หาดใหญ่

All posts tagged หาดใหญ่

รร.หาดใหญ่ยกเลิกค่าเซอร์วิสชาร์จ หวังดึงนักท่องเที่ยวกลับ

Published เมษายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/251251

6 เมษายน 2555, 22:35 น.

Pic_251251

ททท.ยกคณะประชุมร่วมผู้ว่าสงขลา และภาคเอกชนท่องเที่ยวโรงแรมหาดใหญ่ หาทางฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาหลังเกิดเหตุระเบิด ผู้ว่าขอความร่วมมือภาคเอกชนดำเนินมาตรการ 5 ลด โดยผู้ประกอบการโรงแรมพร้อมใจยกเลิกเงินกินเปล่าค่าห้องพักช่วงเทศกาล พร้อมเสนอ ททท.เอาโมเดลฟื้นฟูท่องเที่ยวภูเก็ตหลังสึนามิ มาใช้กับหาดใหญ่บ้าง

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำผู้บริหาร ททท. พร้อมผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสิงคโปร์ และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากกรุงเทพมหานคร เดินทางไปร่วมประชุมแนวทางการฟื้นฟู และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว หลังเหตุการณ์ระเบิดที่โรงแรมลีการ์เด้นส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และภาคเอกชนในธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวของอำเภอหาดใหญ่เข้าร่วมประชุมด้วย

นายกฤษฎา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการท่องเที่ยว การค้า การลงทุนของอำเภอหาดใหญ่ให้กลับมาเหมือนเดิม จะเริ่มจากการจัดงานมิดไนท์สงกรานต์ ระหว่าง 11-13 เม.ย. ขณะเดียวกัน ยืนยันที่จะให้มีการจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลนานาชาติในเดือนพ.ค. ซึ่งจะมีผู้แข่งขันจาก 17 ประเทศเข้าร่วม ด้านความปลอดภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งกำลังตำรวจจากส่วนกลางมาเสริมตำรวจในพื้นที่ให้ พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือจากบริษัทห้างร้านเอกชนส่งชุดรักษาความปลอดภัยมา ฝึกอบรม วิธีการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมาตรการที่จะทำตลอดไปด้วยคือขอให้ศูนย์การค้า โรงแรม กันจุดเข้า-ออก 1-2 ช่องพร้อมให้ซื้อเครื่องมือสแกนเพื่อตรวจตราคนเข้าออกด้วย

“ขณะเดียวกัน ได้ขอให้ภาคเอกชนออกมาตรการ 5 ลดคือ ลดราคาที่พัก ราคาอาหาร ราคาสินค้า ค่ารถค่าบริการ ไม่ต่ำกว่า 5-7% แต่ถ้าหากต้องการจูงใจลูกค้ามากขึ้นก็อาจลดเพิ่มขึ้นเป็น 10%  แต่เท่าที่คุยกับผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 2-3 ดาว ตอนนี้บางแห่งอาจจะจูงใจลูกค้าด้วยการลดราคา 50%  ส่วนหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้ขอนำเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้นักท่องเที่ยวที่ประสบภัยจากเหตุก่อการ ร้ายรายละ 10 ล้านบาท การขอสินเชื่อผ่อนปรนดอกเบี้ย MLR -2.75 และมาตรการด้านภาษี เช่นภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีนิติบุคคล ประกันสังคม”

ทั้งนี้ คาดว่าการดำเนินมาตรการทั้งหมดภายใน 3 เดือน นับจากนี้ไปจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย จากผลการประเมินนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากปกติเข้ามาปีละ 200,000 คน ในปีนี้อาจจะเหลือ 100,000-120,000 คน ส่วนรายได้รวมของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติจากปีละ 16,000 ล้านบาท ในปีนี้คงไม่ได้เท่าปีที่แล้ว แต่ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 12,000 ล้านบาทแทน”

นายสุรพล ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า หากการจัดงานมิดไนท์ สงกรานต์หาดใหญ่เริ่มต้นได้ดี ก็จะเป็นจุดเริ่มการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งทาง ททท.สำนักงานกัวลาลัมเปอร์และสิงคโปร์จะนำสื่อมวลชนจากสองประเทศเข้า มาในช่วงนั้นด้วย ขณะเดียวกัน ททท. ได้จัดทำแผนระดมการจัดงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อฟื้นการท่องเที่ยวของหาดใหญ่ให้กลับมาปกติ อีกทั้ง ยังให้การสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับ อ.หาดใหญ่ เพื่อให้มีจุดขายเพิ่มขึ้นด้วย

นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูนพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลาและนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ทางสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ตกลงที่จะยกเลิกค่าเซอร์ชาร์จหรือค่าเงินกินเปล่าของ โรงแรมทั้งหมดในหาดใหญ่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย  ส่งผลให้ราคาห้องพักลดลงกว่า 30% เพราะเชื่อว่าการใช้กลยุทธ์นี้จะช่วยดึงผู้ที่ยกเลิกการจองห้องพักไปแล้ว 20% เปลี่ยนใจกลับมาเที่ยวและมีห้องพักเต็ม 12,000 ห้องเช่นเดิม เพราะมีนักท่องเที่ยวต้องการเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์จำนวนมาก และเชื่อว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถจองโรงแรมได้ทันจะมีความพร้อม เข้ามาทดแทนทันที เพราะช่วงเทศกาลของหาดใหญ่ไม่เคยราคาถูกขนาดนี้มาก่อน

นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตอนนี้อาจพอมีนักท่องเที่ยวอยู่บ้างแต่ภาพรวมแล้วค่อนข้างเงียบเหงา เพราะภาครัฐได้ยกเลิกการจัดประชุมสัมมนาจำนวนมาก จึงอยากให้ ททท.นำรูปแบบการกระตุ้นการท่องเที่ยวภูเก็ตหลังเกิดคลื่นสึนามิ มาใช้กับ อ.หาดใหญ่ บ้าง เพราะเชื่อว่าถ้ามีการกระตุ้นซัก 5-6 เดือนสถานการณ์ก็จะกลับมาปกติได้ ขณะที่นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า จะทาบทามกองประกวดนางสาวไทยมาจัดประกวดที่ อ.หาดใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว เพราะมีสถานที่สวยงามหลายแห่ง ส่วนนายสรรเสริญ เงารังสี รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.กล่าวว่า หาดใหญ่ถือเป็นตลาดมีศักยภาพมากและพยายามดึงตลาดอินเดียเข้ามาเป็นตลาด  พร้อมขยายตลาดนักท่องเที่ยวจีนให้เข้ามามากขึ้นด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 เมษายน 2555, 22:35 น.
โฆษณา

บอมบ์ เมืองหาดใหญ่เฉือนหัวใจเศรษฐกิจใต้

Published เมษายน 3, 2012 by SoClaimon

บอมบ์ เมืองหาดใหญ่เฉือนหัวใจเศรษฐกิจใต้

  • 03 เมษายน 2555 เวลา 08:15 น.

โดย…พรสวรรค์ นันทะ

เหตุระเบิดในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะคาร์บอมบ์ที่โรงแรมลี การ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หัวใจของเศรษฐกิจภาคใต้ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลสะเทือนไปทั่วแทบทุกอณูธุรกิจในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้

เพราะเมืองหาดใหญ่ถือเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การส่งออก–นำเข้า รวมถึงเป็นศูนย์กลางของธุรกรรมการเงิน เพราะเป็นที่ตั้งของธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งด้วย

การเติบโตของเศรษฐกิจภาคใต้นั้น หัวใจหลักไม่ได้อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช แต่คือเมืองหาดใหญ่เต็มๆ เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจของที่นี่มีขนาดมากถึง 27% ของเศรษฐกิจในภาคใต้ อีก 25% มาจากเมืองภูเก็ต ที่เหลือจึงค่อยเฉลี่ยกันไปในจังหวัดอื่นๆ ตามขนาดเมืองและพืชผลทางการเกษตร

ฉะนั้น เมื่อเกิดระเบิดขึ้นกลางเมืองหาดใหญ่ ชีพจรหัวใจหลักทางเศรษฐกิจกิจกรรมต่างๆ จึงช็อกไปดื้อๆ

ความมั่นใจด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค นักลงทุน และนักท่องเที่ยว รวมถึงการค้าขาย การขนส่ง การส่งออก การนำเข้า บรรยากาศทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปคงยากที่จะกลับคืนมาเหมือนดังเดิม

มีการคาดการณ์กันว่าความเสียหายในครั้งนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 1,500-2,000 ล้านบาท นี่ไม่รวมผลกระทบที่เป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจอื่นในจังหวัดใกล้เคียง

ระเบิดครั้งนี้จึงสร้างความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อประเทศเนื่องด้วยหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ การศึกษา และท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 27% ของเศรษฐกิจในภาคใต้หรือประมาณ 4.5% ของทั้งประเทศ เศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาขยายตัวเฉลี่ยปีละประมาณ 4% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สงขลายังเป็นประตูผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านคือมาเลเซียและสิงคโปร์ เหตุการณ์ที่เกิดครั้งนี้ใกล้เทศกาลสงกรานต์พอดี ผลกระทบย่อมมีพอสมควรในแง่เศรษฐกิจ

จากข้อมูลภาวะเศรษฐกิจและการเงิน ที่สำนักงานภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานไว้ล่าสุดในเดือน ม.ค.ปีนี้ จะพบว่า เศรษฐกิจภาคใต้ชะลอตัวอยู่แล้ว จากผลผลิตการเกษตรที่ลดลงเหลือเพียง 18.1% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 62.3% เป็นผลจากผลผลิตยางพาราชะลอลงเหลือ 4.9% ส่วนผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวติดลบ 24.2% จากเดือนก่อนหน้าที่โต 7% จากการผลิตอุตสาหกรรมยางแปรรูปและไม้ยางแปรรูป เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นและตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักชะลอการซื้อ

ภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป และอุตสาหกรรมอาหารทะเลกระป๋องมีการผลิตลดลง ขณะที่ราคาวัตถุดิบมีราคาเพิ่มสูงขึ้นมากในเดือนนี้

ด้านกำลังซื้อผู้บริโภคจากตลาดหลักลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอ ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีรายได้เกษตรกรติดลบ 21.4% จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวถึง 15.7% มีต่อเครื่องชี้การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนของภาคใต้ลดลง

สะท้อนจากดัชนีการอุปโภคบริโภคขยายตัวเพียง 1.7% จาก 6.7% ในเดือนก่อนหน้า ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ติดลบ 19.9% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 26.4% ปริมาณจำหน่ายรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลขยายตัวติดลบ 49% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบ 50.4% เช่นเดียวกับปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่ขยายตัวติดลบ 20.8% ต่อเนื่องจากเดือนก่อนที่ติดลบ 31.2%

สอดคล้องกับการลงทุนที่ขยายตัวติดลบ9% จากเดือนก่อนที่โต1.9% สะท้อนจากกิจการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนขยายตัวติดลบ 80.9% จากเดือนก่อนที่ติดลบ 322.9% การจดทะเทียนธุรกิจนิติบุคคลขยายตัวติดลบ 3% จากเดือนก่อนที่โต 57.7% ขณะที่การจัดเก็บภาษีอากรขยายตัวติดลบ 1.7% จากเดือนก่อนที่ขยายตัว 9.2%

แต่ภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ยังโชคดีอยู่บ้าง ที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวได้ดี เนื่องจากนักท่องเที่ยวเอเชียและยุโรป อย่างจีน มาเลเซีย และรัสเซียหลบอากาศหนาวเดินทางมาเที่ยวมากขึ้น

ซึ่งถ้าดูข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในภาคใต้เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อน 16.8% ทำให้อัตราการเข้าพักโรงแรมเพิ่มเป็น 72.5% สูงกว่าเดือนเดียวกันปีก่อนที่ 67.3%

แต่ถึงการท่องเที่ยวจะดี แต่มูลค่าการส่งออกติดลบถึง 23.2% มีมูลค่าเพียง 1,123 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 9% หรือมีมูลค่า 1,506 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการลดลงในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะหมวดยางพาราที่ลดลงทั้งด้านปริมาณและมูลค่า

นอกจากนี้ อาหารบรรจุกระป๋องและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกก็ลดลงเช่นเดียวกัน ด้านการนำเข้าก็ติดลบถึง 60.5% หรือมีมูลค่า 432 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 8.1% หรือมีมูลค่าการนำเข้าที่ 641 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะมีการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ลดลงเป็นสำคัญ

สำนักงานภาคใต้ ธปท. ระบุอีกว่า จากภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ที่ชะลอลง ทำให้เงินฝากและสินเชื่อของสาขาธนาคารพาณิชย์ในภาคใต้ชะลอลงด้วย โดยเงินฝากเพิ่มขึ้นเพียง 7.9% หรือมีมูลค่า 5.33 แสนล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่เงินฝากเพิ่มขึ้นถึง 12% ขณะที่สินเชื่อขยายตัว 15% หรือมีวงเงิน 5.03 แสนล้านบาท ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 16%

ทั้งนี้ หากพิจารณาแนวโน้มที่ชะลอลงของภาวะเศรษฐกิจภาคใต้ จะเห็นว่ามันชะลอลงด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วจากการผลิตที่ลดลง จากยอดสั่งซื้อจากต่างประเทศที่ลดลง ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและผู้บริโภคในประเทศเอง หรือคนภาคใต้เองก็บริโภคลดลง เพราะราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับสูงขึ้น สะท้อนจากเงินเฟ้อทั่วไปซึ่งรวมราคาอาหารและพลังงานด้วยของภาคใต้เพิ่มขึ้นถึง 4.38% จากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 4.38%

พอเจอเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายในใจกลางเมือง ก็เท่ากับว่ามาทำลายความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่เป็นหัวใจของการค้าขาย การท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดหลักโดนตัดขาดทันที

เพราะคงไม่มีนักท่องเที่ยวรายใดกล้าเดินทางลงไปเที่ยวพักผ่อนเล่นในพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยภัยอันตราย ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นมาตอนไหนและพื้นที่ใด

การขนส่งสินค้าเพื่อกระจายออกไปตามหัวเมืองต่างที่มีแนวโน้มชะลออยู่แล้วก็จะหนักเข้าไปอีก

อย่าลืมว่าหาดใหญ่คือศูนย์กลางในการกระจายสินค้าอุปโภค บริโภค บริษัท สหพัฒนพิบูล ยูนิลีเวอร์ ซีพี โคคาโคลา เทสโก้ โลตัส เบียร์ เหล้า ยา ยันสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ มีที่พำนักพักก่อนกระจายลงสู่จังหวัด อำเภอ ตำบล ล้วนใช้หาดใหญ่เป็นศูนย์กระจายสินค้าแทบทั้งสิ้น

ในสถานการณ์ที่การก่อการร้ายบุกมาถึงเมืองหลวงภาคใต้เช่นนี้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคใต้คงไม่ได้เห็นกันง่ายๆ

เพราะถ้าจะหวังพึ่งภาคการท่องเที่ยวจุดขายสำคัญของภาคใต้มาช่วยชดเชยรายได้ที่หดหายไปในภาคการเกษตร ประมง การบริโภคอุปโภค และอุตสาหกรรมอื่นๆ คงไม่ง่าย

เพราะหลังเหตุระเบิดหาดใหญ่จุดยุทธศาสตร์สำคัญของเศรษฐกิจภาคใต้แล้ว ยอดจองที่พักในเมืองหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงที่คาดกันว่าจะสูงถึง 1.25 หมื่นห้อง และปริมาณเงินที่คาดว่าจะสะพัดในงานสงกรานต์ปีนี้นั้น อาจไม่คึกคักอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

หากรัฐบาลไม่มีกระบวนการในการจัดการด้านความปลอดภัย และหาสาเหตุของปัญหาและหาทางป้องกันที่ดี เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ปล่อยให้การท่องเที่ยวชะลอไปเรื่อยๆ การจ้างงานในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝากในท้องถิ่น ฯลฯ คงต้องชะลอลงตาม

ภาคการเกษตร สวนยางพาราและสวนปาล์ม รวมถึงอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกก็คงใช้เวลาในอีกไม่นานก็คงเข้าสู่ภาวะซบเซา

เพราะคงไม่มีนักลงทุนรายใดกล้าลงทุนในพื้นที่ที่สุ่มเสี่ยง และเมื่อภาคธุรกิจมีปัญหา การจ้างงานมีปัญหา สินค้าไม่ถูกขนส่งลำเลียงถึงแหล่งจำหน่าย การจับจ่ายใช้สอยคงหดตัวในระเวลาอีกไม่นาน

ในที่สุดภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจภาคใต้อาจจะไม่กระทบเฉพาะพื้นที่ 14 จังหวัด แต่อาจลุกลามไปฉุดเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศให้ไม่สามารถเติบโตได้ที่ระดับ 5.7% ตามคาดการณ์ก็เป็นได้

ถ้ารัฐบาลฝ่ายความมั่นคงไม่ปรับบทบาทในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของหัวเมืองหลัก

ถ้างูกัดยังมีการสกัดมิให้พิษวิ่งเข้าสู่หัวใจฉันใด การดูแลรักษาเมืองหาดใหญ่ไว้มิให้ระคายจากการก่อการร้าย การวางระเบิด การซุ่มโจมตี ก็สำคัญเท่ากับการรักษาหัวใจเศรษฐกิจของภาคใต้ทั้งหมด

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องทำทุกมาตรการในการหยุดปฏิบัติการเช่นนี้มิให้เกิดขึ้นมาอีก ไม่เช่นนั้นต่อให้คนในพื้นที่รวมใจกันสู้วิกฤตแค่ไหน ปรากฏการณ์เมืองร้างจะเกิดขึ้นในหาดใหญ่ เช่นเดียวกับอำเภอรอบนอกและเมืองชั้นในของ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาสแน่นอน

‘คาร์บอมบ์’ฉุดท่องเที่ยวหาดใหญ่ ทัวร์หนีรายได้วืดเป้า

Published เมษายน 2, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/249938

1 เมษายน 2555, 21:30 น.

Pic_249938

ส.ธุรกิจท่องเที่ยว จ.สงขลา เผยนักท่องเที่ยวแห่ยกเลิกแล้ว 30% หลังเกิดคาร์บอมบ์ คาดทยอยยกเลิกอีกจำนวนมากกระทบท่องเที่ยวแน่ ชวดรายได้ 500 ล้านช่วงสงกรานต์ เสนอติดกล้องวงจรปิด และให้เข้มงวดความปลอดภัย หลังพบปล่อยปละมานาน คาด 2-3 เดือนจะกลับมาปกติ…

นางเขมชนิดาภา ฤทธิกาญจน์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ถึง ผลกระทบธุรกิจท่องเที่ยวหลังเกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์โรงแรมลีการ์เด้นส์ พลาซ่า ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวได้ยกเลิกการเดินทางประมาณ 30% ของยอดการจองเข้าพักทั้งหมดที่มีกว่า 1 หมื่นคน ทันทีที่มีการยืนยันจากภาครัฐว่าเป็นเหตุการณ์คาร์บอมบ์ ซึ่งยอมรับว่าได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะหากเป็นเหตุการณ์ท่อแก๊สระเบิดอย่างที่เป็นข่าวในช่วงแรกคิดว่าคงไม่เกิดผลกระทบมากมายขนาดนี้ และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทยอยยกเลิกการเดินทางมากขึ้นไปจนถึงวันที่ 9 เม.ย. เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย

“หลังเกิดเหตุการณ์ 3 ชม.และมีการระบุว่าเป็นคาร์บอมบ์นักท่องเที่ยวได้โทร.มายกเลิกในทันที 30% ซึ่งแค่ช่วงต้นก็มีการยกเลิกขนาดนี้ คิดว่าหลังจากนี้จะมีการยกเลิกเป็นจำนวนมาก ทำให้ความหวังของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหมดไปในการสร้างรายได้ในช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 11-14 เม.ย. โดยโรงแรมได้รับผลกระทบมากสุด รองลงมาเป็นธุรกิจรถเช่า ของที่ระลึกและร้านอาหาร”

สำหรับเม็ดเงินที่คาดว่าจะสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 500 ล้านบาท ต้องหดหายอย่างแน่นอน โดยนักท่องเที่ยวต่อคนจะมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 5 พันบาท ในช่วง 4 วันที่มีการจัดงาน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ทาง อ.หาดใหญ่ จะยังคงจัดงานเทศกาลสงกรานต์หรืองานมิดไนท์สงกรานต์ตามกำหนดเดิมที่วางไว้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นและกลับมาท่องเที่ยวตามปกติ คาดว่าประมาณ 2-3 เดือนสถานการณ์การท่องเที่ยวจะกลับสู่ปกติ ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมการท่องเที่ยวฯ ได้เตรียมการโรดโชว์อีกครั้ง

พร้อมทั้งจะยื่นข้อเสนอไปยังจังหวัดให้กวดขันในด้านมาตรการความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในแหล่งท่องเที่ยว และตามสี่แยกบนถนนสายสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ากล้องวงจรปิดในสถานที่หลายแห่งใช้การไม่ได้เป็นจำนวนมาก และมีการปล่อยปละละเลยในการตรวจค้นรถยนต์ที่เข้าออก ถือเป็นความชะล่าใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเมื่อปี 2543 เคยเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติในเรื่องมิติความปลอดภัยในการท่องเที่ยว แต่ไม่ได้รับการตอบรับทั้งที่ อ.หาดใหญ่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นอันดับ 3 ของประเทศสร้างเม็ดเงินเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากเชื่อว่าเป็นคาร์บอมบ์  เพราะจากสภาพรถไม่มีการฉีกขาดเหมือนโดนแรงระเบิดแต่อย่างใด โดยมีสภาพเหมือนโดนเพลิงไหม้ เพราะหากเป็นเหตุท่อแก๊สระเบิดจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไม่มาก อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไม่ช้า เพราะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในปี 2547 2549 2551 และล่าสุด 2555 หรือเกิดขึ้นประมาณ 2 ปีครั้ง ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งได้มีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาเป็นปกติ และครั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาเป็นปกติในไม่ช้าเช่นกัน เพราะนักท่องเที่ยวต่างเข้าใจเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น

ขณะที่นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบระยะสั้นมากกว่าระยะยาว เพราะเมืองหาดใหญ่ จะมีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมากทางด่านชายแดน เชื่อว่ากลุ่มนี้จะเคยชินกับข่าวระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยอยู่แล้ว หากภายในสัปดาห์นี้ ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นและฝ่ายบ้านเมืองควบคุมสถานการณ์ได้ นักท่องเที่ยวก็จะกลับมาเที่ยวอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ใกล้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในส่วนของภาคเอกชน ก็มีความเป็นห่วงและหนักใจ ว่าอาจมีผลให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจ ที่จะเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ ดังนั้น จึงเสนอให้หน่วยงานภาครัฐ ทั้งด้านความมั่นคง ข่าวกรอง ควรเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัย และการนำเสนอข่าวควรให้ความระมัดระวัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และต้องดูแลในทุกพื้นที่ที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศด้วย ไม่ใช่เน้นเฉพาะ อ.หาดใหญ่ หรือ 3 จังหวัดภาคใต้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ พัทยา สมุย ภูเก็ต ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาตินิยมท่องเที่ยว หน่วยงานความมั่นคง หน่วยข่าวกรอง ควรดูแลอย่างเข้มงวด และติดตามข้อมูลอย่างจริงจังด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 1 เมษายน 2555, 21:30 น.

ททท.ตั้งโต๊ะดูแลนักท่องเที่ยวหาดใหญ่ ไม่เลื่อนมิดไนท์สงกรานต์

Published เมษายน 2, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/249929

1 เมษายน 2555, 19:07 น.

Pic_249929

ททท.ประสานสมาคมโรงแรงหาดใหญ่ สมาคมท่องเที่ยวหาดใหญ่ ตั้งโต๊ะดูแลนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียรวม 200 คน เพื่อย้ายโรงแรมและจัดการเรื่องการเดินทาง ชี้ผู้ว่าสงขลายืนยันจัด มิดไนท์ สงกรานต์ พร้อมระดมพนักงานโรงแรมช่วยตำรวจ ทหาร จัดเซฟตี้ โซน เพื่อสร้างความมั่นใจหาดใหญ่กลับมาสู่ปกติเร็วที่สุด

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดที่โรงแรมลีการ์เด้นส์ หาดใหญ่ ทางนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้สั่งการให้ ททท.กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยวไปประสานงานกับสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ และผู้ประกอบการสมาคมท่องเที่ยวหาดใหญ่ ในการตั้งโต๊ะดูแลนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่มีประมาณ 200 คน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย ที่นิยมมาเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยแบ่งกันช่วยดูแล ซึ่งกลุ่มที่มากับบริษัทนำเที่ยวก็จะมีบริษัทนำเที่ยวดูแลไปส่วนหนึ่ง 100 กว่าคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการประสานย้ายโรงแรมและจัดการเรื่องการเดินทาง รวมไปถึงการประสานเพื่อให้โทรศัพท์กลับประเทศได้ ขณะเดียวกันได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพื่อให้กำลังใจและสอบถามว่ามีสิ่งใดอยากให้ช่วยเหลือ

นายสุรพล กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดงาน มิดไนท์ สงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.นี้ซึ่ง ททท.เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้วยนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เรียกประชุมและให้มีการจัดพื้นที่ปลอดภัยหรือเซฟตี้โซน ในการจัดงาน เนื่องจากเห็นว่างเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นประเพณีขึ้นปีใหม่ของไทยและยังมีผู้ที่ประสงค์จะมาร่วมงาน ดังนั้น จึงจะให้ทางพนักงานของโรงแรมช่วยกันตรวจตราในเรื่องการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมจากกำลังของตำรวจและทหารด้วย นอกจากนี้ ทางผู้ว่าฯ สงขลาเห็น ว่า อ.หาดใหญ่ ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ จึงต้องเรียกความมั่นใจในด้านการค้าขายกลับมาปกติโดยเร็วที่สุดจึงจะใช้ถนนหน้าโรงแรมลี การ์เด้นส์ ในการจัดงานมิดไนท์ เซลส์โดยนำสินค้ามาขายลดราคาในช่วงของการจัดงานมิดไนท์ สงกรานต์ด้วย

“ได้ให้ศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤติ (ศวก.) ของ ททท. ทำการติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมา อ.หาดใหญ่ ว่ามีความรับรู้และวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระดับใด เพราะแต่ละตลาดจะมีระดับไม่เท่ากัน จึงต้องติดตามข่าวสารในแต่ละพื้นที่ว่าข่าวที่ออกไป ถูกต้องหรือไม่ พร้อมกับได้จัดทำเอกสารชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงด้วย” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 1 เมษายน 2555, 19:07 น.

สภาอุตฯหวั่นคาร์บอมบ์หาดใหญ่กระทบเชื่อมั่นลงทุน

Published เมษายน 2, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/249897

1 เมษายน 2555, 14:01 น.

Pic_249897

สภาอุตฯ ชี้เหตุคาร์บอมบ์หาดใหญ่เป็นเรื่องใหญ่เทียบเท่าปัญหาน้ำท่วม กระทบเชื่อมั่นนักลงทุน จี้รัฐเร่งคลี่คลายปัญหา เพิ่มมาตรการเข้มด้านความปลอดภัยมากกว่านี้…

นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึง   เหตุคาร์บอมบ์ที่โรงแรมลีการ์เด้นส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ และเห็นว่ามาตรการดูแลความปลอดภัยของรัฐบาลต้องเข้มข้นมากกว่านี้ การจะให้ความสำคัญในมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียง 2-3 จังหวัดภาคใต้อาจไม่เพียงพอ เพราะสถานการณ์จริงอาจมีมากกว่านั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เชื่อว่าฝ่ายปฏิบัติการคงทำงานอย่างเต็มที่ แต่ด้านการวางนโยบายเป็นอย่างไร โดยเหตุคาร์บอมบ์ส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนพอสมควรซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วง ดังนั้นรัฐบาลต้องคลี่คลายปัญหาให้ได้ว่า เกิดจากใคร กลุ่มไหน รีบดำเนินการจับตัวผู้ร้ายและแจ้งแก่ประชาชนให้รับทราบ

ทั้งนี้ ภาคเอกชนมีความเห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายของโลก เนื่องจากประเทศไทยมีการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางพอสมควร รัฐบาลนี้ก็เช่นกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลต้องตระหนักว่า เหตุในลักษณะอย่างนี้จะต้องไม่เกิดอีก ซึ่งความสำคัญเทียบได้กับปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ต้องไม่เกิดขึ้นอีก ขณะที่ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข ส่วนเหตุคาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อาจหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาประเมินผลกระทบได้เช่นกัน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 1 เมษายน 2555, 14:01 น.

โสภณเดินสายสรุปเสียหายน้ำท่วมใต้ เสนอภาพรวมครม.

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 17:54 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128006.

Pic_128006

รมว.คมนาคม เผย ถนนภาคใต้ต้องใช้งบซ่อมแซมรวม 1,600 ล้านบาท ส่วนระบบรถไฟต้องใช้งบซ่อมแซม 168 ล้านบาท พร้อมเร่งลำดับความสำคัญในการแก้ไขเพื่อชงเข้าครม.

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ภาคใต้และร่วมประชุมกับผู้บริหารระดับจังหวัดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามแผนการฟื้นฟูถนน เส้นทางรถไฟ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่าถนนที่อยู่ในการดูแลของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะต้องใช้งบประมาณรวม 1,600 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้ทาง ขณะที่การเดินรถไฟ เสียหายทั้งราง คอสะพาน ระบบอาณัติสัญญาณที่สถานีหาดใหญ่ ตลอดจนบ้านพักของพนักงาน จะใช้งบประมาณ 168 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้จะจัดลำดับความสำคัญภายใน 2 สัปดาห์ และจากนั้นอีก 3 สัปดาห์จะเสนอของบจาก ครม.เพื่อดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้นายโสภณ ยังได้เดินทางไปเยี่ยมเยียน พร้อมมอบเงิน 100,000 บาท ให้พนักงานรถไฟ ในบริเวณสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ที่ถูกนำ้ท่วมที่อยู่อาศัย และให้กำลังใจ กับข้าราชการกรมทางหลวงชนบท ในพื้นที่ ที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน ในพื้นที่ประสบภัยด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 17:54 น.

แนะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินแก้ปัญหาน้ำท่วม

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 00:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126271.

Pic_126271

คณบดี ม.ลาดกระบังฯ แนะสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินแก้ปัญหาอุทกภัย เทงบ 2 พันล้านนำร่องที่หาดใหญ่ ห่วงสุวรรณภูมิน้ำท่วม …

วันที่ 10 พ.ย. รองศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และประธานคณะกรรมการก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการน้ำท่วมทั่วประเทศไทยในปัจจุบัน สามารถนำเทคนิคทางวิศวกรรมมาช่วยในการแก้ปัญหาและป้องกันน้ำท่วมได้ โดยเสนอแนะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินเพื่อระบายน้ำ สำหรับลักษณะของอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน จะเป็นการก่อสร้างกรวยรับน้ำขนาดใหญ่บริเวณใต้พื้นที่รับน้ำ เช่น บึงธรรมชาติ หรือบึงเทียม โดยกรวยจะต่อเชื่อมกับอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกลงใต้ดินประมาณ 20 เมตร อุโมงค์นี้จะสร้างในลักษณะลาดเอียงไปจนถึงจุดระบายน้ำอีกฝั่งหนึ่งที่ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งอาจเป็นทะเล จุดรับน้ำ หรือแก้มลิง โดยที่จะมีเครื่องสูบน้ำที่ปลายอุโมงค์เพื่อระบายน้ำออกจากอุโมงค์ ซึ่งการระบายน้ำรูปแบบนี้จะไม่ทำให้เมืองได้รับความเสียหาย เพราะได้รับน้ำก่อนที่จะเข้าเมือง ให้ไหลผ่านใต้เมืองไปสู่จุดระบายน้ำออกนอกเมือง

ทั้งนี้ ขนาดอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ความกว้าง 3-5 เมตร ซึ่งหากใช้ที่ความกว้าง 5 เมตร จะสามารถระบายน้ำได้ 25 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที ซึ่งปัจจุบันประเทศมาเลเซียได้สร้างอุโมงค์ระบายน้ำ และอุโมงค์รถยนต์ควบคู่กัน ความกว้างประมาณ 10 เมตร โดยในสภาพปกติจะเปิดให้รถยนต์ผ่านเข้าออกได้ แต่เมื่อเกิดพายุ น้ำท่วม จะปิดการจราจรเพื่อใช้อุโมงค์ดังกล่าวเป็นทางระบายน้ำ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าควรจะดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินที่จังหวัดหาดใหญ่ก่อน เพราะเชื่อว่าในอนาคตปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มมากขึ้น โดยจะเริ่มต้นอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินในพื้นที่รับน้ำด้านใต้ของเมืองหาดใหญ่ และผ่านพื้นที่เมืองไปยังด้านเหนือเพื่อระบายน้ำไปยังทะเลสาปสงขลา ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ 2 พันล้านบาท ระยะเวลาศึกษาออกแบบและก่อสร้างประมาณ 2 ปี ส่วนจังหวัดที่น่าจะดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินเป็นลำดับต่อไป คือ อยุธยา อ่างทอง เพราะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมเป็นประจำ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯนั้น มีการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินอยู่แล้ว ล่าสุดเป็นการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินจากบึงมักกะสันไปยังพระราม 4 ออกแม่น้ำเจ้าพระยา และใต้คลองแสนแสบ ซึ่งสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ดี

รองศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงว่าจะเกิดน้ำท่วม คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบ เพราะเดิมพื้นที่ตั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นพื้นที่รับน้ำ แต่เมื่อก่อสร้างท่าอากาศยานพื้นที่รับน้ำก็ลดลง ขณะเดียวกันยังสูบน้ำภายในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกจากพื้นที่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าคลองโดยรอบจะสามารถรับน้ำได้มากเท่าใด ขณะเดียวกันเมืองรอบๆท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พื้นที่รับน้ำโดยรอบลดลงด้วย นอกจากนั้น ยังเป็นห่วงพื้นที่เขตปทุมธานี แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน ที่มีปัญหาน้ำท่วมจากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมจากพื้นที่รับน้ำลดลง ทั้งจากการใช้ประโยชน์พื้นที่เมืองที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะต้องเตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้า

รองศาสตราจารย์ดร.สุชัชวีร์ ยังเสนอแนะแนวทางการฟื้นฟูถนนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมว่า กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะต้องจัดผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบถนนมาออกแบบก่อสร้างถนนที่มีมาตรฐานการ ป้องกันน้ำท่วมที่เพิ่มขึ้นจากเดิม เช่น การเพิ่มทางระบาย เพราะในอนาคตสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไป การสร้างถนนโดยใช้มาตรฐานเดิมอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นจะต้องมีการปรับเพิ่มมาตรฐานการก่อสร้างให้มากขึ้น เพื่อที่จะรองรับปัญหาในอนาคต.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 00:45 น.

ขนส่งฯรับ น้ำท่วมหาดใหญ่อ่วม สั่งหน่วยงานตรวจสภาพรถก่อนใช้งาน

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

10 พฤศจิกายน 2553, 16:43 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125924.

Pic_125924

กรมขนส่งทางบก ระบุ น้ำท่วมใต้ที่หาดใหญ่อ่วมสุด ส่วนที่โคราช ขณะนี้สถานการณ์ปกติแล้ว ใช้งบปี 54 ซ่อมเส้นทางแล้ว…

10 พ.ย. นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า พื้นที่น้ำท่วมทางภาคใต้ที่พบปัญหามากที่สุดคือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ขณะที่จังหวัดอื่นๆ เป็นพายุฝน การให้ความช่วยเหลือจึงค่อนข้างน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ รวมทั้งตรวจสภาพรถให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ

นายเทียนโชติ กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่น้ำท่วมในจ.นครราชสีมา ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่ปกติแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ เพราะในช่วงน้ำท่วม กรมการขนส่งทางบกได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปช่วยเหลือทั้งหมดแล้ว ในส่วนสถานีขนส่งที่มีปัญหาน้ำท่วมนั้น ขณะนี้สามารถเปิดให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม ขนส่งฯได้ใช้งบประมาณปี 54 ดำเนินการแก้ไขเรื่องน้ำท่วมไปแล้ว

ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2555 จะต้องขออนุมัติงบฯเพิ่ม จากเดิมได้เพียง 2,200 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นงบฯประจำถึง 90% ที่เหลือเป็นงบลงทุน ดังนั้นจึงได้สั่งการให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ไปรวบรวมข้อมูลในการของบเพิ่มเติม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณายุทธศาสตร์และความจำเป็น เพื่อจัดทำรายละเอียดเรื่องดังกล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 พฤศจิกายน 2553, 16:43 น.

รฟท.ประกาศหยุดเดินรถเขาชุมทอง-นครศรีธรรมราชหลังน้ำท่วม

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

10 พฤศจิกายน 2553, 12:05 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125863.

Pic_125863

รฟท.ประกาศหยุดเดินรถเขาชุมทอง-นครศรีธรรมราช เหตุน้ำท่วมหนัก ส่วนเส้นภาคใต้ตอนล่าง หาดใหญ่ – สุไหงโกลก นั้น ขณะนี้ซ่อมเส้นทางเสร็จแล้ว 70%…

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 พ.ย. นางนวลอนงค์  วงษ์จันทร์  หัวหน้า กองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ได้รับรายงานจากสารวัตรบำรุงทางรถไฟที่เขาชุมทอง จ.นครศรีธรรมราช ว่า เนื่องจากมีระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมทางรถไฟที่ กม.814/5-10 ระหว่างสถานีโคกคราม กับสถานีนครศรีธรรมราช ระดับน้ำสูงกว่ารางรถไฟถึง 20 เซนติเมตร  และคาดว่า ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเพราะทางการจะปล่อยน้ำจากเขื่อน การรถไฟฯจึงต้องปิดการเดินรถในเส้นทางช่วงเขาชุมทอง- นครศรีธรรมราช โดยได้สั่งการให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารโดยประสานความร่วมมือจัดรถยนต์ รับส่งระหว่างเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างจากสถานี หาดใหญ่-สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งการรถไฟฯได้ประกาศหยุดให้บริการขบวนรถมาหลายวันแล้วนั้น ได้รับรายงานว่า ได้ซ่อมทางไปแล้วกว่า 70%  คงเหลือสะพานที่ชำรุดระหว่างสถานีเทพา – ตาแปด จ.ปัตตานี ที่ยังคงต้องใช้เวลาในการซ่อม การรถไฟฯ จึงยังไม่สามารถให้ขบวนรถผ่านไปมาได้เช่นกัน

ทั้งนี้ สถานการณ์การเดินรถไฟในวันนี้ มีขบวนรถที่เดินจากสถานีกรุงเทพ ถึงปลายทางสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง-ตรัง,หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ได้ตามปกติ ส่วนขบวนรถที่มุ่งสู่จังหวัดนราธิวาสมีให้บริการแค่สถานีหาดใหญ่เท่านั้น จึงขอให้ผู้โดยสารรถไฟที่ประสงค์จะเดินทางได้ติดต่อสอบถามกำหนดเวลาเดินรถไฟ จากนายสถานีรถไฟก่อน หรือ ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 10 พฤศจิกายน 2553, 12:05 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าขยายฐานผู้ลงทุนในภูมิภาค

Published มิถุนายน 22, 2011 by SoClaimon

22 มิถุนายน 2554, 21:04 น.
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าขยายฐานผู้ลงทุนในภูมิภาค – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181000

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าขยายฐานผู้ลงทุนในภูมิภาค จัดทัพกูรูด้านการลงทุนแนะเทคนิคลงทุน ทั้งหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม แก่ชาวสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ในงาน SET in the City สัญจร หาดใหญ่ 25 มิ.ย. นี้

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ สายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งปะรเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับจังหวัดสงขลา หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ชมรมธนาคารภาคใต้ จัดงานมหกรรมส่งเสริมการลงทุน SET in the City สัญจร หาดใหญ่ จ. สงขลา เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนในภูมิภาค และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งข้อมูลและทาง เลือกเพื่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมา ให้ความรู้และแนะเทคนิคการลงทุนในภาวการณ์ปัจจุบันผ่านผลิตภัณฑ์ทางการ เงินครบวงจร ทั้งหุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวม โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 มิ.ย.นี้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา

“จังหวัดสงขลามีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสูง ซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตยางพาราเป็นอันดับต้นของโลก เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ และมีโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ จึงสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและเศรษฐกิจให้กับ จ. สงขลาและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีฐานเงินออมสูงเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ อีกทั้งชาว จ.สงขลา มีความตื่นตัวสนใจด้านการลงทุนสูง โดยมีมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ดังนั้น การจัดงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจลงทุน ในผลิตภัณฑ์การเงิน ทั้งหุ้น ฟิวเจอร์ส ทองคำ เงิน และกองทุนรวม” ดร. ภากร กล่าว

นายภากร กล่าวต่อว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการลงทุนในภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งให้ข้อมูลความรู้แบบเป็นขั้นตอนด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้น โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้เปิดพื้นที่ Investor Zone ให้ความรู้ผู้มีเงินออมในงานมันนี่เอ็กซ์โป และเดือนเมษายน ได้จัดการสัมมนาเจาะลึกแก่ผู้ลงทุนมือใหม่และมืออาชีพ สำหรับการจัดงาน SET in the City สัญจร หาดใหญ่ครั้งนี้ จะเน้นแนะเทคนิคและกลยุทธ์ลงทุน ในหุ้น อนุพันธ์ และกองทุนรวมเป็นหลัก

สำหรับกิจกรรมน่าสนใจในงาน ประกอบด้วยโซน 30 บูธสถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โบรกเกอร์ผู้ค้าทอง และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ร่วมให้คำปรึกษาวางแผนการออม และการลงทุนแก่ผู้ลงทุนและผู้สนใจแบบครบวงจรอย่างใกล้ชิด โดยผู้สนใจสามารถเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และลงทุนได้ทันทีภายในงาน

ด้าน กิจกรรมสัมมนาพบกับวิทยากรที่คร่ำหวอดในแวดวงการลงทุน ที่จะมาร่วมวิเคราะห์และเปิดมุมมองที่อยู่ในกระแสความสนใจผ่านเสวนา 3 หัวข้อเด็ด คือ “จัดทัพ ปรับพอร์ตหุ้น ลงทุนรับเลือกตั้ง” โดย ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากรณ์ กรรมการสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย รณกฤต สารินวงศ์ จาก บล. คันทรี่ กรุ๊ป และสุริพล เข็มจินดา จาก บลจ. บัวหลวง  หัวข้อ “เจาะกลยุทธ์เทรดหุ้น และ Stock Futures ใช้ให้เป็น เล่นให้ถูกจังหวะ” โดย ชาญชัย กงทองลักษณ์ บมจ. บล. ทรีนีตี้ ,มยุรี โชวิกรานต์ บมจ. บล. กิมเอ็ง (ประเทศไทย)หัวข้อ “วิเคราะห์ตลาดทอง – มองตลาดเงิน กับ Gold & Silver Futures” โดย นพ. กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ จาก บจก. เอ็มทีเอส โกลด์ฟิวเจอร์ส ,บุญเลิศ สิริภัทรวณิช จาก บจก. ออสสิริส ฟิวเจอร์ส

นอกจาก นี้ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษ โดย ตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับชมรมธนาคารภาค ใต้จัดอบรม “Introduction to Wealth Management” เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นและเสริมสร้างทักษะการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) แก่ลูกค้าบุคคลของธนาคาร ในเวลา 13.00-16.30 น. ซึ่งเป็น หนึ่งในโครงการส่งเสริมความมั่งคั่งแก่ผู้ออมผ่านสาขาธนาคารพาณิชย์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มิถุนายน 2554, 21:04 น.
%d bloggers like this: