ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

ผักแปม – เรื่องน่ารู้ มีนาคม 24, 2015

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอังคาร 23 ธันวาคม 2557 เวลา 00:00 น.

ผักแปม เป็นหนึ่งในพืชสมุนไพรไทยที่อยู่ในวงศ์โสม มีลักษณะเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ1–2 เมตร กิ่งก้านอ่อนจะเป็นสีเขียว มีหนามกระจายอยู่ทุกส่วนของลำต้น ก้านใบยาว 5–6 เซนติเมตร ใบยาวรี รูปไข่ ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ปลายใบแหลม แต่ละก้านใบแยกเป็นใบย่อย 5 ใบ ทางภาคเหนือนิยมรับประทานใบอ่อนและยอดเป็นผักสดแกล้มกับลาบ หรือทำเป็นแกงอ่อม มีรสชาติฝาดขมเล็กน้อย ทางการแพทย์พื้นบ้านใช้ใบอ่อนและยอดแก้วัณโรค บำรุงร่างกาย รักษาอาการอ่อนเพลีย รักษาเลือดคั่งในแผลฟกช้ำ รากและเปลือกต้นใช้บำรุงร่างกาย แก้ปวดหลัง ปวดกระดูก รักษาเบาหวาน รักษาอาการผอมแห้งแรงน้อย.

 

ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูพาน – ดินดำน้ำดี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันจันทร์ 22 ธันวาคม 2557 เวลา 06:00 น.

ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูพาน
โชว์อลังการสัตว์น้ำ ทั้งจืดและเค็ม

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของราษฎรในการนำผลสำเร็จจากการศึกษาวิจัยและทดลองไปปฏิบัติใช้

ซึ่งที่ผ่านมามีราษฎรที่ประสบความสำเร็จในการนำไปดำเนินการจนสามารถเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ในงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ศูนย์แห่งนี้จึงได้จัดทำส่วนแสดงถึงพันธุ์สัตว์น้ำ โดยงานประมงของกรมประมงที่เข้ามาดำเนินงานภายในศูนย์ได้จัดทำศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำขึ้น เพื่อนำสัตว์น้ำที่เป็นพันธุ์สัตว์ท้องถิ่น และหายาก ตลอดถึงที่ใกล้จะสูญพันธุ์มาจัดแสดง พร้อมทั้งเพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้พันธุ์สัตว์เหล่านั้นยังคงอยู่ประจำถิ่นต่อไป

โดยมีการแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ซึ่งจะนำปลาขนาดใหญ่ ได้แก่ ปลาชะโด ปลากดแก้ว และได้รวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดที่อาศัยตามแหล่งธรรมชาติรอบ ๆ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เช่น ปลาสร้อยนกเขา ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลากาดำ ตลอดถึงพันธุ์ปลาหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น ปลาตองลาย มาจัดแสดง

โดยเฉพาะปลาตองลายนับเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ อยู่ในตระกูลเดียวกันกับปลากราย ปลาสลาดรูปร่างภายนอกโดยทั่วไปจึงคล้ายกัน ลำตัวมีลักษณะเรียวยาวด้านข้างแบน พื้นลำตัวสีขาวเงิน ส่วนหลังมีสีน้ำตาลเข้มอมดำ หรือสีเทาอมเขียว บริเวณส่วนหน้าของลำตัวมีจุดสีดำประปรายอยู่ข้างลำตัว ส่วนท้ายมีขีดสีดำเล็ก ๆ พาดเฉียงจากส่วนบนของลำตัวไปถึงครีบก้น และครีบหาง ส่วนของปากแหลมออก มุมปากเว้าลึกเลยตา เกล็ดมีขนาดเล็กสีขาวเงิน

ปลาตองลายมีขนาดความยาวสูงสุดประมาณ 1 เมตร ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มตามตอไม้ กองหิน หรือตามบริเวณโคนเสา มักขึ้นมาฮุบน้ำเป็นระยะ ๆ เสมอ

เป็นปลาที่ไม่ชอบแสงสว่างมากนัก มักออกหากินไล่ล่าปลาเล็กในเวลากลางคืน หรือในช่วงที่มีแสงสว่างไม่มากนัก อาหารที่ปลาตองลายชอบเป็นพิเศษคือ ลูกปลาเป็น ๆ ขนาดเล็ก และกุ้งฝอยเป็นปลาที่เติบโตในที่จำกัดได้ ถิ่นอาศัยพบในแม่น้ำโขงช่วงระหว่าง ไทย ลาว และเขมร และค้นพบในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่บริเวณแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย จัดเป็นปลาที่มีอยู่เฉพาะถิ่นในแม่น้ำโขง แม่น้ำมูล แม่น้ำตาปี และแม่น้ำสาขา

และในส่วนที่ 2 เป็นการแสดงพันธุ์ปลาน้ำเค็ม ซึ่งจำลองแหล่งที่อยู่อาศัยในท้องทะเลอย่างสมจริง มีปลานีโม่สีสันสดใส ที่เป็นที่ตื่นตาตื่นใจให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาชม พร้อมดาวทะเล และปลิงทะเลส่วนที่ 3 จัดแสดงพรรณไม้น้ำ โดยในส่วนนี้จะมีการจำลองแหล่งที่อยู่อาศัยของพันธุ์ปลาน้ำจืดในระบบนิเวศอย่างสมจริง

ทั้งนี้จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในระหว่างการจัดงาน 3 ทศวรรษ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ กับงานของพ่อซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 ธันวาคม 2557โดยมีนายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีเป็นประธานเปิดงาน.

 

จิกน้ำ – เรื่องน่ารู้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันจันทร์ 22 ธันวาคม 2557 เวลา 00:00 น.

จิกน้ำ เป็นไม้ยืนต้นประเภทผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มรีหรือแผ่กว้าง มีลำต้นเป็นปุ่มปม เปลือกสีน้ำตาลแตกเป็นร่องและเป็นสันแหลมตามยาว กิ่งก้านมักคดงอ ปลายกิ่งลู่ลง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง ผู้คนเมื่อครั้งอดีตนิยมนำเมล็ดมาใช้ประโยชน์ในการรักษาเยื่อนัยน์ตาอักเสบ หรือนำน้ำคั้นจากเมล็ดมาเป็นยาหยอดตาแก้ระคายเคือง เปลือกใช้เป็นยาลดไข้ และใช้รักษาไข้มาลาเรีย บางพื้นที่ก็นำเมล็ดเข้ายาลมช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง

 

ที่น้อยดินไม่ดีก็ปลูกผักได้ – ต้นไม้ชายคา

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 02:00 น.

การปลูกผักในภาชนะ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัดหรือสภาพดินไม่เหมาะสม สามารถทำได้ เพียงทำความเข้าใจเทคนิคในการปลูกและการเลือกชนิดผักให้เหมาะสมกับพื้นที่และดินที่เตรียมไว้

ขั้นต้นต้องเข้าใจก่อนว่าการปลูกผักในภาชนะนั้นเหมาะสำหรับผักที่มีระบบรากแบบหยั่งตื้น ซึ่งก็มี ผักชี ต้นหอม คะน้า ผักบุ้งจีน ผักกาดขาว ผักกาดเขียว ผักกาดหอม กะหล่ำปลี สะระแหน่ ขึ้นฉ่าย ตั้งโอ๋ เป็นต้น ส่วน กะเพรา โหระพา แมงลัก พริก มะเขือ มะเขือเทศ แตงกวา ถั่วแขก และถั่วฝักยาว เหล่านี้เป็นผักประเภทหยั่งรากลึกปานกลาง

เมื่อตัดสินใจเลือกผักที่จะปลูกแล้วก็มาพิจารณาถึงภาชนะที่จะปลูก ในที่นี้จะแนะนำการทำกระบะขึ้นมา ซึ่งจะกั้นขอบสูงขึ้นมาประมาณ 30 เซนติเมตร จากพื้นที่เดิมจากนั้นผสมดินปลูกโดยใช้ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกอย่างละ 1 ส่วน และแกลบดำ 1 ส่วน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำลงกระบะ ขุดดินในกระบะให้เป็นรูนำกล้าผักที่เพาะไว้แล้วมาใส่ แล้วกลบด้วยดินปลูก รดน้ำเช้า-เย็น อย่างต่อเนื่อง

นำน้ำหมักชีวภาพผสมกับน้ำตามอัตราที่ระบุในฉลากของน้ำหมักรดทุก 3 วันในช่วงที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโต ในช่วงที่ต้องการเร่งลำต้นและใบใช้น้ำหมักชีวภาพชนิดบำรุงต้นและใบ และฮอร์โมนชีวภาพผสมน้ำรดทุก 3 วันเช่นกัน หากมีโรคแมลงเข้ามารบกวนก็ใช้กากน้ำตาลใส่ในขวดพลาสติกที่เปิดด้านข้างเป็นช่องมาแขวนไว้บริเวณกระบะ แมลงได้กลิ่นกากน้ำตาลก็จะบินลงไปหวังกินแต่จะบินกลับออกมาไม่ได้เพราะติดกับความหนืดของน้ำกากน้ำตาลและเสียชีวิตในที่สุด หรือจะใช้น้ำหมักสมุนไพรผสมน้ำฉีดพ่นทุก 3 วัน ก็ได้

สำหรับผักบุ้งจีนนั้น นับเป็นผักยอดนิยมที่สามารถหาซื้อง่ายคนนิยมกิน เป็นผักที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ทางโภชนาการ ซึ่งประกอบไปด้วย แคลเซียม และเบต้าแคโรทีน รวมไปถึง มีสรรพคุณทางสมุนไพรไทยอีกด้วย เป็นผักที่ปลูกง่ายใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตไม่นานมากนัก

การปลูกไม่ยากเริ่มจากนำเมล็ดมาแช่น้ำประมาณ 48 ชม. ก็จะเริ่มงอกออกมาเล็กน้อยแล้ว ก็นำลงพื้นที่ที่เตรียมไว้เพื่อปลูกได้ หรือจะทำแบบหว่านเมล็ดก็ไม่ยากเย็นนัก เพียงนำเมล็ดมาหว่านลงในแปลงที่เตรียมไว้ จากนั้นกลบดินให้พอมิดแล้วรดน้ำเมื่อเริ่มงอกก็ดูว่าตรงไหน มีต้นขึ้นมาแน่นก็ถอนออกบ้างเพื่อให้ผักบุ้งได้เจริญเติบโตแบบไม่แย่งอาหารกันมากเกินไป ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 25-30 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวไปรับประทานได้ตามที่ต้องการ

ที่สำคัญเป็นการแน่ใจได้ว่าการปลูกผักเองเช่นที่ว่ามานี้ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีที่มีผลเสียต่อร่างกายอย่างแน่นอน เพราะปลูกมากับมือ อันต่างจากการซื้อในตลาดที่แม้จะขึ้นป้ายว่าปลอดสารเคมี ก็ยังแน่ใจได้น้อยว่าจริงหรือเปล่าเพราะไม่ได้เห็นการปลูกและการบำรุงก่อนการเก็บเกี่ยวมาขาย.

 

ต้นหอมญี่ปุ่น – เรื่องน่ารู้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันเสาร์ 20 ธันวาคม 2557 เวลา 00:01 น.

ต้นหอมญี่ปุ่นทรงต้นจะสูงกว่าหอมหัวใหญ่ ลำต้นจริงมีลักษณะเป็นแผ่นอยู่ระหว่างรากและใบ ใบเป็นหลอดยาว ลำต้นเทียม คือ ส่วนของกาบใบทำหน้าที่สะสมอาหารและเป็นส่วนที่นำมาบริโภคซึ่งจะประกอบด้วยน้ำตาล และโปรตีนสารกระตุ้นต่อมน้ำตา มีรสหวาน ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดคอเลสเตอรอล ความดันโลหิต มีโพแทสเซียมช่วยในการขับปัสสาวะ ขับกรดยูริก มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมถึงวิตามินเอ ซี และ เค ซึ่งช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดคอเลสเตอ รอล และความดันโลหิตสูง.

 

บวบงู – เรื่องน่ารู้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 19 ธันวาคม 2557 เวลา 03:36 น.

บวบงู เป็นไม้เถาที่พบมากในประเทศเขตร้อน ผลอ่อนมีสรรพคุณทางสมุนไพร คนไทยเมื่อครั้งอดีตจะนำมาใช้เพื่อขับพยาธิ ช่วยระบายความร้อนจากร่างกาย เป็นพืชที่มีแคลอรีและไขมันต่ำจึงเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก แถมมีไฟเบอร์สูงดีต่อระบบขับถ่าย เหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน บางแห่งนำน้ำที่สกัดจากใบของบวบงูมารับประทานเพื่อลดอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวใจเช่นใจสั่น ส่วนรากบวบงูหลายคนบอกว่าเป็นยาชูกำลังและยาระบายอ่อน ๆ ส่วนสตรีไทยเมื่อครั้งอดีตจะนำน้ำที่สกัดจากบวบงูมาใช้นวดผมเพื่อช่วยไม่ให้ผมร่วงและกำจัดรังแค.

 

เผาตอซัง ผลเสียมากกว่าผลได้

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 19 ธันวาคม 2557 เวลา 02:50 น.

เผาตอซัง ผลเสียมากกว่าผลได้ – ดินดำ น้ำดี

เมื่อพ้นฤดูเก็บเกี่ยวหลายพื้นที่มักจะมีปัญหาหมอกควันตามมา เช่นที่จังหวัดเชียงราย อันเป็นผลมาจากการจุดไฟเผาวัสดุเศษพืช ตลอดถึงการเผาบุกรุกเปิดที่ทำกิน และบุกรุกป่า ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ต้นไม้ ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า หน้าดินถูกทำลาย และเกิดมลพิษทางอากาศ เกิดฝุ่นละออง เถ้าเขม่า และก๊าซหลายชนิด ที่ก่อให้เกิดมลพิษและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ล่าสุดทางสถานีพัฒนาที่ดินเชียงราย สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 7 ได้จัดกิจกรรมรณรงค์งดเว้นการจุดไฟเผาเศษวัสดุ วัชพืช ทุกชนิด และให้เกษตรกรหันมาไถกลบตอซัง และนำเศษวัสดุที่เหลือใช้จากไร่นามาทำปุ๋ยโดยขอความร่วมมือจากหมอดินอาสาจังหวัดเชียงรายให้ช่วยกันร่วมรณรงค์ ที่สำคัญการเผาวัสดุที่เหลือใช้ของเกษตรกรนอกจากจะทำให้เกิดผลเสียหายต่อสมดุลของธรรมชาติ ยังเป็นการทำลายอินทรียวัตถุและสิ่งมีชีวิตในดิน เป็นการทำลายโครงสร้างและความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยตรง การเผาตอซังเป็นการทำลายสภาพแวดล้อม ทำให้มลภาวะเป็นพิษทำลายปุ๋ยอินทรีย์ และทำให้โครงสร้างของดินจับตัวกันแน่นแข็งกระด้างเป็นผลลบต่อการเพาะปลูก

จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในพืชในรูปแบบของซากพืชนั้นเมื่อถูกทำลายจะสูญเสียธาตุอาหารพืชและสูญเสียน้ำในดิน ทำให้ดินแห้ง ฉะนั้น เกษตรกรจะต้องไม่เผาตอซังโดยเด็ดขาด ที่สำคัญมีข้อมูลเป็นที่ยืนยันแล้วว่าหากทำการเผาฟางข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ จะเป็นการทำลายอินทรียวัตถุุและธาตุอาหารพืชในดินจำพวกไนโตรเจนประมาณ 4 กิโลกรัม ฟอสฟอรัส 0.6 กิโลกรัม โพแทสเซียม 17 กิโลกรัม หากคิดเป็นมูลค่าของธาตุอาหารที่เสียไปแบบเผาทิ้งจะเป็นเงินประมาณ 53 บาทสำหรับพื้นที่นาข้าว แต่หากเผาในไร่อ้อยจะมีมูลค่ามากถึง 152 บาทต่อไร่

อย่างไรก็ตามสำหรับสาเหตุที่เกษตรกรเผาเศษวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรนั้น ก็เพราะเกษตรกรต้องการเร่งรัดการใช้พื้นที่สำหรับการเพาะปลูก โดยขาดข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องในการจัดการพื้นที่

ทางกระทรวงเกษตรโดยสำนักงานพัฒนาที่ดินจึงรณรงค์นำร่องการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดเชียงรายขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนให้เกษตรกรไถกลบฟางข้าวและใบอ้อย พร้อมกับสนับสนุนให้เกษตรกรนำเศษวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรอื่น ๆ กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการให้ความรู้และสนับสนุนให้เกษตรกรทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชีวภาพ เพื่อใช้สำหรับการปรับปรุงดินและเพื่อเป็นสารช่วยเร่งการย่อยสลายของเศษพืชให้เร็วยิ่งขึ้น

โดยในทางปฏิบัติที่เกษตรกรทั่วไปจะนำไปใช้สำหรับการปรับหน้าดินนั้น ได้รับการแนะนำมาว่าช่วงการเตรียมดินเพื่อการเพาะปลูกควรใช้ผาลหัวหมูในการไถกลบฟาง และควรไถลึกประมาณ 20-25 ซม. เพื่อเป็นการตัดวงจรศัตรูพืชในดิน รวมทั้งปรับโครงสร้างดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืช

ที่สำคัญการเผาวัสดุที่เหลือใช้จากภาคการเกษตรนั้น มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อพื้นที่การเพาะปลูก สภาพแวดล้อม และสุขภาพของเกษตรกรเองด้วย.

 

8 องค์กรร่วมประชุมเวทีข้าวไทย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 19 ธันวาคม 2557 เวลา 02:41 น.

นายอำนวย ปะติเส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมเวทีข้าวไทย 2557 และองค์ปาฐกถาพิเศษ ณ ห้องสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า ทางมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกับ 8 องค์กร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมการข้าว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และสมาคมชาวนาไทย จัดการประชุมข้าวไทยปี 2557 ภายใต้หัวข้อ “การปฏิรูปยุทธศาสตร์ข้าวไทย” ขึ้น

ทั้งนี้ได้มีการเน้นในสามประเด็นหลัก คือ การปฏิรูประบบวิจัยข้าวไทย ในเรื่องยุทธศาสตร์การวิจัย โครงสร้างองค์กรการวิจัย การตั้งโจทย์วิจัย การพัฒนานักวิจัยและหน่วยวิจัย ความต้องการงานวิจัยพื้นฐานเพื่อการปรับใช้ การจัดการวิจัยให้เกิดสภาวะองค์รวมของความรู้และเทคโนโลยี การพัฒนากลไกที่เหมาะสมกับการลงทุนในระบบวิจัยข้าวของประเทศไทย

และความจำเป็นในการจัดตั้งคณะกรรมการวิจัยข้าวแห่งชาติ การปรับโครงสร้างน้ำพื้นฐานเพื่อการผลิตข้าว ในเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติม การจัดการน้ำ การเพิ่มพื้นที่นาชลประทานและการประกันปริมาณน้ำสำหรับนาชลประทาน การประกันความมั่นคงของการผลิตข้าวนาน้ำฝน ความจำเป็นอย่างเร่งด่วนของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานการใช้น้ำในการผลิตข้าว การปรับพื้นที่นา การพัฒนากลไกการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาและการถ่ายโอนการจัดการแหล่งน้ำระดับชุมชน และการบริหารจัดการที่ดินเพื่อการทำนา สภาพการถือครองที่ดินและประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากที่นา เป็นต้น.

 

ตรวจเยี่ยมสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 19 ธันวาคม 2557 เวลา 01:42 น.

นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายธำรง ไก่ฟ้า ผู้ตรวจราชการกรมฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินธุรกิจผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้ว โดยมีนายอำนวย ทงก๊ก ประธานกรรมการสหกรณ์และนายสุรชาติ คหินทพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์ ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม เมื่อวันก่อน

ปัจจุบันสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด จังหวัดสระแก้วมีสมาชิกกว่า 1,300 ครอบครัวมีโคนมกว่า 40,000 ตัว ธุรกิจหลักของสหกรณ์คือการรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกวันละกว่า 140 ตันและรองรับน้ำนมดิบจากสหกรณ์ในจังหวัดใกล้เคียงอีกวันละ 100 ตัน มีโรงงานแปรรูปนมรับจ้างผลิตนมให้กับบริษัทเอกชนและผลิตนมภายใต้ตราสินค้านมวังน้ำเย็นและนมเปรี้ยว ซึ่งเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ 4 แสนถุงต่อวัน และนมยูเอชทีวันละ 1.2 ล้านกล่อง และผลิตนมฟลูออไรซ์รายใหญ่ของประเทศภายใต้โครงการนมโรงเรียน 1.8 แสนกล่องต่อวัน

มีฟาร์มโคนมของสหกรณ์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตโคนมให้กับเกษตรกรสมาชิก มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์เพื่อป้อนให้กับเกษตรกรสมาชิกที่เลี้ยงโคนม มีโรงสีข้าว ปั๊มน้ำมัน ร้านจำหน่ายอาหารและนมสดพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ครบวงจร ให้บริการแก่สมาชิก และผู้คนโดยทั่วไป.

 

ดอยผาหม่นผาจิ ปลูกกัญชงผลิตเส้นใยทอผ้า

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 19 ธันวาคม 2557 เวลา 01:35 น.

ดอยผาหม่นผาจิ ปลูกกัญชงผลิตเส้นใยทอผ้า – เกษตรนวัตกรรม

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ เริ่มดำเนินการในปี 2543โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ที่ 18 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยแดง ป่าห้วยตาล และป่าห้วยไคร้ ป่าแม่อิงฝั่งขวา และป่าแม่งาวป่าน้ำหงาวฝั่งซ้าย มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูงชัน ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ ภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสองสาย คือ น้ำหงาวและน้ำงาวครอบคลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้าน คือบ้านห้วยคุ บ้านห้วยหาน บ้านร่มฟ้าไทย บ้านร่มฟ้าทอง จำนวน 158,900ไร่

ที่ผ่านมาทางโครงการฯ ได้ดำเนินการเพาะชำกล้าไม้ ปลูกหวาย ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ สภาพป่าได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่ถูกทำลายอีกต่อไป พื้นที่ป่าที่เคยถูกบุกรุกได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาให้กลับฟื้นฟูคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ดังเดิม และราษฎรในพื้นที่โครงการฯ ได้รับการสนับสนุน และดูแลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างพอเพียง และอยู่ร่วมกับป่าไม้อย่างผสมผสาน เกื้อกูลกันในรูปแบบ “บ้านเล็กในป่าใหญ่”ตามแนวพระราชดำริและกิจกรรมหนึ่งในหลาย ๆ กิจกรรมที่ดูโดดเด่นและสร้างรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างดีและต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้คือการปลูกกัญชงเพื่อผลิตเส้นใยมาทอผ้า

กัญชง เป็นพืชล้มลุกมีอายุเพียงปีเดียว ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 1-6 เมตร ต้นกัญชงจะสูงใหญ่กว่าต้นกัญชา มีความสูงมากกว่า 2 เมตร ใบกัญชงจะมีขนาดใหญ่กว่า มีการเรียงสลับของใบค่อนข้างห่างกันชัดเจน และไม่มียางเหนียวติดมือ ขึ้นได้ในดินทุกชนิดสามารถเติบโตได้ดีในทุกสภาพอุณหภูมิ แต่ขึ้นได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิระหว่าง 14-27 องศาเซลเซียส

เส้นใยกัญชงเป็นเส้นใยที่มีคุณภาพสูง มีความยืดหยุ่น แข็งแรงและทนทานสูงสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์จากเส้นใยได้กว่า 5,000 ชนิด ตั้งแต่เชือกจนถึงเส้นใยที่ละเอียด ส่วนเส้นใยคุณภาพต่ำหรือกากเส้นใย ซึ่งประกอบไปด้วยเซลลูโลสกว่า 77 เปอร์เซ็นต์ นั้น สามารถใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กว่า 25,000 ชนิด นับตั้งแต่เป็นส่วนผสมของดินระเบิดหรือ ไดนาไมต์จนถึงการทำแผ่นเยื่อบางเซลโลเฟน

อย่างไรก็ตาม ความต้องการของตลาดเส้นใยกัญชงในปัจจุบันนี้มีอยู่ 2 ประการ คือ ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตผ้าและกระดาษ ซึ่งในการเปรียบเทียบปริมาณเส้นใยจากการปลูกกัญชงและการปลูกฝ้ายในระยะเวลา 1 ปี เท่า ๆ กัน พบว่า การปลูกกัญชง 10 ไร่ จะให้ผลผลิตเส้นใยเท่ากับการปลูกฝ้าย 20-30 ไร่ ซึ่งเส้นใยจากกัญชงนี้จะมีคุณภาพดีกว่าเส้นใยจากฝ้าย โดยเส้นใยกัญชงจะยาวเป็น 2 เท่าของเส้นใยฝ้าย มีความแข็งแรงและความนิ่มของเส้นใยมากกว่าฝ้าย จากข้อดีของเส้นใยกัญชงที่กล่าวมานี้ในปัจจุบันจึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเส้นใยกัญชง 100 เปอร์เซ็นต์ กันเพิ่มมากขึ้น เช่น เสื้อเชิ้ต กางเกง กระเป๋า ฯลฯ ที่สำคัญโครงสร้างของเส้นใยกัญชงทำให้ผ้าที่สวมใส่เย็นสบายในฤดูร้อน อบอุ่นในฤดูหนาวและคุณสมบัติของเส้นใยที่แข็งแรงกว่าผ้าฝ้าย สามารถดูดซับความชื้นได้ดีกว่าไนลอน อบอุ่นกว่าลินิน ทั้งยังเบาสวมใส่สบาย ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นใยกัญชงเริ่มเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สำคัญของตลาดเส้นใยธรรมชาติในปัจจุบันนี้.

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,060 other followers

%d bloggers like this: