อรรชกา สีบุญเรือง

All posts tagged อรรชกา สีบุญเรือง

บีโอไอสลดลงทุนต่ำเป้า

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

20 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128365.

Pic_128365

ที่ประชุมบีโอไอหารือแนวโน้มการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้ คงไม่ถึง 5 แสนล้านบาท ตามที่ตั้งเป้า หลังโครงการใหญ่ๆ ชะลอการลงทุนในไทย …

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) วันที่ 24 พ.ย. นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน จะหารือถึงเป้าการขอรับบีโอไอในปี 53 และปี 54 เนื่องจากที่แนวโน้มการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปีนี้คงไม่ถึง 5 แสนล้านบาทที่ตั้งเป้าไว้ เพราะในช่วงที่ผ่านมาโครงการใหญ่ๆที่มีมูลค่าสูงจำนวนมากชะลอการลงทุนในไทยหลังจากได้รับผลกระทบจากปัญหาการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด  โดย 10 เดือนที่ผ่านมา  ม.ค.-ต.ค.  มีโครงการขอรับบีโอไอมูลค่า  3.37 แสนล้านบาท  1,200  โครงการ  มากกว่าปีก่อนเล็กน้อย

ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า คาดว่าตัวเลขขอรับบีโอไอในปีนี้มากสุดจะอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท โดยคาดว่าเอสเอ็มอีเข้ามาลงทุนมากขึ้น หลังจากการประชุมคณะกรรมการบีไอไอ ในวันที่  24  พ.ย. จะเสนอขยายการส่งเสริมลงทุนให้เอสเอ็มอีจากเดิมกำหนดวงเงินลงทุนไว้ที่ 20 ล้านบาท

นายนินนาท  ไชยธีรภิญโญ  รองประธาน  บริษัท  โตโยต้า  มอเตอร์  ประเทศไทย  จำกัด  กล่าวว่า สนับสนุนการยกเลิกให้สิทธิประโยชน์บีโอไอเพื่อแลกกับภาษีเงินได้นิติบุคคล  แต่ต้องลดลงเหลือ 18% และการยกเลิกภาษีบีไอไอจะช่วยทำให้นักลงทุนสะดวกสบายมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้ไทยมีระบบภาษีที่ยุ่งยากและซับซ้อนมาก มั่นใจว่าการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจะจูงใจนักลงทุนได้มาก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 พฤศจิกายน 2553, 05:00 น.

กระแส บีโอไอแฟร์ 2011 กระตุ้นความเชื่อมั่นการลงทุนเพิ่ม

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 14:43 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191790.

Pic_191790

บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริม 7 เดือน เฉียด 300,000 ล้านบาท มูลค่าลงทุนเดือนก.ค.กว่า 53,000 ล้านบาท สูงที่สุดเมื่อเทียบจากตั้งแต่ช่วงต้นปี มั่นใจทิศทางลงทุนโตต่อเนื่อง ดันการลงทุนปีนี้ เกินเป้า 400,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) ว่า มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 1,030 โครงการ มูลค่าลงทุน 299,500 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มี 747 โครงการ หรือเพิ่มขึ้น 37.9% ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 45.5% นางอรรชาก กล่าวว่า การขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในเดือน ก.ค.เพียงเดือนเดียว มียื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 161 โครงการ มูลค่า 53,600 ล้านบาท สูงที่สุดในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา โดยมีขนาดการลงทุนกระจายทั้งในส่วนของโครงการขนาดกลางและเล็ก จนถึงโครงการขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามามาก อาทิ การผลิตเครื่องปรับอากาศ โครงการปิโตรเคมี กิจการขนส่งทางอากาศ กิจการนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น

“เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการลงทุนล่าสุด อยู่ที่เกือบ 300,000 ล้านบาท ทำให้บีโอไอมั่นใจได้ว่าการลงทุนปีนี้ จะเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 400,000 ล้านบาทได้ เนื่องจากแนวโน้มความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยยังมีการเติบโตไปจนถึงสิ้น ปี นี้ ได้ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่ง บีโอไอ จะมีการจัดงานนิทรรศการใหญ่ บีโอไอแฟร์ 2011 ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นในการเป็นฐานการ ลงทุนของไทยในระดับภูมิภาคได้ยิ่งขึ้น” เลขาธิการบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวต่อว่า กิจการที่มีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 7 เดือน มีกระจายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 265 โครงการ มูลค่า 83,100 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนเมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันปีก่อน ที่มี 140 โครงการ มูลค่า 26,600 ล้านบาท รองมาเป็น กิจการบริการและสาธารณูปโภค 222 โครงการ มูลค่า 61,500 ล้านบาท โครงการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 214 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีก่อน กิจการ เคมี กระดาษ และพลาสติก 141 โครงการ มูลค่า 49,900 ล้านบาท จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 93 โครงการ มูลค่า 16,200 ล้านบาท และ กิจการ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มี 146 โครงการ มูลค่า 46,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 111 โครงการ มูลค่า 13,600 ล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 สิงหาคม 2554, 14:43 น.

ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนในไทย

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2554, 16:00 น.

ญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนในไทย.

Pic_185802

บีโอไอ เผยตัวเลขลงทุนช่วง 6 เดือน ปี 2554 เงินลงทุนทะลุ 247,100 ล้านบาท มูลค่าเกินครึ่งจากเป้าหมาย ที่ประเมินไว้ทั้งปีที่ประมาณ 400,000 ล้านบาท ด้านตัวเลข เอฟดีไอ พุ่งต่อเนื่อง ทิศทางเงินทุนจากเอเชีย โหมเข้าไทย ญี่ปุ่นยังครองแชมป์สูงสุด

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. -มิ.ย.) ว่า นักลงทุนได้ยื่นขอรับส่งเสริมการเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 882 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 247,100 ล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีจำนวน 616 โครงการ เพิ่มขึ้น 43.2% ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 33.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 185,000 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าเงินลงทุนเกินครึ่งจากเป้าหมายการขอรับส่งเสริมการลงทุนปีนี้ ที่ตั้งเป้าไว้ 400,000 ล้านบาท

นางอรรชกา กล่าวต่อว่า การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมีทิศทางขยายตัวในอัตราสูงมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยเฉพาะการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในเดือน มิ.ย.เพียงเดือนเดียว มีจำนวนโครงการสูงที่สุดเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดยมี 180 โครงการ มูลค่าลงทุน 43,600 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเข้ามาลงทุนของกลุ่มลงทุนรายใหญ่ รวมถึงโครงการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการจำนวนมาก

“สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมในช่วงครึ่งปีแรก กระจายอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง ที่มีโครงการลงทุนสูงสุดรวม 226 โครงการ มูลค่า 77,000 ล้านบาท รองมาเป็นกิจการในกลุ่มบริการและสาธารณูปโภค 180 โครงการ มูลค่า 46,300 ล้านบาท ตามด้วยกิจการเคมี กระดาษ และพลาสติก 126 โครงการ มูลค่า 41,300 ล้านบาท กิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องไฟฟ้า 130 โครงการ มูลค่า 35,400 ล้านบาท กิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร 129 โครงการ มูลค่า 25,700 ล้านบาท” เลขาธิการบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวด้วยว่า การลงทุนตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในช่วงครึ่งปีแรก มี 522 โครงการ มูลค่า 167,274 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 375 โครงการหรือเพิ่มขึ้น 39% ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 98,332 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 70% สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศในไทย กลุ่มใหญ่ที่สุด เป็นการลงทุนจากประเทศต่างๆ ในเอเซีย โดยญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด 272 โครงการ เงินลงทุน 72,244 ล้านบาท ตามด้วยเกาหลีใต้ มีจำนวน 21 โครงการ เงินลงทุน 6,137 ล้านบาท, ฮ่องกง มี13 โครงการเงินลงทุน 10,399 ล้านบาท เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กรกฎาคม 2554, 16:00 น.

ตั้ง บิ๊ก บริดจสโตน นั่งแท่น ทูตบีโอไอ

Published พฤษภาคม 23, 2011 by SoClaimon

1 พฤศจิกายน 2553, 17:30 น.
ตั้ง บิ๊ก บริดจสโตน นั่งแท่น ทูตบีโอไอ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123506

บีโอไอประกาศ แต่งตั้ง “โซชิ อารากาวา” ผู้บริหาร บริดจสโตน นั่งแท่น ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน หวังสร้างยุทธศาสต์จูงใจนักลงทุน จากญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า  บีโอไอได้แต่งตั้ง นายโซชิ อารากาวา ประธานคณะกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธาน บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุน (HIA) ของบีโอไอ เพื่อเสริมสร้างยุทธศาสตร์การชักจูงการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นให้เข้มแข็ง และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งรองรับการลงทุน รวมทั้งให้ความเห็นและคำแนะนำเรื่องยุทธศาสตร์การชักจูงการลงทุนในต่าง ประเทศ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศและการลงทุนในประเทศไทยเป็นอย่างดี

นา งอรรชกา  กล่าวต่อว่า  ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บีโอไอได้แต่งตั้ง ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการลงทุนไปแล้ว ได้แก่ นายดักลาส เจ ดีฮาน รองประธานอาวุโส บริษัทซีเกท เทคโนโลยี จากสหรัฐอเมริกา นายโรเจอร์ คูเปอร์ รองประธานอาวุโสของบริษัท ฟิชเชอร์ แอนด์ พายเคิล แอพพลายแอนเซส จำกัด นายโจเซฟ อาร์ ไฮนริกส์ รองประธานบริหารของฟอร์ด นายพอล โอ มายส์ ผู้บริหารระดับสูงบริษัท บลูสโคฟ และนายชิเกโน นางาโมริ ประธานบริษัทนิเด็ค

สำหรับ บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ผลิตยางเรเดียลสำหรับรถยนต์ นั่งส่วนบุคคล และยางรถบรรทุกขนาดกลาง หรือรถปิกอัพขนาด 1 ตัน รวมทั้งรถตู้ ที่ผ่านมาได้ลงทุนตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทย ในชื่อบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ตั้งโรงงานแห่งแรกที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ล่าสุดเมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ได้ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทย โดยจะขยายกำลังการผลิตที่โรงงานหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 2 ใช้เงินลงทุนราว 21,300 ล้านเยน หรือ 7,900ล้านบาท ขยายการผลิตยางเรเดียล สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและยางรถบรรทุกขนาดกลาง (ปิกอัพ) และรถตู้เพิ่มขึ้นวันละ 13,500 เส้น ซึ่งจะส่งผลให้โรงงานหนองแค มีกำลังการผลิตรวมวันละ 50,000 เส้นภายในปลายปี 2557

ทั้งนี้ การตัดสินใจขยายกำลังการผลิตเพิ่มครั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการของ ตลาด เนื่องจากคาดการณ์ว่าความต้องการยางรถยนต์ของตลาดโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 พฤศจิกายน 2553, 17:30 น.

4เดือน​ต่าง​ชาติ​ขอ​ส่งเสริม​ลงทุน​ไทย​กว่า​แสน​ล้าน

Published พฤษภาคม 18, 2011 by SoClaimon

17 พฤษภาคม 2554, 05:45 น.
4เดือน​ต่าง​ชาติ​ขอ​ส่งเสริม​ลงทุน​ไทย​กว่า​แสน​ล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171966

เลขาธิการ​คณะ​กรรมการ​ส่งเสริม​การ​ลงทุน เผย 4 เดือน​ต่าง​ชาติ​ขอ​ส่งเสริม​ลงทุน​ไทย​กว่า​แสน​ล้าน พี่​ใหญ่​ญี่ปุ่น​ทุ่ม​ลงทุน​นำ​โด่ง!…

นาง​อร​รช​กา สี​บุญ​เรือง เลขาธิการ​คณะ​กรรมการ​ส่งเสริม​การ​ลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผย​ว่า ช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ที่​ผ่าน​มา มี​โครงการ​ลงทุน​โดย​ตรง​จาก​ต่าง​ประเทศ (เอฟ​ดี​ไอ) ยื่น​ขอรับ​ส่งเสริม​การ​ลงทุน​เพิ่ม​ขึ้น​ทั้ง​จำนวน​โครงการ และ​มูลค่า​เงิน​ลงทุน​เมื่อ​เทียบ​กับ​ปี​ที่​ผ่าน​มา โดย​มี​ทั้งสิ้น 336 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน​รวม 108,027 ล้าน​บาท โดย​จำนวน​โครงการ​เพิ่ม​ขึ้น 37% จาก​ช่วง​ปี​ก่อน ขณะ​ที่​เงิน​ลงทุน​เพิ่ม​ขึ้น 103% เมื่อ​เทียบ​กับ​ช่วง​เดียวกัน​ปี​ก่อน ทั้งนี้ การ​ลงทุน​จาก​ต่าง​ประเทศ​ส่วน​ใหญ่ เป็น​การ​ยื่น​ขอรับ​ส่งเสริม​ใน​กลุ่ม​อุตสาหกรรม​ยาน​ยนต์ เครื่องจักร และ​โลหะ 119 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน 48,880 ล้าน​บาท ตาม​ด้วย​กลุ่ม​อุตสาหกรรม​อิเล็กทรอนิกส์ 72 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน 18,650 ล้าน​บาท และ​กลุ่ม​อุตสาหกรรม​บริการ​และ​สาธารณูปโภค 56 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน 15,630 ล้าน​บาท

ทั้งนี้ การ​ลงทุน​จาก​ต่าง​ประเทศ​ที่​เพิ่ม​ขึ้น ส่วน​ใหญ่​เป็น​ผล​จาก​กลุ่ม​นัก​ลงทุน​หลาย​ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง และ​สหรัฐฯ​  มี​การ​ลงทุน​เพิ่ม​ขึ้น​อย่าง​ชัดเจน​และแสดง​ให้​เห็น​ถึง​ความ​เชื่อ​มั่น​ต่อ​ศักยภาพ​การ​เป็น​ศูนย์กลาง​ด้าน​การ​ลงทุน​ของ​ไทย โดย​ญี่ปุ่นยัง​เป็น​นัก​ลงทุน​กลุ่ม​ใหญ่​ที่สุด​ที่​ขอรับ​การ​ส่งเสริม 172 โครงการ มี​มูลค่า​เงิน​ลงทุน 45,120 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 76% จาก​ปี​ก่อน และ​มี​จำนวน​โครงการ​เพิ่ม​ขึ้น 99 โครงการ หรือ​เพิ่ม​ขึ้น 73% โดย​ญี่ปุ่น​ส่วน​ใหญ่​ขอรับ​ส่งเสริม​ใน​กลุ่ม​อุตสาหกรรม​ยาน​ยนต์ เครื่องจักร และ​โลหะ​กลุ่ม​ปิโตรเคมี และ​กลุ่ม​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ รอง​มา​คือ​การ​ลงทุน​จาก​จีน​มี 9 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน 20,095 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 212% จาก​ปี​ก่อน, การ​ลงทุน​จาก​สิงคโปร์ 23 โครงการ เงิน​ลงทุน​รวม 12,139 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 76% , การ​ลงทุน​จากฮ่องกง มี 11 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน 10,096 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 346% การ​ลงทุน​จาก​สหรัฐฯ มี 9 โครงการ มูลค่า​เงิน​ลงทุน 3,143 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 249%.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤษภาคม 2554, 05:45 น.

บีโอไอเผยโครงการกลาง-ใหญ่ ยังมั่นใจขยายลงทุนในไทย

Published พฤษภาคม 15, 2011 by SoClaimon

12 พฤษภาคม 2554, 15:44 น.
บีโอไอเผยโครงการกลาง-ใหญ่ ยังมั่นใจขยายลงทุนในไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_170949

บีโอไอรายงานตัวเลขลงทุนช่วง 4 เดือนแรกของปี 2554 เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ และเงินลงทุนจากช่วงเดียวกันปีก่อน เลขาบีโอไอ ชี้ โครงการลงทุนขนาดกลาง และขนาดใหญ่ยังมั่นใจขยายลงทุนในไทย ขณะที่ทิศทางการลงทุนจากญี่ปุ่น และต่างชาติยังโตต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค. -เม.ย.) ว่า การยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีทั้งสิ้น 582 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 170,100 ล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 381 โครงการ ในขณะที่มีมูลค่า เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 129,500 ล้านบาท

กลุ่มกิจการที่ได้รับความสนใจลงทุนสูงสุด ได้แก่ กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง มีจำนวน 148 โครงการ เงินลงทุนรวม 50,300 ล้านบาท รองมาคือ กิจการบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 131 โครงการ มุลค่าเงินลงทุน 37,700 ล้านบาท กิจการเคมี กระดาษ และพลาสติก จำนวน 73 โครงการ เงินลงทุน 32,900 ล้านบาท ตามลำดับ โดยกิจการลงทุนส่วนใหญ่เป็นกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200- 1,000 ล้านบาท ที่มีจำนวนถึง 169 โครงการจากทั้งหมด และมีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 148,800 ล้านบาทจากมูลค่าทั้งหมด

“การลงทุนในช่วงตั้งแต่ต้นปีนี้ มีความหลากหลาย และกระจายในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งนี้จำนวนเงินลงทุนที่เป็นกลุ่มขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของกลุ่ม นักลงทุนรายใหญ่ที่มีต่อประเทศไทย และยังมองเห็นศักยภาพการเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญ ในภูมิภาค เพื่อกระจายสินค้าส่งออกไปยังตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวด้วยว่า แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์สึนามิ ที่จะส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น แต่ความสนใจของกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้ามาในประเทศไทยยังมีทิศทางขยายตัว เพิ่มขึ้น โดยในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา มีโครงการจากผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่เดินหน้าขยายการลงทุนในไทย เช่น บริษัท เอจีซี ออโตโมทีฟ ( ประเทศไทย ) จำกัด ขยายกิจการผลิตกระจกนิรภัย สำหรับรถยนต์ เงินลงทุน 759 ล้านบาท บริษัท สยาม ฟูโกกุ จำกัด ขยายกิจการ ยางปัดน้ำฝน เงินลงทุน 854 ล้านบาท เป็นต้น ในขณะที่มีโครงการขนาดใหญ่ของนักลงทุนประเทศอื่น ๆ มีอาทิ บริษัท แคล –คอมพ์ อิเล็กทรอนิกส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน ) จากกลุ่มทุนไต้หวัน-สิงคโปร์ ขยายกิจการ ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เงินลงทุน 1,962 ล้านบาท บริษัท อิเนอร์ยี ออโตโมทิฟ ซิสเต็มส์ ( ประเทศไทย ) จำกัด จากกลุ่มทุนจากประเทศฝรั่งเศส ขยายกิจการผลิต ถังน้ำมันพลาสติก สำหรับยานพาหนะ เงินลงทุน 441 ล้านบาท เป็นต้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤษภาคม 2554, 15:44 น.

บีโอไอ เผย ลงทุนไทยไตรมาสแรกขยายตัว 58%

Published เมษายน 11, 2011 by SoClaimon

11 เมษายน 2554, 17:00 น.

บีโอไอ เผย ลงทุนไทยไตรมาสแรกขยายตัว 58% – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_163101

 

บีโอไอเผย ภาวะการลงทุนไตรมาสแรกปีนี้สดใส หลังจากมีจำนวนโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุน 453 โครงการ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 58% โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวม 117,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว 13%…

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า  บีโอไอ ได้รายงานให้ ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ)ทราบว่า ภาวะการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนี้ มีอัตราการ ขยายตัว ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมรวม 453 โครงการ เพิ่มขึ้น 58 %เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวน 286 โครงการ ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนรวมของไตรมาสแรกปีนี้ มีมูลค่าประมาณ 117,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13 % สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการขอรับส่งเสริมลงทุนมากที่สุด คือ อุตสหกรรมปิโตรเคมี กระดาษและพลาสติก มีเงินลงทุนรวม 30,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10 เท่า เพราะมีโครงการขนาดใหญ่ ยื่นขอรับส่งเสริมในกิจการผลิตปิโตรเคมี และผลิตเยื่อกระดาษ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 22,000 ล้านบาท

รองลงมาคืออุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค มีเงินลงทุนรวม 27,800 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ คือ กิจการผลิตไฟฟ้าจากของเสียจากกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ โรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการขนส่งทางท่อ กิจการโรงแรม มูลค่าลงทุนรวมกว่า 11,000 ล้านบาท และอุตสาหกรรมโลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 24,500 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ ได้แก่ กิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ รวม 3 โครงการ กิจการผลิตเครื่องจักรและชิ้นส่วนมูลค่าลงทุนรวมกว่า 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 14,500 ล้านบาท มีโครงการสำคัญ ได้แก่ กิจการผลิต Wafer Probe และ กิจการผลิต IC และกิจการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ลงทุนรวมกว่า 7,000 ล้านบาท อุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 12,200 ล้านบาท มีโครงการลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ กิจการผลิต Particle Board กิจการผลิตอาหารสัตว์ และกิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ มูลค่าลงทุน รวมกว่า 4,000 ล้านบาท

นางอรรชกา กล่าวต่อว่า สำหรับการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอ ในช่วง ไตรมาสแรก มี 254 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 70,111 ล้านบาท โดยการลงทุนจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขอรับส่งเสริมมากที่สุดทั้งจำนวนโครงการ และเงินลงทุน มีจำนวน 132 โครงการ คิดเป็น %ของโครงการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด และมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 35,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 67 % โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ลงทุนรวมกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นต้น รองลงมาเป็นการลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ มีมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14 ของมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศ โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการผลิต IC และโครงการผลิตเครื่องจักรและ อุปกรณ์ เงินลงทุนรวมกว่า 7,000 ล้านบาท

นางอรรชกา กล่าวด้วยว่า ผลสำรวจภาวะการจ้างงาน และ การผลิต ของบริษัทขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริม มูลค่าเงินลงทุนของทุกโครงการรวมกันตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป เมื่อไตรมาสแรกที่ผ่านมาพบว่า มีบริษัทที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 310 บริษัท ซึ่งระบุว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้อุปสงค์ของตลาดหลัก ๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ในอีก 6 เดือนข้างหน้า บริษัทมีแนวโน้มจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นถึง 29,863 คน

ทั้งนี้ แนวโน้มการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มยานยนต์ และผลิตภัณฑ์โลหะ กลุ่มเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากนี้ บริษัทที่ตอบแบบสอบถาม 310 ราย ระบุด้วยว่า ในปีนี้ จะมีการเพิ่มอัตราการใช้กำลังผลิตจาก 67 % ในปี ที่ผ่านมา เป็น 75 % ในปีนี้ โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดอุตสาหกรรม โดยหมวดเกษตรกรรมและผลผลิตทางการเกษตร คาดว่าจะใช้กำลังผลิตสูงสุด คือ 82 % รองลงมา คือ หมวดเคมี กระดาษ และ พลาสติก 81 % และ หมวดยานยนต์และผลิตภัณฑ์โลหะ 78 %ขณะเดียวกันยังพบว่ามีจำนวน 109 บริษัท จากจำนวน 310 บริษัท ที่ตอบแบบสอบถาม มีแผนจะขยายการลงทุนในปีนี้ มูลค่าเงินลงทุนรวม 130,575 ล้านบาท กระจายอยู่ในทุกอุตสาหกรรม อันดับหนึ่ง คือ กลุ่มอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภค จะขยายการลงทุนกว่า 58,000 ล้านบาท รองลงมา คือ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะขยายการลงทุนกว่า 23,000 ล้านบาท กลุ่มหมวดยานยนต์และผลิตภัณฑ์โลหะ จะขยายการลงทุนกว่า 21,000 ล้านบาท และกลุ่มเคมี กระดาษ และพลาสิตจะขยายการลงทุนกว่า 16,000 ล้านบาท

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 เมษายน 2554, 17:00 น.

 

บีโอไอผนึกสถาบันยานยนต์บุกเกาหลีใต้

Published กุมภาพันธ์ 28, 2011 by SoClaimon

28 กุมภาพันธ์ 2554, 06:00 น.

ผ่านทางบีโอไอผนึกสถาบันยานยนต์บุกเกาหลีใต้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_152235

 

“บีโอไอ-สถาบันยานยนต์” บุกดึงดูดการลงทุนจากเกาหลีใต้ เปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับผู้บริหารจาก 40 บริษัท กลุ่มพลังงานทดแทน ซอฟต์แวร์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เกษตรแปรรูป เคมีภัณฑ์ หวังกระตุ้นขยายลงทุนในไทย…

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1-5 มี.ค.นี้ บีโอไอและสถาบันยานยนต์จะเดินทางไปชักจูงการลงทุน ณ ประเทศเกาหลีใต้ โดยกิจกรรมสำคัญ ประกอบด้วย การพบปะหารือร่วมกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฮุนไดมอเตอร์ ซัมซุงไฟน์เคมิคอล ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกิจกรรมพบปะรายบริษัทระหว่างบีโอไอและผู้ ประกอบการรายใหญ่ของเกาหลีใต้ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมลงทุนในต่างประเทศ รวม 40 บริษัท จากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ พลังงานทดแทน อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เกษตรแปรรูป เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น

นางอรรชกากล่าวว่า การโรดโชว์จะเป็นการให้ข้อมูลกระตุ้นความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ที่กำลังตัดสินใจขยายการลงทุน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย ที่มุ่งไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สิ่งแวดล้อม เพราะไทยและเกาหลีใต้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมานาน ซึ่งในเชิงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจยังต้องมี

การขยายความร่วมมือด้าน ต่างๆให้มากขึ้น ดังนั้น ช่วงที่ผ่านมา บีโอไอจึงได้เปิดสำนักงานบีโอไอที่เกาหลีใต้ ซึ่งช่วยให้เกิดความรู้และความสนใจต่อการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น จนทำให้ปัจจุบันเกาหลีใต้เป็นประเทศจากกลุ่มประเทศในเอเชียที่เข้ามาลงทุนใน ประเทศไทยอันดับต้นๆ รองจาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน เชื่อมั่นว่าภายหลังจากการหารือและพบปะร่วมกันในครั้งนี้ จะยิ่งกระตุ้นให้มีการตัดสินใจขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

“ไทย และเกาหลีใต้มีโอกาสขยายการลงทุนร่วมกันอีกมาก โดยเฉพาะภายหลังผลจากความตกลงการค้าอาเซียน-เกาหลี (AKFTA) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยมีโอกาสดึงการลงทุนจากเกาหลีใต้ให้เข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทย ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ ศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานรองรับการผลิตเพื่อส่งออกไปยังตลาดที่ไทยมี ความตกลงการค้าอยู่ด้วย เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลง เช่น การใช้สิทธิภายใต้ความตกลงการค้าที่ไทยทำกับอินเดีย เป็นต้น อีกทั้งยังช่วยผลักดันให้นักลงทุนไทยมีโอกาสพิจารณาไปลงทุนในเกาหลีใต้ ทั้งการลงทุนโดยตรงและการร่วมทุนได้อีกด้วย”

นางอรรชกากล่าวว่า บีโอไอจะใช้โอกาสในกิจกรรมครั้งนี้ สร้างความเข้าใจถึงทิศทางของการปรับปรุงเพิ่มเติมนโยบายส่งเสริมการลงทุน ที่มุ่งให้สอดคล้องกับความต้องการของต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความชัดเจนในการเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมๆกัน ด้วยการเปิดให้มีมาตรการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่ง แวดล้อม การประหยัดพลังงาน หรือการใช้พลังงานทดแทน และการปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต ซึ่งจะทำให้โรงงานอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี โดยมีอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ กิจการเทคโนโลยีชีวภาพ กิจการวิจัยและพัฒนา กิจการ บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ กิจการผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูง เป็นต้น

สำหรับภาพรวมในปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการจากประเทศเกาหลีใต้ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยรวม ทั้งสิ้น 59 โครงการ เพิ่มขึ้น 23 โครงการ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 หรือเพิ่มขึ้น 63% มูลค่าการลงทุน 5,107 ล้านบาท.

 

 

 

 

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 กุมภาพันธ์ 2554, 06:00 น.

 

ยุ่นยังครองแชมป์ลงทุนในไทย

Published มกราคม 13, 2011 by SoClaimon

13 มกราคม 2554, 05:00 น.

ผ่านทางยุ่นยังครองแชมป์ลงทุนในไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_140959

 

ยุ่นยังครองแชมป์ลงทุนในไทย สรุปลงทุน 53 ยังสดใสฝ่าวิกฤติ

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมการขอรับส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย 865 โครงการ เงินลงทุนรวม 236,037 ล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มี 788 โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนแม้จะปรับลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับปี 52 ที่มีมูลค่าเงินลงทุนจาก 350,754 ล้านบาท แต่เป็นเพราะโครงการลงทุนส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดกลาง

ทั้งนี้ การลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นยังเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนสูงสุด และปรับเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่น 363 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 104,422 ล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่ม 36.4% เมื่อเทียบกับปี 52 ที่มี 266 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 34.9% เมื่อเทียบกับปี 52 ที่มี 77,380 ล้านบาท โดยกิจการที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความ สนใจเข้ามาลงทุนมากเป็นอันดับแรก เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 156 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 46,616 ล้านบาท รองมาเป็นกิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า 66 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 33,296 ล้านบาท

“ต้องยอมรับว่าในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญปัญหาทั้งมาบตาพุด วิกฤติการเมือง ปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่จากพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาต่างๆผ่านไปได้ด้วยดี จึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ จึงมั่นใจว่าการลงทุนจากญี่ปุ่นในปีนี้จะยังขยายตัวต่อเนื่อง หลังจากทิศทางการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งประเทศไทยจะยังเป็นประเทศอันดับต้นๆของนักลงทุนญี่ปุ่นที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 มกราคม 2554, 05:00 น.

 

บีโอไอหน้าบาน ‘เอฟดีไอ’ ปี53โต35%

Published มกราคม 12, 2011 by SoClaimon

12 มกราคม 2554, 14:57 น.

ผ่านทางบีโอไอหน้าบาน \’เอฟดีไอ\’ ปี53โต35% – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_140853

 

บีโอไอ เผยตัว เลขเอฟดีไอ ตลอดปี 53 ยังแรง ญี่ปุ่นไม่หวั่นปัญหาสารพัดด้านในไทย รักษาแชมป์ลงทุนเพิ่มอีกกว่า 1 แสนล้านบาท ขยายตัวจากปี 52 ถึง 35% เร่งจี้บีโอไอ บุกตลาดต่างประเทศเชิงรุก ทั้งกลุ่มประเทศเป้าหมายเดิม และตลาดใหม่ หวังปลุกกระแสลงทุนปี 54 ต่อเนื่อง…

เมื่อวันที่ 12 ม.ค. นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมการขอรับส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในปีที่ผ่านมา มีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย 865 โครงการ เงินลงทุน รวม 236,037 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้น 9.8% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มี 788 โครงการ ส่วนมูลค่าเงินลงทุนแม้จะปรับลดลง 32.7% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีมูลค่าเงินลงทุนจากต่างชาติทั้งสิ้น 350,754 ล้านบาท แต่เป็นเพราะโครงการลงทุนจากต่างประเทศในปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดกลาง

นางอรรชกา กล่าวต่อว่า การลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นยังเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนสูงสุด และปรับเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการ และมูลค่าเงินลงทุน โดยในปีที่ผ่านมามีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากญี่ปุ่น 363 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 104,422 ล้านบาท จำนวนโครงการปรับเพิ่ม 36.4% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 266 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 34.9% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 77,380 ล้านบาท

“กิจการที่นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นอันดับแรก เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่งจำนวน 156 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 46,616 ล้านบาท รองมาเป็นกลุ่มกิจการอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 66 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 33,296 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์กระดาษ และพลาสติก จำนวน 52 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8,102 ล้านบาท ตามลำดับ” เลขาบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวอีกว่า  ต้องยอมรับว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยจะเผชิญปัญหา ทั้งมาบตาพุด วิกฤติการเมือง ปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่จากพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ และการแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านไปได้ด้วยดี จึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ จึงมั่นใจว่าการลงทุนจากญี่ปุ่นในปี นี้จะยังขยายตัวต่อเนื่องหลังจากทิศทางของการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งประเทศไทยจะยังเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของนักลงทุนญี่ปุ่นที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุนหรือขยายฐานการผลิตเพิ่มขึ้น สำหรับภาพรวมของการขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 1,591 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 447,400 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 400,000 ล้านบาท โดยโครงการ ปรับเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มี 1,489 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 638,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นปีที่มูลค่าการลงทุนสูงสุดในรอบ 40 ปี

“ทิศทางของจำนวนโครงการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทยที่ยังขยายตัว โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในกลุ่มกิจการขนาดกลาง ที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 20-500 ล้านบาท มีจำนวนรวมกันถึง 981 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 131 ล้านบาท” เลขาบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวด้วยว่า  แนวโน้มการลงทุนในปี นี้ ยังคงต้องจับตามองเนื่องจากยังมีปัจจัยลบที่จะมีผลกระทบต่อภาคการลงทุนของ ไทย เช่น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง ปัญหาความขัดแย้งทางสังคม เงินบาทแข็งค่า ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้ได้มอบให้บีโอไอ เร่งจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเป้าหมายทั้งกลุ่มนักลงทุนเดิม เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป และนักลงทุนเป้าหมายใหม่ เช่น จีน อินเดีย ซึ่งจะมุ่งเน้นทั้งการส่งเสริมการลงทุน 2 ทางทั้งการส่งเสริมการลงทุนของไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และการชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศมาไทย.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 มกราคม 2554, 14:57 น.

 

%d bloggers like this: