ฮัทช์

All posts tagged ฮัทช์

เอไอเอสฮึดลุย 3 จีคลื่น 900

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

16 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127265.

Pic_127265

ควัก 1.2 หมื่นล้านไล่ตามทรูมูฟจูบปากฮัทช์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างทีโอทีและเอไอเอส ในการให้บริการ 3 จี นั้น น่าจะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ดีพอ

ทรูมูฟเสียบซื้อหุ้นฮัทช์แทน กสท งวด เผยกระบวนการตรวจสอบสินทรัพย์และหนี้สิน (ดิว ดิลิเจนท์) เสร็จสิ้นแล้ว ใกล้ถึงฝั่งฝันตะลุยทำ 3 จี ดีแทคกดดันบอร์ดกสท เต็มที่ ขออนุมัติทดลอง 3 จี เซอร์ไพรส์เอไอเอสควัก 12,000 ล้านลุย 3 จีบนคลื่น 900 เชื่อหมดหวังจับมือทีโอที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) วันที่ 16 พ.ย. นอกจากการพิจารณาเปลี่ยนเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือของ กสท จากซีดีเอ็มเอเป็น HSPA หรือ 3 จี ในระบบจีเอ็มเอสแล้ว บอร์ดยังมีวาระพิจารณาให้บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัททรูมูฟ จำกัด ทดลองให้บริการ 3 จี HSPA บนความถี่ 850 MHz ด้วย

ทั้งนี้ การพิจารณาเรื่องการปรับเปลี่ยนเทค-โนโลยีซีดีเอ็มเอเป็น HSPA นั้น เป็นการอนุมัตินำร่อง ก่อนการเข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินของบริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ฮ่องกง ในฐานะเจ้าของบริษัทบีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส์ มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือภายใต้ยี่ห้อ “ฮัทช์” ของทรูมูฟเสียบแทน กสท จะถูกประกาศออกมาในภายหลัง

นอกจากนั้น กสท ซึ่งเดิมมีความประสงค์จะซื้อหุ้นฮัทช์คืนเพื่อให้การบริการโทรศัพท์มือถือบนเทคโนโลยีซีดีเอ็มเอของ กสท เป็นไปอย่างราบรื่น แต่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด เห็นว่าราคาที่ตกลงจะซื้อขายกันที่ 7,500 ล้านบาท สูงเกินไป ทำให้การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จเสียที ก็จะประกาศล้มเลิกการซื้อหุ้นฮัทช์ด้วย

การประชุมบอร์ดในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ยังจะเป็นการวัดใจบอร์ด กสท ของดีแทค เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการฮัทช์แทน กสท ของทรูมูฟนั้น ใกล้สำเร็จเต็มที และจะเป็นการต่อลมหายใจของทรูมูฟในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากสัญญาสัมปทานของทรูมูฟกำลังจะหมดอายุลงในปี 2555 ขณะที่การเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จีใหม่ยังไม่เกิดขึ้น ทำให้การดำเนินธุรกิจของทรูมูฟตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงมาโดยตลอด

โดยล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งฮัทชิสัน ฮ่องกงและทรูมูฟเพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สิน รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจในอนาคต (ดิว ดิลิเจนท์) เพื่อประเมินราคาในการเข้าซื้อกิจการระหว่างกัน และขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างข้อตกลงว่าด้วยการซื้อขาย ว่ากันว่าราคาในการซื้อขายกิจการในครั้งนี้อยู่ระหว่าง 6,000-7,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับราคาแรกที่ กสท และฮัทช์ตกลงกัน

การซื้อขายครั้งนี้ จะอยู่ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนหุ้น ฮัทช์จะเข้ามาถือหุ้นในทรูมูฟตามสัดส่วนที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการถือครองหุ้นโดยห้ามขายต่อ (grace period) นั้น ไม่ได้รับการเปิดเผย แต่ดูเหมือนฮัทช์จะไม่มีทางเลือกนัก เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าฮัทชิสัน ฮ่องกงตัดขาดทุนกับธุรกิจมือถือซีดีเอ็มเอไปนานแล้ว และหากไม่ขายกิจการให้ทรูมูฟในครั้งนี้ ในอีก 5 ปีอายุสัมปทานก็จะหมดลง

เมื่อทรูมูฟดูเหมือนว่ากำลังจะมีทางออกที่สวยงาม สิ่งที่ดีแทครอคอยนั่นคือการทดลอง 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม 850 MHz ก็ควรได้รับการตอบรับจากบอร์ดเช่นกัน เนื่องจากดีแทคถือเป็นลูกสัมปทานอีกรายของ  กสท ร่วมกับทรูมูฟ และได้ เพียรพยายามขออนุมัติทดลองให้บริการ (ไม่เชิงพาณิชย์) มาตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบรับ ทำให้ ณ ปัจจุบันดีแทคสามารถติดตั้งสถานีฐาน 3 จีเพื่อการทดลองได้เพียง 36 สถานี ขณะที่ทรูมูฟมีอยู่ทั้งสิ้น 656 สถานี จึงเชื่อว่าหากบอร์ด กสท ยังไม่มีท่าทีชัดเจนในเรื่องดังกล่าว ดีแทคน่าจะพร้อมที่จะใช้มาตรการต่อสู้อย่างเข้มข้นแน่นอน

ขณะเดียวกัน ด้านบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ซึ่งอยู่ภายใต้ สัมปทานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลในการลงทุนขยายเครือข่าย 3 จีเฟส 2 มูลค่า 19,980 ล้านบาทไปหมาดๆ และถูกจับตามองว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของเอไอเอสในระยะเวลาอันใกล้นั้น ปรากฏว่าเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เอไอเอสเพิ่งประกาศประกวดราคาติดตั้งโครงข่าย 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม 900 MHz โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ครอบคลุมสถานีฐาน 3 จี 7,400 สถานี แสดงให้เห็นชัดเจนว่าการจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างทีโอทีและเอไอเอส ในการให้บริการ 3 จี นั้น น่าจะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ดีพอ เอไอเอสจึงตัดสินใจลงทุนบนเครือข่ายเดิม ซึ่งกำลังจะหมดอายุในอีกไม่ถึง 5 ปีข้างหน้า แม้หากพิจารณาแล้วอาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

การตัดสินใจของเอไอเอสครั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า ทีโอทีนั้นน่าจะมีพันธมิตรที่พร้อมที่จะร่วมหัวจมท้ายรายอื่น ซึ่งน่าจะเป็นบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มสามารถนั้น นอกจากจะเป็นผู้เช่าใช้โครงข่าย 3 จีเฟสแรกของทีโอทีและนำมาขายปลีกต่อให้กับผู้บริโภคในรูปแบบของผู้ให้บริการ MVNO แล้ว ยังพร้อมเข้าประมูลติดตั้งโครงข่าย 3 จีเฟส 2 อีกด้วย

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า กสท กำลังรอคำตอบจากฮัทช์ว่าจะขายทรัพย์สินให้ กสท หรือไม่ หากยังขายในราคา 7,500 ล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ ส่วนวันที่ 29 พ.ย.นี้ ทีโอทีจะเปิดขายซองการประมูลสร้างโครงข่าย 3 จีเฟส 2 คาดว่าภายในเดือน ธ.ค.จะได้ผู้ชนะประมูล.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.

“ทรู”เสียบฮัทช์แทนกสท ต่อยอดธุรกิจ 3 จี

Published มิถุนายน 8, 2011 by SoClaimon

4 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.
“ทรู”เสียบฮัทช์แทนกสท ต่อยอดธุรกิจ 3 จี.

Pic_124200

“ทรูมูฟ” เสียบ “ฮัทช์” ต่อยอดธุรกิจ 3 จี หลังสัมปทานใกล้หมดลง พร้อมกับการอัพเกรด 3 จี ก็ยังไม่มีความชัดเจน เผยผู้บริหาร กสท-ทรูมูฟ อยู่บนเครื่องบินไปฮ่องกงด้วยกัน ด้านผู้บริหาร กสท และผู้บริหารทรูมูฟออกมาปฏิเสธพัลวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้พยายามเดินหน้าซื้อกิจการบริษัทฮัทชิสัน จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในส่วน 25 จังหวัด และผู้ทำการตลาดโทรศัพท์ มือถือภายใต้แบรนด์ “ฮัทช์” เพื่อให้การบริหารโทรศัพท์มือถือของ กสท เป็นไปอย่างครบวงจร และทำให้สามารถต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ อย่างสมบูรณ์มากขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วนั้น

ล่าสุดการซื้อคืนซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีและนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ได้สั่งให้ กสท กลับไปเจรจาต่อรองราคาซื้อใหม่ ให้ลดลงจากราคาเดิมที่ตั้งไว้ 7,500 ล้านบาทนั้น ทำให้เกิดทางออกใหม่ โดยบริษัททรูมูฟ จำกัด ในเครือทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความสนใจซื้อหุ้นฮัทช์คืนแทน กสท มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะทำให้ทรูได้สิทธิถือหุ้นในส่วนเดิมของฮัทช์ และอาจใช้โอกาสนี้ ต่อยอดธุรกิจของทรู เนื่องจากสัมปทานของทรูกำลังจะหมดอายุลงในอีก 2 ปีข้างหน้า และยังไม่มีความชัดเจนว่าหลังสัมปทานหมดอายุ ทรูจะประกอบกิจการอย่างไรต่อไป  เนื่องจากการเปิดประมูล 3 จี เพื่อให้ได้ใบอนุญาตใหม่บนคลื่น ความถี่ใหม่นั้น ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะไปได้ถึงไหน

ทั้งนี้ กระแสข่าวดังกล่าวถูกตอกย้ำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรู พร้อมด้วย นายอธึก อัศวานนท์ ผู้บริหารอีกคนของทรู ได้เดินทาง ไปฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของฮัทช์ โดยในเที่ยวบินเดียวกัน มีนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ร่วมเดินทางไปด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้มีกระแสข่าวยืนยันความสนใจดังกล่าวนั้น นายจิรายุทธได้ปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้หารือกับทรูเกี่ยวกับเรื่องการซื้อฮัทช์ การเดินทางของตนไปฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปเพื่อเจรจาต่อรองราคา ซื้อตามนโยบายของ รมว.ไอซีที และบังเอิญได้พบกับนายศุภชัยบนเครื่องบินลำเดียวกันเท่านั้น “ผมไม่ได้ คุยกับทรูเรื่องการซื้อฮัทช์ ส่วนทรูจะไปเจรจากับฮัทช์ หรือไม่ ต้องถามทรูเอง แต่ยอมรับว่ามีธนาคารต่างชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนเอกชน เดินทางไปเจรจาซื้อฮัทช์”

แต่ส่วนตัวนายจิรายุทธเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากสัญญาระหว่าง กสท กับฮัทช์ มีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจไม่ผ่านตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งถือเป็นปัญหาคาราคาซังกันอยู่ และ กสท กำลังเร่งแก้ไขให้เกิดความชัดเจน หากทรูจะเข้าซื้อกิจการฮัทช์ ก็ต้องยอมรับว่าเสี่ยงมาก เนื่องจากสัญญาไม่มีความชัดเจนทางกฎหมาย

“ประเด็นที่มีการหารือกับบริษัททรูมูฟ จำกัด ต่อเนื่องมาตลอดคือการอัพเกรดโครงข่าย 2 จี เป็น 3 จี ด้วยเทคโนโลยี HSPA ที่จะอนุญาตให้ทรูมูฟสามารถ ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ สั่งให้ทรูมูฟยุติดำเนินการทดลองการให้บริการ”

เช่นเดียวกับนายศุภชัย ซึ่งเปิดเผยว่าการเดินทางไปเจรจากับฮัทช์ เป็นการสะสางข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าเชื่อมโยงโครงข่ายไอซีและการใช้เลขหมาย โทร.เข้าออกระหว่างเครือข่ายของทรูและฮัทช์ “เรากำลังหาทางออกร่วมกันใน 2 เรื่องดังกล่าว ณ ขณะนี้ เราคุยกันแค่เรื่องที่บอกเท่านั้น”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.

กทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์

Published มีนาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 มีนาคม 2554, 00:54 น.

ผ่านทางกทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154713

 

กรรมการ กทช.ไม่มั่นใจอำนาจ ยังไม่พิจารณาทรู-ฮัทช์ ต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมบอร์ด กสทช.ก่อน ขณะที่ ซีอีโอ กสท เดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญา…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2554 นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการ กทช.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช.ลาออก 2 คน คือ นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ และ นายบัณฑูร สุภัควณิช ทำให้ขณะนี้การประชุมคณะกรรมการ กสทช.อาจมีปัญหาความไม่ชัดเจนในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ จึงอาจต้องรอความชัดเจนว่า กสทช.สามารถดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้ง คณะกรรมการ กสทช.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายพนา กล่าวถึงการพิจารณาการลงนามในสัญญาดำเนินธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น ภายหลังจากที่กลุ่มทรูเข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชินสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์นั้น ว่า ฝ่ายกฎหมายของกทช.ได้ดำเนินการสรุปผลสอบแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งหากมีการพิจารณาจะพิจารณาว่ามีส่วนที่กระทบต่อพระราชบัญญัติ กสทช. พ.ศ. 2553 และ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ว่าเข้าข่ายการดำเนินการเป็นสัญญาสัมปทานหรือไม่

กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีหลายหน่วยงานได้ตรวจสอบสัญญาทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. รวมทั้งบริษัท กสท โทรคมนาคม ก็เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร หรือ ไอซีที ดังนั้นจึงอาจต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ก่อนที่จะมีมติใดๆ ออกมา อย่างไรก็ตาม กทช.ได้ส่งหนังสือตอบข้อสงสัยให้กับ สตง.เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กทช.กำลังประชุมเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เพื่อให้ทันตามที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดไว้ ภายใน 120 วันนับจากกฎหมายมีผลบังคับใช้

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดในการออกใบอนุญาต ซึ่งจะเเล้วเสร็จในวันที่ 19 เมษายน 2554 รวมทั้งการเตรียมออกใบอนุญาตให้กับผู้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก หรือ เคเบิ้ลทีวี ให้กับผู้ประกอบการอีก 40-50 ราย หลังจากที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวีมาแล้ว 7 ราย และจะมีการหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองเพื่อผู้บริโภค ในการดูแลโฆษณาการขายสินค้าประเภทอาหารและยา ที่อวดอ้างสรรพคุณตามวิทยุชุมชนกับเคเบิลทีวี เพราะเป็นอันตรายต่อประชาชน

ส่วน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กสท จะส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน ตามที่กำหนดไว้ในคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ข้อเรียกร้องที่ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญานั้น โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต้องชำระเพิ่มอีก 16,887 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 6,565 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย และดีพีซี 2,449 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยเช่นกัน ส่วนจะนำไปเป็นมาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาของดีแทคและทรูมูฟหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลการ เพราะกสท ได้ส่งเรื่องข้อพิพาทให้สถาบันอนุญาโตตุลการเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะอนุญาโตตุลาการ มีนายประจักษ์ พุทธิสมบัติ เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย นายพิชัย หลากสุขถม นายไพโรจน์ คงฤกธิ์ นายสมโชค มีไชยโย นายลิขิต ธีรเวคิน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 มีนาคม 2554, 00:54 น.

 

กสท เล็งคุยดีแทคเปิด 3จี ต้นเดือนมี.ค.

Published กุมภาพันธ์ 16, 2011 by SoClaimon

15 กุมภาพันธ์ 2554, 16:57 น.

ผ่านทางกสท เล็งคุยดีแทคเปิด 3จี ต้นเดือนมี.ค. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_149235

 

กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท เชื่อ 6 เดือน เปลี่ยนระบบซีดีเอ็มเอมาเป็นเอชเอสพีเอได้ พร้อมให้เอกชนอัพเกรดโครงข่ายมือถือเป็นเอชเอสพีเอเชิงพาณิชย์เป็นอำนาจของ กสท หลังให้กฤษฎีกาตีความว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการมาตรา 22 …

วันที่ 15 ก.พ. นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า เตรียมรายงานให้คณะกรรมการ หรือ บอร์ด รับทราบในเรื่องการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ภายใต้เทคโนโลยีเอชเอสพีเอ (High speed Packet Access ) บนคลื่นความถี่เดิม ที่ย่าน 850 เมกะเฮิร์ตซ ในเชิงพาณิชย์ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ในการประชุมบอร์ดครั้งหน้าช่วงต้นเดือนมี.ค.นี้  เพื่อที่จะอนุมัติอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นการอนุมัติตั้งแต่ในปี 2551 ที่ผ่านมา สมัยนายสิทธิชัย โภไคยอุดม เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที แต่ที่ผ่านมาฝ่ายบริหารกสท ไม่มั่นใจในเรื่องอำนาจที่จะสามารถอนุมัติให้ดีแทคดำเนินการปรับปรุงโครงข่ายและให้บริการเชิงพาณิชย์ ได้หรือไม่ จึงได้ส่งหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา และได้คำตอบว่า การปรับปรุงเทคโนโลยี ฝ่ายบริหารกสท สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องเข้า คณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมการงานหรือ ดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

“ตอนนี้ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าการให้เอกชนอัพเกรดโครงข่ายมือถือเป็นเอชเอสพีเอเชิงพาณิชย์เป็นอำนาจของ กสท หลังให้กฤษฎีกาตีความว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการมาตรา 22 หรือ กสท กันแน่ แตตอนนี้ชัดเจนแล้ว” นายจิรายุทธ กล่าว

นอกจากนี้ แผนการเปลี่ยนระบบซีดีเอ็มเอมาเป็นเอชเอสพีเอนั้น เชื่อว่าภายใน 6 เดือน จะสามารถเปิดให้บริการเอชเอสพีเอในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ซึ่งในช่วง 2-3 เดือน นับจากนี้ กสท จะเร่งทำแบรนด์และโปรโมชั่น รวมทั้งจัดทำซิมให้พร้อม ซึ่งในช่วงนี้ประชาชนจะสามารถใช้บริการได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ๆ

กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าการจัดทำสัญญาแนบท้ายของบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะนี้ การทำสัญญารูปแบบใหม่ระหว่าง กสท กับ ทรู ภายหลังจากทรูเข้าซื้อกิจการของษัท ฮัทชิสัน ซีเอทีไวร์เลส มัลติมีเดีย ซึ่งให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอภายใต้ชื่อ ฮัทช์ ซึ่งจะปรับปรุงเป็นระบบเอชเอสพีเอ คาดว่าภายใน 2 เดือน กสท จะสามารถเปิดให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเอชเอสพีเอภายใต้แบรนด์ใหม่ได้ ซึ่งจะครอบคลุมการใช้บิการทั้งเรื่องของเสียงและข้อมูล ครอบคลุมกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภายใน 6 เดือนจะสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้

สำหรับ สัญญาแนบท้ายที่ทำกับบริษัท ทรู นายจิรายุทธ กล่าวว่า ได้นำจุดอ่อนจากสัญญาเดิม ที่เคยทำกับฮัทช์มาปรับ เช่น ถ้าไม่ขยายโครงข่าย และไม่ปรับปรุงโครงข่ายจะต้องเสียค่าปรับ ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาที่เคยทำกับฮัทช์ถ้าไม่มีการอัพเกรดก็ไม่มีบทลงโทษซึ่ง มีผลเสียทำให้ กสท ไม่สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายได้

ส่วนกรณี คำตัดสินของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 4.6 หมื่นล้านบาท  ตามที่คณะรัฐมนตรี อนุมัติให้กระทรวงไอซีที ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ กรณีภาษีสรรพสามิตกสท จะไม่ดำเนินการแช่นเดียวกัน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะไม่มีการฟ้องร้องคู่สัญญาเพิ่มเติม เนื่องจากเรื่องดังกล่าว กสทฯ ได้นำเข้าสู่ขบวนการตัดสินของ คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ ตั้งแต่ปี 2552 แล้ว ส่วนมูลค่าความเสียหายนั้น แบ่งเป็น ดีแทค 16,900 ล้านบาท ทรูมูฟ 6,700 และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี 2,500 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ บอร์ด กสท ได้อนุมัติให้ลงทุนในโครงการ CCTV ของกรมศุลกากร เฟส 2 มูลค่า 151 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนส.ค. 54 นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้ปรับปรุงโครงข่ายภายใน (แทนเด็ม) ที่มีการใช้งานมากว่า 10 ปี มูลค่า 146 ล้านบาท เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ และไม่ทำให้ กสท สูญเสียรายได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ดีแทคได้ยื่นหนังสือถึง กสท เพื่อขอปรับเปลี่ยนสัญญาสัมปทานเป็นสัญญาในลักษณะเดียวกันกลุ่มทรู เนื่องจากสัญญากับกลุ่มทรู จ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลง ขณะที่ดีแทค ยังคงต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ในอัตรา 30% ในเมื่อรัฐบาลต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและภายใต้เงื่อนไข เดียวกัน ควรจะพิจารณาข้อเสนอของดีแทคด้วย.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไอทีออนไลน์
  • 15 กุมภาพันธ์ 2554, 16:57 น.

 

ทรูแจ้งตลาดเข้าซื้อหุ้นฮัทช์สำเร็จพร้อมเตรียมเปิด3จีบนHSPA

Published มกราคม 28, 2011 by SoClaimon

27 มกราคม 2554, 15:50 น.

ผ่านทางทรูแจ้งตลาดเข้าซื้อหุ้นฮัทช์สำเร็จพร้อมเตรียมเปิด3จีบนHSPA – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_144581

 

ทรู ยิ้มหน้าบานหลังเข้าซื้อหุ้นฮัทช์สำเร็จพร้อมทำสัญญาขายส่งบริการและขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนเทคโนโลยีHSPAของกสท.พร้อมเตรียมเป็นผู้ให้บริการ 3จีบนHSPAทั่วประเทศ…

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการที่บริษัทย่อยของบริษัทฯ คือ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด (Real Move) และ บริษัทเรียล ฟิวเจอร์ จำกัด (Real Future) จะเข้าซื้อหุ้นของบริษัทในกลุ่มฮัทชิสัน ได้แก่ บริษัท ฮัทชิสัน ไวร์เลส มัลติมีเดีย โฮลดิ้งส์ จำกัด (HWMH)  บริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด(BFKT) Rosy Legend Limited (RL) และ Prospect Gain Limited (PG)โดยการซื้อหุ้นดังกล่าวจะกระทำก็ต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้นได้กระทำสำเร็จลง ความละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึงข้างต้นนั้น บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนดังกล่าวสำเร็จลงแล้ว กล่าวคือ ฝ่ายกลุ่มบริษัทฮัทชิสัน ได้เคลียร์หนี้สินระหว่างกลุ่มบริษัทที่ซื้อขายกันนี้ เพื่อมิให้หนี้สินดังกล่าวเป็นภาระต่อบริษัทย่อยของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ซื้อตามสัญญา และ ฝ่ายบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาต่างๆ กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (กสท)เพื่อให้บริษัทย่อยของทรู ดำเนินกิจการขายส่งบริการและขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนเทคโนโลยี
HSPA ของ กสท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการทำสัญญาครั้งนี้ จะส่งผลให้บริษัทย่อยของทรู เป็นผู้ให้บริการ 3G บนเทคโนโลยี HSPA ได้ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้สามารถได้รับประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาด Mobile Internet ในปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยขยายฐานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทฯ เนื่องจากกลุ่มบริษัทที่ซื้อมานี้มีลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมประมาณ 800,000 ราย มีสถานีฐาน จำนวนประมาณ 1,400 สถานี ภายใต้เทคโนโลยี CDMA ที่สามารถพัฒนาขึ้นเป็นเทคโนโลยี HSPA ได้ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ Real Move จะเป็นผู้ให้บริการขายต่อบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนเทคโนโลยี HSPA ของ กสท เป็นระยะเวลาประมาณ 15 ปี จนถึงปี 2569

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 27 มกราคม 2554, 15:50 น.

 

กสท.-ทรู เซ็นสัญญาลับแลกใช้โครงข่ายเดินเครื่อง3จีคลื่นเดิม

Published มกราคม 28, 2011 by SoClaimon

27 มกราคม 2554, 14:43 น.

ผ่านทางกสท.-ทรู เซ็นสัญญาลับแลกใช้โครงข่ายเดินเครื่อง3จีคลื่นเดิม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_144554

 

กสท.-ทรู มุบมิบเซ็นสัญญาลับแลกใช้โครงข่ายเดินเครื่อง 3 จีคลื่นเดิม พร้อมทำสัญญาจ้าทรูดูแลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 7 แสนเลขหมาย ในช่วงเวลา 2 ปี

เมื่อเวลา 07.45 น. เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน คลองสาน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารไร้สาย กสท. ได้ร่วมลงนามยกเลิกสัญญาการทำตลาดโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอในส่วนกลาง 25 จังหวัด ยี่ห้อ”ฮัทช์” และสัญญาจ้างสร้างโครงข่ายและบำรุงรักษาโครงข่ายกับบริษัท บีเอฟเคที จำกัด (มหาชน) กับนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นฮัทชิสัน หลังจากได้เข้าซื้อกิจการฮัทช์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2553

หลังจากนั้นได้ลงนามในสัญญาฉบับใหม่ กับกลุ่มบริษัททรู โดยกสท. จ้างทรู ดูแลลูกค้าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 700,000 เลขหมาย เป็นระยะเวลา 2 ปี และสัญญาเช่าใช้อุปกรณ์เHSPA รวมถึงการเช่าโครงข่ายระหว่างกัน เพื่อเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี เป็นเวลา 14.5 ปี โดยนายจิรายุทธ และนายศุภชัย จะแถลงข่าวรายละเอียดของการทำสัญญาร่วมกันในเวลา 15.00 น. ที่โรงแรมบันยันทรี สาธร.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 มกราคม 2554, 14:43 น.

 

“ทรูมูฟ” หวั่นสิงเทลสกัดดาวรุ่ง จับมือ กสท เซ็นสัญญา 14 ปีเสียบฮัทช์วันนี้

Published มกราคม 27, 2011 by SoClaimon

27 มกราคม 2554, 05:30 น.

ผ่านทาง\”ทรูมูฟ\” หวั่นสิงเทลสกัดดาวรุ่ง จับมือ กสท เซ็นสัญญา 14 ปีเสียบฮัทช์วันนี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_144402

 

 

ทรูมูฟติดสปีดเซ็นสัญญา 14 ปี กับ กสท เสียบแทนฮัทช์วันนี้ เผยปัจจัยแวดล้อมรุมเร้าทำให้ต้องเร่งลงนาม ผวาสิงเทลพบ “มาร์ค” หวั่นโดนสกัดดาวรุ่ง แถมเงื่อนไขตรวจสอบแก้สัญญาสัมปทานอาจทำเจอตอ มิหนำซ้ำคนหนุน”จิรายุทธ” ซีอีโอ กสท ไม่ผ่านประเมินผลงาน มีโอกาสถูกให้ออก…

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  หลังจากที่กลุ่มบริษัททรูมูฟ จำกัด ได้เข้าซื้อกิจการโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอ “ฮัทช์” ในส่วนกลาง 25 จังหวัดจากกลุ่มบริษัทฮัทชิสัน ฮ่องกง มูลค่ารวม 6,300 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2553 และขณะนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการร่างสัญญาใหม่ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะเจ้าของสัมปทานจะต้องทำกับทรูมูฟแทนฮัทช์นั้น

คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ทาง กสท และทรูมูฟ จะสามารถลงนามในสัญญาร่วมกันได้ หลังจากที่อัยการสูงสุดตรวจสอบรายละเอียดเสร็จสิ้นแล้ว โดยทางฝ่ายทรูมูฟต้องการที่จะเซ็นสัญญาใน

วันนี้ (27 ม.ค.) ขณะที่ทาง กสท เห็นว่าอาจต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ(บอร์ด) ในวันที่  28  ม.ค.ก่อน อย่างไรก็ตาม โดยล่าสุดเมื่อเวลา 21.45 น. ของวันที่ 26 ม.ค. ทั้งสองฝ่ายก็หาข้อสรุปได้ว่า เซ็นสัญญากันในวันนี้ (27 ม.ค.)

ทั้งนี้  สัญญาที่  กสท  จะลงนามกับกลุ่มบริษัททรูมูฟมีทั้งสิ้น 2 ฉบับ ฉบับแรกเป็นสัญญาให้ดูแลผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ ที่ได้มาจากการซื้อกิจการฮัทช์ จำนวน 700,000 เลขหมาย เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยลูกค้าดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ยี่ห้อ “แคท ซีดีเอ็มเอ” และสัญญาที่ 2 คือสัญญาเช่าใช้โครงข่าย เป็นระยะเวลา 14 ปี โดย กสท จะเช่าใช้โครงข่ายส่วนกลางที่ทรูมูฟได้จากการซื้อฮัทช์จำนวน 1,400 สถานีฐานจากทรูมูฟ และทรูมูฟเช่าใช้โครงข่ายของ กสท ในส่วนภูมิภาค 51 จังหวัด โดย กสท จะทำสัญญาเช่าอุปกรณ์ HSPA จากกลุ่มทรูมูฟ เพื่อนำมาปรับปรุงโครงข่ายซีดีเอ็มเอของ กสท ที่มีอยู่ 1,600 สถานีในภูมิภาค ยกระดับให้เป็นบริการ 3 จี มีกำหนดเปิดบริการเดือน เม.ย.นี้

ทั้งนี้ การทำสัญญาดังกล่าว เป็นไปตามระเบียบพัสดุสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเช่าใช้อุปกรณ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องนำเสนอที่ประชุมครม. และไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) เพราะเป็นการเช่าใช้อุปกรณ์ โดยอัยการสูงสุดตรวจสอบสัญญาเสร็จสิ้นและส่งกลับมายัง กสท แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเข้าซื้อกิจการฮัทช์ของกลุ่มทรูมูฟนั้น เป็นความพยายามในการดิ้นรนเพื่อดำเนินธุรกิจ หลังจากที่สัมปทานของทรูมูฟกำลังจะหมดอายุภายใน 2 ปีจากนี้ ประกอบกับสัญญาของทรูมูฟยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการมาตรา 13 และ 22 ตามพ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งขณะนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบการแก้ไขสัญญาสัมปทานของ 3 ค่ายมือถือ แล้วพบว่าสัญญาของทรูมูฟนั้นยังไม่ใช่ สัมปทานด้วยซ้ำ ทางทรูมูฟจึงเกรงว่าอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ จึงต้องการเร่งรัดเซ็นสัญญาใหม่ให้เรียบร้อย

นอกจากนั้น ความกังวลของกลุ่มทรูมูฟยังอยู่ที่กำหนดการเข้าพบนายกรัฐมนตรีของบริษัทสิงคโปร์  เทเลคอมมูนิเคชั่น  หรือสิงเทล  ในเครือกลุ่มเทมาเสก โฮลดิ้งส์ ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ในวันที่ 1 ก.พ. นี้ ด้วยเกรงว่าอาจมีประเด็นที่ทำให้การเซ็นสัญญาระหว่างกสท และทรูมูฟต้องยืดเยื้อ เนื่องจากการเข้าซื้อฮัทช์นั้น ถูกจำกัดให้เฉพาะกลุ่มทรูมูฟเท่านั้น ทั้งที่ทางฝั่งเอไอเอสก็ให้ความสนใจอยากเจรจากับฮัทช์เช่นกัน เนื่องจากการซื้อฮัทช์สำเร็จ จะทำให้ผู้ซื้อได้ครอบครองคลื่นความถี่เพิ่มอีก 10 MHz และมีโอกาสยืดอายุสัมปทานต่อไปอีก

ขณะเดียวกัน การลงนามในสัญญาของ 2 ฝ่ายยังควรเสร็จสิ้นก่อนบอร์ดที่มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธาน จะประเมินผลงานของนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซีอีโอ) กสท เพราะนายจิรายุทธเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเดินหน้าซื้อกิจการฮัทช์ แต่เนื่องจากนายจิรายุทธไม่ผ่านการประเมินผลงาน จึงคาดว่าอาจกระทบต่อการเซ็นสัญญาได้ ทั้งนี้ นายจิรายุทธ ไม่ผ่านการประเมินจากผลประกอบการของ กสท ในปี 2553 ระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง ขาดทุนกว่า 1,000 ล้านบาท (ไม่รวมรายได้จากสัมปทาน) แต่นายจิรายุทธกลับเสนอบอร์ดอนุมัติโบนัสให้พนักงานในอัตรา 3.6-3.8 เท่าของเงินเดือน

ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า กสท จะลงนามในสัญญากับทรูมูฟ แต่หากอัยการสูงสุดส่งร่างสัญญากลับมายัง กสท โดยไม่แก้ไขสาระสำคัญ ทาง กสท ก็สามารถลงนามได้ เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของบอร์ด กสท ส่วนนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานบอร์ด กสท เปิดเผยว่า  กสท อยู่ระหว่างการตรวจรายละเอียดสัญญา  กสท  กับทรูมูฟ จากอัยการสูงสุด เพื่อความถูกต้องของกฎหมาย เรื่องนี้บอร์ด กสท มีนโยบายสำคัญใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ 1. การดำเนินการดังกล่าว ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย 2. ให้เอกชนได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียม 3. กสท จะต้องได้รับผลประโยชน์เหมาะสม.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 มกราคม 2554, 05:30 น.

 

กสท.จับคู่ทรู-ฮัทช์ หวังเพิ่มรายได้หมื่นล้าน

Published มกราคม 11, 2011 by SoClaimon

6 มกราคม 2554, 06:45 น.

ผ่านทางกสท.จับคู่ทรู-ฮัทช์ หวังเพิ่มรายได้หมื่นล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_139260

 

กสท ฝันหวานจับคู่ทรู-ฮัทช์ เคลิ้มเพิ่มรายได้ 7,000-10,000 ล้าน

ทรู-ฮัทช์-กสท กวดจี๋ปิดบัญชีซื้อหุ้น-เซ็นสัญญาใหม่ กสท ตั้งเป้านอนรอรายได้เพิ่มปีละ 7,000-10,000 ล้านบาทจากส่วนแบ่งรายได้ 20% ภายใต้สัญญาใหม่กับทรู หลังประเคนสารพัดปัจจัยให้ ตั้งเป้าเปิดบริการ เม.ย.นี้ ด้านกรรมการมาตรา 22 ดีแทคสรุปผลเสียหายแก้สัมปทานเคาะที่ 9 พันล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่าการสรุปเงื่อนไขการเข้าซื้อหุ้นของผู้ให้บริการมือถือภายใต้แบรนด์ “ฮัทช์” ของกลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  รวมทั้งการทำสัญญาใหม่ระหว่างทรูและบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เสียบแทนสัญญาฮัทช์ เดิม จะอยู่ในราววันที่ 20 ม.ค. เป็นต้นไป โดย กสท มีเป้าหมายที่จะเปิดบริการใหม่ในระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของลูกค้านั้น คาดว่าในระยะแรกจะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของการให้บริการ 3 จีบนเทคโนโลยี HSPA ซึ่งจำเป็นต้องมีการปรับปรุง โครงข่ายเดิมที่เป็นซีดีเอ็มเอก่อน ส่วนลูกค้าฮัทช์ที่ใช้บริการเสียงเป็นหลักนั้น มีความเป็นไปได้ ว่าจะได้รับบริการที่ดีและครอบคลุมขึ้น จากการเชื่อมโครงข่าย (โรมมิ่ง) กับเครือข่าย 2 จีของบริษัททรูมูฟ จำกัด บริษัทลูกในกลุ่มทรูหลังจากที่ทรูเข้าซื้อกิจการฮัทช์เสร็จสมบูรณ์ โดยทางทรูและกสท จะร่วมมือกันให้บริการอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันก็จะแข่งกันให้บริการลูกค้าในฐานะผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ภายใต้ แบรนด์ที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าลูกค้าฮัทช์ที่ปัจจุบันมีอยู่ที่ราว 800,000 รายนั้น อาจไม่สามารถเปลี่ยนค่ายผู้ให้บริการโดยใช้เบอร์เดิมได้ เนื่องจากฮัทช์ ภายใต้ กสท ปฏิเสธที่จะเปิดบริการคงสิทธิเลขหมาย (number portability) และเป็นผู้ประกอบการที่ไปยื่นขอคุ้มครองฉุกเฉินต่อศาลให้เลื่อนการให้บริการคงสิทธิเลขหมายออกไปก่อนด้วย แต่ศาลไม่รับฟ้อง

ทั้งนี้ ภายใต้รายละเอียดการเข้าซื้อหุ้นฮัทช์ของกลุ่มทรู ฐานลูกค้าทั้งหมดจะกลายไปเป็นลูกค้าของทรู โดยทาง กสท ต้องการให้ทรูเป็นผู้ลงทุนอัพเกรดเครือข่ายทั้งหมด ทั้งในส่วนของฮัทช์ 1,400 สถานี และของ กสท จำนวน 1,600 สถานี โดย กสท จะเช่าใช้โครงข่ายเพื่อให้บริการภายใต้แบรนด์ CAT และมีเป้าหมายจะซื้อคืนโครงข่ายกลับภายใน 2 ปี เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ กสท ไม่พร้อมที่จะลงทุนขยายโครงข่ายเพิ่มเติม และ กสท จะเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้ในอัตรา 20% ถือว่าต่ำกว่าที่ทรูมูฟต้องจ่ายบนสัมปทาน 2 จี ซึ่งอยู่ที่ระหว่าง 25-30% และส่วนแบ่งจะขยับเป็น 30% ตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีนี้ นอกจากนั้น กสท ยังคาดการณ์ด้วยว่าจะมีรายได้ภายใต้สัญญาและบริการใหม่ที่ปีละ 7,000-10,000 ล้านบาท

ส่วนทรูจะได้อายุสัญญาภายใต้เงื่อนไขใหม่จำนวน 14 ปี ถือเป็นการต่อลมหายใจในการทำธุรกิจ เนื่องจากสัมปทานของทรูบนเครือข่าย 2 จีเดิมจะหมดอายุลงในปี 2556 รวมทั้งยังจะได้สิทธิในการให้บริการบนคลื่น 850 MHz ของฮัทช์ที่มีอยู่ 10 MHz รวมกับของเดิมที่มีอยู่อีก 5 MHz รวมเป็น 15 MHz ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้การให้บริการ 3 จีของทรูมีประสิทธิภาพเต็มที่ เป็นข้อแลกเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นอกเหนือ จากประเด็นการทำสัญญาใหม่กับกลุ่มทรูแล้ว ทาง กสท ยังสรุปผลการทำงานภายใต้คณะกรรมการมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งพิจารณาเรื่องการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่าง กสท และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เพื่อเสนอกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นคณะกรรมการสรุปความเสียหายจากการแก้ไขสัมปทานดีแทคว่ามีมูลค่าประมาณ 9,000 ล้านบาท

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดได้อนุมัติแต่งตั้งนายนพณัฎฐ์ หุตะเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  ดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทนนายวรุธ สุวกร ที่พ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.2554 เป็นต้นไป ถึงจนกว่าจะมีกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ซึ่งตั้งแต่เดือน ก.พ. 2554 จะเริ่มกระบวนการสรรหาและภายในเดือน เม.ย.2554 จะมีกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่อย่างแน่นอน

สำหรับการดำเนินการในปี 2554 ทีโอทีจะต้องเร่งผลักให้โครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์ มือถือ 3 จี มูลค่า 19,980 ล้านบาท เปิดประมูลและเปิดบริการได้สำเร็จภายในปีนี้ การปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมให้ทันสมัย (Next generation Network: NGN) มูลค่า 13,000 ล้านบาท.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 มกราคม 2554, 06:45 น.

 

คนไทยตั้งตารอ พ.ย.ชี้ชะตาอัพเกรด2จีเป็น3จี “ดีแทค-ทรูมูฟ”

Published ตุลาคม 18, 2010 by SoClaimon

12 ตุลาคม 2553, 17:07 น.

ผ่านทางคนไทยตั้งตารอ พ.ย.ชี้ชะตาอัพเกรด2จีเป็น3จี “ดีแทค-ทรูมูฟ” – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118302

“กสท” จ่อโละ “ซีดีเอ็มเอ” ทิ้งหันมาลงทุนHSPAแทนการซื้อ ฮัทช์ อ้างคุ้มค่าการลงทุน และไม่เกิน 5 ปี เทคโนโลยีแอลทีอี มือถือ ยุค 4 จี มาแทนที่ ซีดีเอ็มเอ ส่วนอัพเกรด 2 จี เป็น 3 จี “ดีแทค-ทรูมูฟ” รอไปก่อน…

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ให้กสท.ไปทบทวนการเข้าซื้อกิจการโครงข่ายระบบซีดีเอ็มเอและลูกค้าจาก บริษัท ฮัทชิสัน จำกัด (ฮัทช์) ฮ่องกง ใหม่ โดยให้เจรจาราคาลดลงเหลือไม่เกิน 4,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งงบไว้ 7,500 ล้านบาทนั้น ทางกสท.ได้โทรศัพท์แจ้งผู้บริหารฮัทช์ได้รับทราบ ดังนั้นคงต้องรอคำตอบจากฮัทช์เรื่องราคาซื้อขายอีกครั้งว่าจะยินยอมขายตาม ที่รมว.ไอซีทีให้นโยบายไว้หรือไม่ ขณะเดียวกันกสท.ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบการเข้าซื้อกิจการ ฮัทช์กับการลงทุนปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากซีดีเอ็มเอ เป็นเทคโนโลยี High-Speed Packet Access: HSPA ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้จะรู้ผลการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียและลงทุน แบบไหนจะคุ้มค่าการลงทุนมากกว่ากัน และหลังจากนั้นจะนำรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท.รับทราบเพื่ออนุมัติในเดือนพ.ย.นี้

นายจิรายุทธ กล่าวต่อว่า เรื่องการซื้อฮัทช์ เป็นปัญหาคาราคาซังมานานตั้งแต่ปี 2548 ดังนั้นถึงเวลาที่กสท. ต้องเลือกว่าจะเดินหน้าซื้อฮัทช์ เพื่อรวมโครงข่ายซีดีเอ็มเอทั้งในส่วน 25 จังหวัดและ 51จังหวัด หรือจะปรับเปลี่ยนการลงทุนเป็น HSPA แต่ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมบางส่วน ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นการลงทุนHSPA จะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อสถานีฐาน ขณะที่โครงข่ายซีดีเอ็มเอ มีข้อจำกัด ไม่คุ้มค่าการลงทุนในเชิงพาณิชย์ เพราะมีผู้ใช้น้อยราย ประกอบกับเครื่องลูกข่ายหรือเครื่องโทรศัพท์ต้องผลิตเฉพาะเจาะจงการใช้งาน กับระบบซีดีเอ็มเอเท่านั้น ขณะที่เครื่องลูกข่ายส่วนใหญ่รองรับHSPA ได้เกือบทุกรุ่นที่มีอยู่ในตลาด อีกทั้งในอนาคตอันใกล้ไม่เกิน 3-5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยี 3 จี ซีดีเอ็มเอก็จะหมดไป เทคโนโลยีใหม่หรือทีเรียกว่าแอลทีอีหรือมือถือยุค 4 จี ก็จะเข้ามาแทนที่

“กสท.ต้อง มีความชัดเจนเรื่องการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือว่าควรจะทำระบบใดระบบ หนึ่ง และไม่สามารถเลือกทำ 2 ระบบได้ ถ้าซื้อฮัทช์ไม่ได้ ก็ควรจะลงทุน HSPA ซึ่งโดยส่วนตัวผมมีความเห็นว่าการลงทุนHSPA น่าจะคุ้มค่าการลงทุนมากกว่า เพราะเป็นตลาดที่มีผู้ใช้จำนวนมาก ราคาอุปกรณ์ไม่แพง อีกทั้งกสท.สามารถเช่าใช้สถานีฐานของผู้รับสัมปทานคือบริษัท โทเทิ่ล แอ็กเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ได้ เพื่อลดต้นทุน ขณะที่ระบบซีดีเอ็มเอ มีข้อจำกัดหลายประการ มีผู้ใช้น้อยราย ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์ระบบซีดีเอ็มเอไม่ถึง 1 ล้านเลขหมาย ขณะที่ระบบจีเอสเอ็มมีมากกว่า 50 ล้านเลขหมาย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท. กล่าว

นายจิรายุทธ กล่าวถึงเรื่องการปรับปรุงโครงข่าย(อัพเกรด) จาก 2 จี เป็น 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมของดีแทคและทรูมูฟว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากคณะกรรมการมาตรา 22 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 ยังไม่มีข้อสรุป คาดว่าไม่เกินเดือนพ.ย.นี้จะมีคำตอบเรื่องการอัพเกรดดังกล่าวอย่างแน่นอน

นาย จิรายุทธ กล่าวต่อว่า ผลประกอบการของกสท.ในช่วง 8 เดือน(ม.ค.-ส.ค.) นั้นรายได้ของกสท.ลดลง เนื่องจากธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของกสท. มีการแข่งขันกันรุนแรง มีการปรับลดราคาลงอย่างมาก โดยรายได้กสท.ไม่รวมสัมปทานอยู่ที่ 10,394 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,687 ล้านบาท แต่หากนำรายได้จากส่วนแบ่งสัมปทานและรายได้จากฮัทช์มารวมด้วย กสท.จะมีรายได้ 31,657 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,510 ล้านบาท ดังนั้นกสท.จำเป็นต้องเร่งหาแหล่งรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือที่ต้องมีความชัดเจนโดยเร็ว หากปล่อยให้ล่าช้าออกไป กสท.จะเสียโอกาสทางธุรกิจและจะประสบปัญหาการขาดทุนอย่างแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 ตุลาคม 2553, 17:07 น.

tags:
จิรายุทธ รุ่งศรีทอง จุติ ไกรฤกษ์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ไอซีที กสท โทรคมนาคม ฮัทช์ ดีแทค ทรูมูฟ 3จี

‘กสท’ยิ้มร่าประมูล3จีแท้ง เร่งซื้อ ‘ฮัทช์’ หวังเกิดก่อน

Published กันยายน 27, 2010 by SoClaimon

24 กันยายน 2553, 18:45 น.

ผ่านทาง‘กสท’ยิ้มร่าประมูล3จีแท้ง เร่งซื้อ ‘ฮัทช์’ หวังเกิดก่อน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_113758

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง

“กสท” เร่งสปีดแผนธุรกิจซื้อ”ฮัทช์” พร้อมปรับโครงข่าย 2 จี เป็น 3 จี ฉวยโอกาสหลังศาลปกครองสูงสุดเบรกประมูล 3จี ยันไม่ใช่ตัวขัดขวางความเจริญด้านโทรคมนาคมไทย…

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท ที่มีนายวิสุทธ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธาน ว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้ระงับการ เปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกไปเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น เป็นผลจากการฟ้องร้องของ กสท ที่ต้องการให้เกิดความชัดเจนเรื่องอำนาจของ กทช. ในประเด็นการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ให้เกิดความชัดเจน ดังนั้นเมื่อคำสั่งศาลสั่งให้ กทช.ระงับการออกใบอนุญาต 3จี เป็นการชั่วคราว กสท ควรจะใช้โอกาสและจังหวะนี้ในการเร่งแผนธุรกิจสร้างรายได้ให้กับ กสท เช่น การเจรจาการซื้อกิจการของบริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ทั้งโครงข่ายและลูกค้า วงเงิน 7,500 ล้านบาท ให้สำเร็จโดยเร็ว ในสัปดาห์หน้าจะชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นการเข้าซื้อกิจการฮัทช์ให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบอีกครั้ง หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้ กสท ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

นอกจาก นี้ ยังต้องเร่งปรับปรุงโครงข่ายด้วยเทคโนโลยี HSPA เพื่อให้บริการจาก 2จี เป็น 3จี บนคลื่นความถี่เดิม ของผู้รับสัมปทาน ได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ที่ได้อนุมัติไปตั้งแต่ปี 2551 โดยจะมีการหารือในคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ในสัปดาห์หน้าเช่นกัน และจะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดพิจารณาอนุมัติแผนการปรับปรุงโครงข่าย ในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ส่วนบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอสนั้น กสท. ไม่ได้อนุมัติให้ปรับปรุง เนื่องจากคลื่นความถี่ ย่าน 850 เมกะเฮิร์ตซ (MHz) มีเพียง 25 MHz แบ่งเป็นดีแทค 10 กสท 10 และทรู 5 MHz ดังนั้นจึงไม่มีคลื่นความถี่ ให้กับดีพีซี ประกอบกับดีพีซีไม่ได้เครื่องหมายการค้า(ยี่ห้อ) ในการทำตลาดที่ชัดเจนด้วย

“จากกระแสสังคมที่ต่อต้านและกล่าวหาว่า กสท เป็นผู้ร้าย และเป็นตัวขัดขวาง 3จี นั้น ผมเชื่อว่าสังคมจะมีความเข้าใจมากขึ้น หลังได้อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ขณะเดียวกัน กสท ต้องทำความเข้าใจกับสังคมด้วยว่า การฟ้องร้องของ กสท เพราะต้องการสร้างความถูกต้อง และทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ขัดขวางและทำให้ประเทศล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด เพราะไทยมีบริการ 3จี บนคลื่นความถี่เดิมอยู่แล้ว ส่วนการยกเลิกการบริการ กสท นั้นขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการยกเลิกแต่ อย่างใด” นายจิรายุทธ กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 กันยายน 2553, 18:45 น.

tags:
จิรายุทธ รุ่งศรีทอง กสท. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กทช. ฮัทช์ ดีแทค เอไอเอส ทรูมูฟ โครงข่าย 3 จี

%d bloggers like this: