อลงกรณ์ พลบุตร

All posts tagged อลงกรณ์ พลบุตร

ไทยอ้อนยุ่นเปิดเสรีสินค้าเกษตรก่อนเปิดเสรีรถยนต์

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

14 พฤศจิกายน 2553, 21:46 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126994.

Pic_126994

ญี่ปุ่นจี้ไทยเปิดเสรีรถยนต์ มากกว่า 3000 ซีซี ภายใต้ข้อตกลงเจเทปา แต่ไทยอ้อนยุ่นเปิดเสรีสินค้าเกษตรเพิ่มเติมก่อน…

เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการหารือทวิภาคี (2 ฝ่าย) กับนายโมโตฮิสะ อิเค ดะ รมช.เศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) ของญี่ปุ่นระหว่างการประชุมรัฐมนตรี กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่ญี่ปุ่นว่า ได้หารือถึงการดำเนินการตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) โดยได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการเปิดเสรีสินค้ายานยนต์สำเร็จรูป ขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3000 ซีซี และการให้ความร่วมมือด้านสถาบันเพื่อพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย รวมทั้งความร่วมมือในโครงการต่างๆ 7 สาขาภายใต้เจเทปา

“ในเรื่องการเปิดเสรีรถยนต์มากกว่า 3000 ซีซี เป็นนโยบายสำคัญของ 2 ประเทศ ซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องภายในทั้ง 2 ฝ่าย จึงเห็นร่วมกันว่าจะหารือในเรื่องอื่นๆ ก่อน เช่น การเปิดเสรีเพิ่มเติมในสินค้าเกษตรของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ไทยได้เชิญญี่ปุ่นร่วมลงทุนในโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกทะวาย เพื่อสร้างเส้นทางเชื่อมเวียดนาม-ไทย-พม่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าและบริการระหว่างเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ และนำมาซึ่งการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างๆ ในเอเชีย”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 พฤศจิกายน 2553, 21:46 น.
โฆษณา

ธุรกิจเลี้ยงหมูเจ๊งยับ

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 20:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191601.

Pic_191601

เงินเฟ้อ-ขึ้นค่าแรงทำธุรกิจเกิดใหม่ ก.ค.ลด 12% ทุนหดเฉียด 3 พันล้านบาท ส่วนยอดเลิกกิจการพุ่ง 116% ทุนหาย 5 พันกว่าล้านบาท ธุรกิจเลี้ยงหมูเจ๊งมากอันดับ 2 หลังราคาหมูแพง ทำรายย่อยเจ๊งยับ…

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการนิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือนก.ค.54 ว่า มีจำนวน 4,746 ราย ลดลง 12% หรือลดลง 687 ราย เทียบกับมิ.ย. 54 แต่ถ้าเทียบเดือนก.ค.53 เพิ่มขึ้น 24% หรือ 921 ราย ส่งผลให้ยอดจัดตั้งนิติบุคคลจดทะเบียนช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) 54 มี 36,280 ราย เพิ่มขึ้น 25% หรือ 7,300 ราย

เทียบกับช่วงเดียวกันปี 53 ด้านทุนจัดตั้งนิติบุคคลเดือนก.ค. 54 มีทุนจดทะเบียน 22,958 ล้านบาท ลดลง 11% หรือ 2,867 ล้านบาท เทียบกับมิ.ย.54 แต่เพิ่มขึ้น 63% หรือเพิ่ม 8,880 ล้านบาท เทียบกับก.ค. 53 ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนสะสมช่วง 7 เดือน 54 มีมูลค่า 191,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% หรือเพิ่มขึ้น 1,840 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 53

ขณะที่ยอดการจดทะเบียนยกเลิกจัดตั้งนิติบุคลเดือนก.ค.54 เพิ่มขึ้น 116% เทียบกับก.ค. 53 หรือเพิ่มขึ้น 571 ราย ส่วนเมื่อเทียบกับมิ.ย.54 เพิ่มขึ้น 15% หรือ 144 ราย ส่วนทุนจดทะเบียนยกเลิกก.ค.54 มีมูลค่า 5,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% เมื่อเทียบกับก.ค.53 และเพิ่มขึ้น 3% หรือ 211 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมิ.ย.54 ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนยกเลิกสะสมช่วง 7 เดือน ปี 54 มูลค่า 22,900 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 56% มูลค่า 8,288 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยประเภทธุรกิจที่มีจำนวนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรกคือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และบริการด้านธุรกิจอื่น ส่วนธุรกิจที่มีจำนวนทุนสูงสุดที่เลิกกิจการ 3 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ 1,225 ล้านบาท เลี้ยงสุกร 441 ล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์ 389 ล้านบาทโดยธุรกิจเลี้ยงสุกรที่เลิกกิจการจำนวนมาก เป็นเพราะราคาหมูแพงในปัจจุบัน จนทำให้ผู้เลี้ยงขาดทุน ประกอบกับ ยอดการบริโภคลดลง ฟาร์มเลี้ยงหมูรายย่อยไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนได้จึงล้มเลิกกิจการ

”ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ยอดการจดทะเบียนชะลอตัว คืออัตราเงินเฟ้อในประเทศที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับขึ้นดอกเบี้ยเชิงนโยบายจาก 3% เป็น 3.25% ความไม่แน่ใจในนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท/วัน และการปรับขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน นอกจากนี้ ยังมีความมั่นใจในการฟื้นตัวเศรษฐกิจของสหรัฐฯในเรื่องแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 3 ” นายอลงกรณ์กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 สิงหาคม 2554, 20:00 น.

ศุภชัย เปิดอกปัญหาคาใจทรู-ดีแทค

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188823.

Pic_188823

“ทรู” ไม่ได้ใหญ่คับประเทศ! “ศุภชัย” เปิดอกปัญหาคาใจทรู-ดีแทค

“ศุภชัย” เปิดใจครั้งแรกไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย หลังร้องให้ตรวจสอบว่า “ดีแทค” เป็นบริษัทต่างด้าว จนเป็นต้นเหตุขัดแย้งระหว่างฝ่ายข้าราชการกับการเมือง พร้อมยอมรับว่าฟ้องเพื่อ “เอาคืน” ดีแทค ที่ร้องให้ระงับสัญญาที่ทรูทำกับ กสท ในการให้บริการ 3 จี ยันไม่ได้รังแกใคร และไม่ได้ใหญ่คับประเทศ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเข้าแจ้งความและร้องเรียนหน่วยงานรัฐหลายแห่งให้มีการตรวจสอบสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ว่า ต้องยอมรับว่าเรื่องราวบานปลายไปกว่าที่ทางทรูคาดคิด โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งระหว่างนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ และอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจ ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว

นายศุภชัยยอมรับว่า ตัดสินใจยื่นฟ้องให้ทั้งกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์  และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตรวจสอบสัดส่วนผู้ถือหุ้นดีแทคนั้น เป็นการตอบโต้กรณีที่ดีแทคฟ้องบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้ระงับการดำเนินการใดๆภายใต้สัญญา ให้บริการ 3 จี ที่ กสท ทำกับทรูไปเมื่อต้นปี เพราะแม้ไม่ได้ฟ้องทรู แต่ทรูได้รับผลกระทบโดยตรงแน่นอน “ยอมรับว่าเครียดมาก เราจึงตัดสินใจตอบโต้เพื่อติดเบรกดีแทค เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ทำไม่ถูกต้อง เรา ตัดสินใจทำเรื่องนี้เพราะเขาทำเราก่อน แต่คนทั่วไปกลับมองว่าเราไปรังแกเขา เราใหญ่คับประเทศ ทั้งที่เทเลนอร์ผู้ถือหุ้นของดีแทคใหญ่กว่าทรูหลายเท่า ลงทุนหลายประเทศ และพร้อมเต็มที่ในการตอบโต้ เนื่องจากเทเลนอร์มีความชำนาญในการแก้ปัญหาการดำเนินธุรกิจในประเทศที่ไปลงทุนทั่วโลกอยู่แล้ว เท่าที่เรารู้ตอนนี้เขาก็เตรียมพร้อมเต็มที่  มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาในรายงานประจำปี  (ANNUAL  REPORT)   ด้วย”

นายศุภชัยกล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่าง รมช.พาณิชย์และอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจ รวมทั้งประเด็นที่มีการระบุว่ามีการเมืองแทรกแซงการตรวจสอบนั้น เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของทรู และส่งผลกระทบทางลบ  เนื่องจากทรูถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ด้วย “ความขัดแย้งทั้งหมดไม่น่าเกิดขึ้น เราคิดว่าเมื่อกระทรวงพาณิชย์สรุปผลได้ ทุกอย่างก็จะดำเนินไปตามกลไก การส่งผลสรุปให้ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวนทำงานต่อนั้น ถือว่ากรมทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แล้ว ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากกว่านี้ คิดว่าความขัดแย้งน่าจะเกิดจากหลักการคิดที่แตกต่างระหว่าง 2 บุคคลเป็นหลัก และอาจเคยเกิดขึ้นจากกรณีอื่นมาก่อน”

นายศุภชัยยังกล่าวว่า แม้ขณะนี้กลุ่มทรูจะเริ่มให้บริการ 3 จี บนสัญญาใหม่กับ กสท ภายใต้แบรนด์ทรูมูฟเอชแล้วก็ตาม แต่ทรูยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ภายใต้ความกดดันที่สูงมาก เนื่องจากทางดีแทคได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาระหว่าง กสท และทรูอีกครั้ง ส่วนความคืบหน้าในการให้บริการ 3 จีนั้น ขณะนี้ทรูมีลูกค้า 3 จีบนเครือข่ายทรูมูฟเดิมราว 400,000 ราย ส่วนลูกค้าใหม่บนเครือข่ายทรูมูฟเอชราว 50,000 ราย สิ้นปีนี้คาดหวังจำนวนลูกค้า 3 จีไว้ที่ 1 ล้านราย เป็นสัดส่วนจากลูกค้าทรูมูฟ ทรูมูฟเอชที่ย้ายมาจากฐานลูกค้าฮัทช์ และลูกค้าใหม่ที่เข้ามาในสัดส่วนเท่าๆกัน และเตรียมงบการตลาดเพื่อโปรโมต 3 จีไว้ 200 ล้านบาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 05:15 น.

หุ้นDTAC ทะยานหลังพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว

Published กรกฎาคม 20, 2011 by SoClaimon

20 กรกฎาคม 2554, 15:01 น.

หุ้นDTAC ทะยานหลังพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว.

Pic_187807

ราคาหุ้นDTAC ทะยานหลังกระทรวงพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว แค่ส่งเรื่องให้ตำรวจ สืบสวนต่อ คาดเรื่องนี้ต้องใช้เวลาอีกยาวขณะที่โบรกฯเชียร์ถือรับปันผล แจ่มแม้ราคาสูงแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรง โดยระหว่างวันทะยานขึ้นไปสูงสุดที่ 61 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หลังนาย บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่าคณะกรรมการทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีสัญชาติของบริษัท DTAC ได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานตำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการ ยุติธรรม โดยไม่ได้มีการร้องทุกข์และกล่าวโทษต่อ DTAC หลังจากคณะกรรมการเพื่อ ทำงานตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีพยานหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่า DTAC เป็นบริษัทต่างชาติ

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของเคจีไอที่ว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ จะไม่ทำตามคำสั่งของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช. พาณิชย์ เนื่องจากมองว่าน่าจะเป็นการแทรกแซงทางการ เมือง ขั้นตอนต่อไปคือ กรมฯ จะส่งเรื่องของ DTAC ไปให้กับตำรวจสืบสวนในเชิงลึกต่อไปว่า DTAC เป็นต่างชาติหรือไม่ ซึ่งหากตำรวจได้ข้อมูลเพียงพอว่า DTAC ละเมิดกฎหมายไทย ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ อย่างไรก็ตามเชื่อเรื่องนี้จะใช้เวลานาน หลายปีกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า DTAC ผิดหรือไม่ ผลก็คือกระแสเงินสดและกำไรของ DTAC ในช่วงสั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ยังคงแนะนำถือสำหรับหุ้นDTAC เพื่อรับเงินปันผล ให้ราคาเป้าหมายที่ 61.50 บาท

ด้าน บล.กิมเอ็ง ระบุว่า ถือเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยา เพราะไม่ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ DTAC ต่อตำรวจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเลือกใช้วิธีส่งเรื่อง DTAC ให้ตำรวจสอบสวนต่อ หลังตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นของ DTAC อาจเข้าข่ายเป็นนอมินี เป็นสิ่งที่ไม่เกิน ความคาดหมาย โดยกระบวนการนับจากนี้ คือ การสอบสวนของตำรวจ จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อให้อัยการพิจารณาว่าจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ ซึ่งคาดว่ากระบวนการต่างๆจะใช้เวลานาน เช่นเดียวกับกรณีของ บจ.กุหลาบแก้ว (มีการส่งเรื่องให้ตำรวจตั้งแต่ปี 2549 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ) และแม้ราคาหุ้น DTAC จะเหลือ upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคา เป้าหมายที่ 60 บาท แต่เนื่องจากคาดหมายว่า DTAC จะจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 54 ได้ในอัตราสูง ถึง 7.1 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(dividend yield) ราว 12.2% จึงคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล

ล่าสุด ราคา หุ้น DTAC ณ เวลา 12.31 น. (ปิดตลาดเช้า) อยู่ที่ 60.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท เปลี่ยนแปลง 3.43%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 กรกฎาคม 2554, 15:01 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่.

Pic_187572

“บรรยงค์” เอาจริง ขัดคำสั่ง “อลงกรณ์” ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษดีแทค แค่ส่งไม้ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อ ยันไม่มีอำนาจล้วงลูก และยังเป็นคดีอาญาร้ายแรง จะกล่าวโทษต้องมีข้อมูลชัดก่อน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมไม่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคว่าเป็นต่างด้าว ตามที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการ และให้แจ้งผลภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค. แต่ได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงสถานะของดีแทค ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีตนเป็นประธาน ไปให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และขอให้แจ้งผลการสืบสวนมายังกรมฯ หากปรากฏว่า ดีแทค นิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายกระทำความผิดจริง และหากพนักงานสอบสวนประสงค์จะให้มีการร้องทุกข์ กรมฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการ

สำหรับเหตุผลที่กรมฯ ยืนยันส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อไป เพราะเห็นว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจนว่า พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ และใช้ดุลพินิจสอบข้อเท็จจริงได้อิสระ และไม่ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการวินิจฉัยให้แตกต่างจากที่คณะทำงานฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายสรุปออกมา

นอกจากนี้ การที่นายสัญญา สถิรบุตร ที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ ได้เข้ามาตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ ตามคำสั่งของนายอลงกรณ์นั้น ตามกฎหมายถือว่า นายสัญญาไม่ได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีอำนาจใดๆ มาตรวจสอบ ดังนั้น รายงานผลการตรวจสอบของนายสัญญาก็ไม่อาจรับฟังได้ หรือแม้จะรับฟังได้ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะการดำเนินคดีกล่าวโทษนิติบุคคล หรือบุคคล ที่มีโทษทางอาญาร้ายแรง ควรจะมีหลักฐานชัดเจน

“การตัดสินใจดังกล่าว เป็นความจำเป็นที่จะต้องรักษาองค์กรให้มีความสง่างาม ต้องเลือกรักษาความถูกต้อง ความเป็นธรรม รักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มากกว่าการคิดถึงแต่ตำแหน่งอธิบดี และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อเอาใจนักการเมือง และพร้อมที่จะรับผิดชอบกับการกระทำในครั้งนี้ โดยได้รายงานผลการดำเนินการให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทราบแล้ว และคิดว่านายยรรยงคงรายงานให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และนายอลงกรณ์รับทราบแล้วเช่นเดียวกัน” นายบรรยงค์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

สศช.ทำนายล่วงหน้าปัจจัยบวกเอื้อไปหมด

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

16 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

สศช.ทำนายล่วงหน้าปัจจัยบวกเอื้อไปหมด.

Pic_186703

แค่ “ปู” ไต่เศรษฐกิจไทยโตพรวด สศช.ทำนายล่วงหน้าปัจจัยบวกเอื้อไปหมด

สศช.คาดเศรษฐกิจปี 54 โตกว่าเป้าที่ตั้งไว้เหตุส่งออกขยายตัวเกินคาด รับหากรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้เพิ่มกระฉูดอีกแน่  แต่ยังผวาอัตราเงินเฟ้อทะยานตาม ไม่กล้าขวางนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาท ว่าที่รัฐบาลใหม่ แต่หากจะให้รัฐควักเนื้อสมทบคงทำไม่ได้ ด้าน “อลงกรณ์” ขอฝากผลงานทิ้งทวนจี้พาณิชย์ผนวกแผนพัฒนาธุรกิจเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนฯ 11

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 54 คาดว่าจะเติบโตกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 3.5-4.5% หลังจากตัวเลขการส่งออกล่าสุดยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และหากรัฐบาลใหม่มีมาตรการต่างๆเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของความชัดเจนในการใช้เม็ดเงินเข้ามากระตุ้นโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความแข็งแกร่งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ก็จะทำให้เศรษฐกิจโตได้เกินเป้าอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ยังเชื่อว่านโยบายของรัฐบาลใหม่ยังคงไม่ทิ้งเรื่องเศรษฐกิจมหภาคที่ต้องสร้างฐานความมั่นคงทางการคลังโดยไม่จัดทำงบประมาณขาดดุลนานเกินไป รวมทั้งต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าการเติบโตของเศรษฐกิจ เช่น เพิ่มการบริการจัดการน้ำ การกระจายแหล่งน้ำให้เป็นประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตในภาคการเกษตรรวมทั้งปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนมาใช้ระบบรางเพิ่มขึ้น โดยเร่งการก่อสร้างรถไฟฟ้า และโครงข่ายรถไฟทั่วประเทศเพื่อลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์

“เชื่อว่านักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยซึ่งเอื้ออำนวยต่อแรงจูงใจในการลงทุน ถ้าเรามีมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน มีแรงงานมีฝีมือ และปัจจัยสภาพแวดล้อมในโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความสะดวกสบาย ขณะที่ความเชื่อมั่นในประเทศ โดยในภาคการเกษตรที่เป็นภาคใหญ่ของไทย ในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ ราคาสินค้าเกษตรยังมีแนวโน้มสูงทั้งภูมิภาคและทั้งโลก เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดแคลน และมีการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ทำให้ภาคการเกษตรก็ยังคงโตต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของปัจจัยเสี่ยงนั้นคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์หนี้สินของยุโรป และราคาน้ำมันด้วย โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มว่าราคาจะสูงขึ้นไปถึงปี 55 และจะเป็นปัจจัยที่กระทบต่อต้นทุนการผลิตเช่น อาหาร ที่มีต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น และล่าสุด สศช.ได้คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 54 น่าจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 3.8% ด้วย

ทั้งนี้ ในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อนั้นยังต้องดูควบคู่กันไประหว่างราคาน้ำมันและอาหาร แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลอยู่ แต่ในส่วนของอาหารนั้นคงต้องขอความร่วมมือไม่ให้ราคาปรับสูงขึ้นไปกว่านี้

นายอาคมยังกล่าวถึงกรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ และหากรัฐบาลยังยืนยันจะปรับให้ได้ก็ควรนำงบประมาณมาชดเชยส่วนต่างแก่ผู้ประกอบการว่า ปกติรัฐบาลไม่เคยจ่ายงบประมาณให้เอกชนโดยตรง ต้องดูวิธีการก่อนว่าจะทำได้หรือไม่และการดำเนินการดังกล่าวก็มีกลไกของคณะกรรมการไตรภาคีที่กำกับอยู่แล้ว

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งแผนพัฒนาธุรกิจแห่งชาติที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกและได้เปิดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาชนทั่วไปแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ.-ก.ค.54 ไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อให้ สศช.นำแผนพัฒนาธุรกิจดังกล่าวบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11

ทั้งนี้ แผนพัฒนาธุรกิจดังกล่าวประกอบด้วย 10 ยุทธศาสตร์ กำหนดดำเนินการ 5 ปีตั้งแต่ปี 2555-59 ซึ่งการดำเนินการตามเป้าหมายจะช่วยเพิ่มมูลค่าต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยเป็นเท่าตัว อาทิ 1.การพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อธุรกิจเสนอให้จัดตั้งสำนักงานพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อธุรกิจแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อรองรับการแข่งขันระหว่างประเทศ 2.การพัฒนาระบบราชการเพื่อรองรับการพัฒนาธุรกิจ โดยเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคี 3.การพัฒนาธุรกิจตัวแทนการค้าและจัดจำหน่าย 4. การพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยว ผ่านโครงการพัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ผ่านระบบสารสนเทศ และปรับโครงสร้างหน่วยงานกำกับดูแล 5.การพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ เสนอให้ตั้งสถาบัน กองทุน ตั้งศูนย์กระจายสินค้า จัดเที่ยวบินบริการขนส่งสินค้าเป็นการเฉพาะและเชื่อมโยงการค้าตามชายแดน และ 6.การพัฒนาธุรกิจอาหารและแปรรูปการเกษตร มุ่งในเรื่องความมั่นคงทางอาหารในประเทศและของโลก เป็นต้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน.

Pic_186120

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน ชี้เสนอข้อคิดเห็นถึงขั้นฟ้องศาลเลิกกิจการตามมาตรา 37 และฟ้อง 7 บริษัทที่ถือหุ้นแทนตามมาตรา 36 พ่วงอีก 19 บริษัท แต่ “อลงกรณ์”เห็นควรให้ทำแค่ฟ้องดำเนินดคี ยันการเมืองไม่เคยแทรกแซง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฟ้องร้องบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีมูลอันเชื่อได้ว่าเป็นบริษัทต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ว่า ได้นำเสนอความเห็นต่อนายอลงกรณ์ โดยได้ยืนยันไปว่าจากการตรวจสอบเอกสารลับที่คณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือ หุ้นของดีแทค ชุดนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าดีแทคมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ซึ่งเป็นการชี้ชัดตามที่คณะทำงานฯ ได้มีความเห็นไว้แล้ว แต่คณะทำงานฯยังไม่กล้าฟันธง

ทั้งนี้ หลังจากได้ตรวจสอบผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แล้ว จึงสรุปเสนอให้นายอลงกรณ์มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความดำเนินคดีต่อดีแทค ในความผิดตามมาตรา 37 และให้ติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุดให้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้ดีแทค เลิกกิจการ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้แจ้งความดำเนินคดีต่อบริษัทผู้ถือหุ้นแทนทั้ง 7 บริษัท ตามมาตรา 36 (นอมินี) และกับบริษัทอื่นๆ อีก 19 บริษัทด้วย

“ผมได้เสนอไปแบบนี้ ก็เหมือนกับเสนาธิการทหาร เวลาจะเสนอแผนรบ ก็มีทางเลือกหนึ่ง สอง สาม สี่ แต่แม่ทัพจะเลือกอะไรก็แล้วแต่เห็นสมควร เมื่อเสนอไปแบบนี้ ท่านอลงกรณ์ก็เลือกที่จะสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปแจ้งความดำเนินคดี ก็เป็นความเห็นของท่าน และยังได้ให้ไปพิจารณาเองว่าจะเลือกแจ้งความนิติบุคคลใด บุคคลใด ซึ่งถือว่ารัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปแทรกแซง แต่เป็นการใช้ดุลพินิจ และพร้อมที่จะปกป้อง จะมีก็แต่ข้าราชการนั่นแหละที่แทงกั๊ก” นายสัญญา  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

“อลงกรณ์” เปลี่ยนมุขมามาดใหม่ พลิกบท “ตบจูบ” ข้าราชการสั่งเชือด “ดีแทค”

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 06:30 น.

“อลงกรณ์” เปลี่ยนมุขมามาดใหม่ พลิกบท “ตบจูบ” ข้าราชการสั่งเชือด “ดีแทค”.

Pic_185922

อลงกรณ์ พลบุตร

“อลงกรณ์” พลิก 360 องศา เชือด “ดีแทค” ไม่สำเร็จ ร่อนจดหมายอ้อน ขอจุ๊บๆ ข้าราชการจากลาโดยดี  ขณะที่จอน ณ ดีเแทค ปิดศูนย์สิริกิติ์ถ่ายสดปลุกขวัญพนักงาน  เคราะห์ซ้ำอัยการสูงสุด ตอบกลับไอซีทีสัญญาทรู–กสท ไม่ผิดพ.ร.บ.ร่วมทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงข้าราชการกรมพัฒนาธุรกิจ ชี้แจงข้อเท็จ จริงกรณีการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และคำสั่งให้นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับดีแทค หลังจากพิจารณาผลสรุปการตรวจสอบดีแทคของนายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ ซึ่งมีมูลอันเชื่อได้ว่า ดีแทคเข้าข่ายเป็นต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี)

ในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว นายอลงกรณ์ ย้ำว่า ไม่เคยแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบของคณะทำงานชุดนายบรรยงค์เป็นประธาน ไม่เคยแทรกแซงผลการตรวจสอบ ไม่เคยแก้ไขหรือให้สรุปเป็นอย่างอื่น ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับคำพูดที่ว่าแทรกแซงและรัฐมนตรีไม่มีอำนาจสั่งการ “ผมไม่เข้าใจว่าผมแทรกแซงอะไร ท่านอธิบดีคงหมายถึงการสั่งการให้กล่าวโทษ ซึ่งต่างจากท่านที่เห็น ว่าควรส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนต่อไปโดยไม่กล่าว โทษใคร อย่างนี้ใช้คำว่าแทรกแซงไม่ถูกต้องเพราะเป็นการบริหารราชการปกติ บอกว่า รมช.เห็นต่างกับอธิบดีน่าจะเป็นธรรมมากกว่า และคำสั่งผมให้ยึดผลตรวจสอบของคณะทำงานฯเป็นสำคัญ และท่านอธิบดีใช้ดุลพินิจให้กล่าวโทษได้อย่างเต็มที่ไม่ได้ก้าวล่วงเมื่อมีมูลอันเชื่อได้ว่ามีการทำผิดกฎ– หมาย ท่านอธิบดีควรต้องรักษาและบังคับใช้กฎหมาย” เนื้อหาในจดหมายระบุ

นายอลงกรณ์ระบุว่า การสั่งการให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งความเอาผิดกับดีแทค บุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นคำสั่งในฐานะรักษาการ รมว.พาณิชย์ (ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รมว.พาณิชย์ เดินทางไปราชการต่างประเทศ) และ รมช.พาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน โดยการสั่งการของตนที่ให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพราะมีพยานหลักฐานเพียงพอ ซึ่งผลสรุปของคณะทำงานฯนั้นตรวจสอบได้ดีที่ค้นพบข้อเท็จจริงที่เสมือนตบหน้าคนไทยทั้งประเทศ

เพราะพบว่ากลุ่มบริษัทต่างด้าวที่อ้างว่าเป็นบริษัทไทยได้จดทะเบียนข้อบังคับให้จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยเพียง 5% และให้ผู้ถือหุ้นต่างด้าวถึง 95% ทั้งที่เป็นหุ้นข้างน้อยสิทธิออกเสียงฝ่ายไทย 10 หุ้นต่อ 1 เสียง ต่างด้าว 1 หุ้นต่อ 1 เสียง ที่มากกว่านั้น คือ รายงานประจำปีของเทเลนอร์ ใน ประเทศนอร์เวย์ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศว่าถือหุ้นดีแทคในไทย 65% แต่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไทยว่าถือหุ้นเพียง 49%

“ผมอ่านไปหน้าชาไป นี่เขามองเห็นเราและ ประเทศของเราเป็นอะไร การตรวจสอบเชิงลึกเพื่อ พิสูจน์ย้อนกลับโดยดูพฤติกรรมแวดล้อม คณะทำงานฯก็สรุปว่า มีมูลอันเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นบริษัทต่างด้าว ผมจึงสั่งการให้กล่าวโทษเท่ากับผมเอาตัวเข้ากำบังเป็นเกราะให้ความแตกต่าง (ซึ่งไม่ใช่ ความแตกแยก) คือ ผมให้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ส่วนท่านอธิบดีคิดว่าควรส่งเรื่องไปให้สอบ สวนต่อไป เรื่องราวก็มีอยู่เท่านี้ครับ” เนื้อหาส่วน หนึ่งระบุ ในตอนท้ายของจดหมาย นายอลงกรณ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเขียนเรื่องนี้เพราะปรารถนาให้เพื่อนร่วมงานในกรม และกระทรวงพาณิชย์ ได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หวังว่าทุกท่านจะ เข้าใจ และให้ความเป็นธรรมกับตน ซึ่งตนไม่ได้ถือโทษโกรธเคือง โดยเฉพาะท่านอธิบดีเพราะท่านได้ทำคุณงามความดีไว้มาก และเป็นคนเก่งคนหนึ่งของกระทรวง ตนมาแล้วก็จากไปตามวิถีทางการเมือง และจะไม่มีวันลืมความทรงจำดีๆ ที่ได้ทำงานร่วมกันกว่า 2 ปี

จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์

วันเดียวกัน นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค ได้เปิดศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แสดงวิสัยทัศน์และประกาศกลยุทธ์ให้แก่พนักงานของดีแทคทั่วประเทศผ่านการถ่าย ทอดสด รวม 6,200 คน ภายหลังเข้ารับตำแหน่งครบ 4 เดือนเต็ม โดยได้พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พนักงาน หลังดีแทคเผชิญอุปสรรคมากมายในช่วงเวลาที่เข้ามารับตำแหน่ง เช่น การยื่นซองขาวให้แก่ผู้บริหารไทย การตัดสินใจยื่นฟ้องบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัททรู คอร์– ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กรณีสัญญา 3 จี อันเป็นเหตุให้ทรูยื่นฟ้องกลับในข้อหาเป็นบริษัทต่างด้าว

นายจอน เอ็ดดี้ ได้ให้คำยืนยันว่าสิ่งต่างๆจะไม่กระทบต่อพนักงาน ลูกค้า และอนาคตของดีแทค โดยขั้นตอนต้องอาศัยการตรวจสอบซึ่งเชื่อว่าจะไปสิ้นสุดในศาล “ขณะนี้อาจกล่าวได้ว่าธุรกิจโทรคมนาคมกำลังถูกมรสุมรุมเร้า ดีแทคอยู่ในจุดศูนย์ กลางของพายุ ซึ่งการแก้ปัญหาเป็นไปตามกระบวน การ และขอให้เชื่อมั่นว่าดีแทคจะสามารถแข่งขันได้แน่ การลงทุน 3 จี การให้บริการ WiFi ทุกอย่าง อยู่ในแผนหมดแล้ว” ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของงาน ดีแทคยังได้เชิญนักกีตาร์แขนเดียวแห่งรายการไทยแลนด์ ก็อท ทาเลนจ์ มาร้องเพลงศรัทธา เพื่อปลุกขวัญ ให้กำลังใจพนักงานด้วย

ด้านนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า สำนักงานอัยการสูงสุด ทำหนังสือตอบกลับกรณีที่กระทรวงขอหารือสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี ระหว่าง กสท กับทรู โดยตอบว่าการทำสัญญาดังกล่าวไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน เพราะเป็นการเช่าอุปกรณ์โทรคมนาคมเท่านั้น อีกทั้งขณะนี้ กสท มีสถานภาพเป็นผู้รับใบอนุญาตการประกอบกิจการโทรคมนาคมเท่ากับเอกชนรายอื่นๆต่างจากเดิมที่ กสท นำคลื่นความถี่ไปจัดสรรให้สัมปทานกับเอกชน เมื่อคณะกรรมการกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม การอนุญาตการประกอบกิจการจึงดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และ พ.ร.บ.กสทช. พ.ศ.2553

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้กระทรวงไอซีทีจะ ได้รับหนังสือตอบกลับจากอัยการสูงสุด ที่ลงนาม โดยนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดแล้ว แต่ยังคงมีข้อกังขา จึงเตรียมนำเรื่องดังกล่าวหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอีกครั้ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 06:30 น.

‘อลงกรณ์’ร่อนจม.ยันไม่ใช้การเมืองแทรกแซงกรณีดีแทค

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 19:03 น.

‘อลงกรณ์’ร่อนจม.ยันไม่ใช้การเมืองแทรกแซงกรณีดีแทค.

Pic_185820

“อลงกรณ์” ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงข้าราชการกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้แจงข้อเท็จจริงการตรวจสอบดีแทค พร้อมยันไม่เคยใช้อำนาจทางการเมืองแทรกแซงการทำงาน หรือแทรกแซงผลสอบยอมรับเสียใจข้อกล่าวหาแทรกแซง วอนขรก.เข้าใจ

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงข้าราชการกรมพัฒนาธุรกิจ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และคำสั่งให้นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับดีแทคเข้าข่ายเป็นต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) รวมถึงระบายความรู้สึกถึงการถูกกล่าวหาว่าฝ่ายการเมืองแทรกแซงการทำงานของ ข้าราชการประจำ และรมช.พาณิชย์ไม่มีอำนาจสั่งการให้แจ้งความกับดีแทคได้

เนื้อหาจดหมาย ดังกล่าวระบุว่า ไม่เคยแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นดีแทค ซึ่งมีนายบรรยงค์ เป็นประธาน คณะทำงานฯ สามารถทำงานได้โดยอิสระ และไม่เคยแทรกแซงผลการตรวจสอบ หรือให้สรุปเป็นอย่างอื่น

“ผมไม่เข้าใจว่า ผมแทรกแซงอะไร ท่านอธิบดีคงหมายถึงการสั่งการให้กรมฯ กล่าวโทษผู้กระทำความผิด ซึ่งต่างจากที่ท่านอธิบดีเห็นว่า ควรส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนต่อไป โดยกรมฯ จะไม่กล่าวโทษใคร อย่างนี้ใช้คำว่า แทรกแซงไม่ถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องการบริหารราชการปกติ ถ้าบอกว่ารัฐมนตรีมีความเห็นต่างกับอธิบดีน่าจะเป็นธรรมกับผมมากกว่า” เนื้อหาส่วนหนึ่งของจดหมายดังกล่าวระบุ

นอกจากนี้ ยังระบุว่า คำสั่งการของตนให้ยึดผลตรวจสอบของคณะทำงานฯ เป็นสำคัญ และให้ทอธิบดีใช้ดุลยพินิจในการกล่าวโทษได้อย่างเต็มที่ ไม่ได้ไปก้าวล่วงแต่อย่างใด ตนเองไม่ต้องการโต้เถียงว่ามีอำนาจสั่งการหรือไม่ สิ่งที่อยากเห็นคือ เมื่อผลตรวจสอบสรุปว่ามีมูลอันเชื่อได้ว่า มีการกระทำผิดกฎหมาย ท่านอธิบดีควรต้องรักษากฎหมาย และบังคับใช้กฎหมาย

ขณะเดียวกัน ยังชี้แจงถึงคำสั่งที่ให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งความเอาผิดกับดีแทค รวมถึงบุคคล และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องว่า เป็นคำสั่งในฐานะรักษาการรมว.พาณิชย์ (ผู้รักษาการตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดย รมว.พาณิชย์เดินทางไปราชการต่างประเทศ) และรมช.พาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตาม พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 19:03 น.

“บรรยงค์” กร้าวไม่ฟันธงดีแทคตาม “อลงกรณ์” สั่ง

Published กรกฎาคม 12, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 21:00 น.

“บรรยงค์” กร้าวไม่ฟันธงดีแทคตาม “อลงกรณ์” สั่ง.

Pic_185588

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สวนกลับ “อลงกรณ์” ไม่มีอำนาจสั่งการฟันดีแทค ยันไม่ทำตามแน่  ด้าน ดีแทค ออกแถลงการณ์ ย้ำ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและปฏิบัติตามกฎหมายของไทย หวังกระทบการตรวจสอบจะยุติธรรมและโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ ระบุ ลูกค้า จะไม่ได้รับผลกระทบครั้งนี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการดำเนินการกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ว่า หลังจากที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการให้ไปแจ้งความดำเนินคดี และให้เวลาภายใน 7 วัน นับจากวันที่ 8 ก.ค.54 จะสิ้นสุดก็วันที่ 19 ก.ค. ซึ่งก็มีระยะเวลาในการตัดสินใจ ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการ 2 ทางเลือก คือ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับดีแทคตามที่รัฐมนตรีได้สั่งการมา หรือส่งตำรวจให้สืบสวนสอบสวนต่อตามที่คณะทำงานฯ ได้มีข้อสรุปไว้

“กรณีของดีแทค ผมเห็นว่า คำสั่งที่สั่งการมา รัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการสั่งการ เพราะกฎหมายคนต่างด้าวเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีมีอำนาจอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตั้งขึ้นตาม กฎหมาย ดังนั้น ผู้รับคำสั่งไม่ต้องปฏิบัติตาม เพราะการดำเนินคดีอาญาใคร ต้องพิสูจน์ ตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ไม่งั้นจะถูกฟ้องร้องได้” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ยืนยันที่จะสั่งการให้นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ ในการดำเนินดคีกับดีแทค และผู้ถือหุ้นรายสำคัญที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าสามารถที่จะกล่าวโทษได้เลย ไม่ต้องมีการสืบสวนสอบสวนใหม่ตามที่คณะทำงานตรวจสอบโครงการการถือหุ้นดีแทค ชุดนายบรรยงค์ สรุปออกมา และให้แจ้งความคืบหน้าให้ทราบภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค.54

ทั้งนี้ การสั่งการดังกล่าว ไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งกับผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แต่มีความเห็นต่างจุดเดียวคือ มีหลักฐานและข้อเท็จจริง สามารถกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เลย ไม่จำเป็นต้องเสนอข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วส่งไปให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนซ้ำอีก เพราะมีข้อสงสัยชัดเจน เช่น มีการถือหุ้นไขว้กันไปมาถึง 5 ชั้น, ที่มาของเงินกู้ซื้อหุ้นผิดปกติ, ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวกัน, กำหนดข้อบังคับที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นข้างมาก, การปันผลก็ให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นข้างน้อยได้ประโยชน์มากกว่า เป็นต้น

“ผมสั่งการไปแล้ว ก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่ดำเนินการก็ต้องมีเหตุผลพิเศษ เพราะการสั่งการของผมอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ได้จากที่คณะทำงานฯ ทำไว้แล้ว ส่วนจะกล่าวโทษนิติบุคคลใด บุคคลใด ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะต้องไปพิจารณา”นายอลงกรณ์ กล่าว

ขณะที่ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ออกแถลงการณ์ว่า ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างสูงสุด ยืนยันว่าบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฏหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทย โดยบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการตรวจสอบ ดีแทคหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม โปร่งใส และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้ ดีแทค ขอยืนยันว่าลูกค้า คู่ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากกระบวนการตรวจสอบสถานะของบริษัทฯ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 21:00 น.
%d bloggers like this: