หอย

All posts tagged หอย

ปั้นหอยไทยสู้หอยฝรั่ง หลบมรสุม..ขุนเลี้ยงในบ่อ

Published กันยายน 17, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/450592

โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน 17 ก.ย. 2557 05:01

ทั้งที่หอยไทยรสชาติดีกว่า แต่ปีๆ หนึ่งคนไทยกินหอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ ไม่ใช่น้อย ช่วงเวลาแค่ 3 ปี (2555-2557) ไทยกลายเป็นชนชาติบริโภคหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ มากเป็นอันดับ 3 ของโลก

นั่นคงเป็นเพราะหอยฝรั่งมีขนาดใหญ่กว่า แถมการันตีเพาะเลี้ยงในแหล่งน้ำทะเลใส อีกทั้งกลุ่มเชฟทั้งไทยและเทศ มักนำเสนอลูกค้าเป็นเมนูพิเศษ วางในจานไม่กี่ตัวขายได้ราคา ขณะที่หอยแมลงภู่ตัวกระจ้อยร่อยของเราถูกเมิน เป็นได้ต้มยำกับหอยเผา

เพื่อไม่ให้ศักดิ์ศรีหอยไทยน้อยหน้าหอยฝรั่ง กรมประมงได้คิดค้นเทคนิคฟูมฟักหอยแมลงภู่แบบใหม่ให้มีขนาดเทียบชั้นหอยของฝรั่ง

“การเลี้ยงหอยแมลงภู่ของบ้านเราให้โตเต็มที่ไม่ได้เพราะช่วง พ.ย.-ก.พ.จะมีลมหนาว หรือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดพาก่อให้เกิดคลื่นซัดหลักเลี้ยงหอยให้หลุดลอย การเลี้ยงของบ้านเรา แต่ละรุ่นจึงเลี้ยงได้ไม่นาน หอยจึงไม่ตัวใหญ่เท่าของนิวซีแลนด์”

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง บอกว่า จากข้อด้อยนี้ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ จึงมาคิดค้นวิธีเลี้ยงหอยได้นานขึ้น เพื่อให้มีระยะที่ยาวนานขึ้นเพื่อจะได้เติบใหญ่จนเท่าหอยฝรั่ง…ย้ายหอยแมลงภู่มาพักเลี้ยงในบ่อดินในช่วงลมหนาวพัดมา

โดยนำหอยแมลงภู่ที่เลี้ยงในทะเล ขนาดเฉลี่ย 6.08±1.09 ซม. จำนวน 2,000 กก. มาทดลองขุนเลี้ยงในบ่อดิน โดยใช้บ่อเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลในการพักหอย…ใช้ความเค็มของน้ำ 32 ส่วนใน 1,000 ติดตั้งระบบน้ำหมุนเวียน ทำการศึกษาระยะ 4 เดือน

พบว่า การทำให้หอยมีขนาดใหญ่เท่าหอยของนิวซีแลนด์ จะต้องใช้เวลาเลี้ยงขุนในบ่อดินนาน 3 เดือน หอยแมลงภู่จะมีขนาด 7.21±0.97 ซม.

แต่เมื่อเลี้ยงไปถึงเดือนที่ 4 (ม.ค.) หอยจะผอมลง เนื่องจากมีการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ ถ้าต้องการจะให้หอยมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่านี้ จะต้องนำกลับไปขุนเลี้ยงในทะเลใหม่อีกครั้ง ซึ่งกรมประมงจะนำผลการศึกษานี้ไปเป็นแนวทางพัฒนาการเลี้ยงให้แก่เกษตรกรต่อไป

เพื่อผู้บริโภคจะเหลียวหลังมามองหอยไทย…ก่อนจะไหลหลงในหอยของฝรั่งไปมากกว่านี้.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

นวัตกรรมเจ๋ง!เครื่องแยกขนาดหอย

Published สิงหาคม 23, 2012 by SoClaimon

นวัตกรรมเจ๋ง!เครื่องแยกขนาดหอย

นวัตกรรมเจ๋ง!เครื่องแยกขนาดหอย

นวัตกรรม ‘เครื่องแยกขนาดหอย’ ฝีมือ “อีเทค” เครื่องแรกของโลก : คอลัมน์ คิดเองทำเอง : โดย … ดลมนัส กาเจ

          หลังจากที่นักศึกษาอาชีวศึกษา แผนกช่างอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อีเทค) อ.พานทอง จ.ชลบุรี ไปพบวิธีการคัดขนาดหอยแมลงภู่ในชุมชน ต.แสนสุข องเมือง จ.ชลบุรี ที่ใช้แรงงานคนที่ทำให้เสียเวลา ทำให้พวกเขามีแนวคิดที่จะประดิษฐ์ “เครื่องคัดขนาดหอยแมลงภู่” ขึ้น เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา จนได้รับการสนับสนุนและประดิษฐ์เครื่องคัดขนาดหอยแมลงภู่เครื่องแรกของโลก ทดลองคัดหอยแมลงภู่ได้ 3 ขนาด ใช้เวลาเพียง 1 นาทีได้ถึง 13 กิโลกรัม

ขจร ธาราศักดิ์ หนึ่งในนักศึกษาผู้จัดทำโครงการเครื่องคัดแยกขนาดหอยแมลงภู่ บอกว่า แผนกช่างอุตสาหกรรมที่เขาเรียนอยู่ วิทยาลัยได้กำหนดหลักสูตรโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้และพัฒนาชุมชนระดับอาชีวศึกษา ประจำปี 2554 ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) บังเอิญในปีที่แล้ว (ปี 2554) ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ ไปเห็นเครื่องแยกหอยแครงจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำแบบตะแกรง ใช้มือเขย่า เพื่อคัดขนาดของหอยแมลงภู่ จึงเกิดความคิดต่อยอดที่จะทำเครื่องแยกหอยแมลงภู่ขึ้นมา เพราะว่าตามแนวชายฝั่งของ จ.ชลบุรี มีการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่อยู่เป็นจำนวนมาก

“เครื่องคัดแยกหอยแมลงภู่ที่ชาวบ้านใช้แรงงานคน ล่าช้า ทำให้เสียเวลา พวกผมกับเพื่อนช่วยค้นแบบของเครื่องคัดหอยแมลงภู่ขึ้นมา เสนอให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ จึงได้รับความเห็นชอบและลงมือประดิษฐ์ขึ้นมา โดยทำด้วยสเตนเลส รูปทรงกระบอก ด้านในมีตะแกรง 3 ชั้น คือขนาดใหญ่สำหรับหอยเกรดเอ ขนาดปานกลาง และเล็กสุด ด้านบนของตัวถังเป็นกรวยสี่เหลี่ยมสำหรับเทหอยลงไป ด้านข้างมีมู่เล่ย์ 2 ตัว ด้านบนเป็นมู่เล่ย์ตัวใหญ่ ด้านล่างตัวเล็ก สำหรับเป็นที่หมุนของสายพาน ตัวถังมี 4 ขา สูงราว 70-80 ซม. ติดมิตเตอร์ที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า เพียงเสียบปลั๊กเอาหอยเทลงไป แกนจะพาหอยให้หมุนทำให้หอยตัวเล็กกระเด็นหลุดตะแกรงช่องแรก ส่วนตัวใหญ่จะตกลงช่องที่มีภาชนะรองรับ เราใช้เวลาเพียง 5 วินาทีคัดหอยได้ 1 กิโลกรัม หรือนาทีละ 12 กิโลกรัม เร็วกว่าแรงงานคนได้ถึง 3 เท่า” นายขจร กล่าว

ด้าน ธีรยุทธ มณีนุษย์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ บอกว่า สิ่งที่นักศึกษาร่วมกันคิดถือเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นเครื่องคัดหอยแมลงภู่ตัวแรกของโลก ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชุมชน โดยวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนโครงการจาก สสค. เพื่อผลิตเครื่องต้นแบบโดยใช้งบประมาณในการจัดทำเครื่องละ 3 หมื่นบาท เมื่อทดสอบเรียบร้อยแล้วก็จะนำไปแจกจ่ายให้ชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง หากชุมชนใดสนใจยินดีที่จะไปสอนวิธีการใช้เครื่องมือ หรือใครจะนำต้นแบบไปผลิตต่อก็ได้

ส่วน ดวงฤดี สร้อยระย้า เลขานุการประธานชุมชนหาดวอนนภา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี บอกว่า ได้รับมอบเครื่องคัดหอยแมลงภู่จากอีเทค ได้และทดลองใช้พบว่าสะดวกขึ้น และประหยัดเวลาในการคัดแยกส่งหอยแมลงภู่มากขึ้น นับว่ามีประโยชน์ต่อเกษตรกรที่เลี้ยงหอยแมลงภู่เป็นอย่างยิ่ง

ขณะที่ ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการนวัตกรรมระดับอาชีวศึกษาสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) บอกว่า เครื่องคัดแยกขนาดหอยแมลงภู่ของนักศึกษาอีเทค ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะทำให้นักศึกษาได้กระบวนการเรียนรู้จากการเห็นปัญหาชุมชนเป็นหลัก ร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยการสร้างนวัตกรรมเครื่องมือที่เกิดประโยชน์แก่ชุมชน เป็นกระบวนการการเรียนรู้เข้าสู่ยุคทศวรรษที่ 21 เด็กจะต้องมีทักษะวิชาชีพ มีความรู้เรื่องนวัตกรรมใหม่ เรื่องเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อโลกอนาคต

——————–

(นวัตกรรม ‘เครื่องแยกขนาดหอย’ ฝีมือ “อีเทค” เครื่องแรกของโลก : คอลัมน์ คิดเองทำเอง : โดย … ดลมนัส  กาเจ)

ชาวบ้านสตูลตั้งสหกรณ์หอยหายากก่อนสูญพันธุ์

Published กรกฎาคม 23, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/277748 

21 กรกฎาคม 2555, 16:16 น.

Pic_277748

ชาวบ้าน ต.เกาะสาหร่าย จ.สตูล อนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำหายากก่อนสูญพันธุ์ โดยเฉพาะหอย จัดตั้งเป็นสหกรณ์หอยร้อยชนิดเพื่อขยายพันธุ์ แถมเป็นรายได้ให้สมาชิก…

เมื่อวันที่ 21 ก.ค.  ชาวบ้าน ม.2 บ้านบากันใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ร่วมกันตั้งกลุ่มทำประมงเชิงอนุรักษ์ โดยนายอับดลรอเฉด สันโด อดีต ผญบ.ม.2 ประธานกลุ่มทำประมงเชิงอนุรักษ์ ม.2 ต.เกาะสาหร่าย กล่าวว่า หลังจากทรัพยากรทางธรรมชาติเช่น กุ้งหอย ปู ปลา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการประกอบอาชีพของชาวบ้านแถบนี้ ร่อยหรอลงทุกวัน ชาวบ้านกลุ่มประมงเชิงอนุรักษ์จึงเกิดแนวคิดว่าน่าจะมีการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยกันพื้นที่ทำกิจกรรม โดยเฉพาะหอยที่มีอยู่ในพื้นที่ได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์หอยร้อยชนิด โดยรับซื้อหอยหลากหลายชนิดที่ชาวบ้านจับตัวเล็กๆ ติดมา ซึ่งมีราคาถูกจึงซื้อและนำมาปล่อยบริเวณริมชายทะเล ซึ่งเป็นดินโคลน โดยนำลูกหอยชนิดต่างๆ มาเรียงให้โต เพื่อขยายพันธุ์หลังจากลูกหอยโตเต็มที่จึงเก็บมาจำหน่ายเป็นรายได้ให้กับสมาชิก

นายอับดลรอเฉด กล่าวว่า จุดเริ่มแรกคือการอนุรักษ์โดยกั้นแนวเขตจับปู เพื่อให้ปูได้มีที่พักและวางไข่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 52 จากนั้นก็มาตั้งเป็นสหกรณ์หอยร้อยชนิด เช่น หอยชักตีน หอยแครงมันพันธุ์ตะรุเตา และโดยเฉพาะหอยเจดีย์ การอนุรักษ์ในครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก จากหอยเจดีย์ที่เกือบสูญพันธุ์ ขยายลูกหลานเต็มริมชายฝั่ง โดยหอยขนาดเล็กเกิดขึ้นนับล้านตัว ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าชาวบ้านจะมีรายได้จากการเก็บหอยเจดีย์ขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางสหกรณ์จะเปิดให้มีการเก็บเฉพาะหอยที่ตัวโตเต็มที่เท่านั้น เพื่อให้หอยดังกล่าวได้ขยายพันธุ์ต่อไปเป็นระบบนิเวศน์ที่เชื่อมโยงกัน ทั้งปู ปลา กุ้ง และหอย เพื่อที่ชาวบ้านจะได้มีทรัพยากรใช้อย่างยั่งยืนต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 21 กรกฎาคม 2555, 16:16 น.

ระวัง…เชื้ออหิวาตกโรค ใน…หอยดอง

Published เมษายน 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/life/fromfood/249164

30 มีนาคม 2555, 05:01 น.

Pic_249164

หน้าร้อนที่มีอากาศอบอ้าวแบบนี้ สิ่งที่จะต้องระวังที่สุดคงเป็นเรื่องของสุขภาพและอาหารการกิน โรคอาหารเป็นพิษจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราไม่ควรมองข้าม

วันนี้คอลัมน์มันมากับอาหาร  มีเรื่องของอาหารพื้นบ้านอย่าง  “หอยดอง” มาฝาก หลายคนชื่นชอบรสชาติที่จัดจ้าน ที่ทั้งเปรี้ยวและเค็มของหอยดอง ยิ่งนำมาใส่เครื่องยำ เติมพริกสดกับหอมแดงหั่นฝอยสักหน่อย ก็จะได้หอยดองที่มีรสชาติจัดจ้านสมใจ

หอยดองนั้นทำมาจากการนำหอยแมลงภู่สดมาแกะเอาแต่เนื้อ นำมาผสมน้ำดองคือ น้ำส้มสายชู และน้ำปลา  แล้วปรุงให้ออกรสเปรี้ยวมากกว่าเค็ม จากนั้นนำไปใส่ในขวดโหลที่เตรียมไว้ปิดฝาขวดให้แน่น แล้วนำไปวางไว้กลางแดดจัดๆ อย่างน้อย 3 แดดเป็นอันว่าใช้ได้

กรรมวิธีการทำหอยดองพื้นบ้านนั้นนับว่าไม่ยุ่งยาก แต่ถ้าวัตถุดิบคือ หอยไม่สดและไม่ล้างให้สะอาดเพียงพอก่อนนำมาดอง หรือภาชนะที่ใช้ในขณะดองไม่สะอาด หรือสุขลักษณะในการดองและการปรุงไม่ดีเพียงพอ โอกาสที่หอยดองจะปนเปื้อนเชื้อก่อโรคนั้นจะมีสูงตามไปด้วย

เชื้อที่ว่านี้คือ เชื้อ วิบริโอ คลอเรลลา (Vibrio cholerae) เชื้อชนิดนี้พบในสัตว์ทะเลทุกชนิด โดยเฉพาะหอยสองฝา เช่น หอยนางรม หอยแครง หอยแมลงภู่

หากเราทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ วิบริโอ คลอเรลลา จะทำให้เป็นโรคอหิวาตกโรค มีอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ บางครั้งอาเจียน ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหากไม่ได้รับการรักษา อาจเสียชีวิตได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง

สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างหอยดอง 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อ วิบริโอ คลอเรลลา

ปรากฏว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการปนเปื้อนเชื้อ วิบริโอ คลอเรลลา

ขอแนะว่า ทางที่ดีควรเลือกซื้อจากพ่อค้า แม่ค้าเจ้าประจำที่ไว้ใจได้ในเรื่องของความสะอาดและปรุงอย่างถูกสุขลักษณะ  หรือนำมาผ่านความร้อนก่อนทาน  แม้อาจทำให้เสียรสชาติไปบ้างแต่ก็เพื่อความปลอดภัย  อิ่มสบายท้อง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย
  • 30 มีนาคม 2555, 05:01 น.

หอยราก สัตว์ทะเลโบราณ สร้างนิเวศน์ คืนสมดุลสู่ผืนน้ำ

Published มีนาคม 27, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/248331

27 มีนาคม 2555, 05:00 น.

Pic_248331

หอยราก หรือบางท้องที่เรียกว่า หอยปากเป็ด.

จากสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ของประเทศ ไทย โดยเฉพาะในแถบชายฝั่งทะเลทั้งอันดามัน และแถบไทย ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ดำรงอยู่มาช้านาน บางชนิดยังมีให้เห็นอยู่บ้าง และบางอย่างเริ่มหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ลงทุกขณะ และ “หอยราก” เป็นหนึ่งในจำนวนนี้

“หอยราก” (Lingula unguis) หรือ หอยปากเป็ด เป็นสัตว์ทะเลโบราณ คาดว่าเกิดขึ้นประมาณ 600 ล้านปี มีลักษณะคล้ายคลึงกับหอย 2 ฝามาก อาศัยอยู่ในทรายเลน มีลักษณะโดย ใช้ราก ที่มีลักษณะเป็น ดุ้นเอ็นยาวดูคล้ายหาง หยั่งลงในทราย เมื่อถูกรบกวนจะหดตัวมุดลงไปในทรายเลนอย่างรวดเร็ว หายใจผ่านผิวบาง ขยายพันธุ์ด้วยการปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาผสมกันในทะเล ตัวอ่อนกลายเป็นแพลงก์ตอนลอยในทะเล ก่อนลงพื้นเจริญเป็นตัวเต็มวัย

เมื่อโตเต็มที่ เปลือกจะมีสีเขียวคล้ายหอยแมลงภู่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ชิ้นประกบกันตอนท้ายเรียวแหลมเป็นรูปสามเหลี่ยมยึดติดกับราก ซึ่งเป็นมัดกล้ามเนื้อหยั่งลงไปในดิน ขนาดความยาวของเปลือกประมาณ 3-5 ซม. มีรากยาวประมาณ 6 ซม. บริเวณขอบเปลือกเรียงตัวกันเป็นแถว อาศัยอยู่ตามธรรมชาติจะฝังตัวอยู่ในแนวดิ่ง ทำให้กาบทั้งสองตั้งขึ้นอยู่ในโคลนดิน

…กาบ ทำหน้าที่เสมือนเกราะห่อหุ้มอวัยวะ ภายในจะอ้าออกเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลผ่านเข้าไป แล้วกรองเอาแพลงก์ตอนและอินทรียวัตถุกินเป็นอาหาร  หากได้รับการรบกวนจากศัตรูมันจะหดรากฝังตัวจมลึกลงไป  กินอาหารโดยการกรองเอาแพลงก์ตอนและตะกอนที่ละลายในน้ำ ซึ่งทำหน้าที่ช่วยคืนความสมดุลลดปริมาณแพลงก์ตอน ช่วยให้น้ำไม่เน่าเสียง่าย…

ปัจจุบัน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งนิยมนำเรือเล็กออกไปงมหอยดังกล่าวตามชายฝั่งซึ่งต้องใช้ความไว  เนื่อง จากพวกมันเคลื่อนที่ค่อนข้างเร็ว รวมทั้งพื้นที่ลุ่มชายเลน เพื่อส่งตามร้านค้าสำหรับนำมาทำเมนูต่างๆ ทั้ง “เปิบ” สด และดอง ไว้กินกันตลอดทั้งปี ซึ่งสนนราคาขายกันอยู่ที่กิโลฯละ 150-170 บาท

และ…จากราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงนี้เอง ส่งผลให้ปัจจุบันประชากรหอยรากเริ่มหมิ่นเหม่ต่อการสูญพันธุ์ไปจากชายทะเลไทย.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 27 มีนาคม 2555, 05:00 น.

ผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่เจอปัญหาน้ำเสีย ทำขาดทุนล้มละลาย

Published มีนาคม 20, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/246575

19 มีนาคม 2555, 15:31 น.

Pic_246575

กลุ่มผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่จังหวัดชลบุรี ร้องขอความช่วยเหลือ หลังประสบปัญหาน้ำเสีย ทำหอยตายยกไร่ เผยหากจับก่อนหอยก็ยังโตไม่ทัน และตัวเล็กไม่ได้ราคา เจอปัญหาขาดทุนซ้ำอีก…

สัตว์เศรษฐกิจทำรายได้ให้เกษตรกรชาวประมงริมชายฝั่งเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้เลี้ยงชีพอยู่รอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงปัจจุบันนอกจากหอยนางรม หอยแครงแล้ว ยังมี “หอยแมลงภู่” ที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรชาวประมงยังนิยมเลี้ยงและประชาชนยังนิยมรับประทานกันอยู่ แต่การทำมาหากินหรือการประกอบการใดๆ ทุกอย่างมักจะหนีไม่พ้นปัญหาอุปสรรคพื้นที่ชายฝั่งริมทะเลพื้นที่เมืองชลบุรี เป็นพื้นที่มีการเลี้ยงหอยแมงพู่เป็นจำนวนมาก ในทุกปีผู้เลี้ยงหอยทุกรายจะต้องประสบปัญหาเจอน้ำเสีย ทำให้หอยที่เลี้ยงตายได้รับความเสียหายขาดทุน บางรายถึงกับล้มละลาย

นายอำพัน หิริธรรมกุล ที่ปรึกษากลุ่มผู้เลี้ยงหอยตำบลบางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี เปิดเผยถึงอุปสรรคของผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ที่จะต้องประสบในทุกปีคือ ปัญหาเรื่องน้ำเสีย ที่ผู้เลี้ยงหอยทุกรายได้รับความเสียหายขาดทุนกันมาตลอด ถึงวันนี้ต่างก็ทำใจกันได้แล้ว เพราะต้องเจอทุกปี

นายอำพัน กล่าวถึงความเป็นมาของปัญหาว่า ในช่วงเดือนนี้น้ำยังดีอยู่ และจะยังดีไปจนถึงเดือนกรกฎาคม แต่ขณะนี้หอยตัวยังเล็กจนถึงเดือนกรกฎาคม ตัวก็ยังโตไม่เต็มที่ ยังจับขายไม่ได้ เพราะไม่ได้ราคา แต่มีบางรายจับอยู่บ้าง แต่ก็ขายไม่ได้ราคา เพราะตัวยังเล็ก ตัวหอยจะโตพอที่จะจับขายต้องรอประมาณเดือนสิงหาคม แต่พอหอยกำลังโตและเราเตรียมลงมือจะจับขาย น้ำทะเลก็มาเสีย หอยตายเสียก่อนที่เราจะลงมือจับขาย มันเป็นอย่างนี้มาตลอดทุกปี จนเป็นเรื่องธรรมชาติจนพวงเราทำใจกันได้หมดแล้ว

“ถามว่าน้ำเสียเกิดจากอะไร พวกเราก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร เกิดจากโรงงานปล่อยน้ำเสียหรือ พอได้ไปตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ทางราชการตามโรงงานในละแวกใกล้เคียง ก็ไม่พบว่ามีการปล่อยน้ำเสียลงทะเล แต่พอถึงช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน ถึงตุลาคม น้ำเสียทำให้หอยแมงพู่ตายในทุกปี เมื่อก่อนผู้เลี้ยงหอย ใครจะมีพื้นที่เลี้ยงกี่ไร่ก็ตาม จะเสียค่าหัวน้ำกันเพียง 5 ไร่เท่านั้น ต่อมามีเรื่องมีราวเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือจากเสียหายกรณีหอยตายต่อจังหวัด แต่เจอปัญหาที่มีผู้เลี้ยงหอยจำนวนมาก บางรายเลี้ยงหลายไร่ บางรายก็เลี้ยงไม่กี่ไร่ จังหวัดให้กรมประมงจังหวัดเป็นผู้พิจารณา โดยมีนายอำเภอเป็นผู้ลงนามคำสั่ง หลังจากนั้นมา ประมงจังหวัดได้พิจารณาให้ผู้เลี้ยงหอยรายละกี่ไร่ก็ได้ แต่จะต้องเสียค่าหัวน้ำไร่ละ 80 บาท ใครมีพื้นที่เลี้ยงหอยจำนวนมากไร่ ก็เสียค่าหัวน้ำจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดความเสียเปรียบได้เปรียบกัน” นายอำพัน กล่าว

นายอำพัน เปิดเผยด้วยว่า เรื่องราคาหอยแมงพู่ ขึ้นอยู่กับผู้รับซื้อรายใหญ่ของแต่ละพื้นที่ ลักษณะคล้ายๆ กับยี่ปั๊วลอตเตอรี่ ราคาหอยผู้เลี้ยงจะจับช่วงไหน ก็ขึ้นอยู่กับยี่ปั๊วเหมือนกัน ที่เขาจะกำหนดราคาให้ถังละเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับหอยตัวเล็กหรือตัวใหญ่ด้วย และก็ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงหอยรายไหนด้วย ที่ต้องการจะจับหอยตัวที่ยังโตไม่พอขายด้วย ดังนั้นพอเรารอให้หอยโตได้ขนาดที่จับขายแล้วได้ราคา ก็ถึงเวลาเสี่ยงน้ำเสีย ที่คืบคลานเข้ามาในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม เรียกว่า พอเราจะจับขาย แต่หอยยังโตไม่ทัน ก็มาเจอน้ำเสียตายเสียก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราแก้ไขไม่ได้ เพราะมันเกิดน้ำเสียในช่วงที่หอยกำลังจะโตในทุกปี และก็เกิดในช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน และตุลาคม ของทุกปี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 19 มีนาคม 2555, 15:31 น.

การทดสอบรูปแบบการเติบโตของหอยกัลปังหา Electroma ovata (Quoy & Gaimard) ในบริเวณเกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006449&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรพล ชุณหบัณฑิต; ธนิษฐา ทรรพนันทน์; ทวนทอง จุฑาเกตุ
ชื่อเรื่อง: การทดสอบรูปแบบการเติบโตของหอยกัลปังหา Electroma ovata (Quoy & Gaimard) ในบริเวณเกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
Article title: Test on growth pattern of reef dwelling bivalve ; Electroma ovata (Quoy & Gaimard) at Kho Kham marine park, Chonburi, gulf of Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 27-31
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L52-Animal physiology – Growth and development
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: BIVALVIA; GROWTH; DIMENSIONS; WEIGHT; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: หอยกัลปังหา, ELECTROMA OVATA, รูปแบบการเติบโต, ความยาวเปลือก, ความสูง, น้ำหนัก, จ.ชลบุรี, อ.สัตหีบ, เกาะขาม
บทคัดย่อ: การทดสอบรูปแบบความสัมพันธ์เชิงเส้นของหอยกัลปังหา Electroma ovata (Quoy & Gaimard) บริเวณอุทยานทางทะเล เกาะขาม อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ความสัมพันธ์ดังนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวเปลือกหอยกับความสูงเปลือกหอย : H sub(e) = 1.36573 + 0.41688L ความสัมพันธ์ระหว่างความยาวเปลือกหอยกับความยาวส่วนบานพับที่ฝังตัวลงในง่ามกิ่งปะการัง : H = 0.24577367 + 0.090874L ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักทั้งตัวหอยรวมเปลือกกับน้ำหนักเปียกของเนื้อหอย : V = 0.417739 + 0.168622W sub(h) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักทั้งตัวหอยรวมเปลือกกับความยาวเปลือกหอย ได้สมการความสัมพันธ์ W = 0.2038L sup(2.08468) ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการเติบโตแบบอัลโลเมตริก
หมายเลข: 006449 KC3504004
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ความต้องการลูกพันธุ์หอยนางรมพันธุ์ใหญ่ และความเป็นไปได้ในการลงทุนสร้างโรงเพาะฟัก ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006038&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เมธี แก้วเนิน
ชื่อเรื่อง: ความต้องการลูกพันธุ์หอยนางรมพันธุ์ใหญ่ และความเป็นไปได้ในการลงทุนสร้างโรงเพาะฟัก ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี
Article title: Demand of oyster spats and feasibility study on oyster hatchery investment in Surat Thani province
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 3-9
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: E16-Production economics
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CRASSOSTREA; HATCHERIES; DEMAND; INVESTMENT; COSTS; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: หอยนางรม, ลูกหอย, ปริมาณความต้องการ, ต้นทุนการผลิต, โรงเพาะฟัก, จ.สุราษฎร์ธานี
บทคัดย่อ: จากการศึกษาพื้นที่การเลี้ยงหอยนางรมพันธุ์ใหญ่ ในบริเวณอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานี พบว่ามีประมาณ 1,054.75 ไร่ ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่อาศัยลูกหอยจากธรรมชาติซึ่งมีปริมาณไม่พอเพียงกับความต้องการ ผู้เลี้ยงจึงมีความต้องการลูกหอยขนาด 2-3 ซ.ม. ที่ผลิตจากโรงเพาะฟักในราคาตัวละ 1 บาท โดยเมื่อนำไปเลี้ยงด้วยวิธีการใช้แท่งซีเมนต์ในอัตรา 1,600 แท่งต่อไร่และใช้ลูกหอยติดแท่งซีเมนต์ในอัตรา 20 ตัวต่อแท่ง จะต้องใช้แท่งซีเมนต์จำนวน 1,687,600 แท่ง และต้องการลูกหอยจำนวน 33,752,00 ตัวต่อปี ในการลงทุนในกิจการโรงเพาะฟักหอยนางรมและค่าใช้จ่ายปีแรกสำหรับการเพาะลูกหอยจนได้ขนาด 3 ซ.ม. มีต้นทุนทั้งหมด 1,207,565 บาท โดยร้อยละ 52.6 เป็นต้นทุนในการลงทุนและ ร้อยละ 46.7 เป็นต้นทุนในการดำเนินการ ต้นทุนการผลิตลูกหอยเท่ากับ 0.51, 0.41 และ 0.34 บาทต่อตัว เมื่อมีอัตรารอดร้อยละ 8, 10 และ 12 ตามลำดับ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เมื่อวิเคราะห์โดยวิธีการปรับค่าของเวลาและความอ่อนไหวของโครงการแล้วพบว่า โครงการนี้ให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิและผลตอบแทนของโครงการสูง อัตราผลตอบแทนต่อค่าใช้จ่ายของโครงการสูงกว่าร้อยละ 1.5 ในทุกระดับอัตรารอด
หมายเลข: 006038 KC3304001
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การบริโภคออกซิเจนของหอยนมสาว Trochus maculatus Linnaeus

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006039&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรพล ชุณหบัณฑิต; วิโรจน์ หิรัญชัยพฤกษ์; ธนิษฐา ทรรพนันทน์
ชื่อเรื่อง: การบริโภคออกซิเจนของหอยนมสาว Trochus maculatus Linnaeus
Article title: Oxygen consumption of topshell, Trochus maculatus Linnaeus
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 10-15
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: L50-Animal physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: TOP SHELLS; OXYGEN; OXYGEN CONSUMPTION; WEIGHT
ดรรชนี-ไทย: หอยนมสาว, ออกซิเจน, อัตราการบริโภคออกซิเจน, ระยะเวลา
บทคัดย่อ: ได้ทำการศึกษาการบริโภคออกซิเจนของหอยนมสาว Trochus maculatus Linnaeus ในระบบกึ่งปิด น้ำไหลผ่านตลอด พบว่า หอยนมสาวมีอัตราการบริโภคออกซิเจน (R) เพิ่มขึ้นตามน้ำหนักตัวแห้ง (W) โดยมีความสัมพันธ์ในรูปฟังก์ชันยกกำลังเป็น R = 0.3334W**(0.4656) และมีความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักตัวเปียก (WW) กับน้ำหนักตัวแห้ง (DW) ของหอยนมสาวเป็นฟังก์ชันยกกำลังคือ DW = 0.2461WW**(1.3554) การศึกษาบริโภคออกซิเจนของหอยนมสาวในรอบวันพบว่า หอยนมสาวมีแนวโน้มที่จะบริโภคออกซิเจนในเวลากลางคืนสูงกว่าในเวลากลางวัน แม้ว่าผลการทดสอบทางสถิติจะไม่มีความแตกต่างระหว่างอัตราการบริโภคออกซิเจนในเวลาต่างๆ กัน
หมายเลข: 006039 KC3304002
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบพวงแขวนขนาดเล็ก

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=005624&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เทพบุตร เวชกามา; มานพ มิตรสมหวัง
ชื่อเรื่อง: การเลี้ยงหอยแมลงภู่แบบพวงแขวนขนาดเล็ก
Article title: Culture of green mussel (Mytilus smaragdinus Chemnitz) by small hanging bunch
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 31 สาขาสัตว์ ประมง สัตวแพทยศาสตร์ 3-6 กุมภาพันธ์ 2536
Source title : Proceedings of the 31st Kasetsart University Annual Conference: Animal Science, Fisheries and Veterinary Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2536
หน้า: หน้า 507-514
จำนวนหน้า: 686 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SF5 ก58 2536)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: MYTILUS; MOLLUSC CULTURE; AQUACULTURE TECHNIQUES; GROWTH; YIELDS; COSTS
ดรรชนี-ไทย: หอยแมลงภู่, การเลี้ยงแบบพวงแขวน, การเจริญเติบโต, ผลผลิต, ผลตอบแทน
บทคัดย่อ: ผลการทดลองนำหอยแมลงภู่มาทดลองเลี้ยงโดยทำเป็นพวงแขวนขนาดเล็ก เพื่อหาวิธีพัฒนาผลผลิตและหาทางสร้างรายได้เสริมให้กับผู้เลี้ยงปลาโดยใช้กระชังแขวนลอยแสดงให้เห็นว่า หอยแมลงภู่ขนาด 4.0 เซนติเมตร น้ำหนักรวม 1.0 กิโลกรัมที่เกาะติดกับไม้รวกยาวประมาณ 50.0 เซนติเมตร จะเจริญเติบโตและให้ผลผลิต 2.23 กิโลกรัมภายในเวลา 5 เดือน โดยหอยแต่ละตัวมีความยาวเฉลี่ย 7.56 เซนติเมตร จากการคำนวณ การเลี้ยงวิธีนี้ให้ผลผลิตประมาณ 26,000 กิโลกรัมต่อไร่ และให้ผลตอบแทนค่าแรงงานของผู้เลี้ยง 8.95 บาทต่อหอย 1 พวง หรือรวมประมาณ 107,000 บาท ต่อไร่ พอสรุปได้ว่าวิธีการนี้มีแนวโน้มในการช่วยพัฒนาผลผลิตหอยแมลงภู่โดยภาพรวมและเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังแขวนลอยสามารถทำเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย
หมายเลข: 005624 KC3104026
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: