อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

All posts tagged อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

เพิ่มงบช่วยน้ำท่วม สุโขทัย-แพร่ จังหวัดละ200ล้าน

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 19:41 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194200.

Pic_194200

คลังสั่งกรมบัญชีกลางให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดประสบภัยพิบัติ 23 จังหวัด มีอำนาจเบิกเงินจังหวัดละ 50 ล้านบาท ส่วน “สุโขทัย-แพร่” ที่จะต้องเบิกเพิ่มเป็น 200 ล้านบาท ต้องรอจังหวัดประสานกับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบความเสียหายก่อน…

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังได้เร่งดำเนินนโยบายเร่งในช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับภัยน้ำ ท่วมใน 23 จังหวัด 222 อำเภอ 12,517 หมู่บ้าน โดยได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางดำเนินการเร่งด่วนในเรื่องความคล่องตัวในการ เบิกจ่ายเงินทดรองราชการในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติทั้ง 23 จังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเบิกจ่ายเงินดังกล่าว จังหวัดละ 50 ล้านบาท แต่ขณะนี้พบว่า จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดีแพร่ ที่อาจต้องมีการเบิกจ่าย เงินเกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งอธิบดีกรมบัญชีกลางมีอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินได้ จังหวัดละ 200 ล้านบาท แต่ทางจังหวัดต้องมีการประสานงานไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อตรวจสอบความเสีย หายก่อนแล้วมาเบิกเงินที่กรมบัญชีกลาง

ด้าน นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานคลังจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินให้ทันต่อสถานการณ์ ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ส.ค.54 มีจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติเบิกจ่ายเงินไปแล้ว 97.32 ล้านบาท โดย จังหวัดสุโขทัยเบิก จ่ายมากสุด 49.84 ล้านบาท และจังหวัดแพร่ เบิกจ่าย 29.35 ล้านบาท

“ตอนนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยโทรสายตรงมาหาผมว่าขณะนี้รอการรวบรวมข้อมูลจาก อำเภอต่างๆมา โดยได้เสนอขอเบิกจ่ายเงิน 200 ล้านบาท ทางกรมบัญชีกลางก็รอการประสานมาเพื่ออนุมัติต่อไป เนื่องจากวงเงินที่อยู่ภายใต้อำนาจของผู้ว่าราชการฯ ที่จะเบิกได้คือ 50 บาท ซึ่งใกล้เต็มเพดานแล้ว”

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลาง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือทางการเกษตร หลังจากนายกรัฐมนตรีเห็นว่า การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่พื้นที่เกษตรเสียหายจากภัยน้ำท่วม ไร่ละ 606 บาทน้อยเกินไป ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ให้ความเห็นชอบเบื้องต้นในการวางกรอบหลักเกณฑ์และวิธี การปฎิบัติปลีกย่อยในการให้ความช่วยเหลือต่อไป

โดยเห็นว่า ควรจะมีการเปลี่ยนวิธีการคำนวณต้นทุนต่อไร่ในการฟื้นฟูการเกษตร ซึ่งพืชไร่ พืชสวน จะมีวิธีการคำนวณแตกต่างกัน การให้เงินช่วยเหลือก็จะแตกต่างกันด้วย ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีข้อสรุปชัดเจน และในส่วนของเกษตรกรที่มีการทำประกันภัยพืชผลการเกษตรก็ยังได้รับสิทธิของ การรับประกันพืชผล โดยไม่ได้ถูกตัดสิทธิแต่อย่างใด โดยกระทรวง การคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและสำรวจความเสียหาย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 19:41 น.

ลุ้นรมว.คลังใหม่ชี้ขาดกฎหมายที่ดิน

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 07:00 น.

ลุ้นรมว.คลังใหม่ชี้ขาดกฎหมายที่ดิน.

Pic_187355

กระทรวงการคลัง ลุ้น รมว.คลังคนใหม่ ชี้ขาดกฎหมายที่ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เรียกผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติงานของกระทรวง ก่อนเสนอ รมว.คลังคนใหม่ โดยหวังจะให้รับไม้ต่อได้จากนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังที่จะหมดวาระลงพร้อมรัฐบาลปัจจุบัน โดยกระทรวงการคลังแยกแนวทางการทำงานเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. นโยบายพรรคเพื่อไทยที่ใช้หาเสียง และกำลังจะเป็นนโยบายรัฐบาลใหม่ และ 2. นโยบายเดิมของรัฐบาลชุดนี้ ที่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการดังกล่าวได้รวบรวมกฎหมาย และมาตรการต่างๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ไม่ได้มีการตัดสิน หรือมีผลในทางปฏิบัติ ในเบื้องต้นมีเรื่องที่ รมว.คลังคนใหม่ต้องพิจารณามากกว่า 30 เรื่อง แต่มีเรื่องเร่งด่วน ที่เป็นความท้าทาย และต้องใช้ความกล้าตัดสินใจของ รมว.คลังคนใหม่ 2-3 ประเด็นใหญ่ คือ 1. ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งล่าสุดอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาวาระ 1 แต่เมื่อรัฐบาลยุบสภา และเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลใหม่จึงต้องตัดสินใจว่า จะผลักดันกฎหมายนี้ต่อไปหรือไม่ภายใน 60 วัน

2. พ.ร.บ.มาตรการการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วและอยู่ระหว่างการตรวจร่างของอัยการสูงสุด แต่มีประเด็นถกเถียงระหว่างกระทรวงการคลังกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเรื่องรายได้จากการจัดเก็บภาษีว่า หน่วยงานใดจะดูแล โดยประเมินว่า จะมีรายได้จากภาษีสิ่งแวดล้อม 40,000-50,000 ล้านบาทต่อปี และ 3. การปรับปรุงโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งระบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้ภาคเอกชน ขณะที่รัฐบาลต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีของบีโอไอ (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) แลกกับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% หรือ 25% หรือการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นที่รอการตัดสินใจ เช่น มาตรการลดค่าครองชีพของประชาชนในส่วนรถเมล์ฟรี และรถไฟฟ้าฟรี โครงการประชาวิวัฒน์ในเรื่องการลดค่าครองชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ที่มีแผนยกเลิกการอุดหนุนแอลพีจีในภาคอุตสาหกรรม และการประกันภัยพืชผลจากภัยธรรมชาติ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 07:00 น.

คลังเตรียมข้อมูลรอเสนอรัฐบาลใหม่ กรอบงบฯปี55

Published กรกฎาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 กรกฎาคม 2554, 15:58 น.

คลังเตรียมข้อมูลรอเสนอรัฐบาลใหม่ กรอบงบฯปี55.

Pic_183810

คลังเตรียมข้อมูลเสนอรัฐบาลใหม่ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันงบประมาณในปี 55 จะขาดดุลไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง…

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.54 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.คลังคนใหม่ ว่า ควรจะเป็นที่ยอมรับของทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนการดำเนินนโยบายนั้นหวังว่า จะยังคงยึดนโยบายงบประมาณสมดุลใน 5 ปี และยืนยันว่า งบประมาณในปี 55 จะขาดดุลไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง แต่หากจะมีการกู้เงินเพิ่ม จะต้องเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญที่ยอมรับได้

“คลังเป็นกระทรวงสำคัญ ที่ดูแลเศรษฐกิจการเงินของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา บุคคลที่เป็น รมว.คลัง ถือว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเลือกบุคคลที่มีความรู้ เป็นที่ยอมรับในทุกระดับ ทั้งในและต่างประเทศ และเชื่อว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าไม่น่าจะมีปัญหา” นายอารีพงศ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงการคลัง ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังได้เตรียมข้อมูลเบื้องต้น ในส่วนนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะการจัดทำงบประมาณประจำปี 55 ซึ่งรัฐบาลเดิมได้วางนโยบายงบสมดุลภายใน 5 ปี หรือภายในปี 58 ดังนั้น รัฐบาลใหม่คงต้องพิจารณาเกี่ยวกับรายจ่ายและรายรับของรัฐบาลและพิจารณาถึงฐานะของประเทศในแต่ละปี ซึ่งหากรัฐบาลใหม่ ไม่ต้องการจัดทำงบประมาณแบบสมดุล ตามกรอบที่วางไว้ ดังนั้นการกู้เงินของรัฐบาล จะต้องใช้เพื่อการลงทุนสำคัญของประเทศ

ในขณะที่กรอบงบประมาณปี 55 เดิมเป็นงบประมาณขาดดุลไม่เกิน 3.5 แสนล้านบาท เป็นสัญญาที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังยึดตามวินัยการเงินการคลัง แต่หากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลง คงต้องพิจารณาภาพรวมที่จะเกิดขึ้น และหากรัฐบาลใหม่จะจัดทำงบประมาณไม่สมดุลต่อไปเรื่อยๆ รายจ่ายประจำของรัฐบาลต้องควบคุมได้ ปัจจุบันงบรายจ่ายประจำคิดเป็น 70% ของรายจ่ายทั้งหมด

สำหรับนโยบายการปรับลดภาษี นายอารีพงศ์ มองว่า “รมว.คลังคงต้องพิจารณาจากภาพรวม ทั้งในแง่รายได้ของประเทศ การลดรายจ่ายด้านอื่นๆ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ การปรับลดภาษีไม่ใช่เกิดขึ้นทันที แต่ต้องดูทั้งโครง สร้างภาษีต้องมีการพูดคุยในภาพใหญ่ ซึ่งรัฐมนตรีคลังต้องดูข้อเท็จจริง รายจ่ายและรายได้ทุกตัว”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 4 กรกฎาคม 2554, 15:58 น.

3แบงก์รัฐทุ่มหมื่นล้าน รีไฟแนนซ์บัตรเงินสด

Published มิถุนายน 26, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 21:29 น.
3แบงก์รัฐทุ่มหมื่นล้าน รีไฟแนนซ์บัตรเงินสด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181490

3 แบงก์รัฐทุ่ม 1 หมื่นล้าน รับแก้หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หวังลดภาระดอกเบี้ยมหาโหด-บรรเทาความเดือดร้อนชาวรากหญ้าที่มีวินัยการชำระ หนี้ดี ดีเดย์ วันนี้ (24 มิ.ย.-30 ก.ย.54)

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ได้ร่วมกันจัดทำโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลที่กู้ยืมจากสถาบันการ เงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ให้กับผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี วงเงินรวมทั้ง 3 ธนาคาร อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นวงเงินของธนาคารกรุงไทย 4,500 ล้านบาท ธนาคารอออมสิน 4,500 ล้านบาท และไอแบงก์ 1,000 ล้านบาท เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. จนถึงวันที่ 30 ก.ย.54

“เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อยที่มีวินัยทางการเงินดี ได้มีโอกาสในการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันมียอดสินเชื่อส่วนบุคคลคงค้างจากการกู้ยืมจาก Non-Bank ประมาณ 1,070,000 ล้านบาท โดยมีจำนวนลูกค้าอยู่ประมาณ 6.5 ล้านบัญชี และเป็นผู้ถือบัตรเงินสด จำนวน 4 ล้านบัญชี วงเงินหนี้คงค้าง 60,000 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) จากการที่ลูกค้าผิดนัดชำระเกิน 3 เดือน ประมาณ 2.6% เท่านั้น สะท้อนว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดี” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

สำหรับรายละเอียดของโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น มีวงเงินต่อรายไม่เกิน 300,000 บาท และหากผู้ขอสินเชื่อได้ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตด้วย จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ขณะที่ระยะเวลาผ่อนชำระจะต้องไม่เกิน 3 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 14% ต่อปี และที่สำคัญ ผู้ขอสินเชื่อจะต้องมีสถานะหนี้ปกติตามข้อมูลเครดิตในวันที่ยื่นขอสินเชื่อ และมีประวัติการชำระเงินที่ดีย้อนหลังไป 1 ปี หากในกรณีที่มีการผิดนัดชำระบ้างในรอบ 1 ปีย้อนหลัง ธนาคารที่ร่วมโครง การอาจจะพิจารณาให้กู้โดยมีเงื่อนไขให้มีการค้ำประกันส่วนบุคคล และบุคคลค้ำประกันจะต้องมีสถานะหนี้ปกติตามข้อ มูลเครดิต ณ วันที่มายื่นค้ำประกันให้กับผู้กู้

ทั้งนี้ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ประกอบด้วย 1.สินเชื่อให้แก่บุคคลธรรมดาโดยไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์หรือมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ไปใช้ในการประกอบธุรกิจ โดยเป็นสินเชื่อที่มีมีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน และ 2.สินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ/ การเช่าซื้อแบบลิซซิ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการธุรกิจไม่ได้จำหน่ายเป็น ทางการค้าปกติ ยกเว้นสินค้าประเภทรถยนต์และรถจักร ยานยนต์

ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับโครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยการออกสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-22มิ.ย.54 พบว่า มีผู้มายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง จำนวน 11,191 ราย วงเงินประมาณ 1,622 ล้านบาท และมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วประมาณ 1,626 ราย วงเงินประมาณ 180 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขแนวทางปฏิบัติของธนาคารที่ร่วมโครงการไป แล้ว เพื่อให้ลูกหนี้บัตรเครดิตที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น

“ที่ผ่านมาปัญหาและอุปสรรคการดำเนินการก็มีอยู่บ้าง ซึ่งเราก็มีการทบทวนและแก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว โดยได้มีการประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการพิสูจน์รายได้ของผู้ขอสินเชื่อ โดยขอให้ ธปท.ผ่อนผันว่าแบงก์ไม่จำเป็นต้องขอหลักฐานเพื่อพิสูจน์รายได้จากผู้ขอกู้ เพิ่มเติมอีก เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นการก่อหนี้เพิ่มเติม ซึ่งทาง ธปท.ก็อำนวยความสะดวกในเรื่องดังกล่าวให้กับทั้ง 2 โครงการเลย” รมว.คลัง กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มิถุนายน 2554, 21:29 น.

คลังมติต่ออายุ เมล์-รถไฟ ฟรีไปอีก6เดือน

Published มิถุนายน 24, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 17:30 น.
คลังมติต่ออายุ เมล์-รถไฟ ฟรีไปอีก6เดือน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181477

ปลัดกระทรวงการคลังเผย มีมติต่ออายุรถเมล์และรถไฟฟรี จากเดิมจะสิ้นสุด มิ.ย.นี้ ออกไปอีก 6 เดือน ชี้ช่วยชาวบ้านประหยัด 30 บาท/วัน โดยให้ ขสมก.-รฟท.สำรองจ่ายก่อน โดย ขสมก.จะมีภาระต้นทุน 180 ล้านบาท/เดือน ส่วน รฟท. 30 ล้านบาท/เดือน…

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมได้หารือร่วมกันแล้วและเห็นชอบที่จะต่ออายุ มาตรการลดค่าครองชีพในส่วนของค่ารถเมล์และรถไฟฟรีอีก 6 เดือน จากที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะมีภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจากมาตรการนี้ 180 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะมีภาระต้นทุนประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง บริหารจัดการภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไปก่อน และจะมีการนำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากมีรัฐบาลใหม่ เพื่อชดเชยภาระที่เกิดขึ้นจากมาตรากรดังกล่าวให้แก่ทั้ง 2 หน่วยงาน

นาย อารีพงศ์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ ดำเนินการมาหลายปีแล้ว และเห็นว่าช่วยดูแลความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้รถเมล์ และรถไฟ ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30 บาทต่อวัน สำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยจริงๆ ถือว่าสำคัญมากและเชื่อว่ารัฐบาลใหม่ที่มาจาก 2 พรรคใหญ่ มีนโยบายที่สนับสนุนมาตรการนี้อยู่แล้ว คงไม่น่ามีปัญหา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 24 มิถุนายน 2554, 17:30 น.

คลังไฟเขียวเบิกจ่ายยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเหมือนเดิม

Published มิถุนายน 24, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 16:31 น.
คลังไฟเขียวเบิกจ่ายยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมเหมือนเดิม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181478

คลังให้ข้าราชการเบิกจ่ายยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมกลูโคซามีนได้เหมือนเดิม แต่จำกัดเวลาจ่ายยาติดต่อกันได้แค่ 6 เดือน

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าทางกรมบัญชีกลางจะทำเรื่องให้ข้าราชการ และ ข้าราชการบำนาญ สามารถเบิกจ่ายยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมกลูโคซามีนได้เหมือนเดิม หลังจากที่มีการห้ามเบิก และมีข้าราชการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายยากลูโคซามีน มีเงื่อนไช้ในระยะเวลาที่จำกัด เพื่อไม่ให้เกิดอันตราจากการใช้ยาเป็นเวลานาน โดยแพทย์สามารถสั่งจ่ายยากลูโคซามีนให้ข้าราชการได้ 3 เดือนแรกของการรักษา หากมีผลทำให้ดีขึ้น ก็ให้เบิกจ่ายได้อีก 3 เดือน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางห่ามเบิกยากลูโคซามีน เพราะมีความเห็นที่แตกต่างกันทางการแพทย์ว่ายานี้ผลต่อการรักษาจริงหรือไม่ นอกจากนี่ยามีราคาแพง คลังต้องการประหยัดเงินจากค่ารักษาพยาบาลที่มีการเบิกจ่ายยากลูโคซามีนถึงปี ละ 700 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มิถุนายน 2554, 16:31 น.

คลังจับมือทุกภาคส่วน ต้านคอรัปชันจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

Published มิถุนายน 22, 2011 by SoClaimon

22 มิถุนายน 2554, 16:09 น.
คลังจับมือทุกภาคส่วน ต้านคอรัปชันจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180941

คลังจับมือเอกชนเดินหน้าต้านทุจริตคอรัปชันจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้านกรมบัญชีกลางย้ำพัฒนากฎหมาย ระเบียบ และระบบการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมและมีระบบการตรวจสอบจากประชาชนได้

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการแนวร่วมปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตภาครัฐ (Collective Action) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2554 กรมบัญชีกลางได้จัดการประชุมแนวร่วมปฏิบัติการต่อต้านทุจริตภาครัฐ (Collective Action) เพื่อเป็นการต่อยอดจากการสัมมนา เรื่อง ต่อต้านคอรัปชัน…จุดเปลี่ยนประเทศไทย ของหอการค้าไทยร่วมกับภาคีเครือข่าย 22 องค์กร โดยผลของการจัดสัมมนา 4 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย กลุ่มเยาวชน กลุ่มองค์กรวิชาชีพ กลุ่มภาคเอกชน และกลุ่มภาครัฐ แสดงให้เห็นว่า ควรมีการปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างค่านิยมในการต่อต้านการทุจริต และควรส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอรัปชันในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้มีความเป็นรูปธรรม โดยสามารถแสดงถึงความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ความโปร่งใส (Corruption Perception Index: CPI) ของประเทศไทยที่วัดโดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ที่อันดับ 78 ในปัจจุบันให้ดีขึ้น

นายอารีพงศ์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเพื่อพิจารณาแนวทางในการคัดเลือกโครงการ จัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่มีมูลค่าเหมาะสม เพื่อให้เข้าร่วมในโครงการแนวร่วมปฏิบัติฯ อันจะเป็นการเตรียมความพร้อม และเป็นข้อมูลประกอบการนำเสนอรัฐบาลพิจารณากำหนดเป็นนโยบายต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุม ได้กำหนดแนวทางความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหอการค้าไทยจะรับหน้าที่ประสานงานกับกลุ่มเยาวชนและองค์กรวิชาชีพ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยรับหน้าที่ประสาน งานกับภาคเอกชน และกระทรวงการคลังทำหน้าที่ประสานงานในส่วนของภาครัฐ ทั้งนี้ เมื่อโครงการ Collective Action ได้ดำเนินการแล้ว จะสามารถช่วยลดการทุจริตของภาครัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยความโปร่งใสมี ประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างมาตรฐานระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้รับการยอมรับในระดับ สากล ประมวลผลข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรมบัญชีกลางในการพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการภาครัฐภาค เอกชน และภาคประชาสังคม ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงบประมาณ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูประถัมภ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย และธนาคารโลก (World Bank)

ด้าน นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ในส่วนของกฎหมาย ระเบียบ และระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทางกรมบัญชีกลางมีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมและมีระบบการตรวจสอบจากประชาชนได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มิถุนายน 2554, 16:09 น.

คลังเร่งหารือต่อมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ

Published มิถุนายน 10, 2011 by SoClaimon

9 มิถุนายน 2554, 20:00 น.
คลังเร่งหารือต่อมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177790

คลัง เตรียมหารือ สำนักงบประมาณและกระทรวงคมนาคม หาทางต่อมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพทั้ง รถเมล์-รถไฟ ที่จะหมดอายุ สิ้นเดือน มิ.ย. คาดหากต่ออายุมาตรการไม่ได้จะกระทบประชาชนบางส่วนเท่านั้น

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมหารือกับสำนักงานงบประมาณ และกระทรวงคมนาคม เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล ที่จะสิ้นสุดอายุในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยเฉพาะรถเมล์-รถไฟฟรี อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามมติ ครม. ซึ่งต้องใช้เงินสนับสนุน จึงจะต้องการพิจารณาจากครม.ตัดสินใจในเชิงนโยบาย ดังนั้น จึงจะหารือร่วมกันว่าจะสามารถดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว โดยใช้แนวทางอื่นได้หรือไม่

“ไม่มีผู้อนุญาตการใช้เงิน ข้าราชการประจำก็ต้องมาหารือก้นเพื่อดูว่าหนทางใดที่จะสามารถทำได้ ก็ต้องคุยกันกับสำนักงบฯกับกระทรวงคมนาคม” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

ทั้งนี้ หากไม่สามารถต่ออายุมาตรการช่วยค่าครองชีพดังกล่าวได้ เชื่อว่าประชาชนไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะเกษตรกร ที่ปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรกรปรับสูงขึ้น แต่อาจจะมีผลกระทบต่อกลุ่มประชาชนที่มีรายได้ไม่เติบโตตามเงินเฟ้อ ดังนั้นกระทรวงที่เกี่ยวข้องคงต้องวางแนวทางบรรเทาผลกระทบ เช่น กระทรวงพาณิชย์ที่ต้องดูแลราคาสินค้า ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของรัฐบาล มีทั้งให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟชั้น 3 ฟรี รวมถึงค่าไฟฟ้าด้วย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 มิถุนายน 2554, 20:00 น.

ปี๊งไอเดีย รสก.เตรียมเปลี่ยนโรงงานเหล้าทำซีอิ๊ว

Published มิถุนายน 10, 2011 by SoClaimon

9 มิถุนายน 2554, 19:20 น.
ปี๊งไอเดีย รสก.เตรียมเปลี่ยนโรงงานเหล้าทำซีอิ๊ว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177791

กรรมการรัฐวิสาหกิจ ไอเดียกระฉูด เตรียมเปลี่ยนโรงงานสุราเป็นโรงงานซีอิ๊ว เชื่อหากเปิดเสรีการค้าโรงงานเหล้าแข่งเอกชนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจผู้แทนกระทรวงการคลังสาขาขนส่งและสาธารณูปการว่า ได้กำชับให้กรรมการรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือ โรงงานไพ่ องค์การสุรา ทบทวนบทบาท และสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารองค์กร โดยเฉพาะองค์การสุราที่ปัจจุบันมีบทบาทในการผลิต และจำหน่ายแอลกอฮอล์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นไปตามกรอบกฎหมาย เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ในอนาคตเมื่อมีการเปิดเสรีการค้าและหากมีกระบวนการผลิตที่ต้นทุนที่สูงกว่าเอกชน จะทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้

ดังนั้น เห็นว่าควรที่จะมีการขยายธุรกิจใหม่หรือไม่ โดยปรับไปเป็นโรงงานผลิตซีอิ๊ว ซึ่งต้องใช้เอทธิลแอลกอฮอล์ในกระบวนการผลิตและมีการหมักถั่วเหลืองด้วย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นห่วงว่าหากมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตซีอิ๊ว อาจต้องใช้เงินงบประมาณหลายพันล้านบาท เพื่อใช้ขยายกำลังการผลิตถึง 3 เท่า ซึ่งจะเป็นภาระเงินงบประมาณจำนวนมาก ดังนั้น เห็นว่าคณะกรรมการจะต้องสร้างความชัดเจน

“มีประเด็นว่าจะให้ยกเลิก เปลี่ยนบทบาทหรือขยายธุรกิจ ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้วิธีนี้หรือไม่ ซึ่งคระกรรมการต้องนำไปคิดและสร้างความชัดเจน ซึ่งขณะนี้ ซีอิ๊วมีความต้องการสูง ซึ่งญี่ปุ่นมีการมาสร้างโรงงานในไทยมาก ดังนั้นหากจะให้สร้างโรงงานซีอิ๊วใหม่ก็ต้องลงทุนสูง ก็เป็นประเด็นที่บอร์ดต้องไปคิด เพราะเป็นห่วงเรื่องใช้เงินลงทุนสูงหลายพันล้านบาท” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

สำหรับกลุ่มขนส่งที่มีความสำคัญคือการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งมีความพยายามที่จะพลิกฟื้นกิจการ และเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน ดังนั้นจะมีการเสนอรัฐบาลใหม่เพื่อหาแนวทางดำ เนินการ โดยคณะกรรมการของ ขสมก.และ รฟท.จะต้องมีการหารือในประเด็นปัญหาต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเสนอแนวทางแก้ปัญหา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 มิถุนายน 2554, 19:20 น.

คลังไม่เชื่อปัญหาการเมืองทำหุ้นร่วงหนัก

Published มิถุนายน 10, 2011 by SoClaimon

9 มิถุนายน 2554, 18:37 น.
คลังไม่เชื่อปัญหาการเมืองทำหุ้นร่วงหนัก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177788

ปลัดคลัง ระบุ สาเหตุหุ้นร่วงต่อเนื่อง จากปัญหาเศรษฐกิจในต่างประเทศไม่เกี่ยวการเมืองหรือการเลือกตั้ง ย้ำพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มองว่ามาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจในต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือการเลือกตั้งภายในประเทศ ที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกมาเพื่อนำเงินกลับประเทศ ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เห็นได้จากช่วง 5 เดือนที่ผ่านมายอดการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและการส่งออก ในทุกสาขายังขยายตัวได้ดี ยกเว้นยอดขายรถ ยนต์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยอมรับได้จากญี่ปุ่นประสบปัญหาการผลิตชิ้นส่วน รถยนต์

ส่วนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ทีมียอดขายลดลง เนื่องจากเป็นช่วงปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว ขณะที่กลุ่มอัญมณี มียอดขายลดลงเพราะได้รับผลกระทบต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การส่งออกปีนี้น่าจะดีกว่าปีก่อน

“ผมพยายามติดตามดูเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ที่ตลาดหุ้นปรับลดลงมาจากเศรษฐกิจภายนอกที่มีปัญหา ไม่ได้เกี่ยวกีบการเลือก ตั้งในประเทศ พื้นฐานเศรษฐกิจไทย 5 เดือนยังไปได้ดี ส่วนกรณีที่นักวิเคราะห์ต่างประเทศแนะให้นักลงทุนเทขายหุ้นไทยเพราะไม่ มั่นใจเรื่องการเลือกตั้งนั้นไม่ทราบ” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 มิถุนายน 2554, 18:37 น.
%d bloggers like this: