ออมสิน

All posts tagged ออมสิน

การเมืองปั่น “ศึกใน” ออมสิน องค์กรระส่ำ ทุจริตเริ่มโผล่

Published กรกฎาคม 3, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/news/020712/58999

2 July 2555

จะว่าเป็นเรื่องแปลกก็ไม่เชิง เพราะธนาคารออมสินอยู่คู่ประชาชนมา 99 ปี ไม่เคยมีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้มาก่อน แต่พอมาเจอศึกการเมืองในองค์กรร้อนระอุรอบนี้ มีแต่เรื่องอัปยศออกมาไม่จบไม่สิ้น และแต่ละเรื่องก็หนักหนาสาหัสเอาการ เพราะต้นเหตุมาจาก “อำนาจ” และ “เงิน”

ถ้าให้พูดถึง “ธนาคารออมสิน” แหล่งเงินออมกว่า 1.5 ล้านล้านบาทในยามนี้ คงหนีไม่พ้น “ศึกใน” ที่เต็มไปด้วยข่าวคาวสุดฉาวที่ถูกตีพิมพ์ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ไม่เว้นแต่ละวัน
โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “การเลื่อยขาเก้าอี้ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน” คนปัจจุบัน “เลอศักดิ์ จุลเทศ” ที่ใกล้จะพ้นวาระในวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 และความขัดแย้งอย่างหนัก ระหว่าง “เลอศักดิ์” และ “พรรณี สถาวโรดม” ประธานกรรมการธนาคารออมสิน ที่มีเรื่องฟาดฟันกันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
ปมปัญหาเริ่มส่อเข้าขึ้นตั้งแต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แต่งตั้งให้ “นางพรรณี สถาวโรดม” เป็นประธานกรรมการธนาคารออมสิน รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการอีก 10 คน เพื่อมาทำหน้าที่แทนกรรมการชุดเดิมที่ลาออกไป
แต่เรื่องมันไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อมีข่าววงในซุบซิบกันออกมาว่า ประธานธนาคารออมสินคนนี้ เป็น “ร่างทรง” ของนายนิพัทธ พุกกะณะสุต กุนซือผู้มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอดีตนายกรัฐมนตรีสุดฉาว “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ยังคงร่อนเร่อยู่ต่างประเทศ ทั้งที่หากมองกันตามข้อเท็จจริง ตำแหน่งนี้ควรจะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ “ปลัดกระทรวงการคลัง” หรือ “ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง” เท่านั้น!!
และทันทีที่ “พรรณี” เข้ามาทำงานในฐานะประธานอย่างเต็มตัว ปมปัญหาก็ค่อยๆ ปูดออกมาทีละเปราะ
เริ่มตั้งแต่การปรับรื้อเกณฑ์การให้สินเชื่อตามข้อสรุปของฝ่ายกฎหมายที่มีตัวแทนอัยการสูงสุดกับกฤษฎีการ่วมอยู่ด้วย และปรับให้สอดคล้องกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ซึ่งเรื่องนี้ “พรรณี” ได้เคยชี้แจงว่า คณะกรรมการเน้นการปรับโครงสร้างระดับการใช้อำนาจของ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหารและฝ่ายคณะกรรมการ เพื่อสร้างกติกาให้ชัดเจนมุ่งสู่เป้าหมาย สามารถตรวจสอบและสร้างสมดุลทั้ง 5 เรื่องหลัก ได้แก่ หลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ การตัดหนี้สูญ การพัฒนาบุคลากร การใช้งบประมาณ และการประกาศตั้งสาขาให้มีธรรมาภิบาล โดยยังคงหลักการปล่อยสินเชื่อที่ฝ่ายบริหารมีอำนาจอนุมัติคือสนับสนุนสินเชื่อเพื่อนโยบายรัฐบาล เพียงแต่เพิ่มเงื่อนไขคือ “ต้องรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารรับทราบถึงเกณฑ์การวิเคราะห์เครดิตลูกหนี้อย่างชัดเจน”
เนื่องจากที่ผ่านมามีกรณีเสนอเพิ่มวงเงินสินเชื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้ขยายวงเงินภายใน 3 เดือน คือระหว่างธันวาคม 2554 ถึงกุมภาพันธ์ 2555 จาก 5 พันล้านบาท เป็น 1-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ธนาคารมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มจากหลักร้อยล้านบาท เป็น 1.4 พันล้านบาท    พร้อมทั้งระบุว่า ฝ่ายบริหารยังคงมีอำนาจอนุมัติวงเงินสินเชื่อเร่งด่วนที่พิจารณาแล้วจะส่งผลเสียหายต่อธนาคาร ต่อไปจะต้องชี้แจงรายละเอียดโดยมีเอกสาร หลักฐานอ้างอิงเป็นระบบ และมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
และด้วยเหตุนี้เอง ในเวลาไม่นาน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.การคลังในขณะนั้น ซึ่งเป็นผู้เสนอชื่อ “พรรณี” เป็นประธานกรรมการธนาคาร ได้มีการสั่ง ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กับ “เลอศักดิ์” หลังจากมีการทำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีการปล่อยสินเชื่อไม่ชอบของธนาคาร รวมถึงมีการร้องเรียนจากพนักงานออมสินบางคน ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ และยังมีการทำบัตรสนเท่ห์ร้องเรียนเรื่องการใช้งบประมาณในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (ซีเอสอาร์) ในโครงการวิทยุชุมชนในปีที่ผ่านมา สูงถึง 8-9 ล้านบาท
โดยเรื่องนี้ “เลอศักดิ์” ออกมาระบุชัดเจนว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะที่ผ่านมาฝ่ายบริหารก็ทำงานอย่างมีระบบ โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่ทำตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดไว้ชัดเจน ส่วนเรื่องการตั้งรองผู้อำนวยการก็เป็นไปตามกฎ กติกา และหลักเกณฑ์ของธนาคารทุกอย่าง
ถ้าพูดกันง่ายๆ ก็คือ “กระสุนนัดนี้ยังทำอะไรเลอศักดิ์ไม่ได้”
ต่อมาก็มีข่าวเล็ดลอดมาจากฝั่งกระทรวงการคลัง ว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เตรียมเขี่ย “พรรณี” ลงจากเก้าอี้ประธานคณะกรรมการธนาคาร เพราะเป็นคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจที่แต่งตั้งขึ้นเมื่อสมัย รมว.การคลังคนก่อน เพื่อเปิดทางให้คนของตนขึ้นแทน
แต่ข่าวก็คือข่าว สุดท้ายก็เงียบหายไป
เกมเลื่อยขาเก้าอี้ผู้อำนวยการออมสินยังไม่จบ เมื่อคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่มี “พรรณี” นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานสรรหาครั้งนี้ด้วย
เรื่องนี้ร้อนถึงหู สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ต้องเร่งทำหนังสือชี้แจงแก่ “พรรณี” ว่า ไม่สามารถนั่งเป็นประธานสรรหาครั้งนี้ได้ เพราะตามมติ ครม.เมื่อเดือนมิถุนายน 2552 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ประธานหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จะไม่สามารถนั่งเป็นประธานสรรหาในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้ เนื่องจากอาจเกิดความไม่เป็นธรรม และเป็นเรื่องเกี่ยวกับจริยธรรมอีกด้วย”
แต่เรื่องไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
เพราะแม้ว่า “พรรณี” จะได้รับหนังสือชี้แจงจาก สคร.แล้ว ก็ยังทำเฉย และเมื่อมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไปจี้ถาม ก็ได้แต่อ้างว่า “เป็นคำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ตนยังนั่งในตำแหน่งประธานสรรหาต่อไป เพราะตนได้ส่งหนังสือให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเรียบร้อยแล้ว”
เรื่องเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจพนักงานธนาคารออมสินเกิดความไม่พอใจเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการธนาคารคนใหม่ ว่าไม่เป็นไปตามรูปตามรอยที่ควรจะเป็น จึงเดินหน้ายื่นเรื่องต่อ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลธนาคารออมสิน เพื่อให้มีการปลด “พรรณี” ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลที่ว่า มีนโยบายการทำงานที่ไม่ชัดเจน และหากจะวัดจากผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนหลังจากเข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็มีแต่จะดิ่งลงเรื่อยๆ หรือจะเอาให้ชัดหน่อยก็ผลงานช่วงไตรมาส 1 ปี 2555 ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่ว
ออมสินกำไรทรุดถึง 4 พันล้านบาท
นอกจากนี้ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจพนักงานธนาคารออมสิน ยังเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับเรื่องการสรรหาผู้อำนวยการคนใหม่อีกด้วย
แรงกดดันรอบด้านเริ่มหนักขึ้น สุดท้าย “พรรณี” ก็จำใจต้องยอมลงจากเก้าอี้ประธานสรรหาอย่างเป็นทางการ เมื่อการประชุมคณะกรรมการธนาคารวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา
แต่ฝ่าย “เลอศักดิ์” ก็ปัญหาหนักอกไม่แพ้กัน เมื่ออดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสินบางคนเข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบให้ดำเนินคดีกับ “เลอศักดิ์” พร้อมคณะกรรมการพิจารณาโทษ 10 คน โดยมี “ธัชพล กาญจนกูล” รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส กลุ่มลงทุนและบริหารเงินเป็นประธานคณะกรรมการฯ ในข้อหาร่วมกันสนับสนุนให้พนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 กรณีที่คณะกรรมการชุดนี้พิจารณาว่า อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการคนนี้มีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริต เรื่องการต่อรองขอรับผลประโยชน์จากบริษัทประกันบางแห่ง และมีคำสั่งไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
เรื่องนี้คงต้องรอดูกันที่หลักฐานว่าแต่ละฝ่ายจะงัดไม้เด็ดอะไรมาสู้กัน
มาว่ากันต่อ หลังจากที่ “พรรณี” ยอมลงจากเก้าอี้ประธานสรรหา ก็ไม่ได้ไปเงียบๆ แต่ยังทิ้งพิษสงเอาไว้ด้วย โดยได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะลงชิงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ โดยมีการตั้งคุณสมบัติเพื่อปิดกั้นไม่ให้ “เลอศักดิ์” สามารถลงสมัครได้ แม้ตามกฎหมายแล้ว “เลอศักดิ์” จะสามารถนั่งเก้าอี้ต่อได้อีก
โดยคุณสมบัติระบุว่า ผู้สมัครต้องมีอายุไม่เกิน 56 ปี ซึ่งขณะนี้ “เลอศักดิ์” อายุ 58 ปี และหากเป็นคนในธนาคารสมัครเอง ต้องตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองผู้อำนวยการ แต่หากเป็นคนนอก ต้องอยู่ในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ากรรมการ หรือหากเป็นผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ ต้องมีสินทรัพย์ในการบริหารไม่ต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทต่อปี
เรื่องนี้มีพรายกระซิบมาว่า เป็นการดำเนินการเพื่อ “ล็อกตำแหน่ง” ให้ “รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนหนึ่ง” ขึ้นมานั่งเก้าอี้แทน “เลอศักดิ์”
แต่เรื่องคงไม่ง่ายอย่างฝัน เพราะยังมีคณะกรรมการบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไม่ชอบมากล และพร้อมที่จะคัดค้านทันทีหาก “รองผู้อำนวยการฯ” คนนี้ขึ้นแท่นจริง
เมื่อฉาวแล้ว ก็ต้องฉาวต่อให้สุด เมื่อมือดีปล่อยข่าวว่า นายวิรุฬสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีมีผู้ร้องเรียนว่า มีรองผู้อำนวยการออมสินคนหนึ่งที่ดูแลด้านการลงทุนของธนาคารนำเงินกว่า 1.2 พันล้านบาท ไปลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อปี 2550 แต่กลับขาดทุนเละเทะกว่า 800 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันมูลค่าการลงทุนของออมสินเหลือเพียง 400 ล้านบาทเท่านั้น
เรื่องนี้มีข้อกังขาอยู่ว่า “พรรณี” ควรจะตั้งคณะกรรมการสอบประเด็นนี้นานแล้ว เพราะมีผู้ร้องเรียน และจากการตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่ามีมูลความจริงด้วย เพราะจากการตรวจสอบภายหลังครั้งใหญ่ พบพิรุธว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นในเรื่องนี้ เพราะผู้เช่าพื้นที่ในกองทุนรวมดังกล่าวที่ออมสินถือหุ้นอยู่นั้นเกี่ยวข้องกัน โดยเป็นบุคคลในครอบครัวของผู้บริหารระดับสูงของธนาคารด้วย
แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาหนาหูว่า คณะกรรมการบางส่วนต้องการช่วยเหลือรองผู้อำนวยการคนนี้ให้พ้นผิด เพราะต้องการขึ้นเป็นผู้อำนวยการคนใหม่ ด้วยการออกมาระบุว่า ผู้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ จึงขอปิดเรื่องการตรวจสอบนี้
จะว่าเป็นเรื่องแปลกก็ไม่เชิง เพราะธนาคารออมสินอยู่คู่ประชาชนมา 99 ปี ไม่เคยมีเรื่องอื้อฉาวแบบนี้มาก่อน แต่พอมาเจอศึกการเมืองในองค์กรร้อนระอุรอบนี้ มีแต่เรื่องอัปยศออกมาไม่จบไม่สิ้น และแต่ละเรื่องก็หนักหนาสาหัสเอาการ เพราะต้นเหตุมาจาก “อำนาจ” และ “เงิน”
หลังจากนี้คงต้องมาดูว่า ผลสอบแต่ละเรื่องจะออกมาเป็นรูปไหน และ “ใคร” จะได้นั่งในตำแหน่ง “ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน” คนต่อไป.

ออมสินออกสลากแข่งหวยรัฐ

Published กรกฎาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189087.

Pic_189087

ออมสินออกสลากแข่งหวยรัฐ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยออมเงินกันมากขึ้น

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ ธนาคารออมสินจะออกสลากออมสินพิเศษราคา 40 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาเท่ากับสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อรณรงค์ให้คนไทยออมเงินกันมากขึ้น เพราะสลากออมสินพิเศษเมื่อซื้อแล้วไม่ถูกรางวัลเงินต้นก็ยังอยู่ครบ แถมยังได้ดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด ขณะที่สลากกินแบ่งรัฐบาลหากไม่ถูกรางวัลต้องทิ้งลงถังขยะ “ตอนนี้กำลังหารือกันภายในเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของธนาคารว่า จะอนุมัติให้ดำเนินการหรือไม่ โดยฝ่ายบริหารต้องไปศึกษาข้อดีและข้อเสียให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะด้านเงินรางวัลของสลากออมสินพิเศษจะให้สูงเท่ากับลอตเตอรี่คงไม่ได้”

นายเลอศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารออมสินออกสลากพิเศษจำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาหน่วยละ 50 บาท และ 100 บาท สลับกันไปมา เช่น ออกสลากราคาหน่วยละ 50 บาทก็จะไม่จำหน่ายสลากราคา 100 บาท เพื่อให้ลูกค้าที่ถือสลากเมื่อครบกำหนดแล้วสามารถไถ่ถอนและลงทุนซื้อสลากใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ย้ายเงินฝากไปยังธนาคารอื่นๆ ล่าสุดสลากราคาหน่วยละ 50 บาท เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.จนถึงวันที่ 24 ก.ค.54 เพียงสัปดาห์เดียวก็มียอดจำหน่ายไปแล้ว 7,400 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันธนาคารออมสินมีเงินฝากจากการซื้อสลากของประชาชนประมาณ 500,000 ล้านบาท

นายเลอศักดิ์กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์เอกชนตำหนิว่าธนาคารออมสินแข่งระดมเงินฝากด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยสูง แต่ขอชี้แจงว่า ธนาคารออมสินออกสลากมานานถึง 65 ปี และก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ที่มีคนต่อว่าธนาคารออมสินเรื่องนี้ก็เพราะอัตราดอกเบี้ยธนาคารเอกชนที่มอบให้แก่ประชาชนต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ของธนาคารออมสินสอดคล้องกับกลไกของตลาด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

บีบ​แบงก์​รัฐ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด

Published มิถุนายน 20, 2011 by SoClaimon

20 มิถุนายน 2554, 05:15 น.
บีบ​แบงก์​รัฐ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_180292

กระทรวงการคลัง เร่งบีบ​แบงก์​รัฐ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด ให้พิจารณาออกโครงการใหม่ รับรีไฟแนนซ์เพิ่มเติม…

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​จาก​กระทรวง​การคลัง​ว่า ธนาคาร​ออมสิน ธนาคาร​กรุง​ไทย และ​ธนาคาร​อิสลาม​แห่ง​ประเทศไทย หรือ​ไอ​แบงก์ ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การ​รับ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด​ตาม​คำสั่ง​ของ​นาย​กร​ณ์ จา​ติ​กวณิช รมว.​คลัง ​หลังจาก​ที่​ธนาคาร​ทั้ง 3 แห่ง ร่วมมือ​กัน​รี​ไฟแนนซ์​หนี้​ดี​บัตร​เครดิต​ดอกเบี้ย 3% ไป​แล้ว แต่​ไม่​ประสบ​ความ​สำเร็จ เพราะ​มี​เงื่อนไข​ที่​เข้มข้น ทำให้​ผู้​ถือ​บัตร​เครดิต​ที่​ต้องการ​รี​ไฟแนนซ์​ไม่​สามารถ​เข้า​ร่วม​โครงการ​ดัง​กล่าว​ได้

ทั้งนี้​ ตั้งแต่​ต้น​เดือน ​มิ.ย.​นี้ ที่​เริ่ม​โครงการ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เครดิต รมว.​คลัง สั่ง​ให้​ทีม​งานซึ่ง​นำ​โดยนายญาณ​ศักดิ์ มโนมัย​พิบูลย์ ที่​ปรึกษา​ส่วนตัว รมว.​คลังเรียก​ประชุม​ธนาคาร​ทั้ง 3 แห่ง​บ่อย​มาก เพื่อ​เร่ง​อนุมัติ​การ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เครดิต แต่​ผล​ปรากฏ​ว่า ยอด​การ​รี​ไฟแนนซ์​ก็​มี​น้อย​มาก ล่า​สุด​ธนาคาร​ออมสินมี​ยอด​คำ​ขอ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เครดิต 7,123 ราย วงเงิน 914 ล้าน​บาท อนุมัติ​เพียง 637 ราย วงเงิน 68 ล้าน​บาท ไอ​แบงก์ ยื่น​คำ​ขอ 3,200 ราย วงเงิน 410 ล้าน​บาท อนุมัติ 640 ราย วงเงิน 20 ล้าน​บาท และ​ธนาคาร​กรุง​ไทย มี​การ​สอบถาม​ข้อมูล 11,000 ราย ยื่น​คำ​ขอ​กู้ 4,900 ราย อนุมัติ 189 ราย วงเงิน 20.4 ล้าน​บาท รวม​เป็น​เงิน 108.4 ล้าน​บาท จาก​เป้าหมาย​ของ​โครงการ​ที่​กำหนด​วงเงิน​ไว้ 10,000 ล้าน​บาท

อย่างไรก็ตาม​ กระทรวง​การคลัง​จึง​บีบ​ให้​ธนาคาร​ทั้ง 3 แห่ง​พิจารณา​ออก​โครงการ​ใหม่​ โดย​รับ​รี​ไฟแนนซ์​บัตร​เงินสด​เพิ่มเติม แต่​มี​ผู้​บริหาร​ของ​ธนาคาร​ไม่​เห็น​ด้วย เพราะ​บัตร​เงินสด​ถือ​เป็น​สินเชื่อ​บุคคล​เพื่อ​ใช้​หมุนเวียน​สภาพ​คล่อง ไม่ได้​มี​ไว้​รูด​ซื้อ​สินค้า โดย​มี​วงเงิน​สูง​ตั้งแต่ 50,000 บาท​ขึ้น​ไป​จนถึง​หลาย​แสน​บาท คิด​อัตรา​ดอกเบี้ย​สูง​ถึง 28% ต่อ​ปี​ เช่น เ​รด​ดี้ เครดิต ของ​ซิตี้​แบงก์ และ​ธนาคาร​ยู​โอ​บี, กรุง​ศรี คาร์ ฟอร์ แค​ช, อี​ซี บาย ​และ​อิออ​น เป็นต้น ซึ่ง​ถือว่า​มี​ความ​เสี่ยง​สูง​กว่า​บัตร​เครดิต​ทั่วไป นอกจาก​นี้ ใน​ช่วง​นี้​อยู่​ระหว่าง​การ​เลือกตั้ง​ ส.ส.​ทั่ว​ประเทศ จึง​ไม่​สมควร​ที่​จะ​มี​มาตรการ​หรือ​บริการ​รูป​แบบ​ใหม่ๆ ใน​ช่วงนี้ เพราะ​เกรง​ว่าจะ​เป็น​การ​ช่วย​หาเสียง​ให้​แก่​พรรคการเมือง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 มิถุนายน 2554, 05:15 น.

ออมสินพร้อมจ่ายเงินเหยื่อน้ำท่วม รอข้อมูลผู้มีสิทธิ์ชัดเจน

Published เมษายน 9, 2011 by SoClaimon

7 เมษายน 2554, 21:30 น.

ออมสินพร้อมจ่ายเงินเหยื่อน้ำท่วม รอข้อมูลผู้มีสิทธิ์ชัดเจน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_162130

 

ธ.ออมสินรับลูกสนองนโยบายรัฐ ทำหน้าที่จ่ายเงินซับน้ำตาเหยื่อน้ำท่วมใต้ พร้อมจ่ายเงินทันที รอเพียงข้อมูลผู้มีสิทธิ์รับเงินที่ชัดเจน คุยฟุ้งสภาพคล่องล้นแบงก์กว่า 60,000 ล้านบาท ระบุหลังขึ้นดอกเบี้ยเพียง 7 วัน ดูดสภาพคล่องเข้าแบงก์ถึง 2 หมื่นล้านบาท…

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารออมสินมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ในการเป็นธนาคารที่จะดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประสบปัญหาอุทก ภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท โดยขณะนี้ธนาคารออมสินอยู่ระหว่างการรอข้อมูลของผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงิน ชดเชยดังกล่าวจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย ที่กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดของผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดนเบื้องต้นหลัก เกณฑ์ของผู้เข้าข่ายได้รับเงินชดเชย ก็คือเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านที่ถูกต้องท่วม เพราะทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหาย และเจ้าของบ้านที่ถูกน้ำท่วม เป็นต้น

“เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่มาแล้ว ธนาคารออมสินก็เคยเข้าไปดำเนินการรับหน้าที่การจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ที่ เดือดร้อน และมาถึงขณะนี้ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ ธนาคารก็ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดำเนินการดังกล่าวอีก ซึ่งเราก็ยินดี และมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ โดยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากกรมป้องกันฯ ที่กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียหายที่มีสิทธิ์จะได้รับการ เงินชดเชยดังกล่าว ซึ่งเมื่อทำการรวบรวมข้อมูลได้แล้ว จึงจะส่งเรื่องมาที่ออมสิน และเราก็จะดำเนินการจ่ายเงินให้กับผู้เดือดร้อนในทันที” ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการจ่ายเงินชดเชยครัวเรือนละ 5,000 บาทในครั้งนี้ จะไม่เกิดความซับซ้อนหรือปัญหาขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจาก เรามีระบบที่สามารถตรวจเช็คได้ ไม่ว่าผู้มีสิทธิ์รับเงินจะไปรับที่สาขาไหน ข้อมูลก็จะถูกเชื่อมโยงต่อกันได้หมด

“ค่าธรรมเนียมทั้งค่าดำเนินการก็ไม่ ค่าใช้จ่าย หากต้องสำรองจ่ายออกไปก่อนก็ไม่คิด คาดว่าภายใน 1 เดือน ก็สามารถจ่ายเงินไปถึงมือผู้เดือดร้อนทั้งหมด ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการสำรวจข้อมูลและแจ้งรายชื่อมาที่ธนาคารด้วย” นายเลอศักดิ์ กล่าว

ขณะที่มาตรการพิเศษในการให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อนั้น ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสำรวจชีวิตและทรัพย์สินของลูกค้า เงินฝาก และลูกค้าสินเชื่อ รวมไปถึงพนักงานของธนาคารด้วย โดยในส่วนของสินเชื่อทุกประเภทนั้น ให้พักชำระทั้งต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่สินเชื่อรายย่อย เช่น สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน โครงการหนี้นอกระบบ ธนาคารจะให้สินเชื่อเพิ่มเติมอีกรายละ 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์บวก 1 อยู่ที่ 7.75% ปัจจุบันเอ็มแอลอาร์อยู่ที่ 6.75%

ส่วนสินเชื่อประเภทอื่นๆ เช่น โครงการสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบกาขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สินเชื่อเพิ่มอีกรายละ 500,000 บาท ส่วนโครงการสินเชื่อห้องแถวให้สินเชื่อเพิ่มรายละ 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ 1.5% ชำระเสร็จสิ้นภายใน 5 ปี ขณะที่โครงการสินเชื่อเคหะทั้งที่เป็นลูกค้าเก่าและที่ไม่ได้เป็นลูกค้ากับ ธนาคาร ก็จะให้สินเชื่อต่อราย 3 แสนบาท กำหนดชำระ 5 ปี โดย 2 ปีแรก คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.25% ต่อปี และในปีต่อไป ดอกเบี้ย เอ็มแอลอาร์ ลบ 1%

นอกจากนั้น ภายหลังจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้สภาพคล่องสุทธิของธนาคารเพิ่มขึ้นมาถึง 2 หมื่นกว่าล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน ส่งผลทำให้สภาพคล่องส่วนเกินส่วนเกินของออมสินอยู่ที่ 60,000 ล้านบาทแล้ว แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาแต่อย่างใด โดยฐานเงินฝากของออมสิน เมื่อสิ้น มี.ค.54 อยู่ที่ 1,242,000 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 63,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่ออยู่ที่ 1,181,000 ล้านล้านบาท เติบโต 69,000 ล้านบาท สินทรัพย์ สิ้น มี.ค.54 อยู่ที่1,5 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 72,000 ล้านบาท และหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 1.19%

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 เมษายน 2554, 21:30 น.

 

มาร์ค-กรณ์นัดธกส.-ออมสินถกหนี้นอกระบบ

Published กรกฎาคม 4, 2010 by SoClaimon

29 มิถุนายน 2553, 20:43 น.

ผ่านทางมาร์ค-กรณ์นัดธกส.-ออมสินถกหนี้นอกระบบ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_92763

“นายกฯ-กรณ์” เรียก ธกส. – ออมสิน ถกหนี้นอกระบบ ล่าสุดช่วยเหลือประชาชนได้ 200,000 รายแล้ว ขณะที่เดือน ก.ค. เร่งเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบทั้งหมด…

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 มิ.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมี นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และ ธนาคารออมสิน เข้าร่วมประชุมด้วย โดยใช้เวลาหารือ ประมาณ 1 ชั่วโมง

นายกรณ์ เปิดเผยว่า การช่วยเหลือคืบหน้าไปมาก ซึ่งขณะนี้สามารถช่วยเหลือได้ 2 แสนรายแล้ว จากที่ลง 6 แสน 5 หมื่นราย โดยในกลางเดือน ก.ค.นี้ จะจัดกิจกรรมว่าสามารถช่วยเหลือหนี้นอกระบบได้เท่าไหร่ และจะช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากธนาคารได้อย่างไรบ้าง

%d bloggers like this: