อ้อย

All posts tagged อ้อย

อ้อยพันธุ์ใหม่ ‘อู่ทอง 14 – อู่ทอง 15’

Published มกราคม 10, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151015/215144.html

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2558
อ้อยพันธุ์ใหม่ 'อู่ทอง 14 - อู่ทอง 15'

อ้อยพันธุ์ใหม่ ‘อู่ทอง 14 – อู่ทอง 15’

                      กรมวิชาการเกษตรประสบผลสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่ 2 พันธุ์ “อู่ทอง 14” “อู่ทอง 15” ให้ผลผลิตสูงถึง 18-28 ตันต่อไร่ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่แก่เกษตรกร
                      นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงพันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่เพิ่มอีก 2 พันธุ์ คือ “อ้อยพันธุ์อู่ทอง 14” และ “พันธุ์อู่ทอง 15” คณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืชได้ประกาศเป็นพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นทางเลือกให้ชาวไร่อ้อยที่ต้องการใช้พืชพันธุ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะการเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น
                      สำหรับอ้อยพันธุ์อู่ทอง 14 เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์แม่ 84-2-646 กับพันธุ์พ่ออู่ทอง 3 ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี อ้อยพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นคือ ปลูกในพื้นที่ดินด่าง pH 7.8 ให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 21.19 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 ที่ให้ผลผลิต 14.96 ตันต่อไร่ คิดเป็น 42% และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 3.34 ตันซีซีเอสต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 คิดเป็น 58%
                      หากปลูกในดินด่างชุดตาคลีที่มี pH 8.1 จะให้ผลผลิต 17.1 ตันต่อไร่ ส่วนในดินด่างชุดลำนารายณ์ที่ค่า pH 8.0 จะให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 27.32 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 และเมื่อปรับปรุงดินด้วยการใส่กำมะถันผงในอ้อยปลูก จะให้ผลผลิตสูงถึง 28.64 ตันต่อไร่ ขณะที่พื้นที่ปลูกปลายฝนเขตน้ำฝน จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 18.28 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ที่ให้ผลผลิต 16.56 ตันต่อไร่ คิดเป็น 10% และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.57 ตันซีซีเอสต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 คิดเป็น 8% สำหรับพื้นที่ปลูกต้นฝนเขตน้ำฝนให้ผลผลิตเฉลี่ย 12.53 ตันต่อไร่
                      ส่วนอ้อยพันธุ์อู่ทอง 15 เป็นลูกผสมตัวเองของพันธุ์อู่ทอง 2 มีลักษณะเด่น คือ ถ้าปลูกในดินร่วนปนทรายจะให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 16.97 ตัน/ต่อร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 ที่ให้ผลผลิต 15.08 ตันต่อไร่ คิดเป็น 13% ทั้งยังสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง 3 ที่ให้ผลผลิต 15.55 ตันต่อไร่ คิดเป็น 9% และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.47 ตันซีซีเอสต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ K84-200 คิดเป็น 11% และสูงกว่าพันธุ์อู่ทอง3 คิดเป็น 5%
                      สำหรับพื้นที่ปลูกปลายฝนเขตน้ำฝนให้ผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ย 17.91 ตันต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ที่ให้ผลผลิต 14.53 ตันต่อไร่ คิดเป็น 23% และให้ผลผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 2.37 ตันซีซีเอสต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ประมาณ 12% เป็นต้น สนใจสอบข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุพรรณบุรี โทร.0-3555-1543, 0-3555-1433
โฆษณา

ความสัมพันธ์ระหว่างอายุเก็บเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลในอ้อยพันธุ์ต่าง ๆ

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002049&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ปรีดา จาติกวณิช; ภาวิณี โชติกันตะ; นริศร ขจรผล; ปรีชา สุริยพันธุ์
ชื่อเรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างอายุเก็บเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลในอ้อยพันธุ์ต่าง ๆ
Article title: Relationship between time of harvest and quality of juice in various sugarcane varieties
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 63
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
หมวดรอง: F01-Crop husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SACCHARUM OFFICINARUM, VARIETIES, HARVESTING DATE, YIELDS, QUALITY
ดรรชนี-ไทย: อ้อย, พันธุ์, อายุเก็บเกี่ยว, ปริมาณน้ำตาล
หมายเลข: 002049 KC1801065
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การใช้สารละลาย เตตราไซคลิน ไฮโดรคลอไรด์ ในน้ำร้อนในการป้องกันกำจัดโรค

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002042&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นิพนธ์ ทวีชัย; นิวัฒน์ เสนาะเมือง
ชื่อเรื่อง: การใช้สารละลาย เตตราไซคลิน ไฮโดรคลอไรด์ ในน้ำร้อนในการป้องกันกำจัดโรค
Article title: Tetracycline hydrochloride in hot water treatment in control white leaf disease of sugarcane
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 56
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: H20-Plant diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SACCHARUM OFFICINARUM, PLANT DISEASES, HEAT TREATMENT, ANTIBIOTICS, DISEASE CONTROL
ดรรชนี-ไทย: อ้อย, โรคใบขาว, น้ำร้อน, เตตราไซคลิน ไฮโดรคลอไรด์, การป้องกันกำจัดโรค
หมายเลข: 002042 KC1801058
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของเตตราไซคลิน ไฮโดรคลอไรด์ในน้ำร้อนต่อเชื้อมายโคพลาสมาในอ้อยเป็นโรคใบขาว

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002041&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุพัฒน์ อรรถธรรม; นิพนธ์ ทวีชัย; นิวัฒน์ เสนาะเมือง
ชื่อเรื่อง: ผลของเตตราไซคลิน ไฮโดรคลอไรด์ในน้ำร้อนต่อเชื้อมายโคพลาสมาในอ้อยเป็นโรคใบขาว
Article title: Effect of tetracycline hydrochloride in hot water treatment on mycoplasma-like bodies associated with white leaf disease of sugarcane
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 55
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: H20-Plant diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SACCHARUM OFFICINARUM, PLANT DISEASES, MYCOPLASMA, HEAT TREATMENT, ANTIBIOTICS, LEAVES, PLANT ANATOMY
ดรรชนี-ไทย: อ้อย, โรคใบขาว, เชื้อมัยโคพลาสมา, น้ำร้อน, เตตราไซคลิน ไฮโดรคลอไรด์, ใบอ้อย, โครงสร้างทางจุลภาค
หมายเลข: 002041 KC1801057
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อยแบบเกษตรกรมีส่วนร่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดนครราชสีมา

Published กุมภาพันธ์ 18, 2013 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author เบญจมาศ คำสืบ pdf
Title การทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อยแบบเกษตรกรมีส่วนร่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดนครราชสีมา Type Journal Article
Year (down) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author สมสิทธิ์ จันทรักษ์, รัชดา ปรัชเจริญวนิชย์, สายชล แสงแก้ว, พัชรี เนียมศรีจันทร์ Thesis
Address ศูนย์วิจัยพืชไร่นครราชสีมา, ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตชัยภูมิ, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร
Keywords การพัฒนาระบบการผลิต และเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อย
Abstract จากการดำเนินการทดสอบ และพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อยแบบเกษตรกรมีส่วนร่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดนครราชสีมา โดยเริ่มดำเนินการทดสอบตั้งแต่เดือนมกราคม 2549 ถึงเดือนพฤษภาคม 2551 ซึ่งมีกรรมวิธีทดสอบคือ 1. พันธุ์อ้อยดีเด่น (94-2-200) + เทคโนโลยีที่เหมาะสมตามสภาพปัญหา 2. พันธุ์อ้อยดีเด่น (94-2-200) + เทคโนโลยีเกษตรกร และ 3. วิธีเกษตรกร : พันธุ์เกษตรกร (K 90-77) + เทคโนโลยีเกษตรกร มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มผลผลิตอ้อยในจังหวัดนครราชสีมาไม่น้อยกว่า 12 ตันต่อไร่ จากการทดสอบพบว่า ในปีที่ 1 สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกรกรรมวิธีทดสอบที่ 2 ได้เพียงแปลงเดียว ส่วนกรรมวิธีที่ 1 และ 3 เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตไปก่อนการเก็บข้อมูล ในด้านการเจริญเติบโต พบว่ากรรมวิธีที่ 1 มีการเจริญเติบโตดีกว่ากรรมวิธีอื่น ๆ เมื่อเก็บเกี่ยวกรรมวิธีที่ 2 ได้ผลผลิต 8.57 ตัน/ไร่ อ้อยมีเส้นผ่าศูนย์กลางลำเท่ากับ 2.99 เซนติเมตร ความหวานกลางลำ 28.74 องศาบริกซ์ จำนวนปล้องต่อลำเท่ากับ 16 น้ำหนักต่อลำเท่ากับ 1.56 กิโลกรัม และมีจำนวนลำเก็บเกี่ยว 7,437 ลำ/ไร่ ในปีที่ 2 ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากเกษตรกรต้องการใช้เป็นท่อนพันธุ์สำหรับปลูกอ้อยต้นฝน (พฤษภาคม)
Publisher ศูนย์วิจัยพืชไร่นครราชสีมา Place of Publication กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 250
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print

การพัฒนาระบบการผลิตและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

Published กุมภาพันธ์ 18, 2013 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author วันทนา เลิศศิริวรกุล pdf
Title การพัฒนาระบบการผลิตและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน Type Journal Article
Year (down) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author สำนอง นวลอ่อน, ศรีสุดา ทิพยรักษ์, พัชรี เนียมศรีจันทร์ Thesis
Address สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3, ศูนย์วิจัยพืชไร่กาฬสินธุ์, ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร
Keywords การพัฒนาระบบการผลิตและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อย
Abstract การพัฒนาระบบการผลิตและเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตอ้อยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาการผลิตอ้อยของเกษตรกรในแหล่งปลูกอ้อยจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดกาฬสินธุ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตอ้อยที่สามารถเพิ่มผลผลิตสูงกว่าวิธีการผลิตของเกษตรกร การดำเนินงานแบ่งเป็น 2 การทดลอง ได้แก่ การทดสอบพันธุ์แนะนำและเทคโนโลยีการผลิตอ้อยในพื้นที่เกษตรกร และการทดสอบการปรับปรุงบำรุงดินในแปลงปลูกอ้อยของเกษตรกร โดยการทดลองที่ 1 เป็นการทดสอบพันธุ์ขอนแก่น 3 เปรียบเทียบกับพันธุ์เกษตรกร จำนวน 9 แปลง พื้นที่ทดสอบ 28 ไร่ และการทดลองที่ 2 เป็นการทดสอบการปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอก จำนวน 6 แปลง พื้นที่ทดสอบ 16 ไร่ ผลการทดสอบพบว่าการใช้พันธุ์ขอนแก่น 3 สามารถเพิ่มผลผลิตอ้อยได้ร้อยละ 5.6 โดยมีศักยภาพในการให้ผลผลิตเหนือพันธุ์อีเหี่ยว พันธุ์LK และ พันธุ์ขอนแก่น80 ร้อยละ 23.7 11.6 และ 6.0 ตามลำดับ แต่ให้ผลผลิตต่ำกว่า พันธุ์ K84-200 และ อู่ทอง 6 ร้อยละ 11.3 และ 10.0 ตามลำดับ การใช้ปุ๋ยคอกบำรุงดินแปลงปลูกอ้อย โดยใส่รองพื้น อัตรา 1 ตัน/ไร่ สามารถเพิ่มผลผลิตอ้อยได้ร้อยละ 11.1 อ้อยมีการตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยคอกมากที่จังหวัดขอนแก่น โดยการใช้ปุ๋ยคอกรองพื้นได้ผลผลิตเฉลี่ย 17.0 ตัน/ไร่ สูงกว่าการไม่ใส่ปุ๋ยคอกร้อยละ 20 ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์การใส่ปุ๋ยคอกหรือไม่ใส่ปุ๋ยคอกให้ผลผลิตเฉลี่ยใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะในแหล่งปลูกอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น การใช้พันธุ์ขอนแก่น 3 สามารถให้ผลผลิตสูงถึง 17.4 ตัน/ไร่ สูงกว่าพันธุ์เกษตรกรร้อยละ 14.4 หากมีการบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกร่วมด้วยจะให้ผลผลิตสูงถึง 23 ตัน/ไร่ หรือสูงกว่าการไม่ใส่ปุ๋ยคอกร้อยละ 33.9
Publisher สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 Place of Publication กรมวิชการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 249
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print

ขนาดและตัวอย่างสุ่มที่เหมาะสมสำหรับประเมินผลผลิตอ้อยในไร่เกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

Published กุมภาพันธ์ 5, 2013 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author ชลธิชา เตโช pdf
Title ขนาดและตัวอย่างสุ่มที่เหมาะสมสำหรับประเมินผลผลิตอ้อยในไร่เกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง Type Journal Article
Year (up) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author Thesis
Address ศูนย์สารสนเทศ, ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตมหาสารคาม, ศูนย์วิจัยพืชไร่นครราชสีมา กรมวิชาการเกษตร
Keywords ฐานข้อมูลผลผลิตพืชเศรษฐกิจตามอายุและสภาพแวดล้อมและปัจจัยการผลิต
Abstract ในการสุ่มตัวอย่างเพื่อประเมินผลผลิตอ้อยในไร่เกษตรกรเขตน้ำฝนได้ดำเนินงานในปีงบประมาณ 2549 และทำการทดลองซ้ำ ในปี 2550 เพื่อยืนยันผล สำหรับอ้อยปลูกและอ้อยตอ 1 โดยทำการสุ่มเกษตรกรในจังหวัดนครราชสีมา และ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งปลูกอ้อยขนาดเนื้อที่ 2-30 ไร่ ระยะปลูก 1.3 x 0.5 เมตร จำนวน 10 แปลง ในปี 2549 เก็บข้อมูลผลผลิตอ้อยปลูก ในปี 2550 เก็บผลผลิตอ้อยตอ 1 ในแปลงเดิม และเก็บข้อมูลเพิ่มเติมโดยเก็บผลผลิตอ้อยปลูก10 แปลง และ ตอ 1 อีก 20 แปลง แต่ละแปลงสุ่มเก็บ ผลผลิต 3 จุดตัวอย่าง เนื้อที่แต่ละจุด 120 ตารางเมตร มี 10 แถว ยาว 9 เมตร ภายในแปลงเก็บเป็นหน่วยย่อย จำนวน 9 ส่วน ชั่งและบันทึกข้อมูลตามหน่วยย่อยที่แบ่ง นำมาจัดให้เป็นผลผลิตจากเนื้อที่ที่มีขนาดและรูปร่างที่ต่างกันได้ 25 แบบ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลทางสถิติ ซึ่งผลการทดลอง ทั้ง 2 ปี ให้ผลที่สอดคล้องกัน สรุปได้ว่า สำหรับอ้อยปลูก เนื้อที่สุ่มตัวอย่างขนาด 7.8 ตารางเมตร รูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า จำนวน 6 แถวยาว 1 เมตร จำนวนตัวอย่างที่ใช้สุ่มคือ 7 จุด และ 5 จุด ด้วยระดับความเชื่อมั่น 95% และ 90% ตามลำดับ เมื่อกำหนดให้ค่าประมาณผิดจากค่าจริง (d) เป็น 15% และ จำนวนตัวอย่าง 15 จุด และ 11 จุดด้วย ระดับความเชื่อมั่น 95% และ 90% ตามลำดับ เมื่อกำหนดให้ค่าประมาณผิดจาก ค่าจริง 10% สำหรับอ้อยตอ 1 ใช้เนื้อที่สุ่มตัวอย่างขนาด 7.8 ตารางเมตร เท่ากับอ้อยปลูก แต่ ต้องสุ่มตัวอย่างเพิ่มเป็น 9 จุด และ 6 จุด ด้วยระดับความเชื่อมั่น 95% และ 90% ตามลำดับ เมื่อกำหนดให้ค่าประมาณผิดจากค่าจริง 15% และจำนวนตัวอย่าง 19 จุด และ 14 จุด ด้วยระดับความเชื่อมั่น 95 % และ 90 % ตามลำดับเมื่อกำหนดให้ค่าประมาณผิดจากค่าจริงเป็น 10 %
Publisher ศูนย์สารสนเทศ Place of Publication กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 198
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print

การเลี้ยงเนื้อเยื่ออ้อยเพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์

Published กุมภาพันธ์ 4, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002005&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: บุญเทือง โพธิ์เจริญ; ทนง พรประดับเกียรติ์; ไพบูลย์ กวินเลิศวัฒนา
ชื่อเรื่อง: การเลี้ยงเนื้อเยื่ออ้อยเพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์
Article title: Tissue culture as a tool for the sugar cane improvement
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 20
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: F02-Plant propagation
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SACCHARUM OFFICINARUM, TISSUE CULTURE, BUDS, LEAVES, CULTURE MEDIA, GROWTH
ดรรชนี-ไทย: อ้อย, การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ, ตาข้าว, ใบอ่อน, สูตรอาหาร, แคลลัส, การเจริญเติบโต
หมายเลข: 002005 KC1801021
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลิตปุ๋ยคุณภาพปลูก’อ้อย-มันสำปะหลัง’

Published มกราคม 24, 2013 by SoClaimon

ผลิตปุ๋ยคุณภาพปลูก’อ้อย-มันสำปะหลัง’

ผลิตปุ๋ยคุณภาพปลูก’อ้อย-มันสำปะหลัง’

มิตรผลผนึก ‘ศักดิ์สยาม’ ผลิตปุ๋ยคุณภาพ ป้อนเกษตรกรผู้ปลูก ‘อ้อย-มันสำปะหลัง’ : สุรัตน์ อัตตะ … รายงาน

                            ไม่ปฏิเสธว่าการร่วมมือทางการค้าด้วยการสร้างเครือข่ายตามความถนัดในแต่ละธุรกิจในภาคการเกษตร ไม่เพียงเป็นทางออกในเรื่องการลดต้นทุนในเชิงการบริหารจัดการเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยเฉพาะปุ๋ย ต้นทุนการผลิตที่สำคัญสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศ

ประวิทย์ ประกฤตศรี กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพลังงาน มิตรผล ไบโอฟูเอล กล่าวถึงความร่วมมือทางการค้าระหว่าง บจก.เพิ่มผลผลิตในเครือของมิตรผลกรุ๊ป กับ บจก.ศักดิ์สยาม อินเตอร์ ซัพพลาย ว่า เนื่องจากกลุ่มมิตรผลมีความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี และแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มฐานการผลิตปุ๋ยเพิ่ม โดยมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทศักดิ์สยาม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการผสมปุ๋ยบาวเบนเพื่อใช้ในกลุ่มของมิตรผล ที่กำลังขยายธุรกิจทางการเกษตรไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า

“เราควรจะมีธุรกิจบางส่วนเพื่อจะได้รู้ความเป็นไปความเคลื่อนไหวของวัตถุดิบ การผลิตและการตลาดเพื่อทำให้ชาวไร่ของกลุ่มมิตรผลได้ใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสม เราใช้เวลาเตรียมการค่อนข้างนานพอสมควร ศึกษาต้นทุน ราคาตลาด ผู้ประกอบการ แต่หลังได้ศึกษาอย่างละเอียดทั้งหมดแล้วพบว่าเราไม่สามารถทำทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับผู้ผลิตปุ๋ยที่มีความชำนาญอยู่แล้วเป็นวิธีที่ดีที่สุดแทนที่เราจะผลิตเอง”

ประวิทย์กล่าวระหว่างลงนามในพิธีความร่วมมือทางการค้ากับศักดิ์สยาม อินเตอร์ ซัพพลาย ผู้นำเข้าแม่ปุ๋ยและผลิตปุ๋ยรายใหญ่ ภายใต้สัญลักษณ์ทางการค้าตรา “ซอยส์เมต” เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ชาวไร่อ้อยและเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการป้อนโรงงานผลิตน้ำตาลของมิตรผล ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานและภาคกลาง

“เรามีพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดประมาณ 1.9 ล้านไร่ ปีหนึ่งๆ ต้องใช้ปุ๋ยไม่ต่ำกว่า 1 แสนตัน ที่ผ่านมาเราใช้วิธีการประมูล เพราะราคาปุ๋ยมันขึ้นลงตามราคาตลาดโลก ที่ต้องระวังอย่าไปซื้อตอนมันแพง บางครั้งช่วงมันถูกไม่สามารถซื้อเก็บได้ ด้วยเม็ดเงินที่ลงทุนจำนวนมหาศาลและดอกเบี้ยที่ไหลตลอดเวลา สุดท้ายเราไม่สามารถผลิตเองได้ก็ต้องพึ่งผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จากการทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่งพบว่า ศักดิ์สยามมีวิวัฒนาการและมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย มีกำลังการผลิตที่ดีคือให้ทางศักดิ์สยามนำเข้าวัตถุดิบและผลิตแล้วเราจัดจำหน่ายแก่ชาวไร่”

บอสใหญ่กลุ่มธุรกิจพลังงานมิตรผล ไบโอฟูเอล ยอมรับว่า แม้มิตรผลจะมีโรงงานผลิตปุ๋ยอยู่ถึง 2 โรงอยู่ที่โรงงานน้ำตาลภูเขียว 1 โรง มีกำลังการผลิต 6,000 ตันต่อปี และที่แขวงสุวรรณเขต ส.ป.ป.ลาวอีก 1 โรง มีกำลังการผลิต 5 หมื่นตันต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อเทียบกับศักดิ์สยามที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 800-1,000 ตันต่อวัน

“คิดว่าหลังจากนี้เราน่าจะลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 5% ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นนะที่เขาต้องทำกำไร แต่ธุรกิจปุ๋ยทำอย่างไรจึงจะลดต้นทุนได้ เราก็พยายามจัดหาปุ๋ยโดยภาพรวมให้ต่ำราคาตลาด ทำให้ชาวไร่ได้ใช้ปุ๋ยที่ดี มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม สำหรับสูตรที่ผลิตมีอยู่ 3 ตัว สูตร 16-16-8 เป็นตัวรองพื้นกรณีปลูกใหม่ สูตร 21-7-8 ช่วงนี้ต้องการความหวาน อีกตัวยอดฮิตสูตร 46-0-0 เร่งต้นเร่งใบ” ประวิทย์กล่าว

ขณะที่ ทวีศักดิ์ สุทิน ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ปุ๋ย ศักดิ์สยามและนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทยกล่าวเสริมว่า เบื้องต้นจะทำการผลิตปุ๋ยส่งให้กับ บจก.เพิ่มผลผลิต กลุ่มธุรกิจพลังงานมิตรผล ไบโอฟูเอล จำนวน 1 หมื่นตัน โดยผลิตใน 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่สูตร 16-16-8 เป็นปุ๋ยใส่รองพื้นกรณีปลูกใหม่ สูตร 21-7-8 ใส่เพื่อต้องการความหวานและอีกตัวยอดฮิตคือสูตร 46-0-0 ช่วงที่ต้องการเร่งต้นเร่งใบ

“ปริมาณการผลิตของบริษัททั้งหมดประมาณ 2 แสนต่อปี เบื้องต้นเขาขอแค่ 1 หมื่นตันก่อน แต่สิ่งที่เราร่วมมือกันในวันนี้คือ ต้องการพัฒนาคุณภาพของปุ๋ย ซึ่งเรามีความถนัดในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต การนำเข้าแม่ปุ๋ยจากทั่วโลก เรามีบริษัทวิจัย ดินตรงไหนขาดธาตุตัวไหน  ทำยังไงให้อ้อยของเมืองไทยของมิตรผลลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้ได้ นี่คือสิ่งที่เราร่วมมือกันวันนี้ ถ้าสามารถเพิ่มผลผลิตก็เท่ากับลดต้นทุน ปกติบริษัทปุ๋ยทำร่วมกันแบบนี้น้อยมาก”

บอสใหญ่ศักดิ์สยามเผยต่อว่า สำหรับเครื่องเบ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่บริษัทได้พัฒนามาจากเครื่องเดิมและเป็นเครื่องแรกของประเทศไทย ขณะนี้มีอยู่ 2 ชุด มีกำลังผลิตชั่วโมงละ 60 ตัน โดยนำเข้าแม่ปุ๋ยมาจากทางยุโรป โดยเฉพาะเบลารุสและรัสเซีย เนื่องจากไม่มีปัญหาในเรื่องเปอร์เซ็นต์ไม่แน่นอน ซึ่งถ้าเราพัฒนาเครื่องจักรเทคโนโลยีทันสมัย หากแต่ใช้วัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพและได้มาตรฐานก็จะไม่มีประโยชน์อันใด เพราะสุดท้ายก็ได้ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ

“ของเราเองก็มี 2 แบรนด์ตราสิงโตสยามกับพลอยเกษตร ตอนนี้เราได้ขยายฐานการตลาดมุ่งเข้าไปส่งเสริม ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์   ส.ป.ป.ลาวและกัมพูชา เพื่อปูทางสู่เออีซีในอีก 2 ปีข้างหน้า ของเรามีทุกตัวใช้ได้กับทุกพืช ทั้งนาข้าง พืชไร่ ยางพารา ส่วนการจัดจำหน่ายในระบบฟรีมาร์เก็ตทั่วๆ ไป กลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ เอเย่นต์ สหกรณ์ สหกรณ์จะซื้อในแบรนด์ของเรา แล้วก็จำหน่ายแม่ปุ๋ยด้วย คือตอนนี้เกษตรกรนิยมใช้ในรูปของปุ๋ยสั่งตัดมากขึ้น ซื้อแม่ปุ๋ยไปผสมเองตามความเหมาะสมจะเพิ่มจะลดตัวไหนขึ้นอยู่กับพื้นที่ สภาพภูมิอากาศและพืชที่ปลูก” ทวีศักดิ์กล่าวย้ำ พร้อมการันตีทิ้งท้ายในฐานะนายกสมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทยว่า

คุณภาพปุ๋ยเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าคุณภาพได้ เมื่อนั้นมันจะขายตัวมันเองได้ เพราะเขามีกำไร ได้ผลผลิตเพิ่ม ถ้าเราไปหลอกเขาขาย ถึงโฆษณายังไงก็ไม่ได้ เชื่อมั่นว่าเรื่องคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญที่สุด

นับเป็นอีกก้าวของความร่วมมือของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเกษตรไทยเพื่อการผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดที่ไม่เพียงมุ่งเป้าหมายเพื่อเกษตรกรไทยเท่านั้น แต่ยังขยายฐานการตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย

——————–

(มิตรผลผนึก ‘ศักดิ์สยาม’ ผลิตปุ๋ยคุณภาพ ป้อนเกษตรกรผู้ปลูก ‘อ้อย-มันสำปะหลัง’ : สุรัตน์ อัตตะ … รายงาน)

ลิ้มรสหวานจากน้ำตาลอ้อย

Published มกราคม 19, 2013 by SoClaimon

http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=4128

กิน อยู่ คือ : ลิ้มรสหวานจากน้ำตาลอ้อย (29 ธ.ค. 2555)

น้ำตาลอ้อยความหวานจากธรรมชาติ ภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดกันมานับร้อยๆปี ที่มีเอกลักษณ์ของกลิ่น สีและรสชาติที่ไม่เหมือนใคร วันนี้น้ำตาลอ้อยกำลังถูกแทนที่ด้วยน้ำตาลทรายสีขาวๆ จากระบบโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้การที่เราบริโภคแต่น้ำตาลทราย ยังส่งผลไปถึงเกษตรกรที่เปลี่ยนมาปลูกอ้อยสายพันธุ์จากต่างประเทศที่ให้ผลผลิตมากกว่าอ้อยพื้นเมืองที่เราเคยรู้จักกัน ติดตามชมได้ในรายการกิน อยู่…คือ วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555 เวลา 11.30-12.00 น. หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

%d bloggers like this: