อุตสาหกรรมรถยนต์

All posts tagged อุตสาหกรรมรถยนต์

‘กรณ์’หนุน3อุตสาหกรรมปักธงรบการค้าภูมิภาคอาเซียน

Published สิงหาคม 8, 2011 by SoClaimon

15 พฤศจิกายน 2553, 18:17 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127207.

Pic_127207

“รมว.คลัง” แนะเอกชนฉวยจังหวะบาทแข็งลงทุนนอก ขณะที่การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2015 จะเป็นโอกาสประวัติศาสตร์ทางธุรกิจ ชี้ 3 อุตสาหกรรมที่ยังเติบโตได้ดี คือ รถยนต์ สถาบันการเงิน และ การรักษาพยาบาล

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานวันนักการตลาดปี 2010 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักการตลาดแห่งประ เทศไทยว่า สนับสนุนให้ผู้ประกอบการฉวยจังหวะที่เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐปรับค่าแข็ง ขึ้นไปลงทุนต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการผลิตหรือการขยายตลาดการค้า โดยเน้นขยายการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย กัน เนื่องจากยังมีช่องทางทางการตลาดอยู่มาก โดยเฉพาะการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2015 ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ทั้งด้านข้อมูลที่ว่า อุตสาหกรรมใดเหมาะสมสำหรับการลงทุนและการคิดยุทธศาสตร์การลงทุน

“การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2015 ปฏิเสธไม่ได้ที่เป็นโอกาสประวัติศาสตร์ของประเทศสมาชิก รวมถึงไทย ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีข้อจำกัดจากประชากรที่มีฐานเพียง 60 ล้านคน และ เริ่มที่จะเข้าสู่สังคมสูงอายุในอีก 20 ปีข้างหน้า ขณะที่ เงินบาทแข็งค่า การลงทุนในต่างประเทศก็เป็นโอกาสสำคัญ” รมว.คลัง กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า มี 3 อุตสาหกรรมหลักที่ยังสามารถขยายตัวได้ดีในประเทศภูมิภาคเอเชียนี้ คือ 1.อุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วยังมีประชากรต่อจำนวนรถยนต์อยู่ในระดับต่ำ กล่าวคือ มีจำนวนรถยนต์ 49 คัน ต่อประชากรในกลุ่มอาเซียน 1,000 คน แต่ประเทศเวียดนามมีจำนวนรถยนต์ 5 คัน ต่อ 1,000 คน ส่วนพม่ามีเพียง 4 คัน ต่อ 1,000 คน ทั้งนี้ ในส่วนประเทศพม่านั้น เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์ ที่มีอัตราการเติบโตได้ถึง 10 เท่าจากปัจจุบัน

2.อุตสาหกรรมสถาบันการเงินพิจารณาได้จากระดับการกู้ เงิน โดยจำนวนเงินกู้จากสถาบันการเงินในกลุ่มประเทศอาเซียนมีจำนวนเฉลี่ย 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน สิงคโปร์ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน ไทย 3,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน และ พม่ามีเพียง 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคน สะท้อนว่า อุตสาหกรรมนี้ ยังมีการเติบโตได้อีกมาก และ3.อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ดูได้จากจำนวนประชากรต่อจำนวนแพทย์ โดยสิงคโปร์มีแพทย์ 170 คนต่อประชากร 100,000 คน ไทยมีเพียง 31 คนต่อประชากร 100,000 คน และยังมีอีกหลายประเทศที่ยังมีแพทย์ต่อประชากรในระดับต่ำ และ เป็นดัชนีเดียวที่ด้อยและสะท้อนให้เห็นการพัฒนาในแง่การแพทย์ที่สูงได้ อีก

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ความสำคัญต่อการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยระบุถึงมูลค่าการค้าระหว่างประ เทศในกลุ่มอาเซียนที่มีการเติบโตมากกว่า 100% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ มีประชากรจำนวนมากถึง 600 ล้านคน ส่วนใหญ่หรือ 67% อยู่ในวัยทำงาน และมีประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเพียง 5% เท่านั้น และมีเพียงไทยกับสิงคโปร์ที่มีประชากรวัยทำงานสูงสุดในระดับ 72% และ 74% ตามลำดับ ขณะที่ มีอัตราการเกิดใหม่ของประชากรน้อย หมายความว่า ในอีกไม่กี่ปีไทยกับสิงคโปร์จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น

“ที่ผ่านมา เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันมากนัก ขณะที่ มูลค่าการค้าขายกับกลุ่มประเทศอาเซียนสูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะการค้ากับสหรัฐและอียูรวมกัน แม้แต่การลงทุนในไทยจากอาเซียนยังมีมูลค่ามากกว่าญี่ปุ่นที่เคยลงทุนในไทย สูงสุด” รมว.คลัง กล่าว

สำหรับการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในประเทศ นายกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลก็ยังคงให้การสนับสนุนจาก การพัฒนาลดขั้นตอนทางด้านศุลกากร ซึ่งมีการแก้ไขกฎหมายไปรอบหนึ่งแล้ว และ ต้นปีหน้าจะมีการแก้ไขเพื่อปลดล็อกการค้าขายระหว่างกัน ทั้งนี้ สำหรับตัวชี้วัดความสะดวกทางธุรกิจหนึ่ง คือ ระยะเวลาในการจัดตั้งบริษัท ซึ่งสิงคโปร์ใช้เวลาจัดตั้งเพียง 3 วัน มาเลเซีย 11 วัน ส่วนไทย 32 วัน แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่ในเชิงธุรกิจถือว่า มีความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งจุดนี้ กระทรวงการคลังก็ต้องอำนวยความสะดวกให้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 พฤศจิกายน 2553, 18:17 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ส่งออก รถยนต์ปี 54 ขยายตัว 4%

Published สิงหาคม 3, 2011 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2554, 17:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191295.

Pic_191295

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดส่งออกรถยนต์ปี 54 ขยายตัว 4% แม้ปัญหาวิกฤติชิ้นส่วนคลี่คลาย เหตุ มีปัจจัยเสี่ยงรายล้อม ทั้ง ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยรวมถึงนโยบาย รถยนต์คันแรก อาจจะทำให้เกิดการชะลอการซื้อรถได้

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.  บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ออกรายงานวิเคราะห์การส่งออกรถยนต์ของไทยปี 54 ว่า ตัวเลขการส่งออกรถยนต์ของไทยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่า การส่งออกในช่วงไตรมาสแรกจะขยายตัวร้อยละ 8.2 ตามทิศทางการขยายตัว ของอุปสงค์จากประเทศคู่ค้าหลัก แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 การส่งออกรถยนต์ของไทยต้องเผชิญกับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและสึนามิใน ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิตรถยนต์ ค่ายรถยนต์หลายค่ายตัดสินใจลดกำลังการผลิตลง ส่งผลต่อรถยนต์ที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าที่ลดจำนวนลงอย่างมาก ทำให้การส่งออกไตรมาสที่ 2 หดตัวสูงถึงร้อยละ 24.6 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกหลังจากขยายตัวอย่างต่อเนื่องมาตลอดช่วง 1 ปีกว่า แม้ปัญหาชิ้นส่วนจะคลี่คลายลงมากเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาส 3 แต่การหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาส 2 และปัจจัยลบจากปัญหาในประเทศนำเข้ารถยนต์ของไทยบางประเทศที่ยังคงต้อง เผชิญกับปัญหาบางประการในประเทศตน ทำให้การนำเข้ารถยนต์ยังคงชะลอลง ส่งผลให้แนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2554 ลดลงกว่าที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยคาดไว้ในช่วงต้นปีว่ามีโอกาสแตะระดับ 1 ล้านคันค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการส่งออกช่วงครึ่งหลังของปี 2554 อาจทำได้สูงถึงประมาณ 505,000 ถึง 540,000 หรือขยายตัวขึ้นกว่าช่วงครึ่งแรก ที่ทำไว้ 386,410 คัน ถึงกว่าร้อยละ 30 ถึง 40 ซึ่งจะส่งผลให้ในปี 2554 นี้ การส่งออกรถยนต์ของไทยอาจทำได้ใกล้เคียงกับจำนวน 896,065 คัน ที่เคยทำไว้ในปี 2553 โดยมีจำนวน 890,000 ถึง 930,000 คัน หรือหดตัวร้อยละ 1 ถึงขยายตัวร้อยละ 4 (YoY) แม้การส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้ไม่สูงนัก แต่ก็คาดว่าการผลิตรถยนต์ในประเทศ ปีนี้มีโอกาสสูงที่จะพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 1.8 ล้านคัน ตามที่หลายฝ่ายมีการคาดการณ์กัน จากปริมาณยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้ที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ามีโอกาสขยายตัวได้สูงถึงร้อยละ 10 ถึง 15 (YoY) หรือคิดเป็นจำนวน 880,000 ถึง 920,000 คัน เพิ่มขึ้นจากที่เคยทำได้ 800,357 คัน ในปีที่แล้ว เนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับความนิยมในรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ออกมา

อย่างไรก็ตามตลาดในประเทศยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เช่น ระดับ ราคาน้ำมันในตลาดโลก ปัญหาเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นได้อีกจากระดับปัจจุบัน ประกอบกับนโยบายของภาครัฐที่จะออกมาซึ่งอาจจะส่งผลกระทบได้ทั้งในแง่บวก และแง่ลบต่อตลาดรถยนต์ในประเทศปีนี้ เช่น นโยบายเกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตร นโยบายการปรับขึ้นเงินเดือน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่นโยบาย รถยนต์คันแรก อาจจะทำให้เกิดการชะลอการซื้อรถได้ เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 สิงหาคม 2554, 17:30 น.

พิษ​สึนามิ​รอ​คิว​ถอย​ป้าย​แดง 3 หมื่น​คัน

Published พฤษภาคม 20, 2011 by SoClaimon

20 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.
พิษ​สึนามิ​รอ​คิว​ถอย​ป้าย​แดง 3 หมื่น​คัน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_172737

พิษ​สึนามิญี่ปุ่น ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไม่สามารถผลิต​ชิ้น​ส่วน​บาง​ชนิด​ให้​ค่าย​รถทั่วโลกได้ ทำให้ออเดอร์รถมีที่ยอจองค้างอยู่กว่า 3 หมื่น​คัน โดยเฉพาะ​รถยนต์​อี​โค​คาร์​ …

นาย​ศุภ​รัตน์ ศิริ​สุวรรณาง​กู​ร ประธาน​กลุ่ม​อุตสาหกรรม​ยาน​ยนต์ สภา​อุตสาหกรรม​แห่ง​ประเทศไทย (ส.อ.​ท.) เปิดเผย​ว่า ยอด​การ​ผลิต​รถยนต์​เดือน เม.ย. อยู่​ที่ 89,179 คัน ลด​ลง​จาก​เดือน มี.ค. ​ถึง 48% หรือ​ลด​ลง 82,825 คัน เนื่องจาก​ได้​รับ​ผล​กระทบ​จาก​เหตุการณ์​สึนามิ จน​ผู้​ผลิต​ชิ้น​ส่วน​ใน​ประเทศ​ญี่ปุ่นไม่​สามารถ​ผลิต​ชิ้น​ส่วน​บาง​ชนิด​ให้​ค่าย​รถยนต์​ที่​เป็น​บริษัท​ลูก​ทั่ว​โลกและ​ประเทศไทย​ได้​มาก​นัก ส่ง​ผล​ให้​ค่าย​รถยนต์​ต้อง​ลด​กำลัง​การ​ผลิต​ลง ซึ่ง​ผล​การ​ลด​กำลังการ​ผลิต​ทำให้​คำสั่ง​ซื้อ (ออเดอร์) รถยนต์​ของ​ลูกค้า​ที่​สั่ง​จอง​ยัง​ค้าง​อยู่​มี​ไม่​ต่ำ​กว่า 30,000 คัน โดยเฉพาะ​รถยนต์​อี​โค​คาร์​ที่​ต้อง​ใช้​เวลา​ใน​การ​รอ​นาน​กว่า​รถยนต์​รุ่น​อื่นๆ

ทั้งนี้​ ผล​กระทบ​ดัง​กล่าว​ทำให้ ส.อ.​ท. เตรียม​ปรับ​เป้า​การ​ผลิต​รถยนต์​ลง 10% หรือ 180,000 คัน จาก​เดิม​ที่​ตั้ง​เป้า​ไว้ 1.8 ล้าน​คัน ทำให้​อุตสาหกรรม​ยาน​ยนต์​ต้อง​สูญเสีย​ราย​ได้​ใน​กรณี​ที่​ลด​กำลัง​การ​ผลิต​ไม่​ต่ำ​กว่า 90,000 ล้าน​บาท อย่างไรก็ตาม ​มั่นใจ​ว่า​ใน​เดือน มิ.ย.นี้ ผู้​ผลิต​รถยนต์​ก็​จะ​เริ่ม​ให้​พนักงาน​ทำ​งาน​ล่วงเวลา (โอ​ที) ได้​เฉลี่ย​วัน​ละ 3 ชั่วโมง เพราะ​ผู้​ผลิต​ชิ้น​ส่วน​ใน​ญี่ปุ่น​เริ่ม​เดิน​เครื่อง​ผลิต​ได้​ตาม​ปกติ​แล้ว

“ใน​เดือน เม.ย.พบ​ว่า​รถยนต์​นั่งมี​การ​ลด​กำลัง​การ​ผลิต​มาก​ที่สุด​เมื่อ​เทียบ​กับ​เดือน​ก่อน​หน้า โดย​อยู่​ที่ 35,078 คัน ลด​ลง 52% รถ​กระบะ 1 ตัน 52,882 คัน ลด​ลง 49% และ​เมื่อ​รวม​การ​ผลิต 4 เดือน​แรก​ของ​ปี​นี้ (ม.ค.-เม.ย.) อยู่​ที่ 558,160 คัน เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ช่วง​เดียวกัน​ของ​ปี​ก่อน​ถึง 14.39% เพราะความ​ต้องการ​รถยนต์​ทั่ว​โลก​มี​เพิ่ม​อย่าง​มาก ซึ่ง​หาก​ไม่​มี​เหตุการณ์​ใน​ญี่ปุ่น​เชื่อ​ว่าย​อด​การ​ผลิต​ไม่ต่ำ​กว่า 1.8 ล้าน​คัน​ใน​ปี​นี้”

นาย​ศุภ​รัตน์ กล่าว​อีก​ว่า สำหรับ​ยอด​ขาย​รถยนต์​ใน​ประเทศ​เดือน เม.ย. อยู่​ที่ 67,283 คัน ลด​ลง​จาก​เดือน​ก่อน 27% แต่​เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ช่วง​เดียวกัน​ของ​ปี​ก่อน 17% เนื่องจาก​รถยนต์​ยัง​คง​เติบโต​อย่าง​ต่อ​เนื่อง จาก​ภาวะ​เศรษฐกิจ​โดย​รวม​ของ​ประเทศ​ดี​ขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 พฤษภาคม 2554, 05:15 น.

ยอดผลิตรถทุบสถิติ 50 ปี รับอานิสงส์ศก.ฟื้น ราคาสินค้าเกษตรกระฉูด

Published มกราคม 21, 2011 by SoClaimon

21 มกราคม 2554, 05:15 น.

ผ่านทางยอดผลิตรถทุบสถิติ 50 ปี รับอานิสงส์ศก.ฟื้น ราคาสินค้าเกษตรกระฉูด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_142941

 

โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เผย อุตฯยานยนต์ไทย 2553 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 50 ปี หลายประเภท ยอดขายในประเทศทั้งปีอยู่ที่ 800,357 คัน รับอานิสงส์ศก.ฟื้น ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูง ท่องเที่ยวฟื้นตัว และผู้ผลิตออกรถประหยัดพลังงาน…

 

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวสูงมาก ส่งผลให้เกิดตัวเลขสถิติใหม่ๆ สูงสุดในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่มีการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยรอบ 50 ปี ในหลายประเภท ประกอบด้วย ยอดการผลิตทั้งปีอยู่ที่ 1.64 ล้านคัน, ยอดขายในประเทศเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 93,122 คัน และยอดขายในประเทศตลอดทั้งปีอยู่ที่ 800,357 คัน เนื่องจากได้รับอานิสงส์ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวสูง, การท่องเที่ยวในประเทศเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และผู้ผลิตได้ออกรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) จนเป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค

สำหรับยอดการผลิตรถยนต์ 1.64 ล้านคัน แบ่งเป็นรถกระบะ 1 ตัน กว่า 1 ล้านคัน, รถยนต์นั่ง 554,387 คัน, รถบรรทุก 5-10 ตัน 23,686 คัน, รถยนต์โดยสารมากกว่า 10 ตัน 472 คัน ส่วนยอดขายในประเทศตลอดทั้งปี 800,357 คัน แบ่งเป็น 346,644 คัน เพิ่ม 50.7%, รถกระบะ 387,793 คัน เพิ่ม 40.6%, รถบรรทุก 22,903 คัน เพิ่ม 34.38%, รถยนต์นั่งตรวจการณ์ 15,925 คัน เพิ่ม 82.3% และรถยนต์อื่นๆ 27,092 คัน เพิ่ม 57.85%

“ยอดขายในประเทศ เดือน ธ.ค. สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์อยู่ที่ 93,122 คัน เนื่องจากในช่วงปลายปี ค่ายรถยนต์เร่งทำยอดขายเพื่อปิดบัญชีในแต่ละปี รวมถึงราคาสินค้าเกษตรกรรม เช่น ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, มันสำปะหลัง เป็นต้น มีราคาดีกันถ้วนหน้า ทำให้ยอดขายกระบะสูงขึ้น ประกอบกับได้รับอานิสงส์จาก งานมหกรรมยานยนต์ ซึ่งมียอดจองสูงถึง 35,000 คัน โดยเฉพาะรถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก”

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์ สำเร็จรูปในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 2 ล้านคัน เพิ่ม 23.9% โดยมียอดขายในประเทศ 1.58 ล้านคัน เนื่องจากเศรษฐกิจรากหญ้าขยายตัวในระดับที่ดี เป็นผลจากราคาพืชผลเกษตรดี และการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐิจ
  • 21 มกราคม 2554, 05:15 น.

 

อุตสาหกรรมรถยนต์กระหึ่ม ปรับเป้ายอดผลิตนิวไฮรับตลาดไทย-ทั่วโลกพุ่ง

Published สิงหาคม 2, 2010 by SoClaimon

23 กรกฎาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทางอุตสาหกรรมรถยนต์กระหึ่ม ปรับเป้ายอดผลิตนิวไฮรับตลาดไทย-ทั่วโลกพุ่ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_98309

อุตสาหกรรมรถยนต์กระหึ่ม

จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่ ช่วงต้นปี 1.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 160,000 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 56.16% ที่ผลิตได้ 990,000 คัน ซึ่งเป็นยอดผลิตที่สูงที่สุดตั้งแต่ไทยเริ่มผลิตรถยนต์ในปี 2504…

นาย สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมได้ปรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปีนี้เป็น 1.56 ล้านคัน จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 1.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 160,000 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 56.16% ที่ผลิตได้ 990,000 คัน ซึ่งเป็นยอดผลิตที่สูงที่สุดตั้งแต่ไทยเริ่มผลิตรถยนต์ในปี 2504 การปรับเป้าดังกล่าวมีสาเหตุมาจาก 6 เดือนที่ผ่านมา ทั้งยอดขายภายในประเทศ การส่งออกเติบโตขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปี

ทั้งนี้   สามารถแบ่งเป็นการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศจำนวน 670,000 คัน เพิ่มขึ้น 70,000 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 42.95% ของยอดการผลิตทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 223,000 คัน หรือคิดเป็น 49.89% โดยในปีที่แล้วสามารถผลิตได้ 447,000 คัน ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกปรับเพิ่มอีก 900,000 คัน เป็น 89,000 แสนคัน จากเป้าหมายเดิมที่ 800,000 คัน คิดเป็นสัดส่วน 57.5% ของยอดการผลิต และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 338,000 คัน หรือคิดเป็น 61.23% ซึ่งถือเป็นยอดการผลิตเพื่อส่งออกมากที่สุดตั้งแต่ไทยเริ่มมีการส่งออกรถ ยนต์

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับการผลิตรถจักรยานยนต์ได้ปรับเป้าเพิ่มจากเดิมอีก 120,000 คัน รวมเป็น 1.9 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.28% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 1.7 ล้านคัน และผลิตเพื่อการส่งออก 140,000 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศประจำเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 70,500 คัน สูงที่สุดในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 62.6% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจของประเทศที่มีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงขึ้น ประชากรมีกำลังซื้อมากขึ้น ประกอบกับการเติบโตของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า กลุ่มใหม่ รวม 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) มียอดขายทั้งสิ้น 356,000 คัน เพิ่มขึ้น 54.1% ขณะเดียวกัน สถานการณ์การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน มิ.ย. ส่งออกได้ 69,200 คัน เพิ่มขึ้น 95.69% จากการสั่งซื้อในทุกตลาด โดยมีมูลค่าการส่งออกที่ 31,200 ล้านบาท รวม 6 เดือน ส่งออกรถยนต์ได้ 418,000 คัน เพิ่มขึ้น 78.11% มีมูลค่าการส่งออก 195,000 ล้านบาท.

%d bloggers like this: