ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 348 กิโลเมตร ห่างเขื่อนภูมิพลไปทางทิศเหนือประมาณ 418 กิโลเมตร และห่างเขื่อนศรีนครินทร์ 725 กิโลเมตร รู้สึกถึงการสั่นไหวได้ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ รวมทั้งอาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพฯจากเหตุการณ์ดังกล่าว กฟผ. ได้ติดตามตรวจสอบอย่างเร่งด่วนจากเครื่องมือวัดอัตราเร่งของพื้นดินจากแผ่น ดินไหว ที่ติดตั้งไว้ที่เขื่อนแม่จาง เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนต่าง ๆ ของ กฟผ. ไม่พบถึงแรงสั่นสะเทือน และไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อนทุกเขื่อนของ กฟผ. สำหรับประชาชนที่ห่วงใยต่อความปลอดภัยของเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี สามารถติดตามสภาพเขื่อนศรีนครินทร์ในปัจจุบันได้จากกล้อง CCTV ได้ที่ http://cctvsnr.egat.com

“ที่ผ่านมาทุกเขื่อนของ กฟผ. ได้มีการดำเนินการติดตามตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนเป็นประจำอย่าง ต่อเนื่อง โดยได้ติดตั้งระบบตรวจวัดข้อมูลแบบอัตโนมัติที่เขื่อน ซึ่งเป็นระบบที่ครอบคลุมข้อมูลด้านพฤติกรรมเขื่อน ข้อมูลอุตุ-อุทกวิทยา และข้อมูลแผ่นดินไหว โดยระบบดังกล่าวสามารถประมวลผลข้อมูลเบื้องต้น แสดงผลเป็นรูปกราฟ ซึ่งหากมีข้อมูลที่ผิดปกติก็จะสามารถแจ้งเตือนให้ตรวจสอบได้ทันที นับเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้านการสื่อสารข้อมูลมาประยุกต์ใช้อย่างได้ผล ช่วยให้งานด้านความปลอดภัยของเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการตรวจสอบ และบำรุงรักษาอย่างมีระบบและต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจได้ว่า เขื่อนของ กฟผ. มีความปลอดภัยในการใช้งาน ” นายวีรชัย กล่าว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 มีนาคม 2554, 15:10 น.

 

กรมชลฯเร่งแก้วิกฤติภัยแล้ง ให้ปลูกพืชน้ำน้อยคั่นฤดูทำนา

Published มิถุนายน 11, 2010 by SoClaimon

10 มิถุนายน 2553, 05:15 น.

ผ่านทางกรมชลฯเร่งแก้วิกฤติภัยแล้ง ให้ปลูกพืชน้ำน้อยคั่นฤดูทำนา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_88376

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เผยถึงสาเหตุของปัญหาภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมาว่า ปริมาณน้ำที่เก็บกักในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณไม่มาก อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาผลิตผลทางการเกษตรค่อนข้างดีส่งผลให้เกษตรกรมีการปลูกพืชจำนวนมาก จึงทำให้การใช้น้ำมากตามไปด้วย ซึ่งเป็นการเอาน้ำในอนาคตมาใช้และในช่วงฤดูฝนของปีที่แล้วฝนค่อนข้างทิ้ง ช่วง ทั้งยังมีผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสถานการณ์เอลนีโญ จึงทำให้ฝนตกน้อย อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำใช้งานได้ 35,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน ปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 11,641 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ณ วันที่ 27 พ.ค.53 มีน้ำรวมกันอยู่ประมาณ 1,193 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 5% ดังนั้น จำเป็นต้องเฝ้าดูสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูฝนจึงต้องรอดูว่าปริมาณน้ำฝนที่จะตกมานั้นจะ มีปริมาณมากน้อยเพียงใด

อธิบดีกรมชลประทานเผยอีกว่า นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ปรับระบบการปลูกข้าวใหม่ปีละ 2 ครั้ง และคั่นด้วยการปลูกพืชใช้น้ำน้อย น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำขณะนี้มีอยู่อย่างจำกัด หากเกษตรกรยังคงปลูกข้าวระบบเก่าที่ปลูกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีอาจจะต้อง เสี่ยงกับปัญหาขาดแคลนน้ำและทำให้ผลผลิตเสียหายได้ นอกจากนี้ การปรับระบบปลูกข้าวใหม่ยังช่วยแก้ไขปัญหาศัตรูพืชได้อีกทางหนึ่งด้วย.

น้ำในเขื่อนวิกฤติ ‘เสธ.หนั่น’ ตั้งฉก.แก้ภัยแล้ง

Published มิถุนายน 8, 2010 by SoClaimon

8 มิถุนายน 2553, 14:20 น.

ผ่านทางน้ำในเขื่อนวิกฤติ ‘เสธ.หนั่น’ ตั้งฉก.แก้ภัยแล้ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_88118

เขื่อนสิริกิติ์

รอง นายกรัฐมนตรี ยอมรับ เป็นห่วงน้ำปริมาณในเขื่อน “ภูมิพล-สิริกิติ์” แล้งหนัก วอนชาวนางดทำนาปีออกไปอีก1 เดือน สั่งจนท.ทำฝนหลวงเหนือเขื่อนทุกวัน…

พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลเรื่องน้ำ กล่าววันนี้ (8 มิ.ย.) ว่า ที่ผ่านมาเขื่อนที่วิกฤติมาก คือเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำไว้ใช้เพียงร้อยละ 5 เท่านั้น แต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาทางภาคอีสานมีพายุดีเปรสชั่นเข้ามา ทำให้สถานการณ์น้ำเบาบางลง นอกจากนี้ตนยังได้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาน้ำในเขื่อน โดยได้ย้ายฐานฝนหลวงจากจ.สุราษฎร์ธานี จันทบุรี ระยอง และ จ.แพร่ เพื่อทำฝนหลวงโดยเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ให้มากขึ้น โดยจะให้ทำฝนหลวงเหนือเขื่อนหลักทั้ง 2 แห่ง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ส่วนการทำความเข้าใจประชาสัมพันธ์กับพี่น้องชาวนาก็มีการดำเนินการอย่างต่อ เนื่อง โดยขอร้องชาวนาให้เลื่อนการทำนาปีออกไปอีก 1 เดือน สำหรับการผลิตน้ำประปาในกรุงเทพฯ มีปริมาณเพียงพอที่น้ำมาจากแม่น้ำแม่กลอง ส่วนปริมาณน้ำในภาคกลางเขื่อนแควน้อย ยังไม่วิกฤติมาก ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากหากมีปริมาณฝนตกลงมาทั้งเขื่อนแควน้อย และป่าสักชลสิทธิ์ ยังมีปริมาณน้ำเต็ม แต่ท่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีปัญหาหนักหน่อยทั้งนี้ปริมาณการทำฝน เทียมจะทำทุกวัน แต่ต้องดูว่าอากาศ และความชื้นเป็นอย่างไร

กรมชลประทาน วางแผนบริหารจัดการน้ำ

Published พฤษภาคม 24, 2010 by SoClaimon

21 พฤษภาคม 2553, 15:00 น.

ผ่านทางกรมชลประทาน วางแผนบริหารจัดการน้ำ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำใช้การได้ 1,444 ล้าน ลบ.ม. ตั้งเป้าระบายน้ำเพื่อการอุปโภค/บริโภค และรักษาระบบนิเวศวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น …

นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำใช้การได้ 1,444 ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้พิจารณาวางแผนบริหารจัดการน้ำจาก เขื่อนภูมิพล 780 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ 664 ล้าน ลบ.ม.โดยตั้งเป้าระบายน้ำเพื่อการอุปโภค/บริโภค และรักษาระบบนิเวศวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.(ภูมิพล 12 ล้าน ลบ.ม.-สิริกิติ์ 8 ล้าน ลบ.ม.)เท่านั้น กรณีเขื่อนทั้งสองแห่งมีปริมาณน้ำน้อยนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อการผลิตกระแส ไฟฟ้าในภาพรวม เนื่องจาก กฟผ.ได้วางแผนการผลิตไว้แล้ว โดยเตรียมพร้อมการผลิตกระแสไฟฟ้าด้านอื่นไว้สำรอง เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้าโดยเชื้อเพลิง

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ทางกรมชลประทานได้แจ้งเตือนไปยังเกษตรกรในพื้นที่ทาง ตอนท้ายของอ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์ และพื้นที่การทำการเกษตรลุ่มเจ้าพระยา ให้เลื่อนการทำนาปีออกไปอีก1-2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากไม่แน่ใจว่า จะมีฝนตกหรือไม่ และปริมาณการกักเก็บน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จะมีปริมาตรน้ำเพียงพอหรือไม่  ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดผลเสียหายต่อข้าวนาปีในฤดูฝนปี 2553 ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงแจ้งให้เกษตรกร ให้เลื่อนการทำนาปีออกไป จากปกติจะทำการเพาะปลูกในเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนมิถุนายนหรือจนกว่าฝนจะเริ่มตกชุกและมีปริมาณน้ำท่าเพียงพอต่อการ เพาะปลูก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ไทยจะได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญ่อย่างรุนแรง ส่งผลให้ปีนี้ (1 มกราคม-11 พฤษภาคม 2553) ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ค่อนข้างมาก คาดว่าปรากฏการณ์เอลนิโญ่จะสิ้นสุดลงในช่วงกลางปี 2553 ดังนั้นไทยอาจเจอกับปัญหาฝนทิ้งช่วงอย่างรุนแรง ด้านกรมชลประทานประเมินสถานการณ์ว่า หากเกิดวิกฤตฝนแล้งในปีนี้ สภาพน้ำในเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์มีปริมาณน้ำลดลงต่ำสุดใกล้เคียงปี 2535 รวม181ล้านลบ.ม. (เขื่อนภูมิพล75ล้านลบ.ม.เขื่อนสิริกิติ์106 ล้านลบ.ม.)เปรียบเทียบกับสถานการณ์น้ำในปี 2553 คิดการใช้น้ำวันละ20 ล้าน ลบ.ม.

ภายหลังเกิดสภาวะแห้งแล้งติดต่อกันเป็นระยะเวลานานในเขตลุ่ม น้ำเจ้าพระยาใหญ่ รวมทั้งภาวะราคาข้าวแพงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวนาปรัง ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่เป็นจำนวนมาก มีการใช้น้ำไปทั้งหมด10,339 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าแผนที่กำหนดไว้ 2,339 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ129 ของแผนจัดสรรน้ำ ทำให้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเหลือน้อยสุดในรอบ10 ปี คือ1,444 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ดังนั้นกรมชลประทาน-การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมอุตุนิยมวิทยา จึงจัดประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนการบริหารการจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนระหว่าง เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้

หวั่นวิกฤติน้ำกระทบประปา กทม.

Published พฤษภาคม 13, 2010 by SoClaimon

13 พฤษภาคม 2553, 06:15 น.

ผ่านทางหวั่นวิกฤติน้ำกระทบประปา กทม. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_82600

ธีระ วงศ์สมุทร

รม ว.เกษตรฯ เผย ครม. ห่วงปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ที่เหลือรวมกัน 1,487 ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในกทม. สั่งให้รายงานเป็นรายวัน…

นาย ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เหลือปริมาณน้ำใช้การรวมกัน 1,487 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงว่า ปริมาณดังกล่าว จะกระทบต่อการผลิตน้ำประปาเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชนในเขตกรุงเทพ มหานครและเขตปริมณฑล จึงได้สั่งการให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรฯติดตามสถานการณ์น้ำและรายงานให้รับทราบเป็นรายวัน

ทั้ง นี้ กระทรวงเกษตรฯจะประกาศเตือนให้เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาและ พิษณุโลก พื้นที่ปลูกข้าวรวมกันกว่า 9.5 ล้านไร่ เลื่อนการทำนาปีที่จะเริ่มทำในเดือน พ.ค.นี้ ออกไปอีก 1 เดือนเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการขาดแคลนน้ำ อย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกลงมาเพียงพอ เกษตรกรสามารถ ทำนาได้ตามปกติ

สำหรับปริมาณน้ำ ในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ที่เหลืออยู่ 1,487 ล้านลูกบาศก์เมตร ต้องนำไปใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคในระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย.2553 ดังนี้คือ การใช้น้ำเพื่ออุปโภค บริโภคในพื้นที่ตอนท้ายเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ เหนือจังหวัดนครสวรรค์ ประมาณวันละ 6.91 ล้านลูกบาศก์เมตร และการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคในพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกและฝั่ง ตะวันออก ประมาณวันละ  6.53   ล้านลูกบาศก์เมตร  การประปานครหลวงวันละ  3.89

ล้านลูกบาศก์เมตร และการรักษาระบบนิเวศน์และผลักดันน้ำเค็ม วันละ 2.67 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมปริมาณน้ำใช้การทั้งหมดวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรเมื่อถึงสิ้นเดือน มิ.ย.จะเหลือปริมาณน้ำใช้การในเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์เพียง  500 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

“ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ประกาศให้เกษตรกรงดทำนาปรังรอบที่ 2 เพื่อลดการใช้น้ำลง แต่เกษตรกรไม่เชื่อฟัง มีการทำนาปรังรอบที่ 2 กันจำนวนมาก ซึ่งระบบปลูกข้าวของไทยแยกไม่ออกระหว่างทำนาปรังครั้งที่ 1 หรือ 2 ดังนั้น เมื่อปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรที่ทำนาปรังครั้งที่ 1 เกษตรกรที่ทำนาปรังรอบที่ 2 ก็ถือโอกาสสูบน้ำไปใช้ด้วย ทำให้มีการใช้น้ำเกินแผนไปถึง 2,339 ล้านลูกบาศก์เมตร”

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯยังได้จัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้ม แข็งให้ชาวนาเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) คาดว่าจะยกระดับผลผลิตข้าวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้สูงขึ้น โดยมีพื้นที่นำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ อุดรธานี อำนาจเจริญ นครสวรรค์ อ่างทองและนครศรีธรรมราช.

%d bloggers like this: