หุ้น

All posts tagged หุ้น

หุ้นสุดสัปดาห์แกว่งตัวปิดลดลงเล็กน้อย0.40ที่1008.77จุด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 17:26 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128305.

Pic_128305

ตลาดหุ้นไทยสุดสัปดาห์ยังยืนระยะเหนือพันจุด ปิดตลาดแดนลบ 0.40 จุด ที่ 1008.77 จุด ซื้อขายทั้งสิ้น 42,043.76 ล้านบาท บ.ซีพี ซื้อขายสูงสุด…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. 53 ปิดตลาดที่  1008.77  จุด ลดลง 0.40  จุด  มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 42,043.76  ล้านบาท  หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น  203  หลักทรัพย์ ลดลง 159 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง  122 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 17:26 น.
โฆษณา

ปิดตลาดเช้าหุ้นไทยร่วง2.11จุดอยู่ที่1,002.61จุด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 12:50 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128256.

Pic_128256

ปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงเช้า ดัชนีเคลื่อนไหวที่ 1,002.61 จุด ลดลง 2.11 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 27,479.14 ล้านบาท…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันศุกร์ที่ 19 พ.ย.2553 ช่วงเช้าปิดตลาดที่ระดับ 1,002.61 จุด ลดลง 2.11 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 27,479.14 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 172 หลักทรัพย์ ลดลง 159 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 125 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) , บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 12:50 น.

น้ำมันโลกลดปิดที่80.44ดอลลาร์

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 08:53 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127889.

Pic_127889

หุ้นสหรัฐปิดตัวกระจัดกระจาย ขณะราคาน้ำมันไนเม็กซ์ ลดลง 1.90 ดอลลาร์ฯ ปิดที่ 80.44 ดอลลาร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตัวกระจัดกระจาย เนื่องจาก นักลงทุนยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11,007.88 จุด ลดลง 15.62 จุด แนสแดค ปิดที่ 2,476.01 จุด เพิ่มขึ้น 6.17 จุด และเอสแอนด์พี ปิดที่ 1,178.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.25 จุด

ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.90 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ 80.44 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 08:53 น.

เตือนนักลงทุนระวังหุ้น”ทรู-ดีแทค”

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127814.

Pic_127814

ราคาหุ้นกลุ่มสื่อสาร พบว่าราคาหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนตลาดท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ขอให้นักลงทุนโปรดใช้ความระมัดระวังในการติดตามข่าวสารเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของดีแทค…

นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่าคณะกรรมการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) อนุมัติให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัททรูมูฟ จำกัด ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ด้วยเทคโนโลยี HSPA ในเชิงพาณิชย์นั้น ทางทรู ในฐานะบริษัทแม่ของทรูมูฟขอชี้แจงว่ายังไม่ได้รับแจ้งจาก กสท เกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯเช่นกันว่า ตามที่มีข่าวระบุว่าบอร์ด กสท อนุมัติให้ดีแทคให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ด้วยเทคโนโลยี HSPA ในเชิงพาณิชย์นั้น ดีแทคขอชี้แจงว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นการใช้ข่าวโดยผู้บริหารระดับสูงของ กสท โดยดีแทคได้ยื่นขออนุมัติการให้บริการดังกล่าวมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว เนื่องจากเห็นว่าบริการดังกล่าวเป็นการสนองนโยบายการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงของภาครัฐ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการของดีแทค อย่างไรก็ตาม ดีแทคได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่าในการประชุมบอร์ด กสท เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ไม่มีการอนุมัติในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด จึงขอให้นักลงทุนโปรดใช้ความระมัดระวังในการติดตามข่าวสารเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์ของดีแทคด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มสื่อสาร พบว่าราคาหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนตลาดท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่น ปิดที่ระดับสูงสุดของวัน ที่ 5.95 บาท บวก 0.15 บาท มีมูลค่าการซื้อขาย 2,800.91 ล้านบาท ขณะที่ดีแทคปรับตัวลงมาที่ 42 บาท ลดลง 0.50 บาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 05:45 น.

‘เสริมสิน’ ถอนต่างชาติถือหุ้น-บริหาร N-park

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 20:03 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127751.

Pic_127751

N-PARK มีแผนเพิ่มทุน เปิดทางพันธมิตรต่างชาติถือหุ้น “เสริมสิน”ยอมถอยให้ต่างชาติเข้าบริหาร ระบุการเข้าถือหุ้นเนชั่น เพราะเชื่อว่าจะมีการเติบโตในอนาคต พร้อมหวังได้ผลตอบแทนจากการลงทุนปีละ 15%

เมื่อวันที่ 17 พ.ย. นายเสริมสิน สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน)หรือ N-PARK เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะมีการเพิ่มทุนจดทะเบียน ต้นปีหน้า เพื่อเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ให้กับพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งจะเข้ามาบริหารบริษัทด้วยโดยจะเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 25-30% ทำให้กลุ่มของตนถือหุ้นอยู่ใน N-PARKgเหลือประมาณ 10% จากปัจจุบันที่ถือในสัดส่วน 20% แต่ตนยังคงเป็นกรรมการบริษัทอยู่ ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาคาดว่าจะสรุปเดือนธันวาคมนี้ หรือ เดือนมกราคมปีหน้า นอกจากนี้ ในปีนี้บริษัทจะกลับมามีกำไรสุทธิ 383 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุน 495 ล้านบาท

“ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่าง เจรจากับพันธมิตรต่างประเทศ ที่จะเข้าบริหารN-PARK ซึ่งจะเข้ามาถือหุ้น ในส่วน 25-30%ซึ่งผมจะลดบทบาทในบริษัทลง โดยจะเป็นเพียงกรรมการบริษัท”นายเสริมสิน กล่าว

สำหรับ พันธมิตรต่างประเทศที่จะเข้ามาถือหุ้นนั้น จะเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านการก่อสร้าง ที่จะเข้ามาช่วยเหลือด้านเงินทุน และเข้ามาแก้ปัญหาหนี้ของบริษัทที่มีจำนวน 800 ล้านบาท โดยบริษัทจะพยายามชำระหนี้ให้หมดในไตรมาส1ปี54 ซึ่งการดำเนินธุรกิจของบริษัทขณะนี้ถือว่ามีการปรับตัวดีขึ้น จากการก่อสร้างโรงแรมสยาม เคมปินสกี้ โฮเต็ล ที่สร้างเสร็จแล้วและจะมีการรับรู้รายได้

นายเสริมสิน  กล่าวถึงกรณีที่เข้าไปลงทุนในหุ้น บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ NMG ว่าเนื่องจากมองว่า บริษัทเนชั่นฯจะมีการเติบโตในอนาคต จากการที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจในสื่อใหม่(new media)ซึ่งมีการเติบโตที่ดี โดยส่วนตัวหวังที่จะได้รับผลตอบแทนจากลงทุนปีละ15% จากราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นและเงินปันผล รวมทั้งจากการที่เนชั่นฯมีนโยบายนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียน ในตลาด หลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้เนชั่นฯมีกำไรจากการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียน
ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มได้ผลตอบแทนตั้งแต่ปีนี้ สำหรับนโยบายการลงทุนในเนชั่นฯนั้นตนจะถือลงทุนระยะยาวและจะไม่เข้าไปบริหาร แต่หากทางเนชั่นฯ ต้องการให้ตนช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีก็พร้อมที่จะ ให้ความช่วยเหลือ

“ส่วนตัวใช้เงินซื้อหุ้นเนชั่น มัลติมีเดียจำนวน 200 ล้านบาท แต่หากรวมทั้งกลุ่มใช้เงินซื้อรวม 300 ล้านบาท ถือหุ้นในสัดส่วน 20% สาเหตุที่เข้าลงทุนในเนชั่นฯเพราะโครงสร้างบริษัทคล้ายกับสื่อในต่างประเทศ และผู้ถือหุ้นเดิมของเนชั่นฯต้องการที่จะขายหุ้นออกมา จึงสนใจเข้าลงทุน”นายเสริมสิน กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 20:03 น.

หุ้นสหรัฐดิ่ง-น้ำมันลดปิด82.34ดอลลาร์

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 08:50 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127612.

Pic_127612

หุ้นสหรัฐดิ่งทุกตลาด จากความกังวล เศรษฐกิจยูโร และจีน ขณะราคาน้ำมันดิ่งลง 2.52 ดอลลาร์สหรัฐ​ฯ​ปิดที่ 82.34 ดอลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล…

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ว่า ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ นักลงทุนเทขายหุ้น เนื่องจากมีความกังเกี่ยวกับเศรษฐกิจในยูโร และจีน ซึ่งทั้ง 3 ตลาด ลดลงอย่างมากในรอบเดือน พ.ย.ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ 11,023.50 จุด ลดลง 178.47 จุด แนสแดค ปิดที่ 2,469.84 จุด ลดลง 43.98 จุด และเอสแอนด์พี ปิดที่ 1,178.34 จุด ลดลง 19.41 จุด

ด้าน ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 2.52 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ 82.34 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 08:50 น.

ปิดตลาดเช้าหุ้นไทยลดลง2.11จุดอยู่ที่1,027.03จุด

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

16 พฤศจิกายน 2553, 13:24 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127417.

Pic_127417

ปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงเช้า ดัชนีเคลื่อนไหวที่ 1,027.03 จุด ลดลง 2.11 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 21,220.77 ล้านบาท…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันอังคารที่ 16 พ.ย. 2553 ช่วงเช้าปิดตลาดที่ระดับ 1,027.03 จุด ลดลง 2.11 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 21,220.77 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 174 หลักทรัพย์ ลดลง 160 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 140 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับ ซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) , บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) , บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 16 พฤศจิกายน 2553, 13:24 น.

ปท.เอเชียคุมเข้มนโยบายการเงิน กดดัชนีหุ้นดิ่ง

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

13 พฤศจิกายน 2553, 15:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126704.

Pic_126704

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดสัปดาห์หน้าดัชนีฯ ผันผวนในกรอบแคบ แนะจับตา ตัวเลขส่งออกกระทรวงพาณิชย์ และทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยให้แนวรับที่ 1,014-994 จุด และแนวต้านที่ 1,050-1,075 จุด…

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,018.86 จุด ปรับตัวลดลง 2.08% จาก 1,040.45  จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ปรับขึ้น 38.71% จากสิ้นปี 2552 ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสัปดาห์ลดลง 3.49% จาก 240,551.93 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ 232,147.70 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงจาก 48,110.39 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 46,429.54 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิที่ 6,306.95 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิที่ 3,406.09 ล้านบาท 2,789.17 ล้านบาท และ 111.68 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 265.12 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 0.76% จาก 263.13 จุด ในสัปดาห์ก่อนหน้า และปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.14% จากสิ้นปีก่อน

ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาค หลังราคาน้ำมันทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปีและราคาทองทำสถิติสูงสุดใหม่ ก่อนที่ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงในวันอังคารถึงวันศุกร์ จากแรงขายหุ้นมาร์เก็ตแค็ปขนาดใหญ่ โดยเป็นการปรับฐานของตลาด หลังเงินดอลลาร์ฯ เริ่มกลับมาแข็งค่า ทำให้นักลงทุนเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับกระแสเงินทุนไหลเข้า อีกทั้ง ยังเป็นผลจากความกังวลต่อปัญหาหนี้ของยุโรป การออกมาตรการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อของจีนที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับแนวโน้มในสัปดาห์นี้ (15-19 พ.ย. 2553) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยและบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีน่าจะผันผวนในกรอบแคบ (Sideway) โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การรายงานตัวเลขการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ตลอดจนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีราคาสินค้า ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,014 และ 994 จุด ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,050 และ 1,075 จุด ตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 13 พฤศจิกายน 2553, 15:30 น.

ปิดตลาดเช้าหุ้นไทยร่วง17.22จุดอยู่ที่1,012.64จุด

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 13:08 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126417.

Pic_126417

ปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงเช้า ดัชนีเคลื่อนไหวที่ 1,012.64 จุด ลดลง  17.22 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 21,023.29 ล้านบาท…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันศุกร์ที่ 12 พ.ย. 2553 ช่วงเช้าปิดตลาดที่ระดับ 1,012.64 จุด ลดลง 17.22 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 21,023.29 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 100 หลักทรัพย์ ลดลง 284 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 96 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับ ซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) , บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 13:08 น.

หุ้นอสังหาร่วงผวาถูกคุมสินเชื่อ

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126300.

Pic_126300

โสภณ พรโชคชัย

หุ้นอสังหาฯ ร่วงผวา ธปท. คุมสินเชื่อ ป้องกันภาวะฟองสบู่ บทเรียนต่างชาติให้ไทยหาทางหนีทีไล่ …

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พบว่า ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เนื่องจากวิตกกังวลกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันการเกิดภาวะฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

ขณะที่บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า จุดยืนของ ธปท.ทำให้ผู้ ประกอบการต้องปรับตัวอย่างมากโดยเฉพาะการขายสินค้าที่อาจต้องเพิ่มเงินดาวน์ให้สูงขึ้น และอีกปัญหาที่ใหญ่กว่า คือรายการขายที่เกิดขึ้นไปแล้ว และรอขอสินเชื่อกับธนาคารในส่วนของบริษัทในตลาดหุ้น 14 แห่ง มีมูลค่าสูงกว่า 100,000 ล้านบาท หากมีการกำหนดเกณฑ์วงเงินสินเชื่อที่ให้ได้สูงสุดต่อราคาประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกัน (LTV) ที่ต่ำลงจากปัจจุบัน อาจทำให้ผู้ซื้อบางส่วนไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ กระทบไปถึงฐานะการเงินของผู้ประกอบการ และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อโครงการ

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA เปิดเผยว่า ได้รวบ รวมมาตรการต่างๆ ของจีนและบทเรียนจากสหรัฐฯ เพื่อนำเสนอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้ประกอบการต่างๆนำไปศึกษาเพื่อหาทางหนีทีไล่ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะตามมา

โดยกรณีสหรัฐฯ ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2551 จำนวนที่อยู่อาศัยเกิดเพิ่มขึ้นปีละ 1.5-2.0 ล้านหน่วย แต่หลังจากเกิดวิกฤติ มีบ้านสร้าง ใหม่ปีละไม่เกิน 500,000 หน่วย หรือประมาณหนึ่งในสาม เท่ากับว่าจำนวนบ้านเกิดขึ้นเกินความ ต้องการจริงถึงสองเท่าตัว ในแต่ละปีราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นปีละ 10% มานับแต่ปี 2535-2550 ทำให้มีการรีไฟแนนซ์หรือนำบ้านไปเพิ่มวงเงินกู้เพื่อนำเงินมาใช้สอยกันอย่างแพร่หลาย อัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าทรัพย์สิน หรือ LTV ก็สูงขึ้นจากอัตราปกติที่ 70-80% ของมูลค่าเป็น 90%, 100% และ 120% ตามลำดับ ด้วยความคาดหวังว่าราคาบ้านก็จะยังเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง จนเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ ราคาบ้านจึงกลับต่ำลงจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกินกว่า 3 ปีแล้วที่ราคาบ้านยังตกต่ำต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาอสังหาริม-ทรัพย์ร้อนแรงเกินไปในจีน มีมาตรการที่ไทยสมควรศึกษา เช่น ในปี 2552 มีการประกาศว่าผู้ที่จะซื้อบ้านเป็นหลังที่สองต้องมีเงินดาวน์ไม่น้อยกว่า 40% ของราคาบ้าน ขณะที่สถาบันการเงินต้องควบคุมการอำนวยสินเชื่อแก่ผู้ซื้อบ้านหลังที่สอง ไม่ใช่ปล่อยกู้กันตามใช้ชอบโดยขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน

รวมทั้งการกำหนดให้ผู้ขายบ้านที่ถือครองต่ำกว่า 5 ปีต้องเสียภาษีธุรกิจ ส่วนผู้ที่ถือครองต่ำกว่านั้นก็ยังเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในส่วนที่เพิ่มขึ้นของราคา จากนั้นในปี 2553 มีข้อกำหนดให้ผู้ซื้อบ้านหลังที่สองต้องวางเงินดาวน์ 50% และผู้ซื้อบ้านหลังที่สามอาจไม่ได้รับสินเชื่อใดๆ และรัฐบาลหยุดให้ต่างชาติซื้อห้องชุดเพื่อหยุดการเก็งกำไรจนถึงการออกนโยบาย “1 ครัวเรือน 1 บ้าน” เพื่อลดความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่หวั่นเกรงจะกระทบกับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 05:45 น.
%d bloggers like this: