อุตสาหกรรม

All posts tagged อุตสาหกรรม

แนะดันอุตสาหกรรมหมู ชี้ศักยภาพไทยได้เปรียบหลายชาติอาเซียน/ตลาดส่งออกยังเปิดกว้าง

Published พฤษภาคม 21, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/6603

วันจันทร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 09.41 น.

tags : แนะดันอุตสาหกรรมหมู ชี้ศักยภาพไทยได้เปรียบหลายชาติอาเซียน/ตลาดส่งออกยังเปิดกว้าง

 

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปี 2555 คาดว่าไทยจะสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อหมูไปยังญี่ปุ่นในรูปของหมูต้มสุกและแปรรูปได้มากขึ้น จากที่เคยส่งออกได้ประมาณปีละ 800 ตัน เป็น 2,000 ตัน ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการที่ญี่ปุ่นมีปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดทำให้ต้องมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์หมูจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยผลิตหมูได้ปีละ 12 ล้านตัว หรือประมาณ 89,000 ตัน ขณะที่ประเทศเวียดนามมีการผลิตหมูในรอบปีที่ผ่านมาประมาณ 23 ล้านตัว ซึ่งสูงกว่าไทย 1 เท่าตัว และประเทศฟิลิปปินส์มีการผลิตทั้งประเทศ ปีละ 13 ล้านตัว อย่างไรก็ตามการส่งออกหมูต้มสุกและผลิตภัณฑ์ของไทยยังทำได้จำกัด เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคปากเท้าเปื่อยเช่นเดียวกับประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของโรคระบบทางเดินหายใจ (PRRS) และโรคแท้ง (PED) อีกทั้งการผลิตหมูของไทย ยังคงเป็นไปเพื่อการบริโภคภายในประเทศมากกว่าเป้าหมายการส่งออก

นายนิวัติ กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีการผลิตหมูประมาณ 100 ล้านตันต่อปี ไทยผลิตได้ ประมาณ 89,000 ตัน ไม่ถึง 1% ของโลก โดยสหรัฐอเมริกา บราซิล และเวียดนาม มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่จีนและแคนนาดามีกำลังผลิตลดลง ประมาณ 1-3% เมื่อเทียบกับการผลิตของโลก อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบความได้เปรียบการส่งออกเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ของไทยกับหลายประเทศ จุดแข็งของไทยอยู่ที่การมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าจีนและมีอัตราการแลกอาหารเป็นเนื้อที่ถือว่าต่ำมาก คือประมาณ 2.6 (น้ำหนักสัตว์ที่เพิ่มขึ้นต่ออาหารที่ให้ไป 1 กิโลกรัม) มีเทคนิคการผลิตที่เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานสากลและดีกว่าประเทศอาเซียนด้วยกัน

“ไทยควรหันมาให้ความสำคัญกับการส่งออกหมู ทั้งในรูปหมูต้มสุกและผลิตภัณฑ์แปรรูปให้มากยิ่งขึ้น เพราะเรามีจุดแข็งและความได้เปรียบในการส่งออกหลายประการเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ในแถบอาเซียนด้วยกัน แม้ว่าความต้องการบริโภคภายในประเทศจะมีมากถึงร้อยละ 80-90 ของการผลิต แต่ยังมีช่องทางและโอกาสที่จะขยายการส่งออกไปต่างประเทศได้อีกมาก” นายนิวัติ กล่าว

ประเทศไทยกับผู้นำอุตสาหกรรมนมในอาเซียน

Published มีนาคม 31, 2012 by SoClaimon

ประเทศไทยกับผู้นำอุตสาหกรรมนมในอาเซียน

  • 31 มีนาคม 2555 เวลา 07:46 น.

นับถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ที่ประเทศไทยรู้จักกับอาชีพการเลี้ยงโคนม หนึ่งในอาชีพพระราชทาน

อันเกิดจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระประสงค์ให้คนไทยมีอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต

ในปัจจุบัน พบว่าอาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคนมมีจุดเริ่มต้นที่ อ.มวกเหล็ก และได้กระจายไปเกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถเลี้ยงได้ในสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีรายจ่ายสูง แต่ผลกำไรตอบแทนที่ได้รับถือว่าสูงกว่าอาชีพเกษตรกรอื่นๆ อยู่หลายเท่า ซึ่งที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. นอกจากจะทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำนมดิบในประเทศแล้ว ยังมีส่วนในการนำวิชาการด้านการเลี้ยงโคนมมาเผยแพร่ให้กับเกษตรกร เช่น การส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้หญ้าแทนการใช้อาหารข้นสำเร็จรูปในการเลี้ยงโคนม การให้บริการผสมเทียม การผลิตและจัดจำหน่ายปัจจัยการเลี้ยงโคนมในราคาถูก ซึ่งทำให้เกษตรกรลดต้นทุนในการเลี้ยงโคนม และให้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด

นพดล ตันวิเชียร รองผู้อำนวยการทำการแทนผู้อำนวยการ อ.ส.ค. บอกกับเราว่า ความสำเร็จของอุตสาหกรรมนมไทย นอกจากจะมาจากองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงโคนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมแล้ว การบริหารจัดการน้ำนมดิบอย่างเป็นระบบยังถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่ช่วยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนมไทย เพราะในอดีตที่ผ่านมา ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดคือปัญหาหลักที่คอยฉุดรั้งอุตสาหกรรมนมไม่ให้เดินหน้า ซึ่งสาเหตุเกิดจากการใช้นมผงนำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ซึ่งนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต และผลิตภัณฑ์นมยังมีน้อย ดังนั้นการแก้ปัญหาในระยะยาวคือ การส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่าของนมสด ซึ่งมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการเหนือกว่านมผงหลายเท่า และส่งเสริมค่านิยมการเลือกดื่มผลิตภัณฑ์นมที่ทำมาจากนมโคสดแท้ นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมนมหันมาใช้นมโคสดแท้ในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อดึงน้ำนมดิบในระบบให้มากที่สุด ส่วนอีกหนึ่งทางแก้ในอนาคตคือ อาจจะต้องพัฒนาโรงงานผลิตนมผง ภายใต้การควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อเป็นการแข่งขันกับนมผงนำเข้าจากต่างประเทศที่มีราคาถูกและยังไม่ได้คุณภาพ ซึ่งการผลิตนมผงถือเป็นเทคโนโลยีสูงสุดของอุตสาหกรรมนม

ในปัจจุบัน อ.ส.ค. มีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและสหกรณ์โคนมในความดูแลมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่รวบรวมน้ำนมดิบเพื่อส่งต่อมายังโรงงานผลิตนม อ.ส.ค. มีปริมาณเฉลี่ย 500 ตันต่อปี หรือคิดเป็น 182,500 ตันต่อปี ถือได้ว่าเป็นองค์กรรับซื้อน้ำนมดิบมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งน้ำนมดิบเหล่านี้นอกจากจะนำมาผลิตเป็นนม ไทย–เดนมาร์ค แล้ว ส่วนหนึ่งนำไปผลิตเป็นนมในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน โดยโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารอาหารและภาวะทุพโภชนาการในเด็ก ซึ่งได้รับคำแนะนำจาก FAO หรือ Food Agriculture Organization เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กไทยได้ดื่มนม ซึ่งนมเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อันจะส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็ก ส่งผลให้ทุกวันนี้เด็กไทยกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ ได้มีโอกาสดื่มนมโรงเรียนที่มีคุณภาพถึง 260 วันต่อปี

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้า อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี มีพื้นที่บริหารจัดการกว่า 2,000 ไร่ นอกจากจะเป็นฟาร์มตัวอย่างและศูนย์กลางการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมในประเทศแล้ว ที่นี่ยังเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสและชื่นชมกับธรรมชาติที่สวยงาม รวมไปถึงบรรยากาศคาวบอยที่มีฝูงวัวใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย เช่น การขับรถ ATV ขี่จักรยานเสือภูเขา การทดลองรีดนมโค การป้อนนมลูกโค และการทำปุ๋ยอินทรีย์นมสด จึงทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาเที่ยวเป็นครอบครัว ซึ่งอัตราค่าบริการถือว่าถูกและคุ้มค่า ที่สำคัญไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ ใช้เส้นทางพหลโยธินขาออก มุ่งหน้าสู่ถนนมิตรภาพเพียงระยะเวลา 2 ชั่วโมงเท่านั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ได้จัดงานเฉลิมฉลองในโอกาสก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 แห่งความเติบโตและเข้มแข็งของนมโคสดแท้ นมกล่องแรกของคนไทย ณ ลานสยามพารากอน ซึ่งภายในงานนอกจากจะจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพโคนมและคุณประโยชน์ของนมแล้ว ยังมีเซเลบริตีและศิลปินดารานักร้องมาร่วมกิจกรรมในงานดังกล่าว พร้อมทั้งเปิดตัวพรีเซนเตอร์นม ไทย–เดนมาร์ค “ลีโอ พุฒ และครอบครัว” ซึ่งนพดลกล่าวทิ้งท้ายกับเราว่า วันนี้ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมโคนมสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเรามีโคนมมากที่สุด มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีภูมิความรู้มากที่สุด มีหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่ทันสมัยเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมากที่สุด ดังนั้นในอนาคตข้างหน้าประเทศไทยก็ยังจะเป็นผู้นำอุตสาหกรรมด้านโคนมในภูมิภาคนี้ต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากคนไทย ในการหันมาดื่มนมให้มากขึ้น เพื่อสุขภาวะที่สมบูรณ์และเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศไทย

การศึกษาถึงอุตสาหกรรมยางธรรมชาติโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประเทศไทย

Published มีนาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000727&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรัตน์ วายากูล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาถึงอุตสาหกรรมยางธรรมชาติโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประเทศไทย
Article title: Study of the natural rubber with special reference to Thailand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 7 สาขาพืช และ ชีววิทยา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2511
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences seventh session : Plant and Biological Sciences
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2511
หน้า: หน้า 3-4
จำนวนหน้า: 164 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2511)
หมวดหลัก: E21-Agro-industry
ดรรชนี-ไทย: ยางธรรมชาติ, อุตสาหกรรมยาง, ราคา, การแข่งขัน, การตลาด, คุณภาพ
หมายเลข: 000727 KC0701001
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

อุตสาหกรรมยางธรรมชาติในประเทศไทย

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000626&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Brookson, C.W.
ชื่อเรื่อง: อุตสาหกรรมยางธรรมชาติในประเทศไทย
Article title: Natural rubber industry in Thailand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 : สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2510
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences sixth session : Plant and Biological Sciences, Animal Science, and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2510
หน้า: หน้า 13-17
จำนวนหน้า: 646 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2510)
หมวดหลัก: E21-Agro-industry
ดรรชนี-ไทย: ยางพารา, อุตสาหกรรมยางธรรมชาติ, การผลิต, การใช้, การลดลงของราคา, ศักยภาพการผลิต
หมายเลข: 000626 KC0601008
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

อุตสาหกรรมสับปะรดของประเทศไทย

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000621&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อมร ภูมิรัตน์
ชื่อเรื่อง: อุตสาหกรรมสับปะรดของประเทศไทย
Article title: Pineapple industry in Thailand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 : สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2510
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences sixth session : Plant and Biological Sciences, Animal Science, and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2510
หน้า: หน้า 7-8
จำนวนหน้า: 646 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2510)
หมวดหลัก: E21-Agro-industry
ดรรชนี-ไทย: อุตสาหกรรม, สับปะรด
หมายเลข: 000621 KC0601003
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

ภาวะสุขาภิบาลอุตสาหกรรมปลาทูนึ่ง

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000620&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มาลี สัณฑกุล; พวงเพ็ญ สมานมธุรพจน์; พิจิตร ศรศรีวิชัย
ชื่อเรื่อง: ภาวะสุขาภิบาลอุตสาหกรรมปลาทูนึ่ง
Article title: Sanitary conditions of boiled-fish industry
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 : สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2510
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences sixth session : Plant and Biological Sciences, Animal Science, and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2510
หน้า: หน้า 6
จำนวนหน้า: 646 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2510)
หมวดหลัก: Q02-Food processing and preservation
หมวดรอง: Q03-Food contamination and toxicology
ดรรชนี-ไทย: ปลาทูนึ่ง, อุตสาหกรรม, การสุขาภิบาล, การเก็บรักษา, คุณภาพ, จุลินทรีย์, การเน่าเสีย
หมายเลข: 000620 KC0601002
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

สรุปผลการส่งเสริมอุตสาหกรรมไก่ของประเทศไทยและข้อเสนอ

Published กุมภาพันธ์ 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000256&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุวรรณวาจกกสิกิจ, หลวง
ชื่อเรื่อง: สรุปผลการส่งเสริมอุตสาหกรรมไก่ของประเทศไทยและข้อเสนอ
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการ สาขาสัตวบาลและโรคสัตว์ ครั้งที่ 2 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2506
Source title : Proceedings annual meeting on Animal Production and Health volume II
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2506
หน้า: หน้า 274-277
จำนวนหน้า: 334 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SF5 K3 2503 v.2)
หมวดหลัก: E21-Agro-industry
ดรรชนี-ไทย: อุตสาหกรรม, ไก่, การส่งเสริม, สมรรถภาพการผลิต, ประโยชน์
หมายเลข: 000256 KC0202027
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

เอกชนค้านแหลกชี้รัฐบาลเพี้ยน

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128112.

Pic_128112

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

เอกชนค้านแหลกชี้รัฐบาลเพี้ยน “ชัยวุฒิ” มึนโครงสร้างภาษีใหม่ หวั่นลดสิทธิประโยชน์บีโอไอ ขอความชัดเจนโดยเร็ว เกรงกระทบการลงทุน …

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีกรมสรรพากรมีแนวคิดที่จะปรับโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่โดยเฉพาะภาษีส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ข่าวที่ออกมาจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนทั้งรายเก่าและรายใหม่ ซึ่งต้องสอบถามเป็นการภายในกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพราะมีผลกระทบวงกว้าง จะต้องรอบคอบก่อนออกสู่สาธารณะเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ดังนั้น การจะปรับเปลี่ยนคงจะต้องหารือกับทุกส่วนรวมถึงภาคเอกชน และคงจะหารือกันในระดับนโยบาย โดยเฉพาะในบอร์ดบีโอไอที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะการไปลดสิทธิประโยชน์การลงทุนของบีโอไอ จะต้องรอบคอบ เนื่องจากเหตุผลของการตั้งบีโอไอก็เพื่อส่งเสริมการลงทุนและสิทธิพิเศษด้านภาษีก็เป็นหนึ่งในหลายมาตรการในการชักจูงการลงทุนเข้ามาและไม่ได้ให้ทุกราย โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะให้และยังกำหนดเวลาและเงื่อนไขอีก

นายธนิต  โสรัตน์  รองประธาน  ส.อ.ท.กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาระประชาชนที่มีการบริโภคสินค้าทั้งภาคอุตสาหกรรมและรวมไปถึงภาคเกษตรกรรม แล้วจะนำไปแลกกับภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่เป็นเรื่องของการลงทุนจึงเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

“หวังว่าท้ายสุดรัฐบาลจะชัดเจนในเรื่องนี้โดยเร็วและคงไม่เพี้ยนไปมากกว่านี้เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุน ซึ่งมาตรการทางภาษีของบีโอไอเพื่อชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรงถ้ายกเลิกเขาก็คงไม่นำเงินมาลงทุนแน่ ขณะที่ไทยเองก็ต้องการสร้างงานเพิ่ม”

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงแผนการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัททั้งประเทศลงมาอยู่ที่ 18% จากปัจจุบันอยู่ที่ 30% ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาอยู่ที่ 25% จากปัจจุบันเก็บในอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ 10-37% และยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอ ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มยังอยู่ที่ระดับเดิม  7%  นั้น  ทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทยเห็นด้วยหากจะมีการบังคับใช้จริง ซึ่งการปรับลดภาษีนิติบุคคล ที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) และบริษัทนอกตลาด เสียภาษีในอัตราเท่ากัน ซึ่งจะช่วยให้บริษัทของประเทศมีต้นทุนการทำธุรกิจที่ลดลงทั้งระบบ

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า  เมื่อมีการปรับลดภาษีลงเท่าเทียมกัน  จะทำให้  บจ.เดิมที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ถอนตัวออกจากตลาด เพราะมีต้นทุนสูงกว่าบริษัทนอกตลาดนั้น โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการถอนตัวออกจากตลาด เพราะปัจจุบันดัชนีตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น ประกอบกับการอยู่ในตลาดจะทำให้มูลค่าและภาพพจน์ตลาดดีขึ้นด้วยจากความคาดหวังของนักลงทุนด้วย ซึ่งถือเป็นผลดีต่อผลประกอบการ

“การลดภาษีนิติบุคคลให้เท่ากันทั้งระบบ จะเป็นผลดีต่อส่วนรวมมากกว่า เพราะเมื่อบริษัทนอกตลาดมีต้นทุนที่ถูก ก็จะช่วยให้บริษัทโตขึ้น และในอนาคตเมื่อต้องการขยายธุรกิจ ก็สามารถเข้ามาระดมเงินทุนในตลาดได้ ส่วนบริษัทที่อยู่ในตลาด แม้จะมีต้นทุนในการเปิดเผยข้อมูลสูง  แต่เชื่อว่าไม่น่ามีใคร อยากออกตอนนี้ เพราะดัชนีเป็นช่วงขาขึ้น จึงทำให้ มูลค่าของบริษัทปรับตัวขึ้น ซึ่งโครงสร้างภาษีแบบนี้ไม่ได้มีประโยชน์กับแค่ตลาดทุน แต่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแรงขึ้น”

ส่วนการยกเลิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบีโอไอนั้น  โดยส่วนตัวเห็นว่าบีโอไอสามารถปรับวิธีการทำงานใหม่  โดยเปลี่ยนเป็นผู้เอื้ออำนวยความสะดวกในการติดต่อให้กับบริษัทต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนในไทย  และส่งเสริมให้บริษัทในไทยไปลงทุนต่างประเทศ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

ดัชนีเชื่อมั่นสำลักน้ำท่วม

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127807.

Pic_127807

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล

ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตสินค้าหรือส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด เพราะพนักงานต้องหยุดงานและการคมนาคมขนส่งในบางพื้นที่ต้องหยุดชะงัก รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ยังผันผวน

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.)  เปิดเผยว่า  ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยประจำเดือน ต.ค. 53 อยู่ที่ระดับ 98.7 ต่ำสุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นใน 39 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตสินค้าหรือส่งสินค้าได้ทันตามกำหนด เพราะพนักงานต้องหยุดงานและการคมนาคมขนส่งในบางพื้นที่ต้องหยุดชะงัก รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ยังผันผวนและราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเชื่อมั่นลดลง เช่น สิ่งทอ, ปูนซีเมนต์, แก้วและกระจก, ก๊าซ, ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า, พลังงานทดแทน, ปิโตรเคมี, พลาสติก, อัญมณีและเครื่องประดับ, เหล็ก, เซรามิก, เครื่องปรับอากาศ, อาหาร, น้ำตาล, สมุนไพร, หัตถอุตสาหกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ หากพิจารณาเป็นรายภูมิภาคพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคใต้ในเดือน ต.ค. อยู่ที่ 97.3 ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ระดับ 99.6, ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 93.9 ปรับลดลงจากระดับ 97.7, ภาคตะวันออกอยู่ที่ 101 ลดลงจากระดับ 105.6, ภาคเหนืออยู่ที่ 92.7 ลดลงจากระดับ 102.9 และภาคกลางอยู่ที่ 101.9 ซึ่งเป็นภูมิภาคเดียวที่ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 99.2 “ภาคเอกชนมีข้อเสนอแนะให้รัฐเร่งฟื้นฟูผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ โดยเข้าไปดูแลการนำเงินเข้ามาทำกำไรระยะสั้นในตลาดพันธบัตร”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

“ชัยวุฒิ”โอ่ลงทุนชักแถว 4 หมื่นล้าน

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127541.

Pic_127541

โดยเมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีนักลงทุนที่ยืนยันจะเข้ามาลงทุนในไทยชัดเจน 6 ราย และยังไม่เปิดเผยอีก 1-2 ราย เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 40,000 ล้านบาท

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนประเทศไทยในปีหน้า ยังมั่นใจว่ามีแนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากที่ประเทศไทยมีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหามาบตาพุด โดยเฉพาะประเภทกิจการรุนแรง ส่งผลให้จากการไปโรดโชว์ที่ฝรั่งเศสและเยอรมนี ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา มีนักลงทุนที่ยืนยันจะเข้ามาลงทุนในไทยชัดเจน 6 ราย และยังไม่เปิดเผยอีก 1-2 ราย เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 40,000 ล้านบาท

“เป้าหมายดึงการลงทุนบีโอไอในปีนี้ที่ตั้งไว้ 500,000 ล้านบาท ยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก เพราะใน 6 เดือนแรกของปีนี้อยู่ในช่วงการแก้ไขปัญหามาบตาพุด ทำให้โครงการที่จะยื่นขอบีโอไอชะลอไปจำนวนมาก แต่เมื่อมาบตาพุดมีความชัดเจนแล้ว ทำให้นักลงทุนเริ่มมั่นใจกับประเทศไทย และได้ยืนยันว่าจะทยอยยื่นขอบีโอไอตั้งแต่ ปีหน้าเป็นต้นไป”

สำหรับการโรดโชว์ที่ฝรั่งเศสมี 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ยืนยันว่าจะขยาย หรือเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ได้แก่ 1. บริษัทมิชลิน จำกัด ซึ่งใช้ไทยเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์อยู่แล้ว 2. บริษัทแซงท์ โกเบียน จำกัด จะขยายลงทุนผลิตกระจกสำหรับรถยนต์และโซล่าเซลล์ 3. บริษัทคาสิโน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในนามบิ๊กซี ส่วนที่ประเทศเยอรมนี มี 4 บริษัทที่ตอบรับจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยแล้วเช่นกันคือ 1. บริษัทเดมเลอร์ เอจี จำกัด ผู้ผลิต รถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ ตัดสินใจที่จะลงทุนเปิดไลน์ผลิตรถยนต์รุ่น M Class ที่ประเทศไทย 2. บริษัทบีเอ็มดับเบิลยู เอจี จำกัด จะเพิ่มไลน์ผลิตรถยนต์รุ่น X 1 3. บริษัทอีโวนิก จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเคมีใหญ่อันดับ 3 และ 4. บริษัทคอนติเนนตัล จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สนใจขยายการลงทุนระบบเบรกรถยนต์.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.
%d bloggers like this: