อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

All posts tagged อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

ขนส่งทางบกเล็งเชือด รถตู้ยัดคนเกิน ย้ำ!ปรับหนักสุด

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

6 สิงหาคม 2554, 08:57 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191921.

Pic_191921

ขนส่งทางบก ย้ำ!!!รถตู้โดยสารสาธารณะที่บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด จะถูกปรับ ในอัตราสูงสุดทุกราย เผยสั่งการให้ตรวจเข้มทุกเส้นทาง เฉพาะ 7 เดือนที่ผ่านมา พบผู้ที่กระทำผิดกว่า 700 ราย…

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2554 นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนนิยมใช้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะมากขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการบางรายมีการแก้ไขดัดแปลงจำนวนที่นั่งเกินจำนวนที่กฎหมาย กำหนด เพื่อให้สามารถรับผู้โดยสารได้มากขึ้น และบางรายถึงขั้นให้ผู้โดยสารยืนบนรถตู้ เช่น สายอยุธยา – สุพรรณบุรี – ตลาดโรงเกลือ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยกรมการขนส่งทางบกได้ สั่งให้เพิ่มมาตรการตรวจเข้มในเส้นทางต่าง ๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก อยุธยา สุพรรณบุรี และสระแก้ว ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการตรวจสอบรถโดยสารสาธารณะ ตามจุดต่าง ๆ มาตลอดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ จากการออกตรวจสอบรถตู้โดยสารสาธารณะระหว่างเดือน มกราคม ถึง เดือนกรกฎาคม 2554 ปรากฏว่า มีการเรียกรถตู้โดยสารสาธารณะเข้าตรวจสอบ จำนวน 7,772 ราย พบรถที่กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก จำนวน 749 ราย ความผิดส่วนใหญ่ คือ ไม่พกใบอนุญาตขับรถและแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ จำนวน 146 ราย มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท รองลงมา คือ วิ่งออกนอกเส้นทาง จำนวน 140 ราย มีความผิดปรับคันละไม่เกิน 5,000 บาท/วัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่มีชื่อเส้นทาง หรือป้ายแสดงอัตราค่าโดยสาร จำนวน 134 ราย มีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท และการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของตัวรถ (การเพิ่มจำนวนที่นั่ง) จำนวน 113 ราย มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ที่ผ่านมาผู้ตรวจการได้เปรียบเทียบปรับ จำนวน 552 ราย และออกใบสั่งผู้ตรวจการ จำนวน 197 ฉบับ เพื่อให้เจ้าของรถหรือผู้ประจำรถมาชำระค่าปรับต่อไป โดยมาตรการตรวจเข้มจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจริงจัง

“ขอให้ประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพิทักษ์สิทธิในการใช้บริการรถโดยสาร สาธารณะ“พบเห็นพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ขับรถไม่ปลอดภัย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายอัฌษไธค์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 สิงหาคม 2554, 08:57 น.

เตือนขายรถโอนลอย ถ้าคนซื้อทำผิดเจ้าของติดร่างแห

Published กรกฎาคม 12, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 19:33 น.

เตือนขายรถโอนลอย ถ้าคนซื้อทำผิดเจ้าของติดร่างแห.

Pic_185568

ขนส่งทางบก เตือนประชาชน อย่าเห็นแก่รถถูก อาจเจอรถทะเบียนสวม ผิดกฎหมาย แนะขายรถต่อห้ามโอนลอย หวั่นคนซื้อไปทำผิดกฎหมาย เจ้าของเดิมติดร่างแห

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายอัฌษไธค์  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ต้องการเตือนประชาชน อย่าไปหลงเชื่อ ผู้ขายรถยนต์ราคาถูกเกินไป เพราะอาจมีการสวมทะเบียนปลอม จะส่งผลให้รถยนต์คันดังกล่าวผิดกฎหมายทันที และจะมีปัญหาเวลาต่อทะเบียนรถยนต์ ซึ่งให้ป้องกันโดยผู้ซื้อรถยนต์ต่อจากผู้อื่น ต้องมาดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรม ฯ เอง เพื่อให้แน่ใจว่า เป็นรถที่ไม่ผิดกฎหมาย ขณะที่ผู้ขายรถยนต์ ห้ามทำการโอนเพียงกรรมสิทธิ์ แต่ไม่มีการโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของใหม่ที่กรมฯ (โอนลอย) เพราะหากผู้ซื้อรถยนต์ ไปใช้กระทำผิดกฎหมาย เจ้าของรถเดิม จะมีความผิดด้วยทันที และที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว กว่าตำรวจจะพิสูจน์ว่า เจ้าของรถเดิมไม่มีส่วนรู้เห็น ต้องใช้เวลานาน

“ การซื้อขายรถยนต์ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ต้องดำเนินการให้ชัดเจน อย่าไปยอมให้โอนลอย เพื่อรอการขายต่อ เพราะอาจมีปัญหาภายหลังได้ และให้มาดำเนินการที่กรมฯ เท่านั้น อย่าไปหลงเชื่อใคร ซึ่งที่ผ่านมา เคยเตือนหลายครั้งแล้ว แต่พบว่า ผู้ซื้อ ขายรถยนต์หลายราย ยังดำเนินการโอนลอยแบบเดิมอยู่ และอยากเตือนประชาชนที่ไปใช้บริการที่กรมฯ อย่าไปหลงเชื่อมิจฉาชีพ แอบอ้างหลอกลวงประชาชน ดำเนินการแทนที่กรม ฯ เช่น ทำใบขับขี่ ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถยนต์ โอนซื้อ – ขายรถยนต์ โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งหลงเชื่อ เสียค่าใช้จ่ายให้กลุ่มมิจฉาชีพดำเนินการแทน และบางรายได้เอกสารปลอมกลับมา ซึ่งอยากให้ประชาชนดำเนินการกับเจ้าหน้าที่กรมฯ เท่านั้น ยืนยันว่า ไม่เสียเวลาแน่นอน”รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าว

สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่พบมากที่สุด คือ การขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถยนต์ที่ขับผ่านสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร โดยจะสังเกตว่า รถคันใดเตรียมชิดซ้าย เพื่อจะเลี้ยวเข้ากรม ฯ จะเข้าประกบเคาะกระจกรถยนต์ และอาสาดำเนินการให้โดยเรียกทรัพย์สินเป็นค่าตอบแทน หรือบางกรณีอาจจอดรถจักรยานยนต์ดักรออยู่บริเวณประตูทางเข้ากรม ฯ เพื่อตามประกบผู้ที่ขับรถเข้ามาและรับอาสาดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งหากประชาชนพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ให้แจ้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณด้านหน้าอาคาร 4 กรม ฯ หรือแจ้ง 1586 ได้ทันที

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่จากกองตรวจการขนส่งทางบก ได้คุมเข้มโดยแต่งกายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ติดตามกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมติดประกาศรูปของผู้ที่ถูกดำเนินคดี และผู้ถูกบันทึกประวัติ มีพฤติกรรมน่าสงสัยตามบอร์ดประชาสัมพันธ์ของแต่ละอาคาร เพื่อให้ประชาชนระวัง โดยระหว่างเดือนต.ค. 53 – พ.ค. 54 จับกุมผู้กระทำผิด ส่งสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อดำเนินคดีแล้ว 84 ราย และบันทึกประวัติผู้มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อติดตามใกล้ชิดอีก 22 ราย ซึ่งหลังจากที่กรมฯ กวดขันอย่างจริงจัง พบว่า ผู้กระทำเริ่มลดลง แต่กรมฯ จะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 19:33 น.

ขนส่งทางบกแฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน

Published มิถุนายน 22, 2011 by SoClaimon

22 มิถุนายน 2554, 16:13 น.
ขนส่งทางบกแฉพฤติกรรมมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180942

ขนส่งทางบก แฉ!!! พฤติกรรมผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชน เผย 8 เดือน จับกุมผู้กระทำผิดดำเนินคดีแล้ว จำนวน 84 ราย พร้อมทั้งจัดทำบัญชีเฝ้าระวังอีก 22 ราย

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตรวจการของกรมการขนส่งทางบกในการ เฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้าง และหลอกลวงประชาชนในบริเวณกรมการขนส่งทางบก พบว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวจะมีพฤติกรรมในรูปแบบต่าง ๆ โดยพฤติกรรมที่พบมากที่สุด ได้แก่ การขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถยนต์ที่ขับผ่านสถานีรถไฟฟ้า จตุจักร โดยจะสังเกตว่ารถคันใดเตรียมชิดซ้ายเพื่อจะเลี้ยวเข้ากรมการขนส่งทางบก ก็จะเข้าประกบเคาะกระจกรถยนต์ และอาสาดำเนินการให้โดยเรียกทรัพย์สินเป็นค่าตอบแทน หรือบางกรณีอาจจะจอดรถจักรยานยนต์ดักรออยู่บริเวณประตูทางเข้ากรมการขนส่ง ทางบก เพื่อตามประกบผู้ที่ขับรถเข้ามาและรับอาสาดำเนินการต่าง ๆ ให้เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังอาจแฝงเข้ามาในรูปแบบของจักรยานยนต์รับจ้าง รวมทั้งการเดินประกบประชาชนจากบริเวณด้านนอกกรมการขนส่งทางบก เพื่ออาสาดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา (ระหว่างเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม) จับกุมผู้กระทำผิดฐานสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นส่งสถานี ตำรวจนครบาลบางซื่อดำเนินคดีแล้ว จำนวน 84 ราย และบันทึกประวัติผู้มีพฤติกรรม น่าสงสัยเพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีก 22 ราย

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกได้ออกมาตรการคุมเข้ม ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่จากกองตรวจการขนส่งทางบกแต่งกายทั้งในและนอกเครื่องแบบ ออกติดตาม เฝ้าระวัง และคอยประกบกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมติดประกาศรูปของผู้ที่ถูกดำเนินคดี และผู้ที่ถูกบันทึกประวัติมีพฤติกรรมน่าสงสัยตามบอร์ดประชาสัมพันธ์ของแต่ละ อาคาร เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลดังกล่าว ดังนั้น หากมีผู้แอบอ้าง หรืออาสาดำเนินการต่าง ๆ แทน ขออย่าหลงเชื่อเพราะนอกจาก ต้องเสียทรัพย์สินและเอกสารสำคัญแล้ว ยังอาจได้รับเอกสารปลอมซึ่งหากนำไปใช้จะมีความผิดตามกฎหมายฐานใช้เอกสาร ราชการปลอมด้วย โดยเฉพาะการขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอน ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินการแทนได้ ซึ่งปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวก ในการรับชำระภาษีรถ และขอรับใบอนุญาตขับรถให้สามารถดำเนินการได้ทุกสำนักงานขนส่งทั่วประเทศโดย ไม่จำกัดภูมิลำเนา จึงขอให้ประชาชนติดต่อราชการด้วยตนเอง หากไม่ได้รับความสะดวกใด ๆ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กรมการขนส่งทางบก หรือแจ้งที่ Call Center 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพบบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โปรดแจ้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณด้านหน้าอาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มิถุนายน 2554, 16:13 น.

ขนส่งประกาศงดชำระภาษีในวันเลือกตั้ง

Published มิถุนายน 21, 2011 by SoClaimon

21 มิถุนายน 2554, 16:33 น.
ขนส่งประกาศงดชำระภาษีในวันเลือกตั้ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180696

ขนส่งทางบก งด ให้บริการรับชำระภาษีรถประจำปี“ช็อปให้พอ แล้วต่อภาษี” ที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ หรือแหล่งชุมชนทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 2 และวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ค. 54 เนื่องจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการโครงการออกหน่วยเคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปี โดยเปิดให้บริการ “ช็อปให้พอ แล้วต่อภาษี” (Shop Thru for Tax) เพื่อให้บริการรับชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าคาร์ฟูร์ และแหล่งชุมชนทั่วประเทศในวันเสาร์-อาทิตย์ ตามนโยบายเพิ่มความสะดวกในการชำระภาษีรถประจำปีแก่ประชาชน ทั้งนี้ ตามที่ได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษาพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 โดยให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 ดังนั้น เพื่อมิให้กระทบต่อบุคลากรกรมการขนส่ง ทางบกที่ต้องเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าว กรมการขนส่งทางบกจึง งด ให้บริการ รับชำระภาษีรถประจำปีตามโครงการออกหน่วย เคลื่อนที่รับชำระภาษีรถประจำปี ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ณ ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งชุมชนทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 2 และวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2554 โดยจะเปิดให้บริการตามปกติในวันเสาร์และวันอาทิตย์ถัด ไป

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่ประสงค์จะชำระภาษีรถที่ห้างคาร์ฟูร์ เพียงนำหลักฐานการทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมาแสดง โดยรถเก๋ง รถปิคอัพ รถตู้ ที่อายุการใช้งานเกิน 7 ปี ขึ้นไป หรือรถจักรยานยนต์อายุการใช้งานเกิน 5 ปี ขึ้นไป ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย โดยจะมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือไม่ก็ได้ และจะได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถประจำปี (ป้ายวงกลม) ทันที เช่นเดียวกับมาติดต่อชำระภาษีรถที่กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งทั่วจังหวัดประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 หรือสอบถาม Call Center 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 มิถุนายน 2554, 16:33 น.

ขนส่งทางบกเตือนระวังหน้าม้ารับทำใบขับขี่

Published มิถุนายน 11, 2011 by SoClaimon

11 มิถุนายน 2554, 16:00 น.
ขนส่งทางบกเตือนระวังหน้าม้ารับทำใบขับขี่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_178256

ขนส่งทางบก เตือน!!!ระวังหน้าม้ารับทำใบขับขี่ เพราะนอกจากจะเสียทรัพย์สินแล้วยังได้ใบขับขี่ปลอมด้วย เฉพาะปี 54 จับส่งดำเนินคดีแล้ว 40 ราย บันทึกประวัติเฝ้าระวังอีก  11 ราย แนะแจ้งเบาะแสผู้แอบอ้าง ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ขนส่งทางบก จตุจักร

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายอัฌษไธค์  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากกรณีที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมแก๊งทำใบขับขี่ปลอมให้แก่ประชาชนทั้งแบบชั่วคราว และแบบตลอดชีพ โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบ ทำให้ผู้ที่หลงเชื่อต้องได้รับใบขับขี่ปลอมทุกรายนั้น เนื่องจากการขอรับใบขับขี่จะต้องดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบก และต้องผ่านการทดสอบด้วยตนเองทุกขั้นตอน (ยกเว้นใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศที่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการ แทนได้) อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบแฝงมาหลอกลวงประชาชนอยู่เป็นประจำ ซึ่งทางกรมการขนส่งทางบกได้จัดส่งผู้ตรวจการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อคอยออกตรวจตราจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพเป็นประจำ และได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เพื่อให้คำแนะนำและรับแจ้งเหตุจากประชาชนที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง ณ บริเวณด้านหน้า อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

ทั้งนี้ เฉพาะปี 2554 ระหว่างเดือน ม.ค.-เม.ย. สามารถจับกุมผู้กระทำผิดส่งสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อดำเนินคดีแล้ว จำนวน 40 ราย และบันทึกประวัติผู้มีพฤติกรรมน่าสงสัยเพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีก 11 ราย โดยประชาชนที่มาติดต่อราชการกับกรมการขนส่งทางบก ขอให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรงเท่านั้นเพื่อป้องกันมิให้ตก เป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า การสังเกตว่าใบอนุญาตขับรถจะเป็นฉบับจริงหรือไม่ดูได้จาก กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถรูปแบบใหม่ (แบบสมาร์ทการ์ด) ด้านหน้าบัตรจะต้องมีรูปตราสัญลักษณ์กรมการขนส่งทางบก (พระมาตุลีเทพบุตร) ซึ่งเป็นลายน้ำ 7 สี และมีรูปกราฟฟิกตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดของแต่ละจังหวัดด้วย สำหรับใบอนุญาตขับรถรูปแบบเก่า (แบบตัดติดรูป) ให้สังเกตจากรูปแบบตัวหนังสือซึ่งจะมีความแตกต่างกัน โดยใบอนุญาตขับรถฉบับปลอมจะมีเข้มและคมชัดกว่าปกติ

สำหรับขั้นตอนการสอบขอรับใบขับขี่ ภายหลังการยื่นคำขอแล้วต้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และเข้ารับการอบรม จำนวน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงทดสอบข้อเขียนด้วยระบบ E-exam ก่อนเข้ารับการทดสอบขับรถ ณ สนามทดสอบขับรถของกรมการขนส่งทางบก โดยทุกขั้นตอนต้องดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น ผู้อื่นไม่สามารถดำเนินการแทนได้ ดังนั้น หากมีผู้แอบอ้าง หรืออาสาดำเนินการต่าง ๆ แทน ขออย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างดังกล่าว เพราะนอกจากต้องเสียเงินและเอกสารสำคัญแล้วยังได้รับเอกสารปลอมซึ่งหากนำไป ใช้จะมีความผิดตามกฎหมายฐานใช้เอกสารราชการปลอมด้วย ทั้งนี้ในปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกได้อำนวยความสะดวกในการรับชำระภาษีรถ และขอรับใบอนุญาตขับรถให้สามารถดำเนินการได้ทุกสำนักงานขนส่งทั่วประเทศโดย ไม่จำกัดภูมิลำเนา จึงขอให้ประชาชนติดต่อราชการด้วยตนเอง หากไม่ได้รับความสะดวกใด ๆ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ กรมการขนส่งทางบก หรือแจ้งที่ Call Center 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ หากพบบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โปรดแจ้ง   ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณด้านหน้าอาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 มิถุนายน 2554, 16:00 น.

รถเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นLPG-CNG พ.ค.ทะลักกว่า 1.5 หมื่นคัน

Published มิถุนายน 9, 2011 by SoClaimon

8 มิถุนายน 2554, 15:45 น.
รถเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นLPG-CNG พ.ค.ทะลักกว่า 1.5 หมื่นคัน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_177477

ขนส่งทางบก ระบุ!!!พ.ค.ปีนี้ มีรถแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นก๊าซ LPG และ CNG สูงถึงกว่า 15,000 คัน เพิ่มขึ้นจากเม.ย.เกือบ3,000 คัน เตือน!!! เจ้าของรถที่ใช้ก๊าซต้องเข้ารับการตรวจและทดสอบเครื่อง อุปกรณ์และส่วนควบ จากผู้ติดตั้งที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันผันผวนและแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของรถยนต์หันมาติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) หรือ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยจากสถิติจำนวนรถจำแนกตามชนิดเชื้อเพลิงทั่วประเทศสะสมจนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2554 ปรากฏว่า มีจำนวนรถที่ใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิง จำนวน 732,612 คัน และรถที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิง จำนวน 217,593 คัน เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2554 พบว่ามีเจ้าของรถมาดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นก๊าซ LPG จำนวน 15,189 คัน และแจ้งเปลี่ยนเป็นก๊าซ CNG จำนวน 763 คัน เมื่อ เทียบกับเดือนก่อนเพิ่มขึ้นรวมจำนวน 2,655 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 16.64

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า เจ้าของรถที่ประสงค์จะเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเป็นก๊าซ CNG หรือ LPG ต้องนำรถเข้ารับการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซ CNG หรือ LPG ในรถยนต์ กับผู้ติดตั้งที่ได้รับความเห็นชอบจาก กรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถมั่นใจได้ในขั้นตอนวิธีการติดตั้งที่ถูกต้อง ปลอดภัย อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ก็ได้มาตรฐานตามที่กำหนด โดยปัจจุบันมีผู้ติดตั้ง ที่ได้รับความเห็นชอบอยู่ทั่วประเทศแล้ว จำนวน 880 ราย และผู้ตรวจและทดสอบ จำนวน 221 ราย เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วเจ้าของรถจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจ และทดสอบความปลอดภัย กับผู้ตรวจและทดสอบที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกอีกครั้ง จากนั้นจึงไปดำเนินการแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้ ถูกต้อง ณ กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศโดยนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ พร้อมหลักฐาน ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ใบรับรองการติดตั้ง ใบรับรองการตรวจและทดสอบ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถที่ใช้ก๊าซ CNG เป็นเชื้อเพลิง ต้องตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบทุกปี ยกเว้น เฉพาะการติดตั้งก๊าซ CNG จากโรงงานที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ (Original Equipment Manufacturer) ให้ตรวจและทดสอบหลังจากจดทะเบียนครั้งแรกมาแล้ว 3 ปี และครั้งต่อไปต้องตรวจทุกปี สำหรับรถที่ใช้ก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงให้ตรวจและทดสอบเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบทุก 5 ปี นับแต่วันแจ้งการใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถที่ประสงค์ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ขอให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ติดตั้งหรือผู้ตรวจและทดสอบที่ได้รับความเห็นชอบทางเว็บไซต์ http://www.dlt.go.th/ngv ก่อนนำรถเข้ารับบริการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก โทร. 0-2271-8604 หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือที่ Call Center 1584

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 มิถุนายน 2554, 15:45 น.

ขนส่งเปิดกว้างใช้ทะเบียนรถไปต่างประเทศ

Published พฤษภาคม 25, 2011 by SoClaimon

24 พฤษภาคม 2554, 19:45 น.
ขนส่งเปิดกว้างใช้ทะเบียนรถไปต่างประเทศ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173845

ขนส่งทางบก ออกประกาศกำหนดตัวอักษรหมวด ญ และ ฒ เป็นภาษาอังกฤษหรือตัวเลข สำหรับการนำแผ่นป้ายทะเบียนรถไปใช้ต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านทะเบียนรถให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนนิยมเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ส่วนบุคคลไปยังประเทศเพื่อน บ้านเพิ่มมากขึ้น ทำให้การดำเนินการด้านแผ่นป้ายทะเบียนรถที่จะนำไปใช้ยังต่างประเทศมีไม่ เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ดังนั้น กรมการขนส่งทางบก จึงออกประกาศกำหนดการใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ หรือตัวเลขประจำหมวดหมายเลขทะเบียนรถเพิ่มเติม ได้แก่ หมวด ญ เท่ากับหมายเลข 11 และหมวด ฒ เท่ากับหมายเลข 12 ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นหมวด ญญ เท่ากับ V1 และ ฒฒ เท่ากับ V2 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของรถที่ต้องการนำรถไปใช้ในประเทศตามความตกลงว่า ด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วย ประเทศกัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม ไทย และจีนตอนใต้ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้การนำรถ ไปใช้ยังประเทศมาเลเซีย ให้ใช้การเทียบหมวดตัวอักษรภาษาไทยเป็น ตัวภาษาอังกฤษเช่นเดียวกันกับการนำรถไปใช้ตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วย การขนส่งข้ามพรมแดนใน อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเป็นการชั่วคราวด้วย

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า การนำรถไปใช้ในประเทศดังกล่าว เจ้าของรถต้องดำเนินการทางทะเบียนรถให้ถูกต้องเพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยต้องมีเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถ ได้แก่ หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (พาสปอร์ตรถ) เครื่องหมายแสดงประเทศ หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถเพื่อการใช้รถนอกราชอาณาจักร แผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ และ หนังสือรับรองการจดทะเบียนรถที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ (เฉพาะการนำรถไปใช้ในประเทศเวียดนาม) ส่วนในกรณีที่ต้องการขับรถในต่างประเทศต้องมีใบอนุญาตขับรถที่แปล เป็นภาษาอังกฤษด้วย

ทั้งนี้ การขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ หรือพาสปอร์ตรถ และแผ่นป้ายทะเบียนรถ ที่เป็นภาษาอังกฤษ สามารถยื่นคำขอ พร้อมหลักฐาน ประกอบด้วย สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนรถบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และหนังสือมอบอำนาจ (กรณีมิได้มาดำเนินการด้วยตนเอง) พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียง 55 บาท เท่านั้น และจะได้รับพาสปอร์ตรถภายใน 2 วันทำการ ทั้งนี้ พาสปอร์ตรถจะมีระยะเวลาการสิ้นอายุ ตรงตามกำหนดวันสิ้นอายุภาษีรถประจำปี สำหรับการยื่นขอแผ่น ป้ายทะเบียนรถที่แสดงประเทศ ให้ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน โดยในส่วนกลาง ติดต่อ ณ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ ส่วนภูมิภาค ติดต่อที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ โดยเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 205 บาท และจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถภายใน 20 วันทำการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 พฤษภาคม 2554, 19:45 น.

ขนส่งนำรถโมบายE-examทำใบขับขี่ต่ออายุและชำระภาษีประจำปี

Published พฤษภาคม 2, 2011 by SoClaimon

30 เมษายน 2554, 15:45 น.
ขนส่งนำรถโมบายE-examทำใบขับขี่ต่ออายุและชำระภาษีประจำปี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167986

ขนส่งทางบกนำรถโมบาย E-exam ให้บริการทำใบขับขี่ใหม่ ต่ออายุใบขับขี่ เปลี่ยนใบขับขี่รูปแบบใหม่ และรับชำระภาษีรถประจำปี ในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม นี้ ที่ธนาคารธนชาต สาขารัชดาภิเษก…

เมื่อวันที่ 30 เม.ย. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก ได้นำรถโมบาย E-exam ออกให้บริการทำใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์และรับชำระภาษีรถประจำปี แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแหล่งชุมชนหรือในพื้นที่ห่างไกลไม่สะดวกในการเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานขนส่ง โดยออกให้บริการในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สำหรับเดือนพฤษภาคมนี้ กำหนดออกให้บริการในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 54 ที่ธนาคารธนชาต สาขารัชดาภิเษก ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. โดยผู้ขอรับบริการในวันดังกล่าว ติดต่อลงทะเบียนล่วงหน้าที่ธนาคารธนชาตสาขารัชดาภิเษก ภายใน 4 พฤษภาคมนี้

ทั้งนี้ ได้นำรถ โมบาย E-exam ออกหมุนเวียนให้บริการทั่วประเทศตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 ถึง มีนาคม 2554 จำนวน 3,212 ครั้ง มีผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งสิ้น 346,889 ราย สำหรับประชาชนที่มารับบริการสอบใบขับขี่ที่รถโมบาย E-exam เพียงเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนาและใบรับรองแพทย์มายื่นขอรับ บริการจะได้รับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และเข้ารับการอบรม จำนวน 2 ชั่วโมง ทดสอบข้อเขียนด้วยเครื่องทดสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-exam ใช้ข้อสอบจากฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ทราบผลสอบทันที จากนั้นจึงทดสอบขับรถ สำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบขับรถจะได้รับใบอนุญาตขับรถในวันเดียวกัน

ส่วนการรับชำระภาษีรถประจำปี สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องมีหลักฐานการทำ พ.ร.บ.มาแสดง กรณีรถเก๋ง รถปิคอัพ รถตู้ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดง ทั้งนี้ จะมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือไม่มีก็ชำระภาษีได้ โดยเจ้าของรถจะได้รับเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ทันทีเช่นเดียวกับการไปติดต่อที่สำนักงานขนส่ง สำหรับผู้สนใจใช้บริการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถ หรือชำระภาษีรถประจำปี ในวันเสาร์ที่7 พฤษภาคม 2554 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ส่วนใบอนุญาตขับรถ กรมการขนส่งทางบก ถึงวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ โทร. 022718425 022718425 หรือ 022718888 022718888 ต่อ 4301-2

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 30 เมษายน 2554, 15:45 น.

ขนส่นทางบกสนองนโยบายรัฐเดินหน้าจดทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ป้ายเหลือง

Published กุมภาพันธ์ 16, 2011 by SoClaimon

15 กุมภาพันธ์ 2554, 14:40 น.

ผ่านทางขนส่นทางบกสนองนโยบายรัฐเดินหน้าจดทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ป้ายเหลือง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_149187

 

ขนส่งทางบก ขานรับนโยบายปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล เตรียมพร้อมรับมือการจดทะเบียนจักรยานยนต์รับจ้างให้เป็นป้ายเหลืองอย่างถูก ต้องทุกคัน คาดว่าจะมีรถจักรยานยนต์มาจดทะเบียนกว่า 30,000 คัน…

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบาย “ร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย” ในโครงการประชาวิวัฒน์ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ร่วมดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและจัดระบบรถจักรยานยนต์สาธารณะด้วย การเตรียมพร้อมรับมือการจดทะเบียนจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกคันทั่วประเทศ ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น จำนวน 2,565,522 คัน โดยเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) จำนวน 63,085 คัน และเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะผิดกฎหมาย (ป้ายดำ) ประมาณ 38,000 คัน

โดยจากผลการสำรวจจำนวนวิน และจำนวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือวินจักรยานยนต์รับจ้างในเขตกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2553 พบว่า ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต มีจำนวนผู้ขับขี่จักรยานยนต์ รับจ้าง ทั้งสิ้น 103,747 คน เพื่อเป็นการสนองนโยบายโครงการประชาวิวัฒน์ กรมการขนส่งทางบกจึงได้ประสานกรุงเทพมหานคร ด้านข้อมูลพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดระเบียบ และขึ้นทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกคัน ซึ่งคาดว่าจะมีรถจักรยานยนต์สาธารณะมาดำเนินการจดทะเบียนกว่า 30,000 คัน และจะสามารถดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนจากกรุงเทพมหานคร

นายอัฌษไธค์ กล่าวต่อว่า ในต่างจังหวัดกรมการขนส่งทางบกได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัด ทั่วประเทศเตรียมพร้อมเพื่อดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวในลักษณะคู่ขนานกับ กรุงเทพมหานครแล้วสำหรับผู้ที่ประสงค์ขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนพร้อมหลักฐาน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะจากคณะกรรมการประจำเขตหรือจังหวัด ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะพร้อมสำเนา แบบรายงานประวัติผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ หลักฐานการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่ยังไม่สิ้นอายุ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเจ้าของรถเป็นนิติบุคคล) หนังสือแจ้งจำหน่ายและหนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ หลักฐานการได้มาของรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หนังสือรับรองการเช่าซื้อ เป็นต้น กรณีเจ้าของรถไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเอง ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจด้วย โดยเสียค่าธรรมเนียมเพียง 315 บาท เท่านั้น

ทั้งนี้ ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 กรมการขนส่งทางบก เพียงแห่งเดียวเท่านั้น สำหรับส่วนภูมิภาค ยื่นคำขอได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัด ยกเว้น อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้ยื่นคำขอได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาอำเภอเบตง

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 กุมภาพันธ์ 2554, 14:40 น.

 

บังคับคาดเข็มขัดนิรภัย สร้างความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร

Published กุมภาพันธ์ 15, 2011 by SoClaimon

15 กุมภาพันธ์ 2554, 05:30 น.

ผ่านทางบังคับคาดเข็มขัดนิรภัย สร้างความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_149067

 

ขส.เข้มรถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งให้ผู้โดยสาร สุ่มตรวจตั้งแต่ วันที่ 27-28 ม.ค. และวันที่ 1-3 ก.พ. โดยเรียกรถเข้าตรวจ 1,755 คัน พบรถกระทำผิด 209 คัน…

นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เตรียมให้ผู้ประกอบการขนส่ง และพนักงานขับรถตู้โดยสารสาธารณะ ขอความร่วมมือผู้โดยสารที่ใช้รถตู้โดยสาร คาดเข็มขัดนิรภัยภายในรถโดยสารทุกคน  หลังจากที่ผ่านมา  กรมได้ออกกฎระเบียบให้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งให้ผู้โดยสารไปแล้ว และในอนาคตมีแนวโน้มจะประกาศเป็นข้อบังคับให้ผู้โดยสารทุกคนต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้โดยสารมากขึ้น นอกจากนี้ ได้ส่งผู้ตรวจการออกตรวจสอบความปลอดภัยในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะบนทางด่วนจุดต่างๆ ตั้งแต่ วันที่ 27-28 ม.ค. และวันที่ 1-3 ก.พ. โดยเรียกรถเข้าตรวจ 1,755 คัน พบรถกระทำผิด 209 คัน ซึ่งกรม ได้เปรียบเทียบปรับในจุดตรวจ 131 คัน และออกใบสั่งผู้ตรวจการ 78 ฉบับ โดยให้เจ้าของรถมาชำระค่าปรับ ณ กรมการขนส่งทางบก

สำหรับความผิดส่วนใหญ่คือ เพิ่มจำนวนที่นั่ง มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท รองลงมาคือ ไม่พกใบอนุญาตขับรถ ระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และไม่มีชื่อเส้นทาง หรือป้ายแสดงอัตราค่าโดยสาร ระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ใช้รถผิดประเภทคือ นำรถป้ายแดง หรือนำรถป้ายดำมาให้บริการ ระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท การแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย ระวางโทษปรับไม่ เกิน 1,000 บาท และไม่ติดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม) ระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 กุมภาพันธ์ 2554, 05:30 น.

 

%d bloggers like this: